Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

VIP
  • Content Count

    1,283
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    2

Everything posted by ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

  1. ตำนานปู่แสะย่าแสะ และประเพณีเลี้ยงดง ตำนานเชียงใหม่ปางเดิม ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บันทึกความเป็นมาของพิธีเลี้ยงดงเอาไว้ว่า ในอดีตย่านนี้เป็นบ้านเมืองของชาวลัวะ ชื่อว่า “บุรพนคร” ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงและดอยอ้อยช้าง (อุจฉุคีรี) อยู่มาวันหนึ่งชาวเมืองได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์พ่อแม่ลูก 3 ตน ที่มาจับชาวเมืองไปกินทุกวัน จนชาวเมืองต้องพากันอพยพหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ตำนานบอกต่อว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับรู้ด้วยพระสัมมาสัมโพธิญาณ เห็นความเดือดร้อนของชาวเมืองบุรพนคร พระองค์พร้อมด้วยเหล่าสาวกจึงเสด็จมาประทับที่ดอยใต้ ได้มีชาวลัวะ 4 คน เข้าเฝ้าด้วยความเลื่อมใสถวายอาหารที่นำติดตัวมาพระองค์ทรงอนุโมทนาและแสดงธรรมโปรดจนชาวลัวะทั้งสี่เห็นธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ได้มีพุทธทำนายว่า ในภายภาคหน้า เมืองของชาวลัวะแห่งนี้จะได้ชื่อว่า “เมืองชีใหม่” (ต่อมาเพี้ยนเป็นเชียงใหม่) โดยเรียกตามเหตุการณ์ที่ชาวลัวะบวชใหม่ (ในอดีตเรียกพระว่าชี) จากนั้นพระพุทธเจ้าได้สนทนากับพระลัวะทั้ง 4 รูป จนรับรู้ความเดือดร้อนของชาวเมืองโดยตลอด รับสั่งให้พระอานนท์ไปตามยักษ์ทั้ง 3 ตนมาพบ ทรงแสดงอภินิหารให้เห็นและแสดงธรรมให้ฟังจนเกิดความเลื่อมใส ยักษ์ทั้งสามจึงได้สมาทานศีลห้าด้วยความปีติ ต่อมายักษ์นึกขึ้นได้ว่า ตนเองเป็นยักษ์จำเป็นต้องกินเนื้อเป็นอาหาร จึงต่อรองขอกินสัตว์หูยาวแทนมนุษย์ ยักษ์ทูลขอกินควายวันละตัว พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต ยักษ์จึงทูลขอกินควายเดือนละตัว พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุญาต ที่สุดยักษ์จึงทูลขอกินควายปีละตัว พระพุทธองค์ไม่ตอบ ยักษ์จึงขอกับเจ้าเมือง เจ้าเมืองตกลงให้กินปีละตัว โดยยักษ์ปู่แสะขอกินควายเผือกเขาคำ ส่วนยักษ์ย่าแสะขอกินควายดำกลีบเผิ้ง ลักษณะเป็นควายรุ่น เขาเสมอหู กีบเท้าสีน้ำผึ้ง ที่ยังไม่เคยลงไถคราดดิน นำมาชำแหละเอาเครื่องในออก ทั้งเนื้อ หนัง และหัวที่มีพร้อมเขาแผ่นอนไว้กลางลาน โดยตั้งข้อแม้ว่า ยักษ์ต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ครบ 5,000 ปี ตลอดจนปกปักรักษาชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข พระพุทธเจ้าได้มอบหมายให้ยักษ์สองผัวเมียดูแลรักษาดอยคำและดอยอ้อยช้าง ส่วนลูกยักษ์ได้บวชเป็นพระภิกษุ ต่อมาลาสิกขาออกมาถือเพศเป็นฤๅษี มีนามว่า “สุเทพฤๅษี” ส่วนดอยอ้อยช้าง หรือดอยเหนือ ต่อมาเรียกว่าดอยสุเทพ ตามชื่อฤๅษีสุเทพซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ที่ถ้ำฤๅษีหลังดอยสุเทพ (ปัจจุบันปรากฏร่องรอยของบ่อน้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อฤๅษี) จากตำนานดังกล่าวข้างต้น ได้สืบทอดความเชื่อมาจวบจนปัจจุบัน ภายหลังปู่แสะย่าแสะเสียชีวิตแล้ว ชาวบ้านชาวเมืองยังคงเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ และต้องการให้วิญญาณปู่แสะย่าแสะช่วยรักษาพระศาสนาและปกป้องคุ้มครองชาว เมือง จึงจัดให้มีพิธีเซ่นสรวงเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (เป็งเดือนเก้า) ตำนานพื้นเมืองเชื่อกันว่า ปู่แสะย่าแสะเป็นบรรพชนของชาวลัวะ ซึ่งส่วนหนึ่งได้สืบเชื้อสายมาเป็นชาวเชียงใหม่ในปัจจุบัน มีหน้าที่ดูแลรักษาเมืองเชียงใหม่ ดังนั้น เจ้าเมือง เสนาอำมาตย์ และราษฎร จะต้องร่วมกันทำพิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะ โดยเชื่อกันว่า หากไม่ทำพิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะ บ้านเมืองจะเกิดภัยพิบัติ ดังในสมัยพระเจ้าเมกุฏิ เจ้าเมืองเชียงใหม่ บ้านเมืองเดือดร้อนทุกข์เข็ญอย่างสาหัส ชาวบ้านโจษจันว่า เป็นเพราะพระเจ้าเมกุฏิสั่งห้ามชาวบ้านชาวเมืองทำพิธีเซ่นสรวงปู่แสะย่าแสะ เป็นเหตุให้เมืองเชียงใหม่ต้องเสียเอกราช ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า (เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์นี้ถูกจับไปเป็นองค์ประกันที่พม่า ภายหลังสิ้นพระชนม์ได้กลายเป็นแนต [nat] ที่ชาวพม่าให้ความเคารพศรัทธามากตนหนึ่ง) ต่อมาในสมัยของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย ได้มีการฟื้นฟูพิธีกรรมเลี้ยงดงหรือพิธีบวงสรวงปู่แสะย่าแสะขึ้นอีกครั้ง และปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะทำสืบต่อกันมาจนถึง พ.ศ. 2480 ทางราชการได้สั่งห้ามจัดพิธี (กรณีนี้คล้ายกับที่ได้มีการห้ามจัดพิธีรำผีมอญที่พระประแดงในยุคหนึ่ง เพราะทางการเกรงว่าการทำนายทายทักในทางร้ายของร่างทรงหรือผู้อำนวยพิธีจะทำ ให้ชาวบ้านชาวเมืองตื่นกลัว) จนถึงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา จึงได้รับการรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งแต่ให้ทำพิธีทางทิศตะวันออกบริเวณเชิงดอย คำ โดยมีชาวบ้านเชิงดอยสุเทพและบ้านแม่เหียะเป็นผู้ทำพิธี ซึ่งข้อกำหนดอย่างหนึ่งของการเป็นร่างทรง (ม้าขี่) ก็คือ บุคคลหนึ่งห้ามเป็นร่างทรงติดต่อกันเกิน ๓ ปี โดยรอบบริเวณลานพิธีเลี้ยงดงเป็นป่าสมบูรณ์ ล้วนแต่ไม้ขนาดใหญ่ เช้านั้นฝนโปรยปรายลงมาแต่เช้า ยอดหญ้าฉ่ำน้ำ ผืนดินนุ่มไร้ฝุ่น ท้องฟ้าครึ้มด้วยเมฆขาวหม่น บรรยากาศขรึมขลังชวนศรัทธา สิ่งที่ดูจะขัดแย้งกับบรรยากาศก็คือ เสียงล้อรถเสียดสีกับถนนและแตรรถกลบเสียงวงฆ้องกลอง (ปี่พาทย์) รถนานาชนิดจอดเรียงรายยาวเหยียด รวมทั้งรถตู้นักท่องเที่ยวหลากสัญชาติ เมื่อถึงปากทางมองเห็นผาม (ปะรำพิธี) แต่ไกลกลางลานโล่ง สองรายทางเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยอาหารเครื่องดื่ม (รวมทั้งเหล้าสี เหล้าขาว และเหล้าตอง แต่ปีหลังจากนี้คงจะไม่มี ภายหลังหน่วยงานส่งเสริมสุขภาพได้เข้าไปสนับสนุนกิจกรรมชาวบ้าน และอาจจะรวมไปถึงการนำควายมาต้มก่อนเซ่นสรวง) ด้านขวาเกือบสุดทางเดินก่อนถึงผาม เป็นอาสน์สงฆ์ ด้านซ้ายเป็นเต๊นท์กองอำนวยการ มีเสียงประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงและผลงานของนักการเมืองท้องถิ่น และโฆษณาขายผืนผ้าพระบฏจำลอง ขณะที่ผมเดินทางไปถึงนั้น ผ้าพระบฏ (ภาพเขียนพระพุทธเจ้า) ถูกนำออกจากหีบพระบฏ ขึงโยงไว้กับยอดไม้สูงเหนือหัวแล้ว ต่อจากนั้นพิธีกรรมก็เริ่มขึ้น ร่างทรงปู่แสะย่าแสะขึ้นไปบนผาม เปลี่ยนชุดตามแบบโบราณ เน้นผ้านุ่งผ้าห่มสีแดง ทำพิธีเซ่นสรวงเชิญวิญญาณปู่แสะย่าแสะเข้าร่าง รับหมากใส่ปากเคี้ยว สูบบุหรี่มอญมวนใหญ่ กระโจนลงจากผาม มุ่งตรงไปยังซากควายกลางลานพิธี เกลือกร่างไปบนซากแล้วขึ้นขี่หลัง ฉีกเนื้อควายใส่ปาก มือวักเลือดในภาชนะขึ้นดื่ม หิ้วเนื้อควายติดตัวไปบางส่วน เดินตรวจตราศาลบูชาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่โดยรอบลานพิธี ทั้ง 12 ศาล ตามจำนวนปู่แสะย่าแสะ ลูก หลาน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ภายในศาลวางกระทงใบตองตึงบรรจุเครื่องเซ่นนานาชนิด หลังปู่แสะย่าแสะรับเครื่องเซ่นแล้วครู่ใหญ่ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ ภาพพระบฏแกว่งไกว ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นปาฏิหาริย์ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปี โดยไม่มีลมพัดต้องแม้แต่น้อย ภาพพระบฏที่แกว่งไปมาทำให้ร่างทรงปู่แสะย่าแสะต้องรีบกลับเข้าผาม เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดสีขาว เข้าไปไหว้สาพระบฏ อันเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของพระพุทธเจ้า จากนั้นปู่แสะย่าแสะก็จะเดินเยี่ยมเยียนชาวบ้าน มีการเข้าทรง “เจ้านาย” เพื่อพยากรณ์ความเป็นอยู่และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง การบอกกล่าวฝากฝังนักการเมืองและผู้นำชุมชนให้บำรุงรักษาป่าไม้ ไม่ให้ใครบุกรุกทำลาย สาปแช่งคนบุกรุกให้มีอันเป็นไป (โชคดีที่ป่าผืนนั้นอยู่ในเขตทหาร คำสาปแช่งของปู่แสะย่าแสะจึงยังคงความศักดิ์สิทธิ์) ให้ชาวบ้านสามัคคีช่วยกันแก้ไขปัญหา นอกจากตำนานจะกล่าวอ้างถึงชาวลัวะ ชนพื้นเมืองของเชียงใหม่แล้ว ยังเป็นการผสานความเชื่อเรื่องผีที่มีมาแต่เดิม ผนวกเข้ากับความเชื่อทางพุทธศาสนาที่เข้ามาภายหลัง ให้ดำเนินคู่กันไปอย่างกลมกลืน เหตุผลสำคัญที่การเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะที่ดอยคำของชาวแม่เหียะ ยังคงดำรงอยู่ได้ก็เพราะ ในอดีต แม่เหียะนับเป็นชนบทที่อยู่ห่างตัวเมืองเชียงใหม่ (แม่เหียอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร) หลังการสิ้นสุดอำนาจเจ้าเมือง อำนาจส่วนกลางก็มิได้เข้ามาก้าวก่ายหรือมีผลมากนักต่อท้องถิ่นที่อยู่ นอกเขตเมือง ปู่แสะย่าแสะยังคงได้รับการบูชาเซ่นสรวงโดยลูกหลานของแสนวิเศษและคนแม่เหียะ ก็เพราะด้วยในสายตาชาวบ้าน ปู่แสะย่าแสะมิได้เป็นเพียงผีเมืองหรือเจนบ้านเจนเมืองเชียงใหม่ ที่ประจำอยู่ ณ จุดหรือตำแหน่งต่างๆ (ดอยคำซึ่งอยู่นอกเมือง) หากแต่ยังเป็นผีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ท้องถิ่นแถบชุมชนแม่เหียะที่คอยอำนวยฝนฟ้าเป็นทั้งผีป่าผีขุนน้ำ (ห้วยแม่เหียะ) และคุ้มครองภัยแก่ ชาวบ้าน ดงย่าแสะสถานที่ประกอบพิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ (เลี้ยงดง) อยู่ระหว่างเชิงดอยคำ (ซ้าย) และ ดอยเหล็ก (ขวา) ตามความเชื่อชาวบ้านย่าแสะยืนคร่อมภูเขาสองลูกนี้อยู่ในอิริยาบถยืนคอยจับสิ่ง มีชีวิตที่จะผ่านช่องเขานี้กิน (ก่อนที่จะพบพระพุทธเจ้า)และเมื่อย่าแสะสะบัดกระพือปลายผ้าซิ่นจะ พัดพาเป็นลมฝนสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่ชาวบ้าน ตำแหน่งที่ตั้งในการทำพิธีเลี้ยงดงที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ คือ บริเวณลาน เชิงวัดพระธาตุดอยคำ และบริเวณหมู่ที่ 3 บ้านแม่เหียะใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ข้อมูล : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. สั่งคุมเข้ม โรงพยาบาลคิดค่ารักษา-ค่ายาแพงเกินจริง พบโรงพยาบาลจำนวนหนึ่ง คิดค่าบริการสูงกว่าราคาเฉลี่ย 300-16,000 เปอร์เซ็น พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบมติสนับสนุนความโปร่งใสในตลาดยาวัคซีนและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของที่ประชุมใหญ่องค์การอนามัยโลกที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 62 ซึ่งกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกเผยแพร่ข้อมูลราคาจริงของยาและเวชภัณฑ์เพิ่มความโปร่งใสด้านสิทธิบัตรยาและให้ฝ่ายเลขาธิการ WHO ติดตามผลของความโปร่งใสต่อราคาการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เป็นต้น "นายกฯ เน้นย้ำว่า มติขององค์การอนามัยโลกสะท้อนให้เห็นว่าแนวทางต่างๆ ที่ไทยดำเนินการนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานสากลเช่นการกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องแจ้งราคาซื้อ-ขายยาเวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ รวมทั้งประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบก่อนให้บริการ นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการในส่วนกลางและภูมิภาคเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการที่เกินความจำเป็นหรือคิดค่ารักษาสูงเกินสมควรฯลฯ" ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่ามีโรงพยาบาลจำนวนหนึ่งที่ตั้งราคาค่ายาเวชภัณฑ์ค่าบริการทางการแพทย์ไว้สูงกว่าราคาเฉลี่ยถึงร้อยละ 300-16,000 โดยกระทรวงพาณิชย์จะเรียกหารือเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 52 พ.ศ.2562 ต่อไป ซึ่งมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 3 หลักการสำคัญ คือ 1) ราคาโปร่งใส-เป็นธรรม (Fair Price) ให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายส่ง ต้องแจ้งราคาซื้อ-ราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ ค่าบริการฯ ตามรายการที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) และในอนาคตจะขยายผลให้ครอบคลุมรายการยาตามรหัสบัญชีขอมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย (TMT) กรณีที่โรงพยาบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงราคายาต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในทราบก่อนปรับราคา ทั้งนี้ หากไม่แจ้งราคาซื้อ-ราคาจำหน่ายตามที่ประกาศกำหนดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี /ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง 2) ผู้บริโภคต้องมีทางเลือก (Consumers’ Choices) ดังนี้ - ให้โรงพยาบาลเอกชนแสดง QR Code (ข้อมูลเปรียบเทียบราคาจำหน่ายยาที่กรมการค้าภายในจัดทำไว้อย่างเปิดเผยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้โดยสะดวก - โรงพยาบาลเอกชนประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบ และต้องแจ้งราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยทราบ ก่อนจำหน่ายหรือให้บริการ เมื่อผู้ป่วยร้องขอ - ในการจำหน่ายยาสำหรับผู้ป่วยนอก ให้โรงพยาบาลต้องออกใบสั่งยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และใบแจ้งราคายา ให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ใบสั่งยาอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยชื่อสามัญทางยา ชื่อทางการค้า รูปแบบยา ขนาดหรือปริมาณ จำนวน วิธีใช้ ระยะเวลาในการใช้ ส่วนใบแจ้งราคายาต้องประกอบด้วยชื่อยาตามใบสั่งยาและราคาต่อหน่วย ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี /ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3) การรักษาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Treatment) ให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในส่วนกลางและส่วนจังหวัดเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย กรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการรักษาพยาบาลที่เกินความจำเป็นและ/หรือการคิดค่าบริการรักษาพยาบาลสูงเกินสมควร โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งหากเห็นว่ามีการคิดราคาสูงเกินสมควรจริงจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี /ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. อุตุฯเตือน 16-19 มิ.ย. ภาคเหนือเตรียมรับมือฝนตกหนัก ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 16 - 21 มิ.ย. 62 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. 62 จะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16 - 19 มิ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดาและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 15 - 16 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 17 - 21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 16 - 21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  4. กระทรวงพาณิชย์ประกาศรถยนต์มือสองเป็นของต้องห้าม ต้องขออนุญาตินำเข้า ผู้สื่อข่าวรายงาน ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนําเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ. 2562 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรการควบคุมการนํารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) (2) (3) และ (6) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็น สินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2562” ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิก (1) การควบคุมการนําเข้ามาในราชอาณาจักรเฉพาะรายการยวดยานต่าง ๆ ที่กําหนดในบัญชี ต่อท้ายพระราชกฤษฎีกาควบคุมการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2496 ลําดับที่ 30 (2) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 85) พ.ศ. 2534 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2534 (3) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนํารถบรรทุกคนโดยสารตั้งแต่หกล้อขึ้นไปที่ใช้แล้ว เข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 5 เมษายน 2547 ข้อ 4 ในประกาศนี้ “รถยนต์ใช้แล้ว” หมายความว่า รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ไม่รวมถึง (1) รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดสอบคุณภาพหรือเพื่อการจัดส่ง ไปยังแหล่งจําหน่าย โดยมีหนังสือรับรองจากเจ้าของตราสินค้า (2) รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนใช้งานครั้งแรกในต่างประเทศก่อนบรรทุกลงในยานพาหนะ จากเมืองต้นทางไม่เกินหกสิบวัน โดยได้ชําระภาษีอากรต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตามที่กําหนดสําหรับรถยนต์ใหม่ ข้อ 5 ให้รถยนต์ใช้แล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 87.01 (ยกเว้นรถหัวลาก) ประเภท 87.02 ประเภท 87.03 (ยกเว้นรถพยาบาล) ประเภท 87.04 และรถยนต์ใช้แล้ว ที่มีอายุเกินหนึ่งร้อยปี (รถโบราณ) ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 97.06 เป็นสินค้าที่ต้องห้าม ในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/152/T_0016.PDF
  5. ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มช. ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดพฤติกรรมสำนักข่าวชื่อดังก่อนกลายเป็นดาวสยาม 2562 หลังสำนักข่าวชื่อดังได้เผยแพร่บทความเรื่อง “เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม” อาจารย์-นักวิชาการสาย ช่อ” มีในมหาลัยฯ ไหนบ้าง?” ซึ่งได้กล่าวหาบุคคลจำนวนมากว่าเป็น “เบ้าหลอมปฏิกษัตริย์นิยม” โดยเปิดเผยทั้งรายชื่อและสถานที่ทำงานของบุคคลเหล่านี้ ซึ่งการกระทำของสำนักข่าวนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อความผาสุกของสังคมไทย ศักดิ์ศรีของสื่อมวลชน เสรีภาพทางวิชาการ และสิทธิส่วนบุคคล ผู้สื่อข่าวรายงาน เฟซบุ๊กแฟนเพจของศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดพฤติกรรมสำนักข่าวชื่อดังก่อนกลายเป็นดาวสยาม 2562 โดยระบุว่า อันเนื่องมาจาก สำนักข่าวรายหนึ่งได้เผยแพร่บทความเรื่อง “เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม” อาจารย์-นักวิชาการสาย ช่อ” มีในมหาลัยฯ ไหนบ้าง?” ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ได้กล่าวหาบุคคลจำนวนมากว่าเป็น “เบ้าหลอมปฏิกษัตริย์นิยม” โดยเปิดเผยทั้งรายชื่อและสถานที่ทำงานของบุคคลเหล่านี้ ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และด้วยความปรารถนาดีต่อสังคมไทย จึงขอประกาศว่าการกระทำของสำนักข่าวรายนี้เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบทั้งในฐานะของเพื่อนมนุษย์และสื่อมวลชน เป็นปฏิปักษ์ต่อความผาสุกของสังคมไทย ศักดิ์ศรีของสื่อมวลชน เสรีภาพทางวิชาการ และสิทธิส่วนบุคคล พวกเราซึ่งมีรายชื่อในแถลงการณ์ฉบับนี้ขอยืนยันว่าจะดำเนินการทางทั้งกฎหมายและทางสังคมต่อสำนักข่าวดังกล่าวอย่างถึงที่สุด เพื่อประโยชน์ของสาธารณชนและดำรงไว้เป็นบรรทัดฐานต่อไป
  6. กำหนดการ ประเพณีเลี้ยงดง ประจำปี 2562 ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 กำหนดการจัดงานประเพณีเลี้ยงดง ประจำปี 2562 ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 ณ บริเวณเชิงวัดพระธาตุดอยคำ (ศาลปู่แสะ-ย่าแสะ) และลานพิธีเลี้ยงดง 07.00 น. -ผู้ร่วมพิธีพร้อมกันที่บริเวณเชิงวัดพระธาตุดอยคํา (ศาลปู่แสะ - ย่าแสะ) 08.09 น. -พิธีอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะ - ย่าแสะ - ฟ้อนบวงสรวงดวงวิญญาณปู่แสะ-ย่าแสะ โดย ชมรมช่างฟ้อน (๑ เพลง) - ขบวนอัญเชิญพระบฎจากวัดป่าซี่ เดินทางถึงศาลปู่แสะ – ย่าแสะ - นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะจุดธูปเทียนและถวายเครื่องบวงสรวง - พ่อหนานเกษม ขันแก้วมิ่ง กล่าวบทสวดอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะ – ย่าแสะ 08.39 น. - เคลื่อนขบวนแห่พระบฎ 09.19 น. - ขบวนแห่พระบฏเคลื่อนถึงลานเลี้ยงดง ฟ้อนเล็บ จาก ชมรมช่างฟ้อน ต้อนรับขบวน 09.29 น. - พิธีอัญเชิญพระบฏ - เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเชือกและอุปกรณ์สําหรับอัญเชิญพระบฏ - กล่าวคําอัญเชิญพระบฏ โดย...พระครูสุนทรเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยคํา 09.49 น. -พิธีการทางศาสนา 10.19 น. -พิธีทรง และ พิธีกรรมเลี้ยงดง (พ่อหนานมา จีนาราช ผู้นําพิธีกรรม) หมายเหตุ 1. กําหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม 2. การแต่งกายประชาชนทั่วไป (ชุดพื้นเมือง)
  7. กิจกรรมประเพณีรับน้องรถไฟ ปีการศึกษา 2562 วันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 กิจกรรมประเพณีรับน้องรถไฟ ปีการศึกษา 2562 ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่จะติดอยู่ในความทรงจำ มาร่วมกันสร้าง "ความทรงจำระหว่างทาง" ไปกับเรา ในวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 นี้ ในเส้นทาง สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) ไป สถานีรถไฟเชียงใหม่ สำหรับกิจกรรมรับน้องรถไฟ เป็นกิจกรรมหนึ่งของการรับน้องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นประเพณีประจำปีอย่างหนึ่ง ที่จัดขึ้นโดยรุ่นพี่ของแต่ละคณะ จะมาต้อนรับนักศึกษาใหม่(ที่สอบเข้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ และอาศัยอยู่ใน กทม หรือพื้นที่ นอกเขตภาคเหนือ) โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมนี้กันที่สถานีรถไฟกรุงเทพ โดยปกติจะเหมารถไฟ ชั้น 3 ทั้งขบวน(ทั้งหมดหลายขบวน) โดยแบ่งตู้รถไฟ กันตามคณะและจำนวนของ รุ่นพี่และรุ่นน้อง ในคณะนั้นๆ โดยรุ่นพี่ ของแต่ละคณะ ก็จะเตรียมกิจกรรมและเกมส์ต่างๆ มีการสอนร้องเพลงประจำแต่ละคณะ มาให้รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมบนรถไฟ เกือบตลอดทั้งคืน ที่รถไฟ วิ่งมุ่งหน้าไปยัง เชียงใหม่ ซึ่งโดยปกติ เมื่อไปถึงเชียงใหม่แล้ว รุ่นพี่จะพาน้องใหม่ ไปไหว้พระ ที่ศาลาธรรม เป็นเหมือนการรับขวัญ น้องที่มาใหม่จากแดนไกล หลังจากนั้น รุ่นพี่ก็จะพาน้องใหม่ เข้าไปพักตามหอพักนักศึกษา(หอใน)ที่น้องใหม่จองไว้ กิจกรรมรับน้องรถไฟเป็นกิจกรรมครั้งแรกๆ ที่รุ่นน้องและรุ่นพี่ได้พบเจอกัน และร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาราว 15 ชั่วโมง และยังมีเพื่อนฝูงและผู้ปกครองมาส่งรุ่นน้อง ทำให้บรรยากาศที่สถานีกรุงเทพในวันนั้นจึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แสดงความยินดีการได้เริ่มต้นการเป็นนักศึกษา ข้อมูล : สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ / ทีมมช
  8. ตำรวจทราบเรื่องแล้ว ฝรั่งถ่ายหนังโป๊ที่เชียงใหม่ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ถ่ายทำและบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว ยืนยันจะดำเนินคดีในทุกข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่ในโลกโซเชียลของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการแชร์กระแสข่าวดังเกี่ยวกับหนังโป๊เรื่องหนึ่ง ที่ชาวต่างชาติใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นสถานที่ดำเนินเรื่อง รวมไปถึงการนำเรื่องราวของการนวดแผนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทราบว่า หนังโป๊ดังกล่าว มีความยาว 30.28 นาที โดยเปิดเรื่องมาเป็นการถ่ายร้านนวดแผนไทยตามจุดจ่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งบริเวณลอยเคราะห์ และย่านกำแพงดิน ตัดสลับกับคลิปฟ้อนรำเพลงกุหลาบเวียงพิงค์ จนตัดเข้ามาถึงตอนดำเนินเรื่อง ที่มีชาวต่างชาติกำลังเดินอยู่บริเวณถนนซึ่งคาดว่าเป็นบริเวณย่านกำแพงดิน และก็มีหญิงสาวพนักงานนวดเดินเข้ามาทักทาย ชวนให้เข้าไปนวด ก่อนจะพากันเข้าห้อง และเริ่มมีการนวดและร่วมรักกัน ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึง กรณีกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์และส่งต่อภาพคลิปวิดีโอหนังโป๊เรื่องหนึ่ง ที่มีการใช้สถานที่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นฉากถ่ายทำและมีการเดินเรื่อง พร้อมมีการพาดพิงเกี่ยวกับการนวดแผนไทยด้วย โดยระบุว่าขณะนี้ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ถ่ายทำและบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าจะดำเนินคดีในทุกข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล พฤติกรรมหรือการกระทำของกลุ่มบุคคลที่กระทำการไม่เหมาะสม เพราะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ วัฒนธรรมที่ดีงามของเมืองเชียงใหม่ และประเทศไทย จึงควรในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของคนไทยไว้ และยังรวมไปถึง อาจถูกเข้าใจผิดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า นวดแผนไทยมีธุรกิจทางเพศแอบแฝง
  9. เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยวัวตกคลอง บริเวณทุ่งนาถนนคันคลองบ้านวัวลาย-ทุ่งอ้อ ขึ้นมาอย่างปลอดภัย หน่วยกู้ชีพและดับเพลิงเทศบาลตำบลหารแก้ว อ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุวัวตกลงไปในคลองไม่สามารถขึ้นได้กว่าสองชั่วโมงสภาพอ่อนแรง เหตุเกิดบริเวณทุ่งนาถนนคันคลองบ้านวัวลาย-ทุ่งอ้อ ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หลังรับแจ้ง จ.ส.อ วีรวิชญ์ สันคำ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเจ้าของวัว ทราบชื่อภายหลังว่า นายกำพล ศรีวิไลย อายุ60ปี อยู่บ้าน ม.3 ต. หารแก้ว อ.หางดง อยู่บริเวณดังกล่าว โดยวัวเพศเมีย ชื่อน้ำตาล อายุประมาณ 5 ปี ตกลงไปในคลองดังกล่าวพยายามดิ้นขึ้นมากว่าสองชั่วโมงแล้วสภาพอ่อนแรง ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำเชือกผูกติดวัวแล้วใช้รถกระเช้าเทศบาลยกขึ้น กินเวลากว่า 30 นาทีจึงช่วยวัวตัวดังกล่าวขึ้นมาได้
  10. สุดฉาว! ฝรั่งใช้เชียงใหม่เป็นฉากถ่ายหนังโป๊ นำเอาบริการนวดแผนไทยเป็นตัวดำเนินเรื่อง ก่อนพากันไปเสร็จกิจที่ห้อง ผู้สื่อข่าวรายงาน ในโลกโซเชียลของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการแชร์กระแสข่าวดังเกี่ยวกับหนังโป๊เรื่องหนึ่ง ที่ชาวต่างชาติใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นสถานที่ดำเนินเรื่อง รวมไปถึงการนำเรื่องราวของการนวดแผนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทราบว่า หนังโป๊ดังกล่าว มีความยาว 30.28 นาที โดยเปิดเรื่องมาเป็นการถ่ายร้านนวดแผนไทยตามจุดจ่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งบริเวณลอยเคราะห์ และย่านกำแพงดิน ตัดสลับกับคลิปฟ้อนรำเพลงกุหลาบเวียงพิงค์ จนตัดเข้ามาถึงตอนดำเนินเรื่อง ที่มีชาวต่างชาติกำลังเดินอยู่บริเวณถนนซึ่งคาดว่าเป็นบริเวณย่านกำแพงดิน และก็มีหญิงสาวพนักงานนวดเดินเข้ามาทักทาย ชวนให้เข้าไปนวด ก่อนจะพากันเข้าห้อง และเริ่มมีการนวดและร่วมรักกัน ซึ่งคลิปดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก เพราะมีการนำเอาภาพลักษณ์ วัฒนธรรมความเป็นเชียงใหม่เข้าไปอยู่ในหนังโป๊ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง รวมถึงการนำเอาเรื่องของการนวดแผนไทยไปรวมอยู่ด้วย ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ประกอบวิชาชีพนี้เป็นอย่างมาก และมีการเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่เกียวข้อง เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว
  11. โซเชียลแห่แชร์ ภาพราคาน้ำมันปาล์ม ถูกปรับขึ้นกว่า 10 บาท หลังกรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือไม่ให้จัดโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันปาล์ม จากกรณีที่กรมการค้าภายในได้หารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัย ให้เลิกนำน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสำหรับการบริโภค มาจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และให้ขายในราคาปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นมา โดยราคาขายปกติขณะนี้ ขวด 1 ลิตร ควรอยู่ที่ประมาณขวดละ 34-36 บาท จากราคาที่ทำโปรโมชั่นขวดละ 24-25 บาท หากห้างยังขายในราคาต่ำต่อเนื่อง จะยิ่งกดดันให้ราคาผลปาล์มสด และน้ำมันปาล์มดิบลดลงอีก ที่สำคัญทำให้เกษตรกรเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะขายผลผลิตได้ในราคาไม่คุ้มต้นทุน ซึ่งหากห้างยังไม่ให้ความร่วมมือ จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2562 ฐานขายสินค้าขาดทุนต่อเนื่อง และจะส่งให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า พิจารณาต่อไป ล่าสุดในโลกออนไลน์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ "กูเป็นกลางจริงๆนะ" ได้มีการแชร์ภาพประกาศขออภัยของห้างสรรพสินค้าดังห้างหนึ่ง โดยระบุว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของกรมการค้าภายใน ทางห้างขอแจ้งการปรับราคาน้ำมันปาล์ม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 62 จากราคาเดิม 24 บาท ปรับขึ้นเป็น 34 บาท ถึงแพงขึ้นกว่าเดิมถึง 10 บาทด้วย ซึ่งในโพสต์นี้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกับบอกว่าต้องซื้อมันหมูมาทำเป็นน้ำมันหมูใช้แทนเลยทีเดียว ทางด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความว่า กรมการค้าภายในห้ามโปรโมชั่นด้วยการลดราคาน้ำมันบรรจุขวด และกำหนดราคาที่เหมาะสมที่ 34 ถึง 36 บาทต่อลิตร และนำตราสัญลักษณ์ของกรมการค้าภายในแสดงไว้ด้วย ในเรื่องนี้กรมการค้าภายในได้มีการเชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาปาล์มซึ่งปีนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติราคาผลปาล์มตกต่ำอย่างมากเพราะปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาดูดซับผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาดไปผลิตไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ B20 เพื่อให้สถานการณ์ราคากลับมาเข้าสู่ภาวะปกติ ที่จากเดิมราคาผลปาล์มเคยตกต่ำอยู่ที่ 1.60-1.80 บาท/กก ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.20 - 3.40 บาท/กก แล้ว. และราคาปาล์มน้ำมันดิบ อยู่ที่ 19.50 ถึง 20.00 บาท/กก. หากคิดเป็นต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดจะอยู่ที่ประมาณ 32-35 บาท. จึงได้ขอความร่วมมือให้ทางห้างสรรพสินค้ากำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงการดัมพ์ราคาขายต่ำกว่าทุน ซึ่งจะส่งผลสะท้อนไปยังราคาลูกปาล์มให้ตกลงซึ่งจะกลับมาเป็นปัญหาต่อชาวสวนปาล์มอีก นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "อยากขอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่ากรมการค้าภายในไม่ได้มีคำสั่งให้ห้างปรับราคาสูงขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้ากำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนและให้คำนึงถึงผลกระทบต่อราคาผลปาล์มที่เกษตรกรขายได้เท่านนั้น. เพราะที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำมาเป็นระยะเวลานานแล้ว" ขอบคุณภาพ : FB กูเป็นกลางจริงๆนะ
  12. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เผยควันบุหรี่เป็นภัยใกล้ตัวที่ทำให้เด็กป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจติดเชื้อ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคปอดเรื้อรัง จากการสูดดมควันบุหรี่จากคนในบ้าน แนะร่วมกันปกป้องลูกหลานห่างไกลพิษภัยควันบุหรี่ด้วยการทำให้บ้านปลอดบุหรี่ นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ควันบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์ที่ไม่มีความปลอดภัย ในควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด และมีมากกว่า 60 ชนิดที่ทางการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งนี้เด็กจะหายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกาย หากผู้ปกครองหรือบุคคลในบ้านสูบบุหรี่ ความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของเด็กเพิ่มขึ้น เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ โรคเกี่ยวกับหูชั้นกลาง เป็นหวัดบ่อยขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กที่เป็นโรคหืดอยู่แล้วมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคหูอักเสบ โรคภูมิแพ้ ภาวะการตายของทารกเฉียบพลัน (SIDS-Sudden Infant Death Syndrome) และควันบุหรี่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและพัฒนา นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีป้องกันลูกจากควันบุหรี่ควรปฏิบัติ ดังนี้ บ้านควรเป็นที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในครอบครัวเพื่อสุขภาพที่ดีไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ไม่สูบบุหรี่โดยอยู่ใกล้เด็กหรือคนท้อง หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่ที่มีโอกาสเจอควันบุหรี่ เมื่อจำเป็นต้องออกไปข้างนอกพ่อแม่และผู้ปกครองควรเตรียมหน้ากากอนามัยหรือผ้าปิดจมูกไปด้วยทุกครั้ง พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กโดยไม่สูบบุหรี่ ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจหากสมาชิกในบ้านสูบบุหรี่ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพ่อแม่และผู้ปกครองทุกท่านร่วมกันทำ “บ้านปลอดบุหรี่” เพื่อปกป้องสุขภาพให้แก่ลูกหลานของเรา
  13. จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญพระสงฆ์สามเณร 108 รูป เนื่องในวันออกอินทขีล เช้าวันนี้ (6 มิ.ย.62) นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีทำบุญออกอินทขีล ประจำปี 2562 โดยมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้จัดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม หรือวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 เหนือ จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน รวม 7 วัน 7 คืน และในวันนี้ ตรงกับวัน 4 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เป็นวันออกอินทขีล จึงได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันออกอินทขีล โดยพระสงฆ์และสามเณรรวม 108 รูป เจริญพระพุทธมนต์ และรับถวายภัตตาหารเพลจากพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธี จากนั้นในช่วงบ่ายมีพิธีอาราธนาอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่า ประดิษฐานบนรถบุษบกศรีเชียงใหม่ จากวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร สู่วัดช่างแต้ม ทั้งนี้ ภายในบริเวณวัดยังคงมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนชาวเชียงใหม่ นำดอกไม้ธูปเทียนมาถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่รอบวิหารเสาอินทขีล และภายในบริเวณวัดอย่างต่อเนื่อง
  14. (มีคลิป Video) สาวขับเก๋งย้อนศรทางลอดรวมโชค เข้าพบตำรวจแล้ว เผยขณะนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูก จากกรณีคลิปเก๋งเสียหลักก่อนลงทางลอดรวมโชค และขับย้อนศรสวนเลนขวาขึ้นมา เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้น ล่าสุดวันนี้ (6 มิถุนายน 62) เวลาประมาณ 08.00 น. กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง ได้เชิญตัวคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำกรณีที่เกิดขึ้น โดยเล่าว่าขณะที่ตนเองได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจากทางศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่มาทางถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เมื่อมาถึงใกล้จุดเกิดเหตุเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีรถรอสัญญาณไฟเลี้ยวขวาแยกรวมโชคมีชัยจำนวนมากทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนช่องทางเดินรถใช้ทางลอดประกอบกับทางลงเป็นทางโค้งทำให้รถของตนเองเสียหลักหมุนกลางถนนและได้หันหัวกลับย้อนทิศทางเดิน ขณะนั้นเกิดตกใจทำอะไรไม่ถูก ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวมีรถตามมาจำนวนมาก จึงได้ตัดสินใจขับรถชิดขวาขึ้นไปเพื่อกลับรถตามที่ปรากฎในคลิป โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้รับทราบว่ากรณีดังกล่าวถึงแม้จะเป็นกรณีอุบัติเหตุขาดเจตนาในการขับรถย้อนศร แต่ก็มีความผิดตาม พรบ.จราจรฯ จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับและเพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการขับขี่เพื่อปฏิบัติตามกฎจราจรต่อไป ในข้อหา ไม่ขับรถตามทิศทางที่กฎหมายกำหนด(ขับย้อนศร) ตามมาตรา 41 บทกำหนดโทษ ตามมาตรา 148
  15. นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่ายลงคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรีเรียบร้อย ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แนะคนไทยร่วมมือพาประเทศก้าวหน้า พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบผลการเลือกนายกรัฐมนตรีของสมาชิกรัฐสภา โดยได้ขอบคุณประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และสมาชิกของทั้ง 2 สภา ที่ให้การสนับสนุน และทำให้การประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวมทั้งขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนถึงวันนี้ “นายกฯ ย้ำว่า คะแนนเสียงที่มากกว่านั้นได้มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน แล้วค่อยรวมกับเสียงของสมาชิกวุฒิสภา เป็น 500 คะแนนซึ่งก็เป็นไปตามกติกาเดิม พร้อมทั้งยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน” นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนแม้จะไม่สนับสนุน แต่ก็ได้ทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชนอย่างเต็มที่ โดยจากนี้ไปอยากให้ทุกคนร่วมมือกันทำงานด้วยเจตนารมณ์ที่คำนึงถึงประเทศชาติและประชาชน ซึ่งยังมีปัญหาอีกมายมายที่รอการแก้ไข รวมทั้งนำบทเรียนในอดีตมาเป็นแนวทางในปัจจุบัน ส่วนพี่น้องประชาชนนั้นขอให้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างแท้จริง
  16. พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 41 ประจำปีการศึกษา 2560 - 2561 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 41 ประจำปีการศึกษา 2560 - 2561 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในวันศุกร์ที่ 7 และวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 ในการนี้ สภามหาวิทยาลัยแม่โจ้มีมติอนุมัติปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 7 ราย มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 4 ราย ให้แก่ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่นเพื่อเข้ารับพระราชทานโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น จำนวน 7 ราย ดังนี้ ผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 7 ราย 1. ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรและส่งเสริมการเกษตร 2. นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมพลังงานทดแทน 3. นายยุทธพงศ์ จีรประภาพงศ์ ประธานกรรมการ เครือ วีพีเอฟ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 4. Mr. Chi-Chang Tsai รองประธานสภานิติบัณญัติแห่งชาติ ประเภทสภาเดียว ประเทศสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพัฒนาการท่องเที่ยว 5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ แสวง ภูศิริ เจ้าของศูนย์เรียนรู้ครูขวัญศิษย์เศรษฐกิจพอเพียง จ.ตรัง ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพืชสวน 6. นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ประธานคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด(มหาชน) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาภูมิสังคมอย่างยั่งยืน 7. นายสุรศักดิ์ จโนภาษ ที่ปรึกษาแผนกพระราชอุทยานพระที่นั่งอัมพรสถาน, วังศุโขทัย, วังทวีวัฒนา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพืชสวน ผู้ได้รับปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 4 ราย 1. นายมานพ ปัทมาลัย นายกเทศมนตรีตำบลท่ามะเขือ รัฐศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ 2. นายวีรวัชร์ จารุรัชต์ธำรง เจ้าของกิจการริมน้ำรีสอร์ท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ 3. นายสราวุฒิ สินสำเนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 4. นางสุพิศ เถียรทิม นายกเทศมนตรีตำบลหนองหาร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารท้องถิ่น ผู้ได้รับโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น ประจำปี 2561 จำนวน 7 ราย 1. นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 19 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทรงวุฒิ เพ็ชรประดับ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 31 3. นายเจนศิลป์ เจริญบวรศักดิ์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 38 4. นายพงษ์ศักดิ์ พิมานพรหม ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 44 5. นายมนตรี วงษ์สวรรค์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 49 6. นายเสรี พันธ์ลิมา ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 51 7. นายมงคล การดี ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 53
  17. สู้จนวินาทีสุดท้าย "ธนาธร" เผยเราไม่ได้พ่ายแพ้ แต่ชัยชนะของเราถูกปล้นไป เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ประชุมรัฐสภาได้มีโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยผลคะแนนอย่างเป็นทางการนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับคะแนน 500 คะแนน ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับคะแนน 244 คะแนน งดออกเสียง 3 คะแนน ส่งผลให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย โดยหลังจากทราบผลอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ทางนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวในทันที โดยกล่าวว่า ผลการเลือกนายกฯสิ้นสุดลงแล้ว เราหยุดยั้งการสืบสอดอำนาจของคสช.ไม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เราไม่ได้พ่ายแพ้ แต่ชัยชนะของเราถูกปล้นไปพรรคการเมืองที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.ทั้ง7พรรค ได้สู้จนถึงที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย ขอขอบคุณทุกคนที่โหวตให้ผมขอบคุณแรงสนับสนุนจากประชาชนทุกคน "นี่ไม่ใช่จุดจบแต่เป็นจุดเริ่มต้น การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงสมรภูมิหนึ่งในการเดินทางยาวไกลที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตย เราเชื่อว่าท้ายที่สุดขัยชนะจะเป็นของประชาชน เผด็จการจะไม่สามารถต้านทานสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไป ประชาชนจะร่ำร้องหาความเป็นธรรมเพื่อคนรุ่นต่อไป อย่าหมดหวัง มาร่วมกันสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ สร้างประชาธิปไตยด้วยกันต่อครับ" นายธนาธร ยังได้กล่าวถึง นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ซึ่งเป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเพียงหนึ่งเดียวที่งดออกเสียง ไม่โหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยบอกว่าวันนี้เขาเป็น ส.ส. ที่กล้าหาญมากที่สุดในสภา ภาพ : Twitter > Thanathorn Juangroongruangkit
  18. พบผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษเป็นรายที่ 2 ของอำเภอจอมทอง วันที่ 6 มิถุนายน 2562 นายแพทย์สัมพันธ์ ก๋องเงิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจอมทอง ได้รายงานผู้เสียชีวิตเนื่องจากรับประทานเห็ดพิษ ซึ่งเป็นรายที่ 2 ของอำเภอจอมทองในปีนี้ โดยรายงานโรคเบื้องต้นในการสอบสวนโรคผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษ โดยผู้ป่วยได้เข้าทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจอมทอง ในวันที่ 4 มิถุนายน 2562 โดยเริ่มป่วยมาตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2562 โดยผู้ป่วยมีอาการ อาเจียนเป็นน้ำสีเหลือง, ถ่ายเหลว, คลื่นไส้, ทานไม่ได้, ตาเหลือง ตัวเหลือง โดยจากการสอบถามทราบว่าผู้ป่วยรับประทานเห็ดซึ่งมีลักษณะเป็นสีขาวล้วน (จนท.นำภาพให้ผู้ปวยชี้เห็ด-ผู้ป่วยชี้เห็ดระโงกและเห็ดระงากขาว ซึ่งไม่แน่ใจ) เก็บมาจากในป่าที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ใน อ.จอมทอง โดยผู้ป่วยไม่มีโรคประจำตัว ดื่มสุราแต่ไม่ได้ดื่มพร้อมกับเห็ด ทางด้าน ดร.ทรงยศ คำชัย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนประชาชนให้ระวังในช่วงฤดูฝนที่มีเห็ดป่าขายในท้องตลาดอย่างแพร่หลาย แนะนำให้ประชาชนบริโภคเฉพาะเห็ดที่ตนเองรู้จักและเคยรับประทานเท่านั้น หากไม่มั่นใจว่าเห็ดที่พบเห็นสามารถรับประทานได้ ไม่มีใครเคยนำมากิน หรือมีรายงานประวัติความเป็นพิษของเห็ดดังกล่าว ก็ไม่ควรรับประทาน และให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของเห็ดให้แน่ชัด เห็ดเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็นมีสรรพคุณ แก้ไข้ แก้ช้ำใน บำรุงร่างกาย และช่วยให้เจริญอาหาร คุณสมบัติเด่นของเห็ด คือ มีไฟเบอร์สูงและแคลอรี่ต่ำ มีปริมาณโปรตีนสูงถึง 5-34 % มีไขมันต่ำเพียง 1-8 % ของน้ำหนักแห้ง 100 กรัม มีแร่ธาตุ และวิตามินสูง ตัวอย่างเห็ดป่าที่กินได้และรู้จักกันดีในประเทศไทย เช่น เห็ดระโงกขาว เห็ดโคนเห็ดขอน และเห็ดเผาะ เป็นต้น แม้เห็ดส่วนใหญ่จะรับประทานได้และมีประโยชน์ แต่เห็ดบางชนิดก็มีพิษร้ายแรง สามารถทําลายเซลล์ของตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด ระบบหายใจ ระบบสมอง และทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ความตายได้ อาการที่แสดงหลังจากได้รับสารพิษคือ คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ท้องร่วง ความรุนแรงขึ้นกับเพศ อายุ และปริมาณในการรับประทาน แนะวิธีการสังเกตเห็ดพิษด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบต่อกันมา ดังนี้ หากเห็ดชนิดนั้นขึ้นอยู่ใกล้มูลสัตว์ มีสีน้ำตาลหรือสีสันฉูดฉาด หมวกเห็ดมีปุ่มปม มีวงแหวนใต้หมวก หรือเมื่อดอกแก่ มีกลิ่นเอียนหรือกลิ่นค่อนข้างแรง ก็ให้พึงระวังว่าจะเป็นเห็ดพิษ สารพิษในเห็ดโดยส่วนใหญ่จะสลายตัวด้วยความร้อน ดังนั้นจึงควรปรุงให้สุก ไม่ควรกินเห็ดดิบโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ เมื่อได้รับสารพิษจากเห็ด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น นอกจากล้วงคอเพื่ออาเจียนแล้ว การดื่มน้ำคั้นจากใบรางจืดก็สามารถล้างพิษเห็ดได้เบื้องต้น และรีบไปพบแพทย์ในทันที ข้อห้ามที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หลังจากบริโภคเห็ดป่าโดยเด็ดขาด เพราะมีผลต่อระบบประสาท อาจทำให้พิษกระจายรวดเร็วขึ้น ถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้ จากสถิติสถานการณ์โรค ข้อมูลงานระบาดวิทยา กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เดือน 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษแล้ว 1 ราย
  19. กรมท่าอากาศยาน สั่งห้ามหิ้วแหนมเนืองขึ้นเครื่อง ต้องโหลดเท่านั้น เริ่ม 23 มิ.ย. นี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมท่าอากาศยานได้ทำการประชุมซักซ้อมสนามบินภูมิภาคในการกำกับดูแความดูแลทั้ง 28 สนามบิน ให้ปฏิบัติงานด้านการบินให้เป็นไปตามกฎประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เรื่อง หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นระเบียบฉบับใหม่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่เตรียมประกาศบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดห้ามมิให้ผู้โดยสารมีการนำของเหลวที่มีปริมาตรมากกว่า100 มิลลิลิตรถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน แต่อนุญาตให้ฝากเป็นสัมภาระลงทะเบียน (โหลดใต้ท้องเครื่อง) เท่านั้น โดยให้บรรจุในภาชนะที่มิดชิด เบื้องต้นจากการประชุมซักซ้อม พบว่ามีสินค้าบางประเภทที่เข้าข่ายไม่สามารถถือขึ้นเครื่องบินได้ คือแหนมเนือง เนื่องจากน้ำจิ้มแหนมเนืองที่บรรจุรวมอยู่ในชุดอาหาร 1 ถุง มีปริมาตรมากถึง 400 มิลลิลิตร ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถนำแหนมเนืองขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้ นางอัมพวัน วรรณโก กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้ขอให้ สนามบินทั้ง 28 แห่ง แจ้งข้อมูลไปยังสายการบินต่างๆ ให้ทำความเข้าใจและแจ้งเตือนผู้โดยสารที่มีการพกพาแหนมเนือง ว่าจะต้องฝากเป็นสัมภาระลงทะเบียน (โหลดใต้ท้องเครื่อง) เท่านั้น โดยให้บรรจุในภาชนะที่มิดชิด เพราะจะไม่อนุญาตให้ถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน สำหรับคำจำกัดความเรื่องหลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ. 2562 นั้น จะรวมไปถึง อาหารจำพวกที่มีของเหลว เช่น ต้ม แกง น้ำพริก น้ำจิ้มต่างๆ น้ำเครื่องดื่ม ซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารที่อยู่ในซอสที่มี รวมไปถึง มาสคารา ลิปสติกส์หรือลิปบาล์ม ที่มีปริมาตรมากกว่า100 มิลลิลิตร หรือ ไม่มีปริมาตรระบุ
  20. กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนฝนตก น้ำขัง เดินลุยน้ำ ย่ำโคลน เสี่ยงโรคฉี่หนู ควรสวมรองเท้าป้องกัน หากมีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณน่อง โคนขา ให้รีบไปพบแพทย์ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ดินโคลนชื้นแฉะ ประชาชนเดินลุยน้ำ ย่ำโคลนอาจป่วยด้วยโรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งเชื้อโรคฉี่หนู ส่วนใหญ่พบปนอยู่ในปัสสาวะของหนู รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น สุนัข แมว โค แพะ แกะ และมักจะปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำขัง พื้นดินโคลน หรือพื้นที่มีหนูอาศัยอยู่ชุกชุม เช่น ตลาด คันนา สวน รวมทั้งในบ้าน เชื้อโรคผ่านเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยขีดข่วน ผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน หรือเยื่อบุตา รวมถึงอาหารและน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่เดือนมกราคม – 24 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วยจำนวน 622 ราย เสียชีวิต 8 รายพบมากในผู้ประกอบอาชีพ ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ รองลงมารับจ้าง ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรค และเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อาการผู้ป่วยโรคฉี่หนู ที่พบบ่อยคือ มีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา บางรายมีอาการปวดหัว ตาแดง แต่จะมีบางส่วนซึ่งมีอาการรุนแรง เช่น มีอาการไตวาย (ปัสสาวะไม่ออก) ตับวาย (ตัวเหลือง ตาเหลือง) อาจมีอาการเหนื่อย ไอเป็นเลือด และช็อค (ไม่รู้สึกตัว) ในคนที่รอให้มีอาการมากแล้วจึงมารักษามักจะเสียชีวิต จึงขอให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำให้ทราบ เพื่อประเมินการรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงติดโรคสูง ที่สำคัญอย่าซื้อยากินเองเพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ ขอให้ประชาชนป้องกันตนเอง ไม่ย่ำน้ำท่วมขัง ดินโคลน พื้นที่ชื้นแฉะด้วยเท้าเปล่า ควรสวมรองเท้าบู๊ท ถุงพลาสติกสะอาด หรือวัสดุที่กันน้ำได้ ป้องกันเท้าสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง และรีบล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ สำหรับเกษตรกร ผู้ที่ต้องสัมผัสมูลสัตว์ หรือสิ่งสกปรก ควรล้างมือ อาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังเสร็จจากการทำงาน ควรเก็บอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด เลี่ยงการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มโดยใช้ปากสัมผัสโดยตรงจากกระป๋องหรือขวด เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน ที่สำคัญควรกำจัดขยะ เศษอาหารในบ้านเรือน สถานที่ทำงานให้สะอาดเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
  21. รวบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์และยาเคจำนวนมาก วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ได้ผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 148 กิโลกรัม และเคตามีน หรือ ยาเค 147 กิโลกรัม รถยนต์ 5 คัน โดยสืบเนื่องจากวันที่ 29 พ.ค.2562 ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลของ ศอ.ปส.ภ.5 ได้เฝ้าระวังคัดกรองรถยนต์ที่ผ่านจากแนวชายแดน ด้าน จว.เชียงใหม่ / เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ พบว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยที่เฝ้าระวังจะเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติด มาจาก อ.แม่สาย จว.เชียงราย จำนวน 1 คัน คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพฯ ผ่านด่านตรวจถ้ำปลา อ.แม่สาย จว.เชียงราย ผ่าน จว.พะเยา มุ่งหน้ามาจังหวัดลำปาง จึงได้วิเคราะห์คัดกรองรถ พบรถที่นำ / ตาม อีก 1 คัน คือ รถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุกยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา เลขทะเบียน สย 4207 กรุงเทพ ฯ ซึ่งนำและตาม รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่สีดำ ทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพฯ หน่วยจับกุม ชุดปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดน ภ.5, ทีมวิเคราะห์ข้อมูล ของ ศอ.ปส.ภ.5, สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, บก.สส.ภ.5, ด่านตรวจแม่พริก จว.ลำปาง, บช.ปส. และ ภ.6 ได้ปฏิบัติการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ต่อเนื่อง 30 พฤษภาคม 2562 ซึ่งสถานที่จับกุมนั้นจับกุมได้บริเวณ ด่านตรวจแม่พริก สภ.แม่พริก จว.ลำปาง, ด่านตรวจพยุหะคีรี อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ และ เฮือนคำรีสอร์ท ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ต่อมา รถยนต์ ทะเบียน สย 4207 กรุงเทพฯ ขับออกจาก อ.เถิน มุ่งหน้าไป อ.แม่พริก เมื่อถึงด่านตรวจแม่พริก พบนายเดชาวัต สุขชู เป็นคนขับ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้บันทึกไว้และปล่อยตัวไป เวลาประมาณ 16.40 น. รถยนต์ ทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพฯ ขับออกจาก อ.เถิน มุ่งหน้าไป อ.แม่พริก เมื่อถึงด่านตรวจแม่พริก พบนายอัศกร บุญฤทธิ์ เป็นคนขับ มี น.ส.วรัญญา สายสร้อย นั่งโดยสารมาด้วย ผลการตรวจค้น พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ จำนวน 100 ก้อน น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม และ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 เคตามีน จำนวน 75 ก้อน น้ำหนักประมาณ 75 กิโลกรัม ซุกซ่อนในช่องดัดแปลง ซุกซ่อนยาเสพติดบริเวณเบาะหลัง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้ประสาน บก.สกส.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.6 ขยายผลไปจับกุม นายเดชาวัต สุขชู พร้อมรถยนต์ ทะเบียน สย 4207 กรุงเทพฯ ที่ด่านตรวจพยุหะคีรี อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถนำ/สำรวจเส้นทาง มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย คือ ผู้ต้องหา 1. นายอัศกร บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 48/3 หมู่ 10 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จว.นนทบุรี 2. น.ส.วรัญญา สายสร้อย อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 57/4 หมู่ 1 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง นนทบุรี 3. นายเดชาวัต สุขชู อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 195 ซอยจรัญสนิทวงศ์45 แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกองน้อย กรุงเทพฯ 4. นายมงคล ภาศรีเผ่าพงศ์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 77 ถ.ประชาราษฎร์2 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ยึดของกลางยาเสพติด ยาไอซ์ ประมาณ 148 กิโลกรัม , เคตามีน ประมาณ 147 กิโลกรัม , รถยนต์ 5 คัน โดยได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในความครองครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากการซักถามขยายผล ทราบว่าได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ จว.เชียงราย จึงได้ประสานการปฏิบัติกับชุดปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดน ภ.5, สภ.แม่สาย, บก.สส.ภ.5 เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้เข้าพักกับเฮือนคำรีสอร์ท จนทราบว่านายมงคล ภาศรีเผ่าพงศ์ เป็นผู้เปิดห้องพักหมายเลข 509 แต่ไม่ได้เข้าพัก จึงจัดกำลังเฝ้าติดตามผู้เข้าพักห้องดังกล่าว จนเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2562 พบนายมงคล ภาศรีเผ่าพงศ์ (ทราบชื่อภายหลัง) ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าห้องพัก 509 และเปิดเข้าไปในห้องดังกล่าว สักพักจึงเดินออกมาพร้อมกับปิดล็อคประตู และขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าแสดงตัวพร้อมกับเชิญตัวนายมงคลฯ ไปตรวจสอบและตรวจค้นห้องพัก 509 ที่เปิดเช่าไว้ พบถุงพลาสติกสีดำวางบนพื้นห้องพัก และซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ผลการตรวจสอบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ จำนวน 48 ก้อน น้ำหนักประมาณ 48 กิโลกรัม และ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 เคตามีน จำนวน 72 ก้อน น้ำหนักประมาณ 72 กิโลกรัม จึงจับกุมตัวและนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  22. (มีคลิป Video) เผยคลิปนาทีรถเก๋งเสียหลักหมุนขณะลงทางลอดรวมโชค ก่อนขับย้อนศรขึ้นมา หวิดเกิดอุบัติเหตุ จากกรณีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ได้โพสต์คลิปของรถเก๋งที่กำลังขับย้อนศรขึ้นมาจากทางลอดแยกรวมโชค โดยระบุว่า "มายังไง 4.40pm ณ แยกรวมโชค ป.ล.โชคดีไม่เกิดอุบัติเหต" โดยเหตุการณ์จากในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 62 ที่บริเวณทางลอดแยกรวมโชค โดยผู้โพสต์คลิปได้บันทึกภาพของรถคันหนึ่ง ขณะที่จอดรถติดไฟแดงบริเวณแยกรวมโชคอยู่ โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส ขณะกำลังขับรถย้อนศรขึ้นมาจากทางลอดแยกรวมโชค และขับขึ้นมาทางเลนขวา ซึ่งเป็นเลนที่รถใช้ความเร็วด้วย ซึ่งขณะที่ขับย้อนศรขึ้นมานั้น ก็มีรถวิ่งตามทางมาในเลนเดียวกัน ต้องเบรกรถขับหลบกันแทบไม่ทัน เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสาเหตุนั้นยังไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงขับรถย้อนศรขึ้นมาแบบนั้น สร้างความอันตรายให้กับผู้ช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ล่าสุดวันนี้ (5 มิถุนายน 2562) กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เผยแพร่คลิปกรณีที่มีรถเก๋งขับย้อนศรเลนขวา ขึ้นมาจากทางลอดแยกรวมโชคนั้น จากการตรวจสอบจากกล้องCctv จากห้องศูนย์ควบคุมและสังการกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นกรณีขับรถเกิดอุบัติเหตุก่อนถึงทางลอดรวมโชค รถเกิดหมุนกลับบนถนน และได้ขับย้อนศรขึ้นมาจากทางลอดแยกรวมโชค จากการตรสจสอบไม่มีคู่กรณีและทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองรถและจะเชิญตัวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากประเด็นดังกล่าวต่อไป
  23. นารดาคลินิก ฉลองครบรอบ6ปี คืนกำไรสู่สังคม มอบเงินสนับสนุนแก่ 7 องค์กร ในจังหวัดเชียงใหม่ และขยายพื้นที่ให้บริการสู่ความเป็นเลิศด้านความงามครบวงจรภาคเหนือ Narada Expert Beauty Center ซึ่งให้บริการครบในทุกๆด้านของความงามทั้งใบหน้ารูปร่างสัดส่วน ด้วยเทคโนโลยีด้านการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ผสมผสานศาสตร์และศิลป์ของทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์กว่า10ปี นารดาคลินิกความงามเชียงใหม่ เริ่มต้น เปิดให้บริการเมื่อเดือน พฤษภาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน เราให้คำปรึกษาและให้บริการด้านความงาม โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า10ปี รวมถึงการคัดสรรนวัตกรรม เทคโนโลยี และเวชภัณฑ์ ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดให้บริการ 2 สาขา ได้แก่ สาขา เจ็ดยอด-ศูนย์แสดงสินค้า นานาชาติ และ สาขารวมโชคมอลล์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ในโอกาสนี้เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมและขอบคุณให้กับลูกค้า และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ เราจึงได้จัดกิจกรรม คืนกำไรสู่สังคม ด้วยการมอบเงินสนับสนุนให้กับ 7 องค์กร ในจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่1.มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักงานเชียงใหม่2.โรงเรียน วัดช่างเคี่ยน3.สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่4.โรงเรียนวัดข่วงสิงห์5.สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์6.ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่7.กลุ่มจิตอาสา เหงี่ยง จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ในส่วนของสินค้าและบริการ เราได้มีการเพิ่มพื้นที่และเพิ่มสินค้า บริการ ที่ตอบโจทย์และมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยเราให้บริการครอบคลุม ในทุกมิติความสวยความหล่อ ไม่ว่าจะเป็นเวชกรรมผิวหนัง ความงาม ศูนย์เลเซอร์ผิวหนัง ศัลยกรรมความงาม รูปร่างและกระชับสัดส่วน เพิ่มทีมงานที่มีประสบการณ์ ทั้งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ ที่จะดูแลทุกท่านให้ดียิ่งขึ้น
  24. ควันหลงนัดชิงยูฟ่า ผู้ใหญ่บ้านแฟนหงส์แดง เปิดเพลง You'll never walk alone ออกเสียงตามสายยามเช้าตรู่ ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อคุณ "Eak Sarawut" ได้โพสต์คลิปที่ถ่ายตอนเช้าตรู่ภายในหมู่บ้าน ซึ่งเปิดเสียงตามสายฉลองลิเวอร์พูลได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนส์หลีก โดยผู้โพสต์ระบุว่า เด็ดจริง หงส์แดง..(by หลวงบอย) ซึ่งในคลิปจะได้ยินเสียงตามสาย ที่เปิดเพลง You'll never walk alone ซึ่งเป็นเพลงเชียร์ของสโมสรลิเวอร์พูล โดยผู้ถ่ายคลิปได้กล่าวว่า เวลาดังกล่าวเป็นช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 มิถุนายน 2562 เวลา 2 ชั่วโมงภายหลังที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก โดยคลิปนี้เกิดขึ้นที่ บ้านสะปุ๋งน้อย ป่าซาง จ.ลำพูน โดยคลิปดังกล่าวมีคนเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก สร้างสีสันของการเชียร์ฟุตบอลได้เป็นอย่างดี สำหรับนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก 2019 นั้น เป็นการพบกันระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ลิเวอร์พูล สองทีมจากเกาะอังกฤษ โดยลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 ได้ประตูจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในนาทีที่ 2 และ ดิว็อค โอริกิ ตัวสำรอง ในนาทีที่ 78 คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกสมัยที่ 6 ไปครอง
  25. (มีคลิป Video) เก๋งขับรถย้อนศร ขึ้นจากทางลอดแยกรวมโชค รถที่ขับมาตามทางเบรกกันแทบไม่ทัน หวิดเกิดอุบัติเหตุ วันที่ 4 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ได้โพสต์คลิปของรถเก๋งที่กำลังขับย้อนศรขึ้นมาจากทางลอดแยกรวมโชค โดยระบุว่า "มายังไง 4.40pm ณ แยกรวมโชค ป.ล.โชคดีไม่เกิดอุบัติเหต" โดยเหตุการณ์จากในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 62 ที่บริเวณทางลอดแยกรวมโชค โดยผู้โพสต์คลิปได้บันทึกภาพของรถคันหนึ่ง ขณะที่จอดรถติดไฟแดงบริเวณแยกรวมโชคอยู่ โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส ขณะกำลังขับรถย้อนศรขึ้นมาจากทางลอดแยกรวมโชค และขับขึ้นมาทางเลนขวา ซึ่งเป็นเลนที่รถใช้ความเร็วด้วย ซึ่งขณะที่ขับย้อนศรขึ้นมานั้น ก็มีรถวิ่งตามทางมาในเลนเดียวกัน ต้องเบรกรถขับหลบกันแทบไม่ทัน เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสาเหตุนั้นยังไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงขับรถย้อนศรขึ้นมาแบบนั้น สร้างความอันตรายให้กับผู้ช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก
×