Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

VIP
  • Content Count

    362
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

ผู้สื่อข่าว CM108 (3) last won the day on October 26

ผู้สื่อข่าว CM108 (3) had the most liked content!

About ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

  • Rank
    Advanced Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. จากประเด็นโซเชียลพบเหตุแก๊งรับถ่ายรูปนักท่องเที่ยวร่วมกับนกพิราบแล้วขอเงินค่าทิปบริเวณข่วงประตูท่าแพนั้น วันนี้สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ได้ส่งสายตรวจออกพื้นที่และจับกุมชาย 2 นาย ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวแล้วนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีพร้อมทั้งตรวจสารเสพติดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการนี้จึงเรียนแจ้งมายังประชาชนและนักท่องเที่ยวเพื่อทราบและปฏิบัติตามมาตรการคุมเข้มบริเวณลานประตูท่าแพห้ามขายและให้อาหารนกพิราบตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดกำลังออกตรวจและอธิบายให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจเกี่ยวกับมาตรการห้ามให้อาหารนกพิราบ และติดตั้งป้ายห้าม รวมทั้งประชาสัมพันธ์ในกลุ่มไกด์ชาวจีนด้วยอีกทางหนึ่ง. ทั้งนี้เพื่อดูแลสุขภาพอนามัยแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการลานประตูท่าแพที่อาจได้รับเชื้อราจากมูลนกพิราบ ซึ่งเสี่ยงต่อโรคปอดอักเสบ อนึ่ง ผู้ฝ่าฝืนให้อาหารนกพิราบจะมีโทษตามกฎหมาย 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 กรณีฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน3เดือนหรือปรับไม่เกิน 25,000บาท และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535. มีโทษปรับไม่เกิน 2,000บาท
  2. เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT นำทีมผู้บริหาร CAT และ ACASIA ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของอาเซียน ร่วมวิ่งเปิดรายการ “Tham Luang Cave Run 2018” 🔆โดย CAT และ ACASIA จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสามัคคีและความเสียสละจากเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิต ณ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านกิจกรรมทางโซเชียลมีเดียและมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดรายการวิ่งฯ เพื่อบูรณะและพัฒนากิจกรรมของวนอุทยานถ้ำหลวงฯ ในวันนี้เป็นการวิ่งเปิดรายการระยะทาง 4.7 กิโลเมตร ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่ โดยวิ่งพร้อมไปกับนักวิ่งในประเทศต่างๆ ของอาเซียนที่ร่วมกิจกรรม Virtual Run วิ่งได้ทุกที่ ทุกเวลา และสามารถวิ่งเก็บระยะทางเพื่อสะสมให้ครบ 10 กิโลเมตร โดยบันทึกระยะทางและส่งผลการวิ่ง ผ่านแอปฯ SOFEA Run แอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มที่กลุ่ม ACASIA พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองและส่งเสริมไลฟ์สไตล์ด้านการออกกำลังกายที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและการจัดกิจกรรมแข่งขันวิ่งทั่วไป โดยมุ่งพัฒนาและต่อยอดบริการที่จะมารองรับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของชาวอาเซียนอย่างไม่จำกัด😃 แอป SOFEARun download (iOS) : https://goo.gl/ZuP7Bv download (android): https://goo.gl/AJCGxj
  3. การจราจรบนเส้นทางหลักขึ้นสู่จุดสูงสุดแดนสยาม ถนนจอมทอง - อินทนนท์ ตั้งแต่ช่วงบริเวณ กม.ที่ 41-42 จุดชมวิว หน้ากิ่วแม่ปาน การจราจรค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว 3 วัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชม ควรวางแผนการเดินทาง ตรวจสภาพรถ ก่อนการเดินทางทุกครั้ง ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติดอยอินททนท์
  4. นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาทต่อคน เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 11.4 ล้านคน ในระหว่างวันที่ 8 – 10 ธันวาคม 2561 ซึ่งกรมบัญชีกลางจะแบ่งการจ่ายเงินตามเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ดังนี้ - วันที่ 8 ธันวาคม 2561 จะจ่ายให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 32 33 และ 34 มีจำนวน 4,080,325 ราย - วันที่ 9 ธันวาคม 2561 จะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 31 35 36 37 38 และ 39 มีจำนวน 4,230,491 ราย - วันที่ 10 ธันวาคม 2561 จะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่มีเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 1 2 4 5 และ 8 มีจำนวน 2,964,325 ราย สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้ส่งข้อมูลผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรกให้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินการผลิตบัตร จำนวน 3.04 ล้านใบ ซึ่งจะจัดส่งบัตรไปยังสำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 แห่งทั่วประเทศและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อไปยังผู้มีสิทธิ ได้รับบัตรฯ ผ่านทีมไทยนิยมยั่งยืน จนถึงระดับอำเภอ ตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และเมืองพัทยา ในส่วนภูมิภาค และระดับเขต แขวง ในกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิกลุ่มดังกล่าว โดยจะเริ่มแจกบัตรฯ ให้กับผู้มีสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2561 จนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2561 เพื่อจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยสิทธิในกระเป๋าวงเงิน ประกอบด้วย วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านธงฟ้าประชารัฐ 200 บาทต่อคนต่อเดือน (ผู้มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทต่อปี) และ 300 บาทต่อคนต่อเดือน (ผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่าโดยสารรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบบ e-ticket/รถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าโดยสารรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 500 บาทต่อคนต่อเดือน และค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน นอกจากนี้ ในวันที่ 5 มกราคม 2562 จะได้รับเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปี 500 บาทต่อคน เงินชดเชยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยใช้ข้อมูลจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ชำระราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายดังกล่าวจะนำมาประมวลผลเพื่อจ่ายเงินชดเชย 6% ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน (5% โอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) เพื่อใช้จ่ายต่อไป และ 1% โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิเพื่อการออม กำหนดจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) ซึ่งเป็นสิทธิเช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสิทธิ 11.4 ล้านคน ข้างต้น ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในรอบแรกและได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ หากผ่านการพิจารณาอุทธรณ์แล้วมีสิทธิได้รับบัตรฯ จะดำเนินการผลิตบัตรฯ และแจกให้แก่ผู้มีสิทธิอีกจำนวน 2 รอบ คือ ภายในเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งกรมบัญชีกลางจะยกยอดวงเงินสวัสดิการทุกประเภทให้ไปใช้ต่อได้อีก 1 เดือน และจะโอนเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาท ให้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวให้ความมั่นใจว่า กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงสนับสนุนให้นโยบายเรื่อง e-Payment ของรัฐบาลเกิดผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป ข้อมูล : กระทรวงการคลัง
  5. ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยภาคเหนือในช่วงวันที่ 8-12 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 13-14 ธ.ค. มีอากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  6. เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เปิดไฟต้นคริสต์มาสที่สูงที่สุดในภาคเหนือ “Christmas Tree Light Up Celebration” จับมือ ‘SMILEY’ เจ้าของไอคอน “รอยยิ้ม” ระดับโลก เนรมิต ‘Center of Life - Center of Happiness’ แลนด์มาร์กความสุขและเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ จัดงานเปิดไฟต้นคริสต์มาสอันยิ่งใหญ่ตระการตาประจำปี 2561 ในงาน “Christmas Tree Light Up Celebration” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เนรมิตลานหน้าศูนย์การค้าฯ และประดับประดาทั่วพื้นที่ศูนย์ให้เป็นดินแดน "Smiley" อีโมติคอนระดับโลก เนรมิต ‘Center of Life - Center of Happiness’ แลนด์มาร์กความสุขและเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พร้อมจัดแคมเปญทั้ง 32 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ พิเศษสุดด้วยการดึงเอาไอคอนนิคคาแรคเตอร์ระดับโลก ‘Smiley’ มาสร้างความสุขและรอยยิ้มเต็มรูปแบบทั่วประเทศครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมการประดับไฟสุดตระการตา และเทศกาลของขวัญอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์การค้าระดับโลก จัดเต็มกับโปรโมชั่นช้อปครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นทริปล่าแสงเหนือที่ฟินแลนด์, Huawei mate 20 และตั๋วเครื่องบินไป-กลับเส้นทางในประเทศจาก Bangkok Airways พร้อมของรางวัลอีกมากมาย จัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 – 7 มกราคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล และเซ็นทรัล ภูเก็ต ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก คุณสรรเสริญ ศีติสาร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณศิระ สันติตราน์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ , ศจ.ดร. เฮ็นรี่ เยียว ประธานสหกิจคริสเตียนจังหวัดเชียงใหม่ และ คุณภานุดา รัตนะ ผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมศิลปินรับเชิญสุดพิเศษ ออม ฝ้าย แนทเธอรีน ผักโขม รตา นิกี้ จาก #BNK48 ที่ขนทั้งความสุขสนุกสนานสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับทุกคน พร้อมกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกของ ‘Smiley’ มาสร้างความสุขและรอยยิ้มเต็มรูปแบบทั่วประเทศครั้งแรกในประเทศไทย โดยในปีนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ได้จัดงาน “Christmas Tree Light Up Celebration” เปิดไฟต้นคริสต์มาสหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 - 7 มกราคม 2562 สำหรับการตกแต่งศูนย์การค้าฯ เรียกได้ว่าจะสามารถสร้างบรรยากาศ แห่งความสุข หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย สมกับเป็น LANDMARK OF THE YEAR พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมจากพันธมิตรหลากหลายวงการเนรมิลากหลายวงการเนรมิตทั้งอีเวนต์โปรโมชั่น เพื่อเป็นการเชิญชวนลูกค้าและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาใช้บริการ ที่ถือเป็นแลนด์มาร์กของเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ของประเทศ ซึ่งนับเป็นซิกเนเจอร์ อีเวนต์ ระดับโลก พร้อมตื่นใจกับ “Smilely Tunnel อุโมงค์แสงแห่งรอยยิ้ม” ที่มีความยาวกว่า 55 เมตร เรียกได้ว่า เป็นอุโมงค์ไฟระยิบระยับ ที่ยาวที่สุด สวยที่สุดในภาคเหนือ
  7. คณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร โดยการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำน้ำยางพาราไปใช้สร้างถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ ทั่วประเทศจำนวน 75,032 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 กิโลเมตร รวมระยะทาง 75,032 กิโลเมตร - จะทำให้มีการดูดซับน้ำยางออกจากตลาดในปริมาณมาก และจะทำให้ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว -โดยแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การยางแห่งประเทศไทย -ดำเนินโครงการโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตามแผนปฏิบัติงานโครงการปรับปรุงถนนภายในหมู่บ้าน ให้เป็นถนนที่มีการนำยางพารามาเป็นส่วนผสม -เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของดินให้ดีขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางภายในประเทศ -การสร้างถนนดังกล่าวตามโครงการฯ จะใช้น้ำยางสดปริมาณ 1,440,614.4 ตัน หรือคิดเป็นน้ำยางข้น 720,320.2 ตัน คิดเป็นมูลค่าน้ำยางสดกว่า 1.6 หมื่นล้าน สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
  8. นศ.สาว มช. กระโดดแม่น้ำปิงดับ บริเวณสะพานนครพิงค์ หลังญาติติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา คาดเครียดเรื่องเรียนและปัญหาชีวิต เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2561 ร.ต.อ.มนต์ริสสา บุญก้ำ สารวัตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีเหตุคนกระโดดน้ำปิง บริเวณเชิงสะพานนครพิงค์ หลังจากที่รับการประสานจากทางญาติ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำเข้าตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงค้นหาร่างได้สำเร็จ ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวฉัตรอรุณ ขอดเรือนแก้ว อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจากการสอบถามจากทางญาติของผู้เสียชีวิตทราบว่า ได้มีคนพบกระเป๋าเป้ พร้อมกับรองเท้าแตะ วางไว้อยู่ตรงท่าน้ำริมแม่น้ำปิง เชิงสะพานนครพิงค์ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อทางญาติจากเอกสารที่พบในกระเป๋า โดยทางญาติได้พยายามติดต่อกับผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยทางญาติได้ขอทางหอพักที่ผู้เสียชีวิตพักอยู่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าผู้เสียชีวิตได้ออกจากหอไปพักไปตอนประมาณ 19.45 น. ของเมื่อวานนี้ จึงได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ จนพบร่างของผู้เสียชีวิต โดยในห้องพักของผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่ได้พบจดหมายลาตายอยู่ในห้องพักด้วย เบื้องต้นจากการสอบถามทางญาติ คาดว่าสาเหตุเกิดจากปัญหาการเรียนและปัญหาชีวิต โดยทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิต ส่งไปยังภาควิชานิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อทำการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนติดตต่อญาติให้มารับร่างผู้เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
  9. สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย จัดสัมมนาสัญจร “มองต่างมุม มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นําร่องเมืองท่องเที่ยวเชียงใหม่ หวังการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจนและเป็นธรรม วันที่ 6 ธันวาคม 2561 - สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หรือ TABBA จัดกิจกรรม สัมมนาสัญจร ณ จังหวัดเชียงใหม่ พบปะผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและมาตรการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจร่วมกัน และสามารถนําไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจน และมีประสิทธิภาพ นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย หรือ TABBA กล่าวว่า “กิจกรรมสัมมนาสัญจรในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความเห็นหรือประสบการณ์ที่ เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แล้วนํามาปรึกษาหารือกันเพื่อเรียนรู้ เข้าใจกฎหมายที่มีอยู่ และสามารถนําไปปฏิบัติได้ จริง โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สมาคมฯ จัดขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเลือกจังหวัดเชียงใหม่นําร่อง เป็นที่แรก เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สําคัญของประเทศ และมิอาจปฏิเสธได้ว่าการดื่มและซื้อขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลรื่นเริงที่กําลังจะมาถึงนั้นมี ความสําคัญต่อการดําเนินธุรกิจในพื้นที่และบรรยากาศของการท่องเที่ยว ในส่วนของเนื้อหาที่นํามาแลกเปลี่ยนเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อาทิ มาตรา 32 การโฆษณา ซึ่งยังมีความคลุมเครือในบางประเด็น และพึ่งพิงการใช้ดุลยพินิจของเจ้า พนักงานมากเกินไป จึงขาดแนวทางในการปฏิบัติที่แน่นอน ทั้งยังเอื้อให้เกิดผลประโยชน์ที่อาจสร้าง แรงจูงใจทางอ้อมให้เกิดการตีความอย่างไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากเงินสินบนรางวัล ในขณะเดียวกันภาค ประชาชนได้ให้ความเห็นว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวมีเนื้อหารสาระที่ดี แต่ขาดความชัดเจนในการปฏิบัติให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน สร้างความสับสนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ และส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อภาค ธุรกิจและท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังมีความเห็นที่จะให้เกิดความยุติในประเด็นความขัดแย้งของการตีความตาม กฎหมาย ก็ควรที่จะได้มีองค์กรกฎหมายคนกลางมาให้แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการโฆษณา เช่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาความคลุมเครือและไม่ชัดเจนได้ นอกจากนี้ สมาคมฯ มองว่าการพิจารณาเวลาการขายที่เหมาะสมโดยไม่เป็นอุปสรรคสําหรับเมืองท่องเที่ยวในบางพื้นที่ อาทิ เชียงใหม่ ภายใต้การควบคุมและความร่วมมือจากผู้ประกอบธุรกิจที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เป็นธรรมและ ชัดเจน จะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างการเติบโตของภาคธุรกิจอีกด้วย” นายแพทย์วรพงษ์ สําราญทิวาวัลย์ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ร่วมให้ ความเห็นในการสัมมนาครั้งนี้ว่า “แอลกอฮอล์ถือเป็นอาหารอย่างหนึ่ง ซึ่งอยู่กับสังคมมานาน จะกําจัด ออกไปจากสังคม 100% คงเป็นไปได้ยาก การทําให้คนในสังคมมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องผลกระทบจากการ ดื่มหากเลือกที่จะดื่ม หรือเมื่อไรที่ไม่ควรดื่มเลยนั้น เชื่อว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก ในการลดจํานวนการดื่มอย่างเป็นอันตราย ซึ่งหมายถึงเรา แล้วขับ เยาวชนดื่มก่อนวัยอันควร ที่ร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ. 2568” และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดปัญหาที่เกิดขึ้นอย่า ประเด็น รวมถึงไม่สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการร้านค้า ภาครัฐจึงควรรับฟังความคิดเห็น ประชาชน เพื่อสร้างมาตรฐานและความเข้าใจร่วมกัน และส่งเสริมให้เกิดการบังคับใช้ก กับสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงควรรับฟังความคิดเห็นของภาคธุรกิจและ มให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้อง สมาคมฯ จัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจและมาตร ผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายที่มีอยู่ และมีความรับผิดชอบในการ นอกจากนี้ สมาคมฯ อยากขอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาปพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ให้มีความชัดเจน ทันส สอดคล้องกับหลักสากล พร้อมทั้งร่วมกันแสวงหาความกระจ่างชัดในการตีความ ของกฎหมาย และขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม อย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับโทษของการดื่มอย่างเป็นอันตราย ที่จะช่วยควบคุมเครื่อง ครอบคลุมต่อไป” นายธนากร กล่าวสรุป
  10. ส่งท้ายปี 2561 กับสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลมอบเป็นของขวัญแก่ประชาชนชาวไทย กับมาตรการยกเว้นภาษีเพื่อส่งเสริมการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ หรือ "ช้อปช่วยชาติ" ซึ่งกำหนดให้ผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้อสินค้าไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ ดังนี้ -สินค้าประเภทยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ และยางล้อรถจักรยาน จะต้องไม่ผ่านการใช้งานมาก่อนและไม่รวมถึงค่าบริการอื่น ๆ -หนังสือ รวมถึงหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แต่ไม่รวมถึงนิตยสารและหนังสือพิมพ์ -สินค้าจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน สินค้าและบริการที่ไม่ได้รับสิทธิลดหย่อน -สินค้าอื่นๆ นอกเหนือจาก ยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ หนังสือ (รวมถึง e-book) และสินค้า OTOP ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ หลักฐานที่ต้องใช้ -ซื้อยางรถ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ระบุข้อมูลผู้ขาย และข้อมูลของคุณ รวมถึงวันที่ รายการและจำนวนเงินด้วย และคูปองการยางแห่งประเทศไทยที่แถมมากับยางรถ (ยาง 1 เส้น ได้คูปอง 1 ใบ) -ซื้อหนังสือ (รวมถึง e-book) ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป/ใบเสร็จรับเงินที่ระบุข้อมูลผู้ขาย และข้อมูลของคุณ รวมถึงวันที่ รายการและจำนวนเงินด้วย -ซื้อสินค้า OTOP ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป/ใบเสร็จรับเงินที่ระบุข้อมูลผู้ขาย และข้อมูลของคุณ รวมถึงวันที่ รายการและจำนวนเงินด้วย ค่าซื้อสินค้าตามข้างต้น สามารถนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยเป็นค่าซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2562 ที่มา : Insight ครม.
  11. ครั้งแรกของโลกที่เลี้ยงไก่ด้วยข้าวกล้อง เปิดสูตรลับมัดใจสามี แถมเอาใจลูกๆอย่างไรให้อยู่หมัด กับคุณแม่ลูกสี่ “พลอย ชิดจันทร์” ที่ควงเชฟแบล็ก “ภานุภน บุลสุวรรณ” เจ้าของร้านแบล็คคิช อาทิซาน คิชเช่น (Blackitch Artisan Kitchen) ย่านนิมมานซอย 7 มาโชว์เสน่ห์ปลายจวักด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากไก่ Benja Chicken ครั้งแรกของโลก ที่เลี้ยงไก่ด้วยข้าวกล้อง ที่มีความหอม นุ่ม ฉ่ำ มากกว่าไก่ทั่วไป ทั้งยังปลอดสาร ปลอดภัย ไม่ใช้ฮอร์โมน และยาปฎิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู ผ่านการรับรองมาตรฐานโดย NSF ณ ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขามีโชค พลอย ชิดจันทร์ กล่าวว่า “ด้วยความที่เป็นคุณแม่ลูก 4 น้องชิโน่ , ชิลี , ชีตาร์ , และ ชิลิน พลอยจึงให้ความสำคัญกับการปรุงอาหารให้เหมาะสมตามวัยของแต่ละคน เคล็ดลับสำคัญคือความเอาใจใส่ ในการเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน สำหรับวัตถุดิบจากเนื้อไก่ พลอยมั่นใจ Benja Chicken เพราะเป็นไก่ ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ 100 % มีความหอม นุ่ม ฉ่ำ มากกว่าไก่ทั่วไปถึง 50 % ปลอดสาร ปลอดภัย ไมใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตและยาปฎิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู Benja Chicken จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของพลอยในการดูแลอาหารให้ลูกๆ คะ” ด้าน เชฟแบล็ก เชฟหนุ่มที่ฮอตมากที่สุดคนหนึ่งในเชียงใหม่ เสริมว่า “เมนูที่ปรุงจากวัตถุดิบไก่ เป็นเมนูหนึ่งที่ทำยาก เนื่องจากเท็กเจอร์ของไก่โดยทั่วไปจะมีความแข็งกระด้าง แตกต่างจากไก่ของ Benja Chicken ที่ผมได้ทดลองแล้วพบว่า มีทั้งความหอม นุ่ม และฉ่ำ มากกว่าไก่ทั่วไป จึงสามารถใช้ ความคิดสร้างสรรค์ดัดแปลงให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่อร่อยจากวัตถุดิบคุณภาพ ที่สะท้อนรสชาติความอร่อย ของเมนูอาหารได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะ ต้ม ผัด ทอด หรือย่าง เรียกได้ว่าเป็นไก่ระดับซูปเปอร์พรีเมียม หรือจะพูดว่าเป็น Wagyu of Chicken ก็ว่าได้” ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม นี้ ชาวเชียงใหม่พบกันได้ที่ ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขามีโชค กับกิจกรรมสุดพิเศษจาก “เบญจา ชิกเก้น” เพียงถ่ายภาพคู่กับบูทกิจกรรมหรือแพ็คสินค้า แล้วโพสต์และแชร์ ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมากมาย โปรโมชั่นพิเศษ...สำหรับงานนี้ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Benja Chicken 4 แพ็ค ฟรี !! ทันที กระเป๋าเก็บความเย็น หรือซื้อ 8 แพ็ค ฟรี !! กระเป๋า shopping bag ผ้าแคนวาสใบใหญ่ (ด่วน..ของมีจำนวนจำกัด) ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “เบญจา ชิกเก้น” ที่ www.Benjachicken.com
  12. "วันดินโลก (World Soil Day)" คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลก 60,000 คน จะเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี ซึ่งนักปฐพีวิทยาของไทยทุกคนภาคภูมิใจ เนื่องจากวงการปฐพีวิทยานานาชาติ มีฉันทานุมัติเลือกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันดินโลก และนักปฐพีวิทยาของไทยมีส่วนร่วมในการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 .....การเกิดขึ้นของ "วันดินโลก (World Soil Day)" มีความเกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Science : IUSS) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) จึงควรบันทึกจุดเริ่มต้นและความเป็นมาของ "วันดินโลก" เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับทราบอย่างถูกต้อง แนวความคิดของการจัดตั้งวันดินโลก .....เริ่มต้นจากที่มีการประชุมวิทยาศาสตร์ทางดินของโลก ครั้งที่ 17 ณ กรุงเทพมหานคร ในปี 2545 มีนักวิทยาศาสตร์ทางดินจากทั่วโลกมาร่วมประชุม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรดิน รวมถึงการจัดตั้งโครงการพระราชดำริในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ .....ซึ่งนิทรรศการดังกล่าว ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมประจักษ์ถึงพระวิสัยทัศน์ในการบริหารทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน โดยทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรดิน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์ทางดิน และผลสำเร็จจากการบริหารจัดการดินอย่างต่อเนื่องของพระองค์ เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ .....ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการหารือเรื่องการจัดตั้ง "วันดินโลก" โดยที่ประชุมคณะกรรมการสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ มีมติให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันดินโลก เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ โดยใช้วันนี้เป็นวันรณรงค์ให้ชาวโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินที่มีต่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติและสภาพแวดล้อม และความจำเป็นต้องมีการจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างยั่งยืน การขอพระบรมราชานุญาต ให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก .....เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 คณะผู้บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพรบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรมแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกราบบังคมทูลเชิญให้ดำรงตำแหน่ง A life membership และยังได้กราบทูลขอพระบรมราชานุญาต ให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป้นวันดินโลก การประกาศรับรองวันดินโลก โดยสหประชาชาติ .....องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประกาศสนับสนุนให้มีการจัดตั้งวันดินโลก โดยนำข้อเสนอเข้าบรรจุในวาระการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ประจำปี 2556 ซึ่งสหประชาชาติได้ประกาศรับรองอย่างเป้นทางการให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก และปี 2558 เป็น "ปีดินสากล (International Year of Soils 2015)" ในวันที่ 20 ธันวาคม 2556 .....ดังนั้น ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นอกจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้วนั้น ยังถือว่าเป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการในระดับสากลครั้งแรกอีกด้วย ประเทศไทย โดยกรมพัฒนาที่ดินจึงมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่มา : กรมที่ดิน
  13. เทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา ร่วมกับองค์กรชุมชนตำบลหนองตอง เตรียมจัดการวิ่งการกุศลในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 ผู้สนใจสมัครด่วน! เมื่อวันที่ผ่านมา สิบเอกกรณ์ยุทธ์ คำออน ปลัดเทศบาลฯ ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองตองพัฒนา อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดโครงการ "วิ่งการกุศล หนองตองมินิมาราธอน 2019 (Nongtong Minimarathon 2019)" ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหางดง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายธฤษณุ ฉัตรกมลวรกิจ หัวหน้าสำนักปลัดฯ เลขานุการคณะกรรมการดำเนินงาน นายพงศ์ภัทร์ เตียววิทวัส ประธานสภาเทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา และนางรัตนากรณ์ แสนบรรหาร รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมฯ ร่วมการแถลงข่าว นายธฤษณุ ฉัตรกมลวรกิจ หัวหน้าสำนักปลัดฯ เลขานุการคณะกรรมการดำเนินงาน เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา ร่วมกับองค์กรชุมชนตำบลหนองตอง เตรียมจัดการวิ่งการกุศลดังกล่าวในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลแพทย์ทางเลือกตำบลหนองตองและมอบให้กับชมรมกีฬาตำบลหนองตองเพื่อนำไปพัฒนานักกีฬาในตำบล ทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กร ชุมชนต่างๆ ในท้องถิ่น คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมวิ่งประมาณ 2,000 คน สำหรับกำหนดการต่างๆ มีดังนี้ วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 13.00-19.00 น. รับเบอร์ติดหน้าอกพร้อมเสื้อวิ่ง ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา , วันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 เวลา 10.00-19.00 น. รับเบอร์ติดหน้าอกพร้อมเสื้อวิ่ง ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา , วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 เวลา 04.30-05.45 น. นักวิ่งเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการแข่งขัน เวลา 05.45-05.55 น. นักวิ่งเข้าเช็คอินที่จุดสตาร์ท เวลา 05.55-06.00 น. ประธานกล่าวเปิดงานพร้อมปล่อยตัวนักกีฬาวิ่ง ในส่วนของอัตราค่าสมัคร รุ่น วีไอพี 1,000 บาท จะได้รับเหรียญที่ระลึก เสื้อ และโล่รางวัล สำหรับรุ่นบุคคลทั่วไปทั้งระยะทาง 10 KM และ 5 KM ท่านละ 350 บาท จะได้รับเสื้อและเหรียญที่ระลึกทุกท่าน การแบ่งรุ่น แบ่งเป็นประเภท ชาย รุ่นอายุไม่เกิน 19 , 20-24 , 25-29 , 30-34 , 35-39 , 40-44 , 45-49 , 50-54 , 55-59 , 60-64 และ 65 ปี ขึ้นไป ประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 19 , 20-24 , 25-29 , 30-34 , 35-39 , 40-44 , 45-49 , 50-54 และ 55 ปี ขึ้นไป Fun Run รุ่นประชาชนทั่วไป อันดับ 1-3 ชาย-หญิง และรุ่น วีไอพี กติกาในการแข่งขัน ใช้กติกาของ IAAF การตัดสินของผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันถือเป็นเด็ดขาด การประท้วงกระทำได้ภายใน 30 นาที หลังการเข้าเส้นชัยพร้อมวางเงิน 1,000 บาท ถ้าประท้วงไม่ได้ผลจะไม่ได้รับเงินคืน ผู้สมัครเข้าแข่งขันจะต้องสมัครให้ตรงตามประเภท/กลุ่มอายุ (พ.ศ.2561 ลบด้วย พ.ศ.เกิด) รางวัลที่นักวิ่งจะได้รับ 1.ผู้วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกของทั้งหมดประเภทชาย-หญิง จะได้รับถ้วยรางวัล Over All (จะไม่ได้รับถ้วยรางวัลในรุ่นของตัวเอง) 2.ผู้ที่วิ่งเข้าเส้นชัยระยะ 10 KM อันดับที่ 1-5 ของแต่ละกลุ่มอายุจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ 3.ผู้เข้าเส้นชัยระยะ 5 KM อันดับ 1-3 ของทั้งหมดจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ 4.ผู้สมัครวีไอพี ได้รับเหรียญที่ระลึก เสื้อ และโล่รางวัล 5.รางวัลแฟนซีอันดับ 1-3 ผู้ที่วิ่งเข้าเส้นชัยทุกท่านจะได้รับเหรียญที่ระลึก สำหรับเส้นทางการวิ่งแบ่งเป็น 1.เส้นทางมินิมาราธอน วิ่งจากสนามกีฬากลางเทศบาล วิ่งไปยังถนนสันป่าตอง-ลำพูน เลี้ยวซ้ายวิ่งไปบนถนนสันป่าตอง-ลำพูน เลี้ยวซ้ายตรงหัวสะพานศรีวิชัย วิ่งตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย วิ่งไปยังบ้านป่าแก ตรงไปยังบ้านล้องปู่หม่น เขตเทศบาลสันทรายมหาวงศ์ วิ่งตรงไปเลี้ยวซ้ายตรงสะพานบ้านล้องปู่หม่น วิ่งตรงไปถนนสันป่าตอง-ลำพูน แล้วเลี้ยวขวาวิ่งกลับทางเดิม 2.เส้นทางวิ่งฟันรัน วิ่งไปยังถนนสันป่าตอง-ลำพูน เลี้ยวซ้ายวิ่งไปบนถนนสันป่าตอง-ลำพูน วิ่งตรงไปยังบ้านสบร้อง ขึ้นถนนเลียบน้ำปิง วิ่งตรงไปยังบ้านเกาะแล้วเลี้ยวซ้าย วิ่งตรงไปถนนสันป่าตอง-ลำพูน แล้วเลี้ยวขวา วิ่งกลับทางเดิม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าว โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook fanpage : หนองตอง มินิมาราธอนครับ
  14. จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญตักบาตร และถวายพานพุ่มราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ วันนี้ (5 ธ.ค. 61) เวลา 07.00 น. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยนำเหล่าข้าราชการ อัยการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชนชาวเชียงใหม่ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล และร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 50 รูป จากนั้นในเวลา 09.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และกล่าวคำถวายราชสดุดี พร้อมทั้งนำเหล่าข้าราชการ อัยการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษ์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้ พสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ได้พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกทั้งจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในการดำรงชีวิตของตนต่อไป นฤมล วรรณพริ้ง / ส.ปชส.เชียงใหม่
  15. จากกรณีที่มีการขาย “ยาอัลปราโซแลม” หรือ “ยาเสียสาว” ผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ให้แก่กลุ่มวัยรุ่นใช้ผสมน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อความมึนเมา ส่งผลให้เกิดอาการสะลึมสะลือมึนงง ซึ่งปัจจุบันพบว่านำมาใช้ประกอบอาชญากรรมในรูปแบบของการมอมยา รูดทรัพย์ หรือล่วงละเมิดทางเพศ ตามสถานเริงรมย์ต่างๆ บางรายถึงกับเสียชีวิต ขณะเดียวก็มีคดีการจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาตัวนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การใช้ยาดังกล่าวมีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยข้อเท็จจริง อัลปราโซแลม (Alprazolam) เป็นยาในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีน (Benzodiazepine) มีชื่อทางการค้าหลายชื่อ เช่น โซแลม (Zolam) หรือ ซาแน็ก (Xanax) ใช้รักษาอาการในกลุ่มโรควิตกกังวล และตื่นตระหนก รวมไปถึงภาวะนอนไม่หลับ คลายกล้ามเนื้อ ระงับอาการชัก ภาวะซึมเศร้า ติดสุราเรื้อรัง ในประเทศไทยยาอัลปราโซแลม จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 ซึ่งไม่อนุญาตให้จำหน่ายได้ในร้านขายยาทั่วไป ต้องได้รับการจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากมีฤทธิ์ต่อจิตและระบบประสาทส่วนกลางในสมอง ปัจจุบันมีการค้าและการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ในกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง ใช้ผสมกับน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อดื่มเข้าไปจะ ทำให้มึนเมา สะลึมสะลือ ระหว่างที่ยาออกฤทธิ์ก็จะสูญเสียความทรงจำชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีอาจอยู่ในสภาพถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือเกิดอาชญากรรมอย่างอื่น การใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ หากหยุดใช้ยาในทันที อาจทำให้เกิดอาการขาดยา วิตกกังวล เป็นโรคจิต และอาจถึงกับชักได้ แม้จะเป็นยาที่ถูกควบคุมแต่ปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบจำหน่าย เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง โดยบทกำหนดโทษสำหรับผู้ผลิต นำเข้า หรือส่งออก ต้องโทษจําคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี และปรับ ตั้งแต่ 500,000 - 2,000,000 บาท สำหรับผู้ขาย ต้องโทษจําคุกตั้งแต่ 7 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 700,000 - 2,000,000 บาท สำหรับผู้มีไว้ ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ ต้องโทษจําคุกตั้งแต่ 1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และสำหรับ ผู้เสพ ต้องโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. ตระหนักถึงความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน จึงขอให้ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ เฝ้าระวังการซื้อยาผ่านทางเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ตักเตือนหากพบพฤติกรรมที่จะนำไปสู่อันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้ และขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ประกอบการสถานบันเทิงต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสอดส่องดูแล โดยเน้นหนักในกลุ่มนักท่องเที่ยว ไม่ให้มีการมั่วสุมใช้สารเสพติด รวมถึงควบคุมอย่างเข้มงวดที่จะไม่ให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ และที่สำคัญหากพบเห็นผู้กระทำความผิด ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือ ขาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง”
×