Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

VIP
  • Content Count

    1,284
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    2

ผู้สื่อข่าว CM108 (3) last won the day on March 31

ผู้สื่อข่าว CM108 (3) had the most liked content!

About ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

  • Rank
    Advanced Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. ด่วน !! รับสมัคร พนักงานรับรถลานประเสริฐแลนด์จำนวนมาก -ขอเป็น ผู้ชาย ไม่เรื่องมาก ขยัน ซื่อสัตย์ รักในงานบริการ -เงินเดือน 9,000 ต่อเดือน ทริปแยกต่างหากแล้วแต่ ลูกค้าจะให้เราเอง -เข้างาน 19.00-03.00 น. สมัครด้วยตนเองได้ที่ลานประเสริฐแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 10-13 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมไปคุยที่สมัครได้ ติดต่อเบอร์ 087-3011253
  2. ตำนานปู่แสะย่าแสะ และประเพณีเลี้ยงดง ตำนานเชียงใหม่ปางเดิม ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บันทึกความเป็นมาของพิธีเลี้ยงดงเอาไว้ว่า ในอดีตย่านนี้เป็นบ้านเมืองของชาวลัวะ ชื่อว่า “บุรพนคร” ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงและดอยอ้อยช้าง (อุจฉุคีรี) อยู่มาวันหนึ่งชาวเมืองได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์พ่อแม่ลูก 3 ตน ที่มาจับชาวเมืองไปกินทุกวัน จนชาวเมืองต้องพากันอพยพหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ตำนานบอกต่อว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับรู้ด้วยพระสัมมาสัมโพธิญาณ เห็นความเดือดร้อนของชาวเมืองบุรพนคร พระองค์พร้อมด้วยเหล่าสาวกจึงเสด็จมาประทับที่ดอยใต้ ได้มีชาวลัวะ 4 คน เข้าเฝ้าด้วยความเลื่อมใสถวายอาหารที่นำติดตัวมาพระองค์ทรงอนุโมทนาและแสดงธรรมโปรดจนชาวลัวะทั้งสี่เห็นธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ได้มีพุทธทำนายว่า ในภายภาคหน้า เมืองของชาวลัวะแห่งนี้จะได้ชื่อว่า “เมืองชีใหม่” (ต่อมาเพี้ยนเป็นเชียงใหม่) โดยเรียกตามเหตุการณ์ที่ชาวลัวะบวชใหม่ (ในอดีตเรียกพระว่าชี) จากนั้นพระพุทธเจ้าได้สนทนากับพระลัวะทั้ง 4 รูป จนรับรู้ความเดือดร้อนของชาวเมืองโดยตลอด รับสั่งให้พระอานนท์ไปตามยักษ์ทั้ง 3 ตนมาพบ ทรงแสดงอภินิหารให้เห็นและแสดงธรรมให้ฟังจนเกิดความเลื่อมใส ยักษ์ทั้งสามจึงได้สมาทานศีลห้าด้วยความปีติ ต่อมายักษ์นึกขึ้นได้ว่า ตนเองเป็นยักษ์จำเป็นต้องกินเนื้อเป็นอาหาร จึงต่อรองขอกินสัตว์หูยาวแทนมนุษย์ ยักษ์ทูลขอกินควายวันละตัว พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต ยักษ์จึงทูลขอกินควายเดือนละตัว พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุญาต ที่สุดยักษ์จึงทูลขอกินควายปีละตัว พระพุทธองค์ไม่ตอบ ยักษ์จึงขอกับเจ้าเมือง เจ้าเมืองตกลงให้กินปีละตัว โดยยักษ์ปู่แสะขอกินควายเผือกเขาคำ ส่วนยักษ์ย่าแสะขอกินควายดำกลีบเผิ้ง ลักษณะเป็นควายรุ่น เขาเสมอหู กีบเท้าสีน้ำผึ้ง ที่ยังไม่เคยลงไถคราดดิน นำมาชำแหละเอาเครื่องในออก ทั้งเนื้อ หนัง และหัวที่มีพร้อมเขาแผ่นอนไว้กลางลาน โดยตั้งข้อแม้ว่า ยักษ์ต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ครบ 5,000 ปี ตลอดจนปกปักรักษาชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข พระพุทธเจ้าได้มอบหมายให้ยักษ์สองผัวเมียดูแลรักษาดอยคำและดอยอ้อยช้าง ส่วนลูกยักษ์ได้บวชเป็นพระภิกษุ ต่อมาลาสิกขาออกมาถือเพศเป็นฤๅษี มีนามว่า “สุเทพฤๅษี” ส่วนดอยอ้อยช้าง หรือดอยเหนือ ต่อมาเรียกว่าดอยสุเทพ ตามชื่อฤๅษีสุเทพซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ที่ถ้ำฤๅษีหลังดอยสุเทพ (ปัจจุบันปรากฏร่องรอยของบ่อน้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อฤๅษี) จากตำนานดังกล่าวข้างต้น ได้สืบทอดความเชื่อมาจวบจนปัจจุบัน ภายหลังปู่แสะย่าแสะเสียชีวิตแล้ว ชาวบ้านชาวเมืองยังคงเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ และต้องการให้วิญญาณปู่แสะย่าแสะช่วยรักษาพระศาสนาและปกป้องคุ้มครองชาว เมือง จึงจัดให้มีพิธีเซ่นสรวงเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (เป็งเดือนเก้า) ตำนานพื้นเมืองเชื่อกันว่า ปู่แสะย่าแสะเป็นบรรพชนของชาวลัวะ ซึ่งส่วนหนึ่งได้สืบเชื้อสายมาเป็นชาวเชียงใหม่ในปัจจุบัน มีหน้าที่ดูแลรักษาเมืองเชียงใหม่ ดังนั้น เจ้าเมือง เสนาอำมาตย์ และราษฎร จะต้องร่วมกันทำพิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะ โดยเชื่อกันว่า หากไม่ทำพิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะ บ้านเมืองจะเกิดภัยพิบัติ ดังในสมัยพระเจ้าเมกุฏิ เจ้าเมืองเชียงใหม่ บ้านเมืองเดือดร้อนทุกข์เข็ญอย่างสาหัส ชาวบ้านโจษจันว่า เป็นเพราะพระเจ้าเมกุฏิสั่งห้ามชาวบ้านชาวเมืองทำพิธีเซ่นสรวงปู่แสะย่าแสะ เป็นเหตุให้เมืองเชียงใหม่ต้องเสียเอกราช ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า (เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์นี้ถูกจับไปเป็นองค์ประกันที่พม่า ภายหลังสิ้นพระชนม์ได้กลายเป็นแนต [nat] ที่ชาวพม่าให้ความเคารพศรัทธามากตนหนึ่ง) ต่อมาในสมัยของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย ได้มีการฟื้นฟูพิธีกรรมเลี้ยงดงหรือพิธีบวงสรวงปู่แสะย่าแสะขึ้นอีกครั้ง และปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะทำสืบต่อกันมาจนถึง พ.ศ. 2480 ทางราชการได้สั่งห้ามจัดพิธี (กรณีนี้คล้ายกับที่ได้มีการห้ามจัดพิธีรำผีมอญที่พระประแดงในยุคหนึ่ง เพราะทางการเกรงว่าการทำนายทายทักในทางร้ายของร่างทรงหรือผู้อำนวยพิธีจะทำ ให้ชาวบ้านชาวเมืองตื่นกลัว) จนถึงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา จึงได้รับการรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งแต่ให้ทำพิธีทางทิศตะวันออกบริเวณเชิงดอย คำ โดยมีชาวบ้านเชิงดอยสุเทพและบ้านแม่เหียะเป็นผู้ทำพิธี ซึ่งข้อกำหนดอย่างหนึ่งของการเป็นร่างทรง (ม้าขี่) ก็คือ บุคคลหนึ่งห้ามเป็นร่างทรงติดต่อกันเกิน ๓ ปี โดยรอบบริเวณลานพิธีเลี้ยงดงเป็นป่าสมบูรณ์ ล้วนแต่ไม้ขนาดใหญ่ เช้านั้นฝนโปรยปรายลงมาแต่เช้า ยอดหญ้าฉ่ำน้ำ ผืนดินนุ่มไร้ฝุ่น ท้องฟ้าครึ้มด้วยเมฆขาวหม่น บรรยากาศขรึมขลังชวนศรัทธา สิ่งที่ดูจะขัดแย้งกับบรรยากาศก็คือ เสียงล้อรถเสียดสีกับถนนและแตรรถกลบเสียงวงฆ้องกลอง (ปี่พาทย์) รถนานาชนิดจอดเรียงรายยาวเหยียด รวมทั้งรถตู้นักท่องเที่ยวหลากสัญชาติ เมื่อถึงปากทางมองเห็นผาม (ปะรำพิธี) แต่ไกลกลางลานโล่ง สองรายทางเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยอาหารเครื่องดื่ม (รวมทั้งเหล้าสี เหล้าขาว และเหล้าตอง แต่ปีหลังจากนี้คงจะไม่มี ภายหลังหน่วยงานส่งเสริมสุขภาพได้เข้าไปสนับสนุนกิจกรรมชาวบ้าน และอาจจะรวมไปถึงการนำควายมาต้มก่อนเซ่นสรวง) ด้านขวาเกือบสุดทางเดินก่อนถึงผาม เป็นอาสน์สงฆ์ ด้านซ้ายเป็นเต๊นท์กองอำนวยการ มีเสียงประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงและผลงานของนักการเมืองท้องถิ่น และโฆษณาขายผืนผ้าพระบฏจำลอง ขณะที่ผมเดินทางไปถึงนั้น ผ้าพระบฏ (ภาพเขียนพระพุทธเจ้า) ถูกนำออกจากหีบพระบฏ ขึงโยงไว้กับยอดไม้สูงเหนือหัวแล้ว ต่อจากนั้นพิธีกรรมก็เริ่มขึ้น ร่างทรงปู่แสะย่าแสะขึ้นไปบนผาม เปลี่ยนชุดตามแบบโบราณ เน้นผ้านุ่งผ้าห่มสีแดง ทำพิธีเซ่นสรวงเชิญวิญญาณปู่แสะย่าแสะเข้าร่าง รับหมากใส่ปากเคี้ยว สูบบุหรี่มอญมวนใหญ่ กระโจนลงจากผาม มุ่งตรงไปยังซากควายกลางลานพิธี เกลือกร่างไปบนซากแล้วขึ้นขี่หลัง ฉีกเนื้อควายใส่ปาก มือวักเลือดในภาชนะขึ้นดื่ม หิ้วเนื้อควายติดตัวไปบางส่วน เดินตรวจตราศาลบูชาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่โดยรอบลานพิธี ทั้ง 12 ศาล ตามจำนวนปู่แสะย่าแสะ ลูก หลาน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ภายในศาลวางกระทงใบตองตึงบรรจุเครื่องเซ่นนานาชนิด หลังปู่แสะย่าแสะรับเครื่องเซ่นแล้วครู่ใหญ่ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ ภาพพระบฏแกว่งไกว ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นปาฏิหาริย์ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปี โดยไม่มีลมพัดต้องแม้แต่น้อย ภาพพระบฏที่แกว่งไปมาทำให้ร่างทรงปู่แสะย่าแสะต้องรีบกลับเข้าผาม เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดสีขาว เข้าไปไหว้สาพระบฏ อันเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของพระพุทธเจ้า จากนั้นปู่แสะย่าแสะก็จะเดินเยี่ยมเยียนชาวบ้าน มีการเข้าทรง “เจ้านาย” เพื่อพยากรณ์ความเป็นอยู่และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง การบอกกล่าวฝากฝังนักการเมืองและผู้นำชุมชนให้บำรุงรักษาป่าไม้ ไม่ให้ใครบุกรุกทำลาย สาปแช่งคนบุกรุกให้มีอันเป็นไป (โชคดีที่ป่าผืนนั้นอยู่ในเขตทหาร คำสาปแช่งของปู่แสะย่าแสะจึงยังคงความศักดิ์สิทธิ์) ให้ชาวบ้านสามัคคีช่วยกันแก้ไขปัญหา นอกจากตำนานจะกล่าวอ้างถึงชาวลัวะ ชนพื้นเมืองของเชียงใหม่แล้ว ยังเป็นการผสานความเชื่อเรื่องผีที่มีมาแต่เดิม ผนวกเข้ากับความเชื่อทางพุทธศาสนาที่เข้ามาภายหลัง ให้ดำเนินคู่กันไปอย่างกลมกลืน เหตุผลสำคัญที่การเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะที่ดอยคำของชาวแม่เหียะ ยังคงดำรงอยู่ได้ก็เพราะ ในอดีต แม่เหียะนับเป็นชนบทที่อยู่ห่างตัวเมืองเชียงใหม่ (แม่เหียอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร) หลังการสิ้นสุดอำนาจเจ้าเมือง อำนาจส่วนกลางก็มิได้เข้ามาก้าวก่ายหรือมีผลมากนักต่อท้องถิ่นที่อยู่ นอกเขตเมือง ปู่แสะย่าแสะยังคงได้รับการบูชาเซ่นสรวงโดยลูกหลานของแสนวิเศษและคนแม่เหียะ ก็เพราะด้วยในสายตาชาวบ้าน ปู่แสะย่าแสะมิได้เป็นเพียงผีเมืองหรือเจนบ้านเจนเมืองเชียงใหม่ ที่ประจำอยู่ ณ จุดหรือตำแหน่งต่างๆ (ดอยคำซึ่งอยู่นอกเมือง) หากแต่ยังเป็นผีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ท้องถิ่นแถบชุมชนแม่เหียะที่คอยอำนวยฝนฟ้าเป็นทั้งผีป่าผีขุนน้ำ (ห้วยแม่เหียะ) และคุ้มครองภัยแก่ ชาวบ้าน ดงย่าแสะสถานที่ประกอบพิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ (เลี้ยงดง) อยู่ระหว่างเชิงดอยคำ (ซ้าย) และ ดอยเหล็ก (ขวา) ตามความเชื่อชาวบ้านย่าแสะยืนคร่อมภูเขาสองลูกนี้อยู่ในอิริยาบถยืนคอยจับสิ่ง มีชีวิตที่จะผ่านช่องเขานี้กิน (ก่อนที่จะพบพระพุทธเจ้า)และเมื่อย่าแสะสะบัดกระพือปลายผ้าซิ่นจะ พัดพาเป็นลมฝนสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่ชาวบ้าน ตำแหน่งที่ตั้งในการทำพิธีเลี้ยงดงที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้ คือ บริเวณลาน เชิงวัดพระธาตุดอยคำ และบริเวณหมู่ที่ 3 บ้านแม่เหียะใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ข้อมูล : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. สั่งคุมเข้ม โรงพยาบาลคิดค่ารักษา-ค่ายาแพงเกินจริง พบโรงพยาบาลจำนวนหนึ่ง คิดค่าบริการสูงกว่าราคาเฉลี่ย 300-16,000 เปอร์เซ็น พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบมติสนับสนุนความโปร่งใสในตลาดยาวัคซีนและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของที่ประชุมใหญ่องค์การอนามัยโลกที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 62 ซึ่งกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกเผยแพร่ข้อมูลราคาจริงของยาและเวชภัณฑ์เพิ่มความโปร่งใสด้านสิทธิบัตรยาและให้ฝ่ายเลขาธิการ WHO ติดตามผลของความโปร่งใสต่อราคาการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เป็นต้น "นายกฯ เน้นย้ำว่า มติขององค์การอนามัยโลกสะท้อนให้เห็นว่าแนวทางต่างๆ ที่ไทยดำเนินการนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานสากลเช่นการกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องแจ้งราคาซื้อ-ขายยาเวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ รวมทั้งประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบก่อนให้บริการ นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการในส่วนกลางและภูมิภาคเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการที่เกินความจำเป็นหรือคิดค่ารักษาสูงเกินสมควรฯลฯ" ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือทุกภาคส่วนสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่ามีโรงพยาบาลจำนวนหนึ่งที่ตั้งราคาค่ายาเวชภัณฑ์ค่าบริการทางการแพทย์ไว้สูงกว่าราคาเฉลี่ยถึงร้อยละ 300-16,000 โดยกระทรวงพาณิชย์จะเรียกหารือเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 52 พ.ศ.2562 ต่อไป ซึ่งมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 3 หลักการสำคัญ คือ 1) ราคาโปร่งใส-เป็นธรรม (Fair Price) ให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายส่ง ต้องแจ้งราคาซื้อ-ราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ ค่าบริการฯ ตามรายการที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) และในอนาคตจะขยายผลให้ครอบคลุมรายการยาตามรหัสบัญชีขอมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย (TMT) กรณีที่โรงพยาบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงราคายาต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในทราบก่อนปรับราคา ทั้งนี้ หากไม่แจ้งราคาซื้อ-ราคาจำหน่ายตามที่ประกาศกำหนดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี /ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง 2) ผู้บริโภคต้องมีทางเลือก (Consumers’ Choices) ดังนี้ - ให้โรงพยาบาลเอกชนแสดง QR Code (ข้อมูลเปรียบเทียบราคาจำหน่ายยาที่กรมการค้าภายในจัดทำไว้อย่างเปิดเผยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้โดยสะดวก - โรงพยาบาลเอกชนประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบ และต้องแจ้งราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยทราบ ก่อนจำหน่ายหรือให้บริการ เมื่อผู้ป่วยร้องขอ - ในการจำหน่ายยาสำหรับผู้ป่วยนอก ให้โรงพยาบาลต้องออกใบสั่งยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และใบแจ้งราคายา ให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ใบสั่งยาอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยชื่อสามัญทางยา ชื่อทางการค้า รูปแบบยา ขนาดหรือปริมาณ จำนวน วิธีใช้ ระยะเวลาในการใช้ ส่วนใบแจ้งราคายาต้องประกอบด้วยชื่อยาตามใบสั่งยาและราคาต่อหน่วย ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี /ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3) การรักษาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Treatment) ให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในส่วนกลางและส่วนจังหวัดเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย กรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการรักษาพยาบาลที่เกินความจำเป็นและ/หรือการคิดค่าบริการรักษาพยาบาลสูงเกินสมควร โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งหากเห็นว่ามีการคิดราคาสูงเกินสมควรจริงจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี /ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  4. อุตุฯเตือน 16-19 มิ.ย. ภาคเหนือเตรียมรับมือฝนตกหนัก ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 16 - 21 มิ.ย. 62 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. 62 จะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16 - 19 มิ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดาและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 15 - 16 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 17 - 21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 16 - 21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 16-21 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 16-19 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  5. กระทรวงพาณิชย์ประกาศรถยนต์มือสองเป็นของต้องห้าม ต้องขออนุญาตินำเข้า ผู้สื่อข่าวรายงาน ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนําเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ. 2562 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรการควบคุมการนํารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) (2) (3) และ (6) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็น สินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2562” ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิก (1) การควบคุมการนําเข้ามาในราชอาณาจักรเฉพาะรายการยวดยานต่าง ๆ ที่กําหนดในบัญชี ต่อท้ายพระราชกฤษฎีกาควบคุมการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2496 ลําดับที่ 30 (2) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนําสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 85) พ.ศ. 2534 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2534 (3) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนํารถบรรทุกคนโดยสารตั้งแต่หกล้อขึ้นไปที่ใช้แล้ว เข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 5 เมษายน 2547 ข้อ 4 ในประกาศนี้ “รถยนต์ใช้แล้ว” หมายความว่า รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ไม่รวมถึง (1) รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดสอบคุณภาพหรือเพื่อการจัดส่ง ไปยังแหล่งจําหน่าย โดยมีหนังสือรับรองจากเจ้าของตราสินค้า (2) รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนใช้งานครั้งแรกในต่างประเทศก่อนบรรทุกลงในยานพาหนะ จากเมืองต้นทางไม่เกินหกสิบวัน โดยได้ชําระภาษีอากรต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตามที่กําหนดสําหรับรถยนต์ใหม่ ข้อ 5 ให้รถยนต์ใช้แล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 87.01 (ยกเว้นรถหัวลาก) ประเภท 87.02 ประเภท 87.03 (ยกเว้นรถพยาบาล) ประเภท 87.04 และรถยนต์ใช้แล้ว ที่มีอายุเกินหนึ่งร้อยปี (รถโบราณ) ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 97.06 เป็นสินค้าที่ต้องห้าม ในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/152/T_0016.PDF
  6. ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มช. ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดพฤติกรรมสำนักข่าวชื่อดังก่อนกลายเป็นดาวสยาม 2562 หลังสำนักข่าวชื่อดังได้เผยแพร่บทความเรื่อง “เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม” อาจารย์-นักวิชาการสาย ช่อ” มีในมหาลัยฯ ไหนบ้าง?” ซึ่งได้กล่าวหาบุคคลจำนวนมากว่าเป็น “เบ้าหลอมปฏิกษัตริย์นิยม” โดยเปิดเผยทั้งรายชื่อและสถานที่ทำงานของบุคคลเหล่านี้ ซึ่งการกระทำของสำนักข่าวนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อความผาสุกของสังคมไทย ศักดิ์ศรีของสื่อมวลชน เสรีภาพทางวิชาการ และสิทธิส่วนบุคคล ผู้สื่อข่าวรายงาน เฟซบุ๊กแฟนเพจของศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดพฤติกรรมสำนักข่าวชื่อดังก่อนกลายเป็นดาวสยาม 2562 โดยระบุว่า อันเนื่องมาจาก สำนักข่าวรายหนึ่งได้เผยแพร่บทความเรื่อง “เบ้าหลอมความคิด “ปฏิกษัตริย์นิยม” อาจารย์-นักวิชาการสาย ช่อ” มีในมหาลัยฯ ไหนบ้าง?” ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ได้กล่าวหาบุคคลจำนวนมากว่าเป็น “เบ้าหลอมปฏิกษัตริย์นิยม” โดยเปิดเผยทั้งรายชื่อและสถานที่ทำงานของบุคคลเหล่านี้ ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และด้วยความปรารถนาดีต่อสังคมไทย จึงขอประกาศว่าการกระทำของสำนักข่าวรายนี้เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบทั้งในฐานะของเพื่อนมนุษย์และสื่อมวลชน เป็นปฏิปักษ์ต่อความผาสุกของสังคมไทย ศักดิ์ศรีของสื่อมวลชน เสรีภาพทางวิชาการ และสิทธิส่วนบุคคล พวกเราซึ่งมีรายชื่อในแถลงการณ์ฉบับนี้ขอยืนยันว่าจะดำเนินการทางทั้งกฎหมายและทางสังคมต่อสำนักข่าวดังกล่าวอย่างถึงที่สุด เพื่อประโยชน์ของสาธารณชนและดำรงไว้เป็นบรรทัดฐานต่อไป
  7. กำหนดการ ประเพณีเลี้ยงดง ประจำปี 2562 ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 กำหนดการจัดงานประเพณีเลี้ยงดง ประจำปี 2562 ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 ณ บริเวณเชิงวัดพระธาตุดอยคำ (ศาลปู่แสะ-ย่าแสะ) และลานพิธีเลี้ยงดง 07.00 น. -ผู้ร่วมพิธีพร้อมกันที่บริเวณเชิงวัดพระธาตุดอยคํา (ศาลปู่แสะ - ย่าแสะ) 08.09 น. -พิธีอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะ - ย่าแสะ - ฟ้อนบวงสรวงดวงวิญญาณปู่แสะ-ย่าแสะ โดย ชมรมช่างฟ้อน (๑ เพลง) - ขบวนอัญเชิญพระบฎจากวัดป่าซี่ เดินทางถึงศาลปู่แสะ – ย่าแสะ - นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะจุดธูปเทียนและถวายเครื่องบวงสรวง - พ่อหนานเกษม ขันแก้วมิ่ง กล่าวบทสวดอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะ – ย่าแสะ 08.39 น. - เคลื่อนขบวนแห่พระบฎ 09.19 น. - ขบวนแห่พระบฏเคลื่อนถึงลานเลี้ยงดง ฟ้อนเล็บ จาก ชมรมช่างฟ้อน ต้อนรับขบวน 09.29 น. - พิธีอัญเชิญพระบฏ - เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเชือกและอุปกรณ์สําหรับอัญเชิญพระบฏ - กล่าวคําอัญเชิญพระบฏ โดย...พระครูสุนทรเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยคํา 09.49 น. -พิธีการทางศาสนา 10.19 น. -พิธีทรง และ พิธีกรรมเลี้ยงดง (พ่อหนานมา จีนาราช ผู้นําพิธีกรรม) หมายเหตุ 1. กําหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม 2. การแต่งกายประชาชนทั่วไป (ชุดพื้นเมือง)
  8. กิจกรรมประเพณีรับน้องรถไฟ ปีการศึกษา 2562 วันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 กิจกรรมประเพณีรับน้องรถไฟ ปีการศึกษา 2562 ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่จะติดอยู่ในความทรงจำ มาร่วมกันสร้าง "ความทรงจำระหว่างทาง" ไปกับเรา ในวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 นี้ ในเส้นทาง สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) ไป สถานีรถไฟเชียงใหม่ สำหรับกิจกรรมรับน้องรถไฟ เป็นกิจกรรมหนึ่งของการรับน้องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นประเพณีประจำปีอย่างหนึ่ง ที่จัดขึ้นโดยรุ่นพี่ของแต่ละคณะ จะมาต้อนรับนักศึกษาใหม่(ที่สอบเข้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ และอาศัยอยู่ใน กทม หรือพื้นที่ นอกเขตภาคเหนือ) โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมนี้กันที่สถานีรถไฟกรุงเทพ โดยปกติจะเหมารถไฟ ชั้น 3 ทั้งขบวน(ทั้งหมดหลายขบวน) โดยแบ่งตู้รถไฟ กันตามคณะและจำนวนของ รุ่นพี่และรุ่นน้อง ในคณะนั้นๆ โดยรุ่นพี่ ของแต่ละคณะ ก็จะเตรียมกิจกรรมและเกมส์ต่างๆ มีการสอนร้องเพลงประจำแต่ละคณะ มาให้รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมบนรถไฟ เกือบตลอดทั้งคืน ที่รถไฟ วิ่งมุ่งหน้าไปยัง เชียงใหม่ ซึ่งโดยปกติ เมื่อไปถึงเชียงใหม่แล้ว รุ่นพี่จะพาน้องใหม่ ไปไหว้พระ ที่ศาลาธรรม เป็นเหมือนการรับขวัญ น้องที่มาใหม่จากแดนไกล หลังจากนั้น รุ่นพี่ก็จะพาน้องใหม่ เข้าไปพักตามหอพักนักศึกษา(หอใน)ที่น้องใหม่จองไว้ กิจกรรมรับน้องรถไฟเป็นกิจกรรมครั้งแรกๆ ที่รุ่นน้องและรุ่นพี่ได้พบเจอกัน และร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาราว 15 ชั่วโมง และยังมีเพื่อนฝูงและผู้ปกครองมาส่งรุ่นน้อง ทำให้บรรยากาศที่สถานีกรุงเทพในวันนั้นจึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แสดงความยินดีการได้เริ่มต้นการเป็นนักศึกษา ข้อมูล : สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ / ทีมมช
  9. ตำรวจทราบเรื่องแล้ว ฝรั่งถ่ายหนังโป๊ที่เชียงใหม่ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ถ่ายทำและบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว ยืนยันจะดำเนินคดีในทุกข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่ในโลกโซเชียลของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการแชร์กระแสข่าวดังเกี่ยวกับหนังโป๊เรื่องหนึ่ง ที่ชาวต่างชาติใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นสถานที่ดำเนินเรื่อง รวมไปถึงการนำเรื่องราวของการนวดแผนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทราบว่า หนังโป๊ดังกล่าว มีความยาว 30.28 นาที โดยเปิดเรื่องมาเป็นการถ่ายร้านนวดแผนไทยตามจุดจ่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งบริเวณลอยเคราะห์ และย่านกำแพงดิน ตัดสลับกับคลิปฟ้อนรำเพลงกุหลาบเวียงพิงค์ จนตัดเข้ามาถึงตอนดำเนินเรื่อง ที่มีชาวต่างชาติกำลังเดินอยู่บริเวณถนนซึ่งคาดว่าเป็นบริเวณย่านกำแพงดิน และก็มีหญิงสาวพนักงานนวดเดินเข้ามาทักทาย ชวนให้เข้าไปนวด ก่อนจะพากันเข้าห้อง และเริ่มมีการนวดและร่วมรักกัน ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึง กรณีกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์และส่งต่อภาพคลิปวิดีโอหนังโป๊เรื่องหนึ่ง ที่มีการใช้สถานที่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นฉากถ่ายทำและมีการเดินเรื่อง พร้อมมีการพาดพิงเกี่ยวกับการนวดแผนไทยด้วย โดยระบุว่าขณะนี้ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ถ่ายทำและบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าจะดำเนินคดีในทุกข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล พฤติกรรมหรือการกระทำของกลุ่มบุคคลที่กระทำการไม่เหมาะสม เพราะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ วัฒนธรรมที่ดีงามของเมืองเชียงใหม่ และประเทศไทย จึงควรในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของคนไทยไว้ และยังรวมไปถึง อาจถูกเข้าใจผิดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า นวดแผนไทยมีธุรกิจทางเพศแอบแฝง
  10. เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยวัวตกคลอง บริเวณทุ่งนาถนนคันคลองบ้านวัวลาย-ทุ่งอ้อ ขึ้นมาอย่างปลอดภัย หน่วยกู้ชีพและดับเพลิงเทศบาลตำบลหารแก้ว อ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุวัวตกลงไปในคลองไม่สามารถขึ้นได้กว่าสองชั่วโมงสภาพอ่อนแรง เหตุเกิดบริเวณทุ่งนาถนนคันคลองบ้านวัวลาย-ทุ่งอ้อ ตำบลหารแก้ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หลังรับแจ้ง จ.ส.อ วีรวิชญ์ สันคำ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเจ้าของวัว ทราบชื่อภายหลังว่า นายกำพล ศรีวิไลย อายุ60ปี อยู่บ้าน ม.3 ต. หารแก้ว อ.หางดง อยู่บริเวณดังกล่าว โดยวัวเพศเมีย ชื่อน้ำตาล อายุประมาณ 5 ปี ตกลงไปในคลองดังกล่าวพยายามดิ้นขึ้นมากว่าสองชั่วโมงแล้วสภาพอ่อนแรง ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำเชือกผูกติดวัวแล้วใช้รถกระเช้าเทศบาลยกขึ้น กินเวลากว่า 30 นาทีจึงช่วยวัวตัวดังกล่าวขึ้นมาได้
  11. สุดฉาว! ฝรั่งใช้เชียงใหม่เป็นฉากถ่ายหนังโป๊ นำเอาบริการนวดแผนไทยเป็นตัวดำเนินเรื่อง ก่อนพากันไปเสร็จกิจที่ห้อง ผู้สื่อข่าวรายงาน ในโลกโซเชียลของจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการแชร์กระแสข่าวดังเกี่ยวกับหนังโป๊เรื่องหนึ่ง ที่ชาวต่างชาติใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นสถานที่ดำเนินเรื่อง รวมไปถึงการนำเรื่องราวของการนวดแผนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทราบว่า หนังโป๊ดังกล่าว มีความยาว 30.28 นาที โดยเปิดเรื่องมาเป็นการถ่ายร้านนวดแผนไทยตามจุดจ่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งบริเวณลอยเคราะห์ และย่านกำแพงดิน ตัดสลับกับคลิปฟ้อนรำเพลงกุหลาบเวียงพิงค์ จนตัดเข้ามาถึงตอนดำเนินเรื่อง ที่มีชาวต่างชาติกำลังเดินอยู่บริเวณถนนซึ่งคาดว่าเป็นบริเวณย่านกำแพงดิน และก็มีหญิงสาวพนักงานนวดเดินเข้ามาทักทาย ชวนให้เข้าไปนวด ก่อนจะพากันเข้าห้อง และเริ่มมีการนวดและร่วมรักกัน ซึ่งคลิปดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก เพราะมีการนำเอาภาพลักษณ์ วัฒนธรรมความเป็นเชียงใหม่เข้าไปอยู่ในหนังโป๊ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง รวมถึงการนำเอาเรื่องของการนวดแผนไทยไปรวมอยู่ด้วย ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ประกอบวิชาชีพนี้เป็นอย่างมาก และมีการเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่เกียวข้อง เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็ว
  12. โซเชียลแห่แชร์ ภาพราคาน้ำมันปาล์ม ถูกปรับขึ้นกว่า 10 บาท หลังกรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือไม่ให้จัดโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันปาล์ม จากกรณีที่กรมการค้าภายในได้หารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกสมัย ให้เลิกนำน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสำหรับการบริโภค มาจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และให้ขายในราคาปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นมา โดยราคาขายปกติขณะนี้ ขวด 1 ลิตร ควรอยู่ที่ประมาณขวดละ 34-36 บาท จากราคาที่ทำโปรโมชั่นขวดละ 24-25 บาท หากห้างยังขายในราคาต่ำต่อเนื่อง จะยิ่งกดดันให้ราคาผลปาล์มสด และน้ำมันปาล์มดิบลดลงอีก ที่สำคัญทำให้เกษตรกรเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะขายผลผลิตได้ในราคาไม่คุ้มต้นทุน ซึ่งหากห้างยังไม่ให้ความร่วมมือ จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2562 ฐานขายสินค้าขาดทุนต่อเนื่อง และจะส่งให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า พิจารณาต่อไป ล่าสุดในโลกออนไลน์ เฟซบุ๊กแฟนเพจ "กูเป็นกลางจริงๆนะ" ได้มีการแชร์ภาพประกาศขออภัยของห้างสรรพสินค้าดังห้างหนึ่ง โดยระบุว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของกรมการค้าภายใน ทางห้างขอแจ้งการปรับราคาน้ำมันปาล์ม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. 62 จากราคาเดิม 24 บาท ปรับขึ้นเป็น 34 บาท ถึงแพงขึ้นกว่าเดิมถึง 10 บาทด้วย ซึ่งในโพสต์นี้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกับบอกว่าต้องซื้อมันหมูมาทำเป็นน้ำมันหมูใช้แทนเลยทีเดียว ทางด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความว่า กรมการค้าภายในห้ามโปรโมชั่นด้วยการลดราคาน้ำมันบรรจุขวด และกำหนดราคาที่เหมาะสมที่ 34 ถึง 36 บาทต่อลิตร และนำตราสัญลักษณ์ของกรมการค้าภายในแสดงไว้ด้วย ในเรื่องนี้กรมการค้าภายในได้มีการเชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาปาล์มซึ่งปีนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติราคาผลปาล์มตกต่ำอย่างมากเพราะปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาดูดซับผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาดไปผลิตไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ B20 เพื่อให้สถานการณ์ราคากลับมาเข้าสู่ภาวะปกติ ที่จากเดิมราคาผลปาล์มเคยตกต่ำอยู่ที่ 1.60-1.80 บาท/กก ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.20 - 3.40 บาท/กก แล้ว. และราคาปาล์มน้ำมันดิบ อยู่ที่ 19.50 ถึง 20.00 บาท/กก. หากคิดเป็นต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดจะอยู่ที่ประมาณ 32-35 บาท. จึงได้ขอความร่วมมือให้ทางห้างสรรพสินค้ากำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงการดัมพ์ราคาขายต่ำกว่าทุน ซึ่งจะส่งผลสะท้อนไปยังราคาลูกปาล์มให้ตกลงซึ่งจะกลับมาเป็นปัญหาต่อชาวสวนปาล์มอีก นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "อยากขอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่ากรมการค้าภายในไม่ได้มีคำสั่งให้ห้างปรับราคาสูงขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้ากำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ให้สอดคล้องกับต้นทุนและให้คำนึงถึงผลกระทบต่อราคาผลปาล์มที่เกษตรกรขายได้เท่านนั้น. เพราะที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำมาเป็นระยะเวลานานแล้ว" ขอบคุณภาพ : FB กูเป็นกลางจริงๆนะ
  13. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เผยควันบุหรี่เป็นภัยใกล้ตัวที่ทำให้เด็กป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจติดเชื้อ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคปอดเรื้อรัง จากการสูดดมควันบุหรี่จากคนในบ้าน แนะร่วมกันปกป้องลูกหลานห่างไกลพิษภัยควันบุหรี่ด้วยการทำให้บ้านปลอดบุหรี่ นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ควันบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์ที่ไม่มีความปลอดภัย ในควันบุหรี่ประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด และมีมากกว่า 60 ชนิดที่ทางการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งนี้เด็กจะหายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกาย หากผู้ปกครองหรือบุคคลในบ้านสูบบุหรี่ ความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของเด็กเพิ่มขึ้น เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ โรคเกี่ยวกับหูชั้นกลาง เป็นหวัดบ่อยขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กที่เป็นโรคหืดอยู่แล้วมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคหูอักเสบ โรคภูมิแพ้ ภาวะการตายของทารกเฉียบพลัน (SIDS-Sudden Infant Death Syndrome) และควันบุหรี่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและพัฒนา นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีป้องกันลูกจากควันบุหรี่ควรปฏิบัติ ดังนี้ บ้านควรเป็นที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในครอบครัวเพื่อสุขภาพที่ดีไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ไม่สูบบุหรี่โดยอยู่ใกล้เด็กหรือคนท้อง หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่ที่มีโอกาสเจอควันบุหรี่ เมื่อจำเป็นต้องออกไปข้างนอกพ่อแม่และผู้ปกครองควรเตรียมหน้ากากอนามัยหรือผ้าปิดจมูกไปด้วยทุกครั้ง พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กโดยไม่สูบบุหรี่ ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจหากสมาชิกในบ้านสูบบุหรี่ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพ่อแม่และผู้ปกครองทุกท่านร่วมกันทำ “บ้านปลอดบุหรี่” เพื่อปกป้องสุขภาพให้แก่ลูกหลานของเรา
  14. จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญพระสงฆ์สามเณร 108 รูป เนื่องในวันออกอินทขีล เช้าวันนี้ (6 มิ.ย.62) นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีทำบุญออกอินทขีล ประจำปี 2562 โดยมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้จัดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม หรือวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 เหนือ จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน รวม 7 วัน 7 คืน และในวันนี้ ตรงกับวัน 4 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เป็นวันออกอินทขีล จึงได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันออกอินทขีล โดยพระสงฆ์และสามเณรรวม 108 รูป เจริญพระพุทธมนต์ และรับถวายภัตตาหารเพลจากพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธี จากนั้นในช่วงบ่ายมีพิธีอาราธนาอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่า ประดิษฐานบนรถบุษบกศรีเชียงใหม่ จากวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร สู่วัดช่างแต้ม ทั้งนี้ ภายในบริเวณวัดยังคงมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนชาวเชียงใหม่ นำดอกไม้ธูปเทียนมาถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่รอบวิหารเสาอินทขีล และภายในบริเวณวัดอย่างต่อเนื่อง
  15. (มีคลิป Video) สาวขับเก๋งย้อนศรทางลอดรวมโชค เข้าพบตำรวจแล้ว เผยขณะนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูก จากกรณีคลิปเก๋งเสียหลักก่อนลงทางลอดรวมโชค และขับย้อนศรสวนเลนขวาขึ้นมา เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้น ล่าสุดวันนี้ (6 มิถุนายน 62) เวลาประมาณ 08.00 น. กลุ่มงานจราจรตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง ได้เชิญตัวคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำกรณีที่เกิดขึ้น โดยเล่าว่าขณะที่ตนเองได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจากทางศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่มาทางถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เมื่อมาถึงใกล้จุดเกิดเหตุเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีรถรอสัญญาณไฟเลี้ยวขวาแยกรวมโชคมีชัยจำนวนมากทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนช่องทางเดินรถใช้ทางลอดประกอบกับทางลงเป็นทางโค้งทำให้รถของตนเองเสียหลักหมุนกลางถนนและได้หันหัวกลับย้อนทิศทางเดิน ขณะนั้นเกิดตกใจทำอะไรไม่ถูก ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวมีรถตามมาจำนวนมาก จึงได้ตัดสินใจขับรถชิดขวาขึ้นไปเพื่อกลับรถตามที่ปรากฎในคลิป โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้รับทราบว่ากรณีดังกล่าวถึงแม้จะเป็นกรณีอุบัติเหตุขาดเจตนาในการขับรถย้อนศร แต่ก็มีความผิดตาม พรบ.จราจรฯ จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับและเพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการขับขี่เพื่อปฏิบัติตามกฎจราจรต่อไป ในข้อหา ไม่ขับรถตามทิศทางที่กฎหมายกำหนด(ขับย้อนศร) ตามมาตรา 41 บทกำหนดโทษ ตามมาตรา 148
×