Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Fluk Napassakorn

VIP
  • Content Count

    88
  • Joined

  • Last visited

About Fluk Napassakorn

  • Rank
    Advanced Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. Rimping Super Market ร่วมกับ บริษัท โปรไทย จำกัด ผู้นำเข้าอาหารเกาหลีรายใหญ่ของประเทศไทย จัดเทศกาล “ “Saranghae K-food” พบกับสินค้าโปรโมชั่น และสินค้าซื้อ 1 แถม 1 มากมายหลายรายการ ให้ชาวเชียงใหม่ได้สัมผัสถึงรสชาติเกาหลีแท้ ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 – 15 กันยายน 2561 ณ ริมปิงทุกสาขา
  2. อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐภายในพื้นที่ เปิดตัวหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี เพื่อส่งเสริมและสร้างช่องทางการตลาดให้กับชุมชน ตามที่กรมพัฒนาชุมชนมีนโยบายผลักดันขายสินค้า OTOP ออกจากชุมชนสู่การสร้างรายได้ให้กับชุมชน เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 ณ ตลาดนัดฟ้าเพียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายอภิวัฒน์ ธีะวาสน์ พัฒนาการชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการ “กิจกรรมส่งเสริมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP และการประชาสัมพันธ์หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP” โดยมีนายสุวรรณ เกตุคำ พัฒนาการอำเภอเชียงดาวกล่าวรายงาน และหัวหน้างานราชการให้การต้อนรับ นายอภิวัฒน์ ธีระวาสน์ กล่าวว่า ตามที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ตั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดเป้าหมายการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยอย่างสมดุล และส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ให้เป็นโคตรการที่มีการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนในการที่จะสนับสนุนให้ชุมชนใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยมีสถานบันการศึกษาในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถของโครงการนี้ เพื่อยกระดับการพัฒนาชุมชนและนำผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ นายสุวรรณ เกตุคำ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อตอบสนองนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อน “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ให้เป็นไปตามนโยบายแผนยุทธศาสตร์รัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้ให้กับชุมชน ให้ชุมชนได้เรียนรู้พึ่งตัวเองได้อย่างแท้จริง โดยได้คัดเลือกหมู่บ้านชุมชนเป้าหมาย จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านแม่แมะ หมู่ที่ 11 ตำบลแม่นะ และบ้านปางเฟือง หมู่ที่ 2 ตำบลปิงโค้ง นอกจากการนำการท่องเที่ยวมาเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีอัตลักษณ์ของชุมชนแล้ว ยังมีเรื่องของอาหารพื้นบ้าน หรืออาหารท้องถิ่น ที่มีอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้รับการพัฒนา จึงได้กำหนดให้หมู่บ้านเป้าหมาย แต่ละชุมชนมีอาหารรสชาติท้องถิ่นแท้ 1 สำรับ เพื่อนำมาพัฒนาให้เป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่ง สำหรับช่วยดึงคนเข้ามาในชุมชนอีกด้วย
  3. สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ มีหลากหลายสถานที่ แต่หลายๆคนคงคิดว่า มาเชียงใหม่ต้องมาไหว้วัดพระธาตุดอยสุเทพแล้วก็เดินทางกลับไปเที่ยวต่อในเมือง แต่ไหนๆ ก็ขึ้นมาไหว้วัดพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ขับรถไปอีกสักนิด ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ที่ร่มรื่นมาเที่ยวยัง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดพระธาตุดอยสุเทพไม่ไกลนัก พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักประทับในวโรกาสที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2504 ภายในจะมีส่วนอาคารเรือนปีกไม้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เรือนรับรอง พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์น อ่างเก็บน้ำ พระตำหนักต่างๆ และหอพระ โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะผ่านสวนกุหลาบเป็นระยะ ภายในถูกประดับไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ไปเที่ยวช่วงเดือนกันยายนนี้ เห็นมีการบำรุง และปรับปรุงดอกไม้ภายในสวน ซึ่งดอกไม้ที่มีให้ชมมากที่สุด คือ ดอกกุหลาบที่มีหลากหลายสานพันธุ์ ออกดอกสีสันสดใส สวยงาม นอกจากจะมีดอกไม้นานาชนิดแล้ว ยังมีทางเดินธรรมชาติที่รับรองความสวยงามได้เลย ถึงแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่คุ้มค่าแน่นอน หากจะเดินเยี่ยมชมสวนและถ่ายรูปกับธรรมชาติด้านใน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า (08.30 - 11.30 น.) และช่วงบ่าย (13.00 - 15.30 น.) และปิดพระตำหนักฯ เวลา 16.30 น. อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาทน. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ยกเว้นเมื่อมีการเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมจะงดให้เข้าเยี่ยมชม เรื่องการแต่งกาย ขอให้แต่งกายสุภาพ ขาสั้น สายเดี่ยว ใส่เข้าไม่ได้ การเดินทางไปยังพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ - รถยนต์ส่วนตัว, มอเตอร์ไซค์ส่วนตัว - รถสี่ล้อแดง ให้บริการบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน้าสวนสัตว์ ค่าบริการไปกลับประมาณ 120 บาท/คน (ขึ้นอยู่การตกลงกับผู้ขับและจำนวนผู้ใช้บริการ)
  4. บ้านสบวินชูรางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์เปิดตัวหมู่บ้านโอทอปนวัตวิถี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ณ ศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOPตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ นายมนัส สุริยะสิงห์ นายอำเภอแม่วาง เป็นประธานเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ร่วมงาน โดยนายมนัส กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยมีแนวคิดการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ด้วยนวัตกรรม ให้มีการพัฒนาสินค้า OTOP และกิจการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่การสร้างรายได้โดยการขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีอยู่ในชุมชนให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างสรรค์ทุนชุมชน ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม เสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน การส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ OTOP นวัตวิถี ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหลักในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศ กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ส่งเสริมให้มีการดำเนินงานออกแบบและผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน พร้อมทั้งการเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ชุมชนในการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นและความโอบอ้อมอารีของเจ้าบ้าน แสดงถึงอารยธรรมล้านนา ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนา มุ่งเน้นการสร้างวิถีอัตลักษณ์หัตถกรรมล้านนนาเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างคุณค่าและมูลค่าจากทรัพยากรทางธรรมชาติสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยว โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์ให้โดดเด่น และยึดกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการสร้างกิจกรรมเสริมสร้างด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องถิ่นได้อย่างยืน ด้านนายกิตติโชติ จันทะแพ ผู้ใหญ่บ้านบ้านสบวิน เผยว่าบ้านสบวิน หมู่ที่ 9 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวมากมาย เช่น รางวัลหมู่บ้าน OTOP Village Champion รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และรางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์ 1 ใน 4 ของหมู่บ้านโฮมสเตย์ทั่วประเทศ เป็นต้น อีกทั้งยังมีประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตามแบบของชาวล้านนาดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร พร้อมทั้งกิจกรรมหลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยว ดังคำขวัญประจำหมู่บ้านที่กล่าวไว้ว่า “กระบวนการต่อเรือ ไม่เบื่อนั่งช้าง ล่องแพแม่น้ำวาง ว่างเล่นเกมส์ไม้ นอนหลับสบายพักโฮมสเตย์” จะเห็นได้ว่า บ้านสบวิน หมู่ที่ 9 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพและเหมาะสำหรับการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอย่างยิ่ง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องถิ่นได้อย่างยืนต่อไป.
  5. Jessica เอาใจแฟนคลับ เจมส์มา ในงานช้อปมันส์สนั่นเมือง เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 16 กันยายน 2561 เวลา 14.00 น. ณ เชียงใหม่ฮอล์ล เซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่ แอร์พอร์ต Jessica จัดงาน Meet & Greet กับเจมส์มาร์ ได้มาสร้างความสุข สนุกสนามให้กับแฟนคลับ และผู้ที่มาเที่ยวงาน ช้อปมันส์สนั่นเมือง โรบินสัน ช้อปมันส์ สนั่นเมือง มหกรรมสินค้าแบรนด์ดัง ลดสูงสุด 80% อาทิ แรงเลอร์ (Wrangler), เอสพาด้า (Espada), อาดิดาส (Adidas),นิวบาลานซ์ (New Balance), เจสสิก้า (Jessica), ฟิลลิปส์ (Philips) และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย พิเศษ สมาชิก เดอะ วัน ช้อปครบรับเพิ่มบัตรของขวัญโรบินสันสูงสุด 2,500 บาท ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ สุดยอดนักช้อป ลุ้นสร้อยคอทองคำ และรางวัลอื่นๆ ในราคาบาทเดียว!! 13–26 กันยายนนี้ ที่เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
  6. โรบินสันเชียงใหม่จัดงาน Robinson Jeans ชวนชาช้อปมาอัพเดทเทรนด์แฟนชั่นใหม่ๆ ให้ดูเท่ในทุกมุมมองกับยีนต์ ที่ใช่สำหรับคุณกับแบรนด์ชั้นนำ ลดสูงสุด 60% อาทิ Levi's, Lee, Wrangler, MC และแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย พิเศษสมาชิก THE1 ช้อปครบตามเงื่อนไขรีบเพิ่มบัตรของขวัญโรบินสันสูงสุดถึง 5,000 บาท งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 17 กันยายน 2561 ณ ลานกิจกรรมชั้น G โรบินสันเชียงใหม่
  7. โรบินสัน ช้อปมันส์ สนั่นเมือง มหกรรมสินค้าแบรนด์ดัง ลดสูงสุด 80% อาทิ แรงเลอร์ (Wrangler), เอสพาด้า (Espada), อาดิดาส (Adidas),นิวบาลานซ์ (New Balance), เจสสิก้า (Jessica), ฟิลลิปส์ (Philips) และแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย พิเศษ สมาชิก เดอะ วัน ช้อปครบรับเพิ่มบัตรของขวัญโรบินสันสูงสุด 2,500 บาท ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ สุดยอดนักช้อป ลุ้นสร้อยคอทองคำ และรางวัลอื่นๆ ในราคาบาทเดียว!! วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป Meet & Greet กับดาราสุดหล่อ เจมส์ มา จากแบรนด์ เจสสิก้า (Jessica) 13–26 กันยายนนี้ ที่เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
  8. หากจะให้พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วมีความสุข สร้างความบันเทิงของคนในอดีต คงไม่หนีพ้น "โรงหนัง" ซึ่งเป็นแหล่งที่สร้างความบันเทิงให้กับคนทุกวัยในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ สำหรับชาวเชียงใหม่แล้ว มีโรงหนังหลายแห่งด้วยกันที่ทำให้ย้อนคิดถึงอดีตที่คนในยุคปัจจุบันนั้นหาไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานที่เหล่านั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา วันนี้จะพาทุกคนมาดูว่าสถานที่ที่เมื่อก่อนนั้นตั้งเป็นโรงหนัง แต่ในปัจจุบันนี้ถูกใช้ทำอะไร หรือยังคงสภาพของโรงหนังไว้เหมือนเดิม (ภาพถ่ายปัจจุบัน ถ่ายเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561) 1.โรงหนังแสงตะวัน ตั้งอยู่บริเวณ 4 แยกพันทิปในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเป็นโรงหนังที่มีขนาดใหญ่พอสมควร โดยอยู่ภายใต้การดูแลของกำนันนั้ม นครปฐมหรือนายวรีศักดิ์ จุลนิพิฐวงษ์ เป็นสถานที่ที่เด็กนักเรียน นักศึกษาในสมัยนั้นชอบเที่ยวกัน เพราะใกล้กับสถานศึกษา ในปัจจุบันเป็นเลิกกิจการแล้ว แต่ตัวอาคารยังคงสภาพเดิมอยู่ จะมีการจัดกิจกรรมบริเวณหน้าตัวอาคารเป็นบางครั้งบางคราว ตั้งอยู่ที่ : ถนนช้างคลาน บริเวณวัดศรีดอนไชย 2.โรงหนังสุริวงศ์ แต่เดิมนั้น ทั้ง 3 โรงหนังเป็นของท่านเจ้าไชย สุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ โดยจะแบ่งการฉายหนังของแต่ละโรงหนังออกเป็นดังนี้ โรงหนังสุริวงศ์ จะฉายหนังไทย โรงหนังสุริยงจะฉายหนังฝรั่ง และโรงหนังสุริยาจะฉายหนังจีน ในปัจจุบันได้กลายเป็นโรงแรม Imm Hotel และร้านแมคโดนัลด์ สาขาประตูท่าแพ ตั้งอยู่ที่ : โรงแรม Imm Hotel และร้านแมคโดนัลด์ สาขาประตูท่าแพ ในปัจจุบัน 3.โรงหนังสุริยง และโรงหนังสุริยา 4.โรงหนังชินทัศนีย์ เป็นโรงหนังภายใต้การดูของ เลิศ ชินวัตร ในอดีตให้บริการฉายหนังจีน ตั้งอยู่ย่านสันป่าข่อย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักเรียนบริเวณนั้น ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นธนาคารธนชาต ตั้งอยู่ที่ : ถนนเจริญเมือง ตัดถนนเทวีอุทิศ ทางไปสถานีรถไฟ ปัจจุบัน : ธนาคารธนชาต 5.โรงหนังทิพย์เนตรรามา ตั้งอยู่ย่านชุมชนและตลาดทิพย์เนตร ในยุคแรกๆ เรียกว่าฉายหนังจีนจากค่ายนนทนันท์เป็นหลัก แต่มีหนังไทย ฝรั่ง และแขกฉายอยู่ ซึ่งปัจจุบันอาคารถูกรื้อถอนกลายเป็นพื้นที่โล่งแล้ว ตั้งอยู่ที่ : บริเวณตลาดทิพย์เนตร ถนนทิพย์เนตร ปัจจุบัน : เป็นพื้นที่โล่งใช้สำหรับจอดรถ 6.โรงหนังนครเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งโรงหนังที่อยู่ภายใต้การดูแลของ เลิศ ชินวัตร เป็นโรงหนังเดี่ยวขนาดใหญ่ มีการฉายหนังฝรั่งโดนมีนักพากย์ไทยอยู่ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นโรงหนังที่มีการนำนักพากย์เสียงมาด้วย ในปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่ว่าง ตั้งอยู่ที่ : ถนนช้างเผือก มุ่งหน้าข่วงสิงห์ ก่อนถึงตลาดธานินทร์ ปัจจุบัน : เป็นพื้นที่โล่ง 7.โรงหนังฟ้าธานี เป็นโรงหนังที่อยู่ในตึกเดียวกับโรงแรม โดยจะฉายหนังจีนเป็นหลัก แต่ก็ยังมีหนังอื่นๆ เข้าฉายอยู่ และมีการนำนักพากย์เสียงเข้ามาพากย์อีกด้วย จะอยู่ในการดูแลของ เสี่ยปุ้ย หรือนายณรงค์ โพธิพูนสวัสดิ์ ในปัจจุบันได้รื้อถอนแล้วสร้างเป็นคอนโดขนาดใหญ่ บริเวณแยกฟ้าธานีเรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ที่ : ถนนห้วยแก้ว ทางเข้าถนนศิริมังคลาจารย์ ปัจจุบัน : ก่อสร้างเป็น Palm Springs Nimman Condo 8.โรงหนังมหานคร เป็นโรงหนังฝาแฝดกับโรงหนังทิพย์เนตร แต่ไม่ได้ตั้งอยู่ที่เดียวกับโรงหนังทิพย์เนตร ซึ่งได้ตั้งอยู่บริเวณตลาดธานินทร์ เป็นโรงที่มีขนาดใหญ่ โดยจะฉายหนังจีนและหนังไทยเป็นหลัก นอกจากฉายหนังแล้วยังถูกใช้เป็นสถานที่ในการจัดคอนเสิร์ตบ่อยครั้ง ซึ่งในปัจจุบันถูกทำเป็นโรงแรม ร้านค้า ตั้งอยู่ที่ : ข้างตลาดธานินทร์ ทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ปัจจุบัน : ที่อยู่อาศัย และร้านค้า 9.โรงหนังศรีวิศาล เป็น 1 ใน 3 โรงหนังที่ เลิศ ชินวัตร เป็นเจ้าของอยู่ เมื่อก่อนนั้นอยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าเล็กๆ บนถนนท่าแพ ถูกปรับปรุงจากชั้นเดี่ยว เป็นสองชั้นเพื่อให้บริการผู้ใช้ โดยจะฉายหนังควบ แบบที่ว่าไปครั้งเดียวสามารถดูหนังได้ทั้ง 2 เรื่อง ในปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นอาคารที่พัก ร้านค้า หรือสำนักงานแล้ว ตั้งอยู่ที่ : ถนนท่าแพ ไปถนนกำแพงดิน บริเวณหน้าวัดแสนฝาง ปัจจุบัน : โรงแรมและสำนักงาน 10.โรงหนัง Vista สาขาเจริญเมือง อยู่ภายใต้การดูแลของเสี่ยทอมมี่ หรือนายธวัชชัย โรจนะโชติกุล โดยการทำธุรกิจโรงหนังวิสต้า และเริ่มหาสาขาต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ เช่น โรงหนัง Vista สาขาห้วยแก้ว แต่เปิดได้ไม่นานนัก ก็มีนายทุนใหญ่มาเปิดในแบรนด์อื่นแข่ง ซึ่งไม่สามารถสู้ได้ จนต้องปิดตัวลง เหลือเพียงโรงหนัง vista ที่อยู่บนห้างกาดสวนแก้วเพียงที่เดียว ตั้งอยู่ที่ : ถนนเจริญเมือง ใกล้กับสวนสาธารณะบนที่ดินของการรถไฟ ทางไปร้านแพนโดร่า ปัจจุบัน : พื้นที่สำหรับจอดรถยนต์ที่เสีย 11.โรงหนัง Vista สาขาห้วยแก้ว ตั้งอยู่ที่ : 12 ห้วยแก้ว ตรงข้ามกับกาดสวนแก้ว ปัจจุบัน : กำลังปรับปรุง
  9. สวนอินทผลัม โกหลัก อำเภอไชยปราการ หลายๆคนมักเคยได้ยิน ชื่อ โกหลัก สวนอินทผลัม ที่สวนนี้เป็นแหล่งปลูกอินทผลัม ที่แรกของประเทศไทย ซึ่งกว่าจะกลายเป็นสวนอินทผลัมแห่งแรกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดร.ศักดิ์ ลำจวน เจ้าของสวนต้องใช้เวลาในการศึกษาสายพันธุ์ที่สามารถเพาะปลูกได้ในประเทศไทยนับ 10 ปี โดยทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการทำ จนกลายเป็นสวนอินทผลัมแห่งแรกของประเทศไทย ที่ให้ผลผลิตคุณภาพ รสชาติอร่อย และแปรรูปให้เป็นน้ำอินทผลัมได้อีกด้วย นอกจากจะเป็นสวนที่มีแต่ผลอินทผลัมสีเหลืองสวยงามทั้งสวนแล้ว ยังมีการตกแต่งร้านเล็ก ๆ สไตล์ญี่ปุ่นไว้ให้บริการผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้แวะชม แวะชิม เมื่อผลอินทผลัมถูกนำมาผสมผสานในขนมครกแล้ว ถือว่าเป็นอะไรที่ลงตัวมาก จะมีรสชาติหอมหวาน ไม่ว่าจะหอมกะทิ หวานจากอินทผลัม และกรอบเล็กน้อย ให้รสชาติที่อยากจะกินอีกให้อิ่มไปเลย ฮ่าๆ เมนูต่อไป ข้าวมันไก่ณารา โอซาก้า เป็นข้าวมันไก่ที่เสิร์ฟในสไตล์ญี่ปุ่น ที่แปลกตาไปอีก ส่วนรสชาติจะบอกอย่างไงดี คือมันอร่อยจนอยากกลับไปกินอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความันของข้าว กลิ่นหอมของงา ใครไปรับรองติดใจแน่นอนกับเมนูนี้ แต่เดี๋ยว เมนูนี้ขายเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ น่าจะประมาณ 30 จานต่อวันนะถ้าจำไม่ผิด หมดแล้วหมดเลย ไม่มีเพิ่ม แต่ปกติจะหมดก่อนบ่ายสองเสมอ ไปช้าคือระวังพลาดของอร่อย สุดท้ายนี้ใครผ่านไปผ่านมาก็แวะชิม แวะชมได้ที่สวนอินทผลัม โกหลัก อำเภอไชยปราการ ห่างจากจุดตรวจผาหงส์มาประมาณ 1 กิโลเมตรจะอยู่ทางซ้ายมือ สังเกตง่ายๆ คือ บริเวณหน้าสวนจะเป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่น
  10. "โอ วรุฒ วรธรรม" ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 11 กันยายน 2561 ณ โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ หลังจากเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2561 เนื่องจากมีอาการวูบ หมดสติ และหัวใจหยุดเต้น วรุฒ วรธรรม หรือ โอ เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2512 เป็นนักแสดงชายชาวไทยที่มีชื่อเสียงในยุค 90 โดยโอ วรุฒ ได้แสดงภาพยนตร์หลายเรื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ได้รับบทเป็น โกโบริ นักแสดงเรื่อง คู่กรรม ถือว่าเป็นผลงานภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดให้กับ โอ วรุฒ หลังจากนั้นได้แสดงภาพยนตร์อีกมากมาย
  11. การประกวดแผนธุรกิจ “การทำการตลาดออนไลน์บุกตลาดจีนบนสังคมออนไลน์ WeChat” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 เวลา 13.00 น ณ สภาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์อาเซียนศึกษา และกองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงจัดกิจกรรมประกวดแผนธุรกิจ “การทำการตลาดออนไลน์บุกตลาดจีนบนสังคมออนไลน์ WeChat” สำหรับนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและผู้ประกอบการไทยเข้าใจถึงแนวทางการทำการค้าและการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ของประเทศจีน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิติพงษ์ ยอดมงคล คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี และ Mr.Shen Yi ผู้อำนายการสถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมเปิดงาน โดย ดร.ปิติพงษ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ด้วยช่องทางการสังคมออนไลน์ เพื่อการค้าสินค้าไทยสู่ตลาดประเทศจีน สร้างโอกาสและพัฒนาทักษะอาชีพในยุคดิจิทัลแก่ผู้ที่เข้าร่วม จุดประกายพัฒนาความคิด เพื่อต่อยอดนำไปสู่ช่องทางการตลาดประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้และสามารถนาเครื่องมือดิจิทัลมาสร้างสรรค์แผนธุรกิจเพื่ออนาคต เสริมสร้างประสบการณ์และขยายโอกาสทางการตลาดใหม่ๆพัฒนาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือและประสานประโยชน์ระหว่างนักศึกษาระดับอุดมศึกษา กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ และให้กาลังใจแก่นักพัฒนาผลงาน ในอันที่จะแสดงความรู้ความสามารถต่อสาธารณชน ปัจจุบันการค้าในระดับภูมิภาคภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆทวีความสำคัญเพิ่มขึ้อย่างรวดเร็ว เมื่อยุคสมัยแห่งดิจิตอลได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการติดต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ปัจจุบันสินค้าและบริการจำนวนมากสามารถสื่อสารและค้าขายผ่านช่องทางE-Commerce Search Engine และ Social Network โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนที่มีประชากรเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากกว่า 700 ล้านคน จึงมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” โดยสนับสนุนให้เกิดการค้าขายบนระบบการค้าออนไลน์ภายใต้นโยบาย “Cross Border E-Commerce” การศึกษาเรียนรู้รูปแบบการค้าผ่านระบบออนไลน์จีนจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับคุณสมบัติของแผนธุรกิจฯที่เข้าแข่งขันผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษา กลุ่มละ 5 คน โดยในแต่ละกลุ่มต้องมีนักศึกษาจีนอย่างน้อย1คน (ต้องใช้นักศึกษาจีนเพื่อประกอบการสมัครเปิดช่องทางขายบนวีแชท) และนักศึกษาไทยที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้อย่างน้อย 1 คน (เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจส่วนของแผนการตลาดเป็นภาษาจีน) ทีมที่เข้าแข่งขันต้องเลือกสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดที่สถาบันฯตั้งอยู่จำนวน 1 ชนิดผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาพัฒนาแผนการตลาดบนช่องทางวีแชท แผนการจัดจำหน่ายสู่ตลาดประเทศจีน โดยเนื้อหาสำคัญในแผนการตลาดประกอบด้วยคุณสมบัติของสินค้า ประเภทของสินค้า วัตถุดิบที่ใช้ คุณประโยชน์ ลักษณะบรรจุภัณฑ์ แผนการผลิต ความพร้อมของวิสาหกิจฯเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน แผนการตลาด การขนส่ง และช่องทางการชำระเงินออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยในวันนี้ ได้มีการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยมี 10 ทีมจากสถาบันอุดมศึกษา 6 แห่ง ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ณ สถาบันภาษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรางวัลการประกวดรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 1 รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 1 รางวัลรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 1 รางวัล และรางวัลชมเชยเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ จำนวน 3 รางวัล.
  12. อิ่มกาย สบายใจกันที่อารักษ์ คาเฟ่ อารักษ์ คาเฟ่ หรือ ARAKSA Cafe ร้านกาแฟร้านแรกที่อยู่ภายในวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาทำบุญ เยี่ยมชมวัดเจดีย์หลวง ตัวร้านจะตกแต่งให้เป็นสีขาว มองดูแล้วก็สบายตาและสบายใจ เป็นร้านเล็กๆ ชั้นเดี่ยว (ตัวอาคาร 2 ชั้นแต่ร้านกาแฟอยู่ชั้นล่าง) ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเจดีย์หลวง สำหรับเครื่องดื่ม มีทั้ง กาแฟ ชา สมูทตี้ที่เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามที่เราสั่ง (อันนี้แอบเห็นมานะ ไม่ได้สั่ง ฮ่าๆ) ราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท ส่วนขนมทานเล่น จะเป็นเค้กโรล พาย เค้กมะพร้าว และอื่นๆ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปทำบุญ หรือเที่ยวที่วัดเจดีย์หลวง ก็ลองไปชิม ไปนั่งเพลินๆได้นะ ถือว่าอิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งท้องไปด้วย ร้านอารักษ์ คาเฟ่ เปิดตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. Facebook : https://www.facebook.com/araksacafe
  13. บู๊ทส์ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 21 ปี ส่งโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ “Bumper Sale” ช้อปมันสนั่นร้านในราคาน่าบั๊ม บู๊ทส์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำ จัดงานฉลองครบรอบ 21 ปี เพื่อประกาศความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย พร้อมแสดงความขอบคุณแก่หุ้นส่วนทางธุรกิจ ตลอดจนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจบู๊ทส์เป็นอย่างดีเสมอมา ด้วยโปรโมชั่นเด็ด “Bumper Sale” ช้อปมันสนั่นร้าน ในราคาน่าบั๊ม พร้อมช้อปจุใจกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม “ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี” ที่ร้านบู๊ทส์ทุกสาขาทั่วประเทศ ห้ามพลาดกับโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ “Bumper Sale” ให้เหล่าแฟนตัวยงของบู๊ทส์เลือกสินค้าแบรนด์โปรด 2 ชิ้นคละได้ในราคาสุดโดน! เริ่มตั้งแต่ราคา 299 บาท / 399 บาท / 499 บาท / 999 บาท และ 1,199 บาท พร้อมช้อปจุใจไปกับโปรโมชั่นที่ทุกคนรอคอยของบู๊ทส์ “ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี” โปรฯ สุดคุ้มที่ขนทัพสินค้าแบรนด์ดังกว่า 1,000 รายการ จากร้านบู๊ทส์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ Soap & Glory, Boots Vitamin C และ Boots Sheet Mask รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำ เช่น Betadine Eucerin และ Vichy มาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปกระจายกันที่ร้านบู๊ทส์ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 กันยายน 2561 หลังจากสร้างกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ กับงานฉลองครบรอบ 21 ปี ภายใต้ธีมงาน “ดิสโก้” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโปรโมชั่น “Bumper Sale” ที่กรุงเทพฯ ไปอย่างยิ่งใหญ่ บู๊ทส์เลยขอเอาใจนักช้อปเมืองเหนือและนักท่องเที่ยว ด้วยการจัดงานเฉลิมฉลองที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ โดยเนรมิตลานโปรโมชั่นชั้น G ให้กลายเป็นฟลอร์ ดิสโก้ขนาดใหญ่สุดอลังการ รื่นเริงไปกับทัพเหล่านักแสดงแถวหน้าของวงการ นำโดย เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ / บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ / มารี เบิร์นเนอร์ และ ติ๊นา-ศุภนาฎ จิตตลีลา พรีเซนเตอร์จากแบรนด์ Voodoo ตบเท้า พากันมาออกสเต็ปแดนซ์สไตล์ดิสโก้บั๊มเพื่อเปิดตัวโปรโมชั่น “Bumper Sale” กันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยซีนที่เหล่าดารามาร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 21 ปีของบู๊ทส์ ประเทศไทย ร่วมกับคณะผู้บริหารบนเวที แฟนๆ บู๊ทส์ที่เชียงใหม่มาร่วมเฉลิมฉลองกับบู๊ทส์ด้วยการช้อปมันสนั่นร้านในราคาน่าบั๊ม กับโปรโมชั่น “Bumper Sale” และ “ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี” ที่ร้านบู๊ทส์ทุกสาขาของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ / เซ็นทรัล แอร์พอร์ต / เมญ่า / เดอะ พลาซ่า / ท่าแพ / บิ๊กซี เชียงใหม่ / บิ๊กซี หางดง / สตาร์ อเวนิว / พรอมเมนาดา / โลตัสคำเที่ยง / 89 พลาซ่า / วัน นิมมาน / กาดสวนแก้ว ตั้งแต่วันนี้-ถึง 26 กันยายน 2561 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/bootsthailand และ th.boots.com ช้อปแล้วอย่าลืมติด hashtag #Boots21Birthday เกี่ยวกับบู๊ทส์ ประเทศไทย บู๊ทส์ ประเทศไทย เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของวอลกรีนส์ บู๊ทส์ อลิอันซ์ (หรือ ดับเบิ้ลยูบีเอ) เป็นกิจการระดับโลกแห่งแรกที่ดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีชั้นนำของโลก ด้วยจำนวนสาขาที่มีถึง 277 แห่ง* บู๊ทส์ ประเทศไทยพร้อมมุ่งมั่นที่จะมอบการบริการและการดูแลเอาใจใส่ให้กับลูกค้าทุกคนที่เราดำเนินอยู่ นับตั้งแต่บู๊ทส์ ประเทศไทยได้เปิดร้านเป็นแห่งแรกในปี 2540 ธุรกิจได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนปัจจุบัน บู๊ทส์มีหลากหลายบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ชั้นนำที่อยู่ในการดูแลของบู๊ทส์ อาทิ No7 ซึ่งทุกแบรนด์มุ่งมั่นที่จะมอบคุณค่าที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน *ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2561 โดยไม่รวมประมาณการลงทุนตามหลักส่วนได้ส่วนเสีย
  14. เจ็บป่วย ฉุกเฉินวิกฤต สามารถใช้สิทธิ UCEP โดยไม่ต้องสำรองจ่าย สิทธิ UCEP ที่หลายๆคนยังไม่รู้ ว่าคือสิทธิอะไร แล้วใช้ในช่วงเวลาใดได้ สำหรับสิทธิ UCEP นี้ คือสิทธิการรักษาฟรีใน ผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินวิกฤต ภายใน 72 ชั่วโมง สิทธิ UCEP (Universal Coverge for Emergency Patients) คือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐ เพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤต และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอยภัย แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง 6 อาการ ที่เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤต 1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง 3. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น 4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง 5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบัน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด 6. การอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบประสาทสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต สำหรับขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP 1. ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด 2. โรงพยาบาลประเมินอาการ และคัดแยกระดับความฉุกเฉิน 3. ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล 4. กรณีเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP ทันที แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง 5. กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ให้รีบประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง *หมายเหตุ : Universal Coverge for Emergency Patients (UCEP) คือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐ เพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ข้อมูล : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  15. องค์การอนามัยโลก เตือน คนไม่ออกกำลัง เสี่ยงโรค องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เตือนว่าประชากรวัยผู้ใหญ่กว่า 1,400 ล้านคนทั่วโลก เสี่ยงเป็นโรคจากการไม่ออกกำลังกายให้เพียงพอ ขณะที่อัตราของกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายทั่วโลกไม่มีความเปลี่ยนแปลงในช่วงเกือบ 20 ปี รายงานขององค์การอนามัยโลกที่เผยแพร่วันนี้ได้ชี้ว่าจำนวน 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลก และ 1 ใน 4 ของประชากรชายทั่วโลก กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง หากไม่มีการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายให้เพียงพอ รายงานฉบับนี้ติดตามระดับการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายของประชากร 1 ล้าน 9 แสนคน ใน 168 ทั่วโลกในช่วงปี 2559 นักวิจัยพบว่าไม่มีการพัฒนาขึ้นของระดับกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายนับตั้งแต่ปี 2544 แม้ว่าจะมีโครงการด้านสาธารณสุขจำนวนมากที่เน้นย้ำประโยชน์ของการออกกำลังกายก็ตาม โดยข้อมูลระบุว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกกว่า 1 ใน 4 หรือกว่า 1,400 ล้านคน ยังทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงนำมาสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อ รวมถึงยังมีผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตด้วย องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าประชากรวัยผู้ใหญ่แต่ละคนควรใช้เวลาอย่างน้อย 150 นาทีในแต่ละสัปดาห์ ออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยานที่ไม่หักโหม หรือใช้เวลา 75 นาที กับการทำกิจกรรมออกกำลังกายแบบหนัก อย่างเช่นการวิ่งหรือเล่นกีฬาเป็นทีม เป็นต้น นอกจากนี้ รายงานยังเน้นให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวล ซึ่งรวมถึงอัตราการออกกำลังกายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างประเทศร่ำรวย ที่ประชาชนมีวิถีชีวิตที่สะดวกสบายและคุ้นเคยกับการนั่งโต๊ะหรือไม่เคลื่อนไหวร่างกายมากกับประเทศยากจน และระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
×