Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

นักข่าวออนไลน์ CM108

Administrators
  • Content Count

    1,824
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    3

นักข่าวออนไลน์ CM108 last won the day on October 7 2016

นักข่าวออนไลน์ CM108 had the most liked content!

1 Follower

About นักข่าวออนไลน์ CM108

  • Rank
    Advanced Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. กรุงเทพฯ 20 มี.ค. – กฎหมายภาษีอีเพย์เม้นท์ลงประกาศในราชกิจจาแล้ว มีผลบังคับใช้ 21 มี.ค. ฝาก-โอนเกิน 3 พันครั้ง แบงก์ต้องรายงานกรมสรรพากร ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันนี้ (20 มี.ค.) หรือกฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม2562 เหตุผลในการออกกฎหมายฉบับนี้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติกำหนดให้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการดำเนินการของภาครัฐ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชน รวมถึงการรับชำระภาษี สำหรับประเด็นสำคัญกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีวอยเล็ต) มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะให้กรมสรรพากร เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี โดยธุรกรรมลักษณะเฉพาะ คือ ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง และมียอดของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป หากผู้มีหน้าที่รายงานไม่ปฏิบัติตาม อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจลงโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และปรับปรุงอัตราโทษสำหรับกรณีเจ้าพนักงานเปิดเผยข้อมูลของผู้เสียภาษีอากรหรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ลดล้างสต๊อกครั้งใหญ่เคลียร์คิวมาช้อปด่วน Central Clearance Sale ลดสูงสุดมากกว่า 90% ที่ เซ็นทรัล สาขากาดสวนแก้ว ลดล้างสต๊อกครั้งใหญ่ครั้งเดียวในรอบปี ยกขบวนสินค้าคุณภาพหลากหลายราคาเริ่มต้นไม่ถึงร้อยบาท เตรียมตัวช้อปจุใจกับแบรนด์ดังมากมายที่ขนกันมาลดจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, รองเท้า ของใช้ภายในบ้าน และอื่นๆ อีกมากมายเติมสินค้าใหม่ ทุกวัน ช้อปครบ 2,000 ขึ้นไปลุ้นรับของรางวัลกลับบ้านมากมาย อาทิ ทอง Prima Gold, บัตรกำนัลจากซูอควอทเลี่ยม,บัตรกำนัลจากโรงแรมฟูราม่า, บัตรกำนัลจากโรงแรมดวงตะวัน, บัตรกำนัลจากดิ โอเอซิสสปา และบัตรกำนัลจากไฟล์ ออฟ เดอะ กิลบอน ห้ามพลาด!! Central Clearance Sale ลดสูงสุดมากกว่า 90% วันที่ 20 มี.ค. - 7 เม.ย. 62 ที่เซ็นทรัล สาขากาดสวนแก้วเท่านั้น
  3. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังอยู่ในขั้นวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยพบการเผาทั้งในพื้นที่ป่า และที่ทิ้งขยะอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (18 มี.ค.62) ร้อย.รส.ที่ 1 นฝ.ศฝ.นศท.มทบ.33 (อ.เมือง ช.ม.) กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบการเกิดเหตุเพลิงไหม้ด้านหลังหมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ โครงการ 6 ต.แม่เหียะ อ.เมือง ช.ม. โดยได้รับการแจ้งเหตุจากประชาชนในพื้นที่ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมือง ช.ม. และเทศบาลตำบลสันผักหวาน ต.สันผักหวาน อ.หางดง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการดับไฟและสามารถควบคุมไฟได้ สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ว่างของเอกชน เป็นที่ทิ้งขยะ และทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดับไฟไหม้ในครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เช้าสู่ช่วง 60 วันห้ามเผา มีการลักลอบเผาในพื้นที่ที่เป็นที่ทิ้งขยะหลายครั้ง ทั้งในเขตอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตงและล่าสุดที่หลังหมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ โครงการ 6 ซึ่งแต่ละจุดเป็นพื้นที่ของเอกชนที่บริษัทรับเหมาขนและกำจัดขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมากำจัด โดยไม่ถูกหลักสุขอนามัย และเป็นปัญหาซ้ำซาก แม้กระทั่งพื้นที่ว่างในศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยมีเอกชนนำขยะมาลักลอบทิ้งและเผาอยู่บ่อยครั้ง จนต้องจัดกำลังมานั่งเฝ้าเวรยามในพื้นที่ดังกล่าว.
  4. ยุทธการสยบไฟป่า ผู้ว่าฯ เอาจริง ส่งคณะทำงานลงพื้นที่ พบผู้กระทำผิดตามกฎหมายห้ามเผาเพิ่ม เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 62 เวลา 17:30 น. หน่วยพิทักษ์ที่ 2 อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้ลาดตระเวนแนวเขตรอยต่อของพื้นที่อุทยานแห่งชาติกับพื้นที่ทำกินของราษฎร ตามภารกิจลาดตระเวนภายใต้ยุทธการสยบไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควัน ได้ตรวจพบควันจากการเผาในที่โล่ง จึงได้เข้าไปตรวจสอบและควบคุมตัว นายเซ็ง แซ่ว่าง ชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดงจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแจ้งผู้ใหญ่บ้าน, กำนันตำบลบ้านปง และอำเภอหางดง มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย รายงานว่า นายเซ็ง แซ่ว่าง ได้ทำการเผาวัสดุทางการเกษตรในที่โล่ง รวมเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา และเป็นการเผานอกเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อย่างไรก็ตาม เมื่อกระทำผิดต้องดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามยุทธการสยบไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่อย่างจริงจัง
  5. ภาพจาก ชมรมกู้ภัยสารภี จ.เชียงใหม่
  6. เมื่อราว 03.21 น. วันที่ 18 มีนาคม 2562 ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง เสียหลักหลุดโค้งชนกับเสาไฟหน้า KFC ที่ K-Park Business Center หรือโค้งลุงรัตน์ไก่อบฟาง ถนนมหิดล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผลให้รถพลิกคว่ำ มีคนขับเป็นชาย บาดเจ็บติดภายในรถออกมาไม่ได้ โดยขาทั้งสองข้างติดกับคอลโซลรถ กู้ภัยรวมใจ อปพร. จึงได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยกันนำออกมาได้ กู้ภัยในเขตได้นำส่งโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่ เมโมเรียล จากการตรวจสอบรถเกจ์ไมล์ค้างที่ 150 ทั้งนี้ ทราบเบื้องต้นรถเก๋งคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากสะพานหนองหอย มุ่งหน้าไปทางสะพานข้ามน้ำปิง ป่าแดด แต่มาหลุดโค้งบริเวณดังกล่าวเนื่องจากเป็นทางโค้ง ทีมข่าว CM108 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโค้งดังกล่าวมีอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดในเวลากลางคืน มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยรายที่เสียชีวิตเป็นนายแบบอนาคตไกล ลูกชายข้าราชการในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์ลงสะพานหนองหอยด้วยความเร็ว แล้วมาเจอโค้งพอดี.... ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก จนท.กู้ภัย Chaiyakon Rescur Pingnakorn และ ชมรมกู้ภัยสารภี จ.เชียงใหม่
  7. ประกาศหยุดเรียน 1 วัน เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันที่จะส่งผลต่อสุขภาพของบุคลากรและนักเรียน โรงเรียนจึงขอ ประกาศหยุดเรียนทุกระดับชั้น ในวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562 เป็นเวลา 1 วัน และจะเรียนชดเชยในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม2562 ทั้งนี้ขอให้ครู ผู้ปกครองและนักเรียนป้องกันและดูแลตนเองเบื้องต้นจากเหตุการณ์หมอกควันที่กำลังมีอยู่ในขณะนี้ และในระหว่าง วันอาทิตย์และวันจันทร์ หากมีการยํ้าเตือนหรือเปลี่ยนแปลงข่าวสาร จะกระทำก่อนเที่ยงวัน ท่านสามารถติดตามข่าวสาร จากทาง www.sch.ac.th หรือ line ของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ด้วยความปรารถนาดี คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ เพิ่มเติม ig ของโรงเรียนพระหฤทัยครับ เข้าไปกดติดตามด้วยนะครับ https://www.instagram.com/sccollegecm/… #โรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ #SC #รักพระหฤทัยเชียงใหม่
  8. กรมอนามัย เผยตากแดดร้อนจัดติดต่อกันเป็นเวลานาน เสี่ยงรับรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แนะประชาชนให้ระวังและป้องกันตนเองลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนังและผลกระทบต่อดวงตา นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า แสงแดดมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตแต่หากได้รับมากเกินไปเป็นระยะเวลานาน รังสียูวีก็สามารถส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ดวงตา และทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังในระยะยาวได้ ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ค่าดัชนีรังสียูวี ซึ่งเป็นค่าที่บอกปริมาณของความเข้มของรังสียูวีที่ถูกส่งมายังพื้นโลก พบว่าระหว่างวันที่ 6–10 มีนาคม 2562 ประเทศไทยจะมีค่าดัชนีรังสียูวีสูงสุดอยู่ที่ระดับช่วง 9–13 คือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน หนองคาย กำแพงเพชร ขอนแก่น เพชรบูรณ์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตราด สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และสงขลา ซึ่งระดับความเข้มข้นของรังสียูวี ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจะทำให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงขึ้น มีผลกระทบต่อผิวหนัง ได้แก่ ผิวไหม้จากแดด ผิวแก่ก่อนวัย มะเร็งผิวหนัง รวมถึงส่งผลต่อดวงตา หากไม่มีการป้องกันอาจทำให้เกิดกระจกตาอักเสบ ภาวะจอประสาทตาเสื่อม ในผู้สูงอายุ และในระยะยาวอาจเกิดต้อเนื้อ ต้อลม หรือต้อกระจก กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยว คนที่ทำงานกลางแจ้งติดต่อกันเป็นเวลานาน "ทั้งนี้ การป้องกันรังสียูวีทำได้โดยอยู่ในที่พักอาศัย อาคาร หรือในร่ม โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพผิวแพ้ง่ายหรือภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงการตากแดดในช่วงเวลาที่มีรังสียูวีสูง คือเวลาประมาณ 10.00 – 16.00 น. หากจำเป็นต้องตากแดดควรใส่เสื้อแขนยาว มีสีอ่อน หลวม มีน้ำหนักเบาระบายความร้อนได้ดี กางร่มหรือสวมหมวกปีกกว้าง ใส่แว่นตากันแดด ทาครีมกันแดด SPF30+ ทุก 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งควรจัดตารางเวลาทำงานสลับกับการพักเป็นระยะในที่ร่ม เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับรังสียูวี” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
  9. จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับบริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม เอเชีย จำกัด เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า FOMM One ประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และหวังขับเคลื่อน “Smart City” อย่างเต็มตัว วันนี้ (4 มี.ค.62) ที่ ศูนย์แสดงสินค้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า FOMM One ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐ ในการสนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน สามารถประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อขับเคลื่อนเชียงใหม่ “Smart City” อย่างเต็มตัว จังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง และมีความพร้อมทุกด้านในการเป็นต้นแบบ “Smart City”และเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้นำร่องโครงการ โดยเน้นเรื่องของการส่งเสริมการเกษตร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ และต่อยอดไปสู่การใช้งานทางบริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม จำกัด จึงได้เลือกให้จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า FOMM One ในภูมิภาค รถยนต์ไฟฟ้า FOMM One เป็นรถที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด รองรับได้ถึง 4 ที่นั่ง ใช้แบตเตอร์รี่ 100% ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการชาร์จไฟฟ้าจากระบบภายในบ้านเพียง 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร ภายในงานยังมีการเสวนา เรื่อง มิติใหม่ภาครัฐ-เอกชน จับมือ หนุนเชียงใหม่ สู่ Smart City เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าในการผลักดันเชียงใหม่สู่เมือง Smart City ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในอนาคต ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสัมผัสรถยนต์ไฟฟ้า FOMM One ได้ที่ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ได้ วันที่ 4-10 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ******** สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม : ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ 4 มีนาคม 2562
  10. 16.15 น. วันที่ 4 มี.ค. 2562 มีไฟไหม้ป่า ใกล้วัดพระธาตุดอยคำ ขณะนี้ยังไม่ดับ เจ้าหน้าที่ทราบเรื่องแล้ว กำลังเข้าดำเนินการ
  11. เมื่อวันที่ 3 มี.ค.62 เวลา 14.30 น. ชป.บ้านทุ่งจำเริง ม.3 ต.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ชป.อบต.อมก๋อย และ อปพร. ลาดตระเวนพบจุดไฟไหม้ 1 จุด แนวป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอมก๋อย เขตบ้านทุ่งจำเริง กำลังช่วยกันดับไฟ ช่วงดับไฟได้พบลูกกระต่ายกำลังหนีไฟ 1 ตัว ช่วยไว้ทัน ได้ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติบริเวณป่าที่ยังสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว น่าสงสารสัตว์ป่า บางส่วนหนีตายได้ บางส่วนถูกไฟเผาไม่เสียชีวิตไปก็ไม่น้อย
  12. รถตู้โดยสารเชียงใหม่-เวียงแหง เสียหลักลงข้างทาง บาดเจ็บ 5 ราย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (3 มี.ค. 62) ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตู้โดยสาร เชียงใหม่ - เวียงแหง หมายเลขทะเบียน 10 - 6577 เชียงใหม่ เสียหลักลงข้างทาง ที่ กม.61 ทางหลวง 1322 แม่จา - เวียงแหง หมู่ที่ 5 ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 5 ราย คือ นางสาวโสภา จันทะโชติ อายุ 31 ปี เป็นผู้โดยสาร, นางอะเปมะ หลี่เจี๊ยะ อายุ 60 ปี เป็นผู้โดยสาร, นางอมิติมา เลาหมี่ อายุ 62 ปี เป็นผู้โดยสาร, นางนุ ลุงแหลง อายุ 51 เป็นผู้โดยสาร ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส นำส่งพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และนายธนกฤต พิทักษ์เนติศาสตร์ อายุ 58 ปี เป็นคนขับรถ บาดเจ็บอาการสาหัส นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ สำหรับสาเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากคนขับหมดสติ เนื่องจากภาวะน้ำตาลต่ำ ความดันสูง พักผ่อนน้อย ข้อมูล เพจข่าวภาพอาชญากรรม ภาพจาก ปภ.เชียงใหม่
  13. ห้ามเด็ดขาด!! "กั๊กที่จอดรถ" ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงถึง 1 หมื่นบาท และคนถ่ายรูปแจ้งเบาะแสได้ส่วนแบ่งจากเงินค่าปรับด้วย--------------------------------- การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 19 ระบุไว้ว่าห้ามมิให้ผู้ใดตั้ง วางหรือกองวัตถุใดๆบนถนน เว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งตามมาตรา 57 ระบุผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท โดยประชาชนสามารถแจ้งเรื่องดังกล่าวได้ที่เจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเทศบาลท้องที่ตนเองได้ทันที ซึ่งการกระทำดังกล่าวยังเข้าข่ายความผิดตามอาญามาตรา 385 ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท นอกจากนี้ ถ้าเป็นการจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้าน ยังไม่มีกฎหมายที่รับรองชัดเจนนัก เป็นแต่เพียงมารยาททางสังคมที่พึงระลึกว่าผู้อื่นจะเดือดร้อน แต่หากเจ้าของรถคันนั้นมักจะจอดอยู่เป็นประจำ หรือมีการมาตั้งแผงลอยกีดขวางก็ตาม ในประมวลกฎหมายอาญา หมวดลหุโทษ มาตรา 397 ระบุไว้ว่า ผู้ใดในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใดๆอันเป็นที่การรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเทศบาลเพื่อดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขที่ว่า เจ้าของบ้านต้องแจ้งเรื่องไว้เป็นหลักฐานว่าได้มีการกระทำดังกล่าวอยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นๆจงใจทำให้เดือดร้อน แต่หากเจ้าของบ้านพบว่าจอดขวางอยู่เป็นประจำแต่ไม่มีการแจ้งเรื่องเป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ก็คงไม่อาจดำเนินการให้ได ้Cr.Dailynews
×