Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

kamponsuwannawong

ban
  • Content Count

    6
  • Joined

  • Last visited

About kamponsuwannawong

  • Rank
    Newbie

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. ถ้าเห็นข้อมูลประกอบนี้ ควรได้เวลายุติเสียที เรื่องทวงคืนปตท. จากกลุ่มคนบางกลุ่มที่เป็นมหากาพย์ยืดยาวกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นมหากาพย์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เพิ่งจะมาเป็นที่ยุติเด็ดขาดเอาเมื่อ 16 ก.พ. 2558 นี้เอง แต่ก็ไม่วายที่ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มออกมาพูดไปวกไปวนมา ทวงคืนกันไม่ยอมจบสะที ผู้ฟ้องก็คือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (เจ้าเก่า) ส่วนผู้ถูกฟ้องก็กราวรูดกันมาตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน ปตท. และกระทรวงการคลัง เริ่มตั้งแต่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจปตท. ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง แต่ยังมีรายละเอียดในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินคือท่อส่งก๊าซว่าอันไหนเป็นของรัฐ ต้องส่งมอบคืน และอันไหนยังคงเป็นของปตท. เกณฑ์ตัดสินของศาลฯ ท่านก็ยึดเอาว่า ทรัพย์สินที่ได้มาจากการใช้อำนาจเวนคืน รอนสิทธิเหนือที่ดินเอกชน และใช้เงินลงทุนของรัฐ ปตท.ต้องคืนให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การใช้ท่อจากนี้ไปจะต้องมีค่าเช่า ส่วนทรัพย์สินที่ บมจ.ปตท.เป็นผู้ลงทุนเองทั้งบนบกและใต้ทะเล ก็ให้ถือว่ายังคงเป็นสมบัติของ ปตท. ไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินคืนรัฐ มูลนิธิอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ยังติดใจคำสั่งศาลว่า ทำไมยังมีส่วนแบ่งแยกให้เป็นทรัพย์สินของ ปตท.อยู่อีก จึงยื่นคำร้องฟ้องต่อศาลกันใหม่อีก ฟ้องร้องเรื่องปตท.ส่งทรัพย์สินคืนไม่ครบ ฟ้องไปที่ศาลปกครองกลางบ้าง ศาลปกครองสูงสุดบ้าง ศาลท่านก็ยกคำฟ้องทุกครั้งไป แต่มูลนิธิแห่งนี้ ก็ยังใช้สิทธิ “ฟ้องซ้ำ-ฟ้องซ้อน” ได้ ไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ระหว่างนั้น ช่วง 9 ปีมานี้ ก็มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสตง.บ้าง คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาลบ้าง หรือกลุ่มพลังทวงคืนปตท.บ้าง สลับหน้ากันเข้ามาเชียร์ผู้ฟ้องร้องกันเป็นระลอก อย่างกับละครเลยล่ะครับ ช่วง 9 ปีที่ต่อสู้กัน มีทั้งบทลักไก่ บทพูดความจริงแค่ครึ่งเดียวหรือ “ฮาล์ฟ ทรูทช์” หรือบทเฮละโลทำเนียน ตีหน้าซื่อ แต่จะขอโค่นล้มคุณเสียให้ได้ สตง.ยุค “คุณหญิงเป็ด” ผ่านไป นึกว่าการจองล้างจองเวรปตท.จะหมดไปแล้ว แต่ สตง.ยุคคุณพิสิษฐ์ ลีลาวัชโรบล กลับเฮี้ยบไม่แพ้กันสักเท่าไหร่เลย เทียวไล้เทียวขื่อฟ้องร้องหน่วยงานต่างๆ ว่า ปตท.ยังคืนทรัพย์สินไม่ครบถ้วนอยู่นั่นแหละ มิใย ปตท. กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง พลังงาน จะชี้แจงกลับไปว่า ปตท.ส่งคืนทรัพย์สินเข้ารัฐครบถ้วนไปแล้ว แต่ สตง.ก็ไม่ฟัง ศาลปกครองยกคำร้องมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สตง.ของท่านพิสิษฐ์ก็ไม่ยอมรับรู้รับเห็นด้วยแต่ประการใด – ข้อน่าพิรุธตรงหนังสือสำคัญลงวันที่ 10 มี.ค. 2552 ที่สำนักงานศาลปกครองแจ้งไปยัง สตง. มีข้อใหญ่ใจความว่า ปตท. ได้ส่งคืนทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว ตามคำพิพากษาของศาลปกครองนี่สิ… – ไม่รู้ สตง.ไปทำตกหล่นสูญหายได้อย่างไร – สตง.ถึงได้เล่นบท “ผู้ไม่รับรู้” และเข้าไปเล่น “เกมโค่นล้ม” เกมเดียวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเช่นนี้ ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเด็ดขาดยกคำร้องมูลนิธิฯและพวกจำนวน 1,455 คน กรณีคืนท่อก๊าซปตท.ไปเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2558 พร้อมทั้งจำหน่ายคดีออกจากสารบบไปแล้ว ** หมายเหตุล่าสุดก็เริ่มมีการฟ้องร้องทวงคืนกันอีกระลอก ซึ่งข้อมูลที่นำมาเสนอนี้ น่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมที่ไล่แชร์ ไล่ทวงคืนกันไม่บันยะบันยัง โดยไม่สนข้อมูล หรือแม้แต่คำตัดสินของศาล ว่ากรณี้น่าจะยุติได้แล้ว เพราะจำหน่ายออกจากสารบบ ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/สตง-ยอมรับ-ปตท-คืนท่อครบ/
  2. กระแส ทวงคืน ปตท. เป็นกระแสที่มาบูมในระยะ 2-3 ปีที่ผ่าน แถมตอนนี้โดนโจมตีอย่างหนักโดยการโหนกระแสของ กปปส. เพื่อเรียกแขกมากขึ้น โดยข้อกล่าวหาร้ายแรงว่า กลุ่ม ปตท. คือน้ำเลี้ยงสำคัญของระบอบทักษิณ บ้างก็ว่า “ทักษิณ” เป็นเจ้าของ ปตท. และไม่น่าเชื่อว่า ข้อมูลเบสิคๆแบบนี้ ที่ฟังพวกแกนนำที่พูดบนขึ้นเวทีม๊อบ หรือพวกแกนนำนักทวงคืนอย่างผู้สูงวัยท่านหนึ่ง นั้นกลับไม่คิดจะค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองและก็เชื่อในทันทีด้วยในอคติว่า ทักษิณ หรือ ตระกูลชินวัตร เป็นเจ้าของ ปตท. คือใคร และ ปตท.คือต้นเหตุทำให้น้ำมันแพง และที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่ง ถ้าพรรคที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพรรคที่ทักษิณสนับสนุนได้เป็นรัฐบาล กระแสทวงคืน ปตท.นั้นเงียบเป็นเป่าสากไม่มีใครพูดถึง ดังนั้นทีมงานก็เลยไปค้นข้อมูลข้อเท็จจริงว่า ปตท. เป็นของใคร ใครกันแน่คือเจ้าของ ปตท. ที่แท้จริง แล้วเราจะทวงคืนทำไม ทวงคืนให้ใคร? เปิดหลักฐานหลังจากการแปรรูปจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจุดเริ่มมาจากการออกพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจปี พ.ศ.2542 ในยุครัฐบาลชวน 2แต่ดันมาเข้าตลาดตอนยุครัฐบาลทักษิณ เลยกลายเป็นว่าทักษิณต้องเป็นแพะรับบาปว่าเป็นผู้ที่ฮุบหุ้น ปตท.ทั้งหมดให้ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของ ทีนี้เราต้องมาเจาะดูว่า (เจ้าของ ปตท คือใคร) ใครถือหุ้นใหญ่ ปตท. ผู้ถือหุ้นใหญ๋ ปตท. นั้นหาง่ายมากๆได้จากเว๊บไซด์ settrade.com ได้ผู้ถือหุ้นใหญ่ดังภาพนี้ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ปตท. จะเห็นได้ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงเป็นกระทรวงการคลัง ประมาณ 51% ซึ่งคนไทยเป็นเจ้าของร่วมกัน และกองทุนวายุภักษ์ทั้ง 2 กอง ก็เป็นกองทุนของภาครัฐที่ทั้งหน่วยงานรัฐและประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถลงทุน ในกองทุนนี้ได้ รวมกันอีก 15% นอกจากนี้ยังมีกองทุนประกันสังคมที่เป็นของคนไทยทุกคนอีก 1% สรุปรวมๆแล้วก็เป็นของรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 67% จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็คือภาครัฐซึ่งส่วนนี้เป็นของคนไทยทุกๆคนอยู่แล้ว แล้วที่เหลือล่ะ เป็นนักลงทุนคนไทยรายย่อย 16% จากการตรวจสอบสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นของ ปตท. ก็พบว่า คนในตระกูลชินวัตรจริงๆได้แก่ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร และนายพอพงษ์ ชินวัตร ถือหุ้นเพียง 7,700 หุ้น จาก 2.85 พันล้านหุ้น หรือ 0.0002% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากจนไม่มีนัยยะสำคัญที่จะไปครอบงำเพื่อกำหนดนโยบายหรือทิศทาง อะไรได้เลยใน ปตท. เป็นการลงทุนตามปกติที่ใครๆก็เข้าไปซื้อได้ในตลาดหลักทรัพย์ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อรายได้ ปี 2555 ทั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ ปตท. ค้ากำไรเกินควรอะไรเลย เพราะกำไร ปตท. ประมาณแสนล้านบาทนั้น มาจากยอดขายประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 3% กว่าๆเท่านั้นเอง (ฝากสหกรณ์ยังได้ดอกเบี้ยมากกว่าด้วยซ้ำ) ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทน้ำมันแห่งอื่นๆ และกำไรที่มาจากการลงทุนไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนไปต่างประเทศมากมาย เป็นผลมาจากการแปรรูป ปตท. ทำให้มีความสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ทำให้คนไทยไม่ต้องต่อคิวซื้อน้ำมัน ไม่มีปัญหาไฟฟ้าติดๆดับๆ ดังนั้นข้อกล่าวหาว่า ปตท.ขูดรีดคนไทยก็ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เปิดหลักฐานปตทเป็นของใ/
  3. ใครเป็นเจ้าของ ปตท กันแน่ เป็นของทักษิณจริงหรือ? ยังมีกลุ่มใครบางคนที่มีความพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่สับสน โดยเฉพาะในโลกโซเชียลว่า ปตท. เป็นของทักษิณอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่ม NGO ด้านพลังงานบางกลุ่ม ที่ต้องการเรียกคะแนนเสียง จากความเกลียดชังทางการเมือง 10 อันดับ ใครเป็นผู้ถือหุ้น ปตท. รายใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว หุ้นใน ปตท. ประมาณ 67% นั้น เป็นของรัฐบาล ถือหุ้นผ่านทั้งกระทรวงการคลัง กองทุนรวมวายุภักษ์ และกองทุนประกันสังคม โดยที่เมื่อมีการตรวจสอบไปถึงคนในตระกูลชินวัตร พบว่ามีการถือหุ้น เพียง 7,700 หุ้น จากหุ้นทั้งหมด 2.85 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 0.0002% เท่านั้น ซึ่งไม่สามารถมีอิทธิพลต่อการบริหารงานของ ปตท. ได้เลย ส่วนในกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า อาจถือหุ้นผ่านบริษัทนอมินีต่างประเทศ ต้องเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และเปิดเสรีอยู่แล้ว ซึ่งหากจะเหมาว่ากองทุนนอมินีต่างชาติทั้งหมดเป็นของทักษิณ นั่นหมายความว่า ทักษิณต้องมีเงินมหาศาลขนาดที่ว่าจะซื้ออะไรก็ได้เลยทีเดียว ดูข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ “ปตท. เป็นของใคร จะเป็นของของทักษิณจริงหรือไม่” ได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=t_wEDAkaMpk สามารถติดตามอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ปตท-เป็นของใคร-ทักษิณ/
  4. องค์กรโปร่งใสนานาชาติจัดให้ ปตท. ติดกลุ่มท็อป 25 หรืออยู่ในกลุ่มที่ถือว่าโปร่งใสที่สุด องค์กรโปร่งใสนานาชาตินำ 100 บรรษัทมาจัดอันดับด้านความโปร่งใสอินเดียคะแนนสูงสุด บรรษัทจีนต่ำสุด ไทยมี 3 บริษัทติด Top 25 ทั้งอินโดรามา,ไทย ยูเนียน โฟรเซน และ ปตท. ส่วนกลุ่มซีพีอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายโปร่งใส่อันดับ 93 ได้ 0.6 จาก 10 คะแนน จากข่าวแฉ ปตท. โกงชาติ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติจึงจัดอันดับให้ ปตท. โปร่งใสที่สุด เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International)รายงานความโปร่งใสประจำปี 2016 ของบรรษัทใหญ่ระดับโลก (Transparency in Corporate Reporting: Assessing Emerging Market Multinationals) โดยสำรวจ 100 บรรษัทในประเทศเศรษฐกิจใหม่ 15 ประเทศที่ไม่เพียงแต่ทำธุรกิจในประเทศตัวเองแต่ยังออกไปทำธุรกิจนอกประเทศ 185 ประเทศทั่วโลกถือได้ว่าบรรษัทเหล่านี้เกิดความล้มเหลวในด้านความโปร่งใส มีการคอร์รัปชั่นพร้อมกับเรียกร้องให้หยุดคอร์รัปชั่นที่ไปทำธุรกิจในต่างประเทศ จากการสำรวจพบว่า 75 % ของ 100 บรรษัทใหญ่เหล่านี้ทำคะแนนได้น้อยกว่า 5 จาก 10 คะแนนหรือได้เฉลี่ยเพียง 3.4 เท่านั้นถือว่าความโปร่งใส่ลดลงไปอีก 0.2 คะแนน เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งสุดท้ายในปี 2013 สำหรับคะแนนที่ถือว่าโปร่งใสน้อยที่สุดคือศูนย์ (0) และโปร่งใสมากที่สุดคือ สิบ(10) นายโฮเซ่ ยูกาซ ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ กล่าวว่าจุดระดับที่น่าสงสารความโปร่งใสของบรรษัทในตลาดเกิดใหม่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าบรรษัทเหล่านี้ห่วงใยกับการหยุดคอร์รัปชั่นหรือไม่ หยุดความยากจนที่บรรษัทเหล่านี้ไปทำธุรกิจและช่วยลดความไม่เสมอภาคหรือไม่ อีกทั้งเราพบว่าการคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้นในบรรษัทนานาชาติ พร้อมกับยกตัวอย่างบริษัท Odebrecht Group หรือกลุ่ม China Communications Construction Company ที่เข้าไปทำลายเศรษฐกิจของท้องถิ่น “บรรรษัทต่างๆบอกว่าต้องการต่อสู้กับคอร์รัปชั่นแต่เรื่องนี้ไม่พอเพียง การกระทำต่างหากที่จะเสียงดังกว่าคำพูด”นายยูกาซกล่าว บรรษัทจากกลุ่มประเทศ BRICS 75 บริษัท (Brazil, Russia, India, China และ South Africa)ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น โดยเฉพาะบรรษัทจากจีนเข้ามาดึงให้ทั้งกลุ่มได้คะแนนที่ต่ำลง ทั้งนี้บรรษัทจากกลุ่มบริกส์เมื่อรวมกันแล้วเป็นประเทศที่มีจีดีพี (GDP) 30 % ของโลก บรรษัทจากประเทศจีนคิดเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มทำคะแนนได้น้อยเฉลี่ย 1.6 จาก 10 คะแนน มีพียงบรรษัทเดียวที่ติดอยู่ในกลุ่ม top 25 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บรรษัทจีนจะต้องยกระดับให้ได้มาตรฐานนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเร็วๆนี้รัฐบาลจีนประกาศลงทุน 60 พันล้านดอลลาร์ในทวีปแอฟริกา เงินเหล่านี้จะต้องจ้างบรรษัทจีนเข้าไปให้บริการ ขณะเดียวกันกลุ่มบรรษัทประเทศจากอินเดียได้คะแนนเฉลี่ยมากที่สุดในบรรดาประเทศต่างๆ 75 % ของบรรษัทอินเดียมีความโปร่งใสมากที่สุด สำหรับบรรษัทจากไทย 3 รายติดกลุ่มท็อป 25 หรืออยู่ในกลุ่มที่ถือว่าโปร่งใสประกอบด้วยบรรษัท โดยติดอันดับที่ 20 , 21 และ 22 ตามลำดับ อินโดรามา เวนเจอร์ (Indorama Venture) 5.6 คะแนน ไทย ยูเนียน โฟรเซน โพรดัคส์ (Thai Union Frozen Products) 5.5 คะแนน ปตท.(PTT) 5.4 คะแนน ขณะที่กลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ ( CP Groups ) ได้ 0.6 จาก 10 คะแนนอยู่ในกลุ่มสิบอันดับสุดท้าย คือได้อันดับที่ 93 จากทั้งหมด 100 บริษัทในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ บริษัทเหล่านี้ได้รับการประเมินจากข้อมูลหลายด้าน เช่น โครงการต่อต้านคอร์รัปชั่น การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทลูก บริษัทร่วมทุน และบริษัทในเครือรวมถึงข้อมูลการเงินของธุรกิจที่อยู่บริษัทไปเปิดในต่างประเทศ สำหรับแนวที่จะแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้นั้นบรรษัทจะต้องมีโครงการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยใช้วิธีการเรียกตบทรัพย์ (bribery)เป็นเครื่องมือหรือใช้ระบบคนแจ้งเหตุ (whistleblowers)รายงานการคอร์รัปชั่นให้สาธารณะทราบโดยไม่หวั่นเกรง วิธีการนี้ถือเป็นการแจ้งเหตุไปยังลูกค้า,สต๊าฟงานและหุ้นส่วนของบรรษัทเพื่อแสดงให้เห็นว่าบรรษัทมีนโยบายโปร่งใส่ นายยูกาซกล่าวว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศจะต้องมีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างเข้มข้นเช่นสหราชอาณาจักรมี UK Bribery Act และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายที่เอาจริงเอาจังเช่นสหรัฐฯดำเนินการ รวมทั้งการวางกฎเกณฑ์ต่างๆของบรรษัทให้ชัดเจน สามารถติดตามอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ข่าวแฉ-ปตท-ขี้โกง-แต่/
  5. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่อยู่ในความนิยมอันดับต้นๆ เป็นที่ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากทำงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่แก่กล้าด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ เพื่อมาในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และ (บอร์ด ) เพราะผลตอบแทนสูง เพราะมีทั้งเงินเดือน บอร์ด ปตท. โบนัส ค่าเบี้ยประชุม หุ้น สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ (Warrant) และสวัสดิการ รวมไปถึง ค่าเช่าบ้าน ค่าปฏิบัติงานต่างจังหวด และค่าล่วงเวลา ข้อมูลเหล่านี้ปรากฏชัดเจนในหนังสือรายงานประจำปีปตท. 2550 ที่ระบุว่า ได้จ่ายผลตอบแทนให้กรรมการบริษัทซึ่งมีงานหลักในการประชุมรวมทั้งสิ้นประมาณ 42 ล้านบาท (ตาราง”42 ล้านบาทเบี้ยประชุม โบนัส กรรมการ”) ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นกรรมการมีรายได้ประจำแน่นอนคือ เบี้ยกรรมการรายเดือน 30,000 บาท หากประชุมได้อีกครั้งละ 20,000 บาท กรรมการคนใดที่เป็นกรรมการในชุดอื่นด้วยจะได้เบี้ยกรรมการและเบี้ยประชุมมากขึ้นตามลำดับ ส่วน เงินโบนัสจะคิดจากอัตรากำไรของบริษัท เท่ากับ 0.05% ของกำไรสุทธิ ข้าราชการ บอร์ด “ปตท.” จากผลประโยชน์ของเงินเดือน บอร์ด ปตท.เหล่านี้ ทำให้เกิดคำถามว่าโครงสร้างการบริหาร ปตท. และบริษัทลูก ที่ให้ผู้บริหารหน่วยงานราชการที่กำกับดูแลกิจการด้านพลังงาน เข้ามาเป็นประธานและคณะกรรมการเหมาะสมหรือไม่ เพราะผู้บริหารหน่วยงานราชการมีภารกิจต้องรักษา และปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ขณะที่ต้องสวมอีกใบหนึ่งในการเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทที่ต้องสร้างประโยชน์ให้บริษัท และทำกำไรสูงสุดเพื่อผู้ถือหุ้น โดยมีผลพลอยได้คือผลตอบแทนจากส่วนแบ่งของกำไรที่เกิดขึ้นในแง่ของโบนัสกรรมการ สามารถติดตามอ่านบทความฉบับเต็มเกี่ยวกับเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. ได้ที่ : http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ข้าราชการ-บอร์ด-ปตท/
×