Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Gai Sathaporn

สมาชิกทั่วไป
  • Content count

    214
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

Everything posted by Gai Sathaporn

  1. สุดท้ายขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ค่อยติดตาม ขอขอบขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีโดย 10ชนเผ่าห้วยชมพู ของพี่เปียก คุณ ธีระ ปิติคราม สนับสนุนค่าที่พัก ขนมจีนน้ำยาพี่เล็กชั้น G เซ็นทรัลแอร์พอร์ต โดยเฮียเจริญ พริกหม่าล่าตรานายเอก ขอบคุณทุกคนที่ไปด้วยกันจึงทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา คุณ วิโรจน์ สายพันธุ์ จากลำพูน คุณประดิษฐ แก้วประเสริฐ(ตรี) คุณเสริมศักดิ์ วงค์ทรายคำ คุณสิงห์คำ ชมภูกาศ (มด)จากลำพูน คุณ อณุภาพ ช่างกบ แล้วก็ผู้หญิงคนเดียวในทริปน้องจูน ใครจะเที่ยวด้วยกันก็ได้ครับ หรือจะไปซาปาก็ติดต่อมาได้ครับ เฟส sathaporn preechachan เบอร์โทร 0816814267
  2. สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตาม CM 108 ต่อจากกระทู้ที่แล้วที่แล้วถึงแค่เดียนเบียนฟู กระทู้นี้จะพาไปเช่ามอเตอร์ไซด์ขี่ที่ซาปาเวียดนามครับ
  3. คณะเรากลับเข้าไทยโดยสวัสดิภาพทุกคน ถึงเชียงใหม่ 3 ทุ่มขับรถวนส่งทุกคนเสร็จเรียบร้อยผมก็กลับบ้าน สนุกมากครับทริปนี้เล่มหน้าเจอกันใหม่ครับจะไปไหนก็ตามกัน
  4. เช้าตื่นขึ้นมาได้ข่าวว่า คุณอนุภาพ เต้นกระจายเลย มีบางคนเข้าถึงหลวงน้ำทาว่ากันไป เห็นว่าดีสุดๆที่หลวงน้ำทา แล้วชวนกันไปทำไมซาปา เอาว่ากันไป เช้ามาหาอาหารทานที่ตลาสสดเช้าเสร็จก็มุ่งหน้าตรงไปที่ด่านเชียงของอย่างเดียวเลย
  5. ทานอาหารเสร็จก็หาที่พัก ราคาถูกมาก ห้องละ 400 บาท มีทุกอย่างห้องใหญ่ดี ใครจะไปไหนเชิญตามอัธยาศัยครับ(ทุกโราแรมจะราคานี้นะครับ)
  6. มาถึงหลวงน้ำทา บ่ายสามโมง มีร้านอาหารชื่อครัวไทยครับ มีทุกอย่างที่คุณอยากกินรสชาติอร่อยแบบไทยๆครับ สบายไปสำหรับมื้อนี้ และที่สำคัญไม่แพงมีราคาบอกทุกอย่าง
  7. มาถึงอุดมไชยเงินกีบผมหมด แต่มีวิธีแลกครับ จอดเติมน้ำมันถามว่ารับเงินไทยไหมส่วนมากจะรับครับและได้ราคาด้วย แต่ต้องแบงค์พันครับ ผมเติมน้ำมันไป แสนกีบ 400 บาท รับเงินทอน หนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันกีบ และไม่ไกลกันมาก ผมก็เติมแบบนี้อีกปั้ม ช่วงนี้มุ่งหน้าหลวงน้ำทาครับ ไปกินข้าวตอนบ่ายเลยแล้วกัน
  8. มาถึงด่านลาวก็ผ่านด่านกันปกติ ผมผ่านคนแรกต้องมาเช็ครถก่อนใคร เช็คน้ำเช็คน้ำมันเครื่องเบื้องต้น พอมากันครบจะขึ้นรถ ก็มีตำรวจลาวมาเก็บค่าฝากรถ ไม่เป็นไรดีครับ รถปลอดภัยเท่าไรก็จ่ายไป ตกลงกัน หนึ่งแสนกีบ 400 บาทคุ้มแล้วครับ ขึ้นรถได้เป้าหมายคือ อุดมไชย
  9. ขากลับเร็วครับ 7.30 น.คณะเราก็มาถึงด่านแล้วครับ นึกว่าต้องรอด่านเปิด เด็กรถมาบอกเข้าได้แล้ว เป็นอันว่าด่านเวียดนามเปิดทำการ 7.30 น.ผ่านด่านก็ไปรอรถ ถ่ายรูปกันไปเพราะอีก 5 กิโลเมตรคณะเราก็จะได้เดินทางด้วยรถตัวเองกันแล้ว
  10. ผมตื่นมาตี 5 มาเจอพี่ตีรข้างล่าง เลยชวนกันออกไปหากาแฟกินที่หน้าขนส่ง มีร้านลุงแก่ๆ ใจดีมาก พูดลาวได้ กาแฟแก้วละหมื่นดอง 15 บาทผมกับพี่ตรีนั้งสบายๆไปดูนาฬิกาต้องไปรวมตัวกันที่หน้าโรงแรมแล้ว ได้เวลารถก็มารับ แล้วเดินทางทันที
  11. ถึงโรงแรมก็จ่ายค่าโรงแรมแล้วให้ทางโรงแรมจองรถให้เพราะเข็ดแล้ว บางส่วนเดินเที่ยวตลาด แล้วแต่ครับตามสบาย เพราะพรุ่งนี้จะกลับเข้าลาวกันแล้ว ต้องรีบนอนเพราะรถจะมารับที่หน้าโรงแรมตอน 6 โมงเช้า
  12. ตอนนี้ครับความสนุกของทริปนี้ก็เกิดขึ้น รถสตาร์ทไม่ติด ลงไปช่วยกันเข็นรถครับสนุกกันไป ทำยังไงก็ไม่ติด เห็นเขาโทรศัพท์ แล้วบอกให้รอก่อน นั้งได้สัก สิบนาทีก็มีรถมาเปลี่ยนครับ คณะเรามาถึงเดียนเบียนฟูก็ ห้าโมงเย็นแล้วเสียเวลาตอนเปลี่ยนรถ แล้วรถคันใหม่เป็นรถใหญ่ขับช้าๆรับคนตลอดทาง
  13. ขากลับรถจะไม่เข้าขนส่งเล่าไก จะขับไปเดียนเบียนฟูโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ นั้งมาได้ครึ่งทางเห็นตลาดที่ขามาเราจอกพักริมทาง แต่คันนี้ไม่จอด เลยมาประมาณสามกิโล คนขับก็จอดรถบอกกินข้าว พูดไทยได้ด้วยคำเดียวเท่านั้น เป็นมื้อแรกของคณะเราที่ได้กินข้าว ร้านข้าวที่เวียดนามจะมีให้เลือกหลายอย่าง มีถาดหลุมเหมือนตอนเราเรียนอนุบาลให้ จะชี้กี่อย่างก็ได้เขาจะตักเฉลี่ยให้เอง สนนราคาก็ ห้าหมื่นดอง 75 บาท(ถ้ามีใครไปกันเองแนะนำให้สั่งคนเดียวพอแต่กินได้สองคนอิ่ม)คณะเราเหลือทุกคนกินไม่หมดเยอะมากๆ พอกินข้าวเสร็จเดินเล่นได้สักพักคนขับก็เรียกขึ้นรถ
  14. ตื่นเช้ามาคณะเราก็รีบออกจากโรงแรมเดินถ่ายรูปเก็บความทรงจำดีๆและความสวยงามเอาไว้ก่อนลา แล้วก็ไปตลาดหาอะไรกินแถวนั้นเพราะรถออก แปดโมงเช้า พอรถมาจะขึ้นรถคนขับก็บอกให้เรารอก่อนจะไปส่งคนในรถ พอรถกลับมามีคนนั้งอยู่ในรถนั้งเบาะที่ดีๆไปแล้ว เป็นการผิดพลาดครั้งแรก ของคณะเรา เพราะเราดันไปจองที่ขนส่งไม่จองผ่านโรงแรม รถจะไปรับคนตามโรงแรมก่อนค่อยมาจอดรับคนที่ขนส่ง ไม่เป็นไรทนนั้งกันไป
  15. ส่วนคุณเอกดีจริงๆถามว่ามีใครจะเอาเงินดองบ้างคุณเอกจะไปกดเพื่อ ผมก็เลยบอกพี่เอกให้กดมาเพื่อด้วย หนึ่งล้านดองเป็นเงินไทย 1500 บาทบวกค่าธรรมเนียม 100 บาท เพราะพรุ่งนี้ต้องใช้ในเดียนเบียนฟูอีก อาบน้ำเสร็จ เจอเจ้าของโรงแรมตัวจริง พูดภาษาอังกฤษได้ดีมากตอบได้ทุกเรื่องที่ถามอัธยาศัยสุดยอด แถมยังเลี้ยงอาหารเบียร์ให้คณะเราด้วย ใจดีมากๆครับ ฝากเอาไว้ด้วยครับ โรงแรมดีๆชื่อ SAPA WONDER HOTEL ใครจะไปมาทักเฟสผมเอารูปไปได้เลยครับ หลายๆคนไปถ่ายรูปทิ้งท้ายกันส่วนผมนั้งกินเบียร์อยู่กับเจ้าของโรงแรม กินกันจนเมาต้องไปนอนครับ
  16. คณะเราก็ชวนกันขี่รถกลับขึ้นมาทางเดิม พอถึงแยกที่มาเราก็ไปขี่รถเที่ยวต่อ วิวนาขันบันไดสวยงามตลอดทางมีจุดแวะถ่ายรูปได้สวยๆหลายที่ ขี่ไปเรื่อยๆจะรอดใต้กระเช้าลอยฟ้า แล้วก็จะสุดทางไม่มีถนนไปได้แล้วแต่มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ จอดรถถ่ายรูปกันครับ นี่ถ้าฝากรถจบข่าวการท่องเที่ยวแน่ๆ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเห็นจะได้ ไปกลับ 14 กิโลโดยประมาณ ถ่ายรูปเก็บรูปกันหลายที่ ดูเวลาแล้ว ก็ 5 โมงเย็นแล้วกลับสิครับ กลับเข้าเมืองก็ประมาณ 10 นาทีถึงไม่ไกลครับเมืองเล็กๆ ถึงโรงแรมก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำครับ
  17. ทานอาหารเสร็จบางคนก็เดินไปเที่ยวในหมู่บ้าน แต่มีผมและอีก สี่คนไม่ไป มาคิดทบทวนว่าทำไมเงินถึงหมดเร็วและแล้วก็ถึงบางอ้อ ว่ามีการจ่ายผิดกัน เฉลยโดยพี่เสริมศักดิ์ เพราะเงินใบละหนึ่งแสนดองจะสีเดียวกันกับใบหนื่งหมื่นดอง ใบละห้าแสนดองจะสีเดียวกันกับใบละสองหมื่นดองผิดกันแต่เลขศูนย์ พี่เสริมศักดิ์ จ่ายค่าเข้าห้องน้ำไปหนึ่งแสนดอง 150 บาทยังมีอีกหลายคนที่ผิดพลาดผมก็โดนแน่ๆเหมือนกัน นั้งได้สักห้านาที คนที่ไปเที่ยวในหมู่บ้านก็กลับมาบอกไม่มีอะไร คณะเราก็ชวนกันขี่รถกลับขึ้นมาทางเดิม
  18. คณะผมได้ตั๋วเข้าหมูบ้านก็ขี่รถออกทันที ไม่ผิดกติกา เข้าไปได้หน่อยเดียวเป็นทางลงเขามีทางแยก จะมีด่านเก็บบัตรเลี้ยวซ้ายเข้าไปจะมีร้านค้า มีสะพานข้ามต้องจอดรถเอาไว้แล้วเดินข้ามสะพานไปเที่ยวหมู่บ้านชาวเขา คณะเราหิวแล้ว สั่งกินที่ร้านค้าวิวจะสวย ม่ามาผัด จานละ ห้าหมื่นดอง 75 บาท แม่ค้าจะคุยไทยได้นิดหน่อยรับเงินไทยด้วย สบายไปบางคนเงินดองหมดพอดี
  19. ลงมาถึงก็ ไปที่รถกันทันทีเพื่อไปหมูบ้านนาขันบันได ตอนลงมาก็บ่ายสามแล้ว แต่ทางไปเห็นแล้ว คณะเราขี่รถไปถึงหมูบ้าน จะมีออฟฟิตเก็บเงินค่าเข้า คนละ ห้าหมืนดอง 75 บาท แต่ตรงนี้ต้องระวังสำหรับคนไทยเลยให้ทำเป็นฟังไม่ออก เพราะเขาจะให้ฝากรถแล้วเดินไป ไกลมากๆครับและถ้าฝากรถคุณจะไปไม่สุดทางเหมือนคณะผม
  20. ถึงสถานีก็จะมีบันไดเดินขึ้นไปอีก จนถึงยอดเขา SIPAN ช่วงนี้ฟ้าไม่เปิดครับ มีแต่หมอกหนาๆ กับไอน้ำ พอถึงยอดเขาก็จะมีกระเช้าลงมาสถานี มาต่อกระเช้าใหญ่อีกที ตอนลงก็สวยอีกแบบ คุ้มแล้วครับชีวิตนี้
  21. ได้เวลาคณะเราก็ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า มีมาเรื่อยๆไม่ต้องรีบครับ จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ถ้าคนจะเกินเขาจะมาปิดไม่ให้ขึ้นให้ขึ้นลำต่อไป ขึ้นกระเช้าได้ก็ถ่ายรูปกันเต็มที่ครับ เป็นการขึ้นกระเช้าที่สวยงามมากๆ เห็นตัวเมืองซาปาทั้งเมือง เห็นนาขันบันไดที่คณะเราอยากจะไป และที่ดีที่สุด คือได้เห็นเส้นทางที่จะไปหมูบ้านนาขันบันได นั้งมาได้ช่วงที่สอง กระเช้าจะแกว่งนิดๆ กระเช้าจะหยุดอยู่กลับที่ทันทีไม่มีการเคลื่อนไหว จนกว่าลมจะหยุดพัด ก็เดินทางได้ต่อ ไปจนถึงสถานีครับ
  22. กระเช้าที่ขึ้นกันวันนี้ ชื่อ FANSIPAN LEGEND เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลกระยะทาง 6 กิโลเมตร สนนราคาก็ เจ็ดแสนดอง 1050 บาท คณะเราไม่ได้แลกเงินกันมา ผมก็จะไปกดเงินที่ตู้ ATM ได้ยินเสียงพี่ตรีบอกว่าหยุดก่อน พี่ตรีบอกแก่เอาเงินดอลล่ามามาก จะออกให้ทุกคนก่อนค่อยเอาเงินไทยมาคืน เงินดอลล่าก็รับ หัวละ 32 ดอลล่า คืนเงินไทยให้พี่ตรีคนละ 1100 บาท แต่ถ้ากดตู้ ATM ก็จะเสียค่าธรรมเนียม 100 บาทอยู่ดี แล้วปัญหาก็คือต้องไม่ให้เงินดองเหลือตอนกลับเข้าลาว ได้ตั๋วเราก็รีบลงไปเพื่อจะขึ้นกระเช้าลอยฟ้า แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะเขาจะเปิดให้ขึ้น ตอน 12.30 น. นั้งรอสิครับหรืออีก 20 นาทีเดินเที่ยวครับ(การมาขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ควรมารอบ 12.30 น.เพราะฟ้าจะเปิดเต็มที่ลมไม่ค่อยแรงถ้ามาฟ้าไม่เปิดจะเสียดายเงิน)
  23. ที่กระเช้าลอยฟ้าจะมีที่รับฝากรถ รับบัตรฝากรถแต่ไม่ต้องเสียเงินครับฟรี จอดรถเสร็จก็เดินชมสวน ชมวัดเก่าที่เขาสร้างขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกัน คณะเราเข้าไปจองตั๋วขึ้นกระเช้ากัน
  24. ขี่มาได้สักพักจะมีร้านกาแฟวิวสวยๆข้างทาง มีอาหารขายด้วย มีราคาชัดเจน เป็นกาแฟสด ราคาแก้วละสองหมื่นดอง 30 บาท กินกาแฟไปถ่ายรูปไปพี่กบก็บอกกับคณะให้ดูไปทางหุบเขา เห็นกระเช้าลอยฟ้าครับ คณะเราจิตใจตอนนี้คือไปขึ้นกระเช้าลอยฟ้าก่อน กินกาแฟเสร็จก็มุ่งหน้าไปกระเช้าลอยฟ้าทันที
  25. ได้รถแล้วก็ขี่รถออกมาก็เติมน้ำมันก่อนครับ เติมไม่ต้องมากเพราะซาปาเมืองเล็กๆ เติมไป สองหมื่นดอง 30 บาท เติมน้ำมันเสร็จ เราก็ขี่รถกลับไปทางที่เราขึ้นรถโดยสารมา ขี่ออกมาได้สักพักก็ถ่ายรูปกับ กระเช้าลอยฟ้ายาวที่สุดในโลก อยู่ปากทางเข้า แต่เรายังไม่ขึ้นขอไปขี่รถเที่ยวก่อน
×