Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Beebee Jaja

สมาชิกทั่วไป
  • Content count

    19
  • Joined

  • Last visited

  1. ในสถานการณ์ที่ โรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของประชากรในทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจโต การให้การรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วทันเวลาและมีคุณภาพสูงสุดตรงตามมาตรฐานทางการแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ เป็นโรงพยาบาลเอกชนเพียงแห่งเดียวในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่มีศูนย์หัวใจครบวงจรที่มีความพร้อมสูงสุดในการตรวจวินิจฉัยและให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจโดยมีเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ครอบคลุมในทุกๆด้านตลอด 24 ชั่วโมงภายใต้การรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับโลก JCI นอกจากนี้ ยังมีห้องตรวจสวนหัวใจ ห้องผ่าตัด หอพยาบาลผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหอพักผู้ป่วยหัวใจ (CCU) รวมถึงมีหน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Cardio-pulmonary rehabilitation unit) ไว้รองรับการดูแลภายหลังเข้ารับการรักษา ศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ได้สร้างผลงานที่ดีเลิศจนเป็นที่ไว้วางใจและยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล JCI จนได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์โรคหัวใจ อันดับหนึ่งในเขตภาคตะวันออกและเป็นหนึ่งในศูนย์โรคหัวใจที่ดีที่สุดในประเทศไทย ทีมแพทย์ พยาบาลและสหวิชาชีพประจำศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ทุกท่านพร้อมให้การดูแลอย่างทุ่มเทเสียสละตลอดเวลา รวมถึงผ่านการฝึกอบรบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีประสบการณ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย โรคหัวใจ มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังได้มีการศึกษาต่อยอดองค์ความรู้ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา นำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้ป่วยให้ได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุด ในกรณี มีผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามาในโรงพยาบาล ทุกคนจะได้รับการดูแลและรักษา โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันโดยการขยายหลอดเลือดหัวใจทันที ภายในไม่เกิน 60 นาที ภายใต้ระบบ Fast Track ที่มีประสิทธิภาพตามมาตราฐานที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน การบริการทางการแพทย์ของศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ประกอบไปด้วยแผนกต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ (Department of cardiology) 2. แผนกมัณฑนากรหลอดเลือดหัวใจ (Department of cardiac intervention) 3. แผนกสรีรวิทยาคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Department of electrophysiology) 4. แผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก (Department of cardio-thoracic surgery) 5. หน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Cardio-pulmonary rehabilitation unit) ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทีม OPD โรคหัวใจ ผลงานของศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ (ตามสถิติข้อมูลการให้บริการ 3 ปี) การทำหัตถการ CAG, PCI จำนวนมากกว่า 12,500 ราย การทำหัตถการ EPS จำนวนมากกว่า 200 ราย การทำหัตถการผ่าตัด (ลิ้นหัวใจ,บายพาส (CABG) ให้บริการผู้ป่วยมากกว่า 750 ราย การตรวจวินิจฉัยและการรักษา การตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า (EKG, ECG) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร (TEE) การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise stress test) การตรวจการทำงานหัวใจประกอบกับการให้ยาโดบูทามีน (Dobutamine Stress Echocardiogram) เครื่องตรวจการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพา 24 ชม. (Holters monitoring) การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือด (ABI Vascular screening) การตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CTA scan 160 slice) การตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRA scan) การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเพื่อวินิจฉัย (CAG) การถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด (PCI) การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiologic study) เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดถาวร (AICD) การใส่เครื่องกระตุกหัวใจ การใส่เครื่องกระตุกหัวใจชนิดชั่วคราว การใส่เครื่องกระตุกหัวใจชนิดถาวร การจี้ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง เพื่อรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (RF ablation) Cardio-thoracic surgery การผ่าตัดทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจตีบตัน (By pass) แบ่งเป็น 2 ชนิด หัวใจหยุดเต้น หัวใจไม่หยุดเต้น ผ่าตัดลิ้นหัวใจ ซ่อมแซมลิ้นหัวใจ,เปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยใช้ลิ้นหัวใจชนิดโลหะ,เนื้อเยื้อ,ลิ้นหัวใจมนุษย์ที่ได้รับการบริจาค ผ่าตัดเส้นเลือดแดงใหญ่: เส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ติกฉีกขาด, เส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ติกโป่งพอง, ผ่าตัดเส้นเลือดแบบปกติ ผ่าตัดใส่ขดลวดค้ำยันเส้นเลือดผ่านสายสวน (TEVAR) ผ่าตัดแก้ไขความผิดของขั้วหัวใจ ผ่าตัดซ่อมแซมขั้วหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนขั้วหัวใจ ผ่าตัดหัวใจด้วยเทคนิคการแผลเล็ก / ผ่าตัดหัวใจด้วยการส่องกล้อง ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจไมตริล (Mitral) เปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติก ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจไตรคัสปิด ปิดรูรั่วผนังหัวใจห้องบน (ASD) ผ่าตัดปอด ผ่าตัดช่องอก ผ่าตัดช่องอกโดยการส่องกล้อง แผลเล็ก (VATS) ผ่าตัดอวัยวะภายในช่องอก ใส่เครื่องปอดเทียมเพื่อการพยุงชีพ: ECMO รถพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิกหัวใจ CCU Mobile เว็บที่เกี่ยวข้อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=11
  2. ลักษณะและหน้าที่ของลิ้นหัวใจ หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ประกอบด้วยห้องหัวใจ 4 ห้อง โดยมี ลิ้นหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่คอยปิดและเปิดให้เลือดผ่านเข้าออกในแต่ละห้องหัวใจทั้งหมดจำนวน 4 ลิ้น ได้แก่ ลิ้นเอออร์ติก (Aortic Valve) ลิ้นไมตรัล (Mitral Valve) ลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid Valve) และลิ้นพูลโมนิค (Pulmonic Valve) ลิ้นทั้งสี่นี้จะทำงานประสานกันเพื่อให้หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ หากลิ้นหัวใจมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดการตีบ (Stenosis) หรือรั่ว (Regurgitation) จะทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติด้วย ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ตามปกติ นอกจากนั้นยังอาจทำให้มีเลือดคั่งในปอด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ถ้าเป็นมากขึ้น จะนอนราบศีรษะต่ำไม่ได้ เนื่องจากอาการแน่น และเหนื่อยหายใจลำบาก พยาธิสภาพหรือสาเหตุของความผิดปกติของลิ้นหัวใจ แบ่งได้ดังนี้ 1) ความพิการของลิ้นหัวใจแต่กำเนิด (Congenital Valve Disease) เช่น ลิ้นหัวใจตีบ เด็กที่เป็นโรคกลุ่มนี้ จะมีอาการตั้งแต่แรกคลอด และมักจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด 2) โรคลิ้นหัวใจรูมาติกส์ (Rheumatic Heart Disease) เป็นโรคลิ้นหัวใจผิดปกติชนิดที่พบมากที่สุดในประเทศไทย เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ป เอ ทำให้เกิดไข้รูมาติกส์เมื่อครั้งผู้ป่วยยังเป็นเด็กและมีผลทำลายลิ้นหัวใจ ของผู้ป่วยในระยะยาว ส่วนมากจะเริ่มอาการแสดงความผิดปกติของหัวใจ 5-10 ปี หลังจากเป็นไข้รูมาติกส์ 3) โรคลิ้นหัวใจผิดปกติจากการเสื่อมสภาพ (Degenerative Valve Disease) มักพบในผู้ป่วยสูงอายุ เกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการผิดปกติของการเปิดหรือปิดของลิ้น เช่น ลิ้นไมตรัลรั่ว ซึ่งเกิดจากตัวลิ้นมีการเสื่อมและยืดตัวมาก หรือลิ้นเอออร์ติกตีบในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมของเนื้อเยื่อและมีหินปูนมาเกาะที่ตัวลิ้น (Calcification) 4) โรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ (Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และตัวเชื้อโรคไปเกาะกินที่ลิ้นหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน และหัวใจวายรุนแรงรวดเร็วมาก ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของตัวลิ้น และทำให้เกิดการรั่วของลิ้นอย่างรุนแรง กลุ่มโรคนี้ส่วนหนึ่งพบในผู้ป่วยที่ใช้ ยาเสพติดฉีดเข้าเส้นโดยใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าในกระแสโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม สามารถพบโรคลิ้นหัวใจอักเสบนี้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดยาเสพติดได้ โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางอื่น เช่น ทางฟันในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของฟันหรือฟันผุ (Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และตัวเชื้อโรคไปเกาะกินที่ลิ้นหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน และหัวใจวายรุนแรงรวดเร็วมาก ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของตัวลิ้น และทำให้เกิดการรั่วของลิ้นอย่างรุนแรง กลุ่มโรคนี้ส่วนหนึ่งพบในผู้ป่วยที่ใช้ ยาเสพติดฉีดเข้าเส้นโดยใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าในกระแสโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม สามารถพบโรคลิ้นหัวใจอักเสบนี้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดยาเสพติดได้ โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางอื่น เช่น ทางฟันในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของฟันหรือฟันผุ แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ การรักษาด้วยยา (Medical Treatment) การรักษาด้วยบอลลูน (Percutaneous Balloon mitral valvulotomy, PBMV) เป็นการรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ โดยการใส่สายสวนที่มีบอลลูน เข้าทางเส้นเลือดดำที่ขาหนีบ และสอดบอลลูนนี้ไปถึงลิ้นที่ตีบ และขยายลิ้นโดยบอลลูนนั้น การผ่าตัด มี 2 ชนิด คือ การขยายลิ้นหรือซ่อมลิ้น (Valve Repair) การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement) ประเภทของลิ้นหัวใจ (Heart Valve for Replacement) 1) ลิ้นหัวใจเทียม (Mechanical Valve) มีชนิดลูกบอล ทำจากสาร Silastic และชนิดโลหะเป็นบานพับ (Disc Valve) ทำงานเหมือนการปิดเปิดของประตูหรือหน้าต่าง ข้อดี: ลิ้นหัวใจเป็นโลหะ จึงคงทนไม่มีการเสื่อมสลาย ข้อเสีย: ต้องกินยากันเลือดแข็ง (anticoagulation) ตลอดชีวิต เกิดลิ่มเลือดจากลิ้นหัวใจได้ เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจใหม่ได้ มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน 2) ลิ้นหัวใจจากเนื้อเยื่อสัตว์ (Bioprosthesis, Tissue Valve) มี 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจหมู (Porcine Valve) และลิ้นหัวใจที่ทำจากเยื่อหุ้มหัวใจของวัว (Bovine Pericardium) ข้อดี: ไม่ต้องกินยากันเลือดแข็งและเกิดลิ่มเลือดที่ลิ้นหัวใจน้อย ข้อเสีย: ลิ้นหัวใจใหม่จะเสื่อมสภาพภายใน 5-10 ปี ทำให้ต้องทำผ่าตัดใหม่ 3) ลิ้นหัวใจของมนุษย์ (Homograft Heart Valve) จากผู้บริจาคอวัยวะ วิธีนี้เป็นการนำลิ้นหัวใจจากผู้เสียชีวิตที่ได้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้ตั้งแต่ก่อนเสียชีวิต หรือได้รับอนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิตให้นำลิ้นหัวใจมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งถ้านำมาผ่านกระบวนการเตรียมและเก็บโดยวิธีพิเศษจะสามารถเก็บรักษาไว้ใช้ได้ถึง 5 ปี ผู้เสียชีวิตที่สามารถบริจาคลิ้นหัวใจมี 3 ประเภท คือ 1) ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย ที่บริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะ แต่หัวใจมีสภาพไม่เหมาะสมที่จะนำไปปลูกถ่ายได้ 2) ผู้เสียชีวิตที่หัวใจหยุดเต้น ทั้งนี้ผู้บริจาคต้องไม่มีข้อห้ามในการนำลิ้นหัวใจไปใช้ ซึ่งจะพิจารณาจาก อายุ สาเหตุการเสียชีวิต ระยะเวลาที่เสียชีวิต การติดเชื้อต่าง ๆ เป็นต้น 3) ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจใหม่ สามารถบริจาคหัวใจดวงเก่าไม่มีพยาธิสภาพที่ลิ้นหัวใจ ข้อดี: โอกาสเกิดการติดเชื้อของลิ้น ต่ำมาก อายุการใช้งานนานพอสมควร (10-22 ปี) ไม่ต้องรับประทานยากันเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ที่ลิ้นหัวใจน้อย ไม่มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน ดีมากในกรณีโรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ ข้อเสีย: ต้องได้จากผู้บริจาคอวัยวะเท่านั้น มีความสลับซับซ้อนในขั้นตอนการเก็บรักษา (Valve Preservation) การผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจนี้แก่ผู้ป่วยค่อนข้างมีความยุ่งยากมากกว่าการใส่ลิ้นหัวใจ 2 ชนิดแรก ถึงแม้ว่าในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้แก่ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติจะมีชนิดลิ้นให้เลือกหลายชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันในคุณลักษณะ คุณสมบัติ อายุการใช้งาน ความยากง่ายในการผ่าตัดรวมถึงราคาที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักและขอเน้นก็คือ ลิ้นหัวใจแต่ละชนิดนี้ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีชนิดของลิ้นหัวใจที่เหมาะสมที่สุด เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกใช้ลิ้นหัวใจให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งต้องอธิบายเหตุผลและรายละเอียดให้ผู้ป่วยเข้าใจด้วย
  3. ในสถานการณ์ที่โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากร ในทุกประเทศทั่วโลก การให้การรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วทันเวลาและมี คุณภาพสูงสุดตรงตามมาตรฐานทางการแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ เป็นโรงพยาบาลเอกชนเพียงแห่งเดียวในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่มีศูนย์หัวใจครบวงจรที่มีความพร้อมสูงสุดในการตรวจวินิจฉัยและให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจโดยมีเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ครอบคลุมในทุกๆด้านตลอด 24 ชั่วโมงภายใต้การรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับโลก JCI นอกจากนี้ ยังมีห้องตรวจสวนหัวใจ ห้องผ่าตัด หอพยาบาลผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ และหอพักผู้ป่วยหัวใจ (CCU) รวมถึงมีหน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Cardio-pulmonary rehabilitation unit) ไว้รองรับการดูแลภายหลังเข้ารับการรักษา ศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ได้สร้างผลงานที่ดีเลิศจนเป็นที่ไว้วางใจและยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล จนได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์โรคหัวใจ อันดับหนึ่งในเขตภาคตะวันออก และเป็นหนึ่งในศูนย์โรคหัวใจที่ดีที่สุดในประเทศไทย ทีมแพทย์ พยาบาลและสหวิชาชีพ ประจำศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ทุกท่านพร้อมให้การดูแลอย่างทุ่มเทเสียสละตลอดเวลา รวมถึงผ่านการฝึกอบรบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีประสบการณ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังได้มีการศึกษาต่อยอดองค์ความรู้ให้ทันสมัยอย่างต่อ เนื่องตลอดเวลา นำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้ป่วยให้ได้รับผลการรักษาที่ดีที่สุด ในกรณี มีผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามาในโรงพยาบาล ทุกคนจะได้รับการดูแลและรักษา โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันโดยการขยายหลอดเลือดหัวใจทันที ภายในไม่เกิน 60 นาที ภายใต้ระบบ Fast Track ที่มีประสิทธิภาพตามมาตราฐานที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน การบริการทางการแพทย์ของศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ประกอบไปด้วยแผนกต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1.แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ (Department of cardiology) 2.แผนกมัณฑนากรหลอดเลือดหัวใจ (Department of cardiac intervention) 3.แผนกสรีรวิทยาคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Department of electrophysiology) 4.แผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก (Department of cardio-thoracic surgery) 5.หน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Cardio-pulmonary rehabilitation unit) ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทีมพยาบาล WCU ทีม OPD โรคหัวใจ ผลงานของศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ (ตามสถิติข้อมูลการให้บริการ 3 ปี) การทำหัตถการ CAG, PCI จำนวนมากกว่า 12,500 ราย การทำหัตถการ EPS จำนวนมากกว่า 200 ราย การทำหัตถการผ่าตัด (ลิ้นหัวใจ,บายพาส (CABG) ให้บริการผู้ป่วยมากกว่า 750 ราย การตรวจวินิจฉัยและการรักษา การตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า (EKG, ECG) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร (TEE) การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise stress test) การตรวจการทำงานหัวใจประกอบกับการให้ยาโดบูทามีน (Dobutamine Stress Echocardiogram) เครื่องตรวจการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพา 24 ชม. (Holters monitoring) การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือด (ABI Vascular screening) การตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CTA scan 160 slice) การตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRA scan) การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเพื่อวินิจฉัย (CAG) การถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด (PCI) การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiologic study) เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดถาวร (AICD) การใส่เครื่องกระตุกหัวใจ การใส่เครื่องกระตุกหัวใจชนิดชั่วคราว การใส่เครื่องกระตุกหัวใจชนิดถาวร การจี้ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง เพื่อรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (RF ablation) Cardio-thoracic surgery การผ่าตัดทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจตีบตัน (By pass) แบ่งเป็น 2 ชนิด หัวใจหยุดเต้น หัวใจไม่หยุดเต้น ผ่าตัดลิ้นหัวใจ ซ่อมแซมลิ้นหัวใจ,เปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยใช้ลิ้นหัวใจชนิดโลหะ,เนื้อเยื้อ,ลิ้นหัวใจมนุษย์ที่ได้รับการบริจาค ผ่าตัดเส้นเลือดแดงใหญ่: เส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ติกฉีกขาด, เส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ติกโป่งพอง, ผ่าตัดเส้นเลือดแบบปกติ ผ่าตัดใส่ขดลวดค้ำยันเส้นเลือดผ่านสายสวน (TEVAR) ผ่าตัดแก้ไขความผิดของขั้วหัวใจ ผ่าตัดซ่อมแซมขั้วหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนขั้วหัวใจ ผ่าตัดหัวใจด้วยเทคนิคการแผลเล็ก / ผ่าตัดหัวใจด้วยการส่องกล้อง ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจไมตริล (Mitral) เปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติก ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจไตรคัสปิด ปิดรูรั่วผนังหัวใจห้องบน (ASD) ผ่าตัดปอด ผ่าตัดช่องอก ผ่าตัดช่องอกโดยการส่องกล้อง แผลเล็ก (VATS) ผ่าตัดอวัยวะภายในช่องอก ใส่เครื่องปอดเทียมเพื่อการพยุงชีพ: ECMO รถพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิกหัวใจ CCU Mobile เว็บที่เกี่ยวข้อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=11
  4. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ Chularat 11 IVF Center หากคุณแต่งงานมานานกว่า 1 ปี และมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ แสดงว่าคุณกำลังอยู่ใน “ภาวะการมีลูกยาก” โดยหลักการแล้วแม้ว่าภาวะนี้จะไม่ใช่โรค แต่ก็เป็นปัญหาสำหรับคู่สมรสที่หวังอยากมีเจ้าตัวน้อย เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตครอบครัว การที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้อาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่ส่งผลต่อภาวะการเจริญพันธุ์ ทำให้ไม่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ โดยอาจมีสาเหตุจากฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย หรือไม่ทราบสาเหตุ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ : Chularat 11 IVF Center ตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจที่ช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถเอาชนะอุปสรรค อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรักษาการมีบุตรยากจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ผ่านการศึกษาอบรมจากในและต่างประเทศ และมีประสบการณ์มาเป็นเวลายาวนาน คอยให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การช่วยเหลือคู่สมรสที่มีปัญหาการมีบุตรยาก ให้สามารถมีบุตรได้สมความปรารถนา ด้วยบริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย *ห้องตรวจ ตรวจภายใน, ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography), ฉีดสีตรวจโพรงมดลูกและท่อนำไข่มีการตีบตันหรือไม่ (Hysterosalpingography) *ห้องปฎิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน (IVF Lab) เครื่องมือและอุปกรณ์ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบ คุณภาพของอุปกรณ์ แก๊ส และน้ำยาทุกชนิดอย่างสม่ำเสมอ มีระบบการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยมาตรฐานระดับ Clean Room Class 1,000 ควบคุมสิ่งแวดล้อมทั้งหมดอย่างเหมาะสมเพื่อเลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโตถึงระยะ Blastocyst *Sperm Lab ตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนักวิทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ *สามารถดูดเซลล์ของตัวอ่อนในระยะ Cleavage หรือ Blastocyst เพื่อนำเซลล์ไปตรวจโครโมโซมและ DNA *Hormone Lab ได้ผลที่ถูกต้อง รวดเร็ว มีการควบคุมคุณภาพทั้งภายในและภายนอก *มีการแช่แข็งเซลล์ไข่ อสุจิ เด็กตั้งแต่ระยะหนึ่งเซลล์จนถึง Blastocyst โดยมีการแยกถังไนโตรเจนแช่แข็งเป็นกลุ่มสามี ภรรยา ที่ไม่มีโรคติดเชื้อและที่มีโรคติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ B ออกจากกัน การบริการ ในผู้หญิงอายุไม่มากถ้าไม่มีปัญหาอย่างอื่นแพทย์จะเลือกวิธีการฉีดเชื้ออสุจิเข้าในโพรงมดลูก(IUI intrauterine insemination)โอกาสตั้งครรภ์ 15-20 % ถ้าไม่สำเร็จก็ใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว IVF ( In vitro fertilization )โอกาสตั้งครรภ์ 30-50% การตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว พีจีเอส วิธีนี้เพื่อบอกความถูกต้องแม่นยำถึงความผิดปกติของพันธุกรรมในระบบโครโมโซมและยังบอกรายละเอียดถึงระดับยีนส์ด้วย จึงสามารถตรวจการกลายพันธุ์ของยีนส์ที่อาจตรวจไม่พบจากการตรวจวิธีอื่นได้ จะได้รู้ว่าตัวอ่อนที่จะฝังตัวนั้นมีโครโมโซมที่ปกติหรือไม่ กลุ่มที่สองคือผู้หญิงที่มีอายุเกิน35ปีโอกาสเสี่ยงมีบุตรที่มีความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวซินโดรมหนึ่งต่อ 350 หรือ0.28% เมื่อผู้หญิงมีอายุสูงขึ้นคุณภาพของไข่จะลดลงและโอกาสเกิดการผิดปกติของโครโมโซมก็จะแปรผันกับอายุของฝ่ายหญิง หากเราหยุดอายุของใครไม่ได้ การตั้งครรภ์ของหญิงอายุน้อยกว่า35 ปี ก็น่าจะช่วยลดโอกาสเกิดความผิดปกติของโครโมโซมลูก ดังนั้นหญิงที่มีความประสงค์ที่จะเก็บไข่ตัวเองแช่แข็งไว้ก่อน Ovum Freezing ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะได้ไข่มีคุณภาพมากกว่ารอจนอายุมากขึ้น ติดต่อและนัดหมายแพทย์และสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 อินเตอร์ โทร. 09-9336-6297 ติดต่อ คุณนิภาพร เว็บที่เกี่ยวข้อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=11&id=60
  5. คลินิกโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบทางเดินปัสสาวะของคนเราประกอบด้วย ไต (Kidney) ท่อไต (Ureter) 2 ข้าง กระเพาะปัสสาวะ (Bladder) และท่อปัสสาวะ (Urethra) ไตทำหน้าที่กรองของเสียออกในรูปปัสสาวะ ส่งผ่านท่อไตไปยังกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ คลินิก โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ให้บริการตรวจรักษาโรคและความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ อาทิเช่น นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ และโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรับปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยการวิเคราะห์ของทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมกับการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและใส่ใจบริการ คลินิกโรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ เน้นวิธีการรักษาโดยใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก เจ็บน้อย และให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง คลินิกโรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ให้บริการตรวจรักษาในด้านต่างๆ ดังนี้ การักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากโดยการฝังแร่ ศูนย์มะเร็งต่อมลูกหมาก การให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพเพศชายและการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ศูนย์สมรรถภาพเพศชาย การรักษามะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ การรักษาโรคติดเชื้อและความผิดปกติอื่นในระบบทางเดินปัสสาวะ เทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาที่คลินิกโรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ได้แก่ 1. การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยใช้เลเซอร์พีวีพี (Photoselective Vaporization of Prostate หรือ PVP) เป็นวิธีการรักษาโดยใช้เลเซอร์เพื่อตัดต่อมลูกหมากออกบางส่วนหรือทั้งหมด โดยแพทย์มักแนะนำการผ่าตัดวิธีนี้ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia หรือ BPH) 2. การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยใช้วิธีส่องกล้อง (Transurethral Resection of the Prostate หรือ TURP) คือ การผ่าตัดเพื่อนำเอาต่อมลูกหมากบางส่วนหรือทั้งหมดออก เป็นวิธีที่ใช้เพื่อรักษาภาวะต่อมลูกหมากโตที่มีอาการปานกลางถึงมาก ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา 3. การฝังแร่รักษามะเร็งต่อมลูกหมาก (Brachytherapy) เป็นวิธีการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นซึ่งให้ผลการรักษาทัดเทียมกับการผ่าตัด โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ซึ่งทำให้โอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว พบได้น้อยกว่าการรักษาโดยวิธ๊ผ่าตัด 4. การสลายนิ่วโดยการใช้คลื่นกระแทก (ESWL: Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy) คือ การใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำส่งผ่านผิวหนังไปยังก้อนนิ่ว เพื่อทำให้ก้อนนิ่วแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ และไหลหลุดออกมากับปัสสาวะได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง การสลายนิ่วโดยการใช้คลื่นกระแทก ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการรักษานิ่วในไตและท่อไต 5. การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะเพื่อคล้องหรือกรอนิ่วในท่อไต (URS: Uretero-renoscope) วิธีนี้ไม่ทำให้เกิดแผล เนื่องจากเป็นการส่องกล้องผ่านทางรูท่อปัสสาวะที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และใช้เครื่องมือคล้องนิ่วหรือกรอนิ่วให้มีขนาดเล็กลง เหมาะสำหรับการรักษานิ่วในท่อไต 6. การส่องกล้องเพื่อกรอนิ่วในไต (PCNL: Percutaneous Nephrolithotomy) เป็นวิธีการรักษานิ่วในไตที่พัฒนามาเพื่อเลี่ยงการผ่าตัด ซึ่งจะใช้วิธีเจาะรูเล็กๆ จากผิวหนังเพื่อผ่านเข้าไปในกรวยไต โดยจะใช้กล้องและเครื่องมือสอดตามเข้าไปกรอนิ่วให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ และดูดหรือคีบนิ่วออกมา เหมาะสำหรับนิ่วในไตที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เว็บที่เกี่ยวข้อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=17
  6. ในประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ปีละ 800,000 ราย และมีทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยประมาณ 9% หรือประมาณ 72,000 คน บางรายมีความพิการต้องเป็นภาระแก่ครอบครัวในการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และครอบครัวที่มีลูกเป็นทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสูงในการเลี้ยงดูและรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีภาระดูแลความพิการซ้ำซ้อนที่ตามมา โดยร้อยละ 75 ของทารกน้ำหนักน้อยที่รอดชีวิต ในช่วงต้นของชีวิตมักมีปัญหาในด้านการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการตามมา เช่น ปัญหาในด้านการเรียน การมองเห็น โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร หรือการเป็นเด็กพิการ ปัญญาอ่อน ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย มีความเสี่ยงหรือความไวสูงต่อการเจ็บป่วย พิการ หรือเสียชีวิตในระยะปริกำเนิดหรือระยะขวบปีแรก และยังมีความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ พัฒนาการล่าช้าในทุกด้านมากกว่าเด็กที่มีน้ำหนักแรกเกิดตั้งแต่ 2,500 กรัมขึ้นไป จึงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญสาขากุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดโดยเฉพาะ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ (Chularat 3 International Neonatal Intensive Care Unit - NICU) เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งมั่น ให้บริการดูแลรักษาทารกแรกเกิดที่อยู่ในภาวะวิกฤติหรือทารกแรกเกิดที่มีความเสี่ยงสูงให้รอดชีวิตโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน หรือป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนให้น้อยที่สุด รวมทั้งให้คำปรึกษาตรวจวินิจฉัยทารกผิดปกติก่อนคลอด ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่างๆ ร่วมกับกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขากุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิด และทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ ในการดูแล ทารกแรกเกิดวิกฤต อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ก่อนคลอดจนถึงหลังคลอด ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ศูนย์ดูแลผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ (Chularat 3 International Neonatal Intensive Care Unit - NICU) หรือ ห้องอภิบาลทารกแรกเกิดมีพร้อมสรรพด้วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ดูแล พร้อมด้วยระบบเฝ้าติดตามและสัญญาณเตือน อุปกรณ์ในการช่วยหายใจและการกู้ชีพ สามารถติดต่อกุมารแพทย์เฉพาะทางได้ทุกสาขา บริการห้องแล็บตลอด 24 ชั่วโมง เครื่องจะบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราหายใจ ความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดด้วย คุณอาจสังเกตว่าลูกน้อยแรกเกิดมีแผ่นแปะเล็กๆ หรือปลอกสวมตามตัว เช่น บนอก ขา แขนและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย แผ่นแปะและปลอกสวมเหล่านี้มีลวดเชื่อมต่อกับเครื่องเฝ้าติดตามซึ่งคล้ายจอโทรทัศน์และจะแสดงผลเป็นตัวเลขต่างๆ * ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิดมักมีสัญญาณเตือนดังเป็นระยะ สัญญาณเตือนนี้ไม่ได้หมายถึงเหตุฉุกเฉินเสมอไป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาณที่ดังเป็นกิจวัตรประจำอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องวิตก วิธีการช่วยหายใจ (ขึ้นกับความต้องการของทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดแต่ละคน) หลอดสอดคาท่อลม – เป็นสายซึ่งใช้สอดลงหลอดลมของทารกแรกเกิดเพื่อส่งออกซิเจนและอากาศอุ่นๆ เติมความชื้นแก่ทารก เครื่องช่วยหายใจ – เป็นอุปกรณ์ช่วยหายใจซึ่งเชื่อมต่อกับหลอดสอดคาท่อลมข้างต้นและจะเฝ้าติดตามปริมาณออกซิเจน ความดันอากาศและจำนวนครั้งของการหายใจ เครื่องปรับความดันบวกตลอดทางเดินหายใจ (C-PAP) – วิธีการนี้จะใช้กับทารกที่สามารถหายใจได้เองแล้ว แต่ยังต้องการความช่วยเหลือให้ส่งอากาศลงไปที่ปอด กล่องออกซิเจน – เป็นกล่องพลาสติกใสใช้วางครอบศีรษะทารกและต่อกับสายซึ่งจะปั๊มออกซิเจนให้ทารก วิธีการให้อาหาร (ขึ้นกับความต้องการของทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดแต่ละคน) สายน้ำเกลือ – สายเหล่านี้จะสอดเข้าในหนังศีรษะ แขนหรือขาทารกเพื่อส่งสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงและมักใช้กับทารกคลอดก่อนกำหนดที่ระบบย่อยอาหารยังเติบโตไม่เต็มที่และไม่สามารถดูด กลืนและหายใจตามปกติได้ บางครั้งยังใช้วิธีการนี้ระหว่างรักษาภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ด้วย หลอดสวนสายสะดือ – เป็นการผ่าตัดสอดหลอดสวนเข้าไปในเส้นเลือดของสายสะดือ วิธีนี้ไม่เจ็บ แต่มีความเสี่ยง เช่น อาจเกิดการติดเชื้อและเลือดเป็นลิ่มได้ ดังนั้นแพทย์จึงมักเลือกใช้วิธีนี้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ และทารกอาจต้องพึ่งการให้อาหารด้วยวิธีนี้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์ สำหรับทารกในกรณีเช่นนี้ หลอดสวนสายสะดือเป็นวิธีรับสารอาหารที่มีประสิทธิภาพที่สุด สายให้อาหารทางปากและจมูก – วิธีการนี้จะใช้สายที่มีความยืดหยุ่นสอดเข้าทางจมูกหรือปากของทารกซึ่งพร้อมจะย่อยนมแม่หรือนมผงดัดแปลงสูตรทารกแล้ว แต่ยังไม่สามารถดูด กลืนหรือหายใจได้อย่างสัมพันธ์กัน สายหลัก (บางครั้งเรียกว่าสาย PICC) – คือสายน้ำเกลือซึ่งจะสอดเข้าในเส้นเลือดที่ใหญ่กว่า โดยมักเป็นที่แขน วิธีการนี้ช่วยส่งสารอาหารและยาซึ่งอาจทำให้เส้นเลือดเล็กๆ บอบช้ำระคายเคืองได้ อุปกรณ์อื่นๆ ตู้อบ – ตู้อบคือเปลพลาสติกใสที่ให้ความอบอุ่นแก่ทารก รวมทั้งช่วยปกป้องทารกจากเชื้อโรคและเสียงรบกวน ไฟส่องภาวะตัวเหลือง – คือไฟฟลูออเรสเซนต์สีฟ้าสว่างจ้าซึ่งจะติดไว้เหนือตู้อบเพื่อช่วยรักษาภาวะตัวเหลือง ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิดมักประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการหายใจ ผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมบำบัด โภชนากร ที่ปรึกษาเรื่องนมแม่ เภสัชกร เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์และกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทารกแรกเกิด หากคุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกน้อยแรกเกิดได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุดจากเจ้าหน้าที่ก็จะช่วยให้สบายใจและเบาใจลงได้ ศูนย์ผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย (NICU) โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ มีความพร้อมในระบบการทำงานด้าน การป้องกันก่อนคลอด (Primary Prevention) การดูแลให้เหมาะสมตั้งแต่นาทีแรก เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนในระยะยาว การดูแลต่อเนื่อง ทั้งการรักษาทั่วไป, การให้ออกซิเจนและการช่วยหายใจ เน้นการให้นมแม่เพื่อป้องกัน NEC, ROP, Infection โดยการจัดห้องให้มารดาได้พักช่วงเวลากลางวันเพื่อปั๊มนมได้ 2-3 รอบ /วัน การวางแผน แนะนำ ให้ความรู้การดูแลแก่พ่อแม่ เมื่อทารกอาการดีขึ้นพร้อมกลับบ้าน เพื่อลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการดูแลทารกที่บ้าน พ่อแม่และผู้ดูแล จะได้มาฝึกการเลี้ยงดูทารกก่อนกลับบ้าน 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจและการดูแลที่ถูกวิธี สอนวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นให้ทารกน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม ในกรณี ชัก สมองขาดออกซิเจน สอนวิธีการสังเกตความผิดปกติของทารก เช่น ซึม หายใจลำบาก ตัวเขียว ฯลฯ แนะนำการบันทึกเรื่องการดูดนม การขับถ่ายทุกวันในช่วงสัปดาห์แรก มีการติดตาม โทรสอบถามพัฒนาการของทารกหลังจากกลับบ้านเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และ บริการตอบปัญหาหรือข้อสงสัยทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง ผลงานเด่นและความภาคภูมิใจที่ผ่านมา การดูแลทารกที่คลอดก่อนกำหนด โดยทารกน้ำหนักตัวน้อยต่ำสุด 540 กรัมให้รอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีการนำ Early nasal CPAP มาใช้เพื่อลดการใช้ Ventilator ในทารกแรกเกิดวิกฤต มีการนำ Heated Humidifier High Flow Nasal Cannula มาใช้เพื่อป้องกันการ injury ของ airway และใช้ generate CPAP ใช้ T-piece Resuscitator (Neopuff) มาใช้ในการ resuscitate ทารก เพื่อลด Lung injury เพราะสามารถควบคุม PIP/PEEP ได้ มีการนำ Blender มาใช้ในการให้ Therapy ร่วมกับ rescitator เพื่อป้องกันภาวะ hyperoxia ในทารกแรกเกิด มีการนำ Metronome ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการให้จังหวะดนตรีมาใช้ในการให้จังหวะ Rate การช่วยหายใจ ปรับปรุง Incubator Transport ให้มี blender, T-piece resuscitator, CPAP, Pulse oximeter, Heated Humidifier, Ventilator transport เพื่อควบคุมการช่วยหายใจให้เหมาะสมตลอดเวลาขณะเคลื่อนย้าย มีการสอน CPR พ่อแม่และผู้ดูแล ทารกก่อนกลับบ้านในทารกกลุ่มเสี่ยง (น้ำหนัก 1,500 กรัม, ชัก, HIE) เว็บที่เกี่ยวข้อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=6
  7. มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้มากในเพศชาย โดยมักจะเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ บริเวณต่อมลูกหมากซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย มีลักษณะคล้ายลูกเกาลัดเล็ก ๆ ทำหน้าที่ผลิตน้ำสำหรับหล่อเลี้ยงและลำเลียงอสุจิ อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มแรกจะไม่แสดงอาการจนกว่าเนื้องอกจะไปทำให้ต่อมลูกหมากใหญ่โตขึ้น หรือเมื่อมะเร็งเริ่มลุกลามไปเกินกว่าบริเวณต่อมลูกหมาก เซลล์มะเร็งที่เจริญเติบโตขึ้นจนเกิดแรงกดทับต่อท่อปัสสาวะ เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมักมีปัญหาเกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ ดังนี้ ปัสสาวะออกยาก ปัสสาวะขัด แผ่ว ปวดปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน รู้สึกว่ายังปัสสาวะไม่สุด อาการอื่น ๆ ของมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะที่เป็นมากยังอาจมีดังนี้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนล้า มีอาการบวมที่ร่างกายส่วนล่างลงไป ขาอ่อนล้าหรือขยับไม่ได้ และมักมีอาการท้องผูกร่วมด้วย มีอาการอ่อนแรง อาจเจ็บบริเวณเชิงกราน หรือหลังส่วนล่าง สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างแน่ชัด รู้เพียงแต่ว่าเกิดจากเซลล์ในต่อมลูกหมากที่ผิดปกติและมีการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเอจนเซลล์เติบโตและขยายขึ้นรวดเร็วกว่าปกติ ทำให้ลุกลามทำลายเซลล์ที่ปกติในบริเวณดังกล่าว ในขณะที่เซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้จะมีชีวิตต่อไป และก่อให้เกิดเนื้องอกที่สามารถลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง ทั้งยังอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย มะเร็งต่อมลูกหมากยังอาจเกิดได้จากปัจจัยอื่น ๆ โดยบุคคลเหล่านี้อาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้สูง ผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดนี้ยิ่งขึ้น โดยการวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่นั้นพบในชายอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป มีบุคคลในครอบครัวที่เคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก การมีพ่อหรือพี่ชายน้องชายอายุต่ำกว่า 60 ปีที่เป็นโรคนี้ หรือมีญาติผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม อาจทำให้มีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงขึ้น ผู้ป่วยโรคอ้วน มีงานวิจัยไม่นานมานี้ที่พบว่ามะเร็งต่อมลูกหมากอาจสามารถเชื่อมโยงกับการเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้โรคอ้วนยังอาจเพิ่มความรุนแรงของมะเร็งและส่งผลให้ยากต่อการรักษา การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก การวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยแพทย์จะพูดคุยกับผู้ป่วยถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกการวินิจฉัยที่เหมาะสมและสบายใจที่สุด การตรวจเบื้องต้น (Screening Test) จะแนะนำให้ตรวจเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออาจเร็วกว่านั้นในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดนี้สูง โดยอาจทำได้ด้วยการตรวจทางทวารหนัก และการเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งในต่อมลูกหมาก การเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งในต่อมลูกหมาก (Prostate-specific Antigen: PSA) เป็นการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาร PSA ในกระแสเลือด ซึ่งระดับค่าของสารที่สูงกว่าปกติอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ การอักเสบ การขยายใหญ่ของต่อมลูกหมาก รวมถึงการเกิดมะเร็งได้ด้วย การตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam: DRE) เนื่องจากต่อมลูกหมากนั้นอยู่ติดกับทวารหนัก แพทย์จึงสามารถสวมถุงมือแล้วสอดนิ้วเข้าไปในทวารหนักของคนไข้เพื่อตรวจดูว่าพื้นผิว รูปร่าง และขนาดของต่อมลูกหมากความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตรวจเบื้องต้นทั้ง 2 ชนิดไม่อาจวินิจฉัยได้แน่ชัด และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้ ซึ่งหลังจากการวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยการตรวจ DRE และ PSA แล้ว หากพบความผิดปกติใด ๆ แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหามะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ การตรวจอัลตราซาวด์ เป็นการอัลตราซาวด์ผ่านช่องทวารหนักด้วยการใช้เครื่องมือสำหรับตรวจชิ้นเล็ก ๆ แหย่เข้าไปทางทวารหนัก แล้วใช้คลื่นเสียงช่วยในการถ่ายภาพของต่อมลูกหมาก ซึ่งเครื่องมือนี้ยังนำไปใช้ในการช่วยวินิจฉัยด้วยวิธีตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากได้ด้วย การตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (TRUS) แพทย์จะเก็บชิ้นเนื้อตัวอย่างจากต่อมลูกหมากด้วยการใช้อุปกรณ์เข็มขนาดบางสอดเข้าไปตามทวารหนัก โดยมีอุปกรณ์อัลตราซาวน์ช่วยนำทางให้สามารถสอดเข็มผ่านผนังช่องทวารหนักแล้วเจาะไปยังต่อมลูกหมากเพื่อนำชิ้นเนื้อที่ได้ส่งวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ หากวินิจฉัยพบเนื้อร้ายจากชิ้นเนื้อตัวอย่าง แพทย์จะวิเคราะห์ต่อไปว่าเซลล์มะเร็งดังกล่าวน่าจะแพร่กระจายไปมากน้อยเพียงใด แล้วดูระยะของมะเร็ง เพื่อพิจารณาถึงวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมในขั้นต่อไป ส่วนในกรณีที่เซลล์มะเร็งมีโอกาสแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นของร่างกายได้สูง การตรวจด้วยวิธีอื่นอาจนำมาใช้ร่วมด้วย ได้แก่ การถ่ายภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือซีทีสแกน (CT scan) เพื่อให้สามารถมองเห็นส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย การตรวจสแกนกระดูก (Isotope Bone Scan) สำหรับการวินิจฉัยมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังกระดูก โดยใช้สารทึบรังสีฉีดเข้าสู่เส้นเลือด สารนี้จะไปสะสมอยู่บริเวณกระดูกที่เกิดความผิดปกติและมองเห็นเป็นสีขึ้นมา การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเร็วในการเจริญเติบโตของมะเร็ง การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และผลข้างเคียงของการรักษาด้วยวิธีนั้น ๆ ซึ่งจะรักษาหายขาดหรือทำได้เพียงประคองอาการก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค เว็บไซต์ที่เกี่ยวเนื่อง : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=727 Tags : มะเร็งต่อมลูกหมาก
  8. ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่พบปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุ ดังกล่าวแล้ว ยิ่งอายุสูงขึ้นโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากยิ่งสูงขึ้น เชื้อชาติ เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากที่สุดในชาวตะวันตก โดยเฉพาะชนชาติผิวดำ พันธุกรรม พบโรคได้สูงประมาณ 3 เท่าเมื่อมีครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อาหาร อาจมีความสัมพันธ์กับการกินอาหาร ไขมัน เนื้อแดงและ/หรืออาหารให้พลังงานสูงต่อเนื่องเป็นประจำ โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีอาการอย่างไร ? ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เป็นอาการคล้ายกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ใช่มะเร็ง ทั้งนี้อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด ลำปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะกลางคืนบ่อยผิดปกติ **หากมีอาการดังดังไปนี้นั้น มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการเชิงลึกอีกครั้ง** โรคมะเร็งต่อมลูกหมากรุนแรงไหม ? มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่มีความรุนแรงปานกลาง เป็นโรคที่รักษาหายได้ แต่ทั้งนี้ความรุนแรงของโรคขึ้นกับ ระยะโรค ปริมาณสารมะเร็ง(ค่าปริมาณสารมะเร็งยิ่งสูง โรคยิ่งรุนแรง) การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง(เซลล์มะเร็งชนิดมีการแบ่งตัวสูง โรครุนแรง) อายุและสุขภาพผู้ป่วย โดยทั่วไป อัตราอยู่รอดที่ 5 ปี ในโรคระยะที่ 1 ประมาณ 80-90%, ระยะที่ 2 ประมาณ 60-70%, ระยะที่ 3 ประมาณ 50%และระยะที่ 4 อัตรารอดที่ 2 ปี ประมาณ 20-50% ทั้งนี้ขึ้น กับ อายุ สุขภาพผู้ป่วย จำนวนและตำแหน่งอวัยวะที่มีโรคแพร่กระจาย(แพร่กระจายสู่ สมอง ไขสันหลังและปอด รุนแรงกว่าแพร่กระจายเข้าสู่กระดูก) ทำไมต้องฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก ? 1.ประสบการณ์ด้านการฝังแร่กัมมันตรังสีมะเร็งต่อมลูกหมากยาวนานกว่า 20 ปี ฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้วมากกว่า 4,000 ราย 2.วิธีฝังแร่มะเร็งต่อมลูกหมาก วิธีนี้สามารถให้ผลได้เท่าเทียมกับการผ่าตัด 3.ผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัด 4.ไม่ต้องฉายแสง ไม่มีแผล ไม่เจ็บตัวมาก ฟื้นตัวเร็ว 5.ที่สำคัญคือมีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศน้อยกว่าการผ่าตัดและฉายแสง และไม่มีผลต่อการกลั้นขับถ่ายปัสสาวะ
  9. ปัจจุบันการทำการตลาดออนไลน์สำหรับพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการช่วยทำการตลาด เพราะการแข่งขันกันเรื่องการเข้าถึงตัวกลุ่มลูกค้านั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้คุณสำเร็จในการตลาด คือ การทำให้เพจหรือเว็บของคุณมีความน่าเชื่อถือ สิ่งเหล่านั่นสามารถสร้างได้จากการ ปั้มไลค์ หรือการ ปั้มผู้ติดตาม จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถปิดการขายได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะปกติ ณ ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นในตัวชี้วัดของคอนเท้นต่าง ๆ นั่นยิ่งมีตัววัดผลที่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมากขึ้นเท่าไหร่ สินค้าของคุณก็จะมีความน่าสนใจมากขึ้นเท่านั่น จึงสมควรเป็นอย่างมากที่จะต้องมีเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสร้างความน่าเชื่อถือได้รวดเร็ว ปัจจุบัน การปั้มไลค์ มีการให้บริการในหลายรูปแบบมาก แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะตรงกับความต้องการของคุณจริง ๆ นั่นเป็นคำถามที่นักการตลาดหลายท่านถามกันมาโดยตลอด ผมถึงต้องบอกเลยว่าที่ผ่านมา เคยเห็นบางคนก็พูดว่าบางเจ้าก็ดี บางเครื่องมือก็ใช้งานไม่ได้เป็นการที่ต้องลองผิด ลองถูกกันหลายๆเครื่องมือ เพราะในบางประเภทสินค้าก็สามารถใช้เครื่องมือตัวนั่นได้ แต่บางครั้งก็ได้ผลที่ออกมาไม่สมบูรณ์ วันนี้ผมจะแนะนำเว็บที่จะช่วยคุณเรื่องของการ ปั้มไลค์ได้ดี ลดปัญหาเครื่องมือไม่ตรงจุดไปได้ชัดเจนมากที่สุด เครื่องมือนั่นอยู่ที่เว็บ www.lnwlike.org นั่นเองเป็นเว็บที่มีเครื่องมือช่วยให้คุณเข้าตรงกลุ่มเป้าหมาย ใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องศึกษาอะไรมาก วิธีใช้งานสะดวกมาก เรียนรู้ได้ง่ายมาก พร้อมมีเจ้าหน้าที่ค่อยให้การดูแล ในกรณีที่คุณไม่เข้าใจในการทำงานของเครื่องมือเหล่านั่น บอกเลยคำเดียวว่า เรื่องการปั้มไลค์นั่นง่ายไปเลยทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องมากังวลว่าจะโดนหลอกหรือต้องมานั่งตามงานให้วุ่นวายใจ ปกติเว็บนี้มีคนเข้ามาใช้บริการเยอะมาก เพราะสามารถกำหนดจำนวนของผู้ที่จะเข้ามาไลค์ได้ เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะมากหรือน้อยเท่าไหร่ ตัวยอดสามารถกำหนดได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นคอนเท้นแบบภาพ บทความอย่างเดียว หรือเป็นคลิปวีดีโอก็ตาม สามารถใช้บริการตัวเครื่องมือของเว็บเหล่านี้ได้ตลอดเวลา ส่วนของตัวราคาคุณสามารถตกลงกับทางเจ้าหน้าที่ได้ด้วย เข้าจะมีราคากลางมาให้กับลูกค้าแต่ละเจ้า เพราะตัวงานจะแตกต่างกันออกไป บางคนต้องการจำนวนไลค์ที่เยอะกว่าปกติ บางคนก็ต้องการไลค์แบบธรรมชาติ นี้คือสิ่งที่คุณเองจะต้องวางแผนในการสร้างความมั่นใจให้กับเพจของคุณนั่นเอง หลายอย่างจะเป็นตัวชี้วัดในการเลือกซื้อสินค้าของคุณครับ เครดิต : https://www.lnwlike.org
  10. แว่นกันแดด แว่น Ray-Ban Oakley Prada Coach Vogue ลดกว่า 50% ทุกรุ่น พร้อมบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยอดนิยมอย่างอย่าง แว่น RayBan Aviator ,Wayfarer ,Round metal,RB3025,RB2140,RB3447 หรือรุ่น Series พิเศษต่างๆเราก็มีจัดจำหน่ายเช่นกัน ทำไมต้องซื้อสินค้าจากร้านเรา แว่นกันแดด/แว่นสายตาทุกชิ้นเป็นของแท้ รับประกันศูนย์ไทย Luxottica Thailand 2 ปีเต็ม ร้านเรามีบริการหลังการขายให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแว่นตากันแดด รวมไปถึง ให้คำแนะนำการใช้งานต่างๆ เราเช็คสินค้าของเราก่อนส่งทุกครั้งว่าเป็นสินค้าของแท้ คุณภาพ และไม่มีตำหนิ หากลูกค้าพบว่าแว่นตาที่ได้รับรเป็นของปลอม ไม่แท้ ร้านเรายินดีคืนเงินเต็มจำนวน ทันที หรือสินค้าชำรุด มีตำหนิ เรายินดีเปลี่ยนสินค้าให้ มีหน้าร้านอยู่รามคำแหง 101 (ขณะนี้กำลังปรุงอยู่จะเปิดให้บริการเร็วๆนี้) มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้หรือเก็บเงินปลายทาง (มีค่าธรรมเนียม) ร้านของเราเปิดมานานกว่า 3 ปี ยอดขายมากกว่า 4000 ชิ้น เว็บ https://www.sunglass365.com
  11. ร้านอาหารอีสาน เชียงใหม่ ถูกสั่งปิด 5 ปี เพราะขายเบียร์ 2 ขวด เกินเวลา 15 นาที มันเกินไปหรือป่าว ? นำทีมโดย นาย ศรัณยู มีทองคํา นายอำเภอเมืองเชียงใหม่
×