Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

ผู้สื่อข่าว CM108 (2)

VIP
  • Content Count

    1,603
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    11

ผู้สื่อข่าว CM108 (2) last won the day on October 7

ผู้สื่อข่าว CM108 (2) had the most liked content!

1 Follower

About ผู้สื่อข่าว CM108 (2)

  • Rank
    Advanced Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. ซีอีเอ จับมือจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานใหญ่ “เชียงใหม่ดีไซน์วีค” ดีไซน์เฟสทิวัลระดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเชียงใหม่ 8 - 16 ธันวาคม นี้ เชียงใหม่ 8 ธันวาคม 2561 - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมจัดงาน เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week 2018) เทศกาลงานออกแบบที่ยิ่งใหญ่ประจำปีของภาคเหนือ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการ อินสตอเลชั่น โชว์เคส เสวนา เวิร์กชอป จำหน่ายสินค้าแฮนด์เมด โดยจะจัดขึ้นบริเวณสถานที่สำคัญใจกลางเมืองเชียงใหม่ พื้นที่ย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หอภาพถ่ายล้านนา พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ชุมชนวัดเชียงมั่น – วัดล่ามช้าง และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมเทศกาลฯ มากกว่า 100,000 คน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการเปิดเทศกาลฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถร่วมสำรวจความเป็นเมืองสร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่กับ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 ได้ตั้งแต่วันนี้ - 16 ธันวาคม 2561 ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.chiangmaidesignweek.com และเฟสบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/chiangmaidesignweek สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเชียงใหม่ 052-080-500 ต่อ 311 และ 312 พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้ร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ กลุ่มธุรกิจออกแบบ และผู้ประกอบการทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ กว่า 500 ราย ได้ร่วมกันจัด เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week 2018) ซึ่งถือว่าเป็นงานเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถรวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจ นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ศิลปิน และช่างฝีมือในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ให้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอศักยภาพงานออกแบบที่จะผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ เป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ รวมไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ยังเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และประเทศไทย ในมิติของ “เมืองสร้างสรรค์” (Creative City) พร้อมกับส่งเสริมนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชาวบ้านในท้องถิ่น ให้มีความตื่นตัวกับการอนุรักษ์ทักษะฝีมือช่างและทุนทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จนสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการสู่สายตาประชาคมโลกในฐานะธุรกิจสร้างสรรค์ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เป็นเทศกาลประจำปีที่ทำให้เกิดบรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป มีจุดเด่นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมสำรวจเชียงใหม่ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการและชาวบ้าน ช่างฝีมือในท้องถิ่น ได้แสดงผลงาน และความละเมียดละไมของเมืองสร้างสรรค์เชียงใหม่ให้เป็นที่รู้จักสู่สาธารณะชนในวงกว้าง ตลอดจนมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประยุกต์ใช้ศาสตร์เทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์และทันกระแสผู้บริโภคในปัจจบัน ซึ่งเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เป็นการดึงเอาศักยภาพของท้องถิ่นให้มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และความเป็นเมืองสร้างสรรค์ ที่ช่วยเติมเต็มธุรกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและประเทศ นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่” หรือ Chiang Mai Design Week 2018 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Keep Refining ยิ่งขัดเกลา ยิ่งแหลมคม” นำเสนอมุมมองการสร้างสรรค์นวัตกรรมงานออกแบบและงานหัตถรรมที่ใช้สอย ในชีวิตประจำวัน รูปแบบใหม่ๆ ด้วยการขัดเกลาและพัฒนากระบวนการ ทักษะฝีมือ เทคโนโลยีการผลิต และคุณภาพวัสดุ เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่น สู่การยกระดับงานสร้างสรรค์ให้มีความแหลมคม พิถีพิถัน และวิวัฒนาการไปพร้อมกับการใช้ชีวิตและเมืองในยุคใหม่ต่อไป โดยภายในงานเทศกาลเชียงใหม่ดีไซน์วีค 2018 จะได้พบกับไฮไลท์ที่น่าสนใจจำนวนมาก ทั่วเมืองเชียงใหม่ อาทิ * • Invisible Things โดยสถาบันเกอเธ่ ประเทศเยอรมันนี * • SOS Garden สวนพืชพรรณท้องถิ่นผสานงานสถาปัตยกรรมแห่งความยั่งยืน “พลาสติก” โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี * • Textile Story ผลงานที่นำแรงบันดาลใจจากผ้าซิ่นแปลงเป็นภาพเคลื่อนไหว ด้วยเทคนิคแอนิเมชันที่แปลกตา * • การแสดงแสงไฟ COTH-ING และ Living Spirits ฉาบแสงสียามค่ำยืนที่มืดมิด ให้มีชีวิตชีวา * • Projection mapping การแสดงมัลติมีเดียบนผนังอาคารพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ นับ 200 กิจกรรม อาทิ โชว์เคส (Design Showcase) ส่วนจัดแสดงผลงานออกแบบ จากนักออกแบบและผู้ประกอบการกว่า 100 ผลงาน เสวนาและเวิร์คช็อป (Talk & Workshop) จากบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลาดนัดป๊อปมาร์เก็ต ที่รวบรวมสินค้าออกแบบ สินค้าแฮนด์เมด อาหารและเครื่องดื่มกว่าจำนวนมาก และกิจกรรมที่สร้างบรรยากาศและสีสันของเมืองอีกมากมาย โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ มากกว่า 100,000 คน โดยผู้สนใจสามารถ งานเชียงใหม่ดีไซน์วีค 2018 ได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2561 บริเวณพื้นที่ย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่, หอภาพถ่ายล้านนา, พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา, ชุมชนวัดเชียงมั่น – วัดล่ามช้าง และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเชียงใหม่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/chiangmaidesignweek, www.chiangmaidesignweek.com หรือศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ 052-080-500 ต่อ 311 และ 312
  2. เปิดแล้วงานเกษตรที่ยิ่งใหญ่แห่งปี “งานเกษตรแม่โจ้ 85 ปี : ภูมิปัญญาแห่งการเกษตร” ระหว่างวันที่ 8 - 16 ธ.ค.นี้ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรที่ยิ่งใหญ่แห่งปีมาให้ประชาชนได้สัมผัส หวังให้ต่อยอดสู่การพัฒนาตนเองแบบยั่งยืนและพอเพียง วันนี้ (8 ธ.ค. 61) เวลา 14.00 น. พลอากาศเอก ดร.ประจิน จันตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด “งานเกษตรแม่โจ้ 85 ปี :ภูมิปัญญาแห่งการเกษตร” ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีอายุครบรอบ 85 ปี โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งมอบโล่ขอบคุณให้แก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการ องค์ความรู้ทางการเกษตร รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมแก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ได้มุ่งให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสู่เกษตรกรและประชาชน ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งในทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีเป้าหมายที่จะมุ่งสู่มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ (GO Eco University) อันเป็นที่พึ่งของประชาชนและชุมชน โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างเครือข่ายกับผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นักศึกษาและศิษย์เก่าได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้และการปฏิบัติงาน ในกิจกรรมงานวันเกษตรแม่โจ้ครบรอบ 85 ปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของแม่โจ้ ที่จะจารึกสู่คนรุ่นหลังตราบนานเท่านาน สำหรับ การจัดงานงานเกษตรแม่โจ้ 85 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 16 ธันวาคม 2561 ตลอด 9 วัน 9 คืน โดยภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น นิทรรศการ การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ การจัดแสดงและประกวดพืช สัตว์ ประมง กล้วยไม้ และสวนหย่อม การจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม Smart Farming แปลงสาธิตแบบมีชีวิตและฟาร์มแม่โจ้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมและเวทีบันเทิงทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมฟุตบอลดารานำทีมโดยศิลปินดาราจากช่อง 3 ที่จะมาสร้างความสนุกสนานในงาน รวมทั้ง การแข่งขันมวยชิงแขมป์โลก “ศึกกำปั้นสะท้านโลก 85 ปี แม่โจ้” และตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย “กาดแม่โจ้ 2477” และงานศิษย์เก่าแม่โจ้คืนถิ่นอีกด้วย /////////////////////////////////////// สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม / ส.ปชส.เชียงใหม่ 8 ธันวาคม 2561
  3. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2561 - 14 ธันวาคม 2561 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 8-9 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะที่ฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 8-12 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 13-14 ธ.ค. มีอากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค. ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. อากาศเย็นและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 8-10 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 8-9 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้คะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 8-9 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 8-11 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 ธ.ค. อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  4. ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ขอให้เกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกได้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-29 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  5. ตำแหน่งงานว่างประจำสัปดาห์ที่ 49/2561 จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
  6. จังหวัดเชียงใหม่ เปิดศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ โดยเตรียมแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุก และดึงทุกภาคส่วนมาร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน วันนี้ (7 ธ.ค. 61) เวลา 14.00 น. นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประชุมหารือเพื่อแต่งตั้งคณะทำงาน และวางแผนแนวทางการปฏิบัติงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายนของทุกปีจะมีสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง และมีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยของประชาชน ตลอดจน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับ แนวทางแก้ไขปัญหาในปี 2562 นั้น จังหวัดเชียงใหม่ได้มีแผนการดำเนินงานและมาตรการในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 มาตรการ คือ มาตรการเตรียมการและป้องกัน , มาตรการรับมือ , มาตรการสร้างความยั่งยืน และดำเนินการประชาสัมพันธ์แบบเชิงรุกอย่างจริงจังเพื่อให้ประชาชนสามารถได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยผ่านทาง Online , On air , On ground ใช้ระบบสั่งการแบบ Single Command เพื่อเป็นการบริหารจัดการการป้องกันปัญหาหมอกควันและไฟป่าในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างบูรณาการในทุกระดับตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน พร้อมทั้งน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้กับ 25 อำเภอ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านหมอกควันไฟป่าและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และที่สำคัญต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เคียงคู่กับจังหวัดเชียงใหม่ตลอดไป ///////////////////////////////////// สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม , อาทิตยา พรหมรักษา , วราวุธ กองยา ส.ปชส.เชียงใหม่ 7 ธันวาคม 2561
  7. ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ รับมอบสิ่งของ "วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด ประจำปี 2562" ระดมเป็นของรางวัลในการออกร้านมัจฉากาชาด ในงานฤดูหนาวและงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2562 วันนี้ (7 ธ.ค. 61) เวลา 11.00 น. ที่ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานรับมอบสิ่งของ "วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด ประจำปี 2562" ทั้งนี้เพื่อระดมสิ่งของใช้ ให้เป็นของรางวัลในการออกร้านมัจฉากาชาดในงานฤดูหนาวและงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2562 ซึ่งภายในงานจะจัดให้มีการออกร้านของส่วนราชการ องค์กรต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน สำหรับเหล่ากาชาจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมออกร้านกาชาด การจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลเพื่อหารายได้ไว้ใช้จ่ายในกิจกรรมของเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ การสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ยากจน ตลอดจนผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเป็นน้ำใจช่วยเหลือในกิจกรรมของกาชาดตลอดทั้งปี โอกาสนี้ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดจัดกิจกรรมการออกร้านมัจฉากาชาดในงานฤดูหนาวและงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2562 สนามด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยการทำบัตรมัจฉากาชาดพาโชค ราคาบัตรละ 20 บาท เพื่อเสี่ยงโชครับรางวัลมากมาย รวมทั้งยังได้จัดทำสลากกาชาดการกุศล จำหน่ายในราคาฉบับละ 50 บาท ซึ่งปีนี้ได้มีการเพิ่มรางวัลมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รางวัลที่ 1 ได้แก่ รถยนต์ ISUZU MU-X จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 รถยนต์กระบะตอนครึ่ง NISSAN รุ่น NAVARA K/C S 6 MT MY17.2 จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 3 รถจักรยานยนต์ Honda Wave จำนวน 3 รางวัล รางวัลที่ 4 สร้อยคอทองคำ 2 สลึง จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 5 โทรทัศน์สี จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 6 ตู้เย็น จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 7 จักรยาน 2 ล้อ มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จำนวน 20 รางวัล และรางวัลที่ 8 รางวัลเลขท้าย 3 ตัว (หมุน 2 ครั้ง) มูลค่าไม่เกิน 1,000 บาท (หม้อหุงข้าว) จำนวน 200 รางวัล โดยการออกรางวัลจะออกในวันที่ 7 มกราคม 2562 เวลา 20.00 น. ณ เวทีร้านมัจฉากาชาด บริเวณงานฤดูหนาวฯ สนามหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ (ตรงข้ามสนามกีฬา 700 ปี) โดยในปีนี้จะไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน สามารถผ่านประตูฟรีอีกด้วย //////////////////////////// สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม / ส.ปชส.เชียงใหม่ 7 ธันวาคม 2561
  8. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม 2561 - 13 ธันวาคม 2561 การคาดหมาย การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เว้นแต่ภาคเหนือตอนบนยีงคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 7-12 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะที่ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค. นี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ได้ และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดสัปดาห์นี้ไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ในขณะที่คลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาองศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 10-13 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค ทางตอนล่างของภาค มีอากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 7-8 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 9-10 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่11-13 ธ.ค. อากาศเย็นและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. อากาศเย็นและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ มีอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. มีอากาศเย็นและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 10-13 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้คะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 10-13 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ , ในช่วงวันที่ 10-11 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 12-13 ธ.ค. มีอากาศเย็น โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเชลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  9. ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรง ขอให้เกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรง ส่วนลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  10. จับกุมตัว “นางสาวกัลป์ยกร สิริถัทรสมบูรณ์ “ ชาวตำบลดอนแก้ว อำเภอสารภี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,642,766 เม็ด วันนี้ ( 7 ธ.ค.2561) เวลา 13.00.น.พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ์ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ,พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รอง ผบช ภ.5 พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 5 ,ทหารกองกำลังผาเมือง ร่วมกัน ขยายผลยึดทรัพย์ ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่ ภาคเหนือ หลังเจ้าหน้าที่ด่านตรวจห้วยไร่ สภ.ห้วยไร่ ภ.จว.แพร่ ได้ทำการจับกุมตัว “นางสาวกัลป์ยกร สิริถัทรสมบูรณ์ “ ชาวตำบลดอนแก้ว อำเภอสารภี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,642,766 เม็ด (หนึ่งล้านหกแสนสี่หมื่นสองพันเจ็ดร้อยหกสิบหกเม็ด)ยาไอ้ซ์ 10 กิโลกรัม รถยนต์ตู้ ยี่ห้อฮุนไดรุ่น เอชวัน สีดำ หมายเลขทะเบียน นง-8889 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน และได้ทำการยึดอายัดทรัพย์ ที่ บ้านเลขที่ 138 หมู่ 6 ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และร่วมทำการแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค5 ณ.พื้นที่ดังกล่าว
  11. มหกรรมประกวดหุ่นฟางจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ 9 ทีม 2-9 ธ.ค.61 ณ ลานคิงรองห้วยตึงเฒ่า
  12. ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC เชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับองค์กรพันธมิตร ได้กำหนดจัดงาน “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่" (Chiang Mai Design Week 2018) ภายใต้แนวคิด "Keep Refining ยิ่งขัดเกลา ยิ่งแหลมคม" ระหว่างวันที่ 8-16 ธันวาคม 2561 ณ ย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และ TCDC เชียงใหม่ การจัด “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่" (Chiang Mai Design Week 2018) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจสร้างสรรค์ในท้องถิ่น สนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้และการสร้างเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์ และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ย่านสร้างสรรค์ ซึ่งต่อยอดด้านทักษะฝีมือช่างและวัสดุท้องถิ่น (Crafts) โดยเทศกาลในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบกว่า 200 กิจกรรม ซึ่งมีนักออกแบบนักสร้างสรรค์เข้าร่วมจัดงานมากกว่า 500 คน
  13. ป.ป.ช. เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล(ประเทศไทย) แสดงเจตนารมณ์การต่อต้านคอร์รัปชันสากล ปลุกกระแสสังคมไม่ทนต่อการทรุจริต หวังสร้างเครือข่ายป้องกันปราบปรามการทรุจริตที่ยั่งยืน วันนี้ (7 ธ.ค. 61) เวลา 09:00 น. ณ ห้องราชพฤกษ์ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) โดยมีการรับและส่งสัญญาณการถ่ายทอดสดจากส่วนกลางและภูมิภาค ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านทุจริต ภายใต้แนวคิด "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำการเมืองข้าราชการร่วมกับภาคีทุกส่วนให้มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกระตุ้นเตือนให้สังคมทุกภาคส่วนตระหนักใน ผลเสียหายร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมไปถึงปลุกกระแสสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และสร้างเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการจัดนิทรรศการที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงาน ภายใต้แนวคิด "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต" การมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมจัด การแสดงของเครือข่ายป้องกันการทุจริต โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย นักเรียน นิสิต นักศึกษา สถาบันการศึกษาและกลุ่มภาคประชาชน หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วน จำนวนทั้งหมด 1,000 คน ///////////////////////////////// สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม / ส.ปชส.เชียงใหม่ 7 ธันวาคม 2561
  14. สดร. เผยภาพ “ดาวหาง46พี เวอร์ทาเนน” ก่อนเข้าใกล้โลกที่สุด 16 ธันวาคม นี้ คาดอาจมองเห็นด้วยตาเปล่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพดาวหาง 46พี เวอร์ทาเนน ปรากฏบริเวณกลุ่มดาวแม่น้ำ บันทึกในคืนวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลา 23.16 น. ณ ยอดดอยอินทนนท์ อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ ขณะนี้มีความสว่างปรากฏที่แมกนิจูด 10 สามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยกล้องสองตา ก่อนจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดวันที่ 16 ธันวาคม 2561 นี้ คาดว่าจะมีค่าความสว่างมากขึ้นจนอาจสังเกตได้ด้วยตาเปล่าในที่มืดสนิท ในช่วงหัวค่ำ ทางทิศตะวันออก บริเวณกลุ่มดาววัว เชิญชวนผู้สนใจติดตามปรากฏการณ์ดังกล่าวตลอดเดือนธันวาคมนี้ นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ดาวหาง 46พี เวอร์ทาเนน (46/P Wirtanen) จะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 นี้ ที่ระยะห่างจากโลกประมาณ 11.5 ล้านกิโลเมตร นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีค่าความสว่างสูงสุดประมาณแมกนิจูด 3 อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ค่าความสว่างที่ตาคนเราสามารถสังเกตเห็นได้อยู่ที่แมกนิจูด 6 ยิ่งค่าน้อยยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าควรมืดสนิทปราศจากแสงและเมฆรบกวน สำหรับประเทศไทยสังเกตได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เวลาประมาณหนึ่งทุ่มถึงตีสี่ บริเวณกลุ่มดาววัว จึงขอเชิญชวนผู้สนใจติดตามปรากฏการณ์ดังกล่าว นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการสังเกตการณ์ดาวหาง 46พี เวอร์ทาเนน ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ขณะที่ดาวหางยังสว่างไม่มากนัก สามารถสังเกตได้ด้วยกล้องสองตาที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 7-10 เท่าขึ้นไปหรือกล้องโทรทรรศน์ และหากต้องการถ่ายภาพ ควรเลือกช่วงเวลาที่ดาวหางอยู่ในตำแหน่งสูงจากขอบฟ้ามากที่สุด เพื่อหลีกหนีมวลอากาศที่บริเวณขอบฟ้า สิ่งสำคัญคือต้องถ่ายภาพในบริเวณที่มืดสนิท ไม่มีแสงไฟ แสงดวงจันทร์หรือเมฆหมอกรบกวน ดาวหาง 46พี เวอร์ทาเนน (46P/Wirtanen) เป็นดาวหางคาบสั้นขนาดเล็ก มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณแถบไคเปอร์ ถัดจากวงโคจรของดาวเนปจูน ค้นพบโดย คาร์ล เอ. เวอร์ทาเนน นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 กิโลเมตร จะโคจรมาใกล้โลกประมาณทุก 5 ปี แต่สำหรับปีนี้ นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีความสว่างมากที่สุด และมีโอกาสสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า จึงเป็นดาวหางที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
  15. วินคอสเมติคส์ รับสมัครพนักงานจำนวนมาก สนใจสามารถเขียนใบสมัครพร้อมสัมภาษณ์ได้ที่ วินคอสเมติคส์ #สาขากาดหลวง ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทุกวัน โทร.065-8819980
×