Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

happyties

สมาชิกทั่วไป
  • Content count

    11
  • Joined

  • Last visited

  1. เงินเดือนผู้บริหาร ปตท. น่าแปลกใจที่ในสถานการณ์ด้านพลังงานค่อนข้างมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ (ประชาชนหลายท่าน มักรู้สึกว่าแพงเกินไป โดยปราศจากความเข้าใจพื้นฐานโครงสร้างพลังงาน) แทนที่จะช่วยกันทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างราคาพลังงาน รวมถึงการรณรงค์ให้ประหยัดพลังงานเพื่อลดการนำเข้า แต่มีกลุ่มคนบ้างกลุ่ม อาศัยความรู้สึกทางสังคมที่เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจในรายได้ ตั้งเป้าโจมตีว่าเงินเดือนผู้บริหารใน บ.พลังงาน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาพลังงานแพง โดยข้อมูลที่หยิบยกมานั้น จะเป็นข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ หรือรายงานประจำปี ซึ่งไม่ระบุเป็นรายบุคคล แต่เป็นรายจ่ายเงินเดือนรวม เนื่องจากเงินเดือนถือเป็นความลับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง จึงมักมีการนำตัวเลขรายได้ทั้งหมดมาหารค่าเฉลี่ยเป็นเงินเดือน ซึ่งอันที่จริงเป็นตัวเลขที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะในเงินก้อนนั้นๆ ยังรวมถึงโบนัส ค่าเบี้ยประชุมต่างๆ จึงทำให้ตัวเลขที่ยกมานั้น ดูเป็นตัวเลขเงินเดือนที่สูงมาก และมักนำไปเปรียบกับตำแหน่งระดับสูงๆ จากภาครัฐ เช่น นายกรัฐมนตรี ยิ่งสร้างความเข้าใจผิดในกลุ่มคนที่อาศัยโลกโซเชียล ที่ขาดสติในการบอกและแชร์ต่อความจริง คำถามคือ เงินเดือนผู้บริหาร ปตท. นั้น สูงตามที่กล่าวหาจริงหรือ คำตอบคือไม่ได้สูงดังคำกล่าวอ้าง เพราะตัวเลขดังกล่าวเป็นการรวมทั้งปี แถมยังเอาโบนัส และเบี้ยประชุมมารวมเข้าไป อย่างไรก็ตาม เงินเดือน บอร์ด ปตท.รวมไปถึง กลุ่มผู้บริหารในบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำต่างๆ ได้มีการกำหนดรายละเอียดค่าตอบแทนเงินเดือนตามความสามารถและความรับผิดชอบ และไม่ใช่เพียงเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. เท่านั้น แต่ธุรกิจด้านอื่นๆ เช่น ธุรกิจการบิน โทรคมนาคม โรงพยาบาล การเงิน ความงาม ล้วนมีรายได้ระดับสูงทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า สาเหตุใด เงินเดือนผู้บริหาร ปตท จึงได้มีเงินเดือนสูงตามที่กล่าวอ้างถึง อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่อยากรู้ว่าระบบเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. คิดอย่างไร เราได้นำข้อมูลมาเสนอให้ได้อ่านกันดังนี้ “ปตท. ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผล มีคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนทำหน้าที่ทบทวน โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับภาระความรับผิดชอบของกรรมการ สถานะทางการเงินของบริษัทและเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจระดับเดียวกัน โดยกำหนดค่าตอบแทนเป็นเบี้ยประชุมและโบนัส อนึ่ง กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดอื่นๆ ก็ให้ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ค่าตอบแทนกรรมการได้รับการขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว ดังนี้ (ค่าตอบแทนกรรมการ เงินเดือน ผู้บริหาร ปตท.) ”สุดท้าย สำหรับใครที่ยังคงคิดว่าเงินเดือนผู้บริหาร ปตท. เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพง ลองพิจารณาตรรกะนี้กันสักนิด “คนไทยใช้น้ำมันวันละ 90 ล้านลิตร คิดเป็นสูตร 1 เดือน 90 x 30 เท่ากับ 2,700 ล้านลิตรต่อเดือน ดังนั้น ถ้าจะให้ราคาน้ำมันลดลง 0.01 บาทต่อลิตร ต้องใช้เงินจำนวน 27 ล้านบาท จากตัวข้างต้น ลองคิดง่ายๆ ถ้าเงินเดือน บอร์ด ปตท.. กับ พนง. ไม่รับเงินเดือน จำนวน 27 ล้านบาทต่อเดือน เอาเงินส่วนนั้นมาลดค่าน้ำมัน ราคาจะลดลง 0.01 บาทต่อลิตร (แล้วเป็นการเอาเปรียบหรือไม่ที่ให้พวกเขาทำงานฟรี เพื่อให้เราได้ใช้น้ำมันถูกลง) ในทางกลับกันถ้าเพิ่มเงินเดือนผู้บริหาร ปตท อีก 27 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นเพียง 0.01 บาทต่อลิตรเท่านั้น” เครดิตข้อมูล : “รายงานประจำปี 2557 ปตท.”
  2. ข่าว สินบน ปตท “โรลส์ – รอยซ์” ปัญหาที่ใคร ทำไม ปตท และการบินไทย ถึงมีเอี่ยว ?? “เท่าที่ดูรายละเอียดเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ การจ่ายเงินเป็นการจ่ายค่าคอมมิสชันให้กับตัวแทนของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินตัวนั้น เพื่อจ่ายให้กับพนักงานหรือผู้บริหารของปตท. ฉะนั้นโรลส์-รอยซ์ไม่มีการจ่ายเงินตรงมาที่ปตท. ดังนั้น การดำเนินงานเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ต้องแยกออกจากองค์กร ซึ่งอ่านแล้วไม่แน่ใจว่าผู้บริหารหรือพนักงานของโรลส์-รอยซ์ ที่จ่ายไปให้กับตัวแทนหรือคนกลาง” (อ้างอิงจาก เว็บไซต์ ฐานเศรษฐกิจ) จากคำสัมภาษณ์จะเห็นว่าจำนวนเงินที่มีการอ้างว่ารับสินบนนั้น ถูกส่งมอบให้แก่ “บุคคลซึ่งอาจจะเป็นพนักงานหรือผู้บริหาร” ในสมัยนั้น และไม่มีการถูกจ่ายตรงให้กับ ปตท. อันนี้จึงกลายเป็นเรื่องของบุคคลที่มีการคอรัปชั่น ไม่ใช่องค์กร และ ปตท.ยังถือเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าวด้วย ทำไม ปตท. ถึงเป็นผู้เสียหาย? …อันนี้ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า มีพนักงานในบริษัทหนึ่ง รับเงินสินบนเพื่อหลีกสเปคของหนึ่งชิ้น เพื่อซื้อของเข้าบริษัท ถามว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนผิด ระหว่างบริษัทหรือพนักงานที่รับสินบน? …จากตัวอย่างนี้จะเห็นชัดเจนว่า การที่กลุ่มที่เคลื่อนไหวเพื่อหวังผลทางการเมือง จะพยายามโจมตีองค์กรนั้น น่าจะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เกิดการเข้าใจผิดเสียมากกว่า ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าทำไมถึงให้คนในองค์กร ปตท. เองเป็นผู้สอบส่วน ตรงนี้คุณเทวินทร์ มีความเห็นว่า “ยังไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ต้องสงสัยอะไร แต่ต้องรู้ก่อนว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งการตั้งกรรมการสอบสวนก็ต้องมั่นใจว่าคนที่จะมาเป็นประธานและกรรมการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดซื้อจัดจ้างในยุคที่เกิดขึ้น มีทั้งผู้ที่เข้าใจกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้ที่เข้าใจเทคนิคการก่อสร้าง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตรวจสอบ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย แต่ขอไม่เปิดเผยว่าประธานคือใคร แต่เป็นคนภายในองค์กร เพราะต้องการให้เขามีความสบายใจในการทำงาน” ข่าวจาก : สินบนโรลส์-รอยซ์..ปัญหาที่ใคร? เหตุใดจึงชี้ไปที่การบินไทยและปตท.
  3. ไขข้อข้องใจ ปตท.เป็นของใคร ที่เป็นประเด็นที่ใครๆ ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบเพื่อไขข้อข้องใจได้ว่า ปตท.เป็นของใคร และเรื่องการพยายามโยง ปตท. เข้ากับอดีตนายกทักษิณ จากแต่ก่อนที่พยายามว่า ปตท.เป็นของทักษิณโดยถือหุ้นผ่านนอมินีต่างๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วทำได้ยาก และไม่น่าจะสามารถรวบรวมหุ้นได้เป็นกอบเป็นกำอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะนอมินีที่เข้ามาถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นธนาคาร ยากที่ใครจะเข้ามาอยู่เบื้องหลังทั้งหมดได้ การพยายามชวนเชื่อเพื่อให้เกิดความเกลียดชังในเรื่องนี้ จึงดูเป็นเกมการเมืองมากกว่าข้อเท็จจริง จนภายหลังฝ่ายที่พยายามโยงทักษิณเข้ากับ ปตท. จึงเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์มาตั้งคำถามว่าการดำเนินการเรื่องพลังงาน (บางเรื่อง) ทำไมต้องทำกันที่ตึกชินวัตร พร้อมทั้งทำอินโฟกราฟิกออกมาให้เห็นกันประปราย จนบางคนอาจเกิดความสงสัย ซึ่งอันที่จริงแล้วอาคารชินวัตร 3 เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าที่ใครก็สามารถเข้าเช่าสถานที่เพื่อประกอบกิจการหรือดำเนินการใดๆ ภายใต้กฎหมายได้ทั้งนั้น การจะกล่าวอ้างว่าการดำเนินการใดๆ ในตึกนี้แสดงว่าต้องมีความเกี่ยวพันกับตระกูลชินวัตร หรืออดีตนายกทักษิณ นั้นก็ดูจะเป็นการเหมารวมอย่างไร้เหตุผล เพราะถ้าจะใช้ตรรกะนี้เป็นข้อพิสูจน์นั่นแสดงว่า ธนาคาร หรือแม้แต่ร้านอาหารใต้ตึกชินวัตร 3 ก็มีความเกี่ยวข้องกับทักษิณทั้งนั้น “ปตท. เป็นของใคร” … อย่าให้เป็นประเด็นชวนเชื่อเหล่านี้หลอก แยกเรื่องพลังงานออกจากเกมการเมือง หุ้นส่วนใหญ่ใน ปตท. ยังคงเป็นของรัฐ (51%) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและถูกตรวจสอบอยู่ตลอดจาก กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สตง. ป.ป.ช. กลต. ฯลฯ เพื่อให้เกิดความโปรงใส … อย่าให้เรื่องพลังงานถูกปิดกั้นด้วยอคติทางการเมือง อ่านต่อที่นี่
  4. สาเหตุของการแปรรูป ปตท และประโยชน์ที่ประเทศชาติได้รับ ซึ่งจะขอย้อนความ ถึงประโยชน์ที่ชาติจะได้รับจากการแปรรูป 3 ข้อหลัก คือ 1. เป็นการระดมทุนเพื่อไปแก้ไขปรับสถานการณ์การเงินบริษัทในเครือทั้งหลาย ของ ปตท. ซึ่งเป็นผลดีต่อรัฐ เพราะรัฐจะได้ปันผลเป็นรายได้ ในรูปแบบต่างๆ กลับเข้าสู่รัฐมากขึ้น 2. เป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินไปซื้อโรงกลั่น ทำให้โรงกลั่นเป็นของคนไทย เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ 3. เป็นการกระตุ้นตลาดหลักทรัพย์ ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยจะเห็นว่าการแปรรูป ปตท ในครั้งนี้สร้างผลประโยชน์มากมายให้กับประเทศ ในรูปแบบของเม็ดเงินเข้ารัฐและเม็ดเงินลงทุน จากที่มีกระแสทวงคืน ปตท. ให้กลับมาเป็นของรัฐ ทั้งที่ตอนนี้ ปตท. กลายเป็นบริษัทมหาชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จะเกิดผลเสียอย่างไรต่อประเทศบ้าง 1. หากใช้วิธียึดคืน นั่นคือการทำลายความน่าเชื่อถือในการลงทุนของประเทศ ซึ่งมีผลโดยตรงกับนักลงทุนที่จะนำเงินมาลงทุนทั้งในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ประเทศชาติเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากนักลงทุนและมีผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ 2. หากใช้วิธีซื้อคืน รัฐต้องระดมทุนมหาศาลเพื่อซื้อหุ้นจำนวน 2.8 พันล้านหุ้น คิดมูลค่าหุ้นทั่วไป รัฐจะต้องใช้เงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท (คิดมูลค่าต่อหุ้น 380 บาท) ในการซื้อหุ้นคืน เพื่อให้ ปตท. กลับเป็นของรัฐ อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่นี่
  5. รูปจาก : sanook.com สินบน ปตท “โรลส์-รอยซ์” ปัญหาที่ใคร ทำไมจึงชี้ไปที่การบินไทย และปตท. กรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ที่เกิดขึ้น กลายเป็นประเด็นสังคมที่ถูกพูดถึงมากทั้งตามหน้าข่าว และโลกโซเชียล พร้อมเกิดคำถามว่าใครเป็นคนผิดในกรณีนี้!!! จากการพยายามเล่นกระแสของกลุ่มคนที่หวังผลทางการเมือง และการพาดหัวข่าวจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนที่ติดตามเรื่องราวดังกล่าวจะชี้เป้าไปที่องค์กรอย่างการบินไทยและปตท. เป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มแรกที่พยายามหยิบยกประเด็นถึงความเป็นธรรมาภิบาลของ ปตท. มาโจมตีว่าทำไมจึงเกิดการรับสินบนขององค์กรที่มีธรรมาภิบาลสูงแบบนี้ได้ อันนี้เลยจะขอยกคำสัมภาษณ์ของนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)โดยสัมภาษณ์ผ่านรายการเฟซไทม์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา มาให้อ่านกัน… “เท่าที่ดูรายละเอียดเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ การจ่ายเงินเป็นการจ่ายค่าคอมมิสชันให้กับตัวแทนของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินตัวนั้น เพื่อจ่ายให้กับพนักงานหรือผู้บริหารของปตท. ฉะนั้นโรลส์-รอยซ์ไม่มีการจ่ายเงินตรงมาที่ปตท. ดังนั้น การดำเนินงานเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ต้องแยกออกจากองค์กร ซึ่งอ่านแล้วไม่แน่ใจว่าผู้บริหารหรือพนักงานของโรลส์-รอยซ์ ที่จ่ายไปให้กับตัวแทนหรือคนกลาง” … เว็บไซต์ ฐานเศรษฐกิจ อ่านต่อที่นี่
  6. สาเหตุของการ แปรรูป ปตท และประโยชน์ที่ประเทศได้รับ เป็นการระดมทุนเพื่อไปแก้ไขปรับสถานการณ์การเงินบริษัทในเครือทั้งหลาย ของ ปตท. ซึ่งเป็นผลดีต่อรัฐ เพราะรัฐจะได้ปันผลเป็นรายได้ ในรูปแบบต่างๆ กลับเข้าสู่รัฐมากขึ้น เป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินไปซื้อโรงกลั่น ทำให้โรงกลั่นเป็นของคนไทย เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ เป็นการกระตุ้นตลาดหลักทรัพย์ ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยจะเห็นว่าการแปรรูปในครั้งนี้สร้างผลประโยชน์มากมายให้กับประเทศ ในรูปแบบของเม็ดเงินเข้ารัฐและเม็ดเงินลงทุน จากที่มีกระแสทวงคืน ปตท. ให้กลับมาเป็นของรัฐ ทั้งที่ตอนนี้ ปตท. กลายเป็นบริษัทมหาชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จะเกิดผลเสียอย่างไรต่อประเทศบ้าง หากใช้วิธียึดคืน นั่นคือการทำลายความน่าเชื่อถือในการลงทุนของประเทศ ซึ่งมีผลโดยตรงกับนักลงทุนที่จะนำเงินมาลงทุนทั้งในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ประเทศชาติเสียเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากนักลงทุนและมีผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ หากใช้วิธีซื้อคืน รัฐต้องระดมทุนมหาศาลเพื่อซื้อหุ้นจำนวน 2.8 พันล้านหุ้น คิดมูลค่าหุ้นทั่วไป รัฐจะต้องใช้เงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท (คิดมูลค่าต่อหุ้น 380 บาท) ในการซื้อหุ้นคืน เพื่อให้ ปตท. กลับเป็นของรัฐ นอกจากจะเป็นเรื่องยากและเกิดความเสียหายมากมายในการนำหุ้นกลับมาเป็นของรัฐแล้ว รัฐยังต้องลงแรงในการเข้ามาบริหารงานในส่วนนี้ด้วย ซึ่งไม่มีอะไรการันตีเลยว่าการลงทุนมหาศาลอย่างนี้จะสร้างความคุ้มค่าให้กับรัฐ กลับกันจะเพิ่มความเสี่ยงในการบริหารอีกด้วย สิ่งหนึ่งที่กลุ่มทวงคืนพลังงานหรือ NGO มักนำมาเพื่อปลุกปั่นกระแสทวงคืนพลังงาน คือการที่พยายามบิดเบือนว่า หาก ปตท. กลับมาเป็นของรัฐแล้ว “ราคาพลังงานจะถูกลง” ซึ่งข้อมูลตรงนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศมีสูตรการคิดราคาและอ้างอิงชัดเจน ไม่ว่า ปตท. จะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือจะกลับเป็นของรัฐ สูตรการคิดราคาหรือการอ้างอิงราคา ก็ยังคงเป็นสูตรเดิม การจัดเก็บภาษีและกองทุนฯ ก็ยังเหมือนเดิม จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ จะทวงคืน ปตท. กลับมาเป็นของรัฐ เพราะนอกจากการจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจในประเทศ เพิ่มความเสี่ยงในการลงทุนและบริหารงานแล้ว ก็ไม่ได้สร้างผลประโยชน์ให้กับรัฐหรือประชาชนได้คุ้มค่ากับสิ่งที่รัฐหรือประเทศจะต้องเสียไป ที่มา : www.รู้จริงพลังงานไทย.com/ประโยชน์การแปรรูป-ปตท/
  7. มีข่าวมากมายว่า ปตท ขี้โกง ออกมาอย่างมากมาย และมีข่าวแฉ ปตท ออกมาอย่างที่เราทราบกัน แต่ล่าสุด องค์กรโปร่งใสนานาชาติจัดให้ ปตท. ติดกลุ่มท็อป 25 หรืออยู่ในกลุ่มที่ถือว่าโปร่งใสที่สุด องค์กรโปร่งใสนานาชาตินำ 100 บรรษัทมาจัดอันดับด้านความโปร่งใสอินเดียคะแนนสูงสุด บรรษัทจีนต่ำสุด ไทยมี 3 บริษัทติด Top 25 ทั้งอินโดรามา,ไทย ยูเนียน โฟรเซน และ ปตท. ส่วนกลุ่มซีพีอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายโปร่งใส่อันดับ 93 ได้ 0.6 จาก 10 คะแนน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International)รายงานความโปร่งใสประจำปี 2016 ของบรรษัทใหญ่ระดับโลก (Transparency in Corporate Reporting: Assessing Emerging Market Multinationals) โดยสำรวจ 100 บรรษัทในประเทศเศรษฐกิจใหม่ 15 ประเทศที่ไม่เพียงแต่ทำธุรกิจในประเทศตัวเองแต่ยังออกไปทำธุรกิจนอกประเทศ 185 ประเทศทั่วโลกถือได้ว่าบรรษัทเหล่านี้เกิดความล้มเหลวในด้านความโปร่งใส มีการคอร์รัปชั่นพร้อมกับเรียกร้องให้หยุดคอร์รัปชั่นที่ไปทำธุรกิจในต่างประเทศ จากการสำรวจพบว่า 75 % ของ 100 บรรษัทใหญ่เหล่านี้ทำคะแนนได้น้อยกว่า 5 จาก 10 คะแนนหรือได้เฉลี่ยเพียง 3.4 เท่านั้นถือว่าความโปร่งใส่ลดลงไปอีก 0.2 คะแนน เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งสุดท้ายในปี 2013 สำหรับคะแนนที่ถือว่าโปร่งใสน้อยที่สุดคือศูนย์ (0) และโปร่งใสมากที่สุดคือ สิบ(10) นายโฮเซ่ ยูกาซ ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ กล่าวว่าจุดระดับที่น่าสงสารความโปร่งใสของบรรษัทในตลาดเกิดใหม่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าบรรษัทเหล่านี้ห่วงใยกับการหยุดคอร์รัปชั่นหรือไม่ หยุดความยากจนที่บรรษัทเหล่านี้ไปทำธุรกิจและช่วยลดความไม่เสมอภาคหรือไม่ อีกทั้งเราพบว่าการคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้นในบรรษัทนานาชาติ พร้อมกับยกตัวอย่างบริษัท Odebrecht Group หรือกลุ่ม China Communications Construction Company ที่เข้าไปทำลายเศรษฐกิจของท้องถิ่น “บรรรษัทต่างๆบอกว่าต้องการต่อสู้กับคอร์รัปชั่นแต่เรื่องนี้ไม่พอเพียง การกระทำต่างหากที่จะเสียงดังกว่าคำพูด”นายยูกาซกล่าว บรรษัทจากกลุ่มประเทศ BRICS 75 บริษัท (Brazil, Russia, India, China และ South Africa)ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น โดยเฉพาะบรรษัทจากจีนเข้ามาดึงให้ทั้งกลุ่มได้คะแนนที่ต่ำลง ทั้งนี้บรรษัทจากกลุ่มบริกส์เมื่อรวมกันแล้วเป็นประเทศที่มีจีดีพี (GDP) 30 % ของโลก บรรษัทจากประเทศจีนคิดเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มทำคะแนนได้น้อยเฉลี่ย 1.6 จาก 10 คะแนน มีพียงบรรษัทเดียวที่ติดอยู่ในกลุ่ม top 25 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บรรษัทจีนจะต้องยกระดับให้ได้มาตรฐานนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเร็วๆนี้รัฐบาลจีนประกาศลงทุน 60 พันล้านดอลลาร์ในทวีปแอฟริกา เงินเหล่านี้จะต้องจ้างบรรษัทจีนเข้าไปให้บริการ ขณะเดียวกันกลุ่มบรรษัทประเทศจากอินเดียได้คะแนนเฉลี่ยมากที่สุดในบรรดาประเทศต่างๆ 75 % ของบรรษัทอินเดียมีความโปร่งใสมากที่สุด สำหรับบรรษัทจากไทย 3 รายติดกลุ่มท็อป 25 หรืออยู่ในกลุ่มที่ถือว่าโปร่งใสประกอบด้วยบรรษัท โดยติดอันดับที่ 20 , 21 และ 22 ตามลำดับ อินโดรามา เวนเจอร์ (Indorama Venture) 5.6 คะแนน ไทย ยูเนียน โฟรเซน โพรดัคส์ (Thai Union Frozen Products) 5.5 คะแนน ปตท.(PTT) 5.4 คะแนน ขณะที่กลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ ( CP Groups ) ได้ 0.6 จาก 10 คะแนนอยู่ในกลุ่มสิบอันดับสุดท้าย คือได้อันดับที่ 93 จากทั้งหมด 100 บริษัทในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ บริษัทเหล่านี้ได้รับการประเมินจากข้อมูลหลายด้าน เช่น โครงการต่อต้านคอร์รัปชั่น การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทลูก บริษัทร่วมทุน และบริษัทในเครือรวมถึงข้อมูลการเงินของธุรกิจที่อยู่บริษัทไปเปิดในต่างประเทศ อ่านต่อที่นี่
  8. สตง ปตท ชี้แจงกรณีแบ่งแยกท่อก๊าซแก่รัฐ ท่อก๊าซ ปตท. สำคัญไฉน โดย ฉกาจนิตย์ จุณณะภาต นักกฎหมายพลังงาน จากการเดินสายชี้แจงเรื่อง hot issue ที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องการให้ ปตท. แบ่งแยกท่อก๊าซของ ปตท. ไปให้รัฐ ในช่วงที่ผ่านมา นั้น ผมเริ่มมองเห็นภาพว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ ปตท. กับ รัฐ อย่างที่เคยเข้าใจเสียแล้ว แต่การหาทางออกที่ไม่ถูกต้องของเรื่องนี้ จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนทุกคนมากทีเดียว ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คือ ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยจะเกิดความปั่นป่วนอย่างมาก เพราะขนาดของกลุ่ม ปตท. ในตลาดมีขนาดถึง 1 ใน 4 ของภาพรวม เอกชนและนักลงทุน จะสูญเสียความเชื่อมั่นและไม่กล้าลงทุนในโครงการใหญ่อีก เพราะไม่รู้ว่าจะโดนรัฐยึดไปเมื่อไหร่ นอกจากนั้น ระบบคุ้มครองสิทธิ์ของเอกชนโดยศาลจะสั่นคลอน เพราะคำพิพากษาของศาลไม่ถูกเชื่อถือโดยหน่วยงานของรัฐ เรื่องย่อๆ เกี่ยวกับท่อก๊าซ ปตท. นี้ เพจ ‘สรุป’ ได้จัดทำไว้แล้วค่อนข้างดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามมาก่อน ลองอ่านกันได้ครับ สำหรับในโพสต์นี้ ผมจะขอสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อจะเสริมให้พอเห็นภาพว่า เรื่องท่อก๊าซ ปตท. เริ่มต้นจากตรงไหน และหน่วยงานรัฐออกมาขอให้ ปตท. แบ่งแยกท่อก๊าซ โดยใช้หลักการอะไร เมื่อปี 2544 ปตท. ได้แปลงสภาพตัวเองจากองค์การของรัฐให้เป็นบริษัทมหาชน เพื่อระดมทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ถามว่าทำให้ประสิทธิภาพต่างกันตรงไหนกับของเดิม เพื่อนๆ ลองเทียบการรถไฟ องค์การโทรศัพท์ กับ ปตท. การท่าอากาศยาน ทุกวันนี้ดูครับ ในการแปลงสภาพ ปตท. ต้องใช้กฎหมายฉบับหนึ่ง เรียกย่อๆว่า ‘กฎหมายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ’ ซึ่งกำหนดว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่เดิม ให้โอนมาเป็นของ ปตท. ที่แปลงสภาพแล้วทั้งหมด กฎหมายกำหนดไว้แบบนี้ เพื่อให้บริษัทที่แปลงสภาพมีทุนในการดำเนินการต่อ มิเช่นนั้น ก็ต้องมาแบบตัวเปล่าๆ ซึ่งถ้าต้องหมดตัวเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่า ปตท. จะแปลงสภาพมาเพื่ออะไร หลังจากนั้นอีก 5 ปี มีกลุ่ม NGO ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด บอกว่า ปตท. แปรรูปไม่ได้ ผิดกฎหมาย ศาลท่านก็ตัดสินว่า การแปรรูป ปตท. เดินมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องให้เดินถอยหลังกลับไปอีก แต่ครั้งนี้ ศาลได้วางหลักกฎหมายขึ้นมาบอกว่า แม้ ปตท. จะแปรรูปแล้ว แต่ก็ต้องแบ่งแยกทรัพย์สินที่ใช้ ‘อำนาจมหาชน’ ที่ได้มาก่อนแปรรูป ปี 2544 ให้กับรัฐนะจ๊ะ ซึ่งตอนนั้น ปตท. ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะไม่แฟร์กับนักลงทุน ก็ตอนที่ ปตท. เปิดขายหุ้นให้นักลงทุนทั่วไป ได้รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดไปแล้ว ไม่เห็นมีใครออกมาทักท้วงอะไร แต่พอผ่านมา 5 ปี จะมาแบ่งทรัพย์สิน ปตท. ไปเฉยเลย ก็เท่ากับว่านักลงทุนถูกหลอกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ศาลก็คือศาล ทุกคนต้องเคารพ มันคือกติกา ปตท. ก็ไม่มีปัญหาอะไร แบ่งแยกทรัพย์สินคืนไป หลักการแบ่งทรัพย์สิน หน่วยงานต่างๆ ก็มาตกลงกันตามที่ศาลบอก คือ อันไหนที่ใช้ ‘อำนาจมหาชน’ ได้มาก่อน ปตท. แปรรูป ก็ให้กับรัฐไป ได้แก่ การเวนคืนที่ดิน การรอนสิทธิที่ดินเอกชน และทรัพย์สินที่อยู่บนที่ดินเหล่านั้น (ซึ่งก็คือ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. นั่นเอง) พอ ปตท. แบ่งแยกเสร็จ ก็ส่งคืนให้กับรัฐไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดก็เห็นด้วยว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซให้รัฐตามคำพิพากษาครบแล้ว แต่ปรากฏว่าวันที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งว่า ปตท. ส่งครบแล้ว สตง. กลับส่งหนังสือไปถึงศาลบอกว่า ปตท. ยังส่งคืนไม่ครบนะ โดยเฉพาะท่อก๊าซในทะเล แต่ สตง. ก็ดันไปสัญญากับศาลว่า เรื่องที่ว่าจะคืนครบหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาละกันขอรับ สตง. เพียงแต่ให้ข้อมูลเพิ่มว่าศาลอาจจะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ตอนที่รับรองว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบแล้ว ศาลปกครองสูงสุดก็ดูข้อมูลที่ สตง. ส่งมาให้ แล้วพิจารณาว่า ท่อก๊าซในทะเลไม่เข้าหลัก ‘อำนาจมหาชน’ ที่ศาลตัดสินเอาไว้ ดังนั้น ที่ศาลรับรองว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบ จึงถูกต้องแล้ว ศาลก็เลยส่งหนังสือไปแจ้ง สตง. ว่า ศาลพิจารณาความเห็น สตง. แล้ว ก็ยังยืนยันแบบเดิมว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบแล้ว ‘ตามหลักกฎหมาย’ เรื่องท่อส่งก๊าซ ปตท. ก็เงียบไปอยู่หลายปี และ สตง. ก็รับรองงบการเงิน ปตท. ต่อตลาดหลักทรัพย์มาตลอดไม่มีประเด็นเรื่องท่อส่งก๊าซอีก ทุกอย่างดูเหมือนจะจบตามที่ศาลปกครองสูงสุดบอก ปรากฏว่าหลัง คสช. ยึดอำนาจปี 2557 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่อง ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. อีกครั้ง คราวนี้ไปไกลกว่าเดิม ยิ่งกว่า สตง. คือ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง (อีกครั้ง) ขอให้ ปตท. แบ่งแยกท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าก่อนหรือหลังแปรรูป มูลค่า 68,000 ล้านบาท พูดง่ายๆ ว่าขอให้ ปตท. มอบท่อก๊าซทั้งหมดให้รัฐนั่นเอง เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่าท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ประชาชนใช้ร่วมกันก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน! พอกระแสถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง สตง. ที่เคยเงียบไป ก็ลืมสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับศาล ออกมาร่วมวงกับเขาด้วย โดยขอให้ ปตท. มอบท่อก๊าซในทะเลที่ สตง. เคยบอกไว้นานมาแล้วให้กับรัฐ แต่เนื่องจาก สตง. ไม่มีอำนาจไปฟ้องเรียกท่อก๊าซเอง จึงบังคับเชิงข่มขู่ว่า ให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ไปเอามาแทน สตง. มิเช่นนั้น สตง. จะฟ้องศาลให้เอาผิด! เมื่อตอนนี้อำนาจศาลถูกท้าทาย ก็ต้องดูกันต่อไปครับว่า เรื่องนี้จะหาทางออกกันอย่างไร สรุปคือ เรื่องท่อก๊าซธรรมชาติ ปตท. ก็กลับมาเป็นมหากาพย์ด้วยประการฉะนี้ครับ สาเหตุหลักเกิดจากมีบุคคลและหน่วยงานบางกลุ่มไม่เชื่อตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.รู้จริงพลังงานไทย.com/สตง-ให้-ปตท-ชี้แจงเรื่อง/
  9. แปรรูป ปตท ผูกขาดธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน การที่ ปตท. ได้เข้าไปถือหุ้นในโรงกลั่นน้ำมันเกือบทุกแห่งในประเทศ ทำให้ปตท.นั้นมีอำนาจในการควบคุมบริหารโรงงานกลั่นน้ำมันในประเทศเกือบทั้งหมด ทำให้เกิดการผูกขาดในธุรกิจการกลั่นน้ำมัน และการสั่งน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมันในไทยมีราคาสูง และมีหลายฝ่ายออกมาเปิดโปงถึงเรื่องนี้ และยังได้เข้าไปทำธุรกิจพลังงานในฐานะของตัวแทนรัฐบาล จึงได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ในฐานะบริษัทน้ำมันแห่งชาติ แต่เมื่อมีการแปรรูป ปตท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และได้ขายหุ้นบางส่วนให้กับเอกชน ปตท. จึงเห็นว่าควรลดการผูกขาดลง โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก็กำลังพิจารณาที่จะมีการเปิดเสรีมากขึ้น โดยเริ่มในกิจการท่อก๊าซ และการนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศก่อน แต่ส่วนธุรกิจการกลั่นน้ำมันได้มีการกล่าวอ้างว่ามีการผูกขาดโดย ปตท. มากถึง 83% ของการกลั่นทั้งหมด (คิดง่ายๆ ปตท.ถือหุ้น 5 ใน 6 โรงกลั่น) นั่นอาจจะเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีเหตุผลรับรองอย่างเพียงพอ จากการเข้าไปปรับปรุงกิจการของโรงกลั่น ทำให้ ปตท. ถือหุ้นโรงกลั่นต่างๆ ดังนี้ ไทยออยล์ 49.1% PTTGC 48.9% IRPC 38.5% SPRC 36.0% BCP 27.2% ที่มา www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เปิดโปง-ปตทการผูกขาดธุร/ อ่านเรื่อง แปรรูป ปตท เพิ่มเติมที่ www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เปิดหลักฐานปตทเป็นของใ/
  10. ทวงคืน ปตท วันนี้ เราจะมาทราบถึง 9 เหตุผล ที่ ปคท. บอกว่า คืนท่อครบถ้วน กันดูบ้าง ว่าจะจริงหรือไม่ ศาลให้ ปตท.คืนท่อก๊าซบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด ปตท. คืนท่อก๊าซเฉพาะท่อบนที่ดินที่ใช้อำนาจมหาชนรอนสิทธิ ท่อก๊าซในทะเล ไม่ได้รอนสิทธิใคร ขออนุญาติเหมือนเอกชนขอวางสาย Fibre Optic ศาลได้รับข้อมูลทรัพย์สินท่อก๊าซของปตท.ทั้งหมด และรับทราบความเห็นสตง.ในการพิจารณาสั่งและยืนยันว่าปฏิบัติครบถ้วนแล้ว สตง.ยืนยันในหนังสือถึงศาลเองว่าคำตัดสินศาลถือเป็นยุติ สตง.รับรองงบ ปตท.ในฐานะผู้สอบบัญชีมาทุกปี โดยไม่เคยโต้แย้งหรือมีความเห็นเรื่องทรัพย์สินท่อก๊าซที่บันทึกในงบดุล ครม.ยุคนายกฯอภิสิทธิ์ปี 2553 รับทราบรายงานจากกระทรวงการคลังว่าได้ดำเนินการตามมติครม.ที่ให้ปฎิบัติตามคำสั่งศาลครบถ้วนแล้ว หากปตท.หรือหน่วยงานอื่นใดทำนอกเหนือคำสั่งศาล ก็ผิดกฎหมายเช่นกัน เพราะองค์กรเสียหาย ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องผู้เกี่ยวข้องได้ มูลค่าหุ้นปตท.ที่ขายให้นักลงทุนใน IPO ได้รวมทรัพย์สินท่อทั้งหมดในขณะนั้น และรัฐได้รับเงินจากหุ้นที่ขายให้เอกชนนักลงทุนไปแล้ว ที่มา : www.รู้จริงพลังงานไทย.com/tag/ทวงคืน-ปตท/
×