Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

TNEWS

สมาชิกทั่วไป
  • Content Count

    19
  • Joined

  • Last visited

About TNEWS

  • Rank
    Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ร่วมกับ ปางช้างแม่แตง ทำพิธีมอบใบประกาศนียบัตรควาญช้างมืออาชีพ รุ่นที่ 1 สำหรับผู้ผ่านการอบรมขั้นสูงกับโรงเรียนควาญช้างจำนวน 30 ราย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ร่วมกับ ปางช้างแม่แตง จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรควาญช้างมืออาชีพ รุ่นที่ 1 ที่ห้อง Mini Theater ชั้น 4 สำนักดิจิทัลเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยภายในงานได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการดูแลช้างมาร่วมเวทีเสวนา ในหัวข้อ “ช้างไทยสู่ช้างโลก เชิดชูวิถีวัฒนธรรมช้างไทยสู่สากล” โดยผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.บุญทา ชัยเลิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฝ่ายอาเซียน ประธานบริหารปางช้างแม่แตง ผู้ริเริ่มโครงการโรงเรียนควาญช้าง น.สพ.ดร.สิทธิเดช มหาสาวังกุล ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ดร.นฤมล ศรียานนท์ ผู้ผลิตภาพยนต์สารคดีระดับโลก ผู้กำกับ Elephant in motion ภาพยนตร์สารคดีเชิดชูช้างไทย นายวิทยา ทวีรส เจ้าของปางช้างกมลา จ.ภูเก็ต ปางช้างที่ยึดมั่นในวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างแบบไทย และ ดร.บังอร ฉัตรรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประธานจัดทำหลักสูตรควาญช้างอาชีพ โดยมีพิธีกรผู้ดำเนินการนำเสวนา โดย อ.สพ.ญ.ดร.ภัคนุช บันสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาคลินิกสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การเสวนาในครั้งนี้เป็นการพูดคุยถึงสถานการณ์การเลี้ยงช้างในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องสร้างความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คิดว่านำช้างมาทรมานและใข้แรงงานเกินเหตุ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีการใช้แรงงานช้างเลย จึงจัดตั้งโรงเรียนควาญช้างขึ้นมาเพื่อดูแลช้างอย่างถูกวิธี มีหลักสูครการปรับปรุงบุคลิกภาพของช้าง การสอนควาญช้างให้ดูแลช้างเบื้องต้นในหลักสูตร 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง มาอบรมให้ถูกวิธี โดยหลักสูตรการอบรมชั้นสูงสามารถปราบช้างตกมันได้ โดยภายในงานมีนักศึกษาเข้าร่วมเสวนาเป็นจำนวนมาก
  2. สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ “ฉลองครบรอบ 45 ปี พร้อมเปิดร้านนมหน้าฟาร์ม สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด” เชื่อมโยงการตลาดนมและผู้บริโภคนมในชุมชน สร้างจุดจำหน่ายในการจำหน่ายเมนูจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนา นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงาน ฉลองครบรอบ 45 ปี พร้อมเปิดร้านนมหน้าฟาร์ม สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด พร้อมด้วย นายบัลลังค์ ธรรมธิ ประธานสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด และคณะกรรมการสหกรณ์ฯ และสมาชิกผู้เลี้ยงโคมนม เพื่อเชื่อมโยงการตลาดนมและผู้บริโภคนมในชุมชน สร้างจุดจำหน่ายในการจำหน่ายเมนูจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนา เพื่อให้บริโภคได้รับประทานที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อร่อย สดใหม่ และปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งชม ชิม ผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนาภายในงาน ทั้งนี้โครงการนมคุณภาพสูงล้านนา ให้เป็นที่รู้จักและเป็นทางเลือกของผู้บริโภคมากขึ้น รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงของดี มีมาตรฐาน ผลงานจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้พัฒนานมสู่ผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนาหลากหลายเมนู ชมการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนาที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ อร่อย ถูกหลักอนามัย และได้คุณค่าทางโภชนาการของน้ำนมครบถ้วนคุณภาพสูงล้านนา (Lanna High Quality Milk) ซึ่งเป็นนมที่ได้จากการพัฒนาตั้งแต่สายพันธ์โคนม กระบวนการเลี้ยงโคนม การรีดน้ำนม และการขนส่งน้ำนมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีเชื้อจุลินทรีย์ต่ำ ปลอดโรคและยาปฏิชีวนะ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคนมในชุมชนทุกช่วงวัย ให้ประชากรในชุมชนมีสุขภาพดี และยังเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชน ภูมิภาค ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีรายได้เพื่อการเลี้ยงดูตนเองและสังคมอย่างยั่งยืน
  3. ที่ ห้องลีลาวดี ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานเปิดการเสวนาวิชาการ“การใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย”ภายในงานประชุมวิชาการล้านนาเมืองสุขภาพ “Lanna Wellness City”โดยมีเภสัชกรพลแก้ว วัชระชัยสุรพล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน) จัดการประชุมวิชาการล้านนาเมืองสุขภาพ (Lanna Wellness City) ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2562 ภายในงาน Lanna Expo 2019 ครั้งนี้มีการถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยอย่างถูกวิธี และการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทย 5 กลุ่มอาการ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง,โรคเวียนศีรษะ บ้านหมุนเนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน,โรคภูมิแพ้ผิวหนังและทางเดินหายใจ,โรคไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ต่ำ,โรคเริม งูสวัด ซึ่งในปัจจุบันเรื่องดังกล่าวเป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่กำลังได้รับความนิยมและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้กัญชาในการรักษาโรค ว่าจะใช้อย่างไรให้ถูกต้อง ถูกวิธี มีความปลอดภัย รวมทั้งการใช้ยาสมุนไพรต่างๆในการรักษาโรคด้วย การประชุมวิชาการล้านนาเมืองสุขภาพ ด้านการแพทย์แผนไทย ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่จะใช้ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทย ที่จะให้ได้ใช้ประโยชน์ ทั้งในการส่งเสริมสุขภาพรักษา โดยเฉพาะให้ความรู้ที่จะได้ใช้สมุนไพรได้อย่างถูกต้อง ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือในเรื่องของกัญชา อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าจะใช้ประโยชน์ในทางที่ดีได้อย่างไรบ้าง การใช้กัญชาในการรักษาโรค ว่าจะใช้อย่างไรให้ถูกต้อง ถูกวิธี มีความปลอดภัย รวมทั้งการใช้ยาสมุนไพรต่างๆในการรักษาโรคด้วย เชื่อว่าจะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจและมีความเชื่อมั่นในศาสตร์การแพทย์แผนไทย เชื่อมั่นในยาสมุนไพรเพิ่มขึ้น ลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป นายวัลลภ เผ่าพนัส ประธานสมาพันธ์การแพทย์แผนไทยล้านนา กล่าวว่า การประชุมล้านนาเมืองสุขภาพ ด้านการแพทย์แผนไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองสุขภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ในครั้งนี้เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยอย่างถูกวิธี และการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทย 5 กลุ่มอาการ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง,โรคเวียนศีรษะ บ้านหมุนเนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน,โรคภูมิแพ้ผิวหนังและทางเดินหายใจ,ไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ต่ำ,เริม งูสวัด ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนตอบรับเข้าร่วมประชุมในระบบออนไลน์จำนวน 270 คน และมีผู้ที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมที่หน้างานอีกจำนวนหนึ่ง โดยรูปแบบการประชุมแบ่งเป็น 2 ช่วง ภาคเช้าเป็นการอภิปรายเรื่อง การใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย ภาคบ่ายเป็นการอภิปรายเรื่อง การรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทย 5 กลุ่มอาการ ในการจัดประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองสุขภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพหลักของโครงการ ในกิจกรรมการประชุมวิชาการล้านนามเมืองสุขภาพ การจัดการประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาคีเครือข่าย สมาพันธ์การแพทย์แผนไทยล้านนาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาการแพทย์แผนไทย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดับภูมิภาค ได้แก่ สมาคมแพทย์แผนไทยเชียงใหม่ สมาคมแพทย์แผนไทยลำพูน สมาคมนวดแผนไทยเชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ และได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิเครือข่ายแพทย์แผนไทย ได้แก่ อ.ปานเทพ พงษ์พัวพันธ์ คณบดีสถาบันการแพทย์บูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิขวัญข้าว,อ.เนตรดาว ยวงศรี คลินิกการแพทย์แผนไทยเนตรดาว,อ.ปณิตา ถนอมวงษ์ ปณิตาเมตตาคลินิก การแพทย์แผนไทย อ.ชายณรงค์ ณ เชียงใหม่ ชายณรงค์คลินิกการแพทย์แผนไทย อ.กิตติ กิตติจารุวงศ์ อุปนายกสมาคมแพทย์แผนไทยล้านนาลำพูน ร่วมเป็นวิทยากรในการประชุม หวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้จะได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้อง ถูกวิธี มีความปลอดภัยและมีความเข้าใจในศาสตร์การแพทย์แผนไทยในการรักษาโรค 5 กลุ่มอาการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มีความเชื่อมั่นในการเข้ารับบริการด้านการแพทย์แผนไทย เชื่อมั่นในยาสมุนไพรไทย ลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
  4. พนักงานซีพีจิตอาสา รวมใจช่วยพี่น้องในชนบทให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ผ่านกิจกรรม “ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร” ร่วมก่อสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซิแบร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดารที่บริษัทได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง หวังยกระดับคุณภาพชีวิต 741 ครัวเรือน ให้มีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีสอดคล้องเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย นายวิรัตน์ ตันหยง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวมพลังเพื่อนพนักงานซีพีอาสาในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ ลงพื้นที่ทุรกันดาร จัดกิจกรรม “ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร” เป็นอาสาสมัครจิตอาสาช่วยชาวบ้านซิแบรก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซิแบร ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่สร้างขึ้นใหม่ทดแทนโรงพยาบาลเดิมที่ทรุดโทรม โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภออมก๋อย นายจักร์ชัย ติตตะบุตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอมก๋อย นายเฉลิม ใบงิ้ว สาธารณสุขอำเภออมก๋อย นายจำลอง ปันดอน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น นายจำเริญ เสมอใจ หัวหน้าโครงการช่วยเหลือราษฎรอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านซิแบร นายประเสริฐ สุขสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซิแบร นายสิทธิโชค สิงหันต์ หัวหน้าชุด ชพส.3 และนายวรรณชัย พงษาสัตย์ ผู้ใหญ่บ้านซิแบร พร้อมด้วยพี่น้องประชาชนบ้านซิแบรร่วมกันก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร” เป็นหนึ่งในกิจกรรมของชาวซีพีอาสาที่มีใจช่วยเหลือชุมชนสังคมทำงานอาสาสมัครเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยในกิจกรรมนี้ได้นำเพื่อนพนักงานซีพีอาสาลงพื้นที่ถิ่นทุรกันดารเพื่อช่วยก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซิแบร ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ขึ้นใหม่ทดแทนโรงพยาบาลเดิมที่ทรุดโทรม ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องชาวซิแบรจำนวนกว่า 4,000 คนหรือ 741 หลังคาเรือนซึ่งอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์เพื่อการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาสังคมในโครงการซีพีเพื่อความยั่งยืน
  5. ตามที่มีชาวบ้านร้องเรียนให้ตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างปรับปรุงและก่อสร้างลำเหมืองส่งน้ำฝายปงตำ ต.ปงตำ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จำนวน 5 สาย ซึ่งดำเนินการ ตั้งแต่ ปี 2558 -2561 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 306 ล้านบาท โดยมีตัวแทนชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เขต5 เชียงใหม่และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)เขต 5 เชียงใหม่ และ สำนักตรวจเงินแผ่นดินเขต5 เชียงใหม่เรื่องการทุจริตงานก่อสร้างลำเหมืองส่งน้ำฝายปงตำ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 โดยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจว่า มีการนำเครื่องจักรเข้ามาแก้ไขทำลายหลักฐาน และจากการทุจริตในงานนี้ ซึ่งทำให้งานไม่มีคุณภาพ ล่าสุดกำแพงคลองส่งน้ำได้ล้มพังลง ประมาณ 20 เมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ และช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ถนนที่ก่อสร้างไว้ ซึ่งไม่มีการบดอัดให้แน่น ผิวจราจรเละถนนไม่แล้วเสร็จ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้ถนนดังกล่าวเพื่อการเดินทางเข้าสวนในพื้นที่ได้ งบประมาณก็เบิกจ่ายไปหมดแล้วเมื่อ 30 ก.ย. 61 จึงขอสอบถามทางหน่วงงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยชี้แจงให้ชาวบ้านทราบว่าจะแก้ไขปัญหาทุจริตดังกล่าวอย่างไร และขอสอบถามไปยังหน่วยตรวจสอบต่างๆ ( ปปช. ปปท. และ สตง.)ที่ ชาวบ้านได้ไปยื่นหนังสือไว้เมื่อ 24 พ.ค. 62 ว่า ปัจจุบันได้ดำเนินการตรวจสอบไปถึงไหน และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยชาวบ้านที่เดือดร้อนได้รับข้อเท็จจริง คือ "ทำงานไม่เป็นไปตามแบบ งานไม่ได้คุณภาพ และไม่แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2561 (30 ก.ย. 61) " และมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ไม่ใช่เป็นความชำรุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ " ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
  6. Welcome To Live Pure ( Thailand ) เปิดตัวมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ด้วยนวัตกรรมใหม่จากผลิตภัณฑ์“ People United Reaching Everyone ” เอาใจคนรักสุขภาพและความสวยใสอ่อนวัย ที่ ภัตตาคารตูลู่ เชียงใหม่ Welcome To Live Pure ( Thailand ) เปิดตัวมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ด้วย นวัตกรรมใหม่จากผลิตภัณฑ์“ People United Reaching Everyone ” โดย คุณปวริศา ลิขิตรวี เพลสซิเด้นเชียลแบล็คไดม่อนด์ พร้อมด้วยทองพูล กรกิจพานิชไดมอนด์เชียงใหม่คนแรก ได้มีการแนะนำให้กับบรรดาสมาชิกในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ PURE ผลิตภัณฑ์สำรับดูแลรักษาผิวพรรณชั้นนำของโลก เพื่อที่จะให้ความรู้กับทางสมาชิกเพื่อที่จะนำไปแนะนำให้กับผู้ที่สนใจนำไปใช้ คุณปวริศา เปิดเผยว่าเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของเชียงใหม่ที่จะให้ผู้บริโภคได้รับความรู้ในด้านต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมพร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมความความเข้าใจในด้านต่างๆให้กับคนเชียงใหม่ได้รับรู้ทุกๆด้าน ด้านคุณ ทองพูล กล่าวว่า กับสโลแกน Welcome To Live Pure ( Thailand ) เปิดตัวมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ด้วย ผลิตภัณฑ์แปบไทด์ นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี นำเข้า โดยบริษัท Live Pure ประเทศไทย จำกัด ให้คนที่สนใจได้เข้ามาร่วมทีมสามารถติดต่อได้ที่ ไดมอนด์เชียงใหม่ คุณทองพูน กรกิจพาณิช (เจ๊หล้า) T. 081595-1469. ,ส่งมอบสวย & รวยจริง ด้วยมือ เรา ซึ่งเป็นเจ้าแรกในเชียงใหม่ โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แปบไทด์ นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี นำเข้า โดยบริษัท Live Pure ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สร้างเพื่อความเป็นเลิศและประสิทธิผลครบถ้วนของผลิตภัณฑ์ PURE: People United Reaching Everyone เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพส่วนบุคคล ได้รับการสนับสนุนจากวิทยาศาสตร์และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสุขภาพที่มีประสบการณ์ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุณภาพประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย สวยสดใสกับ PURE
  7. ปางช้างแม่แตงจับมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เปิดโรงเรียนควาญช้าง ยกระดับควาญช้างไทยสู่สากล มุ่งพัฒนาศักยภาพควาญช้างสู่สวัสดิการที่ดี เงินเดือนเทียบเท่าปริญญาตรี ที่ ห้องประชุมเอื้องคำ ชั้น 3 อาคารราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.บุญทา ชัยเลิศ ประธานบริหารปางช้างแม่แตง พร้อมด้วยคณะทำงาน อาทิ สพ.ญ.พนิดา เมืองหงษ์ สัตวแพทย์ประจำคลีนิกช้าง ปางช้างแม่แตง และ คณะทำงานจากสถาบันวิจัยและพัฒนา รวมทั้งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมมัคคุเทศน์จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่ และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดการแถลงข่าวโครงการอบรมควาญช้างอาชีพระดับพื้นฐาน โดยเป็นความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านช้างสาขาต่างๆ ร่วมกันทำหลักสูตรควาญช้างอาชีพขึ้นมา เพื่อยกระดับควาญช้างไทยให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น และเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังขาดแคลนควาญช้างที่เชี่ยวชาญจริงๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวงการช้างไทย และเพื่อทั้งสวัสดิการที่ดีของควาญช้างและเพื่อสวัสดิภาพที่ดีของช้างไทยด้วย โดยในการอบรมครั้งนี้จะเป็นหลักสูตรควาญช้างอาชีพขั้นพื้นฐานสำหรับบุคคลทั่วไปหรือที่เป็นควาญช้างอยู่แล้วแต่อยากจะมาเพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้ เพื่อยกระดับเงินเดือน และนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น โดยจะได้รับประกาศนียบัตรควาญช้างมืออาชีพขึ้นพื้นฐานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดเชียงใหม่ หลักสูตรควาญช้างมืออาชีพขั้นพื้นฐานจะใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น 85 ชั่วโมง ในระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม นี้ หลักสูตรมีทั้งด้านวิชาการและการฝึกปฏิบัติ เช่น ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่ออาชีพควาญช้าง+แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อวิชาชีพควาญช้าง (6 ชั่วโมง) เนื้อหาเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว องค์ประกอบและบทบาทของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แผนพัฒนาการท่องเที่ยวและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ และการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพ บุคลิกภาพและทัศนคติเพื่องานบริการ (3 ชั่วโมง) จิตวิทยาบริการเพื่ออาชีพควาญช้าง (3 ชั่วโมง) การสื่อสารภาษาอังกฤษเพื่องานบริการ (20 ชั่วโมง) ,การสื่อสารภาษาจีนเพื่องานบริการ (20 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคบรรยาย หัวข้อความรู้เรื่องช้างเบื้องต้น (3 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคบรรยาย หัวข้อการฝึกขี่ช้างและควบคุมบังคับช้าง (9 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคบรรยาย วัฒนธรรมและประเพณีการเลี้ยงช้าง (3 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคปฏิบัติ การฝึกหัดขี่ช้างและควบคุมบังคับช้าง (9 ชั่วโมง) การทดสอบการผ่านหลักสูตร (9 ชั่วโมง) ดร.บุญทา ชัยเลิศ ผู้ริเริ่มโครงการฝึกอบรมควาญช้างอาชีพ หรือ โรงเรียนควาญช้างมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ด้วยความที่เป็นนักวิชาการและเป็นเจ้าของกิจการปางช้าง เล็งเห็นว่าควรมีการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับช้างอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาวงการช้างไทย และพัฒนาศักยภาพของควาญช้างให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น จึงได้เชิญชวนผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างในด้านต่างๆ มาร่วมกันร่างหลักสูตรเพื่อก่อตั้งเป็นโรงเรียนควาญช้าง ซึ่งรับประกันว่าผู้ที่ผ่านการอบรมจากโครงการนี้จะมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับและจะเป็นผู้ที่มีความรักช้าง นำไปสู่การดูแลช้างไทยของเราได้ดี ทำให้ช้างได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีสวัสดิภาพที่ดี และตัวควาญช้างเองก็จะได้รับสวัสดิการที่ดีขั้น มีการยกระดับเงินเดือนให้สูงขึ้นถึงเทียบเท่าระดับปริญญาตรีหรือมากกว่านั้นถ้างานมีลักษณะที่พิเศษขึ้น และสามารถเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรควาญช้างอาชีพขั้นกลาง และหลักสูตรควาญช้างอาชีพขึ้นสูงได้ต่อไปในอนาคต ดร.บุญทา ได้เปิดเผยต่อไปว่า อาชีพควาญช้างนั้นเป็นอาชีพที่ขาดแคลนอย่างมากในตอนนี้ เพราะช้างเลี้ยงอยู่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามปางช้างต่างๆ ทั่วประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าสองพันเชือก แต่บุคลากรไม่เพียงพอ เพราะการเลี้ยงช้างให้ดีนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ นอกจากจะมีความกล้าหาญแล้วจะต้องมีความรักที่แท้จริงต่อช้างด้วย ถึงจะดูแลกันได้ดี เพราะควาญช้างคือคนที่จะต้องมีความใกล้ชิดกับช้างมากที่สุด ต้องดูแลทั้งการเตรียมอาหาร ให้อาหาร อาบน้ำ เป็นเพื่อนร่วมทำงานด้วยกัน พาออกกำลังกาย พาเดินเล่น แทบจะเรียกได้ว่าเลี้ยงดูกันแบบประคบประหงมกันเลยทีเดียว ทางปางช้างต่างๆ ยังมีความต้องการควาญช้างอยู่เป็นจำนวนมาก นับว่าอาชีพนี้เป็นที่ต้องการของตลาด ดร.บังอร ฉัตรรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และสนองตอบพระราโชบายของรัชกาลที่ 10 ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและสนองตอบโดยใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาท้องถิ่นตามความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริงจึงได้เข้าร่วมในการพัฒนาหลักสูตรการอบรมควาญช้าง และก่อตั้งโรงเรียนควาญช้าง ในครั้งนี้ ร่วมกับปางช้างแม่แตง โดยได้รวบรวม คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการท่องเที่ยว การภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และด้าน ศาสตร์พระราชาในส่วนของเศรษฐกิจพอเพียง ของมหาวิทยาลัย มาเป็นวิทยากร ให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ นางวาสนา ชัยเลิศ ทองสุข กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่แตง ได้เปิดเผยว่า ในการอบรมควาญช้างมืออาชีพครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานควาญช้างและเป็นการพัฒนาศักยภาพของควาญช้างแล้ว อีกจุดมุ่งหมายหนึ่งของเราก็คือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการเลี้ยงช้างไทยเอาไว้ให้อยู่คู่กับบ้านเมืองเราต่อไป เพราะวิถีของคนเลี้ยงช้างนั้นอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ผูกพันกันอย่างแนบแน่นประเทศชาติของเรา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันวงการช้างไทยของเราจะถูกโจมตีอย่างหนักจากสื่อมวลชนต่างประเทศว่าทารุณช้าง ใช้แรงงานช้าง โดยเขาทำกันเป็นขบวนการที่มุ่งทำลายวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของไทยเรา อ้างไปถึงทฤษฎี อ้างองค์ความรู้ต่างๆ นานาของชาติตะวันตก เอาชุดความรู้ของเขามาจับผิดการเลี้ยงช้างของคนไทย ทั้งๆ ที่ประเทศของเขาไม่เคยมีช้าง ไม่เคยเลี้ยงช้าง แต่พยายามเหลือเกินที่จะมาสั่งมาก้าวก่ายให้คนไทยเลี้ยงช้างอย่างที่พวกเขาต้องการอย่างที่พวกเขาเข้าใจผิดกัน ความรู้ของพวกเขาเป็นทฤษฎีจากจินตนาการ ไม่อิงอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่รับฟังไม่รับรู้งานวิจัยใดๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงช้างที่มีวิทยาศาสตร์รองรับ แล้วพากันมุ่งโจมตีวงการช้างไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานนับสิบปีแล้ว การเปิดโรงเรียนควาญช้างขึ้นมาก็เพื่อที่จะเป็นการยืนยันว่าการเลี้ยงช้างของคนไทยเรานั้น มีหลักการที่สืบสานต่อกันมาหลายช่วงอายุคนแล้ว ไม่ใช่เป็นการทารุณช้างอย่างที่พวกเขาพากันเข้าใจผิด ซึ่งอาจจะเป็นได้ว่ากลุ่มคนที่เข้าใจผิดและสร้างกระแสข่าวด้านลบให้กับวงการช้างไทยนั้น ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากคนไทยบางคนที่มุ่งโจมตีการเลี้ยงช้างไทยมาโดยตลอด โดยไม่ทราบว่าเขามุ่งหวังสิ่งใด ไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่ที่ชัดเจนคือคนไทยที่ให้ข้อมูลด้านลบของวงการช้างไทยให้กับสื่อต่างชาตินั้นนับว่าเป็นผู้ที่กำลังทำร้ายประเทศไทย กล้าที่จะโจมตีแม้กระทั่งประเทศของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นางวาสนา ได้กล่าวต่อไปว่า จากประสบการณ์ที่เปิดปางช้างมาเป็นเวลากว่า 24 ปีนั้น คิดว่าเปิดโรงเรียนควาญช้างอาชีพร่วมกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่นั้น เป็นการจัดระเบียบองค์ความรู้เรื่องของการเลี้ยงช้างตามวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างแบบไทยเรา จะเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้ากับวงการช้างไทย ทั้งในด้านของการอนุรักษ์ช้าง สร้างควาญช้างใหม่ๆ ขึ้นมา อนุรักษ์อาชีพควาญช้าง และจะเป็นการยืนหยัดยืนยันอย่างมั่นคงว่าเราไม่หวั่นไหวต่อกระแสโจมตีใดๆ จากต่างประเทศ ถ้าคนเลี้ยงช้างไทยเราเข้มแข็งร่วมมือร่วมใจกันดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของเราไว้ ก็จะไม่สามารถมีใครมาโจมตีวงการช้างไทยของเราได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ เรารับทุกระดับความรู้ ไม่จำกัด แต่ถ้าจบระดับการศึกษาภาคบังคับมาก็จะทำให้การเรียนรู้เป็นไปได้ดีขึ้น โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ http://www.research.cmru.ac.th/mahout หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Email address : research_cmru@hotmail.com หลักสูตร “ควาญช้างอาชีพ ระดับพื้นฐาน” (85 ชั่วโมง)มีระยะเวลาการอบรมตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 สถานที่อบรมที่ปางช้างแม่แตง อ.แม่แตง และที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ค่าใช้จ่ายในการอบรม 7,000 บาทชำระค่าอบรมได้ที่ เลขที่บัญชี : ธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (กองทุนสถาบันวิจัยและพัฒนา) เลขที่บัญชี 510-7-08700-8 ระยะเวลาการสมัคร บัดนี้ ถึง 5 มิถุนายน 2562 จบการอมรมจะได้รับหลักฐานการสำเร็จการศึกษา ประกาศนียบัตร “ควาญช้างมืออาชีพ ระดับพื้นฐาน”
  8. อำเภอแม่แตง ร่วมกับปางช้างแม่แตง จัดงานสืบสานป๋าเวณีปีใหม่เมือง สระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุ โดยในงานมีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ขบวนช้างและขบวนฟ้อน นางรำจากชุมชนต่างๆ และขบวนแห่จากชนเผ่า 7 เผ่าในเขตอำเภอแม่แตง ที่ ปางช้างแม่แตง บ้านแม่ตะมาน ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุให้กับผู้อาวุโสในอำเภอแม่แตง เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองหรือประเพณีสงกรานต์ โดยมีนายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในพิธี โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการแห่ขบวนเครื่องดำหัวจากลานวัดแม่ตะมานเข้าสู่ปางช้างแม่แตง ซึ่งนำขบวนด้วยช้างแสนรู้ และ มีขบวนฟ้อนรำจากชุมชนต่างๆ และขบวนแห่จากชนเผ่าทั้ง 7 ชนเผ่าในอำเภอแม่แตงมาร่วมขบวนอย่างพร้อมเพรียงและสวยงาม โดยขบวนแห่ทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนเข้าสู่ลานกิจกรรมปางช้างแม่แตง และมีการแสดงต่างๆ มาร่วมทำการแสดงอย่างสนุกสนาน จากนั้นเข้าสู่ช่วงพิธีสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุจากชุมชนต่างๆ ร่วมสองร้อยกว่าคน มีการรดน้ำดำหัว นายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายสงวน ชัยเลิศ อายุ 82 ปี ที่ปรึกษาปางช้างแม่แตง ซึ่งเป็นประธานผู้อาสุโว กล่าวให้โอวาท อวยพรแก่ผู้มาร่วมงาน นายสงวน ชัยเลิศ หรือ คุณตาสงวน ของชาวปางช้างแม่แตงและชาวบ้านอำเภอแม่แตง กล่าวว่า รู้สึกมีความยินดี ที่ได้ร่วมกันจัดงานขึ้น ซึ่งงานนี้ได้เริ่มจัดตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ซึ่งเป็นงานใหญ่มีประชาชนเข้าร่วมงานมากขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีของปางช้างแม่แตงและอำเภอแม่แตง โดยทางทางอำเภอได้ร่วมกับปางช้างแม่แตงเป็นเจ้าภาพ และส่วนราชการต่างๆ ในอำเภอแม่แตง มีหัวหน้าหน่วยราชการ เข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง โดยงานนี้เป็นงานใหญ่งานหนึ่งที่มีความสำคัญอำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นอำเภอท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก สร้างงาน สร้างเงิน ให้กับชาวบ้านในอำเภอแม่แตง และอำเภอแม่แตง มีช้างบ้าน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนกว่าหกร้อยเชือก จึงได้จัดงานสืบสานป๋าเวณีปีใหม่เมือง สระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุขึ้นมา โดยได้นำช้างมาร่วมขบวนแห่ดำหัวสระเกล้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของอำเภอแม่แตง ซึ่งชาวอำเภอแม่แตงมีความรัก ความสามัคคี ร่วมกันสืบสานประเพณีไว้ให้ลูกหลาน สืบต่อไปในภาคหน้า
  9. จังเกิ้ลเดอะคาเฟ่ @กื้ดช้าง ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กาแฟหลักสิบ ชมวิวหลักล้าน ท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำแม่แตง เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว จังเกิ้ลเดอะคาเฟ่ @กื้ดช้าง ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กินกาแฟแบบแอดเวนเจอร์ ท้าทายอยากได้วิวหลักล้าน ต้องยอมขาสั่นแห่งแรกของเชียงใหม่ โดยมี พลตำรวจเอก สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีเปิด นางสาวอรัญญา ทะรินทร์ ผู้บริหารจังเกิ้ลเดอะคาเฟ่ @กื้ดช้าง ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นสาขาที่ 2 จากโป่งแยง ซิปไลน์ แอนด์ จังเกิ้ล โคสเตอร์ ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม เป็นสาขาน้องใหม่ที่ต้องการส่งเสริมและกิจกรรมหลากหลายให้กับพื้นที่ ที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สัมผัสริมน้ำแม่แตง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมหลากหลายตลอดจนวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยร้านจังเกิ้ลเดอะคาเฟ่ ในพื้นที่ 2 ไร่ เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟแบบใหม่ ท้าทายผู้มาใช้บริการแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะมาสัมผัสรูปแบบการนั่ง จิบกาแฟ รับประทานอาหารแบบแอดเวนเจอร์ ที่มีหลากหลายมุม นั่งแบบชิว สบาย ท้าทาย วัดใจให้ได้เลือก ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร พร้อมไปกับชมธรรมชาติ เล่นน้ำ พักผ่อนได้ทั้งแบบครอบครัว แบบคู่รัก แบบหมู่คณะ ที่เรียกว่ามาแล้วต้องไม่พลาด แชะ ชิม แชร์ แต่ใครจะจิบกาแฟแบบธรรมดาก็ไม่ชิว เพราะที่นี่มีวิวหลักล้านให้ได้ชม จะเป็นอย่างไรต้องกล้า เพราะมีความท้าทายแบบแอดเวนเจอร์ สะพานไม้บนที่สูงกว่า 10 เมตร เดินขึ้นบนที่นั่งรังนกบนยอดไม้สูจิบกาแฟหลักสิบ ชมวิวหลักล้าน ท่ามกลางธรรมชาติและสายน้ำแม่แตง อย่างไรก็ตาม พื้นที่ของร้านจังเกิ้ลเดอะคาเฟ่แห่งนี้ มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ ผจญภัยจะเห็นจากรูปแบบทางเดิน แค่ทางเดินเข้า ก็พาโชคเดินลอดท้องช้าง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ความเป็นสิริมงคลเพราะพื้นที่แห่งนี้มีช้างกว่า 400 เชือก เป็นอีกหนึ่งพื้นที่มีช้างเป็นจำนวนมาก ตามความเชื่อของคนไทยได้ลอดท้องช้างแล้วจะโชคดี จึงทำให้ทางเข้าทำทางลอดท้องช้างทำจากไม้ไผ่เป็นรูปช้าง ที่ยังคงคอนเซ็ปเป็นธรรมชาติให้สอดคล้องกับพื้นที่ ที่สำคัญน้องๆพนักงานจะเป็นชาวเขาเผาอาข่า ที่จะแต่งชุดเกือบเต็ม 100 มาให้บริการวันจันทรถึงวันศุกร์ ช่วยส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มจากการเข้ามาทำงานที่ร้าน นอกจากจะออกไปทำงานนอกพื้นที่หรือทำสวนไร่นาแต่เพียงอย่างเดียว เพราะในอนาคตกำลังจะจัดสร้างรีสอรท์เชิงธรรมชาติในพื้นที่อีก 15 ไร่ จังเกิลเดอะคาเฟ่ามุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติอนุรักษ์พื้นป่า สายน้ำ ให้คงอยู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน
  10. โรงเรียนอนุบาลสวนองุ่นเชียงใหม่ จัดพิธีจบหลักสูตรการศึกษา ปีการศึกษา 2561 เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562 เวลา 09.00 น. โรงเรียนสวนองุ่นเชียงใหม่ นางสังวาล เยียว ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลสวนองุ่นเชียงใหม่พร้อมคณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียนได้ร่วมกันจัด โดยในปีนี้ทางโรงเรียนได้ให้เกียรติเรียนเชิญ นางกรศิริ กรองสุดยอด ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษา รวมจำนวน 99 คน โดยได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนทุกคนพร้อมทั้งให้โอวาทกับนักเรียนที่จบการศึกษาว่า การที่ได้ลูก ๆ มาเรียนโรงเรียนนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ขอชื่นชมนักเรียนทุกคนที่สามารถเรียนจบหลักสูตรด้วยคุณค่า ความสามารถ ทักษะ ความรู้ คุณธรรม และมีวินัยที่สัมผัสได้จากงานในวันนี้ และกล่าวกับผู้ปกครองว่า นับว่าเป็นมุมมองที่ดีที่ผู้ปกครองได้เลือกสรรโรงเรียนคุณภาพให้กับลูกหลาน เพราะโรงเรียนนี้มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีอุดมการณ์ มีภาวะผู้นำ มีทีมงานครูดีที่มีจิตวิญญาณ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเป็นโรงเรียนที่มีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีเครือข่ายส่วนร่วมมากมาย หลังจากพิธีได้มีการจัดเลี้ยงนักเรียนและผู้ปกครอง ตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.00 น.มีกิจกรรมการแสดงออกซึ่งความสามารถนักเรียน และคณะครูทุกระดับชั้น อาทิ ชุดการแสดง รำอธิษฐาน รำล่องแม่ปิง รำสาวเจียงฮาย รำดาบ รำระบำริบบิ้น มิตรภาพไทยจีน amazing story นอกจากนี้ยังการสะท้อนความคิดเห็น ความรู้สึกจากใจ ผู้ปกครองนักเรียน และบทสัมภาษณ์พิเศษ ผอ.โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยและ ครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ผ่าน V Chanel พร้อมบทเพลงที่ทางคณะครูนักเรียนได้บรรจงรังสรรค์อีกมากมาย
  11. กลุ่มผู้แสวงบุญฯ พร้อมผู้นำศาสนาจากหลายสิบประเทศ รวมตัวกันที่เชียงใหม่ เพื่อประกาศจุดยืนร่วมกันสร้างสันติภาพในโลก ที่ หอแสดงดนตรี ดร.สายสุรี จุติกุล อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มของผู้แสวงบุญแห่งความยุติธรรมและสันติภาพ พร้อมด้วยผู้นำทางศาสนาต่างๆ จากหลายสิบประเทศ รวมตัวกันจัดการประชุมเสวนาด้านศาสนา เพื่อแสดงความรักความสามัคคีมุ่งก่อให้เกิดสันติสุขและสันติภาพในโลก โดยการประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมการทำงานร่วมกันในการทำภารกิจสร้างอาชีพที่แท้จริงของคริสตจักรผ่านการมีส่วนร่วมของทุกศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู ซิกข์ และศาสนาอื่นๆ กับประเด็นเรื่องความยุติธรรมและการสร้างสันติภาพของโลก ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด เพื่อร่วมรักษาโลก แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในโลก โดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนาใดๆ ในโอกาสนี้ คุรุเจ้า สวามินีศิวาเวสวรัณต์ คุรุเทวา นักบวชสันยาสินี เจ้าอาวาสกูรูเดวาอาชรัม ศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดู จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย สวามินี อัมเบกา แซ่เตีย ผู้แทนของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆ ด้วย จากนั้นมีการเสวนาด้านศาสนา ร่วมร้องเพลง พร้อมรับประทานอาหารร่วมกันอย่างปิติสุข แสดงให้เห็นถึงการสร้างสามัคคี และส่งเสริมการสร้างสันติภาพในโลกอย่างแท้จริง
  12. สังสรรค์ปีใหม่62บ.ดีท็อกซ์และแชมป์ออฟแชมป์ สุขใจมีความสนุกสนานคนร่วมงานกว่า2,00คน กิจกรรมมอบ ความสุข ม่วนอ๊กม่วนใจ๋CCIปิ๊กบ้าน2019 เมื่อค่ำวันที่ 27 ธ.ค.61ที่ลานเอนกประสงค์3บริษัทดีท็อกซ์ (ประเทศไทย)จำกัด อ.หางดง เชียงใหม่ ได้มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่โดยมี วิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานเปิดงานโดยมี ดร.ณสพล โพธิ์วิจิตร ประธานดีท็อกซ์ประเทศไทย(จำกัด) และบริษัทแชมป์ออฟแชมป์ อินโนเวชั่น จำกัด พร้อมผู้บริหารให้กานต้อนรับโดยภายในงานมีการแสดงดนตรีพื้นบ้าน, มอบของที่ระลึก,โดยมีประชาชนและพนักงานพร้อมด้วยผู้ให้การสนับสนุนเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คนเลยทีเดียว
  13. คิงส์ เซอร์วิส เซ็นเตอร์ ( King Service Center) ผู้นำด้านการกำจัดปลวกและแมลงรบกวน จัดโครงการ คิงส์ฯ ร่วมใจต้านภัยจากยุงลาย เพื่อฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ช่วยเหลือประชาชน ตอบแทนสังคม ๐กับกิจกรรมซีเอสอาร์เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคไข้ซิกาและโรคไข้เลือดออก ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งโครงการนี้นอกจากช่วยกำจัดยุงลายให้กับชุมชนในพื้นที่แล้ว ยังให้ความรู้และการป้องกันตนเองจากยุงลาย อันเป็นพาหะนำโรคระบาดหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคไข้ซิกา ณ หมู่ 1 บ้านสันป่าสัก ต.บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายสุธี ลีละยุทธโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิงส์ เซอร์วิสเซ็นเตอร์ นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดแมลงลงพื้นที่ภายในหมู่บ้านสันป่าสักพร้อมกับ นายกิตติภัทร อ่างบุญตา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นลุง, นายสวัสดิ์ สืบอภิชาติกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ห้า บ้านศรีดงเย็น และนางวราภรณ์ วงศ์อนันต์ ส.อบต หมู่ที่สาม บ้านปางไม้แดง ซึ่งทางบริษัท คิงส์ เซอร์วิส เซ็นเตอร์ ให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนไทยเป็นสำคัญ จึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นในชุมชนที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของไวรัสซิกาและไข้เลือดออก โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลที่ขาดโอกาส อีกทั้งยังเป็นการลดช่องว่างทางสัมคมอีกด้วย ดังนั้นในปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทคิงส์ เซอร์วิส เซ็นเตอร์ จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ทางบริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรมซีเอสอาร์เพื่อช่วยเหลือสังคมขึ้น โดยวางแผนว่าจะจำทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมทุกๆ ปี
  14. ชมรมนักเรียนเก่าโกวิทธำรงเชียงใหม่ จัด งาน “ โกวิท 60 ปี น้องปี้ปิ๊กบ้าน” ในวันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม2559 ณ สนามโรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ #ชมรมนักเรียนเก่าโกวิทธำรงเชียงใหม่ จัด งาน “ โกวิท 60 ปี น้องปี้ปิ๊กบ้าน” เพื่อพบปะสังสรรค์สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่ากับคณาจารย์โกวิทธำรงเชียงใหม่ และจัดหารายได้ เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ส่วนรวมให้แก่แก่ชมรมฯ โดยมีกิจกรรมพบกับการแสดง แสง สี เสียง บนเวที พร้อมรับของรางวัลต่างๆ มากมาย การจำหน่าย สินค้าที่ระลึก การแสดงดนตรี และกิจกรรมนันทนาการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ติดต่อขอรับบัตรได้ที่ ฝ่ายการเงินโรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ โทร. 053-221-793 ต่อ 12 (โดยการแต่งกาย : เน้นสีฟ้า)
×