Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

TNEWS

สมาชิกทั่วไป
  • Content Count

    26
  • Joined

  • Last visited

About TNEWS

  • Rank
    Member

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กระชับสัมพันธ์ จัดกิจกรรมแข่งขัน Mini Golf “Chiang Mai Tourism Mini Golf Family Days” ชิงถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ณ สนาม อินเตอร์ มินิกอล์ฟ ถนน เชียงใหม่ - แม่ออน นายสราวุฒิ วรพงษ์ ผู้แทน ผวจ.เชียงใหม่ ประธานเปิด กิจกรรมแข่งขัน Mini Golf “Chiang Mai Tourism Mini Golf Family Days” ชิงถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ณ สนาม อินเตอร์ มินิกอล์ฟ ถนน เชียงใหม่ - แม่ออน โดยมี นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ อดีตรอง ผบช.ภาค 5, นางผ่องพรรณ ศิริวัฒนาวงศา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่, นางปริษา ปานพรหม ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงใหม่, นายนภดล อาวุธกรรมปรีชา นายทะเบียน ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่, นายกดำรง องอาจ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่, นายเกรียงศักดิ์ เจียรสาธิต เจ้าของร้าน เจี่ยท้งเฮง, นายวิทยา พงษ์ศิริ ประธานชมรมเพื่อนไกด์เชียงใหม่, นายอภิลาภ บุญโสภา ประธาน ชมรมอินเตอร์ไกด์ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ โดยคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษา มีนโยบายในการอยากให้บุคคลคนในวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเชียงใหม่และใกล้เคียง ได้กระชับความสัมพันธ์พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทางสมาคมฯจึงได้ร่วมกับ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อาทิเช่น มัคคุเทศก์ สมาคมเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หอการค้า บริษัททัวร์ ร้านค้าของที่ระลึก โรงแรม สถานที่ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร่วมกันจัดการแข่งขันมินิกอล์ฟ ได้จัดงานจัดการแข่งขัน Mini Golf ในชื่อกิจกรรม“Chiang Mai Tourism Mini Golf Family Days” ชิงถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้น ในวันที่ 15 กันยายน 2562 เวลา ณ สนาม อินเตอร์ มินิกอล์ฟ ถนน เชียงใหม่ - แม่ออน นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า เราจัดงานในครั้งนี้เพื่อต้องการให้บุคคลคนในวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเชียงใหม่และใกล้เคียง ได้มากระชับความสัมพันธ์พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ในการจัดกิจกรรมแล้วจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายรายการดำเนินงานของกิจกรรมสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ได้มีหน่วยงานที่เข้าร่วมอาทิเช่น สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ภาคเหนือ, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่, ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่, หอการค้าเชียงใหม่และสมาคมฯ/ชมรม เอกชนเกี่ยวกับภาคท่องเที่ยวในเชียงใหม่และใกล้เคียงเข้าร่วม ซึ่งนับเป็นความร่วมมือกันอีกครั้งหนึ่ง ที่แสดงถึงความสามัคคีของทางสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ และเครือข่ายภาคี ทั้งภาครัฐ เอกชนด้านการท่องเที่ยว และผู้ที่มีส่วนผลักดันเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการได้ออกกำลังกายในกิจกรรมมินิกอล์ฟที่สนุกสนานพร้อมกระชับสัมพันธ์ไมตรี จึงถือว่า เป็นการรวมตัวของบุคคลด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ และเอกชน ในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย.
  2. เปิดแล้ว La Na Sleep Salon นวดศรีษะ ผ่อนคลาย เพื่อการบำบัด แห่งแรกในเชียงใหม่ ที่ โครงการ The Fifth Avenue รวมโชค จังหวัดเขียงใหม่ นายมนัส ขันใส รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ มาเป็นประธานเปิด Grand opening ร้านทำผม ลาน่าสลิปซาลอน ที่ตั้งอยู่ในโครงการ The Fifth Avenue รวมโชค การผ่อนคลายรูปแบบใหม่ การสระผมที่ผสมผสานการนวดคลายความเครียด และดูแลเส้นผมแบบสปา ผ่อนคลายจนหลับสบาย คุณรภัทร ธรรมธนนันท์ ผู้บริหาร La Na Sleep Salon เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เนื่องในสังคมในเมืองปัจจุบันเต็มไปด้วยความแข่งขันทางธุรกิจและทุกคนต่างมีความเคร่งเครียด ในการทำงาน มีหน้าที่หลากหลายที่ต้องรับผิดชอบ แตกต่างกันไป ที่ต้องทำให้แต่ละวันผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ซึ่งบางวันอาจจะเต็มไปด้วยความเครียด แต่ในขณะเดียวกันเราจะปล่อยตัวให้ดูแย่โทรมไปตามความเครียดไม่ได้ เพราะหน้าตาและเส้นผมเปรียบเสมือนนามบัตรที่ติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา บุคลิก หน้าตา เส้นผมของเราก็ต้องดูดีอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน" จึงได้เกิดแรงบันดาลใจ คิดสร้าง lana sleep salon นำมาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็ม ในการผ่อนคลายของทุกท่านดังสโลแกน “เพียงหนึ่งตื่นคืนความสวย” และในขณะเดียวกัน ก็พร้อมบริการทุกท่านให้มีความสุข ให้ได้ผ่อนคลายทั้งกายและใจพร้อมได้สุขภาพหนังศีรษะที่ดีและสวยงามขึ้น โดยทางlana sleep salon มีหลายบริการที่พร้อมดูแลทุกท่านอยู่เช่นเราบำบัดท่านด้วยการนวดศรีษะ ด้วยศาสตร์การนวดแบบ Indian head spa เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ให้ทำงานได้ดี ลดอาการปวดศรีษะหรือไมเกรน ทำให้ลดความตึงของหนังศรีษะ ผ่อนคลายสบาย และยังมีผลทำให้หนังศรีษะสะอาดปราศจากไขมันอุดตันที่รากผมอันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงและมีกลิ่นอับ เป็นเสมือนการผลัดเซลล์หนังศรีษะที่ตายแล้วให้หลุดออกไปทำให้หนังศรีษะของท่านสะอาดและมีสุขภาพที่ดี อันส่งผลทำให้ สุขภาพเส้นผม แข็งแรงและเงางามขึ้นอีกด้วยและยังดูแลเส้นผมด้วยทรีทเม้นท์ที่คัดสรรมาอย่างดีที่สกัดจากธรรมชาติบำรุงเส้นผมให้นุ่มนวลสลวยและเงางามขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบริการอื่นพร้อมให้บริการทางด้านความสวยงามขึ้นอีกด้วย เพิ่มเสน่ห์ชวนมองและยังมีการพัฒนาการบริการที่มีคุณภาพเพื่อทุกท่านที่มารับบริการ lana sleep salon พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสุขและพร้อมดูแลทุกท่านที่มาเยือน
  3. หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ลงพื้นที่ ตลาดสันป่าข่อย กลางเมืองเชียงใหม่ รับฟังความเดือดร้อน ของประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ส่วนใหญ่ต้องการให้ช่วยเหลือ ด้านเศรษฐกิจ หลังตลาดซบเซาหนัก ในรอบหลายปี จนพ่อค้าแม่ค้าเลิกขายไปหลายราย นาย มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่พบปะ พ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ในตลาดสดสันป่าข่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตลาดยอดนิยม ที่ประชาชนมาจับจ่ายซื้อสินค้า แต่ปัจจุบันพบว่าซบเซา และเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าบ่นตามๆกันขายสินค้าและอาหารลดน้อยถอยลง แม่ค้าบางราย ที่เคยมีแผงขนาดใหญ่ ต้องลดขนาดแผงขายลง หรือพ่อค้าแม่ค้า อีกหลายรายเลิกขาย บางรายประกาศเซ็งแผง แต่ก็ไม่มีใครมาเช่าต่อ ทำให้พ่อค้าแม่ค้ารายได้หายไปกว่าร้อยละ 70 ไม่ค่อยมีประชาชนมาเดินตลาด จนตลาดที่เงียบเหงา ทั้งนี้เชื่อว่ามาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับมีบริการสั่งอาหาร แบบเดลิเวอรี่ ทำให้ประชาชนมาเดินตลาดจับจ่ายซื้อสินค้าน้อยลง ทั้งนี้หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ บอกว่าที่ผ่านมา ปัญหาเศรษฐกิจที่ถดถอย มาจากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง และรัฐบาลกำลังหาทางช่วยเหลือ โดยนำเม็ดเงินมากระจายเข้าในระบบ รวมทั้งกระจายโครงการต่างๆ ในการจ้างงาน รวมทั้งช่วยเหลือเงิน ผ่านบัตรสวัสดิการของรัฐ ซึ่งเงินก็จะผ่านเข้าไปในระบบ ก็จะทำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น ซึงทางพรรคก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ที่เคยให้สัญญาไว้ในระหว่างหาเสียง จึงมาลงพื้นรับฟังปัญหาโดยตรง โอกาสเดียวกัน ทางหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยังได้ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตอาหารสัตว์ 4 ตำบล รอบเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่ทางกลุ่มฯไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามสัญญาประชาคมตามแผนแม่บท รวมทั้งร้องเรียนเรื่องกรมส่งเสริมการเกษตร นำงบเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร จำนวน 57 ล้านบาท สร้างอาคารโรงเครื่องอบไอน้ำ ในที่ดินสาธารณะ บ้านสันพระนอน หมู่ 5 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับประชาชนใช้ร่วมกันโดยมิชอบตามกฎหมาย และยังปล่อยทิ้งร้างไร้ประโยชน์ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการรื้อถอนอาคารสิ่งก่อสร้างและบ้านพัก ย้ายออกจากที่ดินสาธารณะบ้านสันพระนอน ตามที่นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ให้ปฎิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2559 เพื่อที่ทางชุมชน จะนำไปสร้างเศรษฐกิจให้ฐานราก ตลาดวิสาหกิจชุมชน ซึ่งทางหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ รับปากจะช่วยดำเนินการผลักดัน ในสิ่งที่ทางราชการควรดำเนินการ แต่กลับไม่ดำเนินการให้สำเร็จให้ได้ต่อไป
  4. #ร้านไวท์เฮ้าส์ เชียงใหม่ เปิดเวทีต้อนรับผู้เข้ารอบ2 "White House Fun Fan Challenge" จัดเต็มแสงสีเสียง ตื่นเต้นประทับใจทั้งผู้เข้าแข่งขันและกองเชียร์ หลังจากที่โครงการ White House Fun Fan Challenge "ขออภัย ที่เราไม่มีเพลงใหม่ๆ ให้ร้อง" ได้ประกาศผู้เข้ารอบสอง จำนวนทั้งสิ้น 40 ท่าน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่าน พร้อมทั้งจับฉลากแบ่งกลุ่มผู้เข้ารอบออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ท่าน เพื่อเข้ามาร้องบนเวทีกับไวท์เฮ้าส์แบนด์ ให้คณะกรรมการและกองเชียร์ได้รับชม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันของกลุ่มแรก ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านได้เตรียมตัวมาอย่างดี พร้อมขนกองเชียร์มาร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก ทั้งนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานตื่นเต้นประทับใจ ทางร้านได้จัดเต็ม ทั้งระบบแสงสีเสียง กระหึ่มทั้งร้านเรียกว่าทั้งผู้เข้าแข่งขันและกองเชียร์ตื่นเต้นไม่แพ้กัน สำหรับการแข่งขันรอบสองนี้จะมีคณะกรรมการร่วมให้คะแนน ประกอบด้วยตัวแทนจากทางร้านไวท์เฮ้าส์ ตัวแทนจากชมรม CMFB และผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการร้องเพลงอีกหนึ่งท่าน และจะมีการแข่งขันครั้งต่อไปใน วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 โดยจะประกาศผู้เข้ารอบจำนวน 15 ท่าน และจัดการแข่งรอบขันชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน 2562 พร้อมรับชม มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มาร่วมเป็นคณะกรรมการ ซึ่งได้แก่ คุณชมพู ฟรุ้ตตี และคุณไมเคิ้ลตั๋ง ร้านไวท์เฮ้าส์ เชียงใหม่ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสนุก รับชมและให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันด้วยกันตามวันเวลาที่ได้แจ้งไว้ ส่วนท่านที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถติดตามชม Facebook Live ผ่านช่องทาง White house Chiangmai - Love & Memory song หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร 053244448-9
  5. ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน STARFISH MAKER PARTNERSHIP เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพให้กับนักการศึกษา และเป็นการเปิดโอกาสให้นักการศึกษา ได้พบปะ นำเสนอ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ที่ โรงแรมดิเอ็มเพรส อำเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายกิตติ์ธเนศ พันธ์ภานุฉัตร์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน STARFISH MAKER PARTNERSHIP (สตาร์ฟิช เมกเกอร์ พาร์ทเนอร์ชิพ )ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิสตาร์ฟิช เอ็ดดูเคชัน และบริษัท สตาร์ฟิช อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวรายงาน ณ ห้องอิมพีเรียลบอลรูม โรงแรมดิเอ็มเพรส นายกิตติ์ธเนศ พันธ์ภานุฉัตร์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น ได้จัดตั้งโครงการ สตาร์ฟิช เมกเกอร์ ขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับเด็กทุกคนในประเทศไทย โดยการเผยแพร่ความรู้และพัฒนาศักยภาพทักษะศตวรรษที่ 21 ให้นักการศึกษา และผู้เรียน ผ่านการให้บริการ วิชาการ สร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ จัดการพัฒนาวิชาชีพให้กับนักการศึกษา ให้คำปรึกษา และเปิดพื้นที่ให้เด็ก โรงเรียน ชุมชน และครอบครัว ได้เข้ามาใช้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการดำเนินโครงการเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2560 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นไปอย่างต่อเนื่องและเติบโตตามเป้าหมาย มีผู้ได้รับประโยชน์ทั้งระดับบุคคล และองค์กรเป็นจำนวนมาก นับว่าโครงการสตาร์ฟิช เมกเกอร์เป็นโครงการหนึ่ง ที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาไทย ทั้งในส่วนของการสร้างทักษะของผู้เรียน และลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างดี ในการดำเนินโครงการจนเกิดผลที่ชัดเจนเช่นนี้ได้นั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และความมุ่งมั่นอย่างสูง ทั้งจากทางมูลนิธิฯ เอง และจากทางสถานศึกษา อันประกอบด้วยผู้บริหาร และครูที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยสิ่งที่คาดหวังนั้นได้เกิดขึ้นจริง นั่นคือ ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 เช่น คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ ทำงานร่วมกัน ทักษะทางสารสนเทศ เป็นต้น สิ่งนี้เป็นความสำเร็จที่ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างขึ้น เป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ขอให้การจัดงานประสบผลสำเร็จ บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิสตาร์ฟิช เอ็ดดูเคชัน กล่าวว่า การจัดตั้งโครงการ STARFISH MAKER ขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับเด็กทุกคนในประเทศไทย โดยการเผยแพร่ความรู้และพัฒนาศักยภาพทักษะศตวรรษที่ 21 ให้ นักการศึกษา และผู้เรียน ผ่านการให้บริการ วิชาการ สร้างชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ จัดการพัฒนาวิชาชีพให้กับนักการศึกษา ให้คำปรึกษา และเปิดพื้นที่ให้เด็ก โรงเรียน ชุมชน และครอบครัว ได้เข้ามาใช้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2560 เป็นต้นมา มูลนิธิฯได้เปิดพื้นที่ในเขต อ.แม่แตง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และสมุทรสาคร ให้นักเรียนในมูลนิธิฯ นักเรียนจากสถานศึกษาใกล้เคียง ครู และนักการศึกษาที่สนใจเดินทางมาศึกษาเรียนรู้และดูงาน จนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนจำนวน 18,000 คน และนักการศึกษา 6,000 คน ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ทั้งหมดเห็นว่ากระบวนการ STEAM DESIGN PROCESS สามารถนำไปใช้กับการบูรณาการสะเต็มศีกษา และสามารถพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ในปี 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯ กับโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงขึ้น มีโรงเรียนทีให้ความสนใจลงนามความร่วมมือถึง 62 แห่ง ซึ่งถือเป็นการร่วมมือในการพัฒนาวิชาชีพ และสร้างการเข้าถึงการศึกษาของผู้เรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพให้กับนักการศึกษา ทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดงาน STARFISH MAKER PARTNERSHIP ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูที่ได้นำกระบวนการ STEAM designไปใช้ ได้พบปะ นำเสนอ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ในโอกาสนี้ยังได้เชิญครู และผู้อำนวยการโรงเรียนที่สนใจทั่วไป รวมถึงบุคคลผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อรับฟัง และแบ่งปันแนวความคิดที่ได้รับ และรับทราบแนวทางในการสร้างชุมชมการเรียนรู้ร่วมกันในในอนาคต สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.starfishlabz.com
  6. เปิดตัวบริษัท เเฟมฟอร์เรียล จำกัด "“You are my special“ นึกถึงอสังหาริมทรัพย์ นึกถึง FAM FOR REAL" บริษัท เเฟมฟอร์เรียล จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เกิดขึ้นจากรวมตัวทีมผู้บริหารแนวคิดใหม่ เราเล็งเห็นถึงการเติบโตในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคพื้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ประเทศไทย” ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้น ๆ ของโลก ที่คนทั่วโลกต้องการที่จะเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมืองใหญ่ ๆ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, และในจังหวัดอื่น ๆ ของประเทศไทย ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่สนใจในหมู่นักลงทุนชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน เกาหลี และยุโรป รวมไปถึงนักลงทุนชาวไทยเอง อีกทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ต้องการฝากซื้อ ฝากเช่า หรือฝากขาย อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เราพร้อมดำเนินธุรกิจเป็นคนกลางประสานประโยชน์ ระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขาย บ้าน คอนโด ที่ดิน ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ เป้าหมายของ FAM FOR REAL จึงได้เกิดขึ้น เพื่อตอบสนองกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติและชาวไทย ที่มีศักยภาพสูง การลงทุนในระยะยาว ระยะสั้น และลูกค้ารายย่อย โดยผู้บริหารและทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ทำงานด้านตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ และมีประสบการณ์ด้านสถาบันการเงินและสินเชื่อ โดยมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญการทำงานในพื้นที่ การทำงานแบบมืออาชีพ และการให้บริการที่ดีเยี่ยม เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณ เราจะเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทุกท่าน เป้าหมายธุรกิจ ของบริษัท เเฟมฟอร์เรียล จำกัด เพื่อสร้าง และพัฒนาตัวแทนให้เป็นคนเก่งและคนดี ทำประโยชน์ให้กับลูกค้า บริษัท และประเทศชาติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและมีคุณค่าในทุกขั้นตอนของกระบวนการซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน เพื่อเป็นองค์กรที่เป็นประโยชน์ในการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ กับผู้ที่ต้องการคำแนะนำ อย่างเป็นมิตรและฉับไว เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่หลากหลายและครบวงจร บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครบถ้วนและรวดเร็ว บริการของเรา บริการให้คำปรึกษาด้านการบริหาร อสังหาริมทรัพย์ บริการปล่อยเช่าและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ บริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน และ สินเชื่อ บริการฝากขายและขายอสังหาริมทรัพย์ บริการรับบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ บริการพัฒนาที่ดิน จัดสรร และออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด FAM FOR REAL จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เหมือน concept ของเรา “You are my special“ นึกถึงอสังหาริมทรัพย์ นึกถึง FAM FOR REAL
  7. เครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนา จัดกิจกรรมรณรงค์ประกาศเจตนารมณ์ วันสตรีไทย ต้องไม่ใช้ความรุนแรงต่อสตรี ที่เทศบาลตำบลท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ นายศิริพัฒน์ กาวิละ นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรีเครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนา 12 จังหวัดภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เนื่องในวันสตรีไทย ซึ่งจัดกิจกรรมโดย เครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนา เทศบาลตำบลท่าศาลา เครือข่ายสหวิชาชีพฯ และมูลนิธิเพื่อหญิง โดยได้รับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากองค์กรสหภาพยุโรป นางพรรณี พรหมวิชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนาเทศบาลตำบลท่าศาลา กล่าวว่า วันที่ 1 สิงหาคม ของทุกปีเป็น วันสตรีไทย ในปีนี้เครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนาเทศบาลตำบลท่าศาลาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิพิทักษ์สตรี และสหภาพยุโรป(EU) ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีไทยขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการจะรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี ซึ่งปีนี้จัดภายใต้ธีมที่ชื่อ “ผู้หญิงมั่นคง ประเทศชาติมั่งคั่ง ผู้ชายไม่ใช้ความรุนแรงต่อ เด็ก ผู้หญิง และครอบครัว” ซึ่งได้รับความร่วมมือในการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดียิ่งจาก กลุ่มพัฒนาสตรีทั้ง 9 ตำบลของอำเภอเมืองเชียงใหม่ กลุ่มสตรีทั้ง 5 หมู่บ้านของตำบลท่าศาลา สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ คณะครู-นักเรียน และเทศบาลตำบลท่าศาลา ทั้งนี้ก่อนพิธีเปิดได้มีขบวนพาเหรดรณรงค์การไม่ใช้ความรุนแรงต่อสตรีไปตามถนนในพื้นที่ ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยป้ายประชาสัมพันธ์การงดใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ โดยมีไฮไลท์คือ การแสดงเลียนแบบละครดัง “กลิ่นกาสะลอง” ที่มีเนื้อเรื่องในการที่ลูกกระทำความรุนแรงกับผู้เป็นแม่ หลังจากพิธีเปิดเป็นการสานเสวนาในประเด็น “บทบาทเครือข่ายสหวิชาชีพ กับการเข้าถึงประชาชน โดยยก กรณีศึกษาแม่หญิงที่ได้รับความรุนแรงในครอบครัว และป้อชายต้นแบบไม่ทำร้ายผู้หญิง ครอบครัวอบอุ่น” โดยมีกิจกรรมส่งท้ายเป็นการประกาศเจตนารมณ์ “แม่หญิงมั่นคง ประเทศมั่งคั่ง ผู้ชายไม่ใช้ความรุนแรง”และปิดกิจกรรมรณรงค์โดย นางพรรณี พรหมวิชัย ประธานเครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนาจังหวัดเชียงใหม่
  8. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ร่วมกับ ปางช้างแม่แตง ทำพิธีมอบใบประกาศนียบัตรควาญช้างมืออาชีพ รุ่นที่ 1 สำหรับผู้ผ่านการอบรมขั้นสูงกับโรงเรียนควาญช้างจำนวน 30 ราย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ร่วมกับ ปางช้างแม่แตง จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรควาญช้างมืออาชีพ รุ่นที่ 1 ที่ห้อง Mini Theater ชั้น 4 สำนักดิจิทัลเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยภายในงานได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการดูแลช้างมาร่วมเวทีเสวนา ในหัวข้อ “ช้างไทยสู่ช้างโลก เชิดชูวิถีวัฒนธรรมช้างไทยสู่สากล” โดยผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.บุญทา ชัยเลิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฝ่ายอาเซียน ประธานบริหารปางช้างแม่แตง ผู้ริเริ่มโครงการโรงเรียนควาญช้าง น.สพ.ดร.สิทธิเดช มหาสาวังกุล ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ดร.นฤมล ศรียานนท์ ผู้ผลิตภาพยนต์สารคดีระดับโลก ผู้กำกับ Elephant in motion ภาพยนตร์สารคดีเชิดชูช้างไทย นายวิทยา ทวีรส เจ้าของปางช้างกมลา จ.ภูเก็ต ปางช้างที่ยึดมั่นในวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างแบบไทย และ ดร.บังอร ฉัตรรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประธานจัดทำหลักสูตรควาญช้างอาชีพ โดยมีพิธีกรผู้ดำเนินการนำเสวนา โดย อ.สพ.ญ.ดร.ภัคนุช บันสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาคลินิกสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การเสวนาในครั้งนี้เป็นการพูดคุยถึงสถานการณ์การเลี้ยงช้างในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้ต้องสร้างความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คิดว่านำช้างมาทรมานและใข้แรงงานเกินเหตุ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีการใช้แรงงานช้างเลย จึงจัดตั้งโรงเรียนควาญช้างขึ้นมาเพื่อดูแลช้างอย่างถูกวิธี มีหลักสูครการปรับปรุงบุคลิกภาพของช้าง การสอนควาญช้างให้ดูแลช้างเบื้องต้นในหลักสูตร 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง มาอบรมให้ถูกวิธี โดยหลักสูตรการอบรมชั้นสูงสามารถปราบช้างตกมันได้ โดยภายในงานมีนักศึกษาเข้าร่วมเสวนาเป็นจำนวนมาก
  9. สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ “ฉลองครบรอบ 45 ปี พร้อมเปิดร้านนมหน้าฟาร์ม สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด” เชื่อมโยงการตลาดนมและผู้บริโภคนมในชุมชน สร้างจุดจำหน่ายในการจำหน่ายเมนูจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนา นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงาน ฉลองครบรอบ 45 ปี พร้อมเปิดร้านนมหน้าฟาร์ม สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด พร้อมด้วย นายบัลลังค์ ธรรมธิ ประธานสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด และคณะกรรมการสหกรณ์ฯ และสมาชิกผู้เลี้ยงโคมนม เพื่อเชื่อมโยงการตลาดนมและผู้บริโภคนมในชุมชน สร้างจุดจำหน่ายในการจำหน่ายเมนูจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนา เพื่อให้บริโภคได้รับประทานที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อร่อย สดใหม่ และปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งชม ชิม ผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนาภายในงาน ทั้งนี้โครงการนมคุณภาพสูงล้านนา ให้เป็นที่รู้จักและเป็นทางเลือกของผู้บริโภคมากขึ้น รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงของดี มีมาตรฐาน ผลงานจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้พัฒนานมสู่ผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนาหลากหลายเมนู ชมการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนาที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ อร่อย ถูกหลักอนามัย และได้คุณค่าทางโภชนาการของน้ำนมครบถ้วนคุณภาพสูงล้านนา (Lanna High Quality Milk) ซึ่งเป็นนมที่ได้จากการพัฒนาตั้งแต่สายพันธ์โคนม กระบวนการเลี้ยงโคนม การรีดน้ำนม และการขนส่งน้ำนมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีเชื้อจุลินทรีย์ต่ำ ปลอดโรคและยาปฏิชีวนะ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคนมในชุมชนทุกช่วงวัย ให้ประชากรในชุมชนมีสุขภาพดี และยังเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชน ภูมิภาค ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีรายได้เพื่อการเลี้ยงดูตนเองและสังคมอย่างยั่งยืน
  10. ที่ ห้องลีลาวดี ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานเปิดการเสวนาวิชาการ“การใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย”ภายในงานประชุมวิชาการล้านนาเมืองสุขภาพ “Lanna Wellness City”โดยมีเภสัชกรพลแก้ว วัชระชัยสุรพล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน) จัดการประชุมวิชาการล้านนาเมืองสุขภาพ (Lanna Wellness City) ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2562 ภายในงาน Lanna Expo 2019 ครั้งนี้มีการถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยอย่างถูกวิธี และการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทย 5 กลุ่มอาการ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง,โรคเวียนศีรษะ บ้านหมุนเนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน,โรคภูมิแพ้ผิวหนังและทางเดินหายใจ,โรคไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ต่ำ,โรคเริม งูสวัด ซึ่งในปัจจุบันเรื่องดังกล่าวเป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่กำลังได้รับความนิยมและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้กัญชาในการรักษาโรค ว่าจะใช้อย่างไรให้ถูกต้อง ถูกวิธี มีความปลอดภัย รวมทั้งการใช้ยาสมุนไพรต่างๆในการรักษาโรคด้วย การประชุมวิชาการล้านนาเมืองสุขภาพ ด้านการแพทย์แผนไทย ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่จะใช้ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทย ที่จะให้ได้ใช้ประโยชน์ ทั้งในการส่งเสริมสุขภาพรักษา โดยเฉพาะให้ความรู้ที่จะได้ใช้สมุนไพรได้อย่างถูกต้อง ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือในเรื่องของกัญชา อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าจะใช้ประโยชน์ในทางที่ดีได้อย่างไรบ้าง การใช้กัญชาในการรักษาโรค ว่าจะใช้อย่างไรให้ถูกต้อง ถูกวิธี มีความปลอดภัย รวมทั้งการใช้ยาสมุนไพรต่างๆในการรักษาโรคด้วย เชื่อว่าจะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจและมีความเชื่อมั่นในศาสตร์การแพทย์แผนไทย เชื่อมั่นในยาสมุนไพรเพิ่มขึ้น ลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป นายวัลลภ เผ่าพนัส ประธานสมาพันธ์การแพทย์แผนไทยล้านนา กล่าวว่า การประชุมล้านนาเมืองสุขภาพ ด้านการแพทย์แผนไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองสุขภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ในครั้งนี้เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยอย่างถูกวิธี และการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทย 5 กลุ่มอาการ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง,โรคเวียนศีรษะ บ้านหมุนเนื่องจากน้ำในหูไม่เท่ากัน,โรคภูมิแพ้ผิวหนังและทางเดินหายใจ,ไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ต่ำ,เริม งูสวัด ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนตอบรับเข้าร่วมประชุมในระบบออนไลน์จำนวน 270 คน และมีผู้ที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมที่หน้างานอีกจำนวนหนึ่ง โดยรูปแบบการประชุมแบ่งเป็น 2 ช่วง ภาคเช้าเป็นการอภิปรายเรื่อง การใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย ภาคบ่ายเป็นการอภิปรายเรื่อง การรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทย 5 กลุ่มอาการ ในการจัดประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองสุขภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพหลักของโครงการ ในกิจกรรมการประชุมวิชาการล้านนามเมืองสุขภาพ การจัดการประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาคีเครือข่าย สมาพันธ์การแพทย์แผนไทยล้านนาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาการแพทย์แผนไทย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดับภูมิภาค ได้แก่ สมาคมแพทย์แผนไทยเชียงใหม่ สมาคมแพทย์แผนไทยลำพูน สมาคมนวดแผนไทยเชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ และได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิเครือข่ายแพทย์แผนไทย ได้แก่ อ.ปานเทพ พงษ์พัวพันธ์ คณบดีสถาบันการแพทย์บูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิขวัญข้าว,อ.เนตรดาว ยวงศรี คลินิกการแพทย์แผนไทยเนตรดาว,อ.ปณิตา ถนอมวงษ์ ปณิตาเมตตาคลินิก การแพทย์แผนไทย อ.ชายณรงค์ ณ เชียงใหม่ ชายณรงค์คลินิกการแพทย์แผนไทย อ.กิตติ กิตติจารุวงศ์ อุปนายกสมาคมแพทย์แผนไทยล้านนาลำพูน ร่วมเป็นวิทยากรในการประชุม หวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้จะได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทยอย่างถูกต้อง ถูกวิธี มีความปลอดภัยและมีความเข้าใจในศาสตร์การแพทย์แผนไทยในการรักษาโรค 5 กลุ่มอาการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้มีความเชื่อมั่นในการเข้ารับบริการด้านการแพทย์แผนไทย เชื่อมั่นในยาสมุนไพรไทย ลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
  11. พนักงานซีพีจิตอาสา รวมใจช่วยพี่น้องในชนบทให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ผ่านกิจกรรม “ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร” ร่วมก่อสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซิแบร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดารที่บริษัทได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง หวังยกระดับคุณภาพชีวิต 741 ครัวเรือน ให้มีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีสอดคล้องเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย นายวิรัตน์ ตันหยง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวมพลังเพื่อนพนักงานซีพีอาสาในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ ลงพื้นที่ทุรกันดาร จัดกิจกรรม “ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร” เป็นอาสาสมัครจิตอาสาช่วยชาวบ้านซิแบรก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซิแบร ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่สร้างขึ้นใหม่ทดแทนโรงพยาบาลเดิมที่ทรุดโทรม โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภออมก๋อย นายจักร์ชัย ติตตะบุตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอมก๋อย นายเฉลิม ใบงิ้ว สาธารณสุขอำเภออมก๋อย นายจำลอง ปันดอน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น นายจำเริญ เสมอใจ หัวหน้าโครงการช่วยเหลือราษฎรอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านซิแบร นายประเสริฐ สุขสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซิแบร นายสิทธิโชค สิงหันต์ หัวหน้าชุด ชพส.3 และนายวรรณชัย พงษาสัตย์ ผู้ใหญ่บ้านซิแบร พร้อมด้วยพี่น้องประชาชนบ้านซิแบรร่วมกันก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ซีพีอาสา เพื่อสุขภาพน้องพี่ชาวซิแบร” เป็นหนึ่งในกิจกรรมของชาวซีพีอาสาที่มีใจช่วยเหลือชุมชนสังคมทำงานอาสาสมัครเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยในกิจกรรมนี้ได้นำเพื่อนพนักงานซีพีอาสาลงพื้นที่ถิ่นทุรกันดารเพื่อช่วยก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซิแบร ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ขึ้นใหม่ทดแทนโรงพยาบาลเดิมที่ทรุดโทรม ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องชาวซิแบรจำนวนกว่า 4,000 คนหรือ 741 หลังคาเรือนซึ่งอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์เพื่อการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาสังคมในโครงการซีพีเพื่อความยั่งยืน
  12. ตามที่มีชาวบ้านร้องเรียนให้ตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างปรับปรุงและก่อสร้างลำเหมืองส่งน้ำฝายปงตำ ต.ปงตำ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จำนวน 5 สาย ซึ่งดำเนินการ ตั้งแต่ ปี 2558 -2561 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 306 ล้านบาท โดยมีตัวแทนชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เขต5 เชียงใหม่และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)เขต 5 เชียงใหม่ และ สำนักตรวจเงินแผ่นดินเขต5 เชียงใหม่เรื่องการทุจริตงานก่อสร้างลำเหมืองส่งน้ำฝายปงตำ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 โดยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจว่า มีการนำเครื่องจักรเข้ามาแก้ไขทำลายหลักฐาน และจากการทุจริตในงานนี้ ซึ่งทำให้งานไม่มีคุณภาพ ล่าสุดกำแพงคลองส่งน้ำได้ล้มพังลง ประมาณ 20 เมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ และช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ถนนที่ก่อสร้างไว้ ซึ่งไม่มีการบดอัดให้แน่น ผิวจราจรเละถนนไม่แล้วเสร็จ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้ถนนดังกล่าวเพื่อการเดินทางเข้าสวนในพื้นที่ได้ งบประมาณก็เบิกจ่ายไปหมดแล้วเมื่อ 30 ก.ย. 61 จึงขอสอบถามทางหน่วงงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยชี้แจงให้ชาวบ้านทราบว่าจะแก้ไขปัญหาทุจริตดังกล่าวอย่างไร และขอสอบถามไปยังหน่วยตรวจสอบต่างๆ ( ปปช. ปปท. และ สตง.)ที่ ชาวบ้านได้ไปยื่นหนังสือไว้เมื่อ 24 พ.ค. 62 ว่า ปัจจุบันได้ดำเนินการตรวจสอบไปถึงไหน และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยชาวบ้านที่เดือดร้อนได้รับข้อเท็จจริง คือ "ทำงานไม่เป็นไปตามแบบ งานไม่ได้คุณภาพ และไม่แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2561 (30 ก.ย. 61) " และมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ไม่ใช่เป็นความชำรุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ " ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
  13. Welcome To Live Pure ( Thailand ) เปิดตัวมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ด้วยนวัตกรรมใหม่จากผลิตภัณฑ์“ People United Reaching Everyone ” เอาใจคนรักสุขภาพและความสวยใสอ่อนวัย ที่ ภัตตาคารตูลู่ เชียงใหม่ Welcome To Live Pure ( Thailand ) เปิดตัวมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ด้วย นวัตกรรมใหม่จากผลิตภัณฑ์“ People United Reaching Everyone ” โดย คุณปวริศา ลิขิตรวี เพลสซิเด้นเชียลแบล็คไดม่อนด์ พร้อมด้วยทองพูล กรกิจพานิชไดมอนด์เชียงใหม่คนแรก ได้มีการแนะนำให้กับบรรดาสมาชิกในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ PURE ผลิตภัณฑ์สำรับดูแลรักษาผิวพรรณชั้นนำของโลก เพื่อที่จะให้ความรู้กับทางสมาชิกเพื่อที่จะนำไปแนะนำให้กับผู้ที่สนใจนำไปใช้ คุณปวริศา เปิดเผยว่าเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของเชียงใหม่ที่จะให้ผู้บริโภคได้รับความรู้ในด้านต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมพร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมความความเข้าใจในด้านต่างๆให้กับคนเชียงใหม่ได้รับรู้ทุกๆด้าน ด้านคุณ ทองพูล กล่าวว่า กับสโลแกน Welcome To Live Pure ( Thailand ) เปิดตัวมิติใหม่ของการทำธุรกิจ ด้วย ผลิตภัณฑ์แปบไทด์ นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี นำเข้า โดยบริษัท Live Pure ประเทศไทย จำกัด ให้คนที่สนใจได้เข้ามาร่วมทีมสามารถติดต่อได้ที่ ไดมอนด์เชียงใหม่ คุณทองพูน กรกิจพาณิช (เจ๊หล้า) T. 081595-1469. ,ส่งมอบสวย & รวยจริง ด้วยมือ เรา ซึ่งเป็นเจ้าแรกในเชียงใหม่ โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แปบไทด์ นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี นำเข้า โดยบริษัท Live Pure ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สร้างเพื่อความเป็นเลิศและประสิทธิผลครบถ้วนของผลิตภัณฑ์ PURE: People United Reaching Everyone เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพส่วนบุคคล ได้รับการสนับสนุนจากวิทยาศาสตร์และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสุขภาพที่มีประสบการณ์ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุณภาพประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย สวยสดใสกับ PURE
  14. ปางช้างแม่แตงจับมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เปิดโรงเรียนควาญช้าง ยกระดับควาญช้างไทยสู่สากล มุ่งพัฒนาศักยภาพควาญช้างสู่สวัสดิการที่ดี เงินเดือนเทียบเท่าปริญญาตรี ที่ ห้องประชุมเอื้องคำ ชั้น 3 อาคารราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.บุญทา ชัยเลิศ ประธานบริหารปางช้างแม่แตง พร้อมด้วยคณะทำงาน อาทิ สพ.ญ.พนิดา เมืองหงษ์ สัตวแพทย์ประจำคลีนิกช้าง ปางช้างแม่แตง และ คณะทำงานจากสถาบันวิจัยและพัฒนา รวมทั้งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมมัคคุเทศน์จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่ และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดการแถลงข่าวโครงการอบรมควาญช้างอาชีพระดับพื้นฐาน โดยเป็นความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านช้างสาขาต่างๆ ร่วมกันทำหลักสูตรควาญช้างอาชีพขึ้นมา เพื่อยกระดับควาญช้างไทยให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น และเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังขาดแคลนควาญช้างที่เชี่ยวชาญจริงๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวงการช้างไทย และเพื่อทั้งสวัสดิการที่ดีของควาญช้างและเพื่อสวัสดิภาพที่ดีของช้างไทยด้วย โดยในการอบรมครั้งนี้จะเป็นหลักสูตรควาญช้างอาชีพขั้นพื้นฐานสำหรับบุคคลทั่วไปหรือที่เป็นควาญช้างอยู่แล้วแต่อยากจะมาเพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้ เพื่อยกระดับเงินเดือน และนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น โดยจะได้รับประกาศนียบัตรควาญช้างมืออาชีพขึ้นพื้นฐานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดเชียงใหม่ หลักสูตรควาญช้างมืออาชีพขั้นพื้นฐานจะใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น 85 ชั่วโมง ในระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม นี้ หลักสูตรมีทั้งด้านวิชาการและการฝึกปฏิบัติ เช่น ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่ออาชีพควาญช้าง+แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อวิชาชีพควาญช้าง (6 ชั่วโมง) เนื้อหาเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว องค์ประกอบและบทบาทของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แผนพัฒนาการท่องเที่ยวและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ และการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพ บุคลิกภาพและทัศนคติเพื่องานบริการ (3 ชั่วโมง) จิตวิทยาบริการเพื่ออาชีพควาญช้าง (3 ชั่วโมง) การสื่อสารภาษาอังกฤษเพื่องานบริการ (20 ชั่วโมง) ,การสื่อสารภาษาจีนเพื่องานบริการ (20 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคบรรยาย หัวข้อความรู้เรื่องช้างเบื้องต้น (3 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคบรรยาย หัวข้อการฝึกขี่ช้างและควบคุมบังคับช้าง (9 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคบรรยาย วัฒนธรรมและประเพณีการเลี้ยงช้าง (3 ชั่วโมง) เนื้อหาภาคปฏิบัติ การฝึกหัดขี่ช้างและควบคุมบังคับช้าง (9 ชั่วโมง) การทดสอบการผ่านหลักสูตร (9 ชั่วโมง) ดร.บุญทา ชัยเลิศ ผู้ริเริ่มโครงการฝึกอบรมควาญช้างอาชีพ หรือ โรงเรียนควาญช้างมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ด้วยความที่เป็นนักวิชาการและเป็นเจ้าของกิจการปางช้าง เล็งเห็นว่าควรมีการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับช้างอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาวงการช้างไทย และพัฒนาศักยภาพของควาญช้างให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น จึงได้เชิญชวนผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างในด้านต่างๆ มาร่วมกันร่างหลักสูตรเพื่อก่อตั้งเป็นโรงเรียนควาญช้าง ซึ่งรับประกันว่าผู้ที่ผ่านการอบรมจากโครงการนี้จะมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับและจะเป็นผู้ที่มีความรักช้าง นำไปสู่การดูแลช้างไทยของเราได้ดี ทำให้ช้างได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีสวัสดิภาพที่ดี และตัวควาญช้างเองก็จะได้รับสวัสดิการที่ดีขั้น มีการยกระดับเงินเดือนให้สูงขึ้นถึงเทียบเท่าระดับปริญญาตรีหรือมากกว่านั้นถ้างานมีลักษณะที่พิเศษขึ้น และสามารถเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรควาญช้างอาชีพขั้นกลาง และหลักสูตรควาญช้างอาชีพขึ้นสูงได้ต่อไปในอนาคต ดร.บุญทา ได้เปิดเผยต่อไปว่า อาชีพควาญช้างนั้นเป็นอาชีพที่ขาดแคลนอย่างมากในตอนนี้ เพราะช้างเลี้ยงอยู่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามปางช้างต่างๆ ทั่วประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าสองพันเชือก แต่บุคลากรไม่เพียงพอ เพราะการเลี้ยงช้างให้ดีนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ นอกจากจะมีความกล้าหาญแล้วจะต้องมีความรักที่แท้จริงต่อช้างด้วย ถึงจะดูแลกันได้ดี เพราะควาญช้างคือคนที่จะต้องมีความใกล้ชิดกับช้างมากที่สุด ต้องดูแลทั้งการเตรียมอาหาร ให้อาหาร อาบน้ำ เป็นเพื่อนร่วมทำงานด้วยกัน พาออกกำลังกาย พาเดินเล่น แทบจะเรียกได้ว่าเลี้ยงดูกันแบบประคบประหงมกันเลยทีเดียว ทางปางช้างต่างๆ ยังมีความต้องการควาญช้างอยู่เป็นจำนวนมาก นับว่าอาชีพนี้เป็นที่ต้องการของตลาด ดร.บังอร ฉัตรรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และสนองตอบพระราโชบายของรัชกาลที่ 10 ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและสนองตอบโดยใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาท้องถิ่นตามความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริงจึงได้เข้าร่วมในการพัฒนาหลักสูตรการอบรมควาญช้าง และก่อตั้งโรงเรียนควาญช้าง ในครั้งนี้ ร่วมกับปางช้างแม่แตง โดยได้รวบรวม คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านการท่องเที่ยว การภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และด้าน ศาสตร์พระราชาในส่วนของเศรษฐกิจพอเพียง ของมหาวิทยาลัย มาเป็นวิทยากร ให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ นางวาสนา ชัยเลิศ ทองสุข กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่แตง ได้เปิดเผยว่า ในการอบรมควาญช้างมืออาชีพครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานควาญช้างและเป็นการพัฒนาศักยภาพของควาญช้างแล้ว อีกจุดมุ่งหมายหนึ่งของเราก็คือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการเลี้ยงช้างไทยเอาไว้ให้อยู่คู่กับบ้านเมืองเราต่อไป เพราะวิถีของคนเลี้ยงช้างนั้นอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ผูกพันกันอย่างแนบแน่นประเทศชาติของเรา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันวงการช้างไทยของเราจะถูกโจมตีอย่างหนักจากสื่อมวลชนต่างประเทศว่าทารุณช้าง ใช้แรงงานช้าง โดยเขาทำกันเป็นขบวนการที่มุ่งทำลายวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของไทยเรา อ้างไปถึงทฤษฎี อ้างองค์ความรู้ต่างๆ นานาของชาติตะวันตก เอาชุดความรู้ของเขามาจับผิดการเลี้ยงช้างของคนไทย ทั้งๆ ที่ประเทศของเขาไม่เคยมีช้าง ไม่เคยเลี้ยงช้าง แต่พยายามเหลือเกินที่จะมาสั่งมาก้าวก่ายให้คนไทยเลี้ยงช้างอย่างที่พวกเขาต้องการอย่างที่พวกเขาเข้าใจผิดกัน ความรู้ของพวกเขาเป็นทฤษฎีจากจินตนาการ ไม่อิงอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่รับฟังไม่รับรู้งานวิจัยใดๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงช้างที่มีวิทยาศาสตร์รองรับ แล้วพากันมุ่งโจมตีวงการช้างไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานนับสิบปีแล้ว การเปิดโรงเรียนควาญช้างขึ้นมาก็เพื่อที่จะเป็นการยืนยันว่าการเลี้ยงช้างของคนไทยเรานั้น มีหลักการที่สืบสานต่อกันมาหลายช่วงอายุคนแล้ว ไม่ใช่เป็นการทารุณช้างอย่างที่พวกเขาพากันเข้าใจผิด ซึ่งอาจจะเป็นได้ว่ากลุ่มคนที่เข้าใจผิดและสร้างกระแสข่าวด้านลบให้กับวงการช้างไทยนั้น ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากคนไทยบางคนที่มุ่งโจมตีการเลี้ยงช้างไทยมาโดยตลอด โดยไม่ทราบว่าเขามุ่งหวังสิ่งใด ไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่ที่ชัดเจนคือคนไทยที่ให้ข้อมูลด้านลบของวงการช้างไทยให้กับสื่อต่างชาตินั้นนับว่าเป็นผู้ที่กำลังทำร้ายประเทศไทย กล้าที่จะโจมตีแม้กระทั่งประเทศของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นางวาสนา ได้กล่าวต่อไปว่า จากประสบการณ์ที่เปิดปางช้างมาเป็นเวลากว่า 24 ปีนั้น คิดว่าเปิดโรงเรียนควาญช้างอาชีพร่วมกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่นั้น เป็นการจัดระเบียบองค์ความรู้เรื่องของการเลี้ยงช้างตามวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างแบบไทยเรา จะเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้ากับวงการช้างไทย ทั้งในด้านของการอนุรักษ์ช้าง สร้างควาญช้างใหม่ๆ ขึ้นมา อนุรักษ์อาชีพควาญช้าง และจะเป็นการยืนหยัดยืนยันอย่างมั่นคงว่าเราไม่หวั่นไหวต่อกระแสโจมตีใดๆ จากต่างประเทศ ถ้าคนเลี้ยงช้างไทยเราเข้มแข็งร่วมมือร่วมใจกันดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของเราไว้ ก็จะไม่สามารถมีใครมาโจมตีวงการช้างไทยของเราได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการอบรมในครั้งนี้ เรารับทุกระดับความรู้ ไม่จำกัด แต่ถ้าจบระดับการศึกษาภาคบังคับมาก็จะทำให้การเรียนรู้เป็นไปได้ดีขึ้น โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ http://www.research.cmru.ac.th/mahout หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Email address : research_cmru@hotmail.com หลักสูตร “ควาญช้างอาชีพ ระดับพื้นฐาน” (85 ชั่วโมง)มีระยะเวลาการอบรมตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 สถานที่อบรมที่ปางช้างแม่แตง อ.แม่แตง และที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ค่าใช้จ่ายในการอบรม 7,000 บาทชำระค่าอบรมได้ที่ เลขที่บัญชี : ธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (กองทุนสถาบันวิจัยและพัฒนา) เลขที่บัญชี 510-7-08700-8 ระยะเวลาการสมัคร บัดนี้ ถึง 5 มิถุนายน 2562 จบการอมรมจะได้รับหลักฐานการสำเร็จการศึกษา ประกาศนียบัตร “ควาญช้างมืออาชีพ ระดับพื้นฐาน”
  15. อำเภอแม่แตง ร่วมกับปางช้างแม่แตง จัดงานสืบสานป๋าเวณีปีใหม่เมือง สระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุ โดยในงานมีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ขบวนช้างและขบวนฟ้อน นางรำจากชุมชนต่างๆ และขบวนแห่จากชนเผ่า 7 เผ่าในเขตอำเภอแม่แตง ที่ ปางช้างแม่แตง บ้านแม่ตะมาน ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุให้กับผู้อาวุโสในอำเภอแม่แตง เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองหรือประเพณีสงกรานต์ โดยมีนายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในพิธี โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการแห่ขบวนเครื่องดำหัวจากลานวัดแม่ตะมานเข้าสู่ปางช้างแม่แตง ซึ่งนำขบวนด้วยช้างแสนรู้ และ มีขบวนฟ้อนรำจากชุมชนต่างๆ และขบวนแห่จากชนเผ่าทั้ง 7 ชนเผ่าในอำเภอแม่แตงมาร่วมขบวนอย่างพร้อมเพรียงและสวยงาม โดยขบวนแห่ทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนเข้าสู่ลานกิจกรรมปางช้างแม่แตง และมีการแสดงต่างๆ มาร่วมทำการแสดงอย่างสนุกสนาน จากนั้นเข้าสู่ช่วงพิธีสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุจากชุมชนต่างๆ ร่วมสองร้อยกว่าคน มีการรดน้ำดำหัว นายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายสงวน ชัยเลิศ อายุ 82 ปี ที่ปรึกษาปางช้างแม่แตง ซึ่งเป็นประธานผู้อาสุโว กล่าวให้โอวาท อวยพรแก่ผู้มาร่วมงาน นายสงวน ชัยเลิศ หรือ คุณตาสงวน ของชาวปางช้างแม่แตงและชาวบ้านอำเภอแม่แตง กล่าวว่า รู้สึกมีความยินดี ที่ได้ร่วมกันจัดงานขึ้น ซึ่งงานนี้ได้เริ่มจัดตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ซึ่งเป็นงานใหญ่มีประชาชนเข้าร่วมงานมากขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีของปางช้างแม่แตงและอำเภอแม่แตง โดยทางทางอำเภอได้ร่วมกับปางช้างแม่แตงเป็นเจ้าภาพ และส่วนราชการต่างๆ ในอำเภอแม่แตง มีหัวหน้าหน่วยราชการ เข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง โดยงานนี้เป็นงานใหญ่งานหนึ่งที่มีความสำคัญอำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นอำเภอท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก สร้างงาน สร้างเงิน ให้กับชาวบ้านในอำเภอแม่แตง และอำเภอแม่แตง มีช้างบ้าน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนกว่าหกร้อยเชือก จึงได้จัดงานสืบสานป๋าเวณีปีใหม่เมือง สระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุขึ้นมา โดยได้นำช้างมาร่วมขบวนแห่ดำหัวสระเกล้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของอำเภอแม่แตง ซึ่งชาวอำเภอแม่แตงมีความรัก ความสามัคคี ร่วมกันสืบสานประเพณีไว้ให้ลูกหลาน สืบต่อไปในภาคหน้า
×