Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Alp Vimolnart

สมาชิกทั่วไป
  • Content Count

    57
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

Everything posted by Alp Vimolnart

  1. เอไอเอส ไฟเบอร์ เจาะอินไซท์ลูกค้าพรีเมียม! มัดรวมเน็ตบ้าน และมือถือเร็ว แรง ระดับกิกะบิต ชูจุดแข็งนวัตกรรมเครือข่าย พร้อมอัดแน่นคอนเทนต์บันเทิง แพ็กเดียว ดีสุด! ครบสุด! (1 สิงหาคม 2561)เอไอเอส ไฟเบอร์ เจาะใจลูกค้าพรีเมียม ปลุกกระแสตลาดฟิกซ์บรอดแบนด์ในไทยต่อเนื่อง · ส่งแพ็กเกจ “AIS Fibre Power4 XTREME” รวม 4 สุดยอดนวัตกรรมเครือข่าย และความบันเทิงระดับพรีเมียมแบบจัดเต็ม ประกอบด้วย 1. เน็ตบ้าน AIS Fibre ความเร็วสูงถึง 1 Gbps (1000 Mbps) /100 Mbps ด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ ออพติกแท้ 100% รายเดียวในไทย 2. ซิมเน็ตมือถือ AIS NEXT G สูงสุด 200 GB เทคโนโลยีเครือข่ายที่ให้ความเร็วระดับกิกะบิต เร็ว แรง ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่องโลกออนไลน์ได้แบบจัดเต็ม พร้อมใช้ AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ไม่อั้น! 3. แพ็กเกจ PLATINUM FULL HD บนกล่อง AIS PLAYBOX ฟรี 12 เดือน รับชมที่สุดของคอนเทนต์ระดับโลก ครบทุกช่องความบันเทิง หนัง ซีรีส์ วาไรตี้ กีฬา ข่าว การ์ตูน อาทิ HBO HD, Warner TV, FOX Movies, Fox Sports, Golf Plus, CNN, TVN, Cartoon Network, National Geographic พร้อมรับชม หนัง ซีรีย์ และการ์ตูนย้อนหลังแบบออนดีมานด์ ได้จาก HBO Go, Cartoon Network, และอื่นๆ ให้เลือกดูแบบจุใจ 4. รับสิทธิ์ Serenade PLATINUM สิทธิพิเศษสูงสุดเหนือใคร ไม่ว่าจะเป็น ฟรีเครื่องดื่มพร้อมของว่าง ณ สนามบินทั่วประเทศ, สิทธิพิเศษห้องรับรอง Miracle Lounge ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ,บริการที่จอดรถสำรองพิเศษ ณ ศูนย์การค้า และ คอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำทั่วประเทศ, ส่วนลดค่าน้ำมันบางจากลิตรละ 50 สตางค์ และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/serenade โดยแพ็กเกจ AIS Fibre Power4 XTREME เปิดให้บริการแล้ววันนี้ในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล · เจาะ Insight กลุ่มลูกค้าพรีเมียม ด้วยการรวมเทคโนโลยีเครือข่าย และบริการที่ดีที่สุดของเอไอเอส ไว้ในแพ็กเกจเดียว ให้สัมผัสประสบการณ์ออนไลน์แบบเต็มขั้นได้ต่อเนื่องทั้งในบ้าน และนอกบ้าน สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้งานแบนด์วิธที่กว้างขึ้น และมีการใช้งานดาต้าสูง โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านพร้อมๆ กันหลายหน้าจอแบบ Multi-Screen และ Multi Device รวมทั้งสามารถรองรับการใช้งานที่ล้ำไปอีกขั้นของลูกค้ายุคดิจิทัล อาทิ การสตรีมวิดีโอความคมชัดระดับ 4K , ดูหนัง เล่นเกม หรือการทำงานต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต ทั้งบน PC และสมาร์ทโฟน ในเครือข่ายประสิทธิภาพสูง พร้อมกันนี้ เพื่อให้การใช้งานเต็มประสิทธิภาพของแพ็กเกจ เอไอเอส ไฟเบอร์ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า รับสิทธิ์ซื้อ Humax T9X AC2400 MU-MIMO ทำสปีดได้สูงถึง 650 Mbps ผ่าน WiFi และรองรับ 1 Gbps ผ่าน LAN โดยลูกค้า AIS รับสิทธิ์แลกซื้อในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพียง 6,500 บาท (จากปกติ 7,500 บาท) ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/fibre/power4xtreme หรือสอบถามเอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ โทร. 1175
  2. เอไอเอสท็อปฟอร์มผู้นำตัวจริง! คว้ารางวัล “เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย” 4 ปีซ้อน จาก Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับ 1 ของโลก ที่มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านราย (26 กรกฎาคม 2561) เอไอเอสตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลอันดับ 1 เพื่อคนไทย ประกาศความภาคภูมิใจ คว้ารางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย (Thailand’s Fastest Mobile Network) เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2558 - 2561 พร้อมครองอันดับเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด การันตีโดย Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับ 1 ของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก จึงมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือที่สุด ด้วยระเบียบวิธีในการใช้ข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับสากล โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตมากกว่า 8 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา สามารถดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/ รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอสในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วที่ดีที่สุด โดยเอไอเอสได้คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตสูงสุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่น รวมทั้งมีค่าเฉลี่ย Latency ต่ำที่สุด บนอุปกรณ์ที่รองรับ LTE ถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพผู้นำของเอไอเอสที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพเครือข่าย ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานอินเตอร์เน็ตมือถือที่ดีที่สุดในทุกการเชื่อมต่อ ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ทั้งเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4x4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีมากกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ โดย “Ookla Speedtest” ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันดับ 1 ของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา โดยมีข้อมูลและตัวเลขทางสถิติที่สามารถยืนยันว่า Ookla Speedtest เป็นแอปฯ Speedtest อันดับ 1 ของโลกและอันดับ 1 ในไทยที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เมื่อเทียบกับแอปฯ Speed Test รายอื่น ได้แก่ - ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอปฯ Ookla Speedtest ใน Google Play Store แล้วกว่า 100 ล้านครั้ง และใน App Store เป็นอันดับ 1 ของแอปฯ ประเภท Speedtest และอันดับที่ 10 ของแอปฯ ยอดนิยมประเภทฟรีดาวน์โหลด - ในประเทศไทยมียอดดาวน์โหลดแอปฯ Ookla Speedtest รวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดยในปี 2018 มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 4.7 แสนครั้ง และมีผู้ใช้ประจำ (Active Users) กว่า 2.8 ล้านคน - มีเครือข่าย Global Testing Server ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากกว่า 7,200 Server - ที่ผ่านมา มีผู้ใช้ทั่วโลกร่วมกดทดสอบความเร็วเครือข่ายกับ Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 20,000 ล้านครั้ง ปัจจุบัน มีการร่วมกดทดสอบความเร็วเครือข่ายอยู่ที่ 10 ล้านครั้งต่อวัน - Ookla Speedtest เป็นที่ยอมรับจากสื่อชั้นนำด้านเทคโนโลยีและธุรกิจทั่วโลก อาทิ Clnet, The Woshington Post, FierceWirless, Forbes, Fortune, The New York Times, Mobile World Live, The Verge และ The Economic Times เป็นต้น ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตหรือ Speed Test ในตลาดอยู่หลายรายที่ผู้บริโภคชาวไทยใช้ทดสอบอยู่ อย่างไรก็ตาม การนำผลทดสอบที่ได้มาอ้างอิงถึงคุณภาพของเครือข่ายโดยรวม เพื่อสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริงๆ นั้น ขนาดของกลุ่มประชากรตัวอย่างที่มีจำนวนมากพอที่จะเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โดย Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่มีการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด รวมทั้งมีเกณฑ์ในการประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ พร้อมระบุจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ใช้วัดผลอย่างชัดเจน รวมทั้ง แสดงผลทดสอบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลการจัดอันดับและผลรางวัลอย่างโปร่งใสผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ต่างจากผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตรายอื่นที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่าง ทำให้ผลที่วัดได้นั้น ขาดความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือ ไม่อาจสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับอย่างแท้จริง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ทำการทดสอบได้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับประสบการณ์จริง นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพเครือข่ายในทุกด้านอยู่ตลอดเวลา พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเทียบเท่าประเทศที่เป็นผู้นำนวัตกรรมทั่วโลก และพร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla Speedtest ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นับเป็นการการันตีคุณภาพโดยองค์กรชั้นนำระดับโลกที่แม่นยำ โปร่งใส และเชื่อถือที่ได้มากที่สุด ถือเป็นความภูมิใจของทีมงานเอไอเอสทุกคน และขอขอบคุณลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ ที่ไว้วางใจเลือกใช้เอไอเอสเสมอมา” นาย Doug Suttles, CEO - Ookla กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับเอไอเอส กับรางวัลชนะเลิศ ในการทดสอบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในประเทศไทย ในปี 2018 โดยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยรางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอไอเอสที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ โดยเรายืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest กดทดสอบด้วยตนเอง โดยรางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Award สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย เราใช้เกณฑ์การตัดสินด้วยคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัพโหลด สำหรับรางวัลชนะเลิศสำหรับการทดสอบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ Ookla Speedtest ประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ หลังจากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้นๆ โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละรายจะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว โดยเราจัดทำรายงานเกี่ยวกับระเบียบการประเมินและผลลัพธ์ของแต่ละประเทศให้ทุกคนสามารถเข้าชมได้บนเว็บไซต์ของ Ookla Speedtest อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่จะเห็นข้อมูลคุณภาพการใช้งานตลอดจน ยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารไปอีกขั้นอย่างต่อเนื่อง” **************************************************************************************
  3. เอไอเอส เปิดให้บริการ SIM2Fly ประเทศจีน ครอบคลุมกว่า! ใช้งานได้บน 2 เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน เล่นเน็ตแบบ Non-Stop ได้ครบทุกแอปฯ โซเชียลฮิต (13 กรกฎาคม 2561) เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำตลาดโรมมิ่ง ที่ตอบโจทย์การสื่อสารในต่างแดนให้กับนักเดินทางทุกกลุ่ม ล่าสุด เปิดให้บริการ SIM2Fly ประเทศจีน ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า โดยให้ลูกค้าใช้ได้บน 2 เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้ง China Unicom และ China Mobile ด้วยแพ็กเกจราคาสุดคุ้ม เพียงวันละ 50 บาท สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์แบบ Non-Stop พร้อมท่องโซเชียลได้ครบทุกแอปฯ สุดฮิต อาทิ Facebook, LINE และ Google จัดเต็มตลอดทริป โดย SIM2Fly ราคา 399 บาท (รวม VAT) ใช้เน็ตโรมมิ่งแบบ Non-Stop ความเร็วสูงสุด 4GB หลังจากนั้นความเร็วลดลงที่ 128 kbps ใช้งานได้ 8 วัน สามารถใช้งานได้ถึง 18 ประเทศ คือ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ลาว, อินเดีย, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, พม่า, ออสเตรเลีย, เนปาล, อินโดนีเซีย, กาตาร์ และศรีลังกา ลูกค้าสามารถซื้อ SIM2Fly ได้ง่ายๆ ที่ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ และ AIS Online Store ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/roaming/sim2fly หรือ เอไอเอส คอลเซนเตอร์ โทร. 1175 #SIM2Fly #AIS #ChinaMobile #ChinaUnicom
  4. เอไอเอส เดินหน้าเร่งปั้นเมล็ดพันธุ์ใหม่ ก้าวทันโลกดิจิทัล ผ่านสถาบัน ‘เอไอเอส อะคาเดมี’ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “หากพูดถึงองค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้ท่ามกลาง Digital Disruption กลไกหนึ่งที่สำคัญ คือการปรับจังหวะเคลื่อนที่ขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว มีความยืดหยุ่น และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเบิกทางให้กับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยมีองค์กรเป็นศูนย์กลางเพื่อเร่งเครื่องยกระดับคุณภาพของบุคลากร เอไอเอส เป็นองค์กรขนาดใหญ่ การปรับเปลี่ยนองค์กรให้เดินหน้าในยุคดิจิทัล หากไม่รีบพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากร อาจทำให้เสียรังวัดและไม่ทันการณ์ เอไอเอสจึงลุกขึ้นมาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกำหนดให้เปลี่ยน แต่ได้สร้างมาตรฐานการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาธุรกิจและปั้นคนกว่า 12,000 คน ภายในองค์กร ให้รู้ลึกและรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดย เอไอเอส อะคาเดมี ทำหน้าที่เสมือนสถาบันพัฒนาศักยภาพให้พนักงานในองค์กร ให้มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งเนื้อหาความรู้และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทำงาน โดยวางเป้าหมายให้เกิดเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่พร้อมปรับตัวและก้าวทันโลกเทคโนโลยี เอไอเอส อะคาเดมี จะไม่ใช่การจัดทำหลักสูตรให้คนมาเข้าห้องอบรมสัมมนาแล้วจบไป แต่จะให้พนักงานกำหนดสิ่งที่อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้เทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและแทรกซึมอยู่ใน DNA ของคนเอไอเอสทุกคน” · กระบวนการแก้ปัญหาแบบ Design Thinking นางสาวกานติมา เล่าต่อว่า “จากความต้องการที่ต่างกันของกลุ่มลูกค้าหลากหลายเจเนอเรชัน ทำให้แนวคิด ‘Design Thinking’ ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้าและสร้างบริการที่รองรับความต้องการซึ่งมีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างรวดเร็วทันใจ โดยเริ่มการเรียนรู้ Pain Point ของลูกค้า และหาทางออกของความท้าทาย โดยการยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรในองค์กรให้สามารถตอบโจทย์และส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” · Digital Learning Platform นางสาวกานติมา เล่าถึงความหลากหลายของบุคลากรภายในองค์กรว่า “เอไอเอส มีพนักงานหลากหลายช่วงวัย มีประสบการณ์และความรู้ที่แตกต่างกันออกไป เอไอเอสมุ่งออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับทุกคน จนได้พัฒนา Digital Learning Platform ขึ้นมา ใช้ชื่อว่า ‘AIS Digi’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในโลกออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับชั้นเข้ามาเรียนรู้, ค้นคว้า และทำกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เป็นการทลายข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ลงไปได้อย่างสิ้นเชิง” สำหรับ AIS Digi จะแบ่งกิจกรรมย่อยออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ AIS Learn Di เปรียบเสมือนแหล่งการเรียนรู้นอกเวลางาน ทุกคนสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี, นวัตกรรมต่างๆ ซึ่งในแต่ละบทเรียน จะออกแบบให้มีระบบการประเมินผลที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ทบทวนความเข้าใจ เพื่อต่อยอดสู่การนำไปใช้งานจริง ต่อมา AIS Read Di ทำหน้าที่เป็นห้องสมุดออนไลน์ ให้พนักงานได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมได้ง่ายและสะดวก พร้อมด้วยฟังก์ชันเลือกดูหนังสือที่น่าสนใจและยืมหนังสือจากห้องสมุดขององค์กรได้ด้วย สุดท้าย AIS Fun Di เป็นแหล่งรวบรวมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยกำหนดให้มีระบบการสะสมแต้ม ภายใต้เงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทกำหนด เพื่อนำมาแลกของรางวัลที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น บัตรที่พักโรงแรม หรือตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น · Innovation Idea นางสาวกานติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความเชื่อมั่นว่า บุคลากรของ AIS มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง นิยามของคนรุ่นใหม่ของเรา ไม่ได้จำกัดเพียงแค่อายุ วุฒิการศึกษา หรือระยะเวลาการทำงาน แต่จะแสดงออกด้วยความคิดและการลงมือทำ ด้วยความหลากหลายของคนที่มีความรู้ มีศักยภาพจุดแข็งแตกต่างกัน หากเกิดการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน ก็เปรียบเสมือนเรือลำเล็ก ที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความหลากหลายทางความคิด คอยช่วยเหลือผลักดันองค์กรให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมา เอไอเอส อะคาเดมี ได้ออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ด้าน Innovation อย่างเต็มที่ โดยเน้นให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ ใครที่สนใจหรืออยากเป็น StartUp เราก็มีเวทีให้ประชันความคิด ออกแบบธุรกิจใหม่ๆ และส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงในอนาคตได้ รวมทั้ง ยังได้ออกแบบหลักสูตร ACT (AIS Creative Talent) เป็นกิจกรรมสำหรับพนักงานทุกระดับ ให้ได้แสดงออก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปิดรับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ ของประเทศไทย” · ยกระดับศักยภาพบุคลากรสู่ระดับสากล นอกจากนี้ เอไอเอส โดยสถาบันเอไอเอส อะคาเดมี ยังได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรให้ทัดเทียมกับนานาชาติระดับสากล โดยล่าสุด ด้วยความร่วมมือกับ SEAC จึงได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ให้เป็นองค์กรเดียวในภาคธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย ร่วมโครงการศึกษาวิจัยเพื่อเสริมสร้างความพร้อมสำหรับเอไอเอส ตลอดจนสังคมไทย โดยร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำในประเทศไทยในสาขาอื่นๆ นอกเหนือโทรคมนาคม เพื่อเร่งเสริมศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับ Digital Disruption อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอื่นๆ อาทิ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ทส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา, Harvard Business School และ มหาวิทยาลัย Manchester จากสหราชอาณาจักร เพื่อร่วมเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆ กับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมหลักสูตรจากประเทศชั้นนำทั่วโลก “ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางของการพัฒนาบุคลากรที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นฐานรากที่มั่นคงในการสร้างคนสายพันธุ์ใหม่ของเอไอเอสอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวกานติมา กล่าวสรุป
  5. เอไอเอส เดินหน้าสนับสนุนวงการ “กีฬา E-Sports” ไทย ผลักดันสู่ระดับภูมิภาค จับมือสิงเทล กรุ๊ป จัดการแข่งขัน “PVP E-Sports Championship” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่าถึง 11.5 ล้านบาท · เอไอเอส ประกาศสนับสนุนวงการกีฬา E-Sports ในเมืองไทยทุกมิติ เพื่อสร้างโอกาส และเสริมศักยภาพให้เกมเมอร์ชาวไทยในการแข่งขันในเวทีระดับโลก เดินหน้าผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมผลักดัน E-Sports Ecosystem ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และแข็งแกร่งไปด้วยกัน · จุดพลุความร่วมมือระดับภูมิภาค จับมือสิงเทลกรุ๊ป และโอเปอร์เรเตอร์ในเครือรวม 6 ประเทศ พร้อมพันธมิตรชั้นนำด้านเกมของโลก Razer, Garena, Blizzard และ Mineski Event Team จัดการแข่งขัน “PVP E-Sports Championship” เปิดเวทีประชันสองเกมสุดฮิต ROV (Mobile Game) และ DOTA2 (PC Game) เฟ้นหาสุดยอดแชมป์ E-Sports ระดับภูมิภาค ที่ประเทศสิงคโปร์ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 11.5 ล้านบาท โดยจัดแข่งขันหาตัวแทนประเทศไทย ระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2561 เริ่มเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้ E-Sports เป็นเทรนด์กีฬาระดับโลกที่กำลังมาแรง และได้รับการยอมรับในวงกว้างจนถูกยกระดับจากเกม สู่กีฬาอย่างเต็มตัว หลังจากได้รับการบรรจุเข้าเป็นกีฬาในมหกรรม Asian Games 2018 ด้วยรูปแบบเฉพาะตัวที่สอดคล้องกับ Skill ทักษะความสามารถด้านไอที และเทคโนโลยีของคนกลุ่มมิลเลนเนียล และในประเทศไทยอุตสาหกรรม E-Sports กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และมีคอมมูนิตี้ผู้เล่นขนาดใหญ่ กว่า 30 ล้านคน ทั้งมือสมัครเล่น เกมเมอร์อาชีพ กลุ่มผู้ชมการแข่งขันเกม และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เอไอเอส จึงได้นำศักยภาพของ Network Infrastructure ที่เราออกแบบให้พร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าในทุก Segment โดยเกมคือดิจิทัลคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งการเล่นเกมออนไลน์ไม่เพียงต้องการอินเตอร์เน็ตสปีดสูงๆ เท่านั้น เราจึงนำจุดแข็งด้านเครือข่าย ทั้ง Mobile และ Fixed Broadband ที่เร็ว แรง เป็นอันดับ 1 ของประเทศ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายให้มีค่า Latency น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้ตอบสนองได้เร็วที่สุด ทำให้เล่นเกมได้ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด พร้อมเดินหน้าส่งมอบบริการที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคอเกมชาวไทยทั่วประเทศ · ซิมพิเศษสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ ได้แก่ The One Sim และ Zeed Sim ให้ลูกค้าเล่นเกม ROV แบบไม่เสียค่าเน็ต พร้อมรับฟรีไอเทมในเกม · โปรโมชั่น AIS Hot Deal! สมาร์ทโฟนสเปคแรงสำหรับคอเกม “OnePlus 6” ที่มาพร้อม CPU Snapdragon 845 ซึ่งเป็นชิพเซตรุ่นท็อปสุดในตลาด และ RAM 8GB สูงที่สุดในตลาดเช่นกัน โดยหลังจากนี้เอไอเอสมีเตรียมจะนำ Gaming Phone เข้ามาจำหน่ายต่อไป · อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเติมเงินเกมได้ง่ายๆ ผ่านทาง เอไอเอสบิล, บัตรเติมเงิน วัน-ทู-คอล! และบริการ Rabbit LINE Pay · แพ็กเกจเน็ตเสริมมือถือ สำหรับคอเกม เพียง 200 บาท รับเน็ต 9 GB นาน 7 วัน พร้อมเน็ตสำหรับเล่นเกม ROV ไม่จำกัด · แพ็กเกจเน็ตบ้าน AIS Fibre สำหรับคอเกม HomeBROADBAND ความเร็ว 100/30 Mbps ราคา 699 บาท (ราคาลูกค้าเอไอเอสรายเดือนราคา 629 บาท) · คอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจผู้ชมเกมทั่วประเทศกับการ Live Streaming การแข่งขันเกมสุดฮิต ร่วมกับเหล่าสุดยอด Game Caster ของเมืองไทย พร้อมชมย้อนหลังได้ผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAY BOX โดยความร่วมมือกับสิงเทลกรุ๊ป จัดการแข่งขัน “PVP E-Sports Championship” ถือเป็นการผนึก ความแข็งแกร่งในเครือ เพื่อรุกตลาด E-Sports สู่ลูกค้ากว่า 600 ล้านรายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเราจะจัดการแข่งขันระดับประเทศเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ 2 ทีม ทั้งฝั่ง Mobile Game และ PC Game ในรายการ “Thailand PVP E-Sports Championship Powered by AIS” เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านบาท และยัง ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันระดับภูมิภาคในรายการ PVP E-Sports Championship ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัล อีกกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 9.9 ล้านบาท โดยจัดแข่งขันระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2561 และเปิดรับสมัครผู้แข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ทาง https://www.ais.co.th/esports ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้น และสีสันให้คอเกม E-Sports ในเมืองไทยเป็นอย่างมาก พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขันให้ชมผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX นอกจากนี้ เรายังจัดแคมเปญการตลาดให้ลูกค้าได้ลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก เพื่อไปชมการแข่งขันรอบ Final ที่ประเทศสิงคโปร์อีก 40 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท วันนี้เราเชื่อมั่นว่าศักยภาพของเกมเมอร์คนไทยพร้อมแล้วสำหรับเวทีโลก และเอไอเอส ยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการพัฒนา E-Sports Ecosystem ในประเทศไทยในทุกมิติ โดยเราเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในแวดวง E-Sports ทั้งเจ้าของเกม และผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับเล่นเกม สถาบัน และสมาคม เพื่อร่วมกันทำให้อุตสากรรม E-Sports ในประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเรามั่นใจว่าความพร้อมด้าน Digital Platform ของเอไอเอสจะทำให้ขยายฐานเกมเมอร์ และผู้ชมอีกจำนวนมาก พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้ และให้นักกีฬา E-Sports ไทยได้โชว์ศักยภาพในทุกการแข่งขันแบบท็อปฟอร์ม” นายปรัธนากล่าว นายอาเธอร์ แลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสิงค์เทลอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “คอนเทนต์อย่าง E-Sports คือกุญแจสำคัญของกลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภคของเรา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนมิลเลนเนียล โดยเกมบนมือถือได้รับความนิยมสูงมากในภูมิภาคนี้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นตัวเลือกหลัก สำหรับสิงเทล กรุ๊ปในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารของภูมิภาคนี้ เราตื่นเต้นอย่างมากกับการสร้างความตื่นตัวให้กับวงการ E-Sports เพราะจะทำให้เหล่าเกมเมอร์ และแฟนๆ ทั้งหลายได้เข้าถึงการแข่งขัน E-Sports รวมไปถึงออริจินัล คอนเทนต์ และโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ส่วนเราเองก็หวังว่าการแข่งขัน PVP E-Sports Championship จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเวทีแข่งขัน E-Sports ในระดับนานาชาติประจำปีด้วย” ******************************************************* รายละเอียดกิจกรรม รายการ “PVP E-Sports Championship” ประเทศสิงคโปร์ ลีกระดับภูมิภาคจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. Arena of Valor จาก Garena ที่เป็นเกมยอดฮิตบนมือถือ 2. Dota 2 ที่เป็นเกมบนคอมพิวเตอร์ ในการแข่งขัน ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง Arena of Valor และ Dota 2 จะต้องเข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกในระดับประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยโอเปอร์เรเตอร์แต่ละประเทศในสิงเทลกรุ๊ป ได้แก่ ออสเตรเลีย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ไทย และฟิลิปปินส์ หลังจากนั้น ผู้ชนะในแต่ละประเทศจะได้เข้าไปแข่งขันต่อ โดยจะได้พบกับทีมมืออาชีพจากอเมริกาเหนือ, ยุโรป และจีน ในงานแข่งขัน PVP E-Sports Championship ที่เป็นลีกระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ที่สิงคโปร์ สำหรับการแข่งขัน PVP E-Sports Championship ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,900,000 บาท ******************************************************* รายการ “Thailand PVP E-Sports Championship powered by AIS” ประเทศไทย กิจกรรมการแข่งขัน E-Sports ที่จัดขึ้นโดย AIS ในประเทศไทย ทั้งในส่วนของ PC GAME และ Mobile Game เพื่อหาทีมผู้ชนะทั้ง 2 ประเภท เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันต่อในระดับภูมิภาคในรายการ “PVP E-Sports Championship” ที่ประเทศสิงคโปร์ ทีมผู้ชนะการแข่งขันในประเทศไทย จะได้รับเงินรางวัล ประกอบด้วย · DOTA2 (PC Game) ได้รับเงินรางวัล 600,000 บาท · ROV (Mobile Game) ได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท และได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในรายการ PVP E-Sports Championship ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัลกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ (หรือราว 9,900,000 บาท) ตารางการแข่งขัน 25 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2561 รับสมัครผู้เข้าแข่งขัน ทาง https://www.ais.co.th/esports 18 สิงหาคม - 8 กันยายน 2561 รอบคัดเลือกออนไลน์ 16 กันยายน 2561 รอบชิงชนะเลิศเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย 2 - 7 ตุลาคม 2561 รอบชิงแชมป์ระดับภูมิภาคที่ประเทศสิงคโปร์ ในรายการ PVP E-Sports Championship พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังจัดแคมเปญพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ลุ้นสิทธิ์ในการเข้าชมการแข่งขัน พร้อมตั๋วเครื่องบินและที่พัก ประเทศสิงคโปร์ เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน จำนวน 40 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เพียงร่วมกิจกรรมการเติมเกม หรือสมัครเอไอเอส ไฟเบอร์ หรือเปิดซิมใหม่ หรือซื้อแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตที่ร่วมรายการเฉพาะในช่วงการจัดแข่งขันนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2561 โดยประกาศผลวันที่ 13 กันยายน 2561 ทาง Facebook : AIS PLAY, AIS, 12Call
  6. AIS ตอกย้ำที่ 1 ที่เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ผสาน Technology กับ Human Touch ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มครบทุกด้าน AIS ผู้นำในการให้บริการดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด “ที่ 1 ดูแลด้วยใจ ให้ชีวิตดิจิทัล” ที่เข้าใจความต้องการและใส่ใจดูแลลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ด้วยการผสานเทคโนโลยี และ Human Touch เข้าด้วยกัน ไม่เพียงตอบโจทย์เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าและเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น แต่ยังให้ ความสำคัญในเรื่องความรวดเร็ว สะดวกสบาย ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และการมอบบริการผ่านตัวบุคคลที่สามารถสื่อความรู้สึกได้ ซึ่งยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่เสมออีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าครบทุก Generation ประกอบด้วย 1. บริการ Full-E สะดวกสบายครบทุกด้าน ทั้งเช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จ ผ่านแอป myAIS 2. ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวลูกค้าในการเปิดเบอร์ใหม่ กับระบบ Face Recognition ที่ตู้ Kiosk ใน AIS Shop ทั่วประเทศ และทุกช่องทางจำหน่าย 3. Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างสรรค์งานบริการให้ล้ำหน้าที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลูกค้าใช้ชีวิตง่ายขึ้นบนเครือข่าย AIS 4. ดูแล เข้าใจ ใส่ใจ ลูกค้ากลุ่มสูงวัยไฮเทค ด้วย Angel Team จาก AIS Contact Center โดยนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวถึงรายละเอียดของทั้ง 4 บริการ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้ครบทุกด้าน ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับ Human Touch ดังนี้ 1) บริการ “Full-E” ยกระดับความสะดวกสบายที่ครบทั้ง เช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จที่จบในแอป myAIS เพียงแอปเดียว ซึ่งจะสามารถแก้ไขทุกความกังวลใจของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบิลค่าใช้บริการสูญหาย การชำระค่าบริการไม่ทันตามกำหนด ไม่สะดวกไปที่จุดชำระเงิน รวมถึงไม่สามารถเรียกดูรายการย้อนหลัง โดยบริการ “Full-E” ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น ประหยัดทั้งเวลาและลดการใช้กระดาษ ด้วย 1. eBill สมัครได้ง่ายๆ ผ่าน แอป myAIS โดยสามารถเช็คบิลค่าใช้บริการผ่านมือถือ พร้อม SMS แจ้งเตือน 2. ePay จ่ายบิลออนไลน์ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking App, Rabbit LINE Pay และผูกตัดอัตโนมัติกับบัตรเครดิตทุกธนาคาร และ 3.eReceipt เรียกดูใบเสร็จย้อนหลังได้สูงสุด 3 เดือน (eReceipt ใช้บริการได้ไตรมาส 4 ปีนี้) 2) ดูแลความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างดีที่สุดด้วยด้วยระบบแสดงตนแบบพิสูจน์อัตลักษณ์ (Face Recognition) ที่มีประสิทธิภาพและความถูกต้องแม่นยำสูงสุด ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว สำหรับการเปิดเบอร์ใหม่ ครบทุกช่องทางการจำหน่ายทั้งที่ AIS Shop, AIS Telewiz และ AIS Buddy กว่า 20,000 แห่ง ทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น AIS เป็นรายแรกในประเทศไทย ที่พัฒนาระบบ Face Recognition บนตู้ Service Kiosk 80 ตู้ เพื่อให้บริการจดทะเบียนเลขหมายใหม่ที่ AIS Shop 66 สาขาอีกด้วย 3) ยกระดับงานบริการด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ● จับมือกับพาร์ทเนอร์ พัฒนา Action on Google บน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือที่ให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น โดยสามารถเข้าถึงแอป myAIS และ AIS PLAY ได้ทันที ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ซึ่ง AIS เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร่วมมือกับ Google ในฐานะ Official Partner เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อมเปิดให้บริการได้ปลายเดือน ก.ค. นี้ · พัฒนา Alex Robot นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถโต้ตอบและสนทนากับลูกค้า พร้อมให้ข้อมูลสินค้าและบริการได้ โดย AIS จะนำหุ่นยนต์ Alex ทั้ง 6 ตัว มาสร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้าได้สัมผัสเร็วๆ นี้ 4) ดูแล เข้าถึงใจกลุ่มสูงวัยไฮเทค เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ติดต่อรับบริการผ่าน AIS Contact Center ซึ่งเป็นลูกค้าสูงวัยที่มีความสนใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่จำนวนมาก AIS จึงจัดตั้ง “Angel Team” ขึ้น เพื่อให้มีหน้าที่ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งพนักงานในทีม เป็นผู้พร้อมด้วยประสบการณ์การบริการ ผ่านการอบรมหลักสูตร “ฟังด้วยความเข้าใจ และใช้ใจบริการ” มีคุณสมบัติ คือ มีความใจเย็น และสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกค้ามีความสบายใจตลอดเวลาที่รับบริการ นอกจากนี้ ยังจัด Workshop ที่ AIS Shop ทั่วประเทศตลอดทั้งปีมากกว่า 600 Workshops เพื่อเสริมความรู้ให้ลูกค้าก้าวทันเทคโนโลยียุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งานสมาร์ทโฟน การใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันต่างๆ ตามความสนใจหรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เป็นต้น ทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ AIS ในการพัฒนาบริการมาโดยตลอด เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง AIS ยังไม่หยุดที่จะพัฒนางานบริการด้วยความเข้าใจและใส่ใจ ผสานการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมาเสริมศักยภาพในการให้บริการเพื่อลูกค้าคนพิเศษของเราตลอดไป” นางบุษยา กล่าวสรุป
  7. เอไอเอส ลงนาม MOU ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ในโครงการความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารและ IoT (Intetnet of Things) นายวันชัย ฉันทพัชนี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการด้านเทคนิค ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารและ IoT โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการสนับสนุนความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ส่งเสริมการวิจัย การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ภายใต้การพัฒนาอย่างเหมาะสมต่อไป
  8. AIS คว้ารางวัลชนะเลิศ Call Center ยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวทีระดับเอเชีย-แปซิฟิค เอไอเอส มุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการและการดูแลลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดเวลาที่อยู่กับเอไอเอส โดยได้ออกแบบ Touch point หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น AIS Shop, Serenade Club, ร้าน Telewiz, AIS Buddy, AIS Call Center และแอป my AIS รวมถึงSocial Media ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่กว่า 40 ล้านรายได้อย่างดีเยี่ยม และหนึ่งใน Touch Point สำคัญที่คอยดูแลเคียงข้างลูกค้ามาโดยตลอด นั่นคือ AIS Call Center ซึ่งเป็นช่องทางการให้บริการที่ลูกค้าติดต่อเข้ามามากที่สุด จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน เอไอเอสได้พัฒนาการให้บริการของคอลล์ เซ็นเตอร์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในการตอบคำถามของลูกค้าได้แม่นยำ ตรงตามความต้องการ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาพัฒนาศักยภาพการให้บริการในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความสามารถของระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) ที่สามารถกล่าวทักทายชื่อของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Greeting) เมื่อลูกค้าติดต่อเข้ามา, การแนะนำแพ็คเกจที่เหมาะสมต่อการใช้งานของลูกค้า รวมถึงบริการสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องกดปุ่ม ผลจากการทุ่มเทเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากที่สุด ทำให้ในปีนี้ AIS Call Center ได้รับรางวัลชนะเลิศถึง 2 รางวัล จากเวทีระดับ International CRE & CSQS Leadership summit 2018 ที่จัดขึ้นโดยสถาบัน Asia Pacific Customer Service Consortium (APCSC) ได้แก่ รางวัล “Contact Center of the Year” จากการที่ AIS Call Center นำนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ มายกระดับคุณภาพการให้บริการ สู่การบริการที่ มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานระดับสากล และรางวัล “CEO of the Year Award” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารขององค์กร โดยพิจารณาจากการที่ ผู้บริหาร AIS Call Center มีวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ APCSC เป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมด้านการบริการ และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าขององค์กรธุรกิจให้ได้มาตรฐานระดับสากล (Global standard Benchmarking) โดยจัดให้มีการมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานธุรกิจหรือองค์กรที่โดดเด่นด้านคุณภาพงานบริการและความเป็นเลิศด้านการดูแลลูกค้า ซึ่งได้เริ่มกำหนดมาตรฐานและจัดการประกวดรางวัลในแต่ละสาขาของงานบริการตั้งแต่ปี 2002 โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 100 บริษัท จากประเทศต่างๆ อาทิ ฮ่องกง, จีน และ ไต้หวัน ฯลฯ ที่ผ่านมา AIS Call Center ได้รับรางวัลจากสถาบัน APCSC ถึง 3 รางวัลด้วยกัน ได้แก่ ปี 2013 ได้รับรางวัล Contact Center of the Year for Telecommunication, ปี 2014 ได้รับรางวัล Best Customer Management of the Year และปี 2015 ได้รับรางวัล Best Social Media Program of the Year จึงเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับ 1 ในด้านงานบริการและการดูแลลูกค้าที่ดีที่สุด
  9. เอไอเอส ส่งเสริมศักยภาพอสม.ให้ก้าวสู่ อสม. 4.0 จับมือกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดโครงการ “ประกวดการใช้งานแอปฯอสม.ออนไลน์ ปีที่ 2” เอไอเอส สานต่อความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดโครงการ “ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ปีที่ 2” เพื่อส่งเสริมศักยภาพของ อสม.ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปช่วยดูแลสุขภาพคนในชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเชิญชวนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดฯ เพื่อก้าวสู่การเป็นอสม. 4.0 พร้อมรับเงินสนับสนุน “ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข” มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท นางวิไล เคียงประดู่ หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลขององค์กร ร่วมสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศชาติใน 4 ด้านอันเป็นพื้นฐานหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งการศึกษา การเกษตร สาธารณสุขและการพัฒนาส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Digital for thais” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของภาครัฐ แกนหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศคือด้านสาธารณสุขชุมชน ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ถือเป็นบุคลากรสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการทำงาน เอไอเอส จึงได้พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขผ่าน “แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” เครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกของหน่วยบริการสุขภาพ รพ.สต.และ อสม. ด้วยการสื่อสารข้อมูล ภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ และพิกัดแผนที่ ระหว่างสมาชิกในเครือข่าย เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสาร และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวด้านสาธารณสุขภายในชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ฉับไว ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์ในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของอสม.ให้มีความรู้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในงานสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เพื่อก้าวไปสู่ อสม.ยุค 4.0 เอไอเอส จึงได้ร่วมมือกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการ ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเชิญชวนหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิที่มีเครือข่ายอสม.ทุกแห่งทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดเพื่อรับเงินรางวัลสนับสนุน “ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข” มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแบ่งรางวัล เป็น 2 ระดับ ได้แก่ รางวัลดีเด่นระดับประเทศ รางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล และรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด รางวัลละ 40,000 บาท จังหวัดละ 2 รางวัล เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2561 สำหรับเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากจำนวนการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน 2561 และรายงานเชิงคุณภาพจากการนำแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ไปใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งจะประกาศผลรางวัลผู้ชนะในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 สำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต.ที่สนใจเข้าร่วมประกวดฯ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/aorsormor และFacebook Fanpage อสม.ออนไลน์ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.06 2520 1999
  10. AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท ลูกค้ามือถือ 4G คิดเป็น 50% ลูกค้าเน็ตบ้าน 571,800 ราย 10 พฤษภาคม 2561: AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาสก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมต่อยอดธุรกิจดิจิทัลร่วมลงทุนใน Rabbit LINE Pay นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งสินค้าและบริการ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2561 AIS ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ตามวิสัยทัศน์สู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย เห็นได้จากการลงทุนร่วมกับRabbit LINE Pay ในสัดส่วน 33.33% หรือคิดเป็นมูลค่า 788 ล้านบาท เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม e-Money ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นกลไลสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล นอกจากนี้ AIS ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเติบโตของลูกค้าองค์กร ด้วยการผนวกธุรกิจของซีเอส ล็อกอินโฟร์ รวมถึงยังได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์และสัญญาใช้บริการข้ามโครงข่ายบนคลื่น 2100 MHz กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น สำหรับภาพรวมในไตรมาส 1/2561AIS มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้หลักจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน และ 2.5% จากไตรมาสก่อน จากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre โดยมีผู้ใช้งานมือถือ 4G คิดเป็นสัดส่วน 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 40.1 ล้านเลขหมาย การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 6.7กิกะไบต์ต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากความนิยมในการรับชมวิดีโอคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านAIS Fibre ได้เน้นการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ตัวเมือง 50 จังหวัด และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 571,800 ราย ขณะที่รายได้จาก AIS Fibre เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 85% จากปีก่อนและ 6.0% จากไตรมาสก่อน เอสำหรับดิจิทัลคอนเทนต์ นอกจากพรีเมียมคอนเทนต์และฟรีทีวีกว่า 100 ช่องแล้ว AIS ได้เพิ่มช่องใหม่ ได้แก่ ช่อง CNN และช่อง Cartoon Network เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและข่าวสารรอบโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอป AIS PLAY บนมือถือ และ AIS PLAYBOX ทางทีวี ทั้งนี้ จากการควบคุมต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% จากทั้งปีก่อนและ 4.4% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 8,037ล้านบาท ทั้งนี้ ในภาพรวมปี 2561 AIS ได้คงคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่ 7-8 % และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ที่ 45-47% พร้อมจัดสรรงบลงทุนมูลค่า 35,000–38,000 ล้านบาท ในการพัฒนาคุณภาพและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น “AIS ยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย และการบริการที่ดีที่สุด เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและเสริมขีดความสามารถให้แก่คนไทย รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยั่งยืน” นายสมชัย กล่าวสรุป
  11. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) รับมอบ อุปกรณ์ดับไฟป่า จากเอไอเอส เพิ่มเติม สนับสนุนภารกิจทหารป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พลโท สมพงษ์ แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 3 มอบหมายให้ พ.อ.อนุสรณ์ สิงห์โต รองเสนาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ผู้แทน รับมอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า เพิ่มเติม จำนวน 100 ชุด มูลค่ารวม 1 แสนบาท จาก นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจทหารในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ณ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ป.พัน.7 ค่ายพระปิ่นเกล้า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รองเสนาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ขอขอบคุณ ผู้บริหารของเอไอเอส อีกครั้งที่เห็นความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดย ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) จะได้มอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า ให้กับชุดรณรงค์และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่ดูแลพื้นที่จังหวัดตาก ประกอบด้วยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ( ฉก.ร.14 ), ร้อย ร1413 , ร้อย ร.432 และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 (ฉก.ทพ35) เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ส่วนแยกที่จังหวัดตาก และแม่ฮ่องสอน เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยได้สั่งการให้ทหาร ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง จัดทำแนวกันไฟ สร้างฝายพื้นที่ต้นน้ำ ตลอดจนการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟป่า และร่วมดับไฟในพื้นที่เกิดเหตุ จำนวนกว่า 2,800 ครั้ง นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “สังคมไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” โดยเฉพาะการมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือ รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สังคมไทยจึงได้สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) เพิ่มเติม จำนวน 100 ชุด ประกอบด้วย ถังน้ำพลาสติกขนาด 20ลิตร พร้อมสูบมือ , ที่ตบไฟแบบสายพาน และครอบดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจของทหารและเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน โดยหวังว่าชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพในอนาคต #ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า #AIS
  12. 10 เมษายน 2561: เอไอเอส สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า ให้แก่กองทัพภาคที่ 3 สนับสนุนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วภาคเหนือ นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคหนือ เอไอเอส มอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า จำนวน 100 ชุด พร้อมน้ำดื่ม มูลค่ารวม 1 แสนบาท แก่กองทัพภาคที่ 3 เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วภาคเหนือ โดยมี พลโท สมพงษ์ แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ค่ายพระปิ่นเกล้า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  13. เอไอเอส ประกาศความพร้อมเครือข่ายรับสงกรานต์ จัดเต็มสัญญาณแรงข้ามภพข้ามชาติ!! เสริมทัพทีมวิศวกร และคอลเซ็นเตอร์ ดูแลชาวสยามประเทศตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบประกันอุบัติเหตุตลอดเทศกาลให้ลูกค้าเอไอเอส ฟรี! (4 เมษายน 2561) เอไอเอส ประกาศความพร้อมเครือข่ายทั้งสยามประเทศรับเทศกาลปีใหม่ไทย คาดเทรนด์แต่งกายชุดไทย และท่องเที่ยวย้อนยุค ฟื้นสงกรานต์ทั่วประเทศคึกคัก มั่นใจสัญญาณแรงข้ามภพข้ามชาติ!! จัดเต็มเพิ่มความสามารถรองรับการใช้งานเครือข่าย NEXT G, 4G, 3G และ AIS SUPER WiFi บริเวณสถานที่จัดงานสงกรานต์หลักทั่วประเทศอีก 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติ เสริมทัพวิศวกรดูแลเครือข่าย และบริการดิจิทัลเต็มกำลังให้ทุกการโพสต์ โหลด แชร์ ช้อป เป็นไปอย่างราบรื่น และให้ลูกค้าอุ่นใจกับทีมคอลเซ็นเตอร์ 1175 และโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ที่พร้อมให้บริการด้วยใจตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ คุ้มครองทั่วโลกให้ลูกค้าเอไอเอส ฟรี 1 เดือน เอไอเอสพร้อมดูแลความสุขคนไทยทั่วประเทศให้ใช้งานเครือข่ายได้เร็ว แรง สามารถติดต่อสื่อสาร, แชร์บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์สุดคึกคักทั่วไทยผ่านโซเชียลมีเดีย รวมทั้งใช้จ่ายผ่าน E-Wallet อย่างไม่มีสะดุด โดยเพิ่มสถานีฐานชั่วคราว และเพิ่มความสามารถรองรับการใช้งานบริเวณจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์, สถานีขนส่งมวลชน และเส้นทางหลวงทั่วประเทศ 3 เท่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 11 เมษายน 2561 ที่ลูกค้าเริ่มเดินทาง และต่อเนื่องตลอดช่วงวันหยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เมษายน 2561 โดยเน้นบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ,งานสงกรานต์กรุงเก่า อยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง สมุทรปราการ, , งานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงเก่าสุโขทัย, งานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ สงขลา และสถานที่จัดงานสงกรานต์ทั่วกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ เอไอเอสยังมอบความห่วงใยให้ลูกค้า ทั้งรายเดือนและเติมเงิน ที่ลงทะเบียนในนามบุคคล ได้อุ่นใจตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ โดยร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และซิกน่า ประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ(ไมโครอินชัวรันส์) คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ฟรี 1 เดือน ด้วยทุนประกันสูงสุด 100,000 บาท ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และทุพพลภาพเนื่องจากอุบัติเหตุ ลูกค้าเอไอเอสสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียง กด *858# โทรออก รับสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2561 (เริ่มต้นคุ้มครองตั้งแต่วันที่ลงทะเบียน คุ้มครองนาน 1 เดือน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/freePA ทั้งนี้คาดการณ์ว่าช่วงสงกรานต์ปี 2561 จะมีการใช้งาน Data ทั้งในและต่างประเทศสูงขึ้นอีก ณ สถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ และเมืองท่องเที่ยวยอดฮิต จากพฤติกรรมการใช้งาน Mobile Internet ของคนไทยที่โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวย้อนยุค และโบราณสถาน โดยสถิติการใช้งาน Data ช่วงสงกรานต์ปี 2560 ที่ผ่านมา ภายในประเทศ เพิ่มขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าจากช่วงเวลาปกติ โดยเฉพาะบริเวณจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลักที่มีประชาชนร่วมเล่นน้ำหนาแน่น, บริเวณสถานีขนส่งมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งเส้นทางหลวงมุ่งสู่ภาคเหนือ และภาคอีสาน นอกจากนี้การใช้งานในต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุด 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศยอดนิยมได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น #AIS #แรงข้ามภพข้ามชาติ #สงกรานต์อุ่นใจ #วิศวกรคิ้วท์บอย #คอลเซ็นเตอร์คิ้วท์เกิร์ล เงื่อนไขการรับประกัน 1. ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปี บริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย และถือสัญชาติไทย 2. เริ่มต้นคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่ลูกค้ากดรับสิทธิ์ และลงทะเบียน จนถึงวันที่สิ้นสุดความคุ้มครอง 30 วัน เวลา 16.30 น. และไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ 3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การให้ความคุ้มครองโครงการนี้กับลูกค้าปัจจุบันของเอไอเอสเท่านั้น 4. สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอสจดทะเบียนในนามบุคคล 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น 5. ลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ได้ในขณะอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น 6. เงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  14. สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS คว้ารางวัล Champion จากเวทีระดับโลก WSIS PRIZES 2018 ที่จัดขึ้นโดย ITU และ UN นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย ในฐานะองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียว ที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก WSIS PRIZES 2018 ที่จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกสูงสุด นั่นคือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) หรือ ITU และองค์การสหประชาชาติ (United Nations) หรือ UN โดย โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS ได้รับการโหวตจากสมาชิก WSIS กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 ในหมวดที่ 16 Media จากการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอซีที และสื่อดิจิทัลด้วยความสร้างสรรค์ เท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของคนไทยที่ทำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย และถือเป็นกำลังใจให้กับ AIS และทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังทุกๆ คน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อสังคมมาตลอดกว่า 18 ปี รางวัล WSIS PRIZES 2018 เป็นการมอบรางวัลให้กับโครงการที่มีความโดดเด่นด้านการสร้าง ประยุกต์ใช้งาน ส่งเสริม และเป็นแบบอย่างให้เกิดความร่วมมือในระดับโลก ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของ AIS ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน” ความสำคัญของรางวัลดังกล่าว เกิดขึ้นจากที่ UN ได้ประกาศ “วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030” (The 2030 Agenda for Sustainable Development) รวมถึงวางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs รวม 17 ข้อ ไว้เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558 โดยวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 และ SDGs จะเป็นทิศทางพัฒนาของนานาประเทศ รวมถึง ประเทศไทย โดยในปีนี้ การประกวดรางวัล WSIS PRIZES ได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก มีโครงการส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากถึง 685 โครงการ จาก 18 หมวด และมีจำนวน 492 โครงการ ที่ผ่านเข้ารอบจากวิธีการโหวตโดยสมาชิก WSIS กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก จากนั้น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเพียงหมวดละ 5 โครงการ โดยผลการตัดสินปรากฎว่า โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS (Sarnrak – Good Kids, Great Heart : The Influence ICT, Media, and Contents for Inspiring Ethics) ได้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 ในหมวดที่ 16 Media จากการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอซีที และสื่อดิจิทัลด้วยความสร้างสรรค์ เท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ซึ่งถือเป็นองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียว ที่สามารถคว้ารางวัลจากเวทีที่จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การที่โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS ได้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 เกิดจากการดำเนินโครงการที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานกว่า 18 ปี และคนทั่วไปยอมรับว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการอย่างแท้จริง โดย AIS ได้นำเทคโนโลยีไอซีทีและสื่อดิจิทัล เข้ามาเป็นสื่อกลางขยายการรับรู้และเผยแพร่เรื่องจริงของเด็กเก่งที่สู้ชีวิตผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงในจำนวนมาก และเกิดเป็นกระแสส่งต่อเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนขยายผลเป็นการช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และสาธารณชน อาทิ การบริจาคเงินทุนการศึกษา บริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น รวมทั้ง ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสที่ดีในสังคมต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้ให้การสนับสนุนบริจาคเงินมากขึ้นจากเดิมที่ใช้เพียงสื่อออฟไลน์ถึง 2 เท่า โดยนับตั้งแต่เปลี่ยนมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 จนถึงปัจจุบัน เด็กคนเก่งบางคนได้รับยอดเงินบริจาคสูงสุดถึง 500,000 บาทเลยทีเดียว จึงถือได้ว่า เป็นการดำเนินโครงการสอดที่รับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ทั้งเรื่อง การขจัดความยากจน (No Poverty) , มีการศึกษาที่เท่าเทียม (Equality Education) , การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) รวมทั้ง การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Reduce Inequalities)” โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ AIS ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เนื่องด้วยเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาในสังคมไทย ยังมีครอบครัวอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสทางสังคมและต้องการความช่วยเหลือ โดย AIS ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน มอบทุนการศึกษาจนจบในระดับปริญญาตรี และมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ และดูแลชีวิตความเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง นำเรื่องราวของเยาวชนซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทยนำไปเผยแพร่ผ่านรายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง บนช่องทาง YouTube (sarnrakais), Facebook (Sarnrakkonkeng) และแอปพลิเคชัน AIS PLAY, AIS PLAYBOX ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 15.00 น.
  15. เอไอเอส บุกตลาดโรมมิ่ง เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้านักเดินทาง เปิดบริการ “ให้เช่า Pocket wifi พร้อมเล่นเน็ตแบบ Non-Stop” 26 มีนาคม 2561 : เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำตลาดโรมมิ่งที่ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางทุกกลุ่ม ด้วยแพ็กเกจและบริการที่หลากหลายและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจโรมมิ่ง, SIM2Fly ซิมโรมมิ่งราคาประหยัด ล่าสุด เพิ่มทางเลือกใหม่ในการใช้เน็ตในต่างประเทศให้กับผู้ใช้มือถือทุกค่าย ด้วยบริการ “ให้เช่า พ็อกเก็ต ไวไฟ พร้อมเล่นเน็ตไม่จำกัด” เริ่มต้นเพียงวันละ 150 บาท ได้รับเน็ตความเร็วสูงสุด 1 GB จากนั้นใช้เน็ตได้ไม่จำกัดที่ความเร็ว 128Kbps โดยสามารถแชร์เน็ตได้สูงสุดถึง 10 เครื่อง และใช้บริการได้ใน 10 ประเทศสุดฮิต ทั้งเอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกา รวมทั้ง อุ่นใจยิ่งกว่า ด้วยบริการดูแลตลอดการใช้งานในต่างแดน โดยทีมเอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ และทีมวิศวกรที่พร้อมตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการใช้งานได้อย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าที่สนใจใช้บริการสามารถเช่าได้ที่ AIS SHOP 17 สาขาในกรุงเทพฯ นางสาวอัศนีย์ วิภาตเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสเล็งเห็นว่า ในตลาดยังมีนักเดินทางที่มองหาการใช้งานเน็ตโรมมิ่งราคาประหยัด แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนซิม รวมถึงผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่ม และต้องการแชร์การใช้เน็ตภายในกลุ่ม ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ เราจึงเปิดให้บริการ เช่าพ็อกเก็ตไวไฟ ที่มาพร้อมซิมและแพ็กเกจเล่นเน็ตไม่จำกัด ครบถ้วนในที่เดียว ในราคาประหยัด สำหรับผู้ใช้มือถือทุกค่าย โดยเราชูจุดเด่นเรื่องของการดูแลที่อุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง หากพบปัญหาการใช้งานในต่างประเทศ สามารถติดต่อเอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเอไอเอสดูแลลูกค้าเหมือนบริการโรมมิ่ง ในขณะที่บริการอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด ใช้ซิมของต่างประเทศในการให้บริการ ทำให้เมื่อพบปัญหาการใช้งาน จะใช้เวลานานในการแก้ปัญหาหรือบางครั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้” ประเทศที่ให้บริการ และอัตราค่าบริการ (รวมVAT) • กลุ่มประเทศที่ 1: ญี่ปุ่น 150 บาท/วัน • กลุ่มประเทศที่ 2: เกาหลีใต้ ไต้หวัน 180 บาท/วัน • กลุ่มประเทศที่ 3: ฮ่องกง มาเก๊า สิงค์โปร์ มาเลเซีย 200 บาท/วัน • กลุ่มประเทศที่ 4: ออสเตรเลีย USA ลาว 350 บาท/วัน หมายเหตุ ค่ามัดจำเครื่อง 1,500 บาท/เครื่อง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานในต่างประเทศ ลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบอินเทอร์เน็ตคงเหลือในแพ็กเกจ หรือเติมเงินด้วยบัตรเครดิต เพื่อซื้อแพ็กเสริมเพิ่มเน็ตที่ความเร็วสูงสุดได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ http://myais.ais.co.th โดยแพ็กเสริมดังกล่าว จะสามารถสมัครได้ในช่วงระยะเวลาที่ได้แจ้งเช่าพ็อกเก็ตไวไฟเท่านั้น ตัวอย่างเช่น กรณีลูกค้าแจ้งเช่าพ็อกเก็ตไวไฟกับทางเอไอเอส วันที่ 1 – 3 มีนาคม ดังนั้นลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเสริมนี้ได้ในวันที่ 1 – 3 มีนาคมเท่านั้น บริการให้เช่าพ็อกเก็ตไวไฟ ที่ AIS Shop 17 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, สยามพารากอน, เทอร์มินอล 21, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, มาบุญครอง, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพระราม 2, เมกาบางนา, เซ็นทรัลเวิลด์, แฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพระราม 9, เดอะมอลล์บางกะปิ, เซ็นทรัลเวสต์เกต, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
  16. AIS เปิดให้บริการ “Zone Alarm” แอปพลิเคชั่นด้านความปลอดภัย ช่วยปกป้องมือถือจากไวรัส และภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์ (13 มีนาคม 2561) ทุกวันนี้ ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส มัลแวร์ มีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คอยรบกวน และสร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนมาโดยตลอด AIS เล็งเห็นจุดนี้ และตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ การดูวิดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ เล่นเกมส์ รวมไปถึงการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่อาจมีไวรัสแอบแฝงมาโดยไม่รู้ตัว AIS จึงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ บริษัท CheckPoint บริษัทชั้นนำด้านซอร์ฟแวร์แอนตี้ไวรัสระดับโลก เปิดให้บริการแอปพลิเคชั่น ZoneAlarm เพื่อช่วยปกป้องสมาร์ทโฟนจากภัยคุกคามไซเบอร์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจ และอุ่นใจในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตอย่างไร้กังวล ด้วยคุณลักษณะเด่นๆ หลายอย่าง ที่ไม่มีในแอปพลิเคชั่นป้องกันไวรัสอื่นๆ ที่เป็นฟรีดาวน์โหลด ได้แก่ 1. สามารถสแกน และตรวจจับพฤติกรรมของแอปพลิเคชั่นที่ใช้อยู่ ว่าเป็นแอปที่ปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากบางแอปฯ ที่โหลดฟรีมา หรืออาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะโหลด อาจจะแอบส่งข้อมูลของคุณออกไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว 2. ตรวจจับไวรัสหรือมัลแวร์ และอัปเดตภัยคุกคามใหม่ๆ อยู่เสมอ ที่อาจมาในรูปแบบของลิงค์หรือ URL โฆษณาต่างๆ จากทาง SMS ทั้งส่วนที่เป็นคอนเทนต์จากบริษัทผู้ให้บริการคอนเทนต์ และไวรัสที่แฝงมากับ SMS เหล่านั้น ZoneAlarm สามารถคัดกรอง SMS ที่มี URL เหล่านั้นได้เพื่อให้ผู้ใช้ได้เห็นก่อนที่จะไปกดลิงค์ 3. ตรวจสอบและแนะนำ Wi-Fi hotspot ที่น่าเชื่อถือ อีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป ถูกแฮกข้อมูลอยู่บ่อยๆ ZoneAlarm จะเข้าช่วยเตือนผู้ใช้กรณีที่เผลอไปใช้งาน Wi-Fi ที่อาจไม่ปลอดภัย บริการ Zone Alarm รองรับบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android สมัครใช้บริการง่ายๆ เพียงกด *689*9# โทรออก ระบบจะส่ง URL link กลับมาทาง SMS จากนั้น กดดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งแอปฯ ไว้ที่เครื่อง ค่าใช้บริการ 39 บาทต่อเดือน รับสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/ZoneAlarm
  17. mPAY ผนึก Rabbit LINE Pay ประกาศร่วมทุนขยายแพลตฟอร์ม e-money ผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด พร้อมส่งโปรโมชั่นรับฟรี 1 GB ส่วนลดหรือรับเงินคืน 10% ให้ผู้ใช้ Rabbit LINE Pay ที่ใช้ผ่านแอพ my AIS ประเทศไทย - วันที่ 5 มีนาคม 2561 - แอดวานซ์ เอมเปย์ (mPAY) บริษัทลูกของ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน หรือ เอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 1 ผนึก Rabbit LINE Pay (RLP) แพลตฟอร์ม e-money และ การชำระเงินผ่านมือถือทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 และ Rabbit ผู้นำด้านไมโครเพย์เมนท์และ mass transit อันดับ 1 วันนี้ประกาศร่วมทุนเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดมุ่งให้ Rabbit LINE Pay ก้าวสู่แพลตฟอร์มการชำระเงินทางมือถืออันดับ 1 ในประเทศไทยภายใน 3 ปี ความร่วมมือแรกที่จะเกิดขึ้นระหว่าง Rabbit LINE Pay และ AIS คือการเชื่อมต่อบนแอพ my AIS โดย Rabbit LINE Pay จะเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินบนมือถือเจ้าเดียวบนแอพ my AIS เพื่อให้ผู้ใช้สามารถชำระบิลต่างๆ ผ่านทาง Rabbit LINE Pay โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครคิตหรือบัตรเดบิตของผู้ใช้ และการย้ายฐานลูกค้าของ mPay มาเป็นฐานลูกค้าของ Rabbit LINE Pay รวมถึงการชำระเงินของลูกค้าระบบเติมเงิน ลูกค้าระบบรายเดือน ลูกค้า เอไอเอส ไฟเบอร์ การชำระค่าบัตรเครดิต และการชำระค่าสาธารณูปโภค รวมกว่า 200 รายการจะสามารถจ่ายผ่านช่องทาง Rabbit LINE Pay ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือของลูกค้า AIS ให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นเมื่อจ่ายทางแอพ myAIS นอกจากนี้ลูกค้า AIS ยังสามารถใช้ e-Wallet ของ Rabbit LINE Pay ผ่านทุกช่องทางของ AIS ทั่วประเทศ ทั้ง ศูนย์บริการ AIS ศูนย์บริการ Serenade ร้าน Telewiz ตู้เติมเงิน AIS และ mPayสเตชั่น รวมถึงผู้ใช้บริการ Rabbit LINE Pay ยังสามารถ เติมเงินเข้า กระเป๋าเงิน Rabbit LINE Pay ผ่านทุกช่องทางของ AIS ทั่วประเทศ ทั้ง ศูนย์บริการ AIS ศูนย์บริการ Serenade ร้าน Telewiz ทั่วประเทศ โปรโมชั่น Rabbit LINE Pay และ AIS ส่งโปรโมชั่นพิเศษฉลองการร่วมทุน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม - 31 สิงหาคม 2561 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.ลูกค้า AIS ระบบรายเดือน และระบบเติมเงิน ที่ได้ชำระบิล หรือ ได้รับการเติมเงินผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay เป็นครั้งแรก จะได้รับดาต้าฟรี 1GB เป็นเวลา 7 วัน 2. ลูกค้า AIS ระบบเติมเงิน ที่เติมเงิน เอไอเอส วัน-ทู-คอล! ผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay จะได้รับเงินคืน 10% (สูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน) 3. ลูกค้า AIS ระบบรายเดือน หรือ AIS ไฟเบอร์ ผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay จะได้รับส่วนลด 10% (สูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน) นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธากรรมการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือ การสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นความร่วมมือในรูปแบบของการเข้ามาร่วมลงทุนใน แรบบิทไลน์เพย์ ผ่านทาง เอ็มเพย์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านการมีตัวแทนเติมเงินทั่วประเทศ การมีช่องทางชำระค่าใช้จ่ายและค่าสาธารณูปโภคครบถ้วนที่สุด พร้อมทั้งเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมสูงสุด เมื่อผนวกเข้ากับไลน์ เพย์ บน ไลน์ แอพพลิเคชั่น ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มชำระเงินอิเล็กทรอนิคส์ และแมสเสจจิ้ง รวมถึงแรบบิท ที่มีขีดความสามารถด้านระบบชำระทั้งออนไลน์/ออฟไลน์ และระบบขนส่งมวลชน จะทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ ยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าเอไอเอสและคนไทยทุกคนไปอีกขั้น จากบริการใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้นจากวันนี้เป็นต้นไป” คุณเนลสัน เหลียง, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ แรบบิท และ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด มหาชน กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นผู้นำในธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน แรบบิทคือผู้ให้บริการการชำระเงินในรูปแบบ ไมโคร เพย์เมนท์ หรือ micro-payment อันดับ 1 ในกรุงเทพด้วยสมาชิกบัตรแรบบิทกว่า 8.5 ล้านคน เราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นไลน์ ประเทศไทย ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่คนทั้งประเทศใช้งานและมีแอพพลิเคชั่นไลน์เพย์อยู่ในโทรศัพท์ของทุกคน เอไอเอสผู้นำระบบสื่อสาร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและมีลูกค้ากว่า 40 ล้านคน บีทีเอส ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าครอบคลุมการคมนาคมทั่วกรุงเทพฯ และบัตรแรบบิท ที่มีฐานข้อมูลสมาชิกและร้านค้าต่างๆ มากมาย การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เราเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของการให้บริการทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ที่สามารถผลักดันสังคมไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด cashless society ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่ภาครัฐตั้งใจขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน” คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าว “การก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดหรือ cashless society สามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ใช้เสมือนพกเงินสดไปทุกที่ ยังช่วยลดปัญหาอีกด้วยเนื่องจาก 87% ของคนไทยไม่มีบัตรเครดิตและยังเข้าถึงทางการเงินไม่สะดวก ทำให้การชำระเงินผ่านมือถืออย่าง Rabbit LINE Pay สามารถช่วยแก้ปัญหาในข้อนี้ได้ ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้มาเป็นแบบไม่ใช้เงินสดหรือ cashless จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเชื่อมั่นว่าพันธมิตรในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น AIS ที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออันดับ 1 Rabbit ที่เป็นผู้นำด้านไมโครเพย์เมนท์และ mass transit อันดับ 1 และ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 จะผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดได้จริง โดย 1. เพิ่มช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย:แอพ my AIS, Rabbit LINE Pay และ LINE (บนออฟฟิเชียลแอคเคาท์ของ AIS) 2. เป็นช่องทางการจ่ายเงินของชีวิตประจำวัน: สามารถจ่ายบิลได้หลายรายการ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สั่ง LINE MAN จ่ายค่าโดยสารของ LINE TAXI 3. มีโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้ใช้ได้ลอง ซึ่งการร่วมมือของ AIS, RLP และ LINE จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น cashless society ให้คนไทยก้าวสู่ยุค Thailand 4.0 และมุ่งปั้น Rabbit LINE Pay ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินทางมือถืออันดับ 1 ในประเทศไทย”
  18. เอไอเอส ย้ำวิสัยทัศน์พร้อมเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ยกระดับสู่ไทยแลนด์ 4.0 ประกาศเปิดตัว 3 แพลตฟอร์ม IoT, VDO,VR เปิดโอกาสใหม่ในการขายคอนเทนต์ของศิลปินไทย สร้าง IoT Ecosystem หนุนอุตสาหกรรมดิจิทัล 21 กุมภาพันธ์ 61 : เอไอเอส ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน พร้อมก้าวสู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งแก่ประเทศ - เพราะ IoT จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่พลิกโฉมการใช้ชีวิต ตลอดจนรูปแบบการให้บริการ การบริหารจัดการองค์กรจากทั้งภาครัฐและเอกชนไปอีกขั้น เอไอเอสจึงเตรียม 2 เครือข่ายเพื่อ IoT โดยเฉพาะคือ Narrow Band IoT และ eMTC - Enhance Machine Type Communication เริ่มต้นทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ 9 จังหวัด รวมไปถึงยกระดับเครือข่าย Data ทั่วประเทศสู่ Next G Network ที่รองรับการใช้งานระดับ 1 GB - เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เอไอเอส จึงประกาศเจตนารมณ์ การเป็น Digital Platform for Thais ด้วยการเปิดตัว 3 แพลตฟอร์ม คือ 1. AIS IoT Alliance Program (AIAP) 2. VDO Platform “Play 365” 3. VR Content Platform เพื่อเป็นแกนกลางสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพัฒนาบริการตอนนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเน้นการยกระดับขีดความสามารถและสร้างโอกาสใหม่ๆ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวในงานสัมมนา “Digital Intelligent Nation 2018” ว่า “จากความพร้อมของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ภาครัฐ และเอกชนได้ร่วมกันพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภค ตลอดจนรูปแบบการบริหารจัดการองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถเริ่มใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิต และการดำเนินกิจการเทียบเท่ากับระดับสากล ทำให้ปีนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่เราคนไทยจะต้องผนึกกำลังสร้างสรรค์ Digital Platform เพื่อประเทศไทย อันจะเป็นการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลภาพรวมได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” “ปี 2560 ที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเติบโตถึง 4%(สูงกว่า GDP), อัตราการเติบโตของการใช้งานเฉลี่ย Mobile Internet ต่อบุคคล เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับปี 2559, โดยปี 2560 ที่ผ่านมาคนไทยใช้งานดาต้ามากถึง 7.3 GB ต่อคนต่อเดือน และใช้เวลาอยู่บน Social Network เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% คือ วันละประมาณ 4.8 ชั่วโมง, มากกว่า 41 ล้านคนชม VDO Streaming บนมือถือ โดย 80% ส่วนใหญ่ เป็น Local Content, องค์กรเริ่มหันใช้ Cloud เป็นมาตรฐานใหม่ในการยกระดับการบริหารจัดการ ซึ่งในส่วนของ เอไอเอสเอง ได้พัฒนาเครือข่ายและบริการเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมงบลงทุนด้านเครือข่ายกว่า 35,000 - 38,000 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายมือถือสู่ Next Generation ที่รองรับความเร็วถึง 1 GB, การขยายเครือข่าย NB-IoT และ eMTC เพื่อรองรับ IoT และเอไอเอส ไฟเบอร์ รวมถึงการนำ VDO Content ใหม่ๆ ทั้งจากระดับโลก อย่างซีเอ็นเอ็น และการ์ตูนเน็ตเวิร์ค รวมไปถึงจากสุดยอดผู้ผลิต Content ของไทยเช่นกัน ตลอดจนการเข้าไปซื้อหุ้นซีเอสล็อกซ์อินโฟ ก็จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กรให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย” นายสมชัย กล่าวย้ำว่า “การเติบโตเพียงอุตสาหกรรมสื่อสาร ไม่อาจช่วยยกระดับประเทศให้แข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นภาคเอกชนจึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform เพื่อประเทศไทย ในฐานะแกนกลางสนับสนุน เชื่อมต่อทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานร่วมกันในลักษณะของ Ecosystem เพื่อขยายขีดความสามารถเหล่านั้นผ่านดิจิทัลสร้างการเติบโตสู่ทุกภาคส่วนของประเทศ โดยเริ่มต้นใน 3 แพลตฟอร์มสำคัญ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย 1. AIS IoT Alliance Program – AIAP : โครงการความร่วมมือของสมาชิก 70 รายจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี IoT ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย ผู้ผลิตเทคโนโลยี นักพัฒนาอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ ทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ, Product, Service หรือ Solution เพื่อให้เกิดการพัฒนา IoT Solution/Business Model ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ขยายประโยชน์สู่ภาคประชาชน เสริมการบริหารจัดการในทุกภาคส่วน 2. The Play 365 : Local VDO Platform ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน สื่อมวลชน นักสร้างสรรค์ Content ทุกวงการสามารถนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยทุกคน พร้อมโครงสร้างรายได้และโมเดลที่เหมาะสม สอดคล้องกับตัวเลขผู้ชมที่แท้จริง 3. AIS IMAX VR : VR Content Platform ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนา VR Content สามารถเรียนรู้จากผู้ผลิต VR อันดับหนึ่งของโลกอย่าง IMAX พร้อมโครงการ VR Content Creator Program ที่เอไอเอสได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีของการสร้าง Content VR ให้กับอุตสาหกรรม “เอไอเอสเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า นี่คือหนทางสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และจะสามารถช่วยสนับสนุนเป้าหมายของภาครัฐในการนำพาประเทศไทยสู่ ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมขีดความสามารถทางการแข่งขันที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือ” นายสมชัยย้ำตอนท้าย หมายเหตุ : เครือข่าย eMTC - enhanced Machine-Type Communication เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเครือข่ายมาตรฐาน ที่ควบคู่กับเทคโนโลยี NB-IoT โดยมีคุณสมบัติเสริมซึ่งกันและกัน อาทิ eMTC สามารถสนับสนุนการใช้งาน IoT แบบเคลื่อนที่ เช่น Connected Car รวมถึงสามารถรับ/ส่ง ข้อความเสียงในอุปกรณ์ IoT ยุคใหม่ๆ ได้อีกด้วย ในขณะที่ NB-IoT จะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานของอุปกรณ์และสามารถสื่อสารได้ในระยะไกล อย่างไรก็ตามด้วยมาตรฐาน 3GPP ได้ออกแบบให้ eMTC และ NB-IoT สามารถใช้งานร่วมกับ 5G ในอนาคตด้วย จึงมั่นใจได้ว่า จะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ในระยะยาว Fact Sheet : AIAP AIS IoT Alliance Program ที่มา เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการนวัตกรรมเครือข่าย และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี IoT ซึ่งจะเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาประเทศให้ขับเคลื่อนตามนโยบาย Thailand 4.0 อย่างยั่งยืน เอไอเอสจึงเป็นตัวกลางเดินหน้าจับมือกับพันธมิตรใน IoT Ecosystem ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้พัฒนาซอฟแวร์ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน รวมถึงบุคคลที่มีความสนใจ ในการพัฒนาหรือมองหา Solution เพื่อร่วมกันนำเทคโนโลยี IoT มาผลักดัน และสนับสนุนให้ทุกอุตสาหกรรมภายในประเทศเกิดการพัฒนาขีดความสามารถทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน AIAP : AIS IoT Alliance Program โครงการความร่วมมือของสมาชิกทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสนใจในเทคโนโลยี IoT ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักพัฒนาอุปกรณ์ และซอฟท์แวร์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ, Product, Service หรือ Solution เพื่อให้เกิดการพัฒนา IoT Solution/Business ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ใครบ้างที่จะสามารถเข้าร่วม AIAP Government Agency/ Smart City Startups / Local Community Developers/ Makers Vender / Resellers Solution Providers Solution Integrators Technology Product and Service Provider สมาชิกได้ประโยชน์อะไรบ้าง AIS IoT Ecosystem ร่วมสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรใน IoT Ecosystem ผ่าน AIAP เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง และสนับสนุนให้เกิดการนำ IoT มาสร้างประโยชน์ในประเทศไทยได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม Technical Knowledge เข้าร่วมอบรม, สัมมนา และเวิร์กช็อปเกี่ยวกับ IoT Device, IoT Network และ IoT Application พร้อมทั้งความรู้ออนไลน์ที่สมาชิกสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา Technical and Business Development ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคและธุรกิจ เพิ่มศักยภาพให้สมาชิกสามารถต่อยอดธุรกิจได้ ร่วมพัฒนาอุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์กับ AIS ออกสู่ตลาดจริง Device /Solution Certify Program โปรแกรมทดลองการเชื่อมต่ออุปกรณ์และโซลูชันส์ บนเครือข่ายจริงของ AIS เพื่อทดสอบการใช้งาน และตรวจสอบคุณภาพต่างๆ ก่อนออกสู่ตลาด IoT Development Infra AIS จัดเตรียมอุปกรณ์ชุดพัฒนาบนเครือข่าย NB-IoT Development Kit เพื่อให้สามารถทดลองเขียนโปรแกรม และใช้งานได้ทันที AIS IoT Events / Market Place เปิดพื้นที่แสดงผลงาน แลกเปลี่ยนไอเดีย และพบปะกันของสมาชิกและพันธมิตรใน AIAP IoT Business Matching Program จัดโปรแกรมจับคู่ทางธุรกิจสำหรับสมาชิก และพันธมิตร AIAP สามารถมองหาอุปกรณ์ และโซลูชันส์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ซึ่งกันและกัน เพื่อต่อยอดทางด้านธุรกิจต่อไป อยากเป็นส่วนหนึ่งของ AIAP ? สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก AIAP ผ่านเว็บไซต์ www.ais.co.th/AIAP ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
  19. เอไอเอส ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เทิร์นเนอร์ เปิดตัว 2 สุดยอดคอนเท็นต์ระดับโลก “ซีเอ็นเอ็น” และ “การ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ชมได้แล้ววันนี้ผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX 15 กุมภาพันธ์ 2561 : เอไอเอส ผนึกกำลัง เทิร์นเนอร์ เอเชีย แปซิฟิค เปิดตัว 2 ช่องชั้นนำระดับโลกจาก สหรัฐอเมริกาเพื่อคนไทย ประเดิมด้วยสถานีข่าวอันดับหนึ่งของโลก “ซีเอ็นเอ็น” ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร และการรายงานสดจากทุกมุมโลก ให้คนไทยไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานพิเศษ และการวิเคราะห์เจาะลึก นอกจากนี้ยังเปิดโลกความบันเทิง เสริมจินตนาการสุดสร้างสรรค์แก่เยาวชนไทย กับ “ช่องการ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ที่รวมเหล่าการ์ตูนชื่อดัง อาทิ Ben 10, The Amazing World of Gumball ,Adventure Time , Powerpuff Girls, OK K.O.! Let’s Be Heroes and We Bare Bears มาให้เยาวชนได้ติดตามแบบเต็มอิ่ม สุดยอดคอนเท็นต์ทั้ง 2 ช่อง จะมาเติมเต็มให้ภาพรวมของคอนเท็นต์บน แอป AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAYBOX มีความครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม โดยล่าสุดเอไอเอสมีจำนวนคอนเท็นต์ทั้งหมดถึง 42 ช่อง และทำให้ปัจจุบันเทิร์นเนอร์มีช่องฮิตบน AIS PLAY ถึง 6 ช่อง คือ Warner TV,HLN ,Boomerang โดยล่าสุดคือ ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวิร์ค พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสดู 2 ช่องใหม่ “ซีเอ็นเอ็น” และ “การ์ตูน เน็ตเวิร์ค” ได้ฟรี 7 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.พ. 61 ผ่านทางแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับค่ายเทิร์นเนอร์ นำสุดยอดคอนเท็นต์ระดับโลกทีเดียวถึง 2 ช่อง มอบให้แก่ชาวไทย คือ 1. ซีเอ็นเอ็นที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานีข่าวอันดับ 1 ของโลก เข้าถึงประชากรกว่า 425 ครัวเรือนทั่วโลก และด้วยทีมข่าวมืออาชีพที่ประจำอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ซีเอ็นเอ็น สามารถพาเราเข้าถึงทุกความเคลื่อนไหว ทุกเหตุการณ์สำคัญจากทุกมุมโลกตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการรายงานข่าวสดจากเทคโนโลยีทันสมัย เจาะลึกยิ่งกว่าใคร และ 2. การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ช่องความบันเทิงสุดน่ารัก ที่มอบทั้งความสุข เสียงหัวเราะ พร้อมเปิดโลกทัศน์ เสริมจินตนาการให้แก่เยาวชนไทยได้อย่างดี โดยเราต้องขอบคุณค่ายเทิร์นเนอร์ที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในคุณภาพของวีดีโอแพล็ทฟอร์ม และเครือข่ายจากเอไอเอส ว่าพร้อมจะเข้าถึงคนไทย เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ครบถ้วนให้แก่คนไทยได้ตามที่ตั้งใจไว้” ซีเอ็นเอ็นและการ์ตูนเน็ตเวอร์ค พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้ ที่แอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX สำหรับช่องซีเอ็นเอ็น สามารถรับชมได้ที่แอป AIS PLAY ผ่านแพ็กเกจ Premier Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่านแพ็กเกจ Platinum Full HD ส่วนช่องการ์ตูนเน็ตเวอร์ค Cartoon Network สามารถรับชมได้ที่แอป AIS PLAY ผ่านแพ็กเกจ Premier Full HD และ Sportainment Full HD และ กล่อง AIS PLAYBOX ผ่านแพ็กเกจ Platinum Full HD และ Family Full HD ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/aisplay
  20. AIS ต้อนรับวันแห่งความรัก 💕ในเทศกาลวาเลนไทน์ เลิฟ A : มอบตุ๊กตาน้องอุ่นใจ Valentine Limited Edition สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการที่เอไอเอสช๊อปทุกสาขา เพียงดาวน์โหลดแอป : MY AIS App หรือ สมัครบริการ e-Bill เลิฟ B : ช๊อปของขวัญวันแห่งความรักราคาพิเศษ ผ่านแอป "ร้านฟาร์มสุข" เพียง 1 บาท คลิกเลิฟที่นี่ : https://goo.gl/AdXxB7 เลิฟ C : เปิดเบอร์ใหม่ช่วงอินเลิฟ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ที่ AIS Shop และร้าน Telewiz ทุกสาขา รับ Surpise Gift ตั้งแต่ 12-18 กพ.นี้เท่านั้น
  21. เอไอเอส ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนโครงการ CMU Smart City Clean Energy 12 กุมภาพันธ์ 2561 : นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ตามโครงการ CMU Smart City Clean Energy ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการสนับสนุนความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์และเทคโนโลยีในการสร้าง Smart City รวมถึงเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ส่งเสริมการวิจัย การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างเหมาะสมต่อไป
  22. เอไอเอส ร่วมสนับสนุนงาน TEDx Chiangmai2018 โชว์เครือข่ายอัจฉริยะรับยุค Internet of Things (IoT) สนับสนุนแนวคิด Our Common Future เชื่อมโยงโลกอนาคต 10 กุมภาพันธ์ 2561 : เอไอเอส สนับสนุนงาน TEDxChiangmai 2018 พร้อมเชื่อมโยงพันธมิตรในระบบนิเวศน์ของอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง - IoT Ecosystem นำเครือข่ายอัจฉริยะ Narrow Band – Internet of Things ที่มีจุดเด่นในด้านการประหยัดพลังงาน และสามารถเชื่อมต่อพร้อมรองรับการใช้กับอุปกรณ์และบริการแบบ IoT อย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานระดับสากล เชื่อมโยงโลกแห่งอนาคตในยุคดิจิทัล จุดประกายสมาร์ทซิตี้ ไปพร้อมกับการประหยัดพลังงานรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องแนวคิด Our Common Future นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส กล่าวว่า “ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่งหรือ Internet of Things คือ ยุคที่อุปกรณ์ต่างๆ สามารถสั่งการ เชื่อมต่อ สื่อสาร และควบคุมการทำงานอุปกรณ์ชิ้นอื่นได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกกำลังเริ่มนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ทั้งในระดับของผู้บริโภค อาทิ Smart City , Smart Home , Smart Farming ซึ่งในประเทศไทยเอง ก็มีการรวมตัวของนักพัฒนาอุปกรณ์และซอฟแวร์ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เริ่มพัฒนาแพลตฟอร์ม และอุปกรณ์ IoT ออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง อาทิ Wearable device รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านบางประเภท, เครื่องตรวจวัดความชื้น/อุณหภูมิ, เครื่องวัดระดับน้ำ, จักรยานแบ่งกันปั่น หรือ Bike Sharing ในลักษณะ Machine2Machine ซึ่งนอกเหนือไปจากความสะดวกสบายที่ได้รับแล้ว ยังได้รวมแนวคิดถึงการรองรับการใช้งานของสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่ปีอีกด้วย” โดยในงาน เราได้เปิดให้ชมการประยุกต์ใช้งานจากเทคโนโลยี NB-IoT หรือ Narrow Band – Internet of Things จากของจริง อาทิ ระบบ Smart Farming , Smart Home , Bike Sharing ที่เชื่อมต่อกับ IoT อย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานระดับสากล พร้อมมีจุดเด่นด้วยการใช้งานพลังงานไฟฟ้าต่ำ สอดคล้องกับแนวคิด Our Common Future ที่เชื่อมโยงโลกอนาคตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน จุดเด่นเครือข่าย AIS NB-IoT ประกอบด้วย 1. สนับสนุนการใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ จึงช่วยทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ IoT อยู่ได้นานถึง 10 ปี 2. สามารถรองรับปริมาณอุปกรณ์ IoT ได้สูงสุดในระดับแสนตัวต่อสถานีฐาน 3. รัศมีครอบคลุมของเครือข่ายต่อสถานีฐาน กระจายได้มากกว่า 10 ก.ม. รวมถึงในตัวอาคารก็ยังรับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สามารถพัฒนาเครือข่ายให้เปิดบริการ IoT ได้อย่างรวดเร็ว เพราะออกแบบอุปกรณ์ให้ใช้ร่วมกับ โครงข่าย 4G ในปัจจุบันได้ นายพรรัตน์ ย้ำว่า “ยุคของ Internet Of Things-IoTมาถึงเราแล้วอย่างชัดเจนและเชื่อว่าจะเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างมาก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ และเอไอเอส ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวกลางเพื่อเชิญชวนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาผนึกกำลัง สร้างระบบนิเวศน์ของอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT Ecosystem) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้แข็งแกร่งต่อไป”
  23. เอไอเอส ชวนสัมผัสโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ ชมการถ่ายทอดสด TEDxChiangmai2018 บนมือถือ ฟรี! เอไอเอส ร่วมสนับสนุน TEDxChiangmai2018 เวทีเสวนาที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ที่รวบรวมนักพูด นักคิด นักปฏิบัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และศิลปิน ในหลากหลายสาขา ที่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจเพื่อคุณทุกคน ผ่านการถ่ายทอดสดแบบ Real Time ได้ฟรี บนมือถือ ผ่านแอปฯ AIS PLAY ได้ในวันเสาร์ที่ 10 กพ.นี้ ตั้งแต่เวลา 8.55 น. เป็นต้นไป (คิดค่าบริการตามดาต้าแพคเกจ) #AISPLAY #TEDxChiangmai2018
  24. ลูกค้าเอไอเอส อร่อยฟรี! กว่า 50 ร้านค้าดัง ขวัญใจนักท่องเที่ยวที่ One Nimman จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 9 – 11 ก.พ. 61 นี้ เพียงใช้ 1 พอยท์ แลกรับคูปองอร่อยฟรี 50 บาท พิเศษ! ลูกค้า 1,000 ท่านแรก รับคูปองเพิ่มเป็น 2 ใบ มูลค่า 100 บาท เช็กพอยท์ กด *550*2# ✆ ฟรี ร้านอร่อยโซน One Street Market – KITA Yakitoro & Grilled Seafood by Cook With Love – ส้มตำอุดร (ซ.ทานตะวัน) – ข้าวขาหมูนกแล – ตี๋น้อยก๋วยเตี๋ยวเรือ – มายเวียดนาม – ก๋วยเตี๋ยวนกแล – ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม – หมูทองหาดใหญ่ – อาไก่แปด / Akai8 – หอยทอดชาวเล – Fin Sushi – Fin Seafood – Mu’s Donburi by Mu’s Katsu – หม่าล่า 4 แยก – ขนมเบื้องแม่นุชสามกษัตริย์ – เล้งกระดูก – ไส้กรอกคุณยาย – ตือคาโคช้างม่อย – บะหมี่หมอกหลวง – House of Crepe – Jumbo Coconut – ทับทิมกรอบคุณโอ๋ – TOAST- IT : TOAST IN TOWN – ลิงกินกล้วย – ไทอิจิ ทาโกะยากิ – สกุลดี / SAKULDEE – ร้านผลไม้สด – น้ำผลไม้ Lady Fruit – กลิ่นกะทิ ขนมครก – สุพรรณขนมไทย – ขนมหวานศิริวัฒนา – หมูสะเต๊ะ อินเตอร์ – Healthy Rolls – กุ๋ยช่ายลูกเล็กอําพัน – ลูกชิ้นทิพย์ เงื่อนไข 1. สงวนสิทธิ์ 1 หมายเลข / 1 สิทธิ์ / โครงการ 2. สามารถใช้คูปองเฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น 3. สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายบุคคลเท่านั้น 4. กรณีทำรายการแลกพอยท์แล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ทุกกรณี 5. สิทธิ์นี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ
  25. AIS ขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขา รองรับลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมพลิกโฉมใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดพิเศษยิ่งขึ้น 6 กุมภาพันธ์ 2561 : AIS เพิ่มงบประมาณกว่า 680 ล้านบาท ในการดูแลลูกค้าเซเรเนด โดยขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขาในปีนี้ เพื่อรองรับลูกค้าเซเรเนดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น กว่า 40% พร้อมพลิกโฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด The Ultimate Service Experience ที่สุดของบริการเหนือระดับ ด้วย 5-Sense Experience นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวถึงความตั้งใจในการยกระดับความพิเศษเพื่อลูกค้าเซเรเนดในครั้งนี้ว่า “งานบริการ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลลูกค้ามาโดยตลอด ซึ่งในปี 2560 AIS มีลูกค้าเซเรเนดอยู่ 4.5 ล้านราย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% เป็น 6.3 ล้านรายภายในสิ้นปี 2561 เรามุ่งมั่นในการมอบบริการสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกๆ ด้านทั้ง Service, Privilege, Activity และ Touch Point ในปีนี้ AIS จึงเพิ่มงบประมาณกว่า 680 ล้านบาท เพื่อขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพ และหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง และหาดใหญ่ นอกเหนือจาก Serenade Room ที่อยู่ภายใน AIS Shop ซึ่งหากรวมกันแล้ว จะมีพื้นที่ Exclusive ที่พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าเซเรเนดกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ AIS ยังปรับโฉม Serenade Club ใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Service Experience – ที่สุดของบริการเหนือระดับ” ด้วย 5-Sense Experience โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ชาวไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ร่วมสร้างความพิเศษ ด้วยความใส่ใจ และพิถีพิถัน ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในทุกครั้งที่เข้าไปใช้บริการที่ Serenade Club ซึ่งประกอบไปด้วย ดีไซน์ใหม่ (SEE) ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ที่มีระดับแต่เรียบง่าย โดย PIA Interior บริษัทออกแบบภายในอันดับต้นของเมืองไทย, รสชาติ (SAVOR) ของว่างจากวัตถุดิบชั้นดี และน้ำดื่มใน Packaging ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย Cerebrum Design ที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก RED DOT Design Award ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของนักออกแบบ, กลิ่น (SCENT) อบอวลไปกับกลิ่น “Serendipity” กลิ่นเฉพาะของเซเรเนด ที่มอบความสดชื่น รื่นรมย์ และมีพลัง โดย PANPURI แบรนด์เครื่องหอมออร์แกนิค ระดับลัคชัวรี่ชั้นนำของเมืองไทย, เสียง (SOUND) คลอไปกับดนตรีสไตล์ Groove Jazz จาก Hitman Jazz ค่ายเพลงแจ๊สรายแรกของประเทศไทย และสัมผัส (SERVICE) ที่สุดของการบริการจาก Serenade Ambassador ที่ได้รับการอบรมด้วยหลักสูตรสู่การเป็นที่สุดของผู้ให้บริการ พร้อมสวมใส่ชุดที่มีการออกแบบเฉพาะตัว เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ พร้อมส่งมอบงานบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าคนพิเศษ “เอไอเอสมั่นใจว่า การขยาย Serenade Club เป็น 20 สาขาในปีนี้ จะสามารถรองรับความต้องการใช้บริการของลูกค้าเซเรเนดที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างแน่นอน อีกทั้งการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นมิติใหม่ของงานบริการ ที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในทุกครั้งที่เข้าไปใช้บริการ รวมทั้งเราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่สุดของบริการให้ลูกค้าคนสำคัญของเราตลอดไป” นางบุษยา กล่าวสรุป
×