Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Alp Vimolnart

สมาชิกทั่วไป
  • Content count

    55
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

Alp Vimolnart last won the day on May 9 2016

Alp Vimolnart had the most liked content!

About Alp Vimolnart

  • Rank
    Advanced Member
  1. เอไอเอส เปิดให้บริการ SIM2Fly ประเทศจีน ครอบคลุมกว่า! ใช้งานได้บน 2 เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน เล่นเน็ตแบบ Non-Stop ได้ครบทุกแอปฯ โซเชียลฮิต (13 กรกฎาคม 2561) เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำตลาดโรมมิ่ง ที่ตอบโจทย์การสื่อสารในต่างแดนให้กับนักเดินทางทุกกลุ่ม ล่าสุด เปิดให้บริการ SIM2Fly ประเทศจีน ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า โดยให้ลูกค้าใช้ได้บน 2 เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทั้ง China Unicom และ China Mobile ด้วยแพ็กเกจราคาสุดคุ้ม เพียงวันละ 50 บาท สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์แบบ Non-Stop พร้อมท่องโซเชียลได้ครบทุกแอปฯ สุดฮิต อาทิ Facebook, LINE และ Google จัดเต็มตลอดทริป โดย SIM2Fly ราคา 399 บาท (รวม VAT) ใช้เน็ตโรมมิ่งแบบ Non-Stop ความเร็วสูงสุด 4GB หลังจากนั้นความเร็วลดลงที่ 128 kbps ใช้งานได้ 8 วัน สามารถใช้งานได้ถึง 18 ประเทศ คือ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ลาว, อินเดีย, ไต้หวัน, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, พม่า, ออสเตรเลีย, เนปาล, อินโดนีเซีย, กาตาร์ และศรีลังกา ลูกค้าสามารถซื้อ SIM2Fly ได้ง่ายๆ ที่ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ และ AIS Online Store ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/roaming/sim2fly หรือ เอไอเอส คอลเซนเตอร์ โทร. 1175 #SIM2Fly #AIS #ChinaMobile #ChinaUnicom
  2. เอไอเอส เดินหน้าเร่งปั้นเมล็ดพันธุ์ใหม่ ก้าวทันโลกดิจิทัล ผ่านสถาบัน ‘เอไอเอส อะคาเดมี’ นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “หากพูดถึงองค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้ท่ามกลาง Digital Disruption กลไกหนึ่งที่สำคัญ คือการปรับจังหวะเคลื่อนที่ขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว มีความยืดหยุ่น และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเบิกทางให้กับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยมีองค์กรเป็นศูนย์กลางเพื่อเร่งเครื่องยกระดับคุณภาพของบุคลากร เอไอเอส เป็นองค์กรขนาดใหญ่ การปรับเปลี่ยนองค์กรให้เดินหน้าในยุคดิจิทัล หากไม่รีบพัฒนาและเตรียมความพร้อมของบุคลากร อาจทำให้เสียรังวัดและไม่ทันการณ์ เอไอเอสจึงลุกขึ้นมาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกำหนดให้เปลี่ยน แต่ได้สร้างมาตรฐานการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาธุรกิจและปั้นคนกว่า 12,000 คน ภายในองค์กร ให้รู้ลึกและรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดย เอไอเอส อะคาเดมี ทำหน้าที่เสมือนสถาบันพัฒนาศักยภาพให้พนักงานในองค์กร ให้มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งเนื้อหาความรู้และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทำงาน โดยวางเป้าหมายให้เกิดเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่พร้อมปรับตัวและก้าวทันโลกเทคโนโลยี เอไอเอส อะคาเดมี จะไม่ใช่การจัดทำหลักสูตรให้คนมาเข้าห้องอบรมสัมมนาแล้วจบไป แต่จะให้พนักงานกำหนดสิ่งที่อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ให้เทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและแทรกซึมอยู่ใน DNA ของคนเอไอเอสทุกคน” · กระบวนการแก้ปัญหาแบบ Design Thinking นางสาวกานติมา เล่าต่อว่า “จากความต้องการที่ต่างกันของกลุ่มลูกค้าหลากหลายเจเนอเรชัน ทำให้แนวคิด ‘Design Thinking’ ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้าและสร้างบริการที่รองรับความต้องการซึ่งมีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างรวดเร็วทันใจ โดยเริ่มการเรียนรู้ Pain Point ของลูกค้า และหาทางออกของความท้าทาย โดยการยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรในองค์กรให้สามารถตอบโจทย์และส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” · Digital Learning Platform นางสาวกานติมา เล่าถึงความหลากหลายของบุคลากรภายในองค์กรว่า “เอไอเอส มีพนักงานหลากหลายช่วงวัย มีประสบการณ์และความรู้ที่แตกต่างกันออกไป เอไอเอสมุ่งออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับทุกคน จนได้พัฒนา Digital Learning Platform ขึ้นมา ใช้ชื่อว่า ‘AIS Digi’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในโลกออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับชั้นเข้ามาเรียนรู้, ค้นคว้า และทำกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เป็นการทลายข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ลงไปได้อย่างสิ้นเชิง” สำหรับ AIS Digi จะแบ่งกิจกรรมย่อยออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ AIS Learn Di เปรียบเสมือนแหล่งการเรียนรู้นอกเวลางาน ทุกคนสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี, นวัตกรรมต่างๆ ซึ่งในแต่ละบทเรียน จะออกแบบให้มีระบบการประเมินผลที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ทบทวนความเข้าใจ เพื่อต่อยอดสู่การนำไปใช้งานจริง ต่อมา AIS Read Di ทำหน้าที่เป็นห้องสมุดออนไลน์ ให้พนักงานได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมได้ง่ายและสะดวก พร้อมด้วยฟังก์ชันเลือกดูหนังสือที่น่าสนใจและยืมหนังสือจากห้องสมุดขององค์กรได้ด้วย สุดท้าย AIS Fun Di เป็นแหล่งรวบรวมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยกำหนดให้มีระบบการสะสมแต้ม ภายใต้เงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทกำหนด เพื่อนำมาแลกของรางวัลที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น บัตรที่พักโรงแรม หรือตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น · Innovation Idea นางสาวกานติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความเชื่อมั่นว่า บุคลากรของ AIS มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง นิยามของคนรุ่นใหม่ของเรา ไม่ได้จำกัดเพียงแค่อายุ วุฒิการศึกษา หรือระยะเวลาการทำงาน แต่จะแสดงออกด้วยความคิดและการลงมือทำ ด้วยความหลากหลายของคนที่มีความรู้ มีศักยภาพจุดแข็งแตกต่างกัน หากเกิดการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน ก็เปรียบเสมือนเรือลำเล็ก ที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความหลากหลายทางความคิด คอยช่วยเหลือผลักดันองค์กรให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมา เอไอเอส อะคาเดมี ได้ออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ด้าน Innovation อย่างเต็มที่ โดยเน้นให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ ใครที่สนใจหรืออยากเป็น StartUp เราก็มีเวทีให้ประชันความคิด ออกแบบธุรกิจใหม่ๆ และส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงในอนาคตได้ รวมทั้ง ยังได้ออกแบบหลักสูตร ACT (AIS Creative Talent) เป็นกิจกรรมสำหรับพนักงานทุกระดับ ให้ได้แสดงออก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปิดรับแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ ของประเทศไทย” · ยกระดับศักยภาพบุคลากรสู่ระดับสากล นอกจากนี้ เอไอเอส โดยสถาบันเอไอเอส อะคาเดมี ยังได้จับมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรให้ทัดเทียมกับนานาชาติระดับสากล โดยล่าสุด ด้วยความร่วมมือกับ SEAC จึงได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ให้เป็นองค์กรเดียวในภาคธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศไทย ร่วมโครงการศึกษาวิจัยเพื่อเสริมสร้างความพร้อมสำหรับเอไอเอส ตลอดจนสังคมไทย โดยร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำในประเทศไทยในสาขาอื่นๆ นอกเหนือโทรคมนาคม เพื่อเร่งเสริมศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับ Digital Disruption อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอื่นๆ อาทิ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ทส์ (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา, Harvard Business School และ มหาวิทยาลัย Manchester จากสหราชอาณาจักร เพื่อร่วมเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆ กับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมหลักสูตรจากประเทศชั้นนำทั่วโลก “ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางของการพัฒนาบุคลากรที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นฐานรากที่มั่นคงในการสร้างคนสายพันธุ์ใหม่ของเอไอเอสอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวกานติมา กล่าวสรุป
  3. เอไอเอส เดินหน้าสนับสนุนวงการ “กีฬา E-Sports” ไทย ผลักดันสู่ระดับภูมิภาค จับมือสิงเทล กรุ๊ป จัดการแข่งขัน “PVP E-Sports Championship” ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่าถึง 11.5 ล้านบาท · เอไอเอส ประกาศสนับสนุนวงการกีฬา E-Sports ในเมืองไทยทุกมิติ เพื่อสร้างโอกาส และเสริมศักยภาพให้เกมเมอร์ชาวไทยในการแข่งขันในเวทีระดับโลก เดินหน้าผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมผลักดัน E-Sports Ecosystem ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และแข็งแกร่งไปด้วยกัน · จุดพลุความร่วมมือระดับภูมิภาค จับมือสิงเทลกรุ๊ป และโอเปอร์เรเตอร์ในเครือรวม 6 ประเทศ พร้อมพันธมิตรชั้นนำด้านเกมของโลก Razer, Garena, Blizzard และ Mineski Event Team จัดการแข่งขัน “PVP E-Sports Championship” เปิดเวทีประชันสองเกมสุดฮิต ROV (Mobile Game) และ DOTA2 (PC Game) เฟ้นหาสุดยอดแชมป์ E-Sports ระดับภูมิภาค ที่ประเทศสิงคโปร์ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 11.5 ล้านบาท โดยจัดแข่งขันหาตัวแทนประเทศไทย ระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2561 เริ่มเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี้ E-Sports เป็นเทรนด์กีฬาระดับโลกที่กำลังมาแรง และได้รับการยอมรับในวงกว้างจนถูกยกระดับจากเกม สู่กีฬาอย่างเต็มตัว หลังจากได้รับการบรรจุเข้าเป็นกีฬาในมหกรรม Asian Games 2018 ด้วยรูปแบบเฉพาะตัวที่สอดคล้องกับ Skill ทักษะความสามารถด้านไอที และเทคโนโลยีของคนกลุ่มมิลเลนเนียล และในประเทศไทยอุตสาหกรรม E-Sports กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และมีคอมมูนิตี้ผู้เล่นขนาดใหญ่ กว่า 30 ล้านคน ทั้งมือสมัครเล่น เกมเมอร์อาชีพ กลุ่มผู้ชมการแข่งขันเกม และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เอไอเอส จึงได้นำศักยภาพของ Network Infrastructure ที่เราออกแบบให้พร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าในทุก Segment โดยเกมคือดิจิทัลคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งการเล่นเกมออนไลน์ไม่เพียงต้องการอินเตอร์เน็ตสปีดสูงๆ เท่านั้น เราจึงนำจุดแข็งด้านเครือข่าย ทั้ง Mobile และ Fixed Broadband ที่เร็ว แรง เป็นอันดับ 1 ของประเทศ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายให้มีค่า Latency น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้ตอบสนองได้เร็วที่สุด ทำให้เล่นเกมได้ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด พร้อมเดินหน้าส่งมอบบริการที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคอเกมชาวไทยทั่วประเทศ · ซิมพิเศษสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ ได้แก่ The One Sim และ Zeed Sim ให้ลูกค้าเล่นเกม ROV แบบไม่เสียค่าเน็ต พร้อมรับฟรีไอเทมในเกม · โปรโมชั่น AIS Hot Deal! สมาร์ทโฟนสเปคแรงสำหรับคอเกม “OnePlus 6” ที่มาพร้อม CPU Snapdragon 845 ซึ่งเป็นชิพเซตรุ่นท็อปสุดในตลาด และ RAM 8GB สูงที่สุดในตลาดเช่นกัน โดยหลังจากนี้เอไอเอสมีเตรียมจะนำ Gaming Phone เข้ามาจำหน่ายต่อไป · อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเติมเงินเกมได้ง่ายๆ ผ่านทาง เอไอเอสบิล, บัตรเติมเงิน วัน-ทู-คอล! และบริการ Rabbit LINE Pay · แพ็กเกจเน็ตเสริมมือถือ สำหรับคอเกม เพียง 200 บาท รับเน็ต 9 GB นาน 7 วัน พร้อมเน็ตสำหรับเล่นเกม ROV ไม่จำกัด · แพ็กเกจเน็ตบ้าน AIS Fibre สำหรับคอเกม HomeBROADBAND ความเร็ว 100/30 Mbps ราคา 699 บาท (ราคาลูกค้าเอไอเอสรายเดือนราคา 629 บาท) · คอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจผู้ชมเกมทั่วประเทศกับการ Live Streaming การแข่งขันเกมสุดฮิต ร่วมกับเหล่าสุดยอด Game Caster ของเมืองไทย พร้อมชมย้อนหลังได้ผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAY BOX โดยความร่วมมือกับสิงเทลกรุ๊ป จัดการแข่งขัน “PVP E-Sports Championship” ถือเป็นการผนึก ความแข็งแกร่งในเครือ เพื่อรุกตลาด E-Sports สู่ลูกค้ากว่า 600 ล้านรายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเราจะจัดการแข่งขันระดับประเทศเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะ 2 ทีม ทั้งฝั่ง Mobile Game และ PC Game ในรายการ “Thailand PVP E-Sports Championship Powered by AIS” เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านบาท และยัง ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันระดับภูมิภาคในรายการ PVP E-Sports Championship ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัล อีกกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 9.9 ล้านบาท โดยจัดแข่งขันระหว่างเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม 2561 และเปิดรับสมัครผู้แข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ทาง https://www.ais.co.th/esports ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้น และสีสันให้คอเกม E-Sports ในเมืองไทยเป็นอย่างมาก พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขันให้ชมผ่านแอป AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX นอกจากนี้ เรายังจัดแคมเปญการตลาดให้ลูกค้าได้ลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก เพื่อไปชมการแข่งขันรอบ Final ที่ประเทศสิงคโปร์อีก 40 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท วันนี้เราเชื่อมั่นว่าศักยภาพของเกมเมอร์คนไทยพร้อมแล้วสำหรับเวทีโลก และเอไอเอส ยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการพัฒนา E-Sports Ecosystem ในประเทศไทยในทุกมิติ โดยเราเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในแวดวง E-Sports ทั้งเจ้าของเกม และผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับเล่นเกม สถาบัน และสมาคม เพื่อร่วมกันทำให้อุตสากรรม E-Sports ในประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเรามั่นใจว่าความพร้อมด้าน Digital Platform ของเอไอเอสจะทำให้ขยายฐานเกมเมอร์ และผู้ชมอีกจำนวนมาก พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้ และให้นักกีฬา E-Sports ไทยได้โชว์ศักยภาพในทุกการแข่งขันแบบท็อปฟอร์ม” นายปรัธนากล่าว นายอาเธอร์ แลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสิงค์เทลอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “คอนเทนต์อย่าง E-Sports คือกุญแจสำคัญของกลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภคของเรา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนมิลเลนเนียล โดยเกมบนมือถือได้รับความนิยมสูงมากในภูมิภาคนี้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นตัวเลือกหลัก สำหรับสิงเทล กรุ๊ปในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารของภูมิภาคนี้ เราตื่นเต้นอย่างมากกับการสร้างความตื่นตัวให้กับวงการ E-Sports เพราะจะทำให้เหล่าเกมเมอร์ และแฟนๆ ทั้งหลายได้เข้าถึงการแข่งขัน E-Sports รวมไปถึงออริจินัล คอนเทนต์ และโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ส่วนเราเองก็หวังว่าการแข่งขัน PVP E-Sports Championship จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเวทีแข่งขัน E-Sports ในระดับนานาชาติประจำปีด้วย” ******************************************************* รายละเอียดกิจกรรม รายการ “PVP E-Sports Championship” ประเทศสิงคโปร์ ลีกระดับภูมิภาคจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. Arena of Valor จาก Garena ที่เป็นเกมยอดฮิตบนมือถือ 2. Dota 2 ที่เป็นเกมบนคอมพิวเตอร์ ในการแข่งขัน ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง Arena of Valor และ Dota 2 จะต้องเข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกในระดับประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยโอเปอร์เรเตอร์แต่ละประเทศในสิงเทลกรุ๊ป ได้แก่ ออสเตรเลีย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ไทย และฟิลิปปินส์ หลังจากนั้น ผู้ชนะในแต่ละประเทศจะได้เข้าไปแข่งขันต่อ โดยจะได้พบกับทีมมืออาชีพจากอเมริกาเหนือ, ยุโรป และจีน ในงานแข่งขัน PVP E-Sports Championship ที่เป็นลีกระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ที่สิงคโปร์ สำหรับการแข่งขัน PVP E-Sports Championship ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,900,000 บาท ******************************************************* รายการ “Thailand PVP E-Sports Championship powered by AIS” ประเทศไทย กิจกรรมการแข่งขัน E-Sports ที่จัดขึ้นโดย AIS ในประเทศไทย ทั้งในส่วนของ PC GAME และ Mobile Game เพื่อหาทีมผู้ชนะทั้ง 2 ประเภท เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันต่อในระดับภูมิภาคในรายการ “PVP E-Sports Championship” ที่ประเทศสิงคโปร์ ทีมผู้ชนะการแข่งขันในประเทศไทย จะได้รับเงินรางวัล ประกอบด้วย · DOTA2 (PC Game) ได้รับเงินรางวัล 600,000 บาท · ROV (Mobile Game) ได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท และได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในรายการ PVP E-Sports Championship ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อชิงรางวัลกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐ (หรือราว 9,900,000 บาท) ตารางการแข่งขัน 25 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2561 รับสมัครผู้เข้าแข่งขัน ทาง https://www.ais.co.th/esports 18 สิงหาคม - 8 กันยายน 2561 รอบคัดเลือกออนไลน์ 16 กันยายน 2561 รอบชิงชนะเลิศเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย 2 - 7 ตุลาคม 2561 รอบชิงแชมป์ระดับภูมิภาคที่ประเทศสิงคโปร์ ในรายการ PVP E-Sports Championship พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังจัดแคมเปญพิเศษ ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ลุ้นสิทธิ์ในการเข้าชมการแข่งขัน พร้อมตั๋วเครื่องบินและที่พัก ประเทศสิงคโปร์ เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน จำนวน 40 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท เพียงร่วมกิจกรรมการเติมเกม หรือสมัครเอไอเอส ไฟเบอร์ หรือเปิดซิมใหม่ หรือซื้อแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตที่ร่วมรายการเฉพาะในช่วงการจัดแข่งขันนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2561 โดยประกาศผลวันที่ 13 กันยายน 2561 ทาง Facebook : AIS PLAY, AIS, 12Call
  4. AIS ตอกย้ำที่ 1 ที่เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ผสาน Technology กับ Human Touch ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มครบทุกด้าน AIS ผู้นำในการให้บริการดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด “ที่ 1 ดูแลด้วยใจ ให้ชีวิตดิจิทัล” ที่เข้าใจความต้องการและใส่ใจดูแลลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ด้วยการผสานเทคโนโลยี และ Human Touch เข้าด้วยกัน ไม่เพียงตอบโจทย์เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าและเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้นเท่านั้น แต่ยังให้ ความสำคัญในเรื่องความรวดเร็ว สะดวกสบาย ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และการมอบบริการผ่านตัวบุคคลที่สามารถสื่อความรู้สึกได้ ซึ่งยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่เสมออีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าครบทุก Generation ประกอบด้วย 1. บริการ Full-E สะดวกสบายครบทุกด้าน ทั้งเช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จ ผ่านแอป myAIS 2. ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวลูกค้าในการเปิดเบอร์ใหม่ กับระบบ Face Recognition ที่ตู้ Kiosk ใน AIS Shop ทั่วประเทศ และทุกช่องทางจำหน่าย 3. Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างสรรค์งานบริการให้ล้ำหน้าที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลูกค้าใช้ชีวิตง่ายขึ้นบนเครือข่าย AIS 4. ดูแล เข้าใจ ใส่ใจ ลูกค้ากลุ่มสูงวัยไฮเทค ด้วย Angel Team จาก AIS Contact Center โดยนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวถึงรายละเอียดของทั้ง 4 บริการ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้ครบทุกด้าน ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับ Human Touch ดังนี้ 1) บริการ “Full-E” ยกระดับความสะดวกสบายที่ครบทั้ง เช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จที่จบในแอป myAIS เพียงแอปเดียว ซึ่งจะสามารถแก้ไขทุกความกังวลใจของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบิลค่าใช้บริการสูญหาย การชำระค่าบริการไม่ทันตามกำหนด ไม่สะดวกไปที่จุดชำระเงิน รวมถึงไม่สามารถเรียกดูรายการย้อนหลัง โดยบริการ “Full-E” ช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น ประหยัดทั้งเวลาและลดการใช้กระดาษ ด้วย 1. eBill สมัครได้ง่ายๆ ผ่าน แอป myAIS โดยสามารถเช็คบิลค่าใช้บริการผ่านมือถือ พร้อม SMS แจ้งเตือน 2. ePay จ่ายบิลออนไลน์ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking App, Rabbit LINE Pay และผูกตัดอัตโนมัติกับบัตรเครดิตทุกธนาคาร และ 3.eReceipt เรียกดูใบเสร็จย้อนหลังได้สูงสุด 3 เดือน (eReceipt ใช้บริการได้ไตรมาส 4 ปีนี้) 2) ดูแลความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างดีที่สุดด้วยด้วยระบบแสดงตนแบบพิสูจน์อัตลักษณ์ (Face Recognition) ที่มีประสิทธิภาพและความถูกต้องแม่นยำสูงสุด ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว สำหรับการเปิดเบอร์ใหม่ ครบทุกช่องทางการจำหน่ายทั้งที่ AIS Shop, AIS Telewiz และ AIS Buddy กว่า 20,000 แห่ง ทั่วประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น AIS เป็นรายแรกในประเทศไทย ที่พัฒนาระบบ Face Recognition บนตู้ Service Kiosk 80 ตู้ เพื่อให้บริการจดทะเบียนเลขหมายใหม่ที่ AIS Shop 66 สาขาอีกด้วย 3) ยกระดับงานบริการด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ● จับมือกับพาร์ทเนอร์ พัฒนา Action on Google บน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือที่ให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น โดยสามารถเข้าถึงแอป myAIS และ AIS PLAY ได้ทันที ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ซึ่ง AIS เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร่วมมือกับ Google ในฐานะ Official Partner เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อมเปิดให้บริการได้ปลายเดือน ก.ค. นี้ · พัฒนา Alex Robot นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถโต้ตอบและสนทนากับลูกค้า พร้อมให้ข้อมูลสินค้าและบริการได้ โดย AIS จะนำหุ่นยนต์ Alex ทั้ง 6 ตัว มาสร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้ลูกค้าได้สัมผัสเร็วๆ นี้ 4) ดูแล เข้าถึงใจกลุ่มสูงวัยไฮเทค เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ติดต่อรับบริการผ่าน AIS Contact Center ซึ่งเป็นลูกค้าสูงวัยที่มีความสนใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่จำนวนมาก AIS จึงจัดตั้ง “Angel Team” ขึ้น เพื่อให้มีหน้าที่ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งพนักงานในทีม เป็นผู้พร้อมด้วยประสบการณ์การบริการ ผ่านการอบรมหลักสูตร “ฟังด้วยความเข้าใจ และใช้ใจบริการ” มีคุณสมบัติ คือ มีความใจเย็น และสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกค้ามีความสบายใจตลอดเวลาที่รับบริการ นอกจากนี้ ยังจัด Workshop ที่ AIS Shop ทั่วประเทศตลอดทั้งปีมากกว่า 600 Workshops เพื่อเสริมความรู้ให้ลูกค้าก้าวทันเทคโนโลยียุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งานสมาร์ทโฟน การใช้โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันต่างๆ ตามความสนใจหรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เป็นต้น ทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ AIS ในการพัฒนาบริการมาโดยตลอด เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่ง AIS ยังไม่หยุดที่จะพัฒนางานบริการด้วยความเข้าใจและใส่ใจ ผสานการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมาเสริมศักยภาพในการให้บริการเพื่อลูกค้าคนพิเศษของเราตลอดไป” นางบุษยา กล่าวสรุป
  5. เอไอเอส ลงนาม MOU ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ในโครงการความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารและ IoT (Intetnet of Things) นายวันชัย ฉันทพัชนี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการด้านเทคนิค ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารและ IoT โดยความร่วมมือในครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการสนับสนุนความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ส่งเสริมการวิจัย การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ภายใต้การพัฒนาอย่างเหมาะสมต่อไป
  6. AIS คว้ารางวัลชนะเลิศ Call Center ยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวทีระดับเอเชีย-แปซิฟิค เอไอเอส มุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการและการดูแลลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดเวลาที่อยู่กับเอไอเอส โดยได้ออกแบบ Touch point หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น AIS Shop, Serenade Club, ร้าน Telewiz, AIS Buddy, AIS Call Center และแอป my AIS รวมถึงSocial Media ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่กว่า 40 ล้านรายได้อย่างดีเยี่ยม และหนึ่งใน Touch Point สำคัญที่คอยดูแลเคียงข้างลูกค้ามาโดยตลอด นั่นคือ AIS Call Center ซึ่งเป็นช่องทางการให้บริการที่ลูกค้าติดต่อเข้ามามากที่สุด จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน เอไอเอสได้พัฒนาการให้บริการของคอลล์ เซ็นเตอร์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในการตอบคำถามของลูกค้าได้แม่นยำ ตรงตามความต้องการ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาพัฒนาศักยภาพการให้บริการในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความสามารถของระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) ที่สามารถกล่าวทักทายชื่อของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Greeting) เมื่อลูกค้าติดต่อเข้ามา, การแนะนำแพ็คเกจที่เหมาะสมต่อการใช้งานของลูกค้า รวมถึงบริการสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องกดปุ่ม ผลจากการทุ่มเทเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากที่สุด ทำให้ในปีนี้ AIS Call Center ได้รับรางวัลชนะเลิศถึง 2 รางวัล จากเวทีระดับ International CRE & CSQS Leadership summit 2018 ที่จัดขึ้นโดยสถาบัน Asia Pacific Customer Service Consortium (APCSC) ได้แก่ รางวัล “Contact Center of the Year” จากการที่ AIS Call Center นำนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ มายกระดับคุณภาพการให้บริการ สู่การบริการที่ มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานระดับสากล และรางวัล “CEO of the Year Award” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้บริหารขององค์กร โดยพิจารณาจากการที่ ผู้บริหาร AIS Call Center มีวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการองค์กรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ APCSC เป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมด้านการบริการ และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าขององค์กรธุรกิจให้ได้มาตรฐานระดับสากล (Global standard Benchmarking) โดยจัดให้มีการมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานธุรกิจหรือองค์กรที่โดดเด่นด้านคุณภาพงานบริการและความเป็นเลิศด้านการดูแลลูกค้า ซึ่งได้เริ่มกำหนดมาตรฐานและจัดการประกวดรางวัลในแต่ละสาขาของงานบริการตั้งแต่ปี 2002 โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 100 บริษัท จากประเทศต่างๆ อาทิ ฮ่องกง, จีน และ ไต้หวัน ฯลฯ ที่ผ่านมา AIS Call Center ได้รับรางวัลจากสถาบัน APCSC ถึง 3 รางวัลด้วยกัน ได้แก่ ปี 2013 ได้รับรางวัล Contact Center of the Year for Telecommunication, ปี 2014 ได้รับรางวัล Best Customer Management of the Year และปี 2015 ได้รับรางวัล Best Social Media Program of the Year จึงเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับ 1 ในด้านงานบริการและการดูแลลูกค้าที่ดีที่สุด
  7. เอไอเอส ส่งเสริมศักยภาพอสม.ให้ก้าวสู่ อสม. 4.0 จับมือกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดโครงการ “ประกวดการใช้งานแอปฯอสม.ออนไลน์ ปีที่ 2” เอไอเอส สานต่อความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดโครงการ “ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ปีที่ 2” เพื่อส่งเสริมศักยภาพของ อสม.ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปช่วยดูแลสุขภาพคนในชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเชิญชวนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดฯ เพื่อก้าวสู่การเป็นอสม. 4.0 พร้อมรับเงินสนับสนุน “ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข” มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท นางวิไล เคียงประดู่ หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลขององค์กร ร่วมสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศชาติใน 4 ด้านอันเป็นพื้นฐานหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งการศึกษา การเกษตร สาธารณสุขและการพัฒนาส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Digital for thais” เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของภาครัฐ แกนหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศคือด้านสาธารณสุขชุมชน ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ถือเป็นบุคลากรสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการทำงาน เอไอเอส จึงได้พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขผ่าน “แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” เครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่ม เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกของหน่วยบริการสุขภาพ รพ.สต.และ อสม. ด้วยการสื่อสารข้อมูล ภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ และพิกัดแผนที่ ระหว่างสมาชิกในเครือข่าย เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสาร และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวด้านสาธารณสุขภายในชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ฉับไว ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์ในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของอสม.ให้มีความรู้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในงานสาธารณสุขชุมชนเชิงรุกผ่านแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เพื่อก้าวไปสู่ อสม.ยุค 4.0 เอไอเอส จึงได้ร่วมมือกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการ ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเชิญชวนหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิที่มีเครือข่ายอสม.ทุกแห่งทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดเพื่อรับเงินรางวัลสนับสนุน “ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข” มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแบ่งรางวัล เป็น 2 ระดับ ได้แก่ รางวัลดีเด่นระดับประเทศ รางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล และรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด รางวัลละ 40,000 บาท จังหวัดละ 2 รางวัล เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2561 สำหรับเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากจำนวนการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน 2561 และรายงานเชิงคุณภาพจากการนำแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ไปใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งจะประกาศผลรางวัลผู้ชนะในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 สำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต.ที่สนใจเข้าร่วมประกวดฯ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/aorsormor และFacebook Fanpage อสม.ออนไลน์ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.06 2520 1999
  8. AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท ลูกค้ามือถือ 4G คิดเป็น 50% ลูกค้าเน็ตบ้าน 571,800 ราย 10 พฤษภาคม 2561: AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาสก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมต่อยอดธุรกิจดิจิทัลร่วมลงทุนใน Rabbit LINE Pay นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งสินค้าและบริการ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2561 AIS ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ตามวิสัยทัศน์สู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย เห็นได้จากการลงทุนร่วมกับRabbit LINE Pay ในสัดส่วน 33.33% หรือคิดเป็นมูลค่า 788 ล้านบาท เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม e-Money ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นกลไลสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล นอกจากนี้ AIS ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเติบโตของลูกค้าองค์กร ด้วยการผนวกธุรกิจของซีเอส ล็อกอินโฟร์ รวมถึงยังได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์และสัญญาใช้บริการข้ามโครงข่ายบนคลื่น 2100 MHz กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น สำหรับภาพรวมในไตรมาส 1/2561AIS มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้หลักจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน และ 2.5% จากไตรมาสก่อน จากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre โดยมีผู้ใช้งานมือถือ 4G คิดเป็นสัดส่วน 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 40.1 ล้านเลขหมาย การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 6.7กิกะไบต์ต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากความนิยมในการรับชมวิดีโอคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านAIS Fibre ได้เน้นการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ตัวเมือง 50 จังหวัด และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 571,800 ราย ขณะที่รายได้จาก AIS Fibre เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 85% จากปีก่อนและ 6.0% จากไตรมาสก่อน เอสำหรับดิจิทัลคอนเทนต์ นอกจากพรีเมียมคอนเทนต์และฟรีทีวีกว่า 100 ช่องแล้ว AIS ได้เพิ่มช่องใหม่ ได้แก่ ช่อง CNN และช่อง Cartoon Network เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและข่าวสารรอบโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอป AIS PLAY บนมือถือ และ AIS PLAYBOX ทางทีวี ทั้งนี้ จากการควบคุมต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% จากทั้งปีก่อนและ 4.4% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 8,037ล้านบาท ทั้งนี้ ในภาพรวมปี 2561 AIS ได้คงคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่ 7-8 % และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ที่ 45-47% พร้อมจัดสรรงบลงทุนมูลค่า 35,000–38,000 ล้านบาท ในการพัฒนาคุณภาพและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น “AIS ยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย และการบริการที่ดีที่สุด เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและเสริมขีดความสามารถให้แก่คนไทย รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยั่งยืน” นายสมชัย กล่าวสรุป
  9. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) รับมอบ อุปกรณ์ดับไฟป่า จากเอไอเอส เพิ่มเติม สนับสนุนภารกิจทหารป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พลโท สมพงษ์ แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 3 มอบหมายให้ พ.อ.อนุสรณ์ สิงห์โต รองเสนาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ผู้แทน รับมอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า เพิ่มเติม จำนวน 100 ชุด มูลค่ารวม 1 แสนบาท จาก นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจทหารในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ณ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ป.พัน.7 ค่ายพระปิ่นเกล้า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รองเสนาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ขอขอบคุณ ผู้บริหารของเอไอเอส อีกครั้งที่เห็นความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดย ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) จะได้มอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า ให้กับชุดรณรงค์และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่ดูแลพื้นที่จังหวัดตาก ประกอบด้วยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ( ฉก.ร.14 ), ร้อย ร1413 , ร้อย ร.432 และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 (ฉก.ทพ35) เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ส่วนแยกที่จังหวัดตาก และแม่ฮ่องสอน เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยได้สั่งการให้ทหาร ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง จัดทำแนวกันไฟ สร้างฝายพื้นที่ต้นน้ำ ตลอดจนการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟป่า และร่วมดับไฟในพื้นที่เกิดเหตุ จำนวนกว่า 2,800 ครั้ง นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “สังคมไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” โดยเฉพาะการมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือ รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สังคมไทยจึงได้สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) เพิ่มเติม จำนวน 100 ชุด ประกอบด้วย ถังน้ำพลาสติกขนาด 20ลิตร พร้อมสูบมือ , ที่ตบไฟแบบสายพาน และครอบดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจของทหารและเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน โดยหวังว่าชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพในอนาคต #ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า #AIS
  10. 10 เมษายน 2561: เอไอเอส สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า ให้แก่กองทัพภาคที่ 3 สนับสนุนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วภาคเหนือ นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคหนือ เอไอเอส มอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า จำนวน 100 ชุด พร้อมน้ำดื่ม มูลค่ารวม 1 แสนบาท แก่กองทัพภาคที่ 3 เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วภาคเหนือ โดยมี พลโท สมพงษ์ แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ค่ายพระปิ่นเกล้า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  11. เอไอเอส ประกาศความพร้อมเครือข่ายรับสงกรานต์ จัดเต็มสัญญาณแรงข้ามภพข้ามชาติ!! เสริมทัพทีมวิศวกร และคอลเซ็นเตอร์ ดูแลชาวสยามประเทศตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบประกันอุบัติเหตุตลอดเทศกาลให้ลูกค้าเอไอเอส ฟรี! (4 เมษายน 2561) เอไอเอส ประกาศความพร้อมเครือข่ายทั้งสยามประเทศรับเทศกาลปีใหม่ไทย คาดเทรนด์แต่งกายชุดไทย และท่องเที่ยวย้อนยุค ฟื้นสงกรานต์ทั่วประเทศคึกคัก มั่นใจสัญญาณแรงข้ามภพข้ามชาติ!! จัดเต็มเพิ่มความสามารถรองรับการใช้งานเครือข่าย NEXT G, 4G, 3G และ AIS SUPER WiFi บริเวณสถานที่จัดงานสงกรานต์หลักทั่วประเทศอีก 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติ เสริมทัพวิศวกรดูแลเครือข่าย และบริการดิจิทัลเต็มกำลังให้ทุกการโพสต์ โหลด แชร์ ช้อป เป็นไปอย่างราบรื่น และให้ลูกค้าอุ่นใจกับทีมคอลเซ็นเตอร์ 1175 และโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ที่พร้อมให้บริการด้วยใจตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ คุ้มครองทั่วโลกให้ลูกค้าเอไอเอส ฟรี 1 เดือน เอไอเอสพร้อมดูแลความสุขคนไทยทั่วประเทศให้ใช้งานเครือข่ายได้เร็ว แรง สามารถติดต่อสื่อสาร, แชร์บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์สุดคึกคักทั่วไทยผ่านโซเชียลมีเดีย รวมทั้งใช้จ่ายผ่าน E-Wallet อย่างไม่มีสะดุด โดยเพิ่มสถานีฐานชั่วคราว และเพิ่มความสามารถรองรับการใช้งานบริเวณจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์, สถานีขนส่งมวลชน และเส้นทางหลวงทั่วประเทศ 3 เท่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 11 เมษายน 2561 ที่ลูกค้าเริ่มเดินทาง และต่อเนื่องตลอดช่วงวันหยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เมษายน 2561 โดยเน้นบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ,งานสงกรานต์กรุงเก่า อยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง สมุทรปราการ, , งานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงเก่าสุโขทัย, งานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ สงขลา และสถานที่จัดงานสงกรานต์ทั่วกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ เอไอเอสยังมอบความห่วงใยให้ลูกค้า ทั้งรายเดือนและเติมเงิน ที่ลงทะเบียนในนามบุคคล ได้อุ่นใจตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ โดยร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และซิกน่า ประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ(ไมโครอินชัวรันส์) คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ฟรี 1 เดือน ด้วยทุนประกันสูงสุด 100,000 บาท ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และทุพพลภาพเนื่องจากอุบัติเหตุ ลูกค้าเอไอเอสสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียง กด *858# โทรออก รับสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2561 (เริ่มต้นคุ้มครองตั้งแต่วันที่ลงทะเบียน คุ้มครองนาน 1 เดือน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/freePA ทั้งนี้คาดการณ์ว่าช่วงสงกรานต์ปี 2561 จะมีการใช้งาน Data ทั้งในและต่างประเทศสูงขึ้นอีก ณ สถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ และเมืองท่องเที่ยวยอดฮิต จากพฤติกรรมการใช้งาน Mobile Internet ของคนไทยที่โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวย้อนยุค และโบราณสถาน โดยสถิติการใช้งาน Data ช่วงสงกรานต์ปี 2560 ที่ผ่านมา ภายในประเทศ เพิ่มขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าจากช่วงเวลาปกติ โดยเฉพาะบริเวณจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลักที่มีประชาชนร่วมเล่นน้ำหนาแน่น, บริเวณสถานีขนส่งมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งเส้นทางหลวงมุ่งสู่ภาคเหนือ และภาคอีสาน นอกจากนี้การใช้งานในต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุด 3 เท่าจากช่วงเวลาปกติอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศยอดนิยมได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น #AIS #แรงข้ามภพข้ามชาติ #สงกรานต์อุ่นใจ #วิศวกรคิ้วท์บอย #คอลเซ็นเตอร์คิ้วท์เกิร์ล เงื่อนไขการรับประกัน 1. ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปี บริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย และถือสัญชาติไทย 2. เริ่มต้นคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่ลูกค้ากดรับสิทธิ์ และลงทะเบียน จนถึงวันที่สิ้นสุดความคุ้มครอง 30 วัน เวลา 16.30 น. และไม่มีการต่ออายุอัตโนมัติ 3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การให้ความคุ้มครองโครงการนี้กับลูกค้าปัจจุบันของเอไอเอสเท่านั้น 4. สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอสจดทะเบียนในนามบุคคล 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น 5. ลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ได้ในขณะอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น 6. เงื่อนไขการพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  12. สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS คว้ารางวัล Champion จากเวทีระดับโลก WSIS PRIZES 2018 ที่จัดขึ้นโดย ITU และ UN นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย ในฐานะองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียว ที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก WSIS PRIZES 2018 ที่จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกสูงสุด นั่นคือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) หรือ ITU และองค์การสหประชาชาติ (United Nations) หรือ UN โดย โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS ได้รับการโหวตจากสมาชิก WSIS กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 ในหมวดที่ 16 Media จากการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอซีที และสื่อดิจิทัลด้วยความสร้างสรรค์ เท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของคนไทยที่ทำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย และถือเป็นกำลังใจให้กับ AIS และทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังทุกๆ คน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อสังคมมาตลอดกว่า 18 ปี รางวัล WSIS PRIZES 2018 เป็นการมอบรางวัลให้กับโครงการที่มีความโดดเด่นด้านการสร้าง ประยุกต์ใช้งาน ส่งเสริม และเป็นแบบอย่างให้เกิดความร่วมมือในระดับโลก ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของ AIS ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน” ความสำคัญของรางวัลดังกล่าว เกิดขึ้นจากที่ UN ได้ประกาศ “วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030” (The 2030 Agenda for Sustainable Development) รวมถึงวางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs รวม 17 ข้อ ไว้เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558 โดยวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 และ SDGs จะเป็นทิศทางพัฒนาของนานาประเทศ รวมถึง ประเทศไทย โดยในปีนี้ การประกวดรางวัล WSIS PRIZES ได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก มีโครงการส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากถึง 685 โครงการ จาก 18 หมวด และมีจำนวน 492 โครงการ ที่ผ่านเข้ารอบจากวิธีการโหวตโดยสมาชิก WSIS กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก จากนั้น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเพียงหมวดละ 5 โครงการ โดยผลการตัดสินปรากฎว่า โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS (Sarnrak – Good Kids, Great Heart : The Influence ICT, Media, and Contents for Inspiring Ethics) ได้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 ในหมวดที่ 16 Media จากการสร้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอซีที และสื่อดิจิทัลด้วยความสร้างสรรค์ เท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ซึ่งถือเป็นองค์กรจากประเทศไทยเพียงรายเดียว ที่สามารถคว้ารางวัลจากเวทีที่จัดขึ้นโดยองค์กรระดับโลกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การที่โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง จาก AIS ได้รับรางวัล Champion จากเวที WSIS PRIZES 2018 เกิดจากการดำเนินโครงการที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานกว่า 18 ปี และคนทั่วไปยอมรับว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการอย่างแท้จริง โดย AIS ได้นำเทคโนโลยีไอซีทีและสื่อดิจิทัล เข้ามาเป็นสื่อกลางขยายการรับรู้และเผยแพร่เรื่องจริงของเด็กเก่งที่สู้ชีวิตผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงในจำนวนมาก และเกิดเป็นกระแสส่งต่อเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนขยายผลเป็นการช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และสาธารณชน อาทิ การบริจาคเงินทุนการศึกษา บริจาคสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น รวมทั้ง ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสที่ดีในสังคมต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้ให้การสนับสนุนบริจาคเงินมากขึ้นจากเดิมที่ใช้เพียงสื่อออฟไลน์ถึง 2 เท่า โดยนับตั้งแต่เปลี่ยนมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 จนถึงปัจจุบัน เด็กคนเก่งบางคนได้รับยอดเงินบริจาคสูงสุดถึง 500,000 บาทเลยทีเดียว จึงถือได้ว่า เป็นการดำเนินโครงการสอดที่รับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ทั้งเรื่อง การขจัดความยากจน (No Poverty) , มีการศึกษาที่เท่าเทียม (Equality Education) , การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) รวมทั้ง การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Reduce Inequalities)” โครงการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ AIS ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เนื่องด้วยเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาในสังคมไทย ยังมีครอบครัวอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสทางสังคมและต้องการความช่วยเหลือ โดย AIS ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน มอบทุนการศึกษาจนจบในระดับปริญญาตรี และมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ และดูแลชีวิตความเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง นำเรื่องราวของเยาวชนซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทยนำไปเผยแพร่ผ่านรายการสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง บนช่องทาง YouTube (sarnrakais), Facebook (Sarnrakkonkeng) และแอปพลิเคชัน AIS PLAY, AIS PLAYBOX ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 15.00 น.
  13. เอไอเอส บุกตลาดโรมมิ่ง เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้านักเดินทาง เปิดบริการ “ให้เช่า Pocket wifi พร้อมเล่นเน็ตแบบ Non-Stop” 26 มีนาคม 2561 : เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำตลาดโรมมิ่งที่ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางทุกกลุ่ม ด้วยแพ็กเกจและบริการที่หลากหลายและคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจโรมมิ่ง, SIM2Fly ซิมโรมมิ่งราคาประหยัด ล่าสุด เพิ่มทางเลือกใหม่ในการใช้เน็ตในต่างประเทศให้กับผู้ใช้มือถือทุกค่าย ด้วยบริการ “ให้เช่า พ็อกเก็ต ไวไฟ พร้อมเล่นเน็ตไม่จำกัด” เริ่มต้นเพียงวันละ 150 บาท ได้รับเน็ตความเร็วสูงสุด 1 GB จากนั้นใช้เน็ตได้ไม่จำกัดที่ความเร็ว 128Kbps โดยสามารถแชร์เน็ตได้สูงสุดถึง 10 เครื่อง และใช้บริการได้ใน 10 ประเทศสุดฮิต ทั้งเอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกา รวมทั้ง อุ่นใจยิ่งกว่า ด้วยบริการดูแลตลอดการใช้งานในต่างแดน โดยทีมเอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ และทีมวิศวกรที่พร้อมตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการใช้งานได้อย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าที่สนใจใช้บริการสามารถเช่าได้ที่ AIS SHOP 17 สาขาในกรุงเทพฯ นางสาวอัศนีย์ วิภาตเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสเล็งเห็นว่า ในตลาดยังมีนักเดินทางที่มองหาการใช้งานเน็ตโรมมิ่งราคาประหยัด แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนซิม รวมถึงผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่ม และต้องการแชร์การใช้เน็ตภายในกลุ่ม ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ เราจึงเปิดให้บริการ เช่าพ็อกเก็ตไวไฟ ที่มาพร้อมซิมและแพ็กเกจเล่นเน็ตไม่จำกัด ครบถ้วนในที่เดียว ในราคาประหยัด สำหรับผู้ใช้มือถือทุกค่าย โดยเราชูจุดเด่นเรื่องของการดูแลที่อุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง หากพบปัญหาการใช้งานในต่างประเทศ สามารถติดต่อเอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเอไอเอสดูแลลูกค้าเหมือนบริการโรมมิ่ง ในขณะที่บริการอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด ใช้ซิมของต่างประเทศในการให้บริการ ทำให้เมื่อพบปัญหาการใช้งาน จะใช้เวลานานในการแก้ปัญหาหรือบางครั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้” ประเทศที่ให้บริการ และอัตราค่าบริการ (รวมVAT) • กลุ่มประเทศที่ 1: ญี่ปุ่น 150 บาท/วัน • กลุ่มประเทศที่ 2: เกาหลีใต้ ไต้หวัน 180 บาท/วัน • กลุ่มประเทศที่ 3: ฮ่องกง มาเก๊า สิงค์โปร์ มาเลเซีย 200 บาท/วัน • กลุ่มประเทศที่ 4: ออสเตรเลีย USA ลาว 350 บาท/วัน หมายเหตุ ค่ามัดจำเครื่อง 1,500 บาท/เครื่อง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานในต่างประเทศ ลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบอินเทอร์เน็ตคงเหลือในแพ็กเกจ หรือเติมเงินด้วยบัตรเครดิต เพื่อซื้อแพ็กเสริมเพิ่มเน็ตที่ความเร็วสูงสุดได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์ http://myais.ais.co.th โดยแพ็กเสริมดังกล่าว จะสามารถสมัครได้ในช่วงระยะเวลาที่ได้แจ้งเช่าพ็อกเก็ตไวไฟเท่านั้น ตัวอย่างเช่น กรณีลูกค้าแจ้งเช่าพ็อกเก็ตไวไฟกับทางเอไอเอส วันที่ 1 – 3 มีนาคม ดังนั้นลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเสริมนี้ได้ในวันที่ 1 – 3 มีนาคมเท่านั้น บริการให้เช่าพ็อกเก็ตไวไฟ ที่ AIS Shop 17 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, สยามพารากอน, เทอร์มินอล 21, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, มาบุญครอง, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพระราม 2, เมกาบางนา, เซ็นทรัลเวิลด์, แฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพระราม 9, เดอะมอลล์บางกะปิ, เซ็นทรัลเวสต์เกต, ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
  14. AIS เปิดให้บริการ “Zone Alarm” แอปพลิเคชั่นด้านความปลอดภัย ช่วยปกป้องมือถือจากไวรัส และภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์ (13 มีนาคม 2561) ทุกวันนี้ ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส มัลแวร์ มีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คอยรบกวน และสร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนมาโดยตลอด AIS เล็งเห็นจุดนี้ และตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ การดูวิดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ เล่นเกมส์ รวมไปถึงการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่อาจมีไวรัสแอบแฝงมาโดยไม่รู้ตัว AIS จึงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ บริษัท CheckPoint บริษัทชั้นนำด้านซอร์ฟแวร์แอนตี้ไวรัสระดับโลก เปิดให้บริการแอปพลิเคชั่น ZoneAlarm เพื่อช่วยปกป้องสมาร์ทโฟนจากภัยคุกคามไซเบอร์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจ และอุ่นใจในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตอย่างไร้กังวล ด้วยคุณลักษณะเด่นๆ หลายอย่าง ที่ไม่มีในแอปพลิเคชั่นป้องกันไวรัสอื่นๆ ที่เป็นฟรีดาวน์โหลด ได้แก่ 1. สามารถสแกน และตรวจจับพฤติกรรมของแอปพลิเคชั่นที่ใช้อยู่ ว่าเป็นแอปที่ปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากบางแอปฯ ที่โหลดฟรีมา หรืออาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะโหลด อาจจะแอบส่งข้อมูลของคุณออกไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว 2. ตรวจจับไวรัสหรือมัลแวร์ และอัปเดตภัยคุกคามใหม่ๆ อยู่เสมอ ที่อาจมาในรูปแบบของลิงค์หรือ URL โฆษณาต่างๆ จากทาง SMS ทั้งส่วนที่เป็นคอนเทนต์จากบริษัทผู้ให้บริการคอนเทนต์ และไวรัสที่แฝงมากับ SMS เหล่านั้น ZoneAlarm สามารถคัดกรอง SMS ที่มี URL เหล่านั้นได้เพื่อให้ผู้ใช้ได้เห็นก่อนที่จะไปกดลิงค์ 3. ตรวจสอบและแนะนำ Wi-Fi hotspot ที่น่าเชื่อถือ อีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป ถูกแฮกข้อมูลอยู่บ่อยๆ ZoneAlarm จะเข้าช่วยเตือนผู้ใช้กรณีที่เผลอไปใช้งาน Wi-Fi ที่อาจไม่ปลอดภัย บริการ Zone Alarm รองรับบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android สมัครใช้บริการง่ายๆ เพียงกด *689*9# โทรออก ระบบจะส่ง URL link กลับมาทาง SMS จากนั้น กดดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งแอปฯ ไว้ที่เครื่อง ค่าใช้บริการ 39 บาทต่อเดือน รับสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/ZoneAlarm
  15. mPAY ผนึก Rabbit LINE Pay ประกาศร่วมทุนขยายแพลตฟอร์ม e-money ผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด พร้อมส่งโปรโมชั่นรับฟรี 1 GB ส่วนลดหรือรับเงินคืน 10% ให้ผู้ใช้ Rabbit LINE Pay ที่ใช้ผ่านแอพ my AIS ประเทศไทย - วันที่ 5 มีนาคม 2561 - แอดวานซ์ เอมเปย์ (mPAY) บริษัทลูกของ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด มหาชน หรือ เอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 1 ผนึก Rabbit LINE Pay (RLP) แพลตฟอร์ม e-money และ การชำระเงินผ่านมือถือทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 และ Rabbit ผู้นำด้านไมโครเพย์เมนท์และ mass transit อันดับ 1 วันนี้ประกาศร่วมทุนเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดมุ่งให้ Rabbit LINE Pay ก้าวสู่แพลตฟอร์มการชำระเงินทางมือถืออันดับ 1 ในประเทศไทยภายใน 3 ปี ความร่วมมือแรกที่จะเกิดขึ้นระหว่าง Rabbit LINE Pay และ AIS คือการเชื่อมต่อบนแอพ my AIS โดย Rabbit LINE Pay จะเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินบนมือถือเจ้าเดียวบนแอพ my AIS เพื่อให้ผู้ใช้สามารถชำระบิลต่างๆ ผ่านทาง Rabbit LINE Pay โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครคิตหรือบัตรเดบิตของผู้ใช้ และการย้ายฐานลูกค้าของ mPay มาเป็นฐานลูกค้าของ Rabbit LINE Pay รวมถึงการชำระเงินของลูกค้าระบบเติมเงิน ลูกค้าระบบรายเดือน ลูกค้า เอไอเอส ไฟเบอร์ การชำระค่าบัตรเครดิต และการชำระค่าสาธารณูปโภค รวมกว่า 200 รายการจะสามารถจ่ายผ่านช่องทาง Rabbit LINE Pay ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การชำระเงินผ่านมือถือของลูกค้า AIS ให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นเมื่อจ่ายทางแอพ myAIS นอกจากนี้ลูกค้า AIS ยังสามารถใช้ e-Wallet ของ Rabbit LINE Pay ผ่านทุกช่องทางของ AIS ทั่วประเทศ ทั้ง ศูนย์บริการ AIS ศูนย์บริการ Serenade ร้าน Telewiz ตู้เติมเงิน AIS และ mPayสเตชั่น รวมถึงผู้ใช้บริการ Rabbit LINE Pay ยังสามารถ เติมเงินเข้า กระเป๋าเงิน Rabbit LINE Pay ผ่านทุกช่องทางของ AIS ทั่วประเทศ ทั้ง ศูนย์บริการ AIS ศูนย์บริการ Serenade ร้าน Telewiz ทั่วประเทศ โปรโมชั่น Rabbit LINE Pay และ AIS ส่งโปรโมชั่นพิเศษฉลองการร่วมทุน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม - 31 สิงหาคม 2561 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.ลูกค้า AIS ระบบรายเดือน และระบบเติมเงิน ที่ได้ชำระบิล หรือ ได้รับการเติมเงินผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay เป็นครั้งแรก จะได้รับดาต้าฟรี 1GB เป็นเวลา 7 วัน 2. ลูกค้า AIS ระบบเติมเงิน ที่เติมเงิน เอไอเอส วัน-ทู-คอล! ผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay จะได้รับเงินคืน 10% (สูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน) 3. ลูกค้า AIS ระบบรายเดือน หรือ AIS ไฟเบอร์ ผ่านแอพ my AIS ด้วย Rabbit LINE Pay จะได้รับส่วนลด 10% (สูงสุดไม่เกิน 50 บาทต่อเดือน) นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธากรรมการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือ การสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นความร่วมมือในรูปแบบของการเข้ามาร่วมลงทุนใน แรบบิทไลน์เพย์ ผ่านทาง เอ็มเพย์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านการมีตัวแทนเติมเงินทั่วประเทศ การมีช่องทางชำระค่าใช้จ่ายและค่าสาธารณูปโภคครบถ้วนที่สุด พร้อมทั้งเครือข่ายคุณภาพที่ครอบคลุมสูงสุด เมื่อผนวกเข้ากับไลน์ เพย์ บน ไลน์ แอพพลิเคชั่น ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของแพลตฟอร์มชำระเงินอิเล็กทรอนิคส์ และแมสเสจจิ้ง รวมถึงแรบบิท ที่มีขีดความสามารถด้านระบบชำระทั้งออนไลน์/ออฟไลน์ และระบบขนส่งมวลชน จะทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ ยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าเอไอเอสและคนไทยทุกคนไปอีกขั้น จากบริการใช้จ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้นจากวันนี้เป็นต้นไป” คุณเนลสัน เหลียง, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ แรบบิท และ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด มหาชน กล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นผู้นำในธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน แรบบิทคือผู้ให้บริการการชำระเงินในรูปแบบ ไมโคร เพย์เมนท์ หรือ micro-payment อันดับ 1 ในกรุงเทพด้วยสมาชิกบัตรแรบบิทกว่า 8.5 ล้านคน เราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นไลน์ ประเทศไทย ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่คนทั้งประเทศใช้งานและมีแอพพลิเคชั่นไลน์เพย์อยู่ในโทรศัพท์ของทุกคน เอไอเอสผู้นำระบบสื่อสาร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและมีลูกค้ากว่า 40 ล้านคน บีทีเอส ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าครอบคลุมการคมนาคมทั่วกรุงเทพฯ และบัตรแรบบิท ที่มีฐานข้อมูลสมาชิกและร้านค้าต่างๆ มากมาย การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เราเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของการให้บริการทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ที่สามารถผลักดันสังคมไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด cashless society ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่ภาครัฐตั้งใจขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน” คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย กล่าว “การก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดหรือ cashless society สามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ ไม่เพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ใช้เสมือนพกเงินสดไปทุกที่ ยังช่วยลดปัญหาอีกด้วยเนื่องจาก 87% ของคนไทยไม่มีบัตรเครดิตและยังเข้าถึงทางการเงินไม่สะดวก ทำให้การชำระเงินผ่านมือถืออย่าง Rabbit LINE Pay สามารถช่วยแก้ปัญหาในข้อนี้ได้ ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้มาเป็นแบบไม่ใช้เงินสดหรือ cashless จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเชื่อมั่นว่าพันธมิตรในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น AIS ที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออันดับ 1 Rabbit ที่เป็นผู้นำด้านไมโครเพย์เมนท์และ mass transit อันดับ 1 และ LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มอันดับ 1 จะผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดได้จริง โดย 1. เพิ่มช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย:แอพ my AIS, Rabbit LINE Pay และ LINE (บนออฟฟิเชียลแอคเคาท์ของ AIS) 2. เป็นช่องทางการจ่ายเงินของชีวิตประจำวัน: สามารถจ่ายบิลได้หลายรายการ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ สั่ง LINE MAN จ่ายค่าโดยสารของ LINE TAXI 3. มีโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้ใช้ได้ลอง ซึ่งการร่วมมือของ AIS, RLP และ LINE จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น cashless society ให้คนไทยก้าวสู่ยุค Thailand 4.0 และมุ่งปั้น Rabbit LINE Pay ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินทางมือถืออันดับ 1 ในประเทศไทย”
×