Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108

Administrators
  • Content count

    3,608
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    39

ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108 last won the day on August 25 2017

ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108 had the most liked content!

4 Followers

About ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108

  • Rank
    ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านครับผม
  1. ราวๆ 23.15 น. 27 พ.ค. 2561รับแจ้งมีชาวต่างประเทศตกคอนโดมิเนียมย่านถนนห้วยแก้ว (ขอสงวนชื่อ) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ "เสียชีวิต" ยังไม่ทราบเพศและสัญชาติขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบอยู่(คืบหน้า ผู้เสียชีวิตชาวต่างประเทศ ตกคอนโดฯ เป็นเพศชาย อายุราว 40-50 ปี ชาวอังกฤษ ตกจากชั้น15 มาค้างอยู่ชั้น3 ) ภาพจากกู้ชีพดารารัศมี
  2. สะดุ้ง../ ขับรถมาดีๆ..เกิดควันและแสงเพลิง ลุกไหม้ สละรถ...แจ้งขอความช่วยเหลือ./ วันนี้ 17 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 10.00 น. สภ.แม่ปิง ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชน ผ่านระบบฮอตไลน์ สายด่วน 191 แจ้งว่ามีผู้ขับขี่รถรถยนต์ส่วนบุคคล คันเกิดเหตุ ท่านหนึ่ง ขณะขับขี่เคลื่อนตัวออกสู่ถนนสายเชียงใหม่ – ลำปาง บริเวณด้านหน้าของภัตตาคารอาหารจีนเจี่ยท้งเฮง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการแจ้งเตือนจากประชาชน ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ซึ่งขับติดตามมา ได้แจ้งเตือนว่า รถยนต์คันเกิดเหตุ มีควันและเห็นแสงเพลิงลุกไหม้ ที่บริเวณห้องเครื่องด้านหน้ารถ ให้หยุดรถ เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นการด่วน เมื่อผู้ขับขี่ได้รับทราบเหตุการณ์ จึงได้หยุดรถ แล้วรีบเปิดประตูออกไปจากตัวรถ หลังจากนั้น ได้ประสานเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ท้องที่เกิดเหตุ สภ.แม่ปิง โดยทันที เวลาไม่นานนัก หลังจากที่ สภ.แม่ปิง ได้รับทราบเหตุ จึงได้สั่งการไปยังสายตรวจฟ้าฮ่าม โดยมี ร.ต.ท.ธีระยุทธ ดวงสว่าง รอง สว.(ป.) สภ.แม่ปิง ซึ่งเป็นสายตรวจเขตรับผิดชอบ พื้นที่ สภ.แม่ปิงฯ พร้อมกับ ร้อยเวรสายตรวจจราจร ร.ต.อ.โชติวิทย์ สายอุด รอง สว.จร.ภ.จว.เชียงใหม่ รับทราบเหตุการณ์ จึงได้ร่วมกัน เร่งรีบ เพื่อออกไปทำการตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งอำนวยการด้านการจราจร และให้ความช่วยเหลือ เป็นกรณีเร่งด่วน โดยได้ประสานไปยัง พนักงานดับเพลิงของท้องถิ่น ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ออกไปให้ความช่วยเหลือ ต่อมา จนท.ดับเพลิง เมื่อเดินทางมาถึง จึงได้ฉีดน้ำยาเคมี และน้ำเพื่อทำการดับเพลิง จนสงบเรียบร้อย เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากระบบไฟของตัวรถและระบบเชื้อเพลิง ซึ่งมีถังแก๊สติดตั้งอยู่ แล้วเกิดลัดวงจรเกิดแสงเพลิงลุกไหม้ขึ้น เจ้าของรถไม่ติดใจ และจะได้ไปประสานช่าง เพื่อมาทำการชักลาก ไปซ่อมแซมแก้ไข ในโอกาส ต่อไป ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ใช้ ใช้ถนนทุกท่าน ควรหมั่นตรวจตรา สภาพของยวดยานพาหนะที่ทุกท่านขับขี่ เป็นระยะด้วย อย่างน้อย 6 เดือน ต่อครั้ง เพื่อให้ช่างผู้ชำนาญการ ได้ทำการตรวจสอบสภาพของเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ระบบไฟ อย่างละเอียด รวมถึง ผู้ที่ติดถังแก๊สเป็นเชื้อเพลิงในการขับขี่ เพื่อตรวจหาความชำรุด เหตุบกพร่อง หรือ ระบบไฟ ของรถยนต์ของเรา ว่าจะต้องมีการสับเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัย ในการขับขี่ และความปลอดภัย ของยานพาหนะรถยนต์ของเราเอง ซึ่งมีราคาแพง ต้องมีความรอบคอบ และหมั่นตรวจสอบ เป็นระยะๆ เพื่อการใช้งาน ที่ยาวนาน ต่อไป ด้วยความปรารถนาดี >> ปชส.ภ.จว.เชียงใหม่ <<
  3. เอส เอฟ จับมือ จีดีเอช กล่องดินสอ และ สสส. จัดภาพยนตร์รอบพิเศษ “น้อง.พี่.ที่รัก จนอยากจะ..พรรณนา” เพื่อผู้มีความบกพร่องทางการเห็น รับชมผ่านแอปพลิเคชั่น “พรรณนา (PANNANA)” บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด, บริษัท กล่องดินสอ จำกัด และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ สำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเห็นในโปรเจ็คท์ “น้อง.พี่.ที่รัก จนอยากจะ..พรรณนา” ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่ โดยรับชมผ่านแอปพลิเคชั่น “พรรณนา” (PANNANA) โปรแกรมประยุกต์เสียงบรรยายภาพสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเห็น เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นดังกล่าว ก็สามารถเดินเข้าโรงภาพยนตร์ และสามารถชมภาพยนตร์ด้วยการเสียบหูฟัง เพื่อฟังเสียงบรรยายภาพจากภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยแอปพลิเคชั่น พรรณนา นี้ถือเป็นแอปพลิเคชั่นชมภาพยนตร์สำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเห็นที่ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยภายในงานได้นักแสดงชื่อดัง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ บอล-วิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์ “น้อง.พี่.ที่รัก” มาร่วมกันเซอร์ไพรส์ ให้บรรดาผู้ผู้มีความบกพร่องทางการเห็นและผู้ชมทั่วไปได้มีทแอนด์กรี๊ด ชนิดที่ได้พบตัวเป็น ๆ ของบรรดานักแสดง ผู้กำกับ แบบไม่ทันตั้งตัว จึงเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าด และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมในโรง โดยเฉพาะผู้มีความบกพร่องทางการเห็น เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงแล้วได้พบกับนักแสดงมาก่อน จึงสร้างความสนุกสนานและประทับใจให้กับผู้มีความบกพร่องทางการเห็นไปตาม ๆ กัน เรียกว่างานในวันนั้นอบอวลไปด้วยความสุขและความซึ้งใจไปตาม ๆ กัน แอปพลิเคชั่น พรรณนา คือแอปพลิเคชั่นเสียงบรรยายภาพสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเห็น โดยจะสามารถสร้างภาพจินตนาการจากการฟังบรรยายภาพด้วยเสียง ทำให้ผู้มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถรับชมเรื่องราวได้อย่างมีอรรถรส แอปพลิเคชั่น พรรณนา สามารถรองรับได้ทั้ง IOS และ Android โดยมีรายการสารบัญของเสียงบรรยายภาพของภาพยนตร์ เมื่อเปิดดูภาพยนตร์ และเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นพรรณนาพร้อมกับเปิดเอดี (เสียงบรรยาย) (AD หรือ Audio Description) ของภาพยนตร์เรื่องนั้นไปพร้อมกัน การทำงานของพรรณนาคือฟังเสียงของภาพยนตร์ที่ดำเนินอยู่ขณะนั้น เชื่อมต่อเข้ากับระบบฐานข้อมูล ค้นหาเสียงบรรยายภาพ และเริ่มเล่นเสียงบรรยายภาพ ซึ่งเป็นการใช้งานที่ง่ายดายและสะดวกเป็นอย่างมาก (หากระหว่างชมภาพยนตร์ ผู้ใช้งานลุกออกจากที่นั่ง เมื่อกลับเข้าไปในโรงภาพยนตร์ก็สามารถเปิดแอปพลิเคชั่น แล้วทำการเชื่อมต่อใหม่ ก็จะสามารถเชื่อมกับเสียงบรรยาย ณ ขณะนั้น แล้วจะสามารถรับชมภาพยนตร์ต่อเนื่องได้ทันที) คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ทาง เอส เอฟ มีความยินดีเป็นอย่างมากในการให้การสนับสนุนการจัดทำและพัฒนาแอปพลิเคชั่น พรรณนา โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 2 ที่เราได้จัดรอบพิเศษให้ผู้มีความบกพร่องทางการเห็นได้รับชมภาพยนตร์ร่วมกันกับผู้ชมทั่วไป ผ่านแอปพลิเคชั่น พรรณนา เมื่อปีที่แล้วเราเปิดตัวด้วยภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อน..ที่ระลึก” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้มีความบกพร่องทางการเห็น และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้มาจัดงานที่เชียงใหม่ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมีผู้มีความบกพร่องทางการเห็นมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โครงการนี้นับเป็นหนึ่งในกิจกรรม CSR หรือกิจกรรมที่คืนกลับให้กับสังคมของบริษัท โดยเรามองว่า ผู้มีความบกพร่องทางการเห็นไม่ค่อยมีโอกาสมากนักที่จะเดินเข้าโรงภาพยนตร์ และสามารถรับชมภาพยนตร์ร่วมกับคนสายตาปกติ แอปพลิเคชั่นนี้จะสามารถทำให้ครอบครัวที่มีผู้มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถจูงมือพวกเขาเข้าโรงภาพยนตร์และรับชมภาพยนตร์ร่วมกันได้อย่างไม่ต้องรู้สึกแปลกแยก ซึ่งเราดีใจที่สามารถสร้างความสุขและโอกาสที่เท่าเทียมให้กับพวกเขาเหล่านั้น” ด้าน คุณยงยุทธ ทองกองทุน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดอาวุโส บริษัท จีดีเอช 559 จำกัดกล่าวว่า“ที่ผ่านมา GDH เคยมอบความสุขให้กับผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็นมาแล้วจากการทำดีวีดีหลายๆ เรื่อง อาทิ แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว, พรจากฟ้า และฉลาดเกมส์โกง เป็นระบบเสียงบรรยายภาพ (Audio Description) รวมถึงในปีที่แล้วภาพยนตร์เรื่อง เพื่อน..ที่ระลึก เองก็ได้มีโอกาสได้เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นสามารถรับชมในโรงภาพยนตร์ผ่านแอปพลิเคชั่น พรรณนา ซึ่งเรามีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนนึ่งในการสนับสนุนแอปพลิเคชั่นที่ส่งมอบความเท่าเทียมในสังคม สำหรับวันนี้เราก็ยินดีจะมอบความสุขนั้นอีกครั้งกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเรา “น้อง.พี่.ที่รัก” ที่ทุกคนจะได้ชมในวันนี้ และเรามีความตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนสิ่งดีๆ เหล่านี้ต่อไป เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ชมทุกคน” ด้าน คุณฉัตรชัย อภิบาลพูนผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กล่องดินสอ จำกัด ผู้พัฒนา แอปพลิเคชั่น PANNANA พรรณนา ได้เปิดใจว่า “ทีมงานกล่องดินสอเชื่อว่าคนพิการสามารถอยู่ร่วมกับคนไม่พิการในสังคมได้หากเราปรับสิ่งแวดล้อมให้รองรับทุกคน แอปพลิเคชั่นพรรณนาเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสังคม แต่ที่สำคัญกว่าเทคโนโลยีคือความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ผู้ผลิตภาพยนตร์ผลิตเสียงบรรยายภาพ โรงภาพยนตร์ออกแบบเพื่อรองรับคนพิการ ระบบขนส่งมวลชนการเดินทางที่คนพิการเข้าถึงได้ สื่อมวลชนที่ช่วยกันรณรงค์สร้างความตระหนักต่อคนพิการ ภาครัฐบาลที่ให้การสนับสนุน และภาคส่วนอื่นๆ อีกมากมาย หากเราทุกคนร่วมมือกันเหมือนในวันนี้ สังคมที่คนพิการและคนไม่พิการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขก็ไม่ไกลเกินฝัน” อีกหนึ่งความร่วมมือ คุณคุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้กล่าวว่า “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ ให้การสนับสนุนโครงการ ด้วยกัน ในการสร้างสรรค์กิจกรรมทางสังคม ที่เป็นการส่งเสริมสุขภาวะที่ให้คนพิการและคนไม่พิการให้สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ และสร้างองค์ความรู้เพื่อให้องค์กรอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งตรงกับกรอบการทำงานของสำนักที่มุ่งให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมเรื่องการดำรงชีวิตอิสระเพื่อให้สามารถสื่อสาร เดินทาง และจัดการตนเองได้ สสส.พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมการเข้าถึงของคนพิการ ตลอดจนบูรณาการงานด้านคนพิการในประเด็นสุขภาพทั้งมิติทางกาย จิต ปัญญา และสังคมตามเป้า 10 ปีที่สสส.ดำเนินการอยู่ เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนให้คนพิการมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติให้บรรลุผล และหวังให้เกิดเป็นความยั่งยืนต่อไป” ผู้มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น พรรณนา (PANNANA) ได้ที่ Google Play หรือ App Store และสามารถเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง “น้อง.พี่.ที่รัก” ได้ในทุกโรงภาพยนตร์แล้ววันนี้
  4. วิสามัญฆาตกรรม 2 ศพ ระหว่างขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด

    วันนี้ 14 พ.ค.61 เวลาประมาณ 01.20 น. ร.ต.อ.ณรงค์ชัย อนาวัน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เวียงป่าเป้า พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งว่า วันนี้ (14 พ.ค.61) เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.บส.นำโดย พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผกก. กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส.,พ.ต.ท.จิรพงษ์ คำมี สว.กก.2 บก.ปส.3 กับพวก ได้ร่วมกันทำการจับกุม ผตห.จำนวน 2 ราย(เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ) 1.นายคมสัน แซ้โซ้ง อายุ 31 ปี (เสียชีวิต) ที่อยู่ 121 หมู่ 8 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จว.ลำปาง (ได้จากการตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนในที่เกิดเหตุ) * จากการสืบสวนทราบว่า คือนายพยุห์ ภูเรืองรอง อายุ 34 ปี ที่อยู่ 180 หมู่ 8 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จว.ลำปาง 2.นายสุชาติ แซ่ลี อายุ 27 ปี (เสียชีวิต) ที่อยู่ 179 หมู่ ต.เมืองงาย อ.แจ้ห่มจว.ลำปาง (ได้จากการตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน ในที่เกิดเหตุ) * จากการสืบสวนทราบว่า คือนายสุรินทร์ แสงทรงเจริญ (แบงค์) อายุ 23 ปี ที่อยู่ 72/3 หมู่ 5 ต.บ้านหวด อ.งาว จว.ลำปาง พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวนประมาณ 5,000,000 เม็ด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวนประมาณ 199 แท่ง 3.รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน 4.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุ จนท.ชุดจับกุมสืบทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศจากทางด้านอำเภอเชียงดาว จึงได้ติดตามมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้ยิงปืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และคนร้ายถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 คน และเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลาง สถานที่เกิดเหตุ ถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 1150 ระหว่างหลัก กม. ที่ 58 - 59 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จว.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 พ.ค.61 เวลาประมาณ 01.00 น. #ขอบคุณแหล่งข้อมูลคะ กลุ่มไลน์ข่าวทั่วไป ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม
  5. วิสามัญฆาตกรรม 2 ศพ ระหว่างขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด

    วิสามัญ2ศพ! ตร.ไล่ล่าระทึกปะทะเดือดแก๊งยาบ้า เหิมยิงสู้ถูกเป่าดิ้น ยึด5ล้านเม็ด*** 14 พ.ค.61 พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 บช.ปส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผกก.กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. , พ.ต.ท.จิรพงษ์ คำมี สว.กก.2 บก.ปส.3 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากจากชายแดนไทยด้าน จ.เชียงราย เข้าสู่ชั้นในของประเทศโดยใช้เส้นทาง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย-เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงได้นำกำลังตำรวจไปดักซุ่มสกัดอยู่บนถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 1150 พื้นที่ ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จะไปทาง อ.เชียงดาว เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ติดป้ายทะเบียนเป็นหมายเลขทะเบียน บน 128 พะเยา ขับผ่านมาจากทาง อ.เวียงป่าเป้า จะไปทาง อ.เชียงดาว ตรงกับที่ได้รับแจ้งจึงให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด และยังได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้น เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์ออกไล่ติดตามไปจนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 58-59 เจ้าหน้าที่จึงสกัดรถเอาไว้ได้ แต่คนในรถยังไม่ยอม ยังยิงต่อสู้ตลอดเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ยิงจนคนภายในรถจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบรถของคนร้ายที่จอดนิ่งอยู่บนถนนหลังถูกยิง พบที่กระบะหลังรถมีกระสอบฟางสีรุ้งวางซ้อนกันอยู่หลายใบ โดยมีผ้าใบและวัสดุอื่นๆ วางปกเอาไว้ด้านบน เมื่อเปิดดูในกระสอบพบว่าบรรจุยาเสพติดประเภทยาบ้าจำนวน 5 ล้านเม็ด เฮโรอีนจำนวน 199 แท่ง เมื่อตรวจในรถพบศพชายจำนวน 2 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุและพบปืนพักสั้นจำนวน 2 กระบอก สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนพบว่าทั้งคู่เป็นชาว จ.ลำปาง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนที่อยู่กับผู้ตายและรายชื่อที่เจ้าหน้าที่สืบสวนแล้วพบว่าไม่ตรงกันทำให้เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบต่อไป ทั้งล่าสุดได้มีการนำของกลางทั้งหมดส่ง บช.ปส.แล้ว
  6. วิสามัญฆาตกรรม 2 ศพ ระหว่างขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด

  7. วิสามัญฆาตกรรม 2 ศพ ระหว่างขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด เฮโรอีนอีก 199 แท่งเตรียมส่งลูกค้า วันนี้ 14 พ.ค.61 เวลาประมาณ 01.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้ร่วมกันทำการจับกุม ผตห.จำนวน 2 ราย(เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ) 1.นายคมสัน แซ้โซ้ง อายุ 31 ปี ที่อยู่ 121 หมู่ 8 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จว.ลำปาง (ได้จากการตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนในที่เกิดเหตุ) * จากการสืบสวนทราบว่า คือนายพยุห์ ภูเรืองรอง อายุ 34 ปี ที่อยู่ 180 หมู่ 8 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จว.ลำปาง 2.นายสุชาติ แซ่ลี อายุ 27 ปี ที่อยู่ 179 หมู่ ต.เมืองงาย อ.แจ้ห่มจว.ลำปาง (ได้จากการตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน ในที่เกิดเหตุ) * จากการสืบสวนทราบว่า คือนายสุรินทร์ แสงทรงเจริญ (แบงค์) อายุ 23 ปี ที่อยู่ 72/3 หมู่ 5 ต.บ้านหวด อ.งาว จว.ลำปาง พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวนประมาณ 5,000,000 เม็ด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวนประมาณ 199 แท่ง 3.รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน 4.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พฤติการณ์กล่าวคือผู้เสียชีวิตทั้งสองรายเดินทางด้วยรถยนต์ของกลางไปรับยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเชียงดาวแล้วบรรทุกซุกซ่อน มากับพืชผักทางการเกษตรใช้เส้นทางบ้านปิงโค้งอำเภอเชียงดาวมุ่งหน้าอำเภอพร้าวต่อด้วยเส้นทางอำเภอเวียงป่าเป้าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ปิดเส้นทางสัญจรและบังคับรถคันดังกล่าวให้หยุดแต่เมื่อรถคันดังกล่าวหยุดแล้วผู้เสียชีวิตทั้งสองรายลงจากรถแล้วใช้อาวุธปืนของกลางยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกลุ่มเจ้านาทีจำเป็นป้องกันจึงได้ใช้อาวุธประจำกายยิงตอบโต้ไปสักครู่หนึ่งเมื่อเสียงปืนสงบ ได้เข้าตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตทั้งสองรายพร้อมอาวุธปืนของกลางที่ใช้ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเมื่อตรวจค้นบริเวณท้ายกระบะรถยนต์ของกลางนั้นพบว่ามีพืชผักวางอำพรางไว้ส่วนด้านหลังนั้นเป็นยาเสพติดของกลางจึงได้แจ้งประสานงาน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สถานที่เกิดเหตุ ถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 1150 ระหว่างหลัก กม. ที่ 58 - 59 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จว.เชียงราย
  8. ทาสรักแมวชมพูไม่ควรพลาด!!!บ้านในฝันของสาวกคิตตี้แต่งบ้านฟินอิจฉาจนจิกหมอน ทาสแมวคิตตี้ไม่ควรพลาด เปิดบ้านในฝันสาวกแมวสีชมพูตกแต่งคิตตี้ทั้งหลัง สีชมพูหวานแหววแต่งจนฟินถึงขั้นจิกหมอนอิจฉาคิตตี้ทุกส่วนยันชักโครกห้องน้ำ ตุ๊กตาแมวคิตตี้หลายพันจัดตกแต่ง บางตัวหายากไม่ถึงพันตัวในโลก ไม่รักจริงทำไม่ได้ บางอย่างมีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องเล่นได้รางวัลมาเท่านั้น เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 14 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีบ้านหลังหนึ่งในเขตพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตกแต่งบ้านสีชมพูแหวนแหวว มีแมวสีชมพูคิตตี้ตกแต่งตั้งแต่รั้วบ้านยันตัวบ้าน จนสาวกคิตตี้ที่ขับแวะเวียนผ่านไปมาถึงขั้นต้องจอดรถถ่ายชักภาพคู่บริเวณรั้วและประตูบ้าน แต่ไม่มีใครได้เข้าไปเพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล วันนี้ทางทีมข่าวเราได้ทำการติดต่อเจ้าของบ้าน เข้าถ่ายทำในตัวบ้านเป็นกรณีพิเศษ เรียกว่าเปิดให้ชมยันห้องนอนกันเลยทีเดียว ไม่รอช้าเข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 3 บ้านท้าวบุญเรือง ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบนางสาวสุชาดา มานุ อายุ 32 ปี เจ้าของบ้านยืนรออยู่พร้อมสวมชุดมัสคอตคิตตี้และพาผู้สื่อข่าวเที่ยวชมบ้าน โดยบ้านดังกล่าวตกแต่งด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ลายคิตตี้เกือบทั้งหมด ทั้งผ้าม่าน หน้าต่าง ไฟ พัดลม นาฬิกา กำแพง โต๊ะ เก้าอี้ โดยมีสีชมพูหวานแหววทั้งหลัง โดยชั้นล่างมีห้องโถงใหญ่ด้านหน้า ห้องนั่งเล่นด้านใน มีเตียงนอนเล่นลายคิตตี้ โดยมีตุ๊กตาคิดตตี้นานาชนิดๆประดับตกตลอดทุกส่วน ยิ่งในครัวแก้วน้ำ อุปกรณ์ครัวลายคิตตี้หมดทั้งสิ้น ด้านบนเตียงนอนลายคิตตี้ ไปจนถึงห้องน้ำโถส้วมก็ไม่พ้นลายคิตตี้ สอบถามนางสาวสุชาดา เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าว สามีสร้างเองเพราะเป็นสถาปนิกรับเหมาก่อสร้างทำบ้าน โดยทำตามใจตนเอง เพราะตนเองชอบแมวคิตตี้ตั้งแต่เด็ก และเริ่มเก็บสะสมมาได้ 10 กว่าปีแล้ว โดยตอนนี้มีอยู่ทั้ง 6 พันกว่าตัว ที่นำมาตกแต่งจัดแสดงในบ้านบางส่วนบางส่วนก็เก็บไว้ในโกดัง ที่นำมาประดับส่วนใหญ่จะหายาก บางตัวทำออกมาไม่ถึงพันตัว ก็หาซื้อเก็บมาเรื่อย บางอย่างไม่สามารถใช้เงินซื้อได้ต้องร่วมเล่นเกมทายสลากเพื่อให้ได้มาก็ยอม โดยส่วนตัวที่ตกแต่งแบบนี้เพราะความชอบในความน่ารักของแมวคิตตี้ ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  9. รถจักรยานยนต์เฉี่ยวกันไฟลุกไหม้ระเบิด เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย และรถจักรยานยนต์แฉลบจนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นและระเบิดหนึ่งครั้งเสียหายทั้งคัน เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 13 พ.ค.61 บริเวณถนนสายบ้านน้ำโท้ง - บ้านถวาย ปากทางเข้าวัดป่าโมก ตำบลขุงคง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับทางเข้าศูนย์ศิลปหัตถกรรมบ้านถวาย มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉียวชนกัน โดยพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายและหญิง โดยรถคันหนึ่งถึงกับไฟลุกไหม้และระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลหางดง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ได้ขับรถจักรยานยนต์สวนทางกัน แต่คันหนึ่งเกิดเสียหลักจึงพุ่งชนอีกคัน จนรถเสียหลักไถลไปกับพื้นถนนไม่คนละทาง รถอีกคันเกิดประกายไฟจนทำให้รถเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นดังกล่าว โดยชาวบ้านได้ช่วยกันนำน้ำมารดควบคุมเพลิง โดยต่อมาทางรถดับเพลิงจากเทศบาลขุนคงก็นำรถน้ำมาฉีดสกัดจนเพลิงสงบ ส่วนสาเหตุการเฉียวชนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินการกันต่อไป ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  10. ประเพณีเลี้ยงดง ปู่แสะ-ย่าแสะ ปี 61 มีขึ้นในวันที่ 28 พ.ค. 2561 ปู่แสะย่าแสะ และประเพณีเลี้ยงดง...เชียงใหม่ ตำนานเชียงใหม่ปางเดิม ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บันทึกความเป็นมาของพิธีเลี้ยงดงเอาไว้ว่า ในอดีตย่านนี้เป็นบ้านเมืองของชาวลัวะ ชื่อว่า “บุรพนคร” ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงและดอยอ้อยช้าง (อุจฉุคีรี) อยู่มาวันหนึ่งชาวเมืองได้รับความเดือดร้อนจากยักษ์พ่อแม่ลูก 3 ตน ที่มาจับชาวเมืองไปกินทุกวัน จนชาวเมืองต้องพากันอพยพหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ตำนานบอกต่อว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับรู้ด้วยพระสัมมาสัมโพธิญาณ เห็นความเดือดร้อนของชาวเมืองบุรพนคร พระองค์พร้อมด้วยเหล่าสาวกจึงเสด็จมาประทับที่ดอยใต้ ได้มีชาวลัวะ 4 คน เข้าเฝ้าด้วยความเลื่อมใสถวายอาหารที่นำติดตัวมา พระองค์ทรงอนุโมทนาและแสดงธรรมโปรดจนชาวลัวะทั้งสี่เห็นธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ได้มีพุทธทำนายว่า ในภายภาคหน้า เมืองของชาวลัวะแห่งนี้จะได้ชื่อว่า “เมืองชีใหม่” (ต่อมาเพี้ยนเป็นเชียงใหม่) โดยเรียกตามเหตุการณ์ที่ชาวลัวะบวชใหม่ (ในอดีตเรียกพระว่าชี) จากนั้นพระพุทธเจ้าได้สนทนากับพระลัวะทั้ง 4 รูป จนรับรู้ความเดือดร้อนของชาวเมืองโดยตลอด รับสั่งให้พระอานนท์ไปตามยักษ์ทั้ง 3 ตนมาพบ ทรงแสดงอภินิหารให้เห็นและแสดงธรรมให้ฟังจนเกิดความเลื่อมใส ยักษ์ทั้งสามจึงได้สมาทานศีลห้าด้วยความปีติ ต่อมายักษ์นึกขึ้นได้ว่า ตนเองเป็นยักษ์จำเป็นต้องกินเนื้อเป็นอาหาร จึงต่อรองขอกินสัตว์หูยาวแทนมนุษย์ ยักษ์ทูลขอกินควายวันละตัว พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต ยักษ์จึงทูลขอกินควายเดือนละตัว พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุญาต ที่สุดยักษ์จึงทูลขอกินควายปีละตัว พระพุทธองค์ไม่ตอบ ยักษ์จึงขอกับเจ้าเมือง เจ้าเมืองตกลงให้กินปีละตัว โดยยักษ์ปู่แสะขอกินควายเผือกเขาคำ ส่วนยักษ์ย่าแสะขอกินควายดำกลีบเผิ้ง ลักษณะเป็นควายรุ่น เขาเสมอหู กีบเท้าสีน้ำผึ้ง ที่ยังไม่เคยลงไถคราดดิน นำมาชำแหละเอาเครื่องในออก ทั้งเนื้อ หนัง และหัวที่มีพร้อมเขาแผ่นอนไว้กลางลาน โดยตั้งข้อแม้ว่า ยักษ์ต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ครบ 5,000 ปี ตลอดจนปกปักรักษาชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข พระพุทธเจ้าได้มอบหมายให้ยักษ์สองผัวเมียดูแลรักษาดอยคำและดอยอ้อยช้าง ส่วนลูกยักษ์ได้บวชเป็นพระภิกษุ ต่อมาลาสิกขาออกมาถือเพศเป็นฤๅษี มีนามว่า “สุเทพฤๅษี” ส่วนดอยอ้อยช้าง หรือดอยเหนือ ต่อมาเรียกว่าดอยสุเทพ ตามชื่อฤๅษีสุเทพซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ที่ถ้ำฤๅษีหลังดอยสุเทพ (ปัจจุบันปรากฏร่องรอยของบ่อน้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อฤๅษี) จากตำนานดังกล่าวข้างต้น ได้สืบทอดความเชื่อมาจวบจนปัจจุบัน ภายหลังปู่แสะย่าแสะเสียชีวิตแล้ว ชาวบ้านชาวเมืองยังคงเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ และต้องการให้วิญญาณปู่แสะย่าแสะช่วยรักษาพระศาสนาและปกป้องคุ้มครองชาว เมือง จึงจัดให้มีพิธีเซ่นสรวงเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (เป็งเดือนเก้า) ตำนานพื้นเมืองเชื่อกันว่า ปู่แสะย่าแสะเป็นบรรพชนของชาวลัวะ ซึ่งส่วนหนึ่งได้สืบเชื้อสายมาเป็นชาวเชียงใหม่ในปัจจุบัน มีหน้าที่ดูแลรักษาเมืองเชียงใหม่ ดังนั้น เจ้าเมือง เสนาอำมาตย์ และราษฎร จะต้องร่วมกันทำพิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะ โดยเชื่อกันว่า หากไม่ทำพิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะ บ้านเมืองจะเกิดภัยพิบัติ ดังในสมัยพระเจ้าเมกุฏิ เจ้าเมืองเชียงใหม่ บ้านเมืองเดือดร้อนทุกข์เข็ญอย่างสาหัส ชาวบ้านโจษจันว่า เป็นเพราะพระเจ้าเมกุฏิสั่งห้ามชาวบ้านชาวเมืองทำพิธีเซ่นสรวงปู่แสะย่าแสะ เป็นเหตุให้เมืองเชียงใหม่ต้องเสียเอกราช ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า (เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์นี้ถูกจับไปเป็นองค์ประกันที่พม่า ภายหลังสิ้นพระชนม์ได้กลายเป็นแนต [nat] ที่ชาวพม่าให้ความเคารพศรัทธามากตนหนึ่ง) ต่อมาในสมัยของเจ้าแก้วน วรัฐ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย ได้มีการฟื้นฟูพิธีกรรมเลี้ยงดงหรือพิธีบวงสรวงปู่แสะย่าแสะขึ้นอีกครั้ง และปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พิธีเลี้ยงปู่แสะย่าแสะทำสืบต่อกันมาจนถึง พ.ศ. 2480 ทางราชการได้สั่งห้ามจัดพิธี (กรณีนี้คล้ายกับที่ได้มีการห้ามจัดพิธีรำผีมอญที่พระประแดงในยุคหนึ่ง เพราะทางการเกรงว่าการทำนายทายทักในทางร้ายของร่างทรงหรือผู้อำนวยพิธีจะทำ ให้ชาวบ้านชาวเมืองตื่นกลัว) จนถึงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา จึงได้รับการรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งแต่ให้ทำพิธีทางทิศตะวันออกบริเวณเชิงดอย คำ โดยมีชาวบ้านเชิงดอยสุเทพและบ้านแม่เหียะเป็นผู้ทำพิธี ซึ่งข้อกำหนดอย่างหนึ่งของการเป็นร่างทรง (ม้าขี่) ก็คือ บุคคลหนึ่งห้ามเป็นร่างทรงติดต่อกันเกิน ๓ ปี โดยรอบบริเวณลานพิธีเลี้ยงดงเป็นป่าสมบูรณ์ ล้วนแต่ไม้ขนาดใหญ่ เช้านั้นฝนโปรยปรายลงมาแต่เช้า ยอดหญ้าฉ่ำน้ำ ผืนดินนุ่มไร้ฝุ่น ท้องฟ้าครึ้มด้วยเมฆขาวหม่น บรรยากาศขรึมขลังชวนศรัทธา สิ่งที่ดูจะขัดแย้งกับบรรยากาศก็คือ เสียงล้อรถเสียดสีกับถนนและแตรรถกลบเสียงวงฆ้องกลอง (ปี่พาทย์) รถนานาชนิดจอดเรียงรายยาวเหยียด รวมทั้งรถตู้นักท่องเที่ยวหลากสัญชาติ เมื่อถึงปากทางมองเห็นผาม (ปะรำพิธี) แต่ไกลกลางลานโล่ง สองรายทางเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยอาหารเครื่องดื่ม (รวมทั้งเหล้าสี เหล้าขาว และเหล้าตอง แต่ปีหลังจากนี้คงจะไม่มี ภายหลังหน่วยงานส่งเสริมสุขภาพได้เข้าไปสนับสนุนกิจกรรมชาวบ้าน และอาจจะรวมไปถึงการนำควายมาต้มก่อนเซ่นสรวง) ด้านขวาเกือบสุดทางเดินก่อนถึงผาม เป็นอาสน์สงฆ์ ด้านซ้ายเป็นเต๊นท์กองอำนวยการ มีเสียงประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงและผลงานของนักการเมืองท้องถิ่น และโฆษณาขายผืนผ้าพระบฏจำลอง ขณะที่ผมเดินทางไปถึงนั้น ผ้าพระบฏ (ภาพเขียนพระพุทธเจ้า) ถูกนำออกจากหีบพระบฏ ขึงโยงไว้กับยอดไม้สูงเหนือหัวแล้ว ต่อจากนั้นพิธีกรรมก็เริ่มขึ้น ร่างทรงปู่แสะย่าแสะขึ้นไปบนผาม เปลี่ยนชุดตามแบบโบราณ เน้นผ้านุ่งผ้าห่มสีแดง ทำพิธีเซ่นสรวงเชิญวิญญาณปู่แสะย่าแสะเข้าร่าง รับหมากใส่ปากเคี้ยว สูบบุหรี่มอญมวนใหญ่ กระโจนลงจากผาม มุ่งตรงไปยังซากควายกลางลานพิธี เกลือกร่างไปบนซากแล้วขึ้นขี่หลัง ฉีกเนื้อควายใส่ปาก มือวักเลือดในภาชนะขึ้นดื่ม หิ้วเนื้อควายติดตัวไปบางส่วน เดินตรวจตราศาลบูชาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่โดยรอบลานพิธี ทั้ง 12 ศาล ตามจำนวนปู่แสะย่าแสะ ลูก หลาน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ภายในศาลวางกระทงใบตองตึงบรรจุเครื่องเซ่นนานาชนิด หลังปู่แสะย่าแสะรับเครื่องเซ่นแล้วครู่ใหญ่ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ ภาพพระบฏแกว่งไกว ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นปาฏิหาริย์ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกปี โดยไม่มีลมพัดต้องแม้แต่น้อย ภาพพระบฏที่แกว่งไปมาทำให้ร่างทรงปู่แสะย่าแสะต้องรีบกลับเข้าผาม เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดสีขาว เข้าไปไหว้สาพระบฏ อันเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของพระพุทธเจ้า จากนั้นปู่แสะย่าแสะก็จะเดินเยี่ยมเยียนชาวบ้าน มีการเข้าทรง “เจ้านาย” เพื่อพยากรณ์ความเป็นอยู่และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง การบอกกล่าวฝากฝังนักการเมืองและผู้นำชุมชนให้บำรุงรักษาป่าไม้ ไม่ให้ใครบุกรุกทำลาย สาปแช่งคนบุกรุกให้มีอันเป็นไป (โชคดีที่ป่าผืนนั้นอยู่ในเขตทหาร คำสาปแช่งของปู่แสะย่าแสะจึงยังคงความศักดิ์สิทธิ์) ให้ชาวบ้านสามัคคีช่วยกันแก้ไขปัญหา นอกจากตำนานจะกล่าวอ้างถึงชาวลัวะ ชนพื้นเมืองของเชียงใหม่แล้ว ยังเป็นการผสานความเชื่อเรื่องผีที่มีมาแต่เดิม ผนวกเข้ากับความเชื่อทางพุทธศาสนาที่เข้ามาภายหลัง ให้ดำเนินคู่กันไปอย่างกลมกลืน ที่มา http://sinchaichao.blogspot.com/2015/06/blog-post_16.html
  11. คืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการบนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ หลังธนารักษ์เชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่เข้ารังวัดส่วนที่ล้ำแนวป่าดั้งเดิม ครอบคลุมพื้นที่บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ขณะที่ กำลังทหารเตรียมใช้เครื่องจักรทำเส้นทางเข้าออก เพื่อนำประชาชนร่วมทำกิจกรรมปลูกป่า 27 พ.ค.นี้ วันนี้ (10 พ.ค.61) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่าดังเดิม ในพื้นที่โครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนที่ล้ำแนวป่าดั้งเดิมขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง โดยจะทำให้เห็นแนวเขตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมและเตรียมส่งมอบให้อุทยานหรือป่าไม้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพร่วมกับภาคประชาชนต่อไป สำหรับ การเข้าดำเนินการรังวัดในครั้งนี้ อนุญาตให้เข้าพื้นที่เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดเท่านั้น โดยตัวแทนภาคประชาชนไม่ได้เข้าพื้นที่ด้วย แต่ได้ร่วมสังเกตการณ์อยู่บนเนินดินพื้นที่ข้างๆที่อยู่ติดกัน โดยได้มีการปักธงสีเขียว รวมทั้งผูกริบบิ้นเขียวกับต้นไม้ เพื่อแสดงสัญลักษณ์การรณรงค์ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพด้วย ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์หน้า จะนำกำลังทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เครื่องจักรเข้าดำเนินการทำเส้นทางเข้าออกพื้นที่โครงการผ่านทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้การเข้าออกมีความสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ของศาลอุทธรณ์ภาค 5 และในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 ทางมณฑลทหารบกที่ 33 และจังหวัดเชียงใหม่ จะนำประชาชนร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ในระยะเร่งด่วนก่อนที่เข้าสู่ช่วงหน้าฝน เพื่อให้มีพืชคลุมดินที่จะสามารถป้องกันการถูกชะล้างได้บางส่วน ด้าน นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เข้าทำการรังวัดพื้นที่ตามแนวเขตป่าดั้งเดิมในโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งจะครอบคลุมบ้านพัก 45 หลัง และอาคารที่พัก 9 หลัง เนื้อที่ประมาณ 75 ไร่ จากพื้นที่โครงการทั้งหมดประมาณ 147 ไร่ เพื่อเตรียมจัดการกับส่งปลูกสร้างและฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ทั้งนี้ตัวแทนเครือข่ายและภาคประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรังวัดในพื้นที่ด้วย ซึ่งยอมรับว่าทำให้เสียความรู้สึกพอสมควร เพราะตามหลักการแล้วการรังวัดจะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อทุกฝ่ายเข้าร่วม แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะเครือข่ายได้มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ได้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว โดยภาพรวมถือว่าการดำเนินการรังวัดในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีและไม่มีปัญหาใดๆ คาดว่าหลังจากการรังวัดแล้วทางธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่น่าจะจัดทำแผนที่เสร็จภายในเย็นวันนี้ ซึ่งทางเครือข่ายจะเฝ้าติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพราะมีจุดยืนและเป้าหมายเพียงต้องการขอคืนพื้นที่ป่าคืนเท่านั้น และไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก ////////////////////////////////////// อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่ 10 พฤษภาคม 2561
  12. กรณีคลิปวิดีโอพนักงานต้อนรับหญิงแต่งชุดไทยทำหน้าที่ แสดงพฤติกรรมไม่เป็นที่ประทับใจจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ของชาวไทย และชาวจีน วันพุธ ที่ 9 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.30 น. ตามที่มีคลิปวิดีโอพนักงานต้อนรับหญิงแต่งชุดไทยทำหน้าที่ แสดงพฤติกรรมไม่เป็นที่ประทับใจจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ของชาวไทย และชาวจีน จึงทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยเสียหาย วันนี้ ทางบริษัท และหญิงสาวในคลิปดังกล่าว ติดต่อผ่าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เพื่อเข้ามาขอโทษ และจะปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น เนื่องด้วยมีการโพสต์คลิปผู้หญิงใส่ชุดไทยทำหน้าที่คล้องพวงมาลัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยมีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นรถทัวร์ โดยมีสีหน้ามึนตึง ไม่ยิ้มแย้ม และยิ้มเฉพาะเมื่อมีการถ่ายรูปเท่านั้น ดังปรากฏในสื่อออนไลน์ อย่างแพร่หลายเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 61 จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว พบว่า หญิงสวมชุดไทยที่ปรากฎตามคลิปที่มีการเผยแพร่ดังกล่าว เป็นพนักงานของบริษัทจริงใจโฟโต้ ทำหน้าที่บริการคล้องพวงมาลัยให้กับนักท่องเที่ยวและทำการถ่ายภาพเป็นของที่ระลึก แก่นักท่องเที่ยว โดยเป็นการให้บริการตามรายการทัวร์ที่นักท่องเที่ยวตกลงกับทางบริษัทนำเที่ยวไว้แล้ว และคลิปที่ถูกเผยแพร่นั้น มีการเผยแพร่โดยผู้นำเที่ยวชื่อ จูจู โดยมีการแชร์มาจากแอพพลิเคชั่น TIKTOK และมีการแชร์โพสต์ต่อมายัง facebook ต่อมาเมื่อนางสาวมนัสริน บุญโรจน์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับหญิงสวมชุดไทยที่ปรากฎตามคลิป ทราบเรื่องคลิปดังกล่าว จึงได้ติดต่อคุณจูจู เพื่อทำการลบคลิปดังกล่าว และคุณจูจูได้ทำการลบคลิปใน facebook แล้ว แต่ไม่สามารถลบคลิป ในแอพพลิเคชั่น TIKTOK ได้เนื่องจากไม่ทราบว่าใครเป็นคนโพสต์คลิปดังกล่าว และจากการสอบถามหญิงสวมชุดไทยที่ปรากฏตามคลิป แจ้งว่าตนไม่ทราบว่าคลิปดังกล่าวมีการบันทึกไว้ในวันและเวลาใด เนื่องจากมีการจัดบริการคล้องพวงมาลัยทุกวันเป็นประจำ และเหตุที่มีอาการตามคลิปนั้นเกิดจากที่ประเทศไทยในช่วงนี้ มีสภาพอากาศที่ร้อนประกอบกับตนรู้สึกเพลียและในกรณีที่นางสาวมนัสริน บุญโรจน์ มีการโพสต์ตอบโต้ผู้มาวิจารณ์ ด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมนั้น เกิดจากการที่ตนรู้สึกไม่พอใจที่มีคนมาวิจารณ์พวกตนด้วยถ้อยคำรุนแรงเป็นจำนวนมาก จึงเกิดอารมณ์โกรธและตอบโต้กลับไป โดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีก่อน และได้ขออภัยต่อการกระทำของตนต่อสังคม รวมถึงสำนึกต่อเหตุการณ์ดังกล่าวที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมไทย มา ณ โอกาสนี้ และในขณะนี้ทางบริษัททวีสิทธิ์ เอ็กซ์เพรส ผู้เป็นนายจ้างได้ทำการตักเตือนและสั่งพักงานนางสาวมนัสริน บุญโรจน์ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
×