Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108

Administrators
  • Content count

    3,342
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    39

ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108 last won the day on August 25 2017

ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108 had the most liked content!

4 Followers

About ผู้สื่อข่าวออนไลน์ CM108

  • Rank
    ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านครับผม

Recent Profile Visitors

36,533 profile views
  1. เชียงใหม่-น่ารักอ่ะ!!!นักเรียนคอซองเต้นเพลงสุดฮิตคุกกี้เสี่ยงทายสุดน่ารัก น่ารักอ่ะ!!!นักเรียนคอซองโรงเรียนเทศบาลหางดง(ประชาคมสร้างสรรค์) เต้นเพลงสุดฮิตคุกกี้เสี่ยงทายสุดน่ารัก เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 21 ก.พ.61 ที่โรงเรียนเทศบาลหางดง(ประชาคมสร้างสรรค์) ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่โรงเรียนดังกล่าวมีเด็กนักเรียนหญิงเต้นเพลงคุกกี้เสี่ยงทายกันอย่างพร้อมเพรียงในช่วงพักเที่ยงสร้างความฮือฮาอย่างมาก จึงได้ติดต่อทางนายสุเทพ อินตาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลหางดง(ประชาคมสร้างสรรค์) เข้าตรวจสอบ ทราบว่าเป็นเด็กหญิงนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นำโดย เด็กหญิงธนัชภัค ตันสุภายน หรือน้องกัน อายุ 11 ปี พร้อมเพื่อนอีก 5 คนเต้นเพลงคุกกี้เสี่ยงทายอย่างพร้อมเพรียงกันและน่ารัก โดยมีเด็กนักเรียนในโรงเรียนร่วมส่งเสียงเชียร์ เด็กหญิงธนัชภัค ตันสุภายน หรือน้องกัน อายุ 11 ปี เปิดเผยว่า กลุ่มที่มาเต้นนนี้คือกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบวง BNK48 และสนใจเต้นท่าทางประกอบโดยจดจำรายละเอียดต่างๆและมาฝึกซ้อมเต้นกันใช้เวลาประมาณอาทิตย์จึงเริ่มเต้นโชว์ได้ ด้านนายสุเทพ อินตาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลหางดง(ประชาคมสร้างสรรค์) กล่าวว่า ทางโรงเรียนของเรามีการจัดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ส่งเสริมนักเรียนให้แสดงออกตามความสามารถความสนใจของนักเรียนแต่ละด้าน ไม่ว่าจะดนตรี ศิลปะ หรือการแสดง นอกเหนือจากวิชาการที่เรียนแล้ว เรียนรู้อย่างมีความสุขโดยใช้กิจกรรมนำนักเรียนไปสู่ความสำเร็จ สำหรับโรงเรียนเทศบาลหางดง(ประชาคมสร้างสรรค์) เป็นโรงเรียนเทศบาลที่ส่งเสริมกีฬาศิลปะกิจกรรมที่มีมาตรฐานระดับเทียบเท่าโรงเรียนเอกชน และเป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการศึกษาท้องถิ่น เคยเป็นที่ฮือฮาออกข่าวมาหลายครั้ง และมีการแชร์ในโลกโซเชียลอย่างมากมาแล้ว ภาพและข่าวโดยทีมข่าว cm108.com
  2. ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนร่วมประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวยรถกระบะบรรทุก (ปิคอัพ) ครั้งที่ 4 หมวดอักษร ยก “ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ ก้องเกียรติเกรียงไกร” จำนวน 301 หมายเลข ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่กำหนดประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวยรถกระบะบรรทุก (ปิคอัพ) ครั้งที่ 4 หมวดอักษร ยก “ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ ก้องเกียรติเกรียงไกร” จำนวน 301 หมายเลข ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ - 10 มีนาคม 2561 ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทาง http://www.tabienrod.com ทั้งนี้ผลการประมูลป้ายเลขสวยรถกระบะบรรทุกที่ผ่านมา ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2558 อักษร ผษ ได้เงินเข้ากองทุน กปถ. ได้ยอดเงินทั้งสิ้น 1,659,444 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2559 อักษร ผห ได้ยอดเงินทั้งสิ้น 1,487,515 บาท ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2560 อักษร ผอ ได้ยอดเงินทั้งสิ้น 2,344,916 บาท ซึ่งในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 คาดว่าจะได้รายได้ไม่น้อยกว่า 1,200,000 บาท สำหรับ ผู้ที่สนใจขอเชิญลงทะเบียนโดยใช้หลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือสำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นบุคคลต่างชาติ) และหนังสือมอบอำนาจ(กรณียื่นเรื่องกับเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานขนส่ง โดยที่ไม่มาดำเนินการด้วยตนเอง) การลงทะเบียนด้วยตนเอง ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ (แม่เหียะ) ในวันและเวลาราชการ หากในกรณีลงทะเบียนแล้วลืม Username และ password ผู้ลงทะเบียนต้อง SMS ส่งข้อความชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของตนเองไปยังหมายเลข (098) 098 1111 จากนั้นระบบจะแจ้งกลับมายังผู้ลงทะเบียนอีกครั้งหนึ่งทันที ///////////////////////////// อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่ 21 กุมภาพันธ์ 2561
  3. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 - 10 กุมภาพันธ์ 2561 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 4-7 ก.พ. ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 4-6 องศาเซลเซียส และมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องกับมีลมแรงโดยภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 ม. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 8-10 ก.พ. ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลงข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 4-7 ก.พ. ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 8-10 ก.พ. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 4-7 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 4-6 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 8-10 ก.พ. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลงและคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4-7 ก.พ. หลังจากนั้นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 4-7 ก.พ. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาคอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-27 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาคอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-7 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 8-10 ก.พ. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีลมแรง ตลอดช่วง อุณภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-27 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 4 - 7 ก.พ. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 10 ก.พ. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 4 - 8 ก.พ. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 9 - 10 ก.พ. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 4 - 8 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 9 - 10 ก.พ. มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 4 -8 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ส่วนในวันที่ 9 - 10 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 4 - 7 ก.พ. อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 10 ก.พ. อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ออกประกาศ 4 กุมภาพันธ์ 2561
  4. พยากรณ์อากาศประจำวัน ประจำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ตามภูเขาสูงในบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณภาคใต้ตอนล่างมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิลดลง กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ตามภูเขาสูงของภาคเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค อากาศหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ทางตอนล่างของภาค อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-7 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาว กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ออกประกาศ : 5 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 05:00 น.
  5. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5 จนถึง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561) " ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2561 ในช่วงวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 4-6 องศาเซลเซียส ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ตามภูเขาสูงในบริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนคลุมประเทศไทย ประกอบกับมีลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเล อันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.
×