Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Leaderboard


Popular Content

Showing content with the highest reputation since 07/08/2016 in all areas

  1. 2 points
    ภาพถวายอาลัย ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ค่ำที่ผ่านมา (2 พ.ย.2559) วันถวายอาลัยเมื่อวานนี้ ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สามารถนับจำนวนคนได้ ดังนี้ 1. ภายในอุทยานผ่านตั้งแต่ประตูช้างค้ำ จำนวน 51,042 คน โดยการวัดจากเครื่องนับจำนวนคนที่ประตูทางเข้าอุทยานฯ 2. ด้านนอกตั้งแต่หลังวงเวียนช้างถึงหน้าประตูช้างค้ำ 6,250 คน รวมทั้งสิ้น 57,292 คน ภาพจากหัวหน้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ภาพนี้จากเพจ "คนใจร้าย"
  2. 2 points
  3. 1 point
    บุญถาวร เชียงใหม่ ร่วมแสดงความยินดี “มาลาดา แม่ริม” คุณสรศักดิ์ คันธวงศ์ ผู้จัดการ บริษัท บุญถาวรเซรามิค จำกัด สาขาเชียงใหม่ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ คุณศรีมาลา พรรณเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาลาดา จำกัด ในงาน “Vintage farm Party by malada” พร้อมร่วมออกบูทเล่มเกมส์แจกของที่ระลึกจากบุญถาวร ณ โครงการ มาลาดา แม่ริม เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา
  4. 1 point
    โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่ ขอเชิญผู้ปกครองๆ น้องๆหนู ทุกท่านเข้าร่วมสนุกในกิจกรรมงานวันเด็ก โดยปีนี้จัดขึ้นที่ลานจอดรถหน้าอาคาร B ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลลานนา ตั้งแต่เวลา 9.00-11.00 น. ในงานมีเกมส์สอยดาวพาโชค และอื่นๆอีกมากมาย ให้น้องๆได้ร่วมสนุก ลุ้นของรางวัล และของที่ระลึกแจกทุกคนที่มาร่วมงาน
  5. 1 point
    ประมวลภาพ งานหอการค้าแฟร์ 2017 งานจัดที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ ใกล้ๆ สนามกีฬา 700 ปี งานมีระหว่างวันที่ 6-12 มกราคม 2560 เวลา 10.00-20.00 น. คลิกภาพเพิ่มเติม 100 กว่ารูป ที่ลิงค์นี้ก่อนนะครับ .... เดี๋ยวจะนำภาพเต็มๆ มาลงให้อีกที ขออภัยพอดีอยู่อีกเครื่องคอมฯ หนึ่ง https://www.facebook.com/pg/chiangmai108/photos/?tab=album&album_id=1313756752003885 .. .0
  6. 1 point
  7. 1 point
  8. 1 point
    โครงการเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ (Chiang Mai Learning Society) .......จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ศูนย์ศิลปกรรมและกิจกรรมพิเศษ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ หรือ Chiang Mai Learning Society” โดยได้รับเกียรติจาก นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการฯ ร่วมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วีระพันธ์ จันทร์หอม หัวหน้าศูนย์ศิลปกรรมและกิจกรรมพิเศษ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ และนายธนกร สมฤทธิ์ คณะทำงานโครงการฯ ในวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 14.00 น. ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงแนวคิดต่อการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ว่า การศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศและเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มความเท่าเทียมในสังคม สร้างอาชีพ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ ทั้งนี้ ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน ทั้งทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงระบบการศึกษาที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ก่อให้เกิดความทันสมัยในองค์ความรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่ง UNESCO ได้สรุปทักษะสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ต้องรู้อ่าน รู้เขียน รู้คณิตคิดเป็น และรู้ด้านICT และที่สำคัญต้องมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับสถานการณ์โลก เข้าใจการปฏิบัติการเชิงธุรกิจ ทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ เป็นผู้มีสุขภาพดี และร่วมมือกันดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหล่านี้คือผลลัพธ์สำคัญ สำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ด้านนโยบายทางด้านการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ และการสร้างให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Chiang Mai Learning Society) นั้น ได้กล่าวถึงแนวทางการจัดการศึกษาว่า สำหรับนโยบายการจัดการศึกษาในภาพรวมประเทศไทย ได้จัดทำ Roadmap การปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน พ.ศ.2558 - พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยจากมุ่งสาระการเรียนรู้ (Content based education) เป็น มุ่งพัฒนาความสามารถและทักษะผู้เรียน (Competence based education) ผลิตและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพและผลิตภาพสูง สอดคล้องกับแนวโน้มการปฏิรูปการศึกษาในหลายประเทศ ที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับ “ทักษะ” (Skill) หรือความชำนาญในการปฏิบัติมากยิ่งกว่าเนื้อหาตามตำรา (Content) เป็นการปรับตัวของประเทศไทยในอันที่จะพัฒนากำลังคนให้มีมาตรฐาน มีขีดความสามารถ และศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบนโยบาย ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท โดยดําเนินงานให้สอดคล้องกับกระแสหลักของสังคมที่ต้องการเปลี่ยนเป็นสังคมคุณภาพ (Quality Social) เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ให้เจริญก้าวหน้าสามารถเข้าสู่การแข่งขันในเวทีโลกได้ ซึ่งในแผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดตำแหน่งการพัฒนาของจังหวัดเชียงใหม่ด้านหนึ่ง คือ การเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษา (Education Hub) โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ จังหวัดเชียงใหม่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางบริการการศึกษาของภาคเหนือ และสามารถเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติได้ และมีเป้าประสงค์ให้สังคมของเชียงใหม่ เป็นสังคมที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีพ ทั้งการศึกษาหาความรู้ในระบบการศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดเชียง ได้ส่งเสริมการจัดการศึกษา มุ่งพัฒนาการศึกษา ภายใต้กรอบแนวคิดหลักคุณภาพและความเท่าเทียม รวมทั้งนําเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครอบคลุมทั้ง 4 โอกาส คือ 1) โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร สิ่งอํานวยความสะดวก เพื่อสามารถได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน 2) โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน นักเรียน นักศึกษาสามารถ เข้าเรียนได้โดยไม่ขึ้นกับฐานะของผู้ปกครอง 3) โอกาสในการเพิ่มพูนและฝึกฝนทักษะ นักเรียนนักศึกษาทุกคนสามารถเติบโตได้ในโลกที่เป็นจริง ผ่านการเรียนรู้บนฐานการทํากิจกรรม (Activity Based Learning) 4) โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยใช้เทคโนโลยี สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลปะ ศูนย์วัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะสามารถสร้างให้เชียงใหม่เป็นสังคมที่มีการเรียนรู้ มีการศึกษา ฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด ก้าวทันโลกและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วีระพันธ์ จันทร์หอม ได้กล่าวถึง ที่มาของโครงการเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ว่าเพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายในการพัฒนาคนและสังคมของจังหวัดเชียงใหม่ให้มีคุณภาพ จนนำไปสู่การกำหนดตำแหน่งการพัฒนาของจังหวัดเชียงใหม่ด้านหนึ่ง คือ การเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษา (Education Hub) ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดกลยุทธ์ ที่จะดำเนินการให้บรรลุตามนโยบาย คือ การสร้างสังคมแห่งวัฒนธรรม ความรู้ ภูมิปัญญา จิตสาธารณะ และพัฒนาศักยภาพของคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีแผนงานที่เกี่ยวข้อง คือ แผนการศึกษาและการเข้าถึงบริการการการศึกษา แผนพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนได้มาตรฐานและยั่งยืนในทุกระดับ และแผนงานเสริมสร้างการเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ของจังหวัดเชียงใหม่มีความยั่งยืน ตอบสนองต่อนโยบายของชาติ และทิศทางการพัฒนาของจังหวัด สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้เกียรติ ศูนย์ศิลปกรรมและกิจกรรมพิเศษ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ หรือ Chiang Mai Learning Society โดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ เพื่อ - กำหนดแนวทางในการพัฒนาเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน - จัดลำดับความสำคัญและเร่งด่วนของการทำงาน ป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน - ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ของจังหวัด ลดข้อผิดพลาดและเกิดผลสัมฤทธิ์ - เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) และ - ส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีทักษะครอบคลุมการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ เป้าหมายในการดำเนินโครงการเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ในครั้งนี้ คือ ๑) เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่มีการวางแผนปฏิบัติการพัฒนาสู่สังคมแห่งการเรียนรู้แบบบูรณา-การจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา และสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ๒) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมสู่การเรียนรู้ของจังหวัดเชียงใหม่ ๓) บุคลากรด้านการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจในด้านการวางแผนพัฒนาการเรียนรู้สู่สังคมมากขึ้น และ เพื่อให้ ๔) จังหวัดเชียงใหม่มีต้นแบบแนวทางการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่นได้ ทั้งนี้ นายธนกร สมฤทธิ์ ได้กล่าวเสริมถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นโครงการเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ว่า ขอบเขตการดำเนินงานของโครงการฯ จะครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ๑) การศึกษา รวบรวมข้อมูล และองค์ความรู้เกี่ยวกับสังคมแห่งการเรียนรู้ ในส่วนนี้จะรวมไปถึงการศึกษากรณีตัวอย่างในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศสิงคโปร์ ๒) การศึกษาและรวบรวมข้อมูล แนวทางการศึกษาในปัจจุบันของจังหวัดเชียงใหม่ ๓) วิเคราะห์รูปแบบการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้จากการศึกษา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับจังหวัดเชียงใหม่ ๔) พัฒนาตัวแบบ (Module) แนวทางการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางการศึกษา และทักษะ ทั้ง 3 ด้าน คือ o ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม o ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี o ทักษะชีวิตและอาชีพ โดยในส่วนของการพัฒนาตัวแบบนี้ จะจัดสัมมนาระดมความคิดเห็น 3 ครั้ง กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมครั้งละ 30 คน ครอบคลุมกลุ่มบุคลากรทางการศึกษาต่างๆ เช่น ครู อาจารย์ด้านวิชาการในสถาบันการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา การศึกษานอกโรงเรียน สถาบันการศึกษาสาขาวิชาชีพ สถาบันพัฒนศิลป์ สถาบันอุดมศึกษา แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะรวมไปถึง ปราชญ์ชาวบ้าน แกนนำชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาพื้นถิ่น เป็นตัน ๕) จัดกิจกรรมพัฒนาต้นแบบ (Model) โดยนำตัวแบบที่พัฒนาได้ มาปรับใช้กับองค์ความรู้ 1 เรื่อง โดยภายใต้กิจกรรมนี้ จะมีกิจกรรมย่อยคอ การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Learning by doing) จำนวน 3 ครั้ง กำหนดกลุ่มเป้าหมายร่วมกิจกรรม ครั้งละไม่น้อยกว่า 30 คน ครอบคลุมประชากร กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ในระบบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และกลุ่มประชาชนทั่วไป และการศึกษานอกระบบ เช่น โรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ชมรมศิลปวัฒธรรมล้านนา กลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน โรงเรียนผู้สูงอายุ แกนนำชุมชน หรือสภาเยาวชน เป็นต้น ๖) การถอดบทเรียนจากการจัดกิจกรรมที่ได้ดำเนินการเพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาและต้นแบบเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ๗) การจัดกิจกรรม Open house จำนวน 1 ครั้ง เพื่อนำเสนอแผนพัฒนาและต้นแบบเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบที่น่าสนใจ เช่น การเยี่ยมชมชุมชนทางวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ และการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ผลงาน เป็นต้น ๘) จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์แผนพัฒนาเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ในรูปแบบ pocket book ๙) ประชาสัมพันธ์แผนพัฒนาเชียงใหม่สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ ประกอบด้วย การจัดแถลงข่าว การประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ สื่อสังคมออนไลน์ และการจัดทำสารคดีสั้น ซึ่งกิจกรรมทั้งหมด จะตอบสนองต่อเป้าหมายของโครงการฯ คือ จังหวัดเชียงใหม่มีการวางแผนปฏิบัติการพัฒนาสู่สังคมแห่งการเรียนรู้แบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ จนนำไปสู่การมีต้นแบบแนวทางการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่นๆ ได้ต่อไป
  9. 1 point
    ช่วยแนะนำอู่ซ่อมเครื่องยนต์ toyota เก่งๆ เชื่อใจได้ให้ด้วยครับ ทั้งในเชียงใหม่และลำปาง new altis 2008 เครื่องยนต์สั่น เคยติดแก๊สมาก่อน ซ่อมศูนย์สี่หมื่นกว่าแก้ไม่หายขาด เครียดเลย รบกวนด้วยครับ ขอบคุณครับ
  10. 1 point
  11. 1 point
  12. 1 point
    วันที่ 27 ก.ย. 2559 เวลาประมาณ 11.25 น. เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ bigbike ชนกับรถยนต์(เก๋ง) บริเวณถนนเชียงใหม่-ฮอด กม.ที่ 45 จุดยูเทิร์นตลาดดอยหล่อฝั่งขาล่อง ก่อนถึงรร.สองแคววิทยาคม 500 ม. มีผู้บาดเพศชาย 1 รายเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ อาการหมดสติ สอบถามจากผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า รถจักยานยนต์มาทางตรงด้วยความเร็วถึงจุดกลับรถมีรถเก๋งออกมาจึงเกิดการชนกันขึ้น ล่าสุดผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสันป่าตอง โดยศูนย์กู้ชีพ-กู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลดอยหล่อ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและทำความสะอาดที่เกิดเหตุ
  13. 1 point
    รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่...... ด้วย ส.ต.ต.ปรัญชัย คำลือ เจ้าหน้าที่ ตำรวจสภ.ปาย ป่วยด้วยโรค ไข้เลือดออก ต้องการเลือด กรุ๊ป A เป็นจำนวนมาก สามารถติดต่อบริจาคได้ที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ กราบ ขอบพระคุณ ผู้ให้เป็นอย่างสูง ขอบคุณ ครับผม
  14. 1 point
    เอไอเอส รับรางวัลบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดประจำปี 2559 นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2016 บริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำปี 2559 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้วยมูลค่าแบรนด์องค์กรที่สูงถึง 582,434 ล้านบาท และสูงสุดในทุกกลุ่มธุรกิจ จากหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมอบให้แก่บริษัทที่มีสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า รวมทั้งนักลงทุน ส่งผลให้แบรนด์แข็งแรงและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานมอบรางวัล ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  15. 1 point
    ขอเชิญร่วมพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "84 พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน" บริเวณหน้าลิฟท์แก้ว ชั้น2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559 เวลา 17.00 - 18.30
  16. 1 point
    ปากกองเจียงยืน (ปากทางเข้าวัดเชียงยืน) ฝีมือการบันทึกภาพของพ่ออรรถ อภิบาล ไม่ได้ระบุวันเดือนปีในการบันทึกภาพ คาดว่าคงไม่น้อยกว่า 50 ปี บ้านข้าเจ้าต๋อนเป๋นละอ่อนเจ้า พ่อของข้าเจ้าเป็นคนถ่ายภาพ คาดว่าพ่อคงยืนตรงด้านร้าน "โจ๊กสมเพชร" ปัจจุบัน
  17. 1 point
  18. 1 point
    กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ชัยรังษี ผกก.กลุ่มงานจราจรฯ ได้ออกตรวจสภาพการจราจรบริเวณรอบคู่เมือง ประตูสวนดอกบนถนนบุญเรืองฤทธิ์บรรจบถนนสุเทพ เลียบผ่านบริเวณคูเมืองด้านนอกมุ่งตรงสู่ถนนมณีนพรัตน์ ผ่านโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม เนื่องจากมีประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนร้องเรียนมาว่ามีรถติดสะสมเคลื่อนตัวได้ช้า สาเหตุหนึ่งเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ(โรงพยาบาลสวนดอก) ถนนสุเทพ มาบรรจบกับถนนบุญเรืองฤทธิ ซึ่งเป็นถนนที่เป็นที่ตั้งของสถานศึกษาโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพและเป็นเส้นทางกระแสรถจากถนนมหิดล-บุญเรืองฤทธิ์ต่อเนื่องเข้าเมือง พบว่ามีการเคลื่อนตัวของรถบริเวณดังกล่าวช้าเนื่องจากมีรถตัดกระแสรถทางตรงเพื่อจะเข้าที่กลับรถเพื่อเข้าสู่ถนนอารักษ์ ทำให้รถกระแสตรงชะลอตัวทำให้รถติดสะสมเป็นคอขวดติดต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวกลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ จะได้ทำการทดลองจัดระเบียบระบบการเดินรถบริเวณดังกล่าว(เฉพาะเวลาเร่งด่วนเช้า 06.00 น-09.00 น ช่วงเย็น 15.00-18.00 น.)ใหม่ดังนี้ เพื่อไม่ให้มีรถตัดกระแสรถทางตรง จึงขอความร่วมมือ จนท.รพ.สวนดวกหรือ ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับรถออกมาจากประตูมาลาเรียให้เลี้ยวซ้ายและให้ขับตรงไปกลับรถบริเวณจุดกลับรถที่ 2 เพื่อไม่ให้รถติดสะสมและเป็นการระบายรถจากถนนบุญเรืองฤทธิ์ และ สุเทพ โดยการทดลองนี้ กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ จะได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไปกำกับการดูแลดำเนินการดังกล่าวประชาสัมพันธ์เพื่อไม่ให้มีการฝ่าฝืน โดยจะได้มีการดำเนินการตั้งวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป หากเป็นผลดีสามารถระบายรถได้ดีการจราจรคล่องตัวจะได้จัดทำเป็นรูปแบบเดินรถแบบถาวรต่อไป อนึ่งกลุ่มงานจราจรฯ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่ นี้ กับ จนท.รพ สวนดอก และผู้ใช้รถใช้ถนนที่เข้าออกบริเวณประตูเวชศาสตร์ครอบครัว รพ.สวนดอกมา ณ ที่นี้เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือจากงานประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่
  19. 1 point
    เอามาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน สิ่งที่คงอยู่ในภาพคือ อุโบสถของวัดเชียงยืนที่อยู่่หลังบ้าน
  20. 1 point
    ไปปลูกป่าเสริมที่น้ำตกมณฑาธาร บนดอยสุเทพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2559 ไปแวะเยี่ยมน้ำตก ดีใจจังน้ำเริ่มมาแล้ว หลังจากแห้งสนิทเมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา
  21. 1 point
    มีคุณวันวิเศษตี่จะช่วยแก้ไขเยียวยาจิตใจ๋ตี่ผิดพลาดไป
  22. 1 point
    คนทำผิดพลาดหื้อฮู้แก้ไข ส่วนคนทึ้งหลายควรฮู้ฮื้ออภัย
  23. 1 point
  24. 1 point
    อาจารย์แพทย์ มช. คว้ารางวัล “บุคคลที่มีผลงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินดีเด่น” ประจำปี 2558 อาจารย์แพทย์ มช. ได้รับรางวัล“บุคคลที่มีผลงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินดีเด่น” ประจำปี 2558 จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ณ ศูนย์นิทรรศการและประชุมไบเทค จากการประเมินผลงานในปีที่ผ่านมา ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าทำงานร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันที่ดูแลเรื่องการแพทย์ฉุกเฉิน มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนามาตรฐานในการดูแลผู้บาดเจ็บหรือ ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ที่ได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน และเมื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินประมาณ 3 ปี รวมถึงได้ทำงานกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย มีเรื่องใหญ่ ที่ได้ปฏิบัติอยู่ 3 เรื่องคือ มีส่วนสนับสนุนงานการฝึกอบรมการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บชั้นสูง (Advanced trauma life Support : ATLS ) หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บที่ห้องฉุกเฉิน ที่มีการใช้อยู่ทั่วโลกมาแล้ว หากผู้ใดได้เข้าอบรมหลักสูตรการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บชั้นสูง (ATLS)นี้ จะเรียกได้ว่าเป็นผู้มีความสามารถเทียบเคียงได้กับนานาประเทศ นอกจากนี้ ตนได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้ในประเทศไทยเป็นรุ่นแรกเมื่อ 13 ปีที่แล้ว และมีการพัฒนาการฝึกอบรมมาโดยตลอด จนปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการหลักสูตรของระดับชาติ ภายใต้คณะกรรมการจากราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ที่ดูแลในเรื่องมาตรฐานการดูแลผู้บาดเจ็บในห้องฉุกเฉิน หลักสูตรปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติว่ามีการฝึกอบรมในประเทศไทย มีการฝึกอบรมมาเป็นระยะเวลานานให้แก่ แพทย์ทั่วประเทศ ทั้งศัลยแพทย์ แพทย์ศัลยกรรมออร์โทปิดิกส์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจำนวนมาก ด้วยประสบการณ์ที่มีในการสอนมาเป็นเวลานานและเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ตนจึงได้มีโอกาสรับเชิญให้สอนตามประเทศต่างๆ อาทิ มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ด้วยเล็งเห็นว่าการดูแลผู้บาดเจ็บไม่ได้เริ่มจากที่ห้องฉุกเฉินเท่านั้น การดูแลที่ได้มาตรฐาน น่าจะเริ่มมาจากจุดเกิดเหตุโดยทีมแพทย์พยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ก็ควรจะได้รับการพัฒนาเช่นกัน หลักสูตร ATLS ที่สอนไปในช่วงแรก ไม่น่าจะเพียงพอสำหรับการดูแลผู้บาดเจ็บ ในปี พ.ศ. 2557 ตนจึงได้เขียนโครงการการนำหลักสูตรที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ที่เรียกว่า Pre-hospital Trauma Life Support (PHTLS) นำเสนอต่อกรรมการของ ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรในการดูแลผู้บาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาล หมายถึงตั้งแต่จุดเกิดเหตุบนท้องถนน จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล กลุ่มบุคลากรที่จะได้ประโยชน์จากหลักสูตรนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ออกไปดูแลผู้บาดเจ็บบนท้องถนน อาทิ แพทย์ พยาบาลรถกู้ชีพมูลนิธิ,รถกู้ภัย เป็นต้น ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ใช้ระบบดูแลผู้ป่วยตามหลักสูตรที่มีอยู่ในประเทศ ซึ่งปรับแต่งหลักสูตรมาจากต่างประเทศ เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งมีความเข้าใจไม่ตรงกับนานาประเทศอยู่บางเรื่อง ตนจึงได้ประสานกับผู้ดูแลหลักสูตรในสหรัฐอเมริกา ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก 2 แหล่งคือ ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในการส่งแพทย์ผู้ที่มีความสามารถจำนวน 6 ท่าน ให้เข้าอบรมในต่างประเทศ และนำคนที่มีความสามารถจากต่างประเทศมาช่วยสอนครั้งแรก ในประเทศไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการนำหลักสูตร PHTLS นี้เข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่นานาประเทศยอมรับเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 และได้เริ่มฝึกอบรมให้กับแพทย์ในประเทศไทยทั้งหมด 10 กว่ารุ่น และคาดว่าในปลายนี้จะเริ่มฝึกอบรมให้กับพยาบาลและทีมของผู้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ ดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล และในอนาคตอันใกล้นี้ การนำหลักสูตรดังกล่าวเข้ามาในไทย น่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานการดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาลให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรื่องสุดท้ายคือได้รับตำแหน่งเป็นประธานการประเมินการฝึกอบรม กลุ่มอาชีพวิชาชีพใหม่ ที่เรียกว่าพาราเมดิก (นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์) ซึ่งเป็นบุคลากรที่จะออกไปดูแลผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยในจุดเกิดเหตุได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นวิชาชีพใหม่ แต่เดิมที่ผ่านมา การดูแลผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยฉุกเฉิน อาศัยแพทย์และพยาบาลเป็นหลักในการดูแล ซึ่งพยาบาลและแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับการฝึกฝนให้ดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล อาจไม่คุ้นเคยนักในการดูแลผู้บาดเจ็บในสถานที่นอกโรงพยาบาลซึ่งมีทรัพยากรจำกัด การมีนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ซึ่งจบการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี จะเป็นบุคคลสำคัญที่มีความรู้ในการดูแลตั้งแต่ก่อนถึงโรงพยาบาล ปัจจุบันตนดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการที่ทำการประเมินผู้เข้าฝึกอบรมเหล่านี้ ภายใต้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อมีคณะกรมการชุดนี้ ทำให้การฝึกอบรมเป็นรูปธรรมและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น จากผลงานหลักทั้ง 3 เรื่องนี้ ได้สอดคล้องกัน และส่งผลให้การอบรมด้านวิชาการเพื่อให้ได้ระบบและบุคลากรที่มีคุณภาพออกไปดูแลผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ปลอดภัยและรอดชีวิต มากยิ่งขึ้น จนทำให้ได้รับรางวัลบุคคลที่มีผลงานทางการแพทย์ฉุกเฉินดีเด่น ประจำปี 2558 ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนภาคภูมิใจ และถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ทำชื่อเสียงให้คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย
  25. 1 point
    ก็เลยได้รูปไม่มากครับ แค่นี้ ฝากไว้ดูเล่นๆครับ
×