Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Past hour
  2. Today
  3. อย. ย้ำ! ให้แจ้งครอบครองกัญชาทุกช่องทาง ภายใน 21 พ.ค. 62 อย. ย้ำ! ให้ผู้ประสงค์แจ้งครอบครองกัญชา ภายใน 21 พ.ค. 62 นี้ สําหรับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต สภากาชาดไทย ดําเนินการได้จนถึงเวลา 16.30 น. ของวันที่ 21 พ.ค.62 เช่นกัน หลังจากนั้นให้มาแจ้งต่อ อย. เพื่อ ยืนยันหลักฐานฉบับจริงให้ครบถ้วนเพื่อที่ อย.จะออกใบแจ้งการครอบครองให้ นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เนื่องจากใกล้สิ้นสุด ระยะเวลาการแจ้งนิรโทษครอบครองกัญชา ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2562 ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ที่จะถึงนี้ จึงขอเน้นย้ําให้ผู้ประสงค์แจ้งนิรโทษครอบครองกัญชามาแจ้งให้ทันภายในเวลาที่กําหนด สําหรับผู้ที่ประสงค์แจ้งผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ที่ทางสภากาชาดไทย เปิดรับลงทะเบียนในขณะนี้ ก็ให้ดําเนินการให้ แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.30 น. เช่นกัน โดยขอให้แสดงหลักฐานในระบบให้ครบถ้วน ทั้งบัตร ประชาชน เอกสารรับรองอาการเจ็บป่วยจากแพทย์ เอกสารแจ้งการมีกัญชา และภาพกัญชาที่ครอบครองอยู่ ซึ่ง อย. จะ รับพิจารณาเฉพาะผู้ที่แจ้งครอบครองที่แสดงหลักฐานในระบบอย่างครบถ้วนเท่านั้น โดยจะมีการติดต่อให้นําเอกสาร หลักฐานจริงมาแสดงเพื่อขอรับใบแจ้งการครอบครองในภายหลัง โดยที่จังหวัดเชียงใหม่สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขของแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ จากการรับแจ้งครอบครอง ทั้งที่มาด้วยตนเองและผ่านระบบอินเทอร์เน็ต พบว่าผู้แจ้งครอบครองหลายราย มาแจ้งโดยไม่มีกัญชาในครอบครอง แต่อาจต้องการใช้กัญชารักษาโรคในอนาคต ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะมีการพิจารณาเพื่อ ส่งผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่อยู่ใกล้ภูมิลําเนาของผู้ป่วยต่อไป
  4. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 - 26 พฤษภาคม 2562 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 20 - 26 พ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ตลอดช่วงข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดช่วง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 20 - 26 พ.ค. 62 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังปานกลางตลอดช่วง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 21 - 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 21 - 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 21 – 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 20 – 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 20 – 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 26 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
  5. ประจำวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และขอนแก่น อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  6. Yesterday
  7. กระทรวงสาธารณสุข เข้มมาตรการควบคุมโรคซิฟิลิส หลังพบแนวโน้มกลุ่มนักเรียนเพิ่มสูงขึ้น กำชับสาธารณสุขจังหวัดเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลใกล้ชิด ประสานสถานศึกษาให้ความรู้นักเรียนเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการป้องกันโรค นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากรายงานสถานการณ์ของโรคซิฟิลิส ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม-13 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วย 3,080 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 15-24 ปี คิดเป็นร้อยละ 40.42 รองลงมา คือ อายุระหว่าง 25 - 34 ปี คิดเป็นร้อยละ 24.48 เป็นสัญญาณถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยของกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน และวัยเจริญพันธุ์ เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ จึงได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ของโรคในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานสถานศึกษาให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการป้องกันโรค นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการพัฒนาระบบบริการควบคุม ป้องกัน และดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(STIs) ได้แก่ การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ระบบข้อมูล ระบบติดตามประเมินผล เพิ่มคุณภาพการบริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของโรงพยาบาล พัฒนาศักยภาพคลินิกกามโรคสำนักงานป้องกันควบคุมโรค จัดทำแผน การศึกษาวิจัย รวมถึงทบทวนและพัฒนาแผนยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ขอแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งและสวมถุงยางอนามัยให้ถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองซิฟิลิสและเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ต้องเข้ารับการฝากครรภ์ในระยะที่กำหนดและรับการตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสพร้อมสามี เพื่อป้องกันและลดโอกาสการแพร่เชื้อของโรค โดยสามารถขอข้อมูลการป้องกันตนเองและคู่ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ การใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร.1663 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 ทั้งนี้ ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือได้รับเลือดจากผู้ติดเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยจะทราบว่าติดเชื้อต่อเมื่อได้รับการตรวจเลือด แม่ที่ติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลถึงทารกในครรภ์ได้ ซึ่งปี 2562 พบเด็กแรกคลอดป่วยซิฟิลิสถึง 249 ราย อาการของโรคหลังจากได้รับเชื้อระยะแรกอาจพบแผลที่อวัยวะเพศ จากนั้นแผลจะหายและมีผื่นตามร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่อวัยวะเพศ อาจมีผมร่วงเป็นหย่อมๆ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจจะไม่แสดงอาการ แต่เชื้อจะอยู่ในร่างกายถ้าไม่ได้รับการรักษาสามารถก่อให้เกิดความผิดปกติที่สมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคนี้เป็นแล้วมียารักษาให้หายขาด แต่ต้องตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  8. ชาวเน็ตแห่ลงชื่อ ร้องเรียนถึงผู้ว่าฯเชียงใหม่ และขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ให้ตรวจสอบอายุรถสี่ล้อแดงและตุ๊กๆ ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ อุปกรณ์ส่วนควบและอุุปกรณ์ความปลอดภัยมีหรือเปล่า วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน ในโลกออนไลน์มีการแชร์แคมเปญจากเว็บไซต์ change.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ไว้สำหรับการสร้างแคมเปญเรียกร้องหรือรณรงค์ต่างๆ เพื่อรวบรวมรายชื่อของผู้ที่เห็นด้วยกับเคมเปญนั้นๆ นำไปยื่นต่อหน่วยงานที่ต้องการร้องเรียนต่อไป โดยหัวข้อที่มีการแชร์นั้นคือ "ขนส่งเชียงใหม่ตรวจสอบอายุการใช้งานรถแดงตุ๊กๆ" (ลิงค์แคมเปญร่วมลงชื่อ > https://bit.ly/2JX1MQW) โดยระบุการร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีข้อรายละเอียดระบุไว้ว่า... ขอช่วยตรวจสอบ อายุของรถแดง ตุ๊กๆ ที่วิ่งให้บริการในจังหวัดเขียงใหม่ว่ามีอายุเกินกว่า 10 ปีตามกฏหมายระบุไว้หรือไม่ อุปกรณ์ส่วนควบ และอุปกรณ์ความปลอดถัยในห้องโดยสาร (เซฟตี้เบลล์) มีหรือไม่ และผ่านมาตรฐานควันดำหรือไม่ ที่ผ่านๆมา มีรถแดงเก่าๆ วิ่งให้บริการและประสพอุบัติเหตมากมาย อยากขอพลังคนเชียงใหม่ และชาวต่างจังหวัดช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วยครับ อย่าให้คนที่อ้างตัวว่าอยู่ในกฏหมายถูกแต่ใช้รถที่อายุมาก ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย สร้างปัญหาให้เชียงใหม่ครับ ซึ่งการสร้างแคมเปญนี้ขึ้นมา คาดว่าสืบเนื่องมาจากเหตุการ์เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสี่ล้อแดงและรถตุ๊กๆ ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนขอความเป็นธรรม เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนและเสียผลประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากการที่มีผู้ขับขี่รถ Grab Car เป็นจำนวนมาก ได้นำรถยนต์ส่วนบุคคลออกมาวิ่ง รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฏหมายตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช 2522 สำหรับปัญหา GrabCar กับรถโดยสารสาธารณะนั้นเกิดขึ้นมานานพอสมควร ทางขนส่งจังหวัดได้มีการจับกุมไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางขนส่งจังหวัด ได้มีมาตรการออกมา โดยขนส่งจะพัฒนาระบบ CM Transit เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้งานรถสาธารณะแก่นักท่องเที่ยว ทำแผ่นป้าย และเอกสารประชาสัมพันธ์การใช้บริการรถสาธารณะที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยว ชี้แจงหน้าที่ที่ควรปฏิบัติแก่ผู้ขับรถยนต์รับจ้างสาธารณะ เมื่อพบรถผิดประเภทมารับนักท่องเที่ยวให้แจ้งเจ้าหน้าที่ขนส่ง ตำรวจพื้นที่ ตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่เข้าไปดำเนินการเอง ผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ขนส่งกำหนด ในเรื่องการแต่งกาย อัตราค่าโดยสาร มารยาทในการพูดคุยกับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นในการใช้บริการให้กับนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงพบปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งคงต้องเป็นหน้าที่ของทางหน่วยงานราชการที่จะดำเนินการแก้ไขต่อไป ที่มา : Change.org /https://www.change.org/p/ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่-ขนส่งเชียงใหม่ตรวจสอบอายุการใช้งานรถแดงตุ๊กๆ?recruiter=90080926&recruited_by_id=8680481d-b07a-424e-997c-3517101ce344&utm_source=share_petition&utm_medium=copylink&utm_campaign=psf_combo_share_initial&utm_term=share_petition
  9. กระทรวงสาธารณสุขห่วงประชาชนบริโภคแหนมหมู หมูดิบ เสี่ยงโรคไข้หูดับ อาจเสียชีวิตได้ ให้สาธารณสุขจังหวัดเร่งลงพื้นที่สอบสวนโรค และแนะนำประชาชนบริโภคอาหารถูกสุขลักษณะ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่มีข่าวประชาชนในจังหวัดแพร่และน่าน เกิดอาการผิดปกติเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และมีบางรายเสียชีวิต หลังจากรับประทานแหนมหมูดิบ หมูป่าดิบ จึงให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเร่งลงพื้นที่สอบสวนโรค และให้ความรู้ประชาชนในการบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ผู้ป่วยเป็นโรคไข้หูดับ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) มักพบใน เนื้อหมู เครื่องในและเลือดหมูที่เป็นโรค จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ 1 ม.ค. 62 – 10 พ.ค. 62 มีผู้ป่วยแล้วจำนวน 113 ราย จาก 22 จังหวัด และเสียชีวิต 15 ราย นายแพทย์สุขุม กล่าวต่อว่า การรับประทานเนื้อหมูดิบ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงต่อการการเกิดโรคไข้หูดับได้ แนะนำให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกด้วยความร้อนจนเนื้อไม่มีสีแดง รวมถึงเลือกซื้อวัตถุดิบมาจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน สะอาด ผ่านการตรวจจากโรงฆ่าสัตว์หรือจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ หรือมีลักษณะเป็นเม็ดสาคู หลังจากสัมผัสกับเนื้อหมูควรรีบล้างมือทันที ส่วนการใช้มะนาวหรือไข่มดแดงนั้นไม่สามารถทำให้สุกหรือฆ่าเชื้อโรคได้ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคไข้หูดับจะมีอาการหลังรับประทานเนื้อหมูดิบ 3-5 วัน มักมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หากปล่อยไว้เชื้อจะเข้าไปทำลายอวัยวะภายในและระบบประสาท ทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบและเสื่อมอย่างรุนแรง ทำให้หูหนวกตลอดชีวิต รวมถึงพบเลือดออกใต้ผิวหนังได้ เมื่อพบอาการผิดปกติหลังรับประทานเนื้อหมูดิบขอให้รีบพบแพทย์ทันทีและบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบ เนื่องจากหากวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลดอัตราการหูหนวกและการเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วจะมีอาการป่วยรุนแรง ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ รวมทั้งเนื้อหมู เครื่องในและเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา 2.เกิดจากการบริโภคเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้ออยู่ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 ภาพ : หนุ่มภูซาง คับ‎ - เชียงคำโพสต์
  10. แจ้งเตือนประชาชน ระวังมูลนิธิปลอม ออกเรี่ยไรเงิน พื้นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงาน พบผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความแจ้งเตือนให้ระวังมูลนิธิปลอม ออกเรี่ยไรเงินบริจาค โดยระบุว่า... ฝากแจ้งเตือนประชาชนนะครับ ตอนนี้มีกลุ่มมูลนิธิปลอมได้ออกเรี่ยไรรับบริจาคเงินจากชาวบ้าน ในเขต ตำบลหางดง ตำบลท่าข้าม อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ฝากประชาชนอย่าได้หลงเชื่อถ้าพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ โดยในภาพจะเผยให้เห็นถึงชายคนหนึ่งซึ่งใส่ชุดคล้ายเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เดินเข้ามาขอเรี่ยไรเงินบริจาค โดยทำทีเป็นขอเงินบริจาคโลงศพบ้าง อุปกรณ์ต่างๆบ้าง ซึ่งหลังจากที่ผู้โพสต์ได้โพสต์ข้อความนี้ไปพบกว่า มีคนเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก บอกว่าพบเจอเหมือนกัน คนเดียวกับในภาพ ในพื้นที่ อ.อมก๋อย บางคนก็บอกว่าเข้ามาขอบริจาคในร้าน ตื้ออยู่นาน ไม่ยอมออกจากร้านสักที จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ชื่อมูลนิธิที่อยู่ในบัตรอนุโมทนานั้น เป็นชื่อมูลนิธิปลอมซึ่งมีการโพสต์แจ้งเตือนภัยกันมาหลายครั้งแล้ว มีการจับกุมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้งแล้วเช่นกัน โดยขบวนการนี้กระจายตัว ทำการเรี่ยไรแบบนี้อยู่ทั่วประเทศ มีประชาชนโดนหลอกไปเป็นจำนวนมาก ทางผู้สื่อข่าวจึงได้ลองโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่บนบัตรอนุโมทนา แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ รวมไปถึงได้นำเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไปค้นหาในเว็บไซต์ของสรรพากรก็ไม่พบข้อมูล จึงขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังกลุ่มคนเหล่านี้ไว้ด้วย หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามถึงที่มาต่างๆให้ชัดเจน หรือโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรรวจได้ทันที ข้อมูล : โพสต์ต้นฉบับ
  11. พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 41 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ครั้งที่ 41 ประจำปีการศึกษา 2560-2561ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในวันศุกร์ที่ 7 และวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 ซึ่งในปีนี้มีบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 3,841 ราย แยกเป็น ระดับบัณฑิตศึกษา (ป.โท-ป.เอก) จำนวน 138 ราย และระดับบัณฑิต (ป.ตรี) จำนวน 3,703 ราย ในการนี้ สภามหาวิทยาลัยแม่โจ้มีมติอนุมัติปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 7 ราย มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 4 ราย ให้แก่ผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่นเพื่อเข้ารับพระราชทานโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น จำนวน 7 ราย ดังนี้ ผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 7 ราย 1.ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรและส่งเสริมการเกษตร 2.นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมพลังงานทดแทน 3.นายยุทธพงศ์ จีรประภาพงศ์ ประธานกรรมการ เครือ วีพีเอฟ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 4.Mr. Chi-Chang Tsai รองประธานสภานิติบัณญัติแห่งชาติ ประเภทสภาเดียว ประเทศสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพัฒนาการท่องเที่ยว 5.ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ แสวง ภูศิริ เจ้าของศูนย์เรียนรู้ครูขวัญศิษย์เศรษฐกิจพอเพียง จ.ตรัง ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพืชสวน 6.นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ประธานคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด(มหาชน) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาการพัฒนาภูมิสังคมอย่างยั่งยืน 7.นายสุรศักดิ์ จโนภาษ ผู้จัดการ บริษัท สามปอยดง / บริษัท สวนผักเชียงใหม่ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพืชสวน ผู้ได้รับปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 4 ราย 1.นายมานพ ปัทมาลัย นายกเทศมนตรีตำบลท่ามะเขือ รัฐศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ 2.นายวีรวัชร์ จารุรัชต์ธำรง เจ้าของกิจการริมน้ำรีสอร์ท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ 3.นายสราวุฒิ สินสำเนา กรรมการผู้จัดการบริษัท อี.พี.เดคคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 4.นางสุพิศ เถียรทิม นายกเทศมนตรีตำบลหนองหาร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารท้องถิ่น ผู้ได้รับโล่ศิษย์เก่าแม่โจ้ดีเด่น ประจำปี 2561จำนวน 7 ราย 1.นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 19 ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทรงวุฒิ เพ็ชรประดับ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 31กรรมการพิจารณาติดตามและประเมินผลโครงการวิจัยด้านพืชไร่พืชสวนพืชผักไม้ดอกไม้ประดับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการวิจัยการเกษตรองค์การมหาชน (สวก.) 3.นายเจนศิลป์ เจริญบวรศักดิ์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 38 เลขารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 4.นายพงษ์ศักดิ์ พิมานพรหม ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 44 ประธานกรรมการบริษัทพังงาคอมพิวเตอร์แอนด์คอมมิวนิเคชั่นจำกัด 5.นายมนตรี วงษ์สวรรค์ ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 49 ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสผู้บริหารสำนักงานเขต บมจ.ธนาคารกรุงไทย สำนักงานเขตเชียงใหม่3 6.นายเสรี พันธ์ลิมา ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่นที่ 51 ประธานที่ปรึกษาชมรมแม่โจ้เพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ 7.นายมงคล การดี ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่นที่ 53 ผู้จัดการสินเชื่อพิเศษ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ สำนักธุรกิจสันป่าข่อยเชียงใหม่ สำหรับ บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ให้มารายงานตัวยืนยันการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรด้วยตนเองอีกครั้ง ในวันอังคารที่ 4มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ศูนย์กิจการนักศึกษา อาคารอำนวย ยศสุข ชพร้อมเข้ารับฟังคำชี้แจงและมีกำหนดฝึกซ้อมในวันระหว่างที่ 4-6 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามคู่มือการฝึกซ้อม และที่ http://www.education.mju.ac.th/graduate2019/
  12. ประเดิมฤดูฝนวันแรก อุตุฯเตือนเตรียมรับมือฝนตกหนัก 20-25 พ.ค. นี้ วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศการเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นวันแรกนั้น โดยพยากรณ์อากาศประจำวันแรกของฤดูฝนนี้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และในช่วงวันที่ 20-25 พฤษภาคม 2562 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุม โดยภาคเหนือวันนี้ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40 องศาเซลเซียส อนึ่งในช่วงวันที่ 20 พ.ค. 62 อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนเตรียมรับมือฝนที่จะตกหนักไว้ด้วย
  13. ตำแหน่งงานว่างประจำวันที่ 17 - 24 พ.ค. 62 จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
  14. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 - 25 พฤษภาคม 2562 การคาดหมาย บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ตลอดช่วงข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 20 - 25 พ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 20 - 24 พ.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับในช่วงวันที่ 20 - 25 พ.ค. 62 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดเข้าปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังปานกลางตลอดช่วง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 19 - 20 พ.ค. 62 อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 20 - 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 20 – 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 20 – 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 20 – 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 25 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
  15. ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ โดยประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นในตอนกลางวัน สำหรับทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 20-25 พฤษภาคม 2562 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดเข้าปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออก อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  16. Last week
  17. แอ็บโซลูท เฮลธ์ เชียงใหม่ เปิดศูนย์กายคตา รักษาโรคปวดโดยไม่ผ่าตัด พบกับทางเลือกที่ปลอดภัย ด้วยเวชศาสตร์การฟื้นฟู พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ให้บริการระดับมืออาชีพ ศูนย์การแพทย์บูรณาการแอ็บโซลูท เฮลธ์ เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพที่ ให้ความสำคัญใน 4 กลยุทธหลักไปพร้อมๆ กันคือ การรักษา การฟื้นฟู การป้องกันการเจ็บป่วยไม่ให้เกิดซ้ำ และการทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข โดยใช้วิธีในการรักษาแบบก้าวหน้า คือ ต้องรู้เท่าทันการเกิดโรค ตรวจหาโรคให้เจอ อย่างรวดเร็ว ทันการรักษา แล้วป้องกันไม่ให้เกิดโรค จากเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้ง ท่านนายแพทย์ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต ที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้แนวทางการรักษาโรคที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เป็นการแพทย์แบบก้าวหน้า ผสมผสานกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลรักษาโรค รักษาอาการเจ็บป่วย จากมุมมองการรักษาโรคแบบรอบด้าน ในปีนี้จึงได้เปิดศูนย์กายคตา ขึ้นจำนวน 8 สาขา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสาขาเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 8/1 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ด้วยการใช้หลักการเวชศาสตร์การฟื้นฟู รักษาโรคปวดโดยไม่ผ่าตัด รักษาอาการปวดเรื้อรัง ปวดเฉียบพลัน ปวดหลัง ปวดเข่า อาการชาจากระบบประสาท ข้อเข่าเสื่อม เส้นเอ็นอักเสบ รวมถึงผู้การฟื้นฟูผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะอัมพฤกษ์ ออฟฟิศซินโดรม การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การเล่นกอล์ฟ ฯลฯ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัย การใช้คลื่นพลังงานบำบัด ร่วมกับการใช้สารสกัดจากธรรมชาติฉีดรักษาอาการปวด และการฟื้นฟูที่ระดับเซลล์ ซึ่งถือว่าเป็นองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ผสมผสาน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่อยากผ่าตัด ให้บริการด้วยคณะแพทย์และนักกายภาพบำบัดระดับมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาโดยตรง การแพทย์บูรณาการและเวชศาสตร์ฟื้นฟู การรักษาที่มากกว่าแค่ลดปวด เน้นการให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยเทคโนโลยีบำบัดอาการปวดที่ทันสมัย ปลอดภัย ได้มาตรฐานและปราศจากผลข้างเคียง ใช้ศาสตร์การแพทย์บูรณาการและเวชศาสตร์ฟื้นฟูในการดูแลรักษาโรค บำบัดอาการปวด โดยไม่ผ่าตัด ภายใต้แนวคิดที่แตกต่างจากการทำกายภาพบำบัดทั่วไป เพราะเราตระหนักว่า ร่างกายมนุษย์สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ การรักษาของเราจึงไม่ใช่แค่กายภาพบำบัดที่ลดปวดเท่านั้น แต่เป็นกายภาพบำบัดที่สามารถกระตุ้นเซลล์ และส่งเสริมให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังที่ระบบกล้ามเนื้อ ข้อกระดูก และระบบประสาท ด้วยบูรณาการแห่งปัญญา รักษาที่เหตุแห่งโรค เครื่องมือที่ก้าวล้ำ...เพื่อการรักษาอย่างตรงจุด -เครื่องบำบัดปวดด้วยคลื่นกระแทก Shock Wave Therapy เป็นการใช้พลังงานจากคลื่นกระแทก (Shock Wave) ทำให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกระดูก เส้นเอ็น และโครงสร้างต่างๆ ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น จึงมีผลกับการรักษาทางด้านลดปวด และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรัง โดยคลื่นกระแทกจะลงลึกถึงกล้ามเนื้อชั้นลึกที่มากกว่าการกดด้วยมือ จึงเป็นทางออกที่สำคัญของการรักษาอาการปวดและอักเสบในระยะเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับกลุ่มอาการ ·อาการปวดเรื้อรัง ปวดหลัง ปวดเข่า บ่า ไหล่ ข้อศอก ข้อมือ ข้อเท้า ฝ่าเท้า ออฟฟิศซินโครม ไหล่ติด ·อาการเส้นเอ็นอักเสบเรื้อรัง เช่น เอ็นข้อมือ ข้อศอกอักเสบ เอ็นไหล่อักเสบ เอ็นร้อยหวายอักเสบ เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ปวดส้นเท้า รองช้ำหลังรักษาผู้ป่วยบางรายจะเห็นผลได้ทันที ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง หรือมีอาการปวดลดลงเกือบ 50% จากนั้นจะรักษาประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ -เครื่องบำบัดปวดด้วยแสงเลเซอร์กำลังสูง High Power Laser Therapy เป็นการบำบัดโดยใช้พลังงานแสงเลเซอร์ ซึ่งสามารถผ่านผิวหนังและทะลุทะลวงลงลึกสู่บริเวณที่มีอาการปวดหรืออักเสบได้อย่างแม่นยำ ต่างจากเครื่องมือกายภาพบำบัดแบบเดิมๆ ซึ่งให้พลังงานเพียงแค่ที่ผิวตื้นๆเท่านั้น จึงช่วยลดอาการปวด การอักเสบได้ดีในระยะเฉียบพลัน หรือกรณีที่ต้องการรักษาลงลึกถึงรากประสาท เหมาะสำหรับกลุ่มอาการ -ปวดจากการบาดเจ็บ เคล็ด ขัดยอก อักเสบบวมแดงตามข้อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ เช่น คอ หลัง เข่า หรือ เอ็นข้อมือ ข้อศอก ข้อไหล่อักเสบ เอ็นร้อยหวายอักเสบ -นิ้วล็อค มือชา ปวดร้าวจากรากประสาทถูกกดทับ -ข้อเข่าเสื่อม ข้อนิ้วมือเสื่อม -ปวดจากหลอดเลือดหดตัว เช่น ปวดปลายแขนปลายขา -อาการบวมช้ำจากการบาดเจ็บ เลือดออกใต้ผิวหนัง High Power Laser เป็นการรักษาที่มีข้อดีเหนือกว่าวิธีกายภาพบำบัดอื่นๆ เช่น การกระตุ้นไฟฟ้า ทำอัลตราซาวด์ การนวด การประคบร้อน การจี้ด้วยความเย็น นั่นคือ High Power Laser ช่วยกระตุ้นการซ่อมเส้นประสาท การสร้างกระดูกใหม่ สร้างกระดูกอ่อน และช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้อีกด้วย ผู้ป่วยจะหายปวดไปกว่าครึ่งทันที หลังการบำบัดปวด และรักษาต่อเนื่องวันเว้นวัน หรือสองวันครั้ง บางกรณีสัปดาห์ละครั้ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอาการปวดของคนไข้ -เครื่องบำบัดปวดด้วยคลื่นแม่เหล็ก Transcutaneous Magnetic Stimulation : TMS ช่วยบำบัดลดอาการปวดได้ดี ทั้งอาการปวดจากเส้นประสาทและไม่ใช่เส้นประสาท โดยอาศัยคลื่นแม่เหล็ก ด้วยความแรงคลื่นแม่เหล็กที่มีถึง 300 Tesla โดยจะเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ คลื่นแม่เหล็กนี้สามารถทะลุผ่านอวัยวะต่างๆเข้าไปได้ลึก โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ เหมาะสำหรับกลุ่มอาการ ·ผู้ที่มีปัญหาปวดเรื้อรังจากระบบเส้นประสาท หรือปวดเรื้อรังต่างๆ ทั้งที่มีสาเหตุมาจากโรคและจากการบาดเจ็บ เช่น ปวดร้าวจากคอลงแขน หรือปวดร้าวจากหลังลงขา ปวดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดศีรษะไมเกรน ปวดเรื้อรังตามตัว เช่น คอ บ่า ไหล่ เข่า หลัง เอว สะโพก เป็นต้น ·ผู้ที่มีปัญหาจากโรคระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย มีภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาตจากหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก การบาดเจ็บของประสาทไขสันหลัง มีอาการชาปลายมือ ปลายเท้าจากเบาหวาน และปลายประสาทแขน ขาอักเสบ การรักษาวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้เส้นประสาทได้รับการฟื้นฟู ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้รักษาร่วมกับ Shock Wave และ High Power Laser จะช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ 30-60% โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆกลับมาดีขึ้น
  18. ที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ บ่ายวันนี้ (ภาพจากสมาชิกกลุ่ม CM108.com )
  19. ระยะนี้ยังคงให้ระวังลม พายุ อันตรายจากต้นไม้ล้ม ภาพวันนี้ เมื่อบ่ายวันนี้ 18 พ.ค. 2562 มีรายงานฝนตกและมีลมแรงในพื้นที่อำเภอแม่วาง อำเภอดอยหล่อ อำเภอสันป่าตอง และอำเภอสันกำแพง ปรากฏว่ามีลมบางส่วนร่วมกับฝนตกด้วย โดยพบมีต้นไม้ล้มที่ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง และอำเภอสันป่าตอง ซึ่งความเสียหายไม่มากนัก อนึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2562 จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนาแน่นและบ่อยขึ้น ให้ประชาชนเตรียมรับมือทั้งอุปกรณ์กันฝนและพายุลมด้วย ภาพจากตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง บ่ายวันนี้
  20. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 - 23 พฤษภาคม 2562 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 17-19 พ.ค. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 พ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 20 – 23 พ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังตลอดช่วง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 17-19 พ.ค. 62 ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 พ.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีเล็กน้อยถึงกำลังปานกลางตลอดช่วง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 17 - 20 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 17 - 19 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 17 - 19 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 17 - 19 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 17 - 19 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20 – 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 17 - 19 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 17 - 19 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 พ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  21. ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง และทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นในตอนกลางวัน สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดน้อยลง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
  22. 18 พฤษภาคม 2562 วันวิสาขบูชา งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กำชับสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดูแลความปลอดภัย พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบันเทิง งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี หากพบเห็นการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องด้วยในวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 เป็นวันวิสาขบูชา วันสากลโลก ซึ่งในโอกาส วันสำคัญดังกล่าว สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 เรื่องกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่3 )ข้อ 2 ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ ซึ่งในปีที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่เป็นหน่วยรับผิดชอบ ควบคุม กำกับ ดูแลตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พุทธศักราช 2551 ดำเนินการสุ่มตรวจสถานประกอบการพบว่ายังคงมีการฝ่าฝืนกระทำผิดในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบว่าสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุนั้น มาจากการเมาแล้วขับ ตลอดจนการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งล้วนมีสาเหตุเนื่องมาจากการเมาสุรา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ และมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเพื่อสร้างการรับรู้ไปยังประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าทุกประเภท อาทิ ร้านอาหาร และสถานบริการ ให้งดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งขายส่งและขายปลีก ทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง คือหลังเที่ยงคืน (เวลา 24.00 น.) ของคืนวันที่ 17 พฤษภาคม2562 จนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 (ยกเว้นเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ) หากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืน มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พุทธศักราช 2551 มาตรา 39ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อกวดขัน จับกุม ผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด โดยเน้นการตรวจตราร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ร้านคาราโอเกะ ร้านอาหารริมทาง รวมทั้งร้านในบริเวณสถานีขนส่ง สถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งในส่วนการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เพิ่มความเข้มงวด การตั้งจุด รวมถึงจุดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์บริเวณถนนสายหลักที่เป็นที่ตั้งของสถานบริการ ให้ดำเนินการ ตั้งจุดตรวจในเวลาที่เหมาะสม ถ้าหากมีการตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมายและประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างจริงจัง ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พุทธศักราช 2551 ของสถานประกอบการรายใด หรือพบเห็นอาชญากรรมต่าง ๆ สามารถแจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารมายังโทรศัพท์ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง ข่าว : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่
  23. สังเวยโรคหูดับแล้ว 1 ราย นอนรักษาตัวที่ รพ.อีก 3 ราย ทำชาวบ้านผวาไม่กล้ากินเนื้อหมูดิบและแหนมหมู 17 พ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการบอกกล่าวจากชาวบ้านในพื้นที่ของ อ.ภูซาง จ.พะเยา ว่ามีคนรับประทานเนื้อหมูดิบแล้วเสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ยังถูกหามส่ง รพ.เชียงคำอีก 3 ราย จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางมาถึงบ้านเลขที่ 150 บ้านปงใหม่ ม.8 ต.ทุ่งกล้วย อ.ภูซาง จ.พะเยา ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิตคือ นางสุทัช สุทจันทร์ อายุ 62 ปี ที่ได้เสียชีวิตจากการกินแหนมหมูดิบ ทั้งนี้ได้พบบุตรสาวของผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วิชญาดา สีสัน อายุ 36 ปีและญาติ ๆ ที่กำลังเตรียมเคลื่อนย้ายศพของผู้เสียชีวิตไปที่ป่าสุสานบ้านปงใหม่ โดยน.ส.วิชญาดา ได้เล่าว่า เมื่อประมาณวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา แม่ของตนเองได้เดินทางไปเที่ยวกับญาติ ๆ ภายในหมู่บ้านที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งก่อนหน้านั้นญาติที่มาด้วยกันก็ได้เดินทางไปซื้อของฝากที่จุดซื้อของฝากแยกเด่นชัย – อุตรดิตถ์ โดยได้ซื้อแหนมหมูและหมูยอมรับประทานกันทั้งนี้แม่ของตนเองได้รับประทานก่อนที่จะกลับบ้านมาแล้ว 1 ถุงด้วยกัน ต่อมาเมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนเย็นญาติที่เดินทางไปด้วยกันได้แบ่งแหนมหมูมาให้อีก 1 ถุง เพื่อให้นาย สงัด สีสัน อายุ 77 ปี ได้รับประทานด้วย พอตกมาถึงวันที่ 13 ช่วงเย็น แม่ของตนกลับมีอาการแปลก ๆ คือมีการถ่ายอุจจาระแบบรุนแรงและนอนฟุบไปในห้องน้ำ ทั้งนี้ตนจึงได้ให้ญาติพานางสุทัช ส่ง รพ.เชียงคำอย่างเร่งด่วน โดยลักษณะอาการของนางสุทัชก่อนไปถึง รพ.เชียงคำนั้นมีอาการตัวบวมมาก และมีผื่นขึ้นตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายเป็นบริเวณกว้างแถมมีน้ำลายและเลือดออกจากปากด้วย นอกจากนี้พ่อของตนเองก็มีลีกษณะคล้ายๆกันโดยตนเองตกใจมากเพราะผู้เป็นแม่เพิ่งเข้า รพ.ไม่ถึง ชม. พ่อของตนเองก็เข้า รพ.ตามกันมา เมื่อมาถึง รพ.เชียงคำ แพทย์ได้ระบุว่า อาการดังกล่าวคล้าย ๆ โรคหูดับ หรือ โรคสเตรปโตคอคคัส โดยโรคดังกล่าวเกิดจากการรับประทานหมูดิบที่มีเชื้อโรคปะปนเปื้อนมาในเนื้อหมูดังกล่าว หลังจากที่ นางสุทัชเข้าทำการรักษาตัวได้ประมาณ วันกว่า แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นสุดท้ายเพราะทางแพทย์ผู้รักษาได้บอกกับ น.ส.วิชญาดา ว่า นางสุทัช ได้ถูกเชื้อโรคดังกล่าวแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดและได้เสียชีวิตในที่สุด ทางด้านนายสงัด สีสัน ผู้เป็นบิดาของ น.ส.วชิญาดา ก็กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เชียงคำ จ.พะเยาเช่นกัน ทั้งนี้แพทย์ที่ทำการรักษานั้นได้ทำเร่งทำการรักษาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหยุดไม่ให้เชื้อโรคดังกล่าวคร่าชีวิตนายสงัดไปอีกราย นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอีก 2 รายที่อยู่ในพื้นที่ อ.เชียงคำ เข้าทำการรักษาตัวเนื่องจากป่วยเป็นโรคหูดับเช่นกัน ที่มา หนุ่มภูซาง คับ‎ ถึง เชียงคำโพสต์ https://www.facebook.com/noomnorth/posts/10213492746025800 https://www.facebook.com/noomnorth/posts/10213492746025800
  24. มีกฎหมายรองรับ เรื่องผู้ฝ่าฝืนไม่ยอมให้เป่าแอลกอฮอลล์ ตำรวจมีสิทธิตาม กม.
  25. เชียงใหม่-อันซีนช้างไถนาปีหนึ่งมีครั้งที่เดียว อันซีนช้างไถนาปีหนึ่งมีครั้งที่เดียวบ้านนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นดอยสูงห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 200 กิโลเมตร ช้างไถนาเป็นกิจกรรมที่มีมานานกว่า 100 ปี โดยชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนาเกียนใช้ช้างแทนกระบือในการไถนา ที่บ้านนาเกียน ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ นายศุภธนิศร์ รุ่งเรืองเลิศไพศาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่และชาวบ้านนาเกียน ร่วมกันสืบสานประเพณีช้างไถนาขึ้นที่บริเวณทุ่งนาในหมู่บ้าน ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ช้างไถนา ประจำปี 2562 ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ และชาวบ้านแต่งชุดประจำเผ่าปกาเกอะญอมาร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ในช่วงต้นฤดูฝนแห่งการเพาะปลูกประจำปีของชาวบ้าน โดยกิจกรรมนี้ทำมาเป็น 100 ปีแล้ว โดยชาวบ้านพื้นที่ดังกล่าวใช้ช้างแทนกระบือในการไถนา สำหรับช้างไถนาเป็นกิจกรรมที่มีมานานกว่า 100 ปี โดยชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนาเกียนซึ่งตั้งห่างจากตัวอำเภอเพียง 39 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง และห่างจากเมืองเชียงใหม่กว่า 200 กิโลเมตร ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200-1,600 เมตร ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรมทำนาแบบขั้นบันได และการปลูกพืชไร่เพื่อเลี้ยงชีพแต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นที่ลาดเชิงเขา พื้นดินมีหินปะปนอยู่มาก ทำให้การไถนาด้วยควายได้งานน้อย จึงนำช้างที่เลี้ยงไว้มาไถนาแทน เพราะช้างแข็งแรงกว่าวัว ควาย สามารถไถนาได้จำนวนพื้นที่มากกว่าในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดย 1 แรงช้าง เท่ากับ 4 แรงวัว ควาย โดยช้าง 1เชือก สามารถลากได้ 1-4 คันไถ โดยไม่ต้องพักเหนื่อย และถือเป็นงานที่เบาเมื่อเทียบกับการลากซุงในอดีต ปัจจุบันช้างไถนา ภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษชาวกะเหรี่ยงบ้านนาเกียน อำเภออมก๋อย ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ และสืบทอดสู่รุ่นลูกหลานในปัจจุบัน ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ของทุกปี ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  26. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชน ระวังป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยร่างกาย ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะ ในกลุ่มเสี่ยง ควรดูแลเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการป่วยและเสียชีวิตได้ พร้อมแนะให้ยึดหลัก ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ ขอบคุณภาพประกอบ : Hfocus วันนี้ (17 พฤษภาคม 256) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วงนี้ประเทศไทยมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 13 พฤษภาคม 2562 พบผู้ป่วย 156,108 ราย เสียชีวิต 11 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 7-9 ปี รองลงมาคือ อายุ 10-14 ปี ซึ่งเป็นอายุที่อยู่ในกลุ่มวัยเรียน ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค มีการรณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น เพื่อจะช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทันต่อสถานการณ์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มเสี่ยงที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น บุคลากรทางการแพทย์ 2.การให้วัคซีน เพื่อลดการเสียชีวิตใน 7 กลุ่มเสี่ยง อาทิ กลุ่มเด็ก 6 เดือน - 3 ขวบ หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ คนอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัว สำหรับการฉีดวัคซีนกลุ่มอื่น เช่น เด็กวัยเรียน ขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้นำมาพิจารณา และอยู่ระหว่างนำเสนอให้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณา นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ) ของผู้ป่วย ผ่านการไอหรือจามรดกัน โดยหลังจากได้รับเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน กลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที สำหรับวิธีการป้องกัน ขอให้ประชาชนยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่ ปิด คือปิดปากและ ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง ล้าง คือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุด คือ เมื่อป่วย ควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีอาการข้างต้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่สถานพยาบาล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
  27. พม. จัดประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 (21" Ascc Council) วันนี้ (17 พ.ค. 62 ) เวลา 09.00 น. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดการประชุมคณะมนตรีประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 (21" ASCC Council) ซึ่งเป็นการประชุมลําดับสุดท้ายของการประชุมอาเซียนที่จัดต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 13 - 18 พฤษภาคม 2562 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกระทรวง พม. เป็นเจ้าภาพ ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของ ประเทศไทย โดยมี นายวีระโรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะมนตรีประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มันคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ในฐานะประธานคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสสําหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Chair of SOCA) และนางสาวอุษณี กังวารจิตต์ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รองปลัด พม.) รวมทั้ง คณะมนตรี ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คณะเจ้าหน้าที่อาวุโสสําหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน รองเลขาธิการ อาเซียนสําหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คณะผู้แทน และผู้แทนสํานักเลขาธิการอาเซียน จํานวนกว่า 60 คน เข้าร่วม ประชุม ณ ห้องลานนาบอลรูม 2-3 โรงแรมแชงกรี - ลา จังหวัดเชียงใหม่ นายวีระ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ปี 2562 นับเป็นปีแห่งโอกาสอันดี ที่ประเทศไทยได้รับตําแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) เรื่อง การกําหนดให้การเป็นประธานอาเซียนหมุนเวียนทุกปี ตามลําดับอักษรชื่อภาษาอังกฤษของรัฐสมาชิก ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแนวคิดหลักการ เป็นประธานอาเซียน คือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” อีกทั้งได้ประกาศให้ การเป็นประธานอาเซียนของประเทศในปี 2562 เป็นวาระแห่งชาติอีกด้วย สําหรับการจัดประชุมอาเซียนครั้งนี้ เป็นการประชุมที่สําคัญ ของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในปี 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ สําคัญเพื่อพิจารณาและให้การเห็นชอบต่อแผนงานและเอกสารผลลัพธ์สําคัญภายใต้ ASCC ก่อนจะมีการนําเสนอต่อการประชุมสุดยอด อาเซียน ครั้งที่ 34 ซึ่งประกอบด้วยการประชุมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน จํานวน 4 รายการ ดังนี้ 1) การประชุมคณะทํางาน เรื่องวัฒนธรรมแห่งการป้องกัน ครั้งที่ 2 2)การประชุมประสานงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 14 3) การประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสสําหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 26 และ 4) การประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคม และวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 รวมทั้งการศึกษาดูงานทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ การจัดประชุม ดังกล่าว นายวีระ กล่าวต่อว่า การประชุมอาเซียนในครั้งนี้ ประสบความสําเร็จด้วยดีตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยสามารถสรุปผล การประชุมที่สําคัญ ดังนี้ 1.ด้านการจัดการประชุม มีผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย คณะผู้แทนระดับรัฐมนตรี คณะผู้แทนระดับ เจ้าหน้าที่อาวุโส รองเลขาธิการอาเซียนสําหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คณะผู้ติดตามจากประเทศสมาชิกอาเซียน คณะผู้แทนจากหน่วยงานในระดับภูมิภาคและผู้แทนองค์การสหประชาชาติ ผู้แทนหน่วยงานของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง บุคลากรของ กระทรวง พม. และผู้มีเกียรติฝ่ายไทย จํานวนทั้งสิ้น กว่า 500 คน 2.ด้านผลลัพธ์การประชุม ประเทศไทยประสบผลสําเร็จใน การผลักดันแผนงานหลักประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในฐานะประธานอาเซียนในปี 2562 (ASCC Priority Areas 2019) และ มีกรอบการดําเนินงาน “3/W14” ดังนี้ “3 แนวทางหลัก” ได้แก่ ความเชื่อมโยงภาคประชาชน (People – to - People Connectivity) และ หุ้นส่วนความร่วมมือ (Partnerships) ความยั่งยืน (Sustainability) การเตรียมความพร้อมและวางแผนด้านความมั่นคงของมนุษย์สําหรับ อนาคต (Future - Oriented Actions for Human Security) โดยมีตัวอย่างความสําเร็จที่เป็นรูปธรรม คือ ข้อริเริ่ม “ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562” ภายใต้แนวคิด “หลากหลาย สร้างสรรค์ ยั่งยืน” เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสานจนเป็นอัตลักษณ์ ของอาเซียน และนําไปสู่สายตาผู้คนทั่วโลก ด้วยการผนึกกําลังของประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมในเวทีนานาชาติ ร่วมส่งเสริมให้เห็นถึงความเข้มแข็ง และสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง “4 ศูนย์อาเซียน” ที่จะมีการจัดตั้งหรือ ปรับปรุงพัฒนา ได้แก่ คลังสิ่งของช่วยเหลือและระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียนในประเทศไทย ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน และศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และ สวัสดิการสังคม และ “14 เอกสารผลลัพธ์สําคัญ" ประกอบด้วย 1. เอกสารผลลัพธ์สําคัญสําหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 (ASEAN Summit) จํานวน 5 ฉบับ ได้แก่ 1.1 เอกสารเพื่อการรับรอง (For Adoption) จํานวน 2 ฉบับ ประกอบด้วย (1) ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน (Bangkok Declaration ๓ Combating Marine Debris in ASEAN Region) และ (2) แถลงการณ์ผู้นําอาเซียนว่าด้วยปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน พ.ศ. 2562 (ASEAN Leaders' Statement on the ASEAN Glural Year 2019) 1.2 เอกสารเพื่อทราบ (For Notation) จํานวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย (1) กรอบปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล (ASEAN Framewok of Action an Marine Debris) (2) ถ้อยแถลงรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยเรื่องอนาคตของงาน : การส่งเสริม เทคโนโลยีและการเจริญเติบโตแบบมีส่วนร่วม (ASEAN Labour Minister's Statement on the Future of Work: Enabrading Technology for Indusive and Sustainable Growth) และ (3) ถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยข้อริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อ การประชุมใหญ่ แรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 108 (ASEAN Labour Ministers' Joint Statement on Green Initiative to the 108” Interational Labour Conference) นายวีระ กล่าวต่อไปว่า 2. เอกสารผลลัพธ์สําคัญสําหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 จํานวน 9 ฉบับ ได้แก่ 2.1 เอกสารเพื่อการรับรอง (Fr Adapticaา) จํานวน 6 ฉบับ ประกอบด้วย (1) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 (ASEAN Joint Statement on Climate Change to the 25th CoP to the UNFCCC) (2) ปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาผลประโยชน์ lunedaulnilynguuuuluan 01 (Declaration on the Protection of Children against All foms of Online Child Exploitation and Abuse in ASEAN) (3) ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิของเด็กโยกย้ายถิ่นฐาน (ASEAN Declaration on the Rights of Children on the Move) (4) ปฏิญญากรุงเทพว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาสําหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Bangkok Declaration to Advance Partnership an Education for Sustainability) และ (5) แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยืนยันคํามั่นในความก้าวหน้าการดําเนินงาน nilinluonU (Joint Statement on Roaffimation of Commitment to Advancing the Rights of the Child in ASEAN) 10 S 2.2 เอกสารเพื่อทราบ (For Notation) จํานวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย (1) แนวทางและกระบวนการในการตอบสนองต่อความต้องการของ เหยื่อการค้ามนุษย์ตามอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (Regional Guidelines and Procedures to Address the Needs of Victims of Trafficking in Person, Especially Women and Children) (2) LONMUNOJLOMU7Juni ว่าด้วยการส่งเสริมธรรมาภิบาลและการเร่งยกระดับภาคราชการพลเรือนในยุคดิจิทัล (ASEAN Statement on Promotion of Good Governance and Acceleration of an Agile Gil Service in a Digital Economy) (3) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศต่อที่ประชุมสุดยอดของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ASEAN Joint Statement on Climate Change for UN 2019 Climate Summit) และ (4) แผนปฏิบัติการภูมิภาคว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่ Länud:Lenapuñonna 4 (Regional Action Plan on Strengthening Education for the Out-of-School Children and Youth) นายวีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรองร่างแบบสอบถามและขอบเขตอํานาจหน้าที่ (TOR) ของคณะผู้แทน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในการเยือนติมอร์-เลสเต เพื่อศึกษาสํารวจความพร้อมเกี่ยวกับการเข้าเป็นประเทศสมาชิก อาเซียนของติมอร์-เลสเตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ทั้งนี้ การประชุมต่างๆ ในการประชุมอาเซียน ครั้งนี้ นอกเหนือจะเป็นการดําเนินการตามบทบาททางนิตินัยที่กําหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียนที่ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก อาเซียนต้องปฏิบัติตามแล้วยังเป็นโอกาสอันสําคัญยิ่งในการแสดงบทบาทนําทางพฤตินัยในเวทีอาเซียนของประเทศไทย และผลักดัน ให้ประเทศไทยมีบทบาทนําและเป็นศูนย์กลางของการดําเนินงานสําคัญในด้านต่างๆ ของอาเซียน อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป สําหรับประโยชน์ในกาพรวมในมิติด้านสังคมและวัฒนธรรม ประเทศไทยและประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ จะได้รับ ประโยชน์โดยตรงทั้งด้านรายได้และการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากการที่ผู้นําประเทศ คณะผู้แทน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จํานวนมาก จากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ร่วมเดินทางเข้ามาประชุมยังประเทศไทย นอกจากการเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเป็น ประชาคมอาเซียนผ่านการดําเนินงานโครงการและกิจกรรมสําคัญที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ประเทศไทยยังจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ ด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้านราชการพลเรือน ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน และ ด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา อันเป็นผลจากการนําเอกสารผลลัพธ์สําคัญ ซึ่งผู้นําอาเซียนให้การรับรองและรับทราบ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนไปสู่การปฏิบัติ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้การสนับสนุนผู้นําเยาวชนอาเซียนที่พบปะผู้นําในคราวที่ ประเทศไทยจะจัดการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนในเดือนมิถุนายน 2562 ที่ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสและเวทีให้ ผู้นําเยาวชนได้มีปฏิสัมพันธ์ และเลนอข้อคิดเห็นต่อผู้นําของประเทศอาเซียนอีกด้วย
  28. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “การเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2562 กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ โดยจะเริ่มบริเวณ ภาคใต้ก่อน หลังจากนั้นจะเพิ่มพื้นที่มากขึ้นจนครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ คาดว่าฤดูฝนปีนี้จะต่อเนื่องไป จนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคมในบริเวณประเทศไทยตอนบน ส่วนภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกต่อไปอีก ถึงกลางเดือนมกราคม ปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5-10 และน้อยกว่าปีที่แล้ว ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนจะเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด มีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อน ผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง อาจทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลากและน้ําล้นตลิ่งในบางพื้นที่ โดยในวันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น. น.ส. กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายปฏิบัติการ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวประกาศ “การเข้าสู่ ฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2562” ณ ห้องบัญชาการ กองพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปีอุตุนิยมวิทยา โดยกล่าวว่า ในระยะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว แต่ยังมีความแปรปรวน ระบบอากาศยัง ไม่นิ่ง ในวันนี้และอีก 2 วันข้างหน้า ฝนจะลดลงอีก เราเรียกช่วงนี้ว่า Pre-monsoon หรือ ช่วงก่อนฤดูมรสุม ใน ระยะสัปดาห์หน้า ฝนจะมาอีกระลอกหนึ่ง จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยในวันที่ 20 พฤษภาคม ฝนจะเริ่มมา จะ เริ่มมีฝนในบริเวณภาคใต้ก่อน หลังจากนั้นจะเพิ่มพื้นที่มากขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เนื่องจาก ประเทศ ไทยจะมีฝนตกชุกต่อเนื่องและเพิ่มพื้นที่มากขึ้นครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบกับลมที่พัดปก คลุมประเทศไทยในระดับล่างที่ความสูงประมาณ 100 เมตรถึงประมาณ 3,500 เมตร ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตก เฉียงใต้ซึ่งพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนลมระดับบนที่ความสูง ประมาณ 5,000 เมตรขึ้นไป ได้เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันออกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยฤดูฝนปีนี้จะต่อเนื่องไป จนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคมในบริเวณประเทศไทยตอนบน ส่วนภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะมีฝนตก ต่อไปอีกถึงกลางเดือนมกราคม สําหรับฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5-10 และจะ น้อยกว่าปีที่แล้ว โดยช่วงต้นฤดูฝน (ประมาณกลางพฤษภาคม-มิถุนายน) ปริมาณฝนรวมจะต่ํากว่าค่าปกติ ส่วน ช่วงกลางฤดูฝน (กรกฎาคม-สิงหาคม) และช่วงปลายฤดูฝน (กันยายน-กลางตุลาคม) ปริมาณฝนรวมส่วนใหญ่จะ ใกล้เคียงค่าปกติ นอกจากนี้ในบางช่วงโดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม จะมีการ กระจายของฝนไม่สม่ําเสมอและมีปริมาณฝนน้อย ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ําไม่เพียงพอสําหรับการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ําอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนในช่วงเดือน สิงหาคมและกันยายน จะเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อน ผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง อาจทําให้เกิดน้ําท่วม ฉับพลัน น้ําป่าไหลหลากและน้ําล้นตลิ่งในบางพื้นที่ จึงขอประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน ท่านสามารถติดตามรายละเอียดการคาดการณ์ฤดูฝนของประเทศไทยปี พ.ศ. 2562 และติดตาม สถานการณ์ประจําวัน ได้จากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th และสามารถสอบถามข่าวพยากรณ์ อากาศจากนักอุตุนิยมวิทยาได้โดยตรงที่สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง
  29. เอไอเอส ร่วมสืบสานประเพณีเตียวขึ้นดอย ไหว้สาป๋าระมี พระบรมธาตุดอยสุเทพ ในวันวิสาขบูชา ผ่านเครือข่ายเร็วแรง ครอบคลุม ทุกโค้ง (16 พ.ค. 62) : เอไอเอส ร่วมสืบสานประเพณีวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วไทย ผ่านเครือข่าย AIS NEXT G ,4G ,3G และ AIS Super WiFi ให้ตอบสนองความต้องการมากยิ่งขึ้นในพื้นที่วัด หรือสถานปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะเทศกาลเตียวขึ้นดอย ไหว้สาป๋าระมี พระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวไทยและนักท่องเที่ยวให้ความเคารพกราบไหว้ ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติในลักษณะของการเดินขึ้นดอย เพื่อไปเวียนเทียน ในโอกาสวันวิสาขบูชา ดังนั้นเพื่ออำนวยความความสะดวกให้แก่พุทธศาสนิกชน เอไอเอส จึงเพิ่มความสามารถรองรับการใช้งาน ให้ครอบคลุมทุกเส้นทางและทุกโค้งของดอยสุเทพ ซึ่งมีมากกว่า 68 โค้ง ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเส้นทาง #AIS #วันวิสาขบูชา #ไหว้สาป๋าระมี #เวียนเทียน
  1. Load more activity
×