Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. กรมสุขภาพจิตเผย คนไทยป่วยเป็นโรควิตกกังวลกว่า 1.4 แสนคน สาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปเกิดมาจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เมื่อวันที่ 23 กันยายน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า การเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช ยังมีในกลุ่มของโรควิตกกังวล (anxiety disorders)ซึ่งผู้ป่วยจะมีจิตใจแปรปรวนอ่อนไหวง่าย ที่พบได้บ่อย คือ โรควิตกกังวลทั่วไป (general anxiety disorder) ซึ่งในคนปกติทั่วไปอาจเกิดความวิตกกังวลได้ เช่น กังวลเรื่องลูกไปโรงเรียน เรื่องการเข้าทำงานใหม่ แต่ว่าจะเป็นไม่นาน อาการจะหายไปเอง แต่ในผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปจะมีอาการติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน อาการเด่นที่สำคัญคือ คิดฟุ้งซ่าน กลัวและกังวลเกินกว่าเหตุในหลายๆเรื่องในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น มีอาการใจลอย ตกใจง่าย ไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้คิดได้ และจะมีอาการทางกายปรากกฎร่วมด้วยอย่างน้อย 3 อย่าง เช่น กระสับกระส่าย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ปวดตึงกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่ต้นคอ ไหล่ หลัง ใจเต้นเร็วและแรง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย มือเท้าเย็น นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ เป็นต้น น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตล่าสุดในปี 2556 พบประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นโรคนี้ร้อยละ 0.3 คาดว่าทั่วประเทศมีประมาณ 140,000 คน สาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปเกิดมาจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เป็นโรคที่ประชาชนไทยมักเข้าใจผิดกันบ่อย คิดว่าผู้ป่วยแกล้งทำ หรือคิดว่าเกิดมาจากตัวเองคิดมากไปเอง ไม่ได้เจ็บป่วย จึงไม่ไปพบแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อรักษาแก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งโรคนี้มียารักษา และต้องใช้วิธีการบำบัดทางจิตสังคมร่วมด้วยเพื่อปรับความคิดและพฤติกรรมควบคู่กัน ที่น่าเป็นห่วงก็คือการซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากินเองเพื่อแก้ไขอาการที่ตัวเองเป็น เช่นนอนไม่หลับ ความกังวล ปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งจะมีผลเสียมากกว่า นอกจากจะไม่ได้ผลหรือได้ผลเพียงชั่วขณะ ยังอาจทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นไปอีกเพราะไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ จึงขอให้ผู้ที่มีปัญหาและอาการที่กล่าวมา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรืออาจโทรขอรับคำปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนม กล่าวว่า โรควิตกกังวลทั่วไป หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคทางใจและทางกายตามมาอีกหลายโรคได้แก่ โรคซึมเศร้า นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ มีแนวโน้มใช้สารเสพติด เช่นดื่มเหล้า สูบบุหรี่ได้สูง รวมทั้งยังเสี่ยงเกิดโรคทางกายเช่นปวดหัวเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน มีรายงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าโรควิตกกังวล เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำ สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการวิตกกังวลในขณะนี้ มีวิธีช่วยควบคุมหรือบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ดังนี้ 1. พักผ่อนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงหรืองดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากคาเฟอีนอาจกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้ 2.รับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วนต่อเนื่องหากมีความจำเป็นต้องซื้อยารักษาโรคหรือสมุนไพรต่างๆตามร้านขายยาทั่วไปควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน 3. ฝึกทำสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และรู้จักการปล่อยวาง ซึ่งจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น “ประการสำคัญญาติหรือคนรอบข้าง ควรทำความเข้าใจว่าอาการของผู้ป่วยไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำหรือคิดมากไปเอง ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในร่างกาย และเกี่ยวกับพื้นฐานสุขภาพจิตของแต่ละบุคลด้วย จึงควรเข้าอกเข้าใจและให้กำลังใจผู้ที่เป็นโรคดังกล่าว ซึ่งสามารถรักษาได้และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิมได้” นพ.กิตต์กวีกล่าว
  3. ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ วันที่ 24 ก.ย.(ครั้งที่ 1) เวลา 09.33 น. ราคาทองคำปรับลดลง 50 บาท -ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,350 บาท ขายออกบาทละ 18,450 บาท -ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,025.24 บาท และขายออกบาทละ 18,950 ซึ่งนับเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในรอบปีนี้
  4. เมื่อวานทำกระเป๋าสีดำขนาดประมาณเครื่องโปรเจคเตอร์หายขณะนั่งรถเมล์RTCออกมาจากสนามบินสายท่าแพเวลา16.00 ลงที่วัดหม้อคำตวง 16.30ครับ ถามคนขับแล้วก็ไม่เจอครับ ข้างในกระเป๋ามียาโรคประจำตัวผมอยู่ด้วยครับ เป็นยาสำคัญสำหรับผม ใครเจอช่วยติดต่อ 0891072817 ด้วยนะครับ TwT
  5. โครงการก่อสร้างขยายเพิ่มช่องจราจรตั้งแต่แยกสนามบินถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 กันยายน 61 การประปาจะเริ่มทำการขุดวางแนวท่อประปาใหม่ จะทำในช่วงเวลาหลังชั่วโมงเร่งด่วน จะใช้เวลาประมาณ 20 วัน แล้วเสร็จ ฝากวางแผนการการเดินทางหรือเผื่อระยะเวลาในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว สำหรับเส้นทางดังกล่าวจะมีปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะมีช่องทางเดินรถแค่ 2 ช่องทางเท่านั้น และยังติดกับแยกไฟแดง จึงได้มีการขยายช่องทางเพิ่มในครั้งนี้ เพื่อให้การจราจรนั้นสะดวกขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน
  6. ล่าโจรใจบาปในคราบพระสงฆ์นุ่งห่มจีวรโกนคิ้วโกนหัวแฝงตัวร่วมงานบุญลักเงินบริจาคสร้างโลหะปราสาทศรีเมืองปงแห่งที่ 4 ของโลก ที่วัดบ้านปง(อรัญญาวาส) ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ภาพวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจนตำรวจเร่งล่าตัวด่วน เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ก.ย.61 พ.ต.อ.พงศธร เตมีศักดิ์ ผกก.สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากพระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดบ้านปงและเจ้าคณะตำบลบ้านปง เหตุคนร้ายโจรกรรมเงินบริจาคของวัดบ้านปง(อรัญญาวาส) ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดไปตรวจสอบ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นายประเสริฐ อินต๋า กำนันตำบลบ้านปง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณกุฏิเจ้าอาวาส และบริเวณในห้องนอน พร้อมกัยตรวจสอบภาพวงจรปิด พบคนร้ายแต่งกายนุ่งจีวรห่มผ้าเหลืองเหมือนพระสงฆ์ และยังโกนผมโกนคิ้ว โดยหากุญแจเปิดแต่ละห้องเพื่อค้นหาทรัพย์สิน ก่อนใส่ถุงสะพายสีส้มออกมา ก่อนหลบหนีไป โดยคนร้ายยังเห็นกล้องวงจรปิดจึงนำหน้ากากอนามัยมาปิดทับเพื่อปิดบังใบหน้าระหว่างก่อเหตุด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และใบหน้า รูปพรรณสัญฐานคนร้ายเพื่อติดตามตัวต่อไป พระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดบ้านปงและเจ้าคณะตำบลบ้านปง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเช้าเวลา 10 โมงวานนี้ที่ทางวัดจัดงานสะเดาะเคราะห์ลอยเรือสำเภอเงินสำเภอทอง เพื่อรวบรวมเงินบริจาคใช้ในการก่อสร้างพระธาตุศรีเมืองปงซึ่งเป็นพระธาตุโลหะปราสาทแห่งที่ 4 ของโลก โดยคนร้ายอาศัยช่วงจัดงานทำพิธีช่วงเช้ามาก่อเหตุ โดยนำกุญแจของกุฏิตนเองที่ห้อยไว้ไปไขแต่ละห้อง จนพบเงินที่มีคณะศรัทธามาร่วมบาริจาคก่อสร้างพระธาตุดังกล่าว
  7. ‘เชียงใหม่’ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสตลาดชุมชน ชมวัดเก่าแก่กว่า 150 ปี เมื่อวันที่ 24 ก.ย.61 เวลา 10.30 น. นางสุภาพรรณ บุญถนอม นายอำเภอสารภี กล่าวถึงโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่เกิดจากการที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อยกระดับสวัสดิการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสร้างโอกาสในอาชีพและการจ้างงานสร้างรายได้ในชุมชนโดยการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนโดยมีการบูรณาการประสานเชื่อมโยงการทำงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชนและกลุ่มองค์กรชุมชน ทั้งนี้มีการเปลี่ยนผ่านยุคการผลักการขายสินค้าโอทอปออกจากชุมชนสู่การสร้างรายได้ตามความต้องการโดยการขายสินค้าอยู่ในชุมชนที่มาจากการท่องเที่ยวโดยใช้เสน่ห์ภูมิปัญญาวิถีชีวิตวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์แบ่งเป็นรายได้โดยที่ครอบครัวและลูกหลานยังอยู่ร่วมกันไม่ต้องแข่งขันนำผลิตภัณฑ์ออกไปขายนอกชุมชนเป็นหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ชวนกันคิดช่วยกันทำผลิตสินค้าและบริการรวมถึงมีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระดับชุมชนที่มีเสน่ห์ดึงดูดและมีคุณค่าเพียงพอ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนและใช้จ่ายเงินในทุกกิจกรรมของชุมชนซึ่งรายได้จะกระจายอยู่กับคนในชุมชนทุกคนมีความสุขเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง การจัดกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หมู่บ้านชุมชนจะเป็นการสร้างช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มอาชีพในชุมชนให้มากขึ้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนตลอดจนสนับสนุนและพัฒนาให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการได้เรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการและการตลาดตลอดจนเป็นการส่งเสริมการตลาดรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสะดวกและทั่วถึงโดยความร่วมมือภาครัฐเอกชนและประชาชน นายณัฐวัฒน์ สมหนุน ผู้ใหญ่บ้านบ้านไชยสถาน กล่าวว่า บ้านไชยสถานหมู่ที่ 1 เป็นชุมชนเล็กๆของต. ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีวัดไชยสถานเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญและเป็นแหล่งศรัทธาของชุมชนซึ่งในอดีตมีชื่อเรียกว่าวัดน้อยมีอายุเก่าแก่กว่า 150 ปี วัดไชยสถานยังประกอบไปด้วยศาสนาสำคัญทางศาสนาเช่นกุฏิที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาประยุกต์ไม้สักทองทั้งหลัง และพระพุทธเจดีย์เก้ายอด มีความโดดเด่นสวยงามพร้อมทั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมโดยมีท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริเป็นพระเถระใหญ่มีอายุ 91 ปี 70 พรรษาเป็นเจ้าอาวาสที่มีอายุมากที่สุดของ อ.สารภี ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงปู่” ซึ่งเป็นที่เคารพและศรัทธาของคนในชุมชนและคนทั่วไปสมัยก่อนคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำขนมเป็นหลักวัตถุดิบและส่วนผสม ก็ได้มาจากภายในท้องถิ่นตามธรรมชาติเช่นไม้ไผ่และกล้วยที่นำมาใช้ ซึ่งผูกโยงกัน วิถีชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านไชยสถาน ตำบลป่าบง อำเภอสารภีจังหวัดเชียงใหม่ มีสิ่งที่ได้นำมาจัดแสดงและสะท้อนถึงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์อันโดดเด่น อาทิ การต๋องจ่า ใบตองแห้งที่ผ่านกรรมวิธีใช้ความร้อนเพื่อรักษาสภาพการใช้งานให้อยู่ได้นานขึ้น, เฮือนซอมพอ หัตถกรรมไม้ไผ่เชิงประยุกต์กลุ่มต้นแบบของการจักสานสมัยใหม่โดยใช้เทคนิคการประยุกต์และดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย, ข้าวหลามบ้านยายก๋องคำ เป็นเอกลักษณ์ของวิถีชุมชนบ้านไชยสถานแต่โบราณด้วยไม้ไผ่ที่ขึ้นชกจึงกลายมาเป็นวัตถุดิบที่ชาวบ้านนำมาทำข้าวหลามที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และงานปั้นดินเหนียวโดยคุณชำนาญแดงน้อยศิลปินจากสวนจิตรลดาที่สร้างสรรค์งานศิลป์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่ละเอียดอ่อน เป็นต้น
  8. เอไอเอส ขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือ มอบทุนการศึกษารวม 1.7 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 วันที่ 24 กันยายน 2561 เอไอเอส เดินหน้าจัดกิจกรรมขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” โดยปีนี้มอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน ครูและโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 220 ทุน เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีโอกาสพัฒนาทางด้านการศึกษา เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนให้ครูและโรงเรียนนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมของโรงเรียนด้วย นางวิไล เคียงประดู่ หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริหารงานด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลและช่วยเหลือสังคมด้วยความจริงใจมาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2558 จากความร่วมมือของกลุ่มอินทัช ประกอบด้วย บมจ.อินทัช โฮลดิ้ง , บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และบมจ.ไทยคม เพื่อส่งมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลน นั่นเพราะเราเชื่อว่า การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเยาวชน ผู้ซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้าในอนาคต การให้ทุนการศึกษาจึงเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงแหล่งเสริมสร้างทุนทางปัญญา ที่จะนำพาพวกเขาไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จในชีวิต ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย และทุนสนับสนุนให้แก่ครูและโรงเรียนแล้ว 660 ทุน รวมเป็นเงิน 5,100,000 บาท สำหรับโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” ปีที่ 4 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 200 ทุน ทุนละ 5,000 บาท ทุนสนับสนุนครูจำนวน 10 ทุน ทุนละ 20,000 บาท และทุนสนับสนุนโรงเรียนจำนวน 10 ทุน ทุนละ 50,000 บาท รวมทั้งสิ้น 220 ทุน เป็นจำนวนเงินรวม 1,700,000 บาท เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนได้เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพและความสามารถ เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติ และเป็นการช่วยลดภาระให้แก่ครอบครัวด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นทุนสนับสนุนให้ครูและโรงเรียนนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ของโรงเรียนต่อไป ทุกก้าวย่างแห่งการเติบโต เอไอเอสและกลุ่มอินทัช ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคมที่เริ่มต้นด้วยใจ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมไทยได้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” นางวิไล กล่าวสรุป
  9. สุดฟิน!!!ร้านไอศครีมเทพนิยายบ้านขนมหวาน เด็กๆชื่นชอบแห่ถ่ายรูปเซลฟี่กินไอศครีมเครื่องดื่มฟินกันเป็นแถวๆ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีร้านไอศครีมและเครื่องดื่มแห่งหนึ่งตกแต่งเป็นรูปขนมหวานสีสดใสนานาชนิด ชื่อร้านคอนเน็ตโต้รีสอร์ท ตั้งอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 74 - 75 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ในพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เป็นที่ฮือฮาในกลุ่มเด็กวัยรุ่นและเด็กๆมาใช้บริการกันมาก หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดไปตรวจสอบ พบว่าร้านดังกล่าว เป็นร้านที่ตั้งริมถนนสายขาเข้าเมืองเชียงใหม่ โดยร้านดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียวตกแต่งด้วยรูปทรงขนมหวานต่างๆสีสดใสทั้งลูกกวาด คุ๊กกี้ ไอศครีม และอีกหลายชนิด โดยหลังคาเป็นกรวยขนมโคนของไอศครีมด้วย นอกจากนี้ยังมีเก้าอี้โต๊ะสีสดใสที่ตกแต่งเป็นผลไม้ ไอศครีมสีสวยงาม และด้านในยังมีอาคารที่ทำรูปทรงบ้านขนมขิงในนิยายฮันเซลและเกรเทลกับบ้านขนมหวาน นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นของสโนว์ไวท์และคนแคระทั้ง 7 ในนิยายชื่อดังไว้ให้ถ่ายรูปเซลฟี่กันด้วย โดยมีบ้านต้นไม้สวยงามจำนวน 4 หลังไว้ให้เช่าพักอีกด้วย นายวิทยา วุฒิวิทยางกูล หนึ่งในเจ้าของคอนเน็ตโต้รีสอร์ท เปิดเผยว่า เราเริ่มเปิดดำเนินการในส่วนร้านไอศครีมและที่พักก่อน โดยตกแต่งในรูปของเทพนิยายของเด็กที่น่ารัก นอกจากนี้ยังมีสระน้ำไว้บริการ และหอคอยสูงไว้ให้ชมวิวความสวยงามของธรรมชาติในช่วงหน้าหนาวนี้ที่จะมีคนมาท่องเที่ยวกันมาก โดยจะมีการก่อสร้างของตุ๊กตาตัวละครที่เด็กๆชื่นชอบเพิ่มเติมอีกหลายเรื่อง และมีไฟประดับตกแต่งในสวนสวยงามให้ชมวิวจากบนพื้นที่สูง และทำจุดภาพสามมิติให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้อีกด้วย ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  10. บริษัท วีระพานิช เชียงใหม่ จำกัด รับสมัครงาน
  11. เมื่อ 23 ก.ย.61, 1500 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย ร้อย.รส.ที่ 2 (ร.7 พัน.2) และ ชป.รส. (สห.ร.7) จัดกำลังพล ร่วมกับ สภ.บ้านโฮ่ง และ ฝ่ายปกครอง อ.บ้านโฮ่ง พร้อม สมาชิก อส. หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ฯ ว่ามีการมั่วสุมลักลอบเสพยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติดบริเวณบ้านเลขที่ 132 ม.5 ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จว.ล.พ. จึงได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจสอบฯ ผลการปฎิบัติฯ ตรวจพบผู้กระทำผิด จำนวน 2 ราย พร้อมของกลาง คือ นายกฤษณะ สมบูรณ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/30008 ม.1 ต.บ้านคลอง อ.เมือง จว.พ.ล พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 23 เม็ด ตกอยู่บนเตียงนอนใกล้นายกฤษณะฯ นั่งขณะเกิดเหตุฯ และนายเกียรติศักดิ์ ปาระมี อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 ม.5 ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จว.ล.พ. พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 6 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายเกียรติศักดิ์ฯ สวมใส่ขณะเกิดเหตุฯ โดยนายกฤษณะ ฯ และนายเกียรติศักดิ์ฯ รับว่าของกลางทั้งหมดที่ตรวจพบนั้นเป็นของตนเองจริง จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งให้ พงส.สภ.บ้านโฮ่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  12. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการชุมชนเรียนรู้หัตถกรรม (Craft Communities) ปี 2561 และกิจกรรม Fam Trip เพื่อการเข้าถึง ชุมชนเรียนรู้หัตถกรรม ณ แหล่งเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาน้ำต้นสล่าแดง หัตถกรรมเครื่องเงินบ้านกาด และหัตถกรรมร่มโบราณ (จ้องแดงบ้านดอนเปา) จ.เชียงใหม่ ในช่วงกิจกรรมเปิดตัวโครงการชุมชนเรียนรู้หัตถกรรม (Craft Communities) ปี 2561 (ในวันที่ 21 กันยายน 2561 ระหว่างเวลา 17.30 – 20.30 น. ) นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้เป็นประธานในการเปิดงาน ชุมชนเรียนรู้หัตถกรรม (Craft Communities) ปี 2561 โดยได้รับเกียรติจาก นายมนัส สุริยะสิงห์ นายอำเภอแม่วาง เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สื่อมวลชน และครูช่างศิลปหัตถกรรมจากแหล่งเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาน้ำต้นสล่าแดง หัตถกรรมเครื่องเงินบ้านกาด และหัตถกรรมร่มโบราณ (จ้องแดงบ้านดอนเปา) เข้าร่วมงานเปิดตัวด้วย นางอัมพวัน พิชาลัย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว ที่ทาง SACICT ได้ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้งานหัตถกรรมเดิมที่มีครูศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม ที่ SACICT ยกย่องเชิดชู ให้เป็นชุมชนเรียนรู้หัตถกรรม (Craft Communities) โดยมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญางานหัตถกรรม ผ่านการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างในงานหัตถกรรมของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม โดยคาดหวังจะส่งเสริมชุมชนหัตถกรรม และบุคลากรที่ SACICT เชิดชู ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดรายได้ให้กับชุมชนหัตถกรรม โดยในโครงการชุมชนเรียนรู้หัตกรรม (Craft Communities)ในปี 2561 ประกอบไปด้วยชุมชนเรียนรู้หัตถกรรมทั้งสิ้น 10 ชุมชน 13 แหล่งเรียนรู้ ได้แก่ 1. ชุมชนหัตถกรรมในอำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย 3 แหล่งเรียนรู้ 1.1 แหล่งเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาน้ำต้นสล่าแดง 1.2 หัตถกรรมเครื่องเงินบ้านกาด 1.3 หัตถกรรมร่มโบราณ (จ้องแดงบ้านดอนเปา) 2. กลุ่มหัตถกรรมเครื่องเคลือบเวียงกาหลง จ.เชียงราย 3. ชุมชนหัตถกรรมทอผ้าแพรวา บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ 4. ชุมชนหัตถกรรมผ้าโฮล และเครื่องเงิน จ.สุรินทร์ ประกอบด้วย 2 แหล่งเรียนรู้ 4.1 ชุมชนหัตถกรรมผ้าโฮล 4.2 วิสาหกิจชุมชนลุงป่วน เครื่องเงินลายโบราณ 5. กลุ่มทอผ้าไหมยกทอง จันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง จ.สุรินทร์ 6. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ 7 กลุ่มอนุรักษ์บาตรไทย และภูมิปัญญาไทย (บ้านบาตร) กรุงเทพมหานคร 8. พิพิธภัณฑ์ของเล่นพื้นบ้านรุ่งอรุณทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 9. จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว จ.ราชบุรี 10. ดาหลาบาติก ครูช่างธนินทร์ธร จ.กระบี่ นางอัมพวัน กล่าวอีกว่า SACICT มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุมชนเรียนรู้หัตถกรรมทั้ง 10 ชุมชน จะช่วยส่งต่อองค์ความรู้ด้านงานหัตถศิลป์ให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ภูมิปัญญาเชิงช่างแห่งหัตถศิลป์กับครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ณ ชุมชนเรียนรู้หัตถกรรมนี้ อันจะนำมาซึ่งการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และสืบสานภูมิปัญญาเชิงช่างแห่งหัตถศิลป์ของไทย ที่เป็นขุมทรัพย์อันทรงคุณค่าของชาติ และสร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้รังสรรค์งาน และเกิดพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแข็งขัน ในการสืบสานและสร้างความยั่งยืนแก่งานหัตถศิลป์ไทยสืบไป บนเวที มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านของอำเภอแม่วาง เช่น การตีกลองปู่เจ การฟ้อนดาบ การฟ้อนจ้องแดง และพิธีเปิดที่แสดงความเป็นพื้นบ้าน โดยนางอัมพวัน พิชาลัย ได้กางร่มแดงที่มีอักษร S A C I C T ร่วมกับนายมนัส สุริยะสิงห์ นายอำเภอแม่วาง ศิลปินแห่งชาติ “นายมาลา คำจันทร์” ครูช่างศิลปหัตถกรรมของ SACICT อีกสามท่านคือ นายสมทรัพย์ ศรีสุวรรณ์ หรือสล่าแดง บ้านน้ำต้น นางอัญชลี อุปนันท์ ช่างเครื่องเงินบ้านกาด และนายวิเชิญ แก้วเอี่ยม ช่างจ้องแดง บ้านกาด
  13. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 23 กันยายน 2561 - 29 กันยายน 2561 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อนึ่ง พายุโซนร้อน “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 24-29 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 24-29 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 23-25 และ 28-29 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  14. ประจำวันที่ 24 กันยายน 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออก เว้นแต่ทางภาคเหนือที่มีฝนตกน้อยกว่าภาคอื่น อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับลมตะวันออกยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออก พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร สุโขทัย ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และ สมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  15. Yesterday
  16. เยอะเลยคับ ยุคสมัยนี้ คอนโด บ้าน ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด แต่ที่ดีๆ ก็เห็นจะมีแต่โครงการหลัก10ล้าน ศึกษาหารีวิวขายบ้าน เชียงใหม่ดูก่อนให้เยอะๆครับ
  17. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2561 พร้อมมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2561 นางสาวปิยวัสน์ มุนินทร นักเรียนชั้น ม.6/4 ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2561 พร้อมรับทุนการศึกษาจำนวน 3000 บาท เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2561 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี สำหรับปีนี้มีผลงานที่เสนอการพิจารณา 11 สาขา รวม 796 ราย มีผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 148 ราย โดยสาขาศิลปวัฒนธรรมมีผลงานที่เสนอ 132 ราย และผ่านการคัดเลือก 29 ราย นางสาวปิยวัสน์ มุนินทร ศึกษาที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 ปัจจุบันศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนการเรียนวิทย์-คณิต โดยเลือกภาษาจีนเป็นภาษาที่สาม และได้เรียนนาฏศิลป์สากล บัลเล่ต์ โมเดิร์นแจส และคอนเทมโพรารี่ ที่โรงเรียนเชียงใหม่นาฏศิลป์สากล โดยหม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช เป็นผู้อำนวยการ ปัจจุบันเรียนบัลเล่ต์ชั้น Advance2 หลักสูตร RAD ประเทศอังกฤษ และจบหลักสูตร โมเดิร์นแจส จาก CSTD ประเทศออสเตรเลีย ได้ไปแข่งเต้นที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ กรุงเทพ ในรายการแข่งขันระดับนานาชาติ และได้รับรางวัลที่ 1 จากฮ่องกงและฟิลิปปินส์ ในการแข่งขัน CSTD Asia Pacific Dance Competition และได้รับรางวัลที่ 1 ประเภท Demi Character ทั้ง 2 รุ่นคือ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และบุคคลทั่วไป ในรายการ ATOD International Dance Competition 2017 และได้รับรางวัลที่ 1 ประเภท Repertoire รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ATOD International Dance Competition2018 ณ กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาว่างในการเป็นครูสอนเต้นให้กับนักเรียนโรงเรียนเชียงใหม่นาฏศิลป์สากล รวมถึงออกแบบท่าเต้นให้นักเรียนเข้าแข่งขันและได้รับรางวัลจาก ATOD International Dance Competition 2017 และ 2018 และยังได้รำไทยร่วมสมัยในงานต่างๆ ทำให้มีรายได้จากการสอนและการแสดง เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น และเพื่อเป็นทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในปี 2561 นางสาวปิยวัสน์ได้รับรางวัล 1. เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ณ ทำเนียบรัฐบาล 2. เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3. เด็กและเยาวชนดีเด่น ประเภท เยาวชนผู้มีใจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและศาสนา จากมูลนิธิด.ร.สุข พุคยาภรณ์ พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท นางสาวปิยวัสน์ ได้รับคัดเลือกให้รับบทนางเอก “มโนราห์” ในละครเต้นการกุศลเรื่อง มโนราห์แฟนตาซี 2018 ณ โรงละครกาดเธียเตอร์ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย มอบให้โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 ชันษา จังหวัดลำพูน 2560 ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดเรียงความหัวข้อ Holistic Doctor โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  18. 7 คณะและ 1 สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กิจกรรม “เดิน-วิ่งมหากุศลมหิดล’61” เนื่องในวันมหิดล โดยรายได้จะนำไปสมทบทุนราชสมาทร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561 เวลา 06.00 น. นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เดิน-วิ่งมหากุศลมหิดล’61” โดย 7 คณะและ 1 สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย คณะทันตแพทย์ศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ร่วมกันจัดขึ้น เนื่องในวันมหิดล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่อเป็นการน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ผู้ทรงวางรากฐานการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน โดยจัดต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 44 แล้ว ซึ่งกิจกรรมปีนี้จัดในรูปแบบมินิมาราธอน และแฟมมิลี่รัน ปล่อยตัวที่อุทธยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมวิ่งกว่า 4,000 คน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันกลับมาให้ความสนใจในสุขภาพของตนเอง นอกจากนี้ รายได้จากผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วม จะนำไปสมทบทุนราชสมาทร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่อีกด้วย ////////////////////////////// อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่ 23 กันยายน 2561
  19. วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และครอบครัวบุญศรี รัตนัง ร่วมจัดงานมุทิตาจิตแสดงความยินดีแก่พ่อครูบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านล้านนา) ประจำปี พ.ศ. 2560 / ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสันทราย กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการร่วมแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ศิลปินแห่งชาติฯ ในการนี้ได้รับเกียรติจากนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แทนผู้ว่าราชการจังหวัด นำคณะผู้ร่วมงานฯ กล่าวแสดงความยินดียกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติฯ โดยมี ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ / นายธานินทร์ สุภาแสน รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนนายติรวัฒน์ สุจริตกุล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวแสดงความยินดี ตลอดจนคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ ตำบล เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายต่างๆ สมาคม เครือข่ายวัฒนธรรม ร่วมกันแสดงความยินดีในงานดังกล่าวอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
  20. เมื่อ 22 ก.ย.61, 1430 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.ที่ 2 (ร.7 พัน.2) จัดกำลังพล ร่วมกับ ทต.ป่าไผ่, กฟภ.อ.ลี้ และราษฎรในพื้นที่ฯ หลังเกิดเหตุวาตภัย ในเขตพื้นที่ บ.ดงสักงาม ม.6 และ บ.ผาหนาม ม.12 ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ลงพื้นที่ฯ เพื่อทำการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 18 หลังคาเรือน, ต้นไม้ล้มทับเส้นทาง ปัจจุบันประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ ได้รับความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว รายระเอียดดังนี้.- 1. นายอิ่นหลัน บุตรมา บ้านเลขที่ 57 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น 2. นายภิรมย์ ตามา บ้านเลขที่ 111/2 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 6 แผ่น 3. นายดุษฎี ไชยลังกา บ้านเลขที่ 20/2 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และ ครอบหลังคา จำนวน 5 แผ่น 4. นายใจยา ยอดคำ บ้านเลขที่ 170 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 3 แผ่น และหลังคา จำนวน 2 แผ่น 5. นายนิตยา มูลกันทา บ้านเลขที่ 9 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 20 แผ่น 6. นายพิภพ กันทะจี้ บ้านเลขที่ 5 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น และหลังคา จำนวน 3 แผ่น 7. นายเพชร มาเรียน บ้านเลขที่ 72 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น 8. นายอินตา มาเรียน บ้านเลขที่ 85 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 12 แผ่น และหลังคา จำนวน 6 แผ่น 9. นางสมศรี ทิมสวัสดิกุล บ้านเลขที่ 122 ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และหลังคา จำนวน 11 แผ่น 10. นายบรรจง ตันยศ บ้านเลขที่ 90 ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และหลังคา จำนวน 1 แผ่น 11. นายเฉลิม ศรีแป้น ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น 12. นางดุลณัฐ เรียนอิมทร์ ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และหลังคา จำนวน 2 แผ่น 13. นายมณเทียร คำศิริ ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น และหลังคา จำนวน 4 แผ่น 14. นายสุพจน์ มานะเพียร ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 5 แผ่น และหลังคา จำนวน 5 แผ่น 15. นางเพ็ญศรี ใหม่พรม ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 5 แผ่น 16. นายยอด มานะเพียร ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 80 แผ่น และหลังคา จำนวน 20 แผ่น 17. นายกิติชัย มานะเพียร ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 3 แผ่น และหลังคา 3 แผ่น 18. วัดผาหนาม ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. กระเบื้องแผ่นเล็กศาลาวัด จำนวน 260 แผ่น ซึ่งทางหน่วยได้ประสานงาน ทต.ป่าไผ่ และ กฟภ.อ.ลี้ เข้ามาทำการแก้ไขขั้นต้นเรียบร้อย และจะได้ติดตามรายงานให้ทราบต่อไป
  21. ช่วงเช้าของวันนี้ (23 กันยายน 2561) รายงานสภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นวันหยุดมีประชาชนขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นเป็นจำนวนมาก โดยอุณหภูมิยอดดอยเช้าวันนี้ ต่ำสุด 6 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปานอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส โดยสภาพอากาศมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันด้วย ภาพ - ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
  22. เนื่องด้วยในปัจจุบัน คู่แต่งงานส่วนใหญ่มักจะเจอกับปัญหามีบุตรยาก สุขภาพไม่แข็งแรงจึงไม่สามารถมีบุตรได้ ทำให้เกิดเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้วขึ้นมา นั่นก็เพื่อช่วยให้คู่รักที่มีบุตรยากสามารถมีบุตรได้อย่างง่ายดายมากขึ้น โดยอาศัยการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ก่อนจะนำตัวอ่อนที่ปฏิสนธิเรียบร้อยแล้วใส่กลับเข้าไปภายในร่างกายของผู้หญิง เพื่อการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง และเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้มากขึ้น เราจะมาทำความรู้จักกับนวัตกรรมการทำเด็กหลอดแก้วกันดังนี้ เด็กหลอดแก้ว คืออะไร? เด็กหลอดแก้ว ก็คือเด็กที่เกิดจากการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งไม่ใช่วิธีทางธรรมชาติ โดยที่มาของคำว่าเด็กหลอดแก้วนั้น เกิดจากการที่ขั้นตอนในการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มและเซลล์ไข่ จะต้องทำในหลอดทดลองที่มีลักษณะเป็นหลอดแก้ว จึงถูกเรียกว่าเด็กหลอดแก้วนั่นเอง และเนื่องจากเป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงทำให้ผู้คนที่มีบุตรยาก นิยมหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีด้วยการทำเด็กหลอดแก้วมากขึ้น ปัจจัยพิจารณาในการทำเด็กหลอดแก้ว อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้ว จะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ด้วย ซึ่งผู้ที่จะทำเด็กหลอดแก้วจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะมีบุตรยากจริงๆ และมีสุขภาพที่แข็งแรงมากพอที่จะตั้งครรภ์ได้ โดยมีปัจจัยที่ทางแพทย์จะทำการพิจารณา ดังนี้ พิจารณาฝ่ายชาย 1.ฝ่ายชายมีความผิดปกติของเชื้ออสุจิหรือคุณภาพของตัวอสุจิต่ำมาก จึงไม่สามารถมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติได้ แต่อย่างไรก็ตามหากเชื้ออสุจิของฝ่ายชายไม่แข็งแรง การทำเด็กหลอดแก้วก็อาจไม่ได้ผลเช่นกัน 2.มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงไม่สามารถมีบุตรได้หรือมีโอกาสที่จะมีบุตรน้อยมาก พิจารณาฝ่ายหญิง 1.ระบบท่อนำไข่มีความผิดปกติ เช่น ท่อนำไข่อุดตัน เคยผ่าตัดมาก่อนและเคยเกิดการกระทบกระเทือนที่ทำให้ท่อนำไข่เกิดความเสียหาย เป็นต้น จึงทำให้มีบุตรยากและบางรายก็อาจมีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติอีกด้วย 2.ฮอร์โมนเพศผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง ส่วนใหญ่จะมีอาการประจำเดือนขาดร่วมด้วย (แต่ไม่ตั้งครรภ์) 3.พยายามจะมีบุตรมาแล้วมากกว่า 3 ปี โดยไม่ได้ป้องกันด้วยวิธีใดเลย แต่ก็ไม่ตั้งครรภ์ 4.มีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือไม่ เพื่อจะได้หาหนทางแก้ปัญหาไม่ให้ลูกที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้วมีความผิดปกติทางพันธุกรรมไปด้วย 5.ช่วงอายุของผู้ทำเด็กหลอดแก้ว โดยส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทำเด็กหลอดแก้วได้สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป นอกจากว่ามีปัจจัยร้ายแรงที่ทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้จริงๆ เช่น รังไข่เสื่อมก่อนวัย เคยทำหมันด้วยการผูกท่อนำไข่หรือกำลังอยู่ในระหว่างเจ็บป่วยที่ส่งผลให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เป็นต้น ควรเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้วอย่างไรบ้าง? ก่อนทำเด็กหลอดแก้ว จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยปัจจัยต่างๆ ว่าสามารถทำเด็กหลอดแก้วได้หรือไม่ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจทดสอบการทำงานของรังไข่ ตรวจคัดกรองภาวะติดเชื้อ ทดสอบโพรงมดลูก วิเคราะห์คุณภาพและความผิดปกติของน้ำอสุจิ รวมถึงการทดสอบถ่ายฝากตัวอ่อน โดยหากผ่านการทดสอบเหล่านี้ก็จะสามารถทำเด็กหลอดแก้วได้ ขั้นตอนต่อไปก็คือ เตรียมตัวตามที่แพทย์แนะนำและเตรียมเงินค่ารักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 100,000-300,000 บาทต่อครั้งเลยทีเดียว ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว สำหรับขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว อาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกหรือสถานพยาบาลนั้นๆ แต่ก็สามารถสรุปเป็นขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ควบคุมรอบเดือนให้ประจำเดือนมาปกติ จากนั้นแพทย์จะฉีดยากระตุ้นการตกไข่ ซึ่งต้องฉีดต่อเนื่องเป็นประจำประมาณ 10-12 วัน ตรวจสอบความคืบหน้าของการกระตุ้นการตกไข่ และฉีดฮอร์โมนเข็มสุดท้ายก่อนเก็บไข่ประมาณ 34-38 ชั่วโมง เก็บไข่ โดยแพทย์จะดูดไข่ออกจากช่องคลอด ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ซึ่งระหว่างนั้นแพทย์ก็จะให้ยาสลบหรือยาชาแก่ผู้ป่วย แพทย์นำไข่และสเปิร์มที่ได้ไปทำการปฏิสนธิกันในห้องปฏิบัติการ พร้อมกับฉีดยาฮอร์โมนให้กับฝ่ายหญิงเพื่อเตรียมมดลูกให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ เมื่อตัวอ่อนมีความแข็งแรงพอแล้ว แพทย์จะนัดเพื่อฉีดตัวอ่อนกลับเข้าไปในมดลูก เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ระยะเวลาและโอกาสในการทำสำเร็จ ระยะเวลาในการทำเด็กหลอดแก้วจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งมีโอกาสสำเร็จอยู่ที่ 15-35 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสุขภาพของว่าที่คุณแม่และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง นอกจากนี้การทำเด็กหลอดแก้วก็มีโอกาสที่เด็กจะไม่แข็งแรงและอาจเกิดความพิการได้ไม่ต่างจากการตั้งครรภ์ธรรมดาเช่นกัน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การทำเด็กหลอดแก้วอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับว่าที่คุณแม่หลังจากถ่ายฝากตัวอ่อนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีความเสี่ยงที่มักจะเกิดขึ้นมากที่สุดดังนี้ 1.รังไข่บวม เนื่องจากได้รับฮอร์โมนกระตุ้นมากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หายใจลำบากและอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วงได้ 2.ตั้งครรภ์นอกมดลูก เพราะไข่เข้าไปฝังตัวอยู่ในท่อนำไข่แทนที่จะเป็นมดลูก ซึ่งภาวะนี้เด็กจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ และต้องผ่าเอาเด็กออก 3.เกิดความเครียด เนื่องจากการทำเด็กหลอดแก้วส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและจิตใจหลายอย่าง ต้องอาศัยกำลังใจจากคนรอบข้างและการบำบัดเป็นหลัก 4.ได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ทำอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาในขณะถ่ายฝากตัวอ่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว กระสับกระส่าย ร้อนวูบวาบและอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย 5.เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยมาก และอาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ เพราะปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ 6.เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน อาจมีภาวะแทรกซ้อนในขั้นตอนการเก็บไข่ เช่น การติดเชื้อ เกิดแผลในมดลูกและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ได้ 7.มีโอกาสตั้งครรภ์แฝด ซึ่งหากสุขภาพของคุณแม่ไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้คลอดก่อนกำหนดหรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อยได้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีการถ่ายฝากตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัว การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นนวัตกรรมที่มีความทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่มีบุตรยากสามารถมีบุตรได้อย่างที่ต้องการ เพียงนำสเปิร์มของฝ่ายชายและเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิงมาปฏิสนธิกันภายนอกร่างกาย ก่อนจะนำกลับเข้าไปในมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติต่อไป แต่อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้วก็อาจเกิดความผิดพลาดและมีความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนทำ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเสมอ เว็บที่เกี่ยวข้อง : https://www.108news.net/news/23104
  23. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 22 กันยายน 2561 - 28 กันยายน 2561 การคาดหมาย การคาดหมายลักษณะ ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมีลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปริมาณฝนลดลง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 22-24 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 25-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  24. ประจำวันที่ 23 กันยายน 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนไปปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันแล้ว ในขณะที่มีลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  25. Last week
  26. ลองเข้าไปดูรายละเอียดคร่าวๆ เผื่อจะช่วยตัดสินใจได้นะคับ https://www.fazwaz.com/th/ประเทศไทย/เชียงใหม่-บ้าน-ขาย ผมก็จะเลือกTHE PROMINENCE ที่เชียงใหม่เหมือนกันครับ เลยเข้าดูในเว็บก่อนคับ
  1. Load more activity
×