Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Yesterday
  2. ประกาศปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซล 30 สตางค์/ลิตร (ยกเว้น E85 ลดลง 15 สตางค์/ลิตร ) มีผลเช้าวันพรุ่งนี้ (20 ก.ย. 2561) เวลา 05.00 น. ราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน95 =37.76 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล95 = 30.65 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล 91 = 30.38 บาท/ลิตร, E20 = 27.64 บาท/ลิตร, E85 = 21.64 บาท/ลิตร, ดีเซล = 29.59 บาท/ลิตร
  3. ผบ.ทบ. ชี้แจงกรณีกระแสข่าวห้ามทหารใช้ภาพใส่เครื่องแบบ เป็นรูปโปรไฟล์ ทั้งไลน์และ สื่อโซเชียลว่า ไม่เคยมีคำสั่งใดๆ ในลักษณะดังกล่าวออกไป และได้ให้ทางสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อความดังกล่าวแล้ว จากกรณีที่มีการแชร์และส่งต่อเรื่องของคำสั่งห้ามนำภาพที่สวมใส่เครื่องแบบทหาร นำไปตั้งเป็นรูปประจำตัวบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ล่าสุดพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงกรณีกระแสข่าวห้ามทหารใช้ภาพใส่เครื่องแบบ เป็นรูปโปรไฟล์ ทั้งไลน์และ สื่อโซเชียลว่า ไม่เคยมีคำสั่งใดๆ ในลักษณะดังกล่าวออกไป และได้ให้ทางสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อความดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความแตกตื่น และระบุด้วยว่า นี่คืออิทธิพลของโซเชียล ถ้าไม่ตรวจสอบให้ดีก็จะมีผลกระทบต่อสังคม ส่วนของเอกสารคำสั่งของสัสดีเชียงราย จะมีการตรวจสอบที่มาที่ไปของคำสั่งให้ชัดเจน เพราะไม่เคยมีคำสั่งในลักษณะดังกล่าว ทางด้านของท่านปลัดกระทรวงกลาโหมชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า "ข้อความทั้งหมด เป็นการสั่งการ ข้อห่วงใยการปฏิบัติตัวของทหารเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และเป็นคำสั่งที่ออกแต่เฉพาะในสำนักงาน สป.กห เพียงแค่นั้น แต่ปรากฎณ์ว่า มีการนำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ ซึ่งข้อความดังกล่าวมิได้ออกจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หรือกองทัพแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ข้อความที่มีการเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดนำไปสู่การออกคำสั่งต่างๆของหน่วยในขึ้นตรงหลายเหล่าทัพ และมีการเปลี่ยนภาพประจำตัวในสื่อโซเชียล และภาพประจำตัวในไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล โดยสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมย้ำว่าเครื่องแบบทางทหารเป็นเครื่องแบบอันมีเกียรติและทรงคุณค่าเป็นความภาคภูมิใจของเหล่าทหาร ที่สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งนี้แสดงความคิดเห็นหรือการแสดงออกทางด้านต่างๆให้ดูความเหมาะสมมิให้นำความเสื่อมเสียมาสู่สถาบันหลักของชาติ หน่วยทหารต้นสังกัดเป็นอันขาด การประชาสัมพันธ์หรือการนำภาพทางทหารไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือประชาชนและการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสถาบันหลักของชาติและกองทัพนับว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงอยากให้พิจารณาให้เกิดตามความเหมาะสม และไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดและความสับสน ในประเด็นดังกล่าว"
  4. ประกันสังคม เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดทำขึ้น เพื่อช่วยเหลือและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับประชาชน โดยผู้ที่ทำประกันสังคมจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ได้รับสิทธิการคุ้มครองต่างๆจากประกันสังคมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ชราภาพ เสียชีวิต ทุพพลภาพ เงินสงเคราะห์บุตรหรือการว่างงาน แต่อย่างไรก็ตามประกันสังคมก็ไม่ได้ให้การรักษาที่ครอบคลุมไปทั้งหมด ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของโรค วงเงินและสถานพยาบาลที่รับการรักษาอยู่บ้าง โดยมีการจำกัดความคุ้มครองในเรื่องโรคและการเจ็บป่วยดังนี้ โรคและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิจากกองทุนประกันสังคมได้ คือ 1. โรคหรือการประสบอันตรายอันเนื่องจากการใช้สารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด 2. โรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทคนไข้ใน 180 วัน ในหนึ่งปี ยกเว้น กรณีที่มีความจำเป็นตามดุลยพินิจของคณะกรรมการการแพทย์ 3. การบำบัดทดแทนไตกรณีไตวายเรื้อรัง ยกเว้น -กรณีไตวายเฉียบพลันที่มีระยะเวลารักษาไม่เกิน 60 วัน ให้มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ -กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้สิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ โดยการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ด้วยวิธีล้างช่องท้องด้วย น้ำยาอย่างถาวร และด้วยวิธีปลูกถ่ายไต ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการปลูกถ่ายไต ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดในประกาศสำนักงานประกันสังคม 4. การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ 5. การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าทดลอง 6. การรักษาภาวะมีบุตรยาก 7. การตรวจเนื้อเยื้อเพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ยกเว้น การแปลูกถ่ายไขกระดูก 8. การตรวจใดๆ ที่เกินความจำเป็นในการรักษาโรคนั้น 9. การผ่าตัดอวัยวะ ยกเว้น การปลูกถ่ายไขกระดูก ปลูกถ่ายไตการเปลี่ยนอวัยวะกระจกตาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 10. การเปลี่ยนเพศ 11. การผสมเทียม 12. การบริการระหว่างรักษาตัวแบบพักฟื้น 13. ทันตกรรม ยกเว้น ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด และการใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ บางส่วน หรือทั้งปาก 14. แว่นตา
  5. แฟนเพจเฟซบุ๊ก "กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่" ได้โพสต์ชี้แจงกรณีเรื่องการเปิดเลนเลี้ยวขวาเข้าโรงเรียนตัดเลนรถทางตรงบริเวณถนนสายแก้วนวรัฐ ล่าสุดเช้าวันนี้ได้มีการนำกรวยยางไปตั้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำจุด เพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว จากกรณีที่มีการแชร์คลิปลงในโลกโซเชียล โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า "จากที่ทำถูกต้องแล้ว กลายเป็นรู้สึกว่าตัวเองทำผิดกฏจราจรซะงั้น นึกสภาพเป็นรถที่หันหน้าไปทางนั้นคันเดียว แล้วจู่ๆก้ปิดเลนส์ นึกว่าเค้าเป็นถนนวันเวย์ช่วงเช้าหน้าโรงเรียน ที่ไหนได้......ขอบคุณคุณป้าที่ทำให้รู้ว่าตัวเองขับมาถูกทาง ไม่งั้นได้บังคับบอมกลับรถแน่ๆ ถ้ากลับรถจริงก็คงโดนสาปอีก 55555. ขออภัยในคำอุทานที่ไม่สุภาพ เพราะรับไม่ได้จริงๆ อิแม่ตกใจค่ะว่ามีแบบนี้ด้วยหรอสวัสดีเช้านี้ที่เชียงใหม่ เกือบโมโห gps แล้วมั้ยหละ นึกว่าพาหลง" โดยในคลิปผู้ขับขี่ได้ขับมายังเส้นทางถนนแก้วนวรัฐ ขาออกเมือง โดยเมื่อขับมาถึงยังบริเวณประตูทางเข้าโรงเรียน ได้มีรถเลี้ยวขวาเพื่อที่จะเข้าโรงเรียนโดยมีการเปิดเลนเลี้ยวขวาทำเหมือนกับว่าเป็นถนนวันเวย์ โดยผู้โพสต์ยังเปรียบเทียบว่าถ้าคนไม่รู้จักเส้นทางนี้อาจจะนึกว่ามาผิดทางเลยก็ได้ ซึ่งคลิปนี้ถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก และมีผู้คนต่างมาคอมเมนต์ว่าเป็นความมักง่าย ไม่ปฏิบัติตามกฏจราจร ล่าสุดเช้าวันนี้ (19 กันยายน 2561) แฟนเพจเฟซบุ๊ก "กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่" ได้โพสต์ชี้แจงว่า " ตามที่ปรากฎในโลกโซเชี่ยลเรื่องการเปิดเลนเลี้ยวเข้าโรงเรียนตัดกระแสรถทางตรงถนนสายแก้วนวรัฐ ทางกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ผู้ปกครองและขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎจราจรและได้มีการวางกรวยยางบังคับการเดินรถ เพื่อให้มีปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น ขอความร่วมมือการปฏิบัติกฏจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร่วมกันครับ" โดยได้โพสต์ภาพซึ่งมีการนำกรวยยางมาตั้งเพื่อบังคับไม่ให้รถเปิดเลนเลี้ยว และได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำจุด คอยอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว
  6. โฮมโปร รับสมัครช่าง และแม่บ้าน
  7. บริษัท อีจิซเทค จำกัด รับสมัครงาน
  8. บริษัท สหพานิช เชียงใหม่ จำกัด รับสมัครเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล
  9. บริษัท เอ็นจินีโอ จำกัด รับสมัครงาน
  10. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี..ชวนเที่ยวเหนือบินลัดฟ้า ใกล้ชิดสัตว์น่ารัก พักผ่อนกลางธรรมชาติ ..กับสายการบินแอร์เอเชีย จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ในราคาพิเศษสุด เพียงแสดง Boarding Pass รับส่วนลด 50% สำหรับบัตรเข้าชม (Day Safari และ Night Safari) ใช้ได้สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ หรือรับสิทธิพิเศษ จองห้องพักเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รีสอร์ท ในราคาเพียง 999 บาท พร้อมบัตรเข้าชมสำหรับ 2ท่าน วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2561 สอบถามโทร 053-999000 หรือ Line : @nightsafari
  11. กรมการแพทย์แนะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรค ตามโปรแกรมที่จำเป็นต้องฉีดให้ครบ ตรงตามที่กำหนด เพื่อป้องกันและช่วยลดความรุนแรงของการเกิดโรค นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรค เพื่อทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อจุลินทรีย์ชนิดนั้นๆ และป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคเมื่อมีการสัมผัสโรค ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่าวัคซีนช่วยลดอัตราเสียชีวิตและพิการในเด็กแรกคลอด เด็กที่ได้รับวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันโรค แต่เมื่อเวลาผ่านไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่การฉีดวัคซีนตั้งแต่ในวัยเด็กยังไม่เพียงพอในการป้องกันโรค จึงต้องมีการฉีดวัคซีนซ้ำ นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนในวัยเด็กและไม่เคยติดเชื้อมาก่อน จึงไม่มีภูมิต้านทานเพื่อป้องกันโรคจำเป็นต้องได้รับวัคซีน เนื่องจากปัจจุบันโรคต่างๆ สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน เช่น คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก หัด อีสุกอีใส ฯลฯ ดังนั้นการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เพื่อลดการติดเชื้อหรือลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจึงมีความสำคัญ และมีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนป้องกันตามโปรแกรมของวัคซีนชนิดนั้นๆ ซึ่งต้องฉีดให้ครบและตรงตามที่กำหนด นายแพทย์ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะมีความไวต่อเชื้อโรคเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดโรคได้ง่ายและรุนแรง การฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันเพื่อช่วยลดความรุนแรงของการเกิดโรค โดยแนวทางการให้วัคซีนในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจตามคำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2557 กำหนดไว้ ได้แก่ 1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดก่อนช่วงฤดูฝน ปีละ 1 ครั้ง 2. วัคซีนป้องกัน โรคปอดบวมแบบรุนแรง 3. วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ควรฉีดเพื่อเป็นการกระตุ้น 4. วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด จะพบมากขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี นอกจากวัคซีนทั้ง 4 กลุ่มแล้ว ยังมีวัคซีนป้องกัน โรคตับอักเสบบีและโรคตับอักเสบเอในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้ตับอักเสบและอาจนำไปสู่โรคมะเร็งตับและตับแข็งได้
  12. ตำแหน่งงานว่าง ประจำวันที่ 10 - 16 กันยายน 2561 จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน
  13. เชียงใหม่-กรุแตกเหรียญอาจารย์เณรบุญชุ่มรุ่นหนึ่งเปิดบูชาร่วมปิดทองพระประธาน กรุแตกเหรียญอาจารย์เณรบุญชุ่มรุ่นหนึ่ง ทางวัดเปิดบูชาเหรียญละ 1 พันร่วมบูรณะปิดทองพระประธานอายุหลายร้อยปี เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ที่วัดช้างค้ำ เวียงกุมกาม เลขที่ 60 หมู่ 11 ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้เปิดบูชาพระหลวงพ่อเณรบุญชุ่ม ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นหนึ่งของครูบาบุญชุ่ม ตนบุญผู้โด่งดัง ที่กรุแตกจากเจดีย์ที่จังหวัดเชียงรายที่ทางวัดได้มา หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดไปตรวจสอบ พบพระครูสถิตวีรวัตร เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำ กำลังควบคุมการก่อสร้างบูรณะภายในวิหารใหญ่ โดยเฉพาะพระประธานทรงสิงห์หนึ่ง อายุหลายร้อยปี และจิตกรรมฝาผนังลวดลายประเพณีล้านนา โดยนำผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบเหรียญดังกล่าว พร้อมกับเซียนพระ พบว่าเป็นเหรียญรุ่นหนึ่งของครูบาบุญชุ่มจริง โดยแต่ละองค์มีคราบกรุติดอยู่และมีสภาพแตกต่างกันออกไปตามร่องรอยของกรุ พระครูสถิตวีรวัตร เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำ เปิดเผยว่า ทางวัดได้เหรียญรุ่นหนึ่งพระอาจารย์เณรบุญชุ่มมาจำนวน 1 พันเหรียญ โดยเปิดให้บูชาองค์ละ 1000 บาท เพื่อนำเงินทั้งหมดไปปิดทองพระประธานที่กำลังบูรณะอยู่ในขณะนี้ โดยหลักความเชื่อของคนล้านนา หากทำบุญปิดทองพระจะส่งผลบุญให้เกิดมารูปร่างผิวพรรณสวยงามทั้งกายวาจาใจ หรือสนใจจะบริจาคเพื่อร่วมบูรณะอย่างเดียวก็ได้ ก็ขออนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วยโดยทั่วกัน สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาดูได้ที่วัดช้างค้ำ หรือติดต่อที่เบอร์ 089-5533024 ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  14. สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ มีหลากหลายสถานที่ แต่หลายๆคนคงคิดว่า มาเชียงใหม่ต้องมาไหว้วัดพระธาตุดอยสุเทพแล้วก็เดินทางกลับไปเที่ยวต่อในเมือง แต่ไหนๆ ก็ขึ้นมาไหว้วัดพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ขับรถไปอีกสักนิด ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ที่ร่มรื่นมาเที่ยวยัง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดพระธาตุดอยสุเทพไม่ไกลนัก พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นพระตำหนักประทับในวโรกาสที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2504 ภายในจะมีส่วนอาคารเรือนปีกไม้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เรือนรับรอง พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์น อ่างเก็บน้ำ พระตำหนักต่างๆ และหอพระ โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะผ่านสวนกุหลาบเป็นระยะ ภายในถูกประดับไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ไปเที่ยวช่วงเดือนกันยายนนี้ เห็นมีการบำรุง และปรับปรุงดอกไม้ภายในสวน ซึ่งดอกไม้ที่มีให้ชมมากที่สุด คือ ดอกกุหลาบที่มีหลากหลายสานพันธุ์ ออกดอกสีสันสดใส สวยงาม นอกจากจะมีดอกไม้นานาชนิดแล้ว ยังมีทางเดินธรรมชาติที่รับรองความสวยงามได้เลย ถึงแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่คุ้มค่าแน่นอน หากจะเดินเยี่ยมชมสวนและถ่ายรูปกับธรรมชาติด้านใน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า (08.30 - 11.30 น.) และช่วงบ่าย (13.00 - 15.30 น.) และปิดพระตำหนักฯ เวลา 16.30 น. อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาทน. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ยกเว้นเมื่อมีการเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมจะงดให้เข้าเยี่ยมชม เรื่องการแต่งกาย ขอให้แต่งกายสุภาพ ขาสั้น สายเดี่ยว ใส่เข้าไม่ได้ การเดินทางไปยังพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ - รถยนต์ส่วนตัว, มอเตอร์ไซค์ส่วนตัว - รถสี่ล้อแดง ให้บริการบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน้าสวนสัตว์ ค่าบริการไปกลับประมาณ 120 บาท/คน (ขึ้นอยู่การตกลงกับผู้ขับและจำนวนผู้ใช้บริการ)
  15. บ้านสบวินชูรางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์เปิดตัวหมู่บ้านโอทอปนวัตวิถี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ณ ศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOPตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ นายมนัส สุริยะสิงห์ นายอำเภอแม่วาง เป็นประธานเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ร่วมงาน โดยนายมนัส กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยมีแนวคิดการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ด้วยนวัตกรรม ให้มีการพัฒนาสินค้า OTOP และกิจการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่การสร้างรายได้โดยการขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีอยู่ในชุมชนให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างสรรค์ทุนชุมชน ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม เสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน การส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ OTOP นวัตวิถี ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหลักในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศ กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ส่งเสริมให้มีการดำเนินงานออกแบบและผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน พร้อมทั้งการเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ชุมชนในการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นและความโอบอ้อมอารีของเจ้าบ้าน แสดงถึงอารยธรรมล้านนา ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนา มุ่งเน้นการสร้างวิถีอัตลักษณ์หัตถกรรมล้านนนาเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างคุณค่าและมูลค่าจากทรัพยากรทางธรรมชาติสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยว โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์ให้โดดเด่น และยึดกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการสร้างกิจกรรมเสริมสร้างด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องถิ่นได้อย่างยืน ด้านนายกิตติโชติ จันทะแพ ผู้ใหญ่บ้านบ้านสบวิน เผยว่าบ้านสบวิน หมู่ที่ 9 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวมากมาย เช่น รางวัลหมู่บ้าน OTOP Village Champion รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และรางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์ 1 ใน 4 ของหมู่บ้านโฮมสเตย์ทั่วประเทศ เป็นต้น อีกทั้งยังมีประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตามแบบของชาวล้านนาดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร พร้อมทั้งกิจกรรมหลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยว ดังคำขวัญประจำหมู่บ้านที่กล่าวไว้ว่า “กระบวนการต่อเรือ ไม่เบื่อนั่งช้าง ล่องแพแม่น้ำวาง ว่างเล่นเกมส์ไม้ นอนหลับสบายพักโฮมสเตย์” จะเห็นได้ว่า บ้านสบวิน หมู่ที่ 9 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพและเหมาะสำหรับการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอย่างยิ่ง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องถิ่นได้อย่างยืนต่อไป.
  16. เมื่อ 18 ก.ย.61, 0800 - 19 ก.ย.61, 0600 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.ที่ 1 (ร.7 พัน.1) จัดกำลังพล ร่วมกับ สภ.แม่ทา ทำการตั้งจุดตรวจ เพื่อตรวจค้นและสกัดกั้นสิ่งผิดกฏหมาย ณ ด่านตรวจยาเสพติดถาวรแม่ทา (กาดสวนกล้วย) ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จว.ล.พ. ผลการปฏิบัติฯ ตรวจพบผู้กระทำความผิด จำนวน 1 ราย คือ นายบงการ ศรีเเสงสว่าง อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 79/5 ม.3 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จว.ฉ.ช. ในข้อหาเสพและเป็นผู้ขับรถ (รถยนต์เก๋ง) เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 2 กรัม
  17. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 18 กันยายน 2561 - 24 กันยายน 2561 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 ภาคเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ตลอดช่วง สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 19 ก.ย. 61 ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านตะวันตกและด้านรับมรสุมของประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตะวันตกของภาคและทางตอนล่างของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  18. ประจำวันที่ 19 กันยายน 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณด้านรับลมมรสุมของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอล ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณด้านรับลมมรสุมของประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมาก บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฏร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  19. Last week
  20. บางกอกแอร์เวย์สร่วมกับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ จัดแถลงข่าวกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 – บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยนายพัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมการตลาด ฝ่ายการตลาด ร่วมกับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ โดย นางอนุตรา สวัสดิ์ศรี ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดงานแถลงข่าว กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ”(Bangkok Airways Lanna Marathon 2018 presents Run Hero Run) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางผ่องพรรณ ศิริวัฒนาวงศา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และนางสาวรัชวิน วงศ์วิริยะ นักแสดงชื่อดังให้เกียรติร่วมเป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล จังหวัดเชียงใหม่ รายการวิ่งการกุศล “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เป็นความร่วมมือกันระหว่างสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานนำไปจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อนำไปมอบแก่ ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรายการวิ่งดังกล่าวจะจัดขึ้นในว้นที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “กิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล "บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในโซนภาคเหนือ โดยจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญทางภาคเหนือ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามหลากหลายแห่ง และมีวัฒนธรรมในแบบล้านนาที่สืบทอดกันมายาวนาน รวมทั้งทางจังหวัดฯ มีความพร้อมในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และการเตรียมการเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย สำหรับรองรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมการแข่งขัน จึงถือได้ว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ และที่สำคัญยังเป็นกิจกรรมการวิ่งเพื่อการกุศล เพื่อการระดมทุนส่งต่อไปยังทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย” นายพัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมการตลาด ฝ่ายการตลาด สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า "บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการแข่งขันวิ่งรายการที่ 7 ของบางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ย์ 2018 (Bangkok Airways Boutique Series 2018) ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายในปีนี้ โดย 6 รายการที่ผ่านมาประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับอย่างดี มีนักวิ่งร่วมแข่งขันรวมแล้วกว่า 20,000 คน และคาดว่าในรายการวิ่งครั้งนี้จะมีนักวิ่งให้ความสนใจมาร่วมกว่า 10,000 คน โดยความพิเศษของรายการวิ่งครั้งนี้ คือเป็นครั้งแรกที่ทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ จัดกิจกรรมการวิ่งเพื่อการกุศล ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทั้งจากภาคเหนือและทั่วประเทศ ได้ส่งความช่วยเหลือและความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” “กิจกรรมในครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางซึ่งสามารถสร้างความรับรู้ไปยังกลุ่มนักวิ่งและนักท่องเที่ยวให้มาร่วมกิจกรรมนี้ได้มากยิ่งขึ้น” “และสำหรับเส้นทางวิ่ง เราได้บริษัท ทีละก้าว จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันวิ่งของประเทศไทยมาช่วยออกแบบเส้นทางวิ่งให้มีความน่าสนใจและท้าทายสำหรับนักวิ่ง พร้อมกับได้สัมผัสวัฒนธรรมล้านนาและชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของจังหวัดเชียงใหม่ไปตลอดระยะทาง” นางผ่องพรรณ ศิริวัฒนาวงศา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นคนต่างพื้นที่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตามและครอบครัว ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมก็จะมีการเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และจังหวัดใกล้เคียงอันจะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ และสำหรับในวันแข่งขัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ได้สนับสนุนซุ้มอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์จากชุมชนต่างๆ ของเชียงใหม่ มาให้ได้รับประทานภายในงานเพื่อให้นักวิ่งทุกท่านได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือสูตรต้นตำรับอีกด้วย” นางอนุตรา สวัสดิ์ศรี ประธานกรรมการมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ กล่าวว่า “กิจกรรมวิ่งการกุศลในครั้งนี้ทางมูลนิธิจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย 2 ครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทางมูลนิธิฯได้ร่วมมือกับสายการบินบางกอกแอร์เวยส์จัดงานขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เผยแพร่กิจกรรมการระดมทุนในครั้งนี้ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทางมูลนิธิฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักวิ่งชาวเชียงใหม่และจังหวัดต่างๆในประเทศไทยรวมถึงนักวิ่งชาว ต่างชาติจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยทางมูลนิธิฯ จะเป็นสื่อกลางในการนำรายได้ที่ได้รับสมทบทุนหลังหักค่าใช้จ่ายไปมอบให้หน่วยงานในพื้นที่เพื่อจัดซื้อเสื้อเกราะ” “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แบบฟันรันและแบบมินิมาราธอน ระยะทาง 5 และ 10 กิโลเมตร แบบฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร และแบบมาราธอน ระยะทาง 42 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมรายการที่สนใจได้ที่ บริษัท ทีละก้าว จำกัด อีเมล info@teelakow.com สิทธิพิเศษสำหรับผู้สมัครวิ่งในรายการ “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ย์ 2018” ทางสายการบินฯ ได้จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารราคาพิเศษในเส้นทางบินที่จัดการแข่งขัน เริ่มต้นเพียงเที่ยวบินละ 1,100 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบิน) โดยผู้สมัครวิ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ www.bangkokair.com/boutiqueactivites นอกจากนี้นักวิ่งที่เดินทางด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สามารถสำรองที่พักราคาพิเศษพร้อมอาหารเช้าสำหรับสองท่านจาก โรงแรม ไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ สามารถสำรองผ่านอีเมลล์ h8108-fo9@accor.com และโรงแรมเมอร์เคียว เชียงใหม่ สามารถสำรองผ่านอีเมลล์ reservation@mercurechiangmai.comได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 กันยายน 2561 และสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2561 และสำหรับสมาชิกฟลายเออร์โบนัสและลูกค้าบางกอกแอร์เวย์สสามารถรับสิทธิ พิเศษจากที่พักชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย โดยสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ผ่านทาง http://www.bangkokair.com/beyondflying รายการวิ่ง "บางกอกแอร์เวย์ส ลานนามาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวิ่งรายการที่ 7 ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของ "บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีย์ 2018 (Bangkok Airways Boutique Series 2018)" โดยรายการแข่งขันที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้ง 6 รายการ ได้แก่รายการวิ่ง "บางกอกแอร์เวย์ส อัลตร้า เทรล อันซีน เกาะช้าง” ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด รายการวิ่ง “กระบี่ ฮาล์ฟมาราธอน”ที่จังหวัดกระบี่ รายการวิ่ง “สมุยฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัด สุราษฎ์ธานี รายการวิ่ง “ลำปางฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัดลำปาง รายการวิ่ง “ภูเก็ตฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัดภูเก็ต และรายการวิ่ง “เชียงรายมาราธอน” ที่จังหวัดเชียงราย ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ แผนกสื่อมวลชนสัมพันธ์ ส่วนประชาสัมพันธ์องค์กร สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โทร 02-265-5678 ต่อ 5089, 5090 อีเมลล์ mediathailand@bangkokair.com
  21. #DNADENIMยีนส์ชิ้นเดียวไม่เคยพอ ❤️ ใครเป็น Jeans lover หรือ New comer วงการยีนส์ คุณก็จะรักยีนส์มากขึ้น เริ่มแล้ววันนี้!! • ตอกย้ำความเป็น Fashion Destination ที่สาวกยีนส์ต้องห้ามพลาด ค้นหาสไตล์ที่ใช่ จาก Pop up store จากยีนส์แบรนด์ดัง Backsheep Jean /Gasoline /รสนิยม/Davie Jones /Lee /Wrangler ที่ยกขบวนคอลเลคชั่นพิเศษ และโปรโมชั่นสุดพิเศษ มาเอาใจชาวเชียงใหม่แบบจัดเต็ม พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย • TOP SPENDER 2 ท่าน รับยีนส์ใส่ฟรี 1 ปี • Denim Station Workshop กับการแปลงโฉมยีนส์ของคุณให้เท่ห์ไม่เหมือนใคร • Fashion Show New Collection ยีนส์จากแบรนด์ต่างๆที่จะมาให้คุณอัพเดทเทรนด์ก่อนใคร พบกัน 18-30 กันยายน2561 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ #ยีนส์ชิ้นเดียวไม่เคยพอ #DNADENIM #CentralFestivalChiangmai #CPNLIFE #CenterOfLife #FashionDestination
  22. ประมวลภาพ 18 ก.ย. 2561 พ่อ แม่ ญาติและเพื่อนๆ เคลื่อนศพ โอ วรุฒ วรธรรม อดีดดารานักแสดงและพิธีกร ออกจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ. เชียงใหม่ เพื่อนำไปเก็บไว้เป็นเวลา 100 วัน ที่วัดลัฏฐิวัน หรือวัดพระนอนขอนตาล อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ท่านที่ต้องการไปวัดแห่งนี้ ดูได้ตามแผนที่นี้ >> https://goo.gl/maps/Dpf9eK8Q9n42
  23. MPLUS SINGING CONTEST การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง @กาดสวนแก้ว MPLUS จัดให้ กับการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งที่คุณจะจัดหนัก จัดเต็มทุกท่วงท่า ลีลาเก๋า ในแนวเพลงเร็ว กับการแข่งขัน “MPLUS SINGING CONTEST” เพื่อค้นหาเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในเสียงเพลง ได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ได้มีเวทีในการแสดงออกมากยิ่งขึ้น โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ หนุ่มหล่อ สาวสวย และสาวประเภทสอง โดยผู้ชนะในการแข่งขันจะได้เป็น Brand Ambassador ของมูลนิธิ Mplus และเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าแข่งขันได้ ในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 61 ตั้งแต่เวลา 13.00 เป็นต้นไป ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 3 กาดสวนแก้ว
  24. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดโครงการฝึกอบรมความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า วิธีปฐมพยาบาลช่วยชีวิต และการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (1699) วันที่ 18 กันยายน 2561 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดโครงการฝึกอบรมความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า วิธีปฐมพยาบาลช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (1699) โดยมี นางเนตรนภา สุทธิธรรมดำรง ปฏฺิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธานในพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นางจามจุรีย์ เลิศจันทร์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, นางวาทินี ศตวรานนท์ หัวหน้างานอุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน โรงพยาบาลหางดง และ จ.ส.อ.แสนพล แก้วหร่าย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ณ อาคารไกรสรราชสีห์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โครงการฝึกอบรมความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า วิธีปฐมพยาบาลช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (1699) ได้รับความร่วมมือจาก โรงพยาบาลหางดง, สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทบทวนความรู้และวิธีปฏิบัติการปฐมพยาบาล การปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การประเมินอาการผู้ป่วยฉุกเฉินและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน/ การใช้เครื่อง AED และระบบ ICS (Incident Command System) ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ รวมทั้งการซ้อมแผนการจัดการในกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมแก่บุคลากรขององค์กร ในการเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ทันท่วงที โดยมีบุคลากรของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ จำนวน 100 คน เข้าร่วมการฝึกอบรมและทำกิจกกรม Work shop ในครั้งนี้
  25. เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 ณ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ได้มีการเคลื่อนศพของ "โอ วรุฒ" โดยมูลนิธิร่วมกตัญญู คุณ โบ๊ท วิบูลย์นันท์ นำรถแอมบูแลนซ์มาช่วยเคลื่อนย้ายศพให้ครั้งนี้ โดยเป็นคันเดียวกับที่เคยเคลื่อนย้ายร่างของ "ปอ ทฤษฎี สหวงษ์" พระเอกชื่อดัง โดยขบวนรถได้เคลื่อนออกจากวัดพระสิงห์ฯ ไปยังทางประตูสวนปรุง ผ่านหน้าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เข้าสู่ถนนห้วยแก้ว เลี้ยวขวาแยกภูคำ ใช้เส้นคันคลองชลประทาน เลี้ยวซ้ายแยกดอนแก้ว เลี้ยวขวาแยกแม่ริม จนถึง วัดลัฏฐิวัน โดยเมื่อขบวนเคลื่อนถึงที่หมาย ได้นำร่างของ โอ วรุฒ เข้าไปยังศาลา เพื่อเตรียมการทำพิธีบรรจุร่าง และได้ให้ประชาชน แฟนคลับ สามารถเข้าเคารพศพได้ทุกวัน โดย นีโน่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่ได้ทำเพื่อน้องเป็นครั้งสุดท้าย และได้ทำให้อย่างดีที่สุด โดยตอนนี้ได้รับเงินร่วมทำบุญมากว่าสองล้านบาท โดยเมื่อหักค่าใช้จ่ายในงานศพแล้วที่เหลือก็จะมีการมอบให้คุณพ่อและคุณแม่ของโอต่อไป โดยหลังจากนี้จะมีการทำบุญอาจจะเป็นวันที่ 20 และ วันที่ 50 แต่ทั้งนี้จะปรึกษาคุฯพ่อและคุณแม่ของโออีกที เพราะว่าระยะทางจากบ้านมายังวัดนั้นค่อนข้างไกล โดยถ้าท่านใดอยากร่วมทำบุญ สามารถทำบุญกับวัดได้เลย เพราะตอนนี้ทางวัดก็มีการก่อสร้างโรงพยาบาลอยู่เช่นกัน
  26. ไทยเดินหน้าโครงการดาราศาสตร์ขั้วโลก ส่งนักดาราศาสตร์ศึกษารังสีคอสมิกที่แอนตาร์กติกา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จับมือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าโครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขั้วโลก ร่วมพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์วิจัยเพื่อศึกษาผลกระทบของรังสีคอสมิกที่มีต่อโลก เตรียมส่งคอนเทนเนอร์ “ช้างแวน” ลงเรือสำรวจพร้อมนักดาราศาสตร์จาก สดร. หนึ่งเดียวของไทย เก็บข้อมูลจากจีนถึงขั้วโลกใต้ หวังสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ กำหนดเดินทางต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ 18 กันยายน 2561 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงข่าวโครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์บรรยากาศขั้วโลก มี รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ รศ.ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร. วราภรณ์ นันทิยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยการสำรวจตัดข้ามละติจูด และนายพงษ์พิจิตร ชวนรักษาสัตย์ นักดาราศาสตร์ สดร. ร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการล่าสุด ณ ห้องประชุม D206 อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จ. เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า โครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขั้วโลกครั้งนี้ เริ่มต้นในปี 2556 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประเทศไทยศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์บรรยากาศบริเวณขั้วโลกร่วมกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และมอบหมายให้ สดร. ประสานงานโครงการดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งวันที่ 6 เมษายน 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สดร. กับสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (Polar Research Institute of China : PRIC) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาวิจัยขั้วโลกใต้ (Scientific Committee on Antarctic Research : SCAR) อย่างเป็นทางการในปีเดียวกัน สำหรับขั้วโลกใต้เป็นพื้นที่ที่ท้าทายทั้งสภาพอากาศและภูมิประเทศ เป็นโจทย์ยากที่นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ ตามเป้าหมายของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศอีกด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการวิจัยการสำรวจตัดข้ามละติจูด เป็นความร่วมมือระหว่าง สดร. และ มช. ส่งข้อเสนอต่อสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีนในปี 2561 เพื่อศึกษาผลกระทบของรังสีคอสมิกต่อโลก และได้รับอนุมัติให้นำตู้คอนเทนเนอร์ติดตั้งบนเรือสำรวจวิจัย “เชว่หลง" (Xue Long) หรือ “เรือมังกรหิมะ” ออกเดินทางเก็บข้อมูลจากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธาณรัฐประชาชนจีน ไปยังสถานีวิจัยจงซาน (Zhongshan) ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ติดตั้งเครื่องตรวจวัดนิวตรอนเพื่อใช้ในการวิจัยชื่อว่า “ช้างแวน” (Changvan) ได้รับความร่วมมือจากอีกหลายหน่วยงานทั้งภายในและนอกประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเดลาแวร์และมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ริเวอร์ฟอลส์ สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยชินชู ประเทศญี่ปุ่น ภายในติดตั้งเครื่องตรวจวัดนิวตรอน มีระบบควบคุมอุณภูมิภายในให้คงที่ และห้องควบคุมที่ใช้อิเล็กทรอนิกซ์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ร่วมมือกับ สดร. พัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทย และเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยระดับโลก ดร. วราภรณ์ นันทิยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยการสำรวจตัดข้ามละติจูด กล่าวว่า ความคาดหวังของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ คือ ผลลัพธ์ที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ โครงการนี้มีแผนดำเนินการเก็บข้อมูลและศึกษาสเปกตรัมของรังสีคอสมิกในช่วงกว้างของค่าความแข็งแกร่งตัดที่เรือตัดน้ำแข็งเคลื่อนที่ผ่านในปี 2561-2562 ผลการวิจัยครั้งนี้จะนำมาเปรียบเทียบและยืนยันกับผลวิจัยครั้งก่อนหน้านี้ที่ได้สำรวจในลักษณะเดียวกัน จะทำให้เข้าใจสนามแม่เหล็กโลกที่เชื่อมโยงกับสภาพอวกาศได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุก ปี เนื่องจากต้องสังเกตการณ์จุดมืดบนดวงอาทิตย์ ซึ่งมีวัฏจักรประมาณ 11 ปี และขั้วสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ที่มีวัฏจักรประมาณ 22 ปี หากสร้างเครือข่ายในระดับสากลกับกลุ่มวิจัยที่จัดหาเรือตัดน้ำแข็งได้ ก็จะสร้างผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของจุดมืดบนดวงอาทิตย์และการเปลี่ยนขั้วของสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ของหัววัดนิวตรอนจากอวกาศควบคู่กันไป หากทำสำเร็จกลุ่มวิจัยวางแผนนำมาใช้จริงในการสำรวจครั้งถัดไปอีกด้วย ทางด้านนายพงษ์พิจิตร ชวนรักษาสัตย์ หนึ่งเดียวของนักดาราศาสตร์ไทย จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ผู้ร่วมเดินทางไปขั้วโลกใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เดินทางไปกลุ่มวิจัยขั้วโลกในครั้งนี้ นอกจากจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ยังเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกที่มีศักยภาพ และในอนาคตอาจเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ร่วมเดินทางไปแอนตาร์กติกากับทีมสำรวจ รวมถึงได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยอีกด้วย โครงการฯ มีกำหนดส่งคอนเทนเนอร์ช้างแวนที่เสร็จสมบูรณ์ไปยังเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เรือสำรวจวิจัยมีกำหนดเดินทางออกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธาณรัฐประชาชนจีนไปยังทวีปแอนตาร์กติกา ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 และจะเดินทางกลับสู่เมืองเซี่ยงไฮ้อีกครั้งในวันที่ 10 เมษายน 2562 รวมระยะเวลาการเดินทางทั้งหมด 5 เดือน กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร. 053-121268-9 ต่อ 210-211 , 081-8854353 โทรสาร 053-121250 E-mail: pr@narit.or.th Website : www.narit.or.th Facebook : www.facebook.com/NARITpage Twitter : @N_Earth, Instagram : @NongEarthNARIT Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313
  27. เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ณ ศาลาสหัท-หงษ์ มหาคุณ อนุสรณ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยในวันนี้ได้มีการทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์ในช่วงสาย โดยมีญาติๆ ดารา นักแสดง พิธีกร ร่วมงานในช่วงเช้านี้อย่างคับคั่ง และยังมีแฟนคลับเข้ามาร่วมงานกันยังไม่ขาดสาย โดยหลังจากการเลี้ยงเพลงเสร็จแล้ว ในช่วงเวลา 13.00 น. จะมีการเคลื่อนศพของ "โอ วรุฒ" ออกจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ไปยังวัดลัฎฐิวัน หรือ วัดพระนอนขอนตาล ต่อไป
  1. Load more activity
×