Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. บางกอกแอร์เวย์สร่วมกับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ จัดแถลงข่าวกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 – บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยนายพัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมการตลาด ฝ่ายการตลาด ร่วมกับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ โดย นางอนุตรา สวัสดิ์ศรี ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดงานแถลงข่าว กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ”(Bangkok Airways Lanna Marathon 2018 presents Run Hero Run) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางผ่องพรรณ ศิริวัฒนาวงศา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และนางสาวรัชวิน วงศ์วิริยะ นักแสดงชื่อดังให้เกียรติร่วมเป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล จังหวัดเชียงใหม่ รายการวิ่งการกุศล “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เป็นความร่วมมือกันระหว่างสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานนำไปจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนเพื่อนำไปมอบแก่ ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรายการวิ่งดังกล่าวจะจัดขึ้นในว้นที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “กิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล "บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในโซนภาคเหนือ โดยจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญทางภาคเหนือ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันงดงามหลากหลายแห่ง และมีวัฒนธรรมในแบบล้านนาที่สืบทอดกันมายาวนาน รวมทั้งทางจังหวัดฯ มีความพร้อมในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และการเตรียมการเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย สำหรับรองรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมการแข่งขัน จึงถือได้ว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ และที่สำคัญยังเป็นกิจกรรมการวิ่งเพื่อการกุศล เพื่อการระดมทุนส่งต่อไปยังทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย” นายพัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมการตลาด ฝ่ายการตลาด สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า "บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการแข่งขันวิ่งรายการที่ 7 ของบางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ย์ 2018 (Bangkok Airways Boutique Series 2018) ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายในปีนี้ โดย 6 รายการที่ผ่านมาประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับอย่างดี มีนักวิ่งร่วมแข่งขันรวมแล้วกว่า 20,000 คน และคาดว่าในรายการวิ่งครั้งนี้จะมีนักวิ่งให้ความสนใจมาร่วมกว่า 10,000 คน โดยความพิเศษของรายการวิ่งครั้งนี้ คือเป็นครั้งแรกที่ทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ จัดกิจกรรมการวิ่งเพื่อการกุศล ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทั้งจากภาคเหนือและทั่วประเทศ ได้ส่งความช่วยเหลือและความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” “กิจกรรมในครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางซึ่งสามารถสร้างความรับรู้ไปยังกลุ่มนักวิ่งและนักท่องเที่ยวให้มาร่วมกิจกรรมนี้ได้มากยิ่งขึ้น” “และสำหรับเส้นทางวิ่ง เราได้บริษัท ทีละก้าว จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันวิ่งของประเทศไทยมาช่วยออกแบบเส้นทางวิ่งให้มีความน่าสนใจและท้าทายสำหรับนักวิ่ง พร้อมกับได้สัมผัสวัฒนธรรมล้านนาและชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของจังหวัดเชียงใหม่ไปตลอดระยะทาง” นางผ่องพรรณ ศิริวัฒนาวงศา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นคนต่างพื้นที่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตามและครอบครัว ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมก็จะมีการเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และจังหวัดใกล้เคียงอันจะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ และสำหรับในวันแข่งขัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ได้สนับสนุนซุ้มอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์จากชุมชนต่างๆ ของเชียงใหม่ มาให้ได้รับประทานภายในงานเพื่อให้นักวิ่งทุกท่านได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือสูตรต้นตำรับอีกด้วย” นางอนุตรา สวัสดิ์ศรี ประธานกรรมการมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ กล่าวว่า “กิจกรรมวิ่งการกุศลในครั้งนี้ทางมูลนิธิจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย 2 ครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทางมูลนิธิฯได้ร่วมมือกับสายการบินบางกอกแอร์เวยส์จัดงานขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เผยแพร่กิจกรรมการระดมทุนในครั้งนี้ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทางมูลนิธิฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักวิ่งชาวเชียงใหม่และจังหวัดต่างๆในประเทศไทยรวมถึงนักวิ่งชาว ต่างชาติจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยทางมูลนิธิฯ จะเป็นสื่อกลางในการนำรายได้ที่ได้รับสมทบทุนหลังหักค่าใช้จ่ายไปมอบให้หน่วยงานในพื้นที่เพื่อจัดซื้อเสื้อเกราะ” “บางกอกแอร์เวย์ส ลานนา มาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แบบฟันรันและแบบมินิมาราธอน ระยะทาง 5 และ 10 กิโลเมตร แบบฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร และแบบมาราธอน ระยะทาง 42 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมรายการที่สนใจได้ที่ บริษัท ทีละก้าว จำกัด อีเมล info@teelakow.com สิทธิพิเศษสำหรับผู้สมัครวิ่งในรายการ “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ย์ 2018” ทางสายการบินฯ ได้จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารราคาพิเศษในเส้นทางบินที่จัดการแข่งขัน เริ่มต้นเพียงเที่ยวบินละ 1,100 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบิน) โดยผู้สมัครวิ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ www.bangkokair.com/boutiqueactivites นอกจากนี้นักวิ่งที่เดินทางด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สามารถสำรองที่พักราคาพิเศษพร้อมอาหารเช้าสำหรับสองท่านจาก โรงแรม ไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ สามารถสำรองผ่านอีเมลล์ h8108-fo9@accor.com และโรงแรมเมอร์เคียว เชียงใหม่ สามารถสำรองผ่านอีเมลล์ reservation@mercurechiangmai.comได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 กันยายน 2561 และสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2561 และสำหรับสมาชิกฟลายเออร์โบนัสและลูกค้าบางกอกแอร์เวย์สสามารถรับสิทธิ พิเศษจากที่พักชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย โดยสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ผ่านทาง http://www.bangkokair.com/beyondflying รายการวิ่ง "บางกอกแอร์เวย์ส ลานนามาราธอน 2018 รัน ฮีโร่ รัน ฉันจะวิ่งเพื่อเธอ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวิ่งรายการที่ 7 ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของ "บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีย์ 2018 (Bangkok Airways Boutique Series 2018)" โดยรายการแข่งขันที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้ง 6 รายการ ได้แก่รายการวิ่ง "บางกอกแอร์เวย์ส อัลตร้า เทรล อันซีน เกาะช้าง” ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด รายการวิ่ง “กระบี่ ฮาล์ฟมาราธอน”ที่จังหวัดกระบี่ รายการวิ่ง “สมุยฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัด สุราษฎ์ธานี รายการวิ่ง “ลำปางฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัดลำปาง รายการวิ่ง “ภูเก็ตฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัดภูเก็ต และรายการวิ่ง “เชียงรายมาราธอน” ที่จังหวัดเชียงราย ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ แผนกสื่อมวลชนสัมพันธ์ ส่วนประชาสัมพันธ์องค์กร สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โทร 02-265-5678 ต่อ 5089, 5090 อีเมลล์ mediathailand@bangkokair.com
  3. #DNADENIMยีนส์ชิ้นเดียวไม่เคยพอ ❤️ ใครเป็น Jeans lover หรือ New comer วงการยีนส์ คุณก็จะรักยีนส์มากขึ้น เริ่มแล้ววันนี้!! • ตอกย้ำความเป็น Fashion Destination ที่สาวกยีนส์ต้องห้ามพลาด ค้นหาสไตล์ที่ใช่ จาก Pop up store จากยีนส์แบรนด์ดัง Backsheep Jean /Gasoline /รสนิยม/Davie Jones /Lee /Wrangler ที่ยกขบวนคอลเลคชั่นพิเศษ และโปรโมชั่นสุดพิเศษ มาเอาใจชาวเชียงใหม่แบบจัดเต็ม พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย • TOP SPENDER 2 ท่าน รับยีนส์ใส่ฟรี 1 ปี • Denim Station Workshop กับการแปลงโฉมยีนส์ของคุณให้เท่ห์ไม่เหมือนใคร • Fashion Show New Collection ยีนส์จากแบรนด์ต่างๆที่จะมาให้คุณอัพเดทเทรนด์ก่อนใคร พบกัน 18-30 กันยายน2561 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ #ยีนส์ชิ้นเดียวไม่เคยพอ #DNADENIM #CentralFestivalChiangmai #CPNLIFE #CenterOfLife #FashionDestination
  4. ประมวลภาพ 18 ก.ย. 2561 พ่อ แม่ ญาติและเพื่อนๆ เคลื่อนศพ โอ วรุฒ วรธรรม อดีดดารานักแสดงและพิธีกร ออกจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ. เชียงใหม่ เพื่อนำไปเก็บไว้เป็นเวลา 100 วัน ที่วัดลัฏฐิวัน หรือวัดพระนอนขอนตาล อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ท่านที่ต้องการไปวัดแห่งนี้ ดูได้ตามแผนที่นี้ >> https://goo.gl/maps/Dpf9eK8Q9n42
  5. MPLUS SINGING CONTEST การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง @กาดสวนแก้ว MPLUS จัดให้ กับการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งที่คุณจะจัดหนัก จัดเต็มทุกท่วงท่า ลีลาเก๋า ในแนวเพลงเร็ว กับการแข่งขัน “MPLUS SINGING CONTEST” เพื่อค้นหาเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในเสียงเพลง ได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ได้มีเวทีในการแสดงออกมากยิ่งขึ้น โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ หนุ่มหล่อ สาวสวย และสาวประเภทสอง โดยผู้ชนะในการแข่งขันจะได้เป็น Brand Ambassador ของมูลนิธิ Mplus และเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าแข่งขันได้ ในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 61 ตั้งแต่เวลา 13.00 เป็นต้นไป ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 3 กาดสวนแก้ว
  6. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดโครงการฝึกอบรมความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า วิธีปฐมพยาบาลช่วยชีวิต และการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (1699) วันที่ 18 กันยายน 2561 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดโครงการฝึกอบรมความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า วิธีปฐมพยาบาลช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (1699) โดยมี นางเนตรนภา สุทธิธรรมดำรง ปฏฺิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธานในพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นางจามจุรีย์ เลิศจันทร์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, นางวาทินี ศตวรานนท์ หัวหน้างานอุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน โรงพยาบาลหางดง และ จ.ส.อ.แสนพล แก้วหร่าย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ณ อาคารไกรสรราชสีห์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โครงการฝึกอบรมความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า วิธีปฐมพยาบาลช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (1699) ได้รับความร่วมมือจาก โรงพยาบาลหางดง, สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทบทวนความรู้และวิธีปฏิบัติการปฐมพยาบาล การปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การประเมินอาการผู้ป่วยฉุกเฉินและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน/ การใช้เครื่อง AED และระบบ ICS (Incident Command System) ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ รวมทั้งการซ้อมแผนการจัดการในกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมแก่บุคลากรขององค์กร ในการเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ทันท่วงที โดยมีบุคลากรของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ จำนวน 100 คน เข้าร่วมการฝึกอบรมและทำกิจกกรม Work shop ในครั้งนี้
  7. เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 ณ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ได้มีการเคลื่อนศพของ "โอ วรุฒ" โดยมูลนิธิร่วมกตัญญู คุณ โบ๊ท วิบูลย์นันท์ นำรถแอมบูแลนซ์มาช่วยเคลื่อนย้ายศพให้ครั้งนี้ โดยเป็นคันเดียวกับที่เคยเคลื่อนย้ายร่างของ "ปอ ทฤษฎี สหวงษ์" พระเอกชื่อดัง โดยขบวนรถได้เคลื่อนออกจากวัดพระสิงห์ฯ ไปยังทางประตูสวนปรุง ผ่านหน้าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เข้าสู่ถนนห้วยแก้ว เลี้ยวขวาแยกภูคำ ใช้เส้นคันคลองชลประทาน เลี้ยวซ้ายแยกดอนแก้ว เลี้ยวขวาแยกแม่ริม จนถึง วัดลัฏฐิวัน โดยเมื่อขบวนเคลื่อนถึงที่หมาย ได้นำร่างของ โอ วรุฒ เข้าไปยังศาลา เพื่อเตรียมการทำพิธีบรรจุร่าง และได้ให้ประชาชน แฟนคลับ สามารถเข้าเคารพศพได้ทุกวัน โดย นีโน่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่ได้ทำเพื่อน้องเป็นครั้งสุดท้าย และได้ทำให้อย่างดีที่สุด โดยตอนนี้ได้รับเงินร่วมทำบุญมากว่าสองล้านบาท โดยเมื่อหักค่าใช้จ่ายในงานศพแล้วที่เหลือก็จะมีการมอบให้คุณพ่อและคุณแม่ของโอต่อไป โดยหลังจากนี้จะมีการทำบุญอาจจะเป็นวันที่ 20 และ วันที่ 50 แต่ทั้งนี้จะปรึกษาคุฯพ่อและคุณแม่ของโออีกที เพราะว่าระยะทางจากบ้านมายังวัดนั้นค่อนข้างไกล โดยถ้าท่านใดอยากร่วมทำบุญ สามารถทำบุญกับวัดได้เลย เพราะตอนนี้ทางวัดก็มีการก่อสร้างโรงพยาบาลอยู่เช่นกัน
  8. ไทยเดินหน้าโครงการดาราศาสตร์ขั้วโลก ส่งนักดาราศาสตร์ศึกษารังสีคอสมิกที่แอนตาร์กติกา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จับมือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าโครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขั้วโลก ร่วมพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์วิจัยเพื่อศึกษาผลกระทบของรังสีคอสมิกที่มีต่อโลก เตรียมส่งคอนเทนเนอร์ “ช้างแวน” ลงเรือสำรวจพร้อมนักดาราศาสตร์จาก สดร. หนึ่งเดียวของไทย เก็บข้อมูลจากจีนถึงขั้วโลกใต้ หวังสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ กำหนดเดินทางต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ 18 กันยายน 2561 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงข่าวโครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์บรรยากาศขั้วโลก มี รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ รศ.ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร. วราภรณ์ นันทิยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยการสำรวจตัดข้ามละติจูด และนายพงษ์พิจิตร ชวนรักษาสัตย์ นักดาราศาสตร์ สดร. ร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการล่าสุด ณ ห้องประชุม D206 อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จ. เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ บุญรักษา สุนทรธรรม ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า โครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขั้วโลกครั้งนี้ เริ่มต้นในปี 2556 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประเทศไทยศึกษาวิจัยดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์บรรยากาศบริเวณขั้วโลกร่วมกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และมอบหมายให้ สดร. ประสานงานโครงการดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งวันที่ 6 เมษายน 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สดร. กับสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (Polar Research Institute of China : PRIC) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาวิจัยขั้วโลกใต้ (Scientific Committee on Antarctic Research : SCAR) อย่างเป็นทางการในปีเดียวกัน สำหรับขั้วโลกใต้เป็นพื้นที่ที่ท้าทายทั้งสภาพอากาศและภูมิประเทศ เป็นโจทย์ยากที่นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ ตามเป้าหมายของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศอีกด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการวิจัยการสำรวจตัดข้ามละติจูด เป็นความร่วมมือระหว่าง สดร. และ มช. ส่งข้อเสนอต่อสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีนในปี 2561 เพื่อศึกษาผลกระทบของรังสีคอสมิกต่อโลก และได้รับอนุมัติให้นำตู้คอนเทนเนอร์ติดตั้งบนเรือสำรวจวิจัย “เชว่หลง" (Xue Long) หรือ “เรือมังกรหิมะ” ออกเดินทางเก็บข้อมูลจากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธาณรัฐประชาชนจีน ไปยังสถานีวิจัยจงซาน (Zhongshan) ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ติดตั้งเครื่องตรวจวัดนิวตรอนเพื่อใช้ในการวิจัยชื่อว่า “ช้างแวน” (Changvan) ได้รับความร่วมมือจากอีกหลายหน่วยงานทั้งภายในและนอกประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเดลาแวร์และมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ริเวอร์ฟอลส์ สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยชินชู ประเทศญี่ปุ่น ภายในติดตั้งเครื่องตรวจวัดนิวตรอน มีระบบควบคุมอุณภูมิภายในให้คงที่ และห้องควบคุมที่ใช้อิเล็กทรอนิกซ์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ร่วมมือกับ สดร. พัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทย และเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยระดับโลก ดร. วราภรณ์ นันทิยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยการสำรวจตัดข้ามละติจูด กล่าวว่า ความคาดหวังของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ คือ ผลลัพธ์ที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ โครงการนี้มีแผนดำเนินการเก็บข้อมูลและศึกษาสเปกตรัมของรังสีคอสมิกในช่วงกว้างของค่าความแข็งแกร่งตัดที่เรือตัดน้ำแข็งเคลื่อนที่ผ่านในปี 2561-2562 ผลการวิจัยครั้งนี้จะนำมาเปรียบเทียบและยืนยันกับผลวิจัยครั้งก่อนหน้านี้ที่ได้สำรวจในลักษณะเดียวกัน จะทำให้เข้าใจสนามแม่เหล็กโลกที่เชื่อมโยงกับสภาพอวกาศได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุก ปี เนื่องจากต้องสังเกตการณ์จุดมืดบนดวงอาทิตย์ ซึ่งมีวัฏจักรประมาณ 11 ปี และขั้วสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ที่มีวัฏจักรประมาณ 22 ปี หากสร้างเครือข่ายในระดับสากลกับกลุ่มวิจัยที่จัดหาเรือตัดน้ำแข็งได้ ก็จะสร้างผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของจุดมืดบนดวงอาทิตย์และการเปลี่ยนขั้วของสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ของหัววัดนิวตรอนจากอวกาศควบคู่กันไป หากทำสำเร็จกลุ่มวิจัยวางแผนนำมาใช้จริงในการสำรวจครั้งถัดไปอีกด้วย ทางด้านนายพงษ์พิจิตร ชวนรักษาสัตย์ หนึ่งเดียวของนักดาราศาสตร์ไทย จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ผู้ร่วมเดินทางไปขั้วโลกใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เดินทางไปกลุ่มวิจัยขั้วโลกในครั้งนี้ นอกจากจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ยังเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกที่มีศักยภาพ และในอนาคตอาจเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ร่วมเดินทางไปแอนตาร์กติกากับทีมสำรวจ รวมถึงได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยอีกด้วย โครงการฯ มีกำหนดส่งคอนเทนเนอร์ช้างแวนที่เสร็จสมบูรณ์ไปยังเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เรือสำรวจวิจัยมีกำหนดเดินทางออกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธาณรัฐประชาชนจีนไปยังทวีปแอนตาร์กติกา ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 และจะเดินทางกลับสู่เมืองเซี่ยงไฮ้อีกครั้งในวันที่ 10 เมษายน 2562 รวมระยะเวลาการเดินทางทั้งหมด 5 เดือน กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร. 053-121268-9 ต่อ 210-211 , 081-8854353 โทรสาร 053-121250 E-mail: pr@narit.or.th Website : www.narit.or.th Facebook : www.facebook.com/NARITpage Twitter : @N_Earth, Instagram : @NongEarthNARIT Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313
  9. เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ณ ศาลาสหัท-หงษ์ มหาคุณ อนุสรณ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยในวันนี้ได้มีการทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์ในช่วงสาย โดยมีญาติๆ ดารา นักแสดง พิธีกร ร่วมงานในช่วงเช้านี้อย่างคับคั่ง และยังมีแฟนคลับเข้ามาร่วมงานกันยังไม่ขาดสาย โดยหลังจากการเลี้ยงเพลงเสร็จแล้ว ในช่วงเวลา 13.00 น. จะมีการเคลื่อนศพของ "โอ วรุฒ" ออกจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ไปยังวัดลัฎฐิวัน หรือ วัดพระนอนขอนตาล ต่อไป
  10. ตำแหน่งงานว่างประจำสัปดาห์ที่ 37/2561 จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
  11. โค้งสุดท้ายกับแคมเปญ “กาดสวนแก้ว ช้อปร้อยสอยรถ 2018”แจกใหญ่ปีที่ 4 ชม ฟรี!! คอนเสิร์ต Atom กาดสวนแก้ว แจกหนักจัดเต็มกับแคมเปญสุดร้อนแรงแห่งปีใน “กาดสวนแก้ว ช้อปร้อยสอยรถ 2018”แจกใหญ่ปีที่ 4 ที่จะทำให้คุณได้ร่วมลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์ TOYOTA New Yaris HB 1.2J CVT พร้อมจัดหนักรางวัลที่สอง รถจักรยานยนต์ FINO 125 ปี2018 และรถจักรยานยนต์ YAMAHA QBIX S 2018 เสริมทัพด้วยโทรศัพท์มือถือ Iphone 8 Plus , สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมายกว่า 10 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และเตรียมพบกับ ฟรี!! คอนเสิร์ต “Atom ชนกันต์” เจ้าของเพลงฮิตติดหูร้อยล้านวิว ไม่ว่าจะเป็นเพลง อ้าวเห้ย , ช่วงนี้ , Please , ทางของฝุ่น พร้อมจับรายชื่อผู้โชคดี ในวันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน 61 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ กาดสวนแก้ว สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fan Page Facebook : กาดสวนแก้ว เชียงใหม่
  12. International Foods Fest. เทศกาลสำหรับคนรักอาหารนานาชาติ International Foods Fest. เทศกาลสำหรับคนรักอาหารนานาชาติ ที่รวบรวมร้านอาหารนานาชาติสุดชิค ราคาสุดฟิน มาไว้ที่งาน Tasty Factory ร้านอาหารแสนนนน...อร่อย มารวมกันอยู่ที่เดียวใจกลางห้างดังเชียงใหม่ อย่างร้าน Pasta Box , ร้าน Reman HABU, ร้าน ติ่งเกาหลี ,ร้าน Leo’ Famous Burger ,ร้าน Masn Sage ,ร้าน Mitsuru Blabang , ร้าน Fusion Sushi ,ร้าน โมชิ โมชิ ,ร้าน Cheddo Fried Chicken ,ร้าน BKY Steak Café ,ร้าน สุยเชียงลัง ลูกชิ้นแคระเยาวราช ,ร้าน แกงกะหรี่ ,ร้าน ทงคัดสึ ,ร้าน บอมบ์ยากิ ที่มารอแจกความอร่อยสุดฟินให้ทุกท่านได้ลิ้มลองกัน สายกิน ชิม ชิล ห้ามพลาด !!! เตรียมปาก เตรียมท้อง มาลองความอร่อยได้แล้วที่งาน International Foods Fest. เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. – 4 ต.ค. 61 นะจ๊ะ เมื่อซื้ออาหารในงาน “Tasty Factory” ครบทุก 20 บาท จะได้ 1 แสตมป์ เมื่อสะสมครบ 5 แสตมป์ สามารถไปแลกคูปองลุ้นของรางวัลในงาน ช้อปร้อยสอยรถ 2018 ได้อีกด้วย สะสมได้ตั้งแต่วันที่ วันนี้ – 30 ก.ย. 61 อย่าลืมมาสะสมความอร่อยไปด้วยกันที่งาน “Tasty Factory” ชั้น B1 กาดสวนแก้ว Tasty Factory ชั้น B1 กาดสวนแก้วเชียงใหม่
  13. AIS ผนึกภาคเอกชนร่วมกับสถาบันระดับโลก จัดสัมมนา ACADEMY for THAIS เพื่อเพิ่มองค์ความรู้โลกดิจิทัลให้คนไทย ส่งเสริมศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ AIS Academy ชวนคนไทยร่วมเปิดประสบการณ์ และเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยี ให้สังคมไทยพร้อมที่จะพัฒนาเท่าทันนานาชาติ ในงานสัมมนา ACADEMY for THAIS ที่รวบรวมองค์ความรู้บนโลกยุคดิจิทัล โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Disruption หลากหลายองค์กรชั้นนำทั้งใน และต่างประเทศ ที่จะมาร่วมเปิดมุมมอง และหาคำตอบการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล ในงานสัมมนา ACADEMY for THAIS ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพค ฟอรั่ม, เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้วที่ www.aisacademyforthais.com โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เทคโนโลยีหมุนผ่านเปลี่ยนไวและแรงกว่าที่จะคาดการณ์ การละเลยการพัฒนาและยึดติดในแนวทางเดิมที่เคยประสบความสำเร็จ โดยไม่รับการปรับเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้หลายองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จอาจถูกคลื่น Digital Disruption ส่งผลกระทบ กำแพงที่ว่าสูงตระหง่านฟ้า ก็ย่อมพังครืนทลายลงมาเพียงชั่วพริบตาได้เช่นกัน สำหรับ AIS ได้เตรียมความพร้อมและตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมานานกว่า 3 ปีแล้ว และจัดตั้ง AIS Academy ให้เป็นศูนย์กลางด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ จากทั่วโลก รวมถึงการปฏิวัติองค์กรเพื่อรับความพร้อมในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอันมีผลจาก Digital Disruption ผ่านแนวคิด Anytime Anywhere Any Device สำหรับพนักงานในองค์กร โดยอาศัยการใช้ Digital Platform นำส่งองค์ความรู้ที่หลากหลายไปยังพนักงาน เพราะเชื่อมั่นว่า การรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียุคดิจิทัล เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรและแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง และเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยมิได้ คือการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมไทยร่วมมือภาคเอกชนในการยกความสามารถของคนไทยให้เติบโตไปอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดผสานกำลังเพื่อสังคมที่เข้มแข็ง ของการเติบโตร่วมกัน อันเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ขององค์กรในยุคปัจจุบัน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความพร้อมของ AIS ในการทำ Digital Transformation ให้กับพนักงานภายในองค์กร ทำให้เกิดองค์ความรู้ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จึงมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในฐานะสมาชิกในสังคมไทย โดยมองถึงการเป็นศูนย์กลางด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในยุคดิจิทัลเพื่อคนไทย ด้วยเหตุผลว่า เทคโนโลยีดิจิทัล จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่คนไทยสามารถใช้งาน เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับศักยภาพมวลรวมของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ทัดเทียมกับนานาประเทศบนเวทีโลกในทุกมิติ ทั้งหมดนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดงานสัมมนา ACADEMY for THAIs งานสัมมนาเชิงวิชาการระดับนานาชาติที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทยด้วยหลากหลายความรู้ทางเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและสร้างความพร้อมให้เท่าทันนานาประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยหนุนเสริมให้คนไทยขยับตัวได้เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น ได้มองเห็นศักยภาพของตัวเองให้สามารถเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน” งานสัมมนา ACADEMY for THAIs เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือจากหลายองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารกสิกรไทย, บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ Minor International ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่มีแนวคิดและมุ่งสร้างความพร้อม ความเข้มแข็งด้าน Digital Transformation ให้กับบุคลากรภายในองค์กรและยึดมั่นร่วมมือกันในหมู่พันธมิตรในการสร้างสังคมให้ยั่งยืน โดยภายในงานจะมีการเสวนา ถ่ายทอดประสบการณ์ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อปรับมุมมองและเพิ่มความสามารถในการปรับตัวสู่โลกแห่งเทคโนโลยี ไฮไลท์สำคัญที่จะเกิดขึ้นภายในงานนี้ เราได้รับความร่วมมือจาก South East Asia Center หรือ SEAC ในฐานะศูนย์พัฒนาผู้นำและผู้บริหารระดับสูงระดับนานาชาติ ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในการคัดสรรวิทยากรผู้มีประสบการณ์ตรงด้าน Digital Disruption เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ได้แก่ Mr.Hau L. Lee / Mr.Rudy De Waele / Dr.Johan Ugander มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังอยู่ในความสนใจและจะเกิดขึ้นในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมตัวเองและการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินธุรกิจในภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมจึงได้รับเกียรติจากวิทยากรอีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้อยู่ในแวดวงธุรกิจที่ได้เรียนรู้และปรับตัวเท่าทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อาทิ ดร.สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ ผู้อำนวยการโครงการภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด, คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com ร่วมพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีครั้งนี้ไปด้วยกัน งานสัมมนา ACADEMY for THAIs เปิดโอกาสให้ผู้สนใจจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป สามารถรับฟังและร่วมเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและในระดับภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ งานสัมมนาในครั้งนี้ จะมีประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนได้เตรียมความพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ ปรับกระบวนทัศน์เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้ทันโลกดิจิทัลไปด้วยกันได้ในวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อิมแพค ฟอรั่ม อิมแพค เมืองทองธานี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.aisacademyforthais.com
  14. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 17 กันยายน 2561 - 23 กันยายน 2561 การคาดหมาย การคาดหมายลักษณะ ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลงสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 17-23 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 20 ก.ย. 61 ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ในขณะที่ พายุโซนร้อน “มังคุด” ปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีแนวโน้มอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชั่น และหย่อมความกดอากาศ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยอ่อนกำลังลงเป็นกำลังปานกลาง ส่งผลทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตะวันตกของภาคและทางตอนล่างของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 21-23 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  15. ประจำวันที่ 18 กันยายน 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2561 อนึ่ง พายุดีเปรสชัน “มังคุด”(MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองคุนหมิง ประเทศจีน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณมณฑลยูนนาน ประเทศจีนในวันนี้ (18 ก.ย. 61) ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปเมืองหนานหนิง และ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่พายุ “มังคุด” ปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ใกล้ทางตอนบนของเวียดนาม ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และยโสธร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมาก บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  16. Yesterday
  17. กรมสุขภาพจิตห่วงภัย!!“โพสต์ภาพเซลฟี่ที่สวยด้วยแอพ” บนโลกโซเซียล เสี่ยงเป็นคนขาดความมั่นใจบนโลกความจริง กรมสุขภาพจิตห่วงภัยเงียบ ผู้ที่ชอบโพสต์ภาพเซลฟี่ที่ใช้แอพเติมแต่งความสวย สดใส ก่อนโพสต์ เพื่อหวังเรียกความเชื่อมั่นจากยอดไลค์ ชี้เสี่ยงเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะวัยรุ่น ยิ่งน่าห่วง จะทำให้การพัฒนาตัวเองยาก ขาดภาวะการเป็นผู้นำ ส่งผลกระทบประเทศชาติอาจ ขาดนักคิดนวตกรรมสิ่งสร้างสรรค์ แนะการป้องกันลูกหลานเสพติดเซลฟี่ ต้องสอนให้เด็กรู้จักคบเพื่อน ให้ยอมรับความแตกต่างของคนที่ไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า มีความเป็นห่วงพฤติกรรมการเซลฟี่(selfie)ของประชาชนในสังคมออนไลน์ กำลังกลายเป็นพฤติกรรมเคยชิน ซึ่งเป็นการสื่อสารแสดงออกถึงตัวตนบุคคลโดยถ่ายรูปตนเองในอิริยาบทต่างๆแล้วแชร์ภาพ เผยแพร่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ การเซลฟี่นั้นมีความสำคัญกับความคิดในเรื่องของตัวตนอย่างมาก มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า หากเซลฟี่ในลักษณะเหมาะสมคือไม่ได้หวังผลอะไร จะไม่มีผลเสียอะไร เก็บไว้เป็นความประทับใจได้ แต่หากเซลฟี่มีความถี่มาก เพื่อให้เพื่อนๆมากดไลค์หรือเขียนข้อความแสดงความเห็นต่างๆ จนเกิดการหมกมุ่น อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจในตัวเอง หากโพสต์รูปตัวเองไปแล้วและได้รับการตอบรับน้อย คนกดไลค์น้อย ไม่เป็นไปตามคาดหวังและโพลต์ใหม่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ จะส่งผลให้บุคคลนั้นขาดความมั่นใจ และอาจไม่ชอบ ไม่พอใจรูปลักษณ์ตัวเอง เกิดความกังวล ชีวิตไม่มีความสุข เมื่อสะสมไปเรื่อยๆก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ได้ง่าย เช่นหวาดระแวง เครียด ซึมเศร้า เป็นภัยเงียบที่น่าเป็นห่วง โดยหากเป็นเยาวชน วัยรุ่น จะมีผลกระทบต่ออนาคตได้ เด็กที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง จะมีผลให้พัฒนาตัวเองยาก ขาดภาวะการเป็นผู้นำ ซึ่งมีความสำคัญมากในการใช้ชีวิตทั้งการทำงาน ครอบครัว โอกาสที่จะคิดพัฒนานวตกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ จึงเป็นไปได้ยากขึ้น มีผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง ทางด้านแพทย์หญิงกุสุมาวดี คำเกลี้ยง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า โดยทั่วไปตัวตนของคนเรา มี 4 ประเภท คือ 1.ตัวตนจริงๆเช่นรูปร่าง หน้าตา สวย หล่อ มีทักษะความสามารถ 2. ตัวตนที่เรารับรู้ตัวเอง ซึ่งอาจตรงหรือไม่ตรงกับตัวตนที่แท้จริงก็ได้ เช่นคนที่เห็นแก่ตัวอาจไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนเห็นแก่ตัวก็ได้ 3.ตัวตนในอุดมคติ เป็นตัวตนในความฝันที่อยากจะเป็นหรือมีบุคคลต้นแบบที่อยากจะใช้ชีวิตตาม และ4. ตัวตนที่เรารับรู้จากการมองของคนรอบข้าง ( Looking -glass self) และเราก็มักจะปฏิบัติตนให้สอดคล้องและมีการปรุงแต่งไปตามค่านิยมหรือความต้องการสังคม ตัวตนประเภทนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมของเราทั้งในโลกความจริงและในโลกสังคมออนไลน์ แพทย์หญิงกุสุมาวดีกล่าวต่อว่า การถ่ายภาพเซลฟี่ เปรียบเสมือนการได้ส่องกระจก พฤติกรรมถ่ายเซลฟี่ที่น่าเป็นห่วงมี 2 ประการ ประการแรกคือถ่ายเซลฟี่ร่วมกับการใช้แอพลิเคชั่นแต่งเติมหน้าตัวเองให้ดูดี มีสีสันสดใสขึ้นตามความต้องการ เช่นตาดำโต หน้าเรียว แก้มชมพู ปากแดง ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมมากทั้งไทยและต่างประเทศ จัดว่าเป็นภาพตัวตนในอุดมคติ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง จะเป็นการหลอกทั้งตัวเองและหลอกคนอื่น หากใช้บ่อย จะมีผลทำให้ขาดความมั่นใจในการเผชิญหน้าจริงกับผู้คนที่เป็นเพื่อนในโลกโซเชียล หรือเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง อาจจะเกิดการยอมรับความจริงไม่ได้ ประการที่ 2 คือการใช้แอพถ่ายเซลฟี่บ่อยถี่จนเกินไป อาจเป็นสัญญานของผู้ที่หมกมุ่นไม่พึงพอใจรูปร่างหน้าตาของตนเองมากผิดปกติ เรียกว่ากลุ่มอาการบีดีดี (Body Dysmorphic Disorder :BDD) คนกลุ่มนี้จะนิยมการใช้แอพถ่ายภาพเซลฟี่เพราะภาพสามารถตอบโจทย์ ใช้ตรวจสอบรูปร่างหน้าตาของตัวเองได้บ่อยตามต้องการ อาจมีพฤติกรรมหมกมุ่น ไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาตัวเองและใช้แอพเซลฟี่ตลอดเวลา จนอาจเสียการเสียงาน บางกรณีถึงขั้นหลุดจากโลกความเป็นจริงถึงขั้นไม่สามารถใช้ชีวิตแบบคนปกติได้ “สังคมออนไลน์มีส่วนทำให้คนมีโอกาสได้เห็นหน้าตาตัวเองบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้เกิดความระแวงในหน้าตาของตัวเองว่าจะสวยหรือหล่อหรือไม่ ขณะเดียวกันการเซลฟี่ที่ถี่มากเกินไป อาจสะท้อนถึงความกังวลและความไม่มั่นใจในตัวเอง และอาจเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องทำให้ตัวเองสวยสร้างความมั่นใจตัวเอง หลายคนอาจตัดสินใจทำศัลยกรรมใบหน้า ให้หน้าตาสวยเข้ารูป หรือทำให้สวยเหมือนในภาพเซลฟี่ที่ใช้โปรแกรมตกแต่งเพิ่ม ทำให้ตัวเองพอใจ คนอื่นยอมรับ” แพทย์หญิงกุสุมาวดีกล่าว แพทย์หญิงกุสุมาวดีกล่าวต่อไปว่า วิธีการป้องกันลูกหลานเสพติดเซลฟี่ และการสร้างความมั่นใจในตัวเองบนโลกแห่งความเป็นจริง มีคำแนะนำผู้ปกครอง 5 ประการดังนี้ 1. สอนเด็กให้มองและยอมรับในความแตกต่างของคนที่ไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ข้อนี้สำคัญมาก เพื่อเด็กจะได้เข้าใจ ไม่นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น 2. ควรเลี้ยงดูบุตรหลาน โดยให้ความรัก ความอบอุ่น เด็กจะให้ความสำคัญกับคนรอบข้างที่เป็นสิ่งแวดล้อมจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงให้คำแนะนำการใช้โลกออนไลน์และเซลฟี่ให้เหมาะสม ถูกเวลา 3. ฝึกเด็กให้รู้จักระเบียบวินัย รู้จักควบคุมตัวเองในการใช้เวลาในโลกออนไลน์ ประการสำคัญผู้ปกครองต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมพฤติกรรมการถ่ายเซลฟี่ของตนเอง 4.สอนให้เด็กรู้จักคบเพื่อนในโลกแห่งความเป็นจริง ฝึกทักษะทางสังคมเช่นการยิ้ม การชื่นชมคนอื่น สอนการแบ่งปัน และ 5.ฝึกให้เด็กมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองในโลกแห่งความเป็นจริง โดยชวนทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง ทำงานศิลปะ ทำอาหาร ทำงานบ้าน หรือจิตอาสาอื่นๆ เพื่อให้เด็กมองเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ******************************* 16 กันยายน 2561
  18. ใกล้หนาวแล้วชวนแช่ออนเซ็นน้ำพุร้อนดอยสะเก็ดท่ามกลางธรรมชาติ บริหารจัดการดูแลโดยชุมชนราคาถูก ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ห่างเพียง 30 กิโลเมตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่น้ำพุร้อนดอยสะเก็ด พึ่งเปิดบริการได้สามเดือน อาคารสถานที่พึ่งก่อสร้างใหม่ สวยงามสะอาดสะอ้าน จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเจ้าของต้นตำหรับการแช่ออนเซ็นแท้ๆมาใช้บริการ แช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เพราะมีราคาค่าบริการไม่แพง สำหรับราคาค่าบริการ ห้องรวมแยกชายหญิงจุคนได้ 15 - 20 คน ผู้ใหญ่ครึ่งชั่วโมง 50 บาท เด็กเล็กสูงไม่เกิน 1 เมตรฟรี มากกว่านั้น 30 บาท ห้องส่วนตัววีไอพี 2 ห้อง จุได้ 3 - 4 คน ครึ่งชั่วโมง 100 บาท เด็กเล็กสูงไม่เกิน 1 เมตรฟรี มากกว่านั้น 30 บาท ห้องส่วนตัวแยกจำนวน 5 ห้องจุได้ 2 คน ครึ่งชั่วโมง 70 บาท เด็กเล็กสูงไม่เกิน 1 เมตรฟรี มากกว่านั้น 30 บาท ส่วนที่อาบน้ำกลางแจ้งวารีบำบัดด้วยสระจากุชชี่ ค่าบริการ 150 บาท สระเด็ก 50 บาทไม่จำกัดเวลา พิกัดของน้ำพุร้อน ให้ไปทางเส้นทางหลวงหมายเลข 118 หลังจากผ่านห้วยฮ่องไคร้ไปได้ไม่นานให้สังเกตทางเข้าที่จะอยู่ทางขวามือเลี้ยวเข้าไปจำนวน 2 กิโลเมตรก็จะเจอเลย รวมระยะทางจากตัวเมืองเพียง 30 กิโลเมตร เปิดบริการ 06.00 - 19.00 น.นอกจากนี้ยังมีจุดให้ลวกต้มไข่จากน้ำแร่ธรรมชาติฟรีอีกด้วย ส่วนอาหารการกินมีบริการร้านค้าชุมชนราคาไม่แพง สอบถามเพิ่มเติมโทร 087-1850419 เบอร์ผู้ใหญ่บ้านอาษา น้ำพุร้อนดอยสะเก็ด นายอาษา ศรีคำมา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านโป่งสามัคคี ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ผู้ดูแล เปิดเผยว่า สำหรับน้ำพุร้อนดอยสะเก็ดนั้นจัดการโดยชุมชนเราเอง มีชาวบ้านในพื้นที่มาช่วยกันดูแล ทั้งร้านอาหารร้านค้าชุมชน จนรวมไปถึงการดูแลห้องแช่น้ำออนเซ็นต่างๆ และยังมีห้องนวดแผนโบราณไว้บริการหลังจากแช่น้ำแล้วเพื่อคลายเส้นด้วย โดยเราเก็บราคาค่าบริการไม่แพง สำหรับกรุ๊ปทัวร์ที่จะมาเป็นหมู่คณะให้ติดต่อจองลวงหน้าซักนิดเพื่อดำเนินการเตรียมการดูแลได้สะดวก ส่วนที่พักเรามีโฮมสเตย์ของชาวบ้านในพื้นที่ช่วยรองรับแล้ว ภาพและข่าวโดย ทีมข่าว www.CM108.com
  19. นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม เป็นประธาน เปิดตัวหมู่บ้าน โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดเชียงใหม่ ณ บ้านดอยสันเกี๋ยง หมู่ที่ 17 ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านดอยสันเกี๋ยง มีวิถีอัตลักษณ์หัตถกรรมล้านนา เชิงสร้างสรรค์ การสร้างคุณค่าจากทรัพยากรทางธรรมชาติสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยว เช่น น้ำบ่อเย็น สถานที่ท่องเที่ยวของคนในหมู่บ้าน ที่หน้าร้อนน้ำเย็น หน้าหนาวน้ำจะอุ่น น้ำตกห้วยสายเหลืองที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และราชินีเคยเสด็จประทับ ในชุมชนมีบ้านพักโฮมสเตย์ ที่สะอาด สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน มีผลิตภัณฑ์ OTOP หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีอัตลักษณ์ ที่โดดเด่น สามารถยกระดับให้เป็นของฝาก ของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็น ผ้าทอตีนจก รปริตรตภัณฑ์ตัดเย็บผ้าฝ้ายต่างๆ แหนม แคบหมู น้ำพริกต่างๆ รวมมีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่นถั่วเน่า ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์จากกล้วย เช่นกล้วยฉาบ การผลิตสินค้าชุมชนรวมทั้งการพัฒนาอาหารท้องถิ่น เช่น ตำส้มโอใส่น้ำปู๋ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมและใช้จ่ายภายในหมู่บ้าน โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้วิถีชีวิตอัตลักษณ์ล้านนา ได้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาอัตลักษณ์ล้านนา การส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมหลักในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศ กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้ส่งเสริมให้มีการดำเนินงานพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนา มุ่งเน้นการสร้างวิถีอัตลักษณ์หัตถกรรมล้านนา โดยยึดกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการสร้างกิจกรรมเสริมสร้างด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ในการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาคส่วนราชการ เอกชน และเครือข่ายผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ ซึ่งคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้ และจะช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีบ้านดอยสันเกี๋ยง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ภายในงานและภายในชุมชน
  20. อ้ายดม "อุดม สุขเสน่ห์" ฝรั่งเมืองแพร่ ที่โด่งดังมาจากการทำคลิปฝรั่งพูดคำเมือง โดยในวันนี้ (17 ก.ย. 2561) หลังจากที่ได้เข้าทำการดำเนินขั้นตอนขอสละสัญชาติอเมริกันแล้วนั้น(คลิกอ่านข่าว "อุดม สุขเสน่ห์" ฝรั่งเมืองแพร่ ขอสละสัญชาติอเมริกัน) ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์คลิปผ่านทางเฟซบุ๊ก “อุดม สุขเสน่ห์” โดยมีข้อความว่า “สัญชาติมันแลกกันบ่ได้!!! 55555 อ้ายเป๋นใบต๋องตึง!!!!” อยากรู้ว่าจะตลกแค่ไหน คลิกดูกันได้เลย
  21. วู๊ดฟิลด์ รีสอร์ท ชวนจัดเลี้ยงเกษียณ พร้อมอภินันทนาการ มากมายในราคากันเอง วู๊ดฟิลด์ รีสอร์ท เชียงใหม่ ขอเชิญชวนเข้าเยี่ยมชม วู๊ดฟิลด์ รีสอร์ท บนถนนเชียงใหม่ – สารภี ถนนที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพราะตลอดสองข้างทางจะมีต้นยางอายุหลายร้อยปี ตระหง่าน สวยงาม รีสอร์ท จากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพียง 10 นาที และจากรีสอร์ท เข้าเมืองไปยังประตูท่าแพ หรือถนนคนเดิน เพียง 15 นาที จากสี่แยกหนองหอยเชียงใหม่ มาประมาณ 500 เมตร อยู่ซ้ายมือ เรามีห้องประชุมสัมมนาและจัดเลี้ยง ที่จุได้ 60 ท่าน พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานและบริการอินเตอร์เนทไร้สายฟรี ขอเสนอแพ็คเกจงานเลี้ยงเกษียณอายุแสดงมุฑิตาจิต เริ่มต้นที่ ท่านละ 350 บาท มีอาหารให้เลือกหลากหลาย และจัดได้ทั้งในห้องส่วนตัวพร้อมคาราโอเกะ หรือชิวๆ ริมสระว่ายน้ำ และแพ็คเกจสำหรับประชุมสัมมนา เต็มวัน 2 เบรก 1 อาหารกลางวันเริ่มต้นที่ ท่านละ 400 บาท พิเศษช่วงปีใหม่ หากยอดรวมค่าใช้จ่ายของกรุ๊ป มากกว่า 50,000 บาท รับฟรี สปาแพ็คเก็จ 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ประสานงาน และหากยอดมากกว่า 1 แสนบาท รับฟรี ห้องพักจำนวน 2 คืน สำหรับโรงแรมในเครือเลเชอร์กรุ๊ป ไม่ว่าจะเป็นที่ เดอะแกรนด์สาทร กรุงเทพฯ, ไฮตั้น ลีลาวดี ภูเก็ต หรือโรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่ เลือกได้ตามชอบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร 053 140082-88 www.woodfieldresort.com
  22. "อุดม สุขเสน่ห์" ฝรั่งเมืองแพร่ ที่หลายๆคนรู้จักจากคลิปพูดคำเมืองต่างๆ ได้เดินทางมายังสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินขั้นตอนขอสละสัญชาติอเมริกัน เพื่อเตรียมยื่นขอสัญชาติไทย เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 17 กันยายน 2561 ณ สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ "อุดม สุขเสน่ห์" ฝรั่งเมืองแพร่ ที่หลายๆคนรู้จักจากการทำคลิปฝรั่งพูดคำเมือง สร้างความสนุกสนานในโลกออนไลน์นั้น ได้เดินทางจากจังหวัดแพร่มายังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินขั้นตอนการขอสละสัญชาติอเมริกัน เพื่อที่จะดำเนินการยื่นขอสัญชาติไทยต่อ โดย "อุดม สุขเสน่ห์" ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว CM108 ว่า "วันนี้ได้เดินทางมายังสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการแจ้งเจตนา ความประสงค์ในการสละสัญชาติอเมริกัน ซึ่งยังไม่ได้สละสัญชาติ แต่เป็นแค่ขั้นตอนแรกของการสละสัญชาติตามเงื่อนไขและกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะได้นำหลักฐานการสละสัญชาตินี้ไปร้องขอเพื่อเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย โดยการขอสละสัญชาตินั้นจะมีด้วยกัน 2 ขั้นตอน ที่มาในวันนี้คือเป็นขั้นตอนแรกในการแจ้งเจตนาเพื่อขอสละสัญชาติ โดยการจะสละสัญชาติอเมริกันนี้เป็นสิทธิของคนอเมริกันอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้เป็นไปตามเงือนไขของทางกงสุลฯ ที่จะพิจารณาต่อไป โดยที่มีการเตรียมการสอบถามพูดคุยกับทางกงสุลมาเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ก่อนที่จะเดินทางมาในวันนี้" โดยเจ้าตัวทิ้งท้ายอีกว่าวันนี้ตื่นเต้นมากๆ ภาพและข่าวโดย ทีมข่าว www.CM108.com สำหรับ "อุดม สุขเสน่ห์" นั้นโด่งดังมาจากการที่เจ้าตัวเป็นฝรั่งเมืองแพร่ที่พูดคำเมืองได้ชัดเจนมาก และยังสร้างสรรค์คลิปโดยนำคำเมืองมาใช้ สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ได้ที่ชมอีกทั้งยังเป็นการสอนคำเมืองไปในตัวอีกด้วย
  23. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ณ ศาลาสหัท-หงษ์ มหาคุณ อนุสรณ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ "โอ วรุฒ" ครบ 49 ปี โดยในช่วงเช้าคุณพ่อและคุณแม่ของ โอ วรุฒ พร้อมด้วย นี่โน่ รวมถึงญาติพี่น้อง นักแสดง ผู้จัดชื่อดัง ได้ร่วมกับทำบุญถวายเพลพระสงฆ์จำนวน 9 รูป สำหรับบรรยากาศในวันนี้ มีแฟนคลับเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะในวันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการสวดพระอภิธรรมศพ โดย นีโน่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าในวันพรุ่งนี้(18 กันยายน 2561) ในช่วงเช้าจะมีการถวายเพลพระสงฆ์เช่นเดียวกัน ก่อนจะเคลื่อนศพของ โอ วรุฒ ไปยังวัดลัฎฐิวัน หรือ วัดพระนอนขอนตาล อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยจะมีการบรรจุร่างของ โอ วรุฒ ไว้ในโลงเย็นไม้สักทอง จำนวน 100 วัน ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจ ที่วัดแห่งนี้เช่นเดียวกัน
  24. อรสิรินเปิดตัว “Arise Condo at Mahidol” ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ยอดขายทะลุเป้า! “บริษัทอรสิริน” บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ มีวิสัยทัศน์ในความความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ การสร้างที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิด “ความสมบูรณ์แบบแห่งการอยู่อาศัย” จนได้รับการขนานนามในวงการอสังหาริมทรัพย์ว่า “อรสิริน” เป็นบริษัทที่ไม่เคยหยุดพัฒนาการสร้างสรรค์ที่พักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์ โดยยึดมั่นหลักการที่สำคัญสุด คือให้ผู้ที่อยู่อาศัยมีความสุขและก้าวไปในอนาคตด้วยกัน” ถ้าใครที่เดินทางไปเชียงใหม่ คุณต้องรู้จักและได้เห็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ “อรสิริน” เป็นแน่ เพราะจากที่อรสิรินฝากผลงานในการสร้างอสังหาริมทรัพย์ทั้ง บ้านเดี่ยว, คอนโดมิเนียม, อาคารพาณิชย์ และทาวน์โฮม รวมแล้วมากกว่า 20 โครงการ ทำให้บริษัทอรสิรินประสบความสำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 13 ปี จากความไว้วางใจของลูกค้าทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจและความมั่นใจไปถึงลูกค้าต่างประเทศอีกด้วย และจากการที่ได้รับความไว้ใจในการสร้างที่อยู่อาศัยได้ตอบโจทย์มากที่สุด ทำให้ “อรสิริน” จัดเปิดตัว “Arise Condo at Mahidol” กับแนวคิดโครงการ The Reachable Happiness “ความสุขที่สัมผัสได้” คอนโดที่พร้อมเติมเต็มความสุข พื้นที่ส่วนกลางที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในทุก ๆ ตารางเมตร ทุกย่างก้าวที่จะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยสามารถสัมผัสกับธรรมชาติ และสามารถสูดอากาศที่สดชื่นได้อย่างเต็มปอด อีกทั้งด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมยังใช้อิฐแดงเพื่อแสดงเอกลักษณ์ความเป็นล้านนาตามแบบเวียงกุมกาม รวมถึงจุดเด่นที่เป็นไฮไลท์ของ “Arise Condo at Mahidol” คือสระน้ำที่จะเป็นทางทอดยาวไปตามตัวอาคารและมีความคดเคี้ยวเลียนแบบตามสายน้ำธรรมชาติ สองข้างทางของสระมีต้นไม้ เก้าอี้ โต๊ะ ให้ผู้ที่อยู่อาศัยพักผ่อนตลอดทางเปรียบเสมือนการอ่านหนังสือที่รอบล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวและสายน้ำ และที่สำคัญราคาของคอนโดที่ทุกคนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,790,000 ล้านบาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นบาท) การออกแบบทุกอย่างภายใต้คอนเซ็ปท์ “ความสุขที่สัมผัสได้” ของ “Arise Condo at Mahidol” นั้นจะเป็นการเชื่อมต่อความสุขกับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย โดยยึดการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเพื่อคุณ และครอบครัว ทุกการคัดสรรทำเลที่ตั้งโครงการ จะยึดความสะดวกสบายเป็นหลัก อยู่ติดถนนสายหลัก ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และ ยังเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเมืองเชียงใหม่อีกด้วย ที่สำคัญทุกวัสดุที่เลือกใช้ คัดสรรจากวัสดุที่ดีมีคุณภาพ ผ่านมาตรฐานการออกแบบด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย โดยนำเอากลิ่นอายล้านนาและความโมเดิร์นมาผสมผสานกัน พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ให้ลงตัวและมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นจากทุกมุมภายในห้องพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, พื้นที่ส่วนกลาง, สวนสาธารณะ และระบบรักษาความปลอดภัยที่จะทำให้คุณอุ่นใจทุกขณะที่ใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง จากแนวคิดและคอนเซ็ปท์ที่ตรงใจผู้บริโภคนั้น ทำให้ “Arise Condo at Mahidol” ประสบความสำเร็จมียอดขายทะลุเป้าเกินกว่าที่ตั้งไว้ และได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด เพราะตอบโจทย์กับคอนเซ็ปท์ The Reachable Happiness “ความสุขที่สัมผัสได้” กับราคาที่สัมผัสได้เช่นกัน ทั้งนี้ยังมีลูกค้าที่สนใจซื้อคอนโดมิเนียมและทำการสอบถามเข้ามาทุกช่องทางอย่างต่อเนื่องมีจนทำให้ “Arise Condo at Mahidol” เป็นที่พูดถึงทั่วเชียงใหม่ และสร้างความประทับใจแก่คนที่ได้มาสัมผัสและเห็นโครงการถึงที่ ส่วนใครที่กำลังเล็งและมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกอย่างได้ลงตัว คงไม่แปลกที่คุณจะเลือกที่อยู่อาศัยในเครือ “อรสิริน” เพราะทุกรายละเอียดที่คุณมองหา และต้องการ ทางอรสิรินได้เนรมิตรความพิเศษเหล่านั้นอยู่ภายใต้ Arise Condo at Mahidol ไว้อย่างลงตัวจนหาที่เปรียบไม่ได้!
  25. บริษัท ยูโร ดีไซน์ แอนด์ บิลด์ จำกัด รับสมัครงานตำแหน่ง Site Manager 1 อัตรา ลักษณะงาน : ควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ สวัสดิการ : ประกันสังคม ค่าเดินทาง คุณสมบัติผู้สมัคร 1. เพศชาย อายุ 35 ถึง 45 ปี 2. วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี ก่อสร้าง หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 3. ประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป 4. มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานก่อสร้างและสามารถใช้โปรแกรมเกี่ยวกับงานก่อสร้างได้ 5. ขยัน ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ และมีความรับผิดชอบสูง 6. สามารถพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้ดี และมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติจะพิจารณาเป็นพิเศษ 7. พร้อมเริ่มงานทันที สถานที่ปฏิบัติงาน : บ้านอ้อย ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่งใบสมัคร Resume มาทาง E-mail : euro.design@hotmail.com ติดต่อสอบถาม โทร.053-124587,086-4313440
  26. เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 ก.ย. 2561 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.ที่ 2 (ร.7 พัน.2) จัดกำลังพล ร่วมกับ สภ.ลี้ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพืนที่ฯ ว่ามีการมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้าน ณ บ้านเลขที่ 111 ม.5 ต.ลี้ อ.ลี้ จว.ล.พ. ซึ่งเป็นบ้านของ นายยิ่งยศ ใจสุยะ จึงได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจค้นฯ ผลการปฎิบัติฯ ตรวจพบ นายเจตษฎาภร ศรีจันทร์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.11 ต.ลี้ อ.ลี้ จว.ล.พ. นั่งเสพยาอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้เข้าควบคุมตัวและตรวจค้นฯ จากการตรวจค้นพบของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 36 เม็ด วางไว้ข้างตัวของนายเจตษฎาฯ และได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายฯ ปรากฎให้ผลเป็นบวก พบสารเสพติด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่าเสพยาเสพติดให้โทษและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง และได้ทำการตรวจปัสสาวะเจ้าของบ้านพร้อมกลุ่มที่มามั่วสุม ปรากฎให้ผลเป็นบวก จำนวน 2 ราย คือ นายยิ่งยศ ใจสุยะ เจ้าของบ้านฯ และ นายจาตรนต์ ใจสุยะบุตรชาย ซึ่งทั้ง 2 คน ได้ยอมรับสารภาพว่าได้เสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้จริง และจากการสอบถามนายเจตษฎาฯ ได้ยอมรับสารภาพว่าได้เอายามาจาก น.ส.นิตยา การะวัง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.1 ต.ดงดำ อ.ลี้ จว.ล.พ. โดยได้ทำการหลบหนีระหว่างทำการตรวจค้นฯ ซึ่งจะได้ติดตามตัว เพื่อนำมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป และได้ควบคุมตัวทั้งหมด (3 คน) พร้อมของกลาง ส่งให้กับ พงส.สภ.ลี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  1. Load more activity
×