Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Yesterday
  2. หมาข้างบ้าน2ตัวเห่าไม่หยุดเห่าตั่งแต่6โมงโยนถึง6โมงเช้า เห่าแบบต่อเนื่องไม่มีพักปล่อยหมาไว้หน้าบ้าน บ้านเช่าเป็นแบบทาวน์โฮมรั้วติดกัน เวลาเจ้าของบ้านไม่อยู่จะเห่าช่วงเย็นๆถึงช้าว ถ้าอยู่จะเห่าเทียงคืนถึงเช้า ไม่รู้เหมือนกันว่าหลับกันได้ยังไง อีกทั้งกลิ่นฉี่อึเหม็นทั้วไปหมดบางทีตากผ้าไว้หน้าบ้านกลิ่นติดผ้าเลย เคยเขียนจดหมายแปะว่าหมาเห่าเสียงรบกวนในบ้านมีคน แก่ก็ทำเฉย เคยเตื่อนเรื่องปล่อยหมาฉี่หน้าบ้านเวลาแดดส่องกลิ่นโครดเหม็นทำไมไม่ล้างบ่อยๆก็เฉย ส่วนตัวผมเป็นคนรักหมาคับเลี้ยงชิสุ 2ตัว ไม่เห่าสอนให้อึฉี่ในห้องน้ำตั่งแต่เด็ก ใครมีวิธีแก้ปัญหา หรือคำแนะนำบ้างคับ ตอนนี้นอนไม่พอไปง่วงที่ทำงาน เสียสุขภาพมากๆ
  3. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ปวรณา เกตุปาน ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า "จรรยาบรรของ พยาบาล แบบนี้หรอ ? ความผิดที่ตัวบุคคลใช่หรือไม่ !?!!? พ่อก้อเคยป่วยหนักแบบนี้ แต่แม่เฝ้าตลอด ถ้าไม่เฝ้าตลอดไม่รุ้ว่าจะเจอเหตุการแบบนี้รึป่าว แต่ที่เจออาจจะมีพูดจาห้าวหารบ้าง แต่ไม่กระทำถึงขนาดนี้เค้าไม่คิดว่าจะมีคนเห็นสิ่งที่เค้ากระทำบ้างหรอ ? กุจะไม่ยอมเห็นคลิปนี้คนเดียว !!!!" ซึ่งคลิปนี้ได้ถูกแชร์ต่อไปยังโลกออนไลน์จำนวนมาก โดยจากคลิปจะเห็นว่าได้บันทึกการทำงานของพยาบาลรายหนึ่ง ซึ่งได้นำผ้า น่าจะเป็นผ้าห่มปาใส่หน้าคนไข้ซึ่งนอนติดเตียงอยู่(น่าจะเป็นคนไข้อาการหนักไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้) หลังจากนั้นได้กระชากตัวคนไข้อย่างรุนแรงและจิกหัวยกขึ้นเพื่อน้ำผ้านั้นสอดเข้าไปใต้หัว โดยการกระทำดังกล่าวมีความรุนแรงมากและสะเทือนใจของผู้ที่ได้ชมคลิปนี้และมีการคอมเมนต์ต่อว่าพยาบาลคนนี้ โดยเบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลว่าคลิปนี้ถ่ายมาจากโรงพยาบาลอะไรและเป็นพยาบาลคนไหน ซึ่งจะได้มีการสืบหาตัวและซักถามข้อเท็จจริงกันต่อไป
  4. กระทรวงมหาดไทย ออกหนังสือที่ มท 0809.6/ว3766 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2557 เรื่อง การดำเนินการกรณีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเล่นการพนันหรือเสพสุรา ด้วยปรากฏข่าวสารทางสื่อมวลชนเป็นระยะว่ามีผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เล่นการพนันหรือดื่มสุราในเวลาราชการหรือในสถานที่ราชการ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงของการจัดงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการอยู่พอดี เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรวม ตามเหตุข้างต้น กระทรวงมหาดไทย จึงแจ้งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2496 (สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี) ที่ได้กำหนดแนวทางลงโทษข้าราชการเล่นการพนันและเสพสุรา ประกอบกับ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 และมาตรา 42 เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ กระทรวงมหาดไทย จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกำกับดูแลไม่ให้ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เล่นการพนันหรือดื่มสุราในเวลาราชการหรือในสถานที่ราชการโดยเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืน ให้ดำเนินการทางวินัยตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น คือ หากเล่นการพนัน เช่น การพนันประเภทที่กฎหมายห้ามขาด ถ้าข้าราชการผู้ใดเล่น ควรวางโทษถึงให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ การเสพสุรา ข้าราชการผู้ใดเสพสุรามึนเมาจนไม่สามารถครองสติได้ฯ ให้พิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี ข้าราชการผู้ใดเสพหรือเมาสุราในกรณีต่อไปนี้อาจถูกลงโทษสถานหนักถึงให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ เช่น 1. เสพสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ 2. เมาสุราเสียราชการ 3. เมาสุราในที่ชุมนุมชนจนเกิดเรื่องเสียหายหรือเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ ที่มา: thailocalmeet.com
  5. จังหวัดเชียงใหม่ เร่งขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในชุมชน “จังหวัดสะอาด” เพื่อดำเนินการลดปริมาณขยะตามแนวทางของรัฐบาล โดยเริ่มรณรงค์งดใช้โฟม-พลาสติกในเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ นายสมชาย เกตะมะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ตามแนวทางประชารัฐ ประจำปี พ.ศ. 2561 เพื่อขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นตามแบบแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ โดยพบว่าต้นเหตุของปัญหาขยะมูลฝอยในชุมชน เกิดจากการไม่ได้คัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การบริหารจัดการของหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบยังขาดประสิทธิภาพ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างในสังกัด ลดปริมาณขยะ ตามหลักการ “3 ช ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่” หรือ 3Rs ได้แก่ คิดก่อนใช้ (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) รวมทั้งได้ขอความร่วมมือข้าราชการในสังกัด พนักงานส่วนท้องถิ่น สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ดำเนินการจัดทำ “ถังขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกครัวเรือน” ในครัวเรือนของตน ซึ่งเป็นการสนับสนุนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหาขยะ ตลอดจน จัดตั้งจุดรวมขยะอันตรายจากชุมชนครบทุกหมู่บ้าน/ชุมชนอย่างน้อยหมู่บ้าน/ชุมชนละ 1 จุด และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขบ่อขยะ หรือ บำบัดฟื้นฟูบ่อขยะที่ไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในพื้นที่ที่มีระบบการกำจัดไม่ถูกต้อง ด้าน นายอัศนี บูรณุปกรณ์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ได้นำยุทธศาสตร์การลดปริมาณขยะของรัฐบาล และนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่มาขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม ด้วยการจัดทำโครงการ “เชียงใหม่ต้องการคุณ” เพื่อลดปริมาณขยะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยเริ่มจากนโยบายสำหรับหน่วยงานภายในสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ทุกหน่วยงาน ประกอบด้วย การรณรงค์ให้ใช้กระดาษสองหน้าสำหรับหนังสือราชการภายในองค์กร , การเปลี่ยนจากการใช้ขวดน้ำพลาสติกมาเป็นขวดแก้ว และ การเปลี่ยนขวดน้ำสำหรับการปฏิบัติงานภายนอกสำนักงานจากเดิมที่เป็นขวด 500 ซีซี มาเป็นขวด 350 ซีซี นอกจากนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ ยังได้ขยายผลโครงการไปสู่การรณรงค์ให้ร้านค้า ร้านอาหาร สถานประกอบการ ให้เลิกการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร และ ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยให้เปลี่ยนไปใช้ภาชนะอื่นทดแทน เช่น ถุงผ้า ปิ่นโต กล่องใส่อาหาร หรือ ถุงพลาสติกชนิดย่อยสลายได้ ซึ่งนำร่องดำเนินการในตลาดสด และพื้นที่ผ่อนผันให้ขายสินค้าในเขตเทศบาลฯ เป็นอันดับแรก ก่อนจะขยายผลไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ อาทิ โรงแรม สถานศึกษา ห้างค้าปลีก รวมทั้งร้านสะดวกซื้อต่อไป ซึ่งผลตอบรับของโครงการเป็นไปด้วยดี ผู้ประกอบการร้านค้าในเขตเทศบาลฯ จำนวนมากเลิกใช้โฟมบรรจุอาหาร เป็นการเปลี่ยนประเภทจากขยะย่อยสลายยาก ให้เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายกับร่างกาย อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการลดราคาสินค้าให้กับผู้ซื้อที่ปฏิเสธการรับถุงพลาสติกใบละ 1 บาท เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ซื้อเกิดจิตสำนึกในการลดปริมาณขยะ โดยนโยบายดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือตามความสมัครใจ และผู้ค้าที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสติกเกอร์สำหรับติดที่ร้านค้าเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการงดใช้โฟมและลดใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนต่อไป ////////////////////////////// อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่ 25 กันยายน 2561
  6. ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วน E85 และดีเซล เพิ่มขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตรมีผลพรุ่งนี้ 26 ก.ย. 2561 เวลา 05.00 น. ราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน95 = 38.26 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล95 = 31.15 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล91 = 30.88 บาท/ลิตร, E20 = 28.14 บาท/ลิตร, E85 = 21.94 บาท/ลิตร, ดีเซล = 29.89 บาท/ลิตร, ดีเซลพรีเมี่ยม = 32.89 บาท/ลิตร
  7. บ้านแม่บวมใต้ อ.ดอยเต่า เปิดตัวเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดเชียงใหม่ บ้านแม่บวนใต้หมู่ที่ 10 ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความสุขเป็นที่ตั้ง เพื่อก้าวไปสู่ความ “มั่งมี ศรีสุข” อย่างแท้จริง ตามแนวคิดหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 ว่าที่ร้อยตรีบำรุงเกียรติ วินัยพานิช นายอำเภอดอยเต่า ประธานการเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอดอยเต่าได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในการมีส่วนร่วมเพื่อผลักดันให้ บ้านแม่บวนใต้ หมู่ที่ 10 ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ก้าวไปสู่การเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนได้มุ่งเน้นในการดำเนินงานส่งเสริมการผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP ให้ได้คุณภาพ และมาตรฐานสากล อีกทั้งยังคงอัตลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลักดันสินค้า OTOP ให้ออกไปขายนอกชุมชน มาเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ตามความต้องการของชุมชนโดยใช้ชุมชนเป็นตัวตั้งสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ชุมชนท่องเที่ยวระดับหมู่บ้าน ที่ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ พัฒนาการอำเภอดอยเต่า กล่าวเพิ่มเติมว่า บ้านแม่บวนใต้ หมู่ที่ 10 ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นทางด้านผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ที่มีความสวยงามเหมือนดอกไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่นิยมในการประดับตกแต่งสถานที่ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน งานประชุมสัมมนา หรืองานประเพณี/พิธีการที่สำคัญต่างๆ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แกะสลักจากรากไม้ ผ้าทอ และการส่งเสริมอาชีพตามแนวโครงการพระราชดำริ นอกจากนี้บ้านแม่บวนใต้ยังแวดล้อมไปด้วยป่าเขา แม่น้ำ ลำธาร มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
  8. ทิพย์เนตร เอนเตอร์ไพรส์ ตำนานที่ยังมีลมหายใจ เป็นร้านที่รวบรวมซีดีเพลงและแผ่นหนัง ในอดีตตั้งอยู่บริเวณโรงหนังทิพย์เนตร ในปัจจุบันเป็นตลาดทิพย์เนตร ซึ่งร้านทิพย์เนตร เอนเตอร์ไพรส์ เปิดมานานกว่า 30 ปี แต่ยังสามารถเปิดกิจการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้าทั้งขาประจำ และขาจร ที่แวะไปเที่ยวดู เลือกซื้อ เลือกชม นอกจากจะเป็นร้านขายแผ่นเพลงแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่เหล่าศิลปินและแฟนคลับได้มาพบปะ แจกลายเซ็นกัน เป็นแหล่งรวมตัวของคนรักเสียงในขณะนั้น เหมือนเป็นสวรรค์ของคนรักในเสียงเพลงเลยก็ว่าได้ ภายในร้านมีเพลงทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทย สตริงเก่า สตริงใหม่ เพื่อชีวิต ลูกทุ่ง พื้นบ้าน และเพลงสากลอีกหลายๆเพลงด้วยกัน และในปัจจุบันทางร้านทิพย์เนตร เอนเตอร์ไพรส์ ก็ยังมีแผ่นเพลงขายปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง แถมยังมีแผ่นเพลงของศิลปินในอดีตเยอะแยะมากมาย เช่น สุรพล สมบัติเจริญ ,ชาย เมืองสิงห์ และอีกหลายๆคนด้วยกัน ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เพลงนะ ยังมีหนังอีกลหายเรื่องให้คอหนังได้ไปชม ทั้งหนังแอคชั่นมันส์ เลือดสาด หนังอาชญากรรมชวนคิด หนังชีวิตเคล้าน้ำตา หนังตลกเฮฮาตกโต๊ะ แบบดีวีดี วีซีดี มีให้เลือกอย่างครบครั่น แต่ในปัจจุบันร้านทิพย์เนตร เอนเตอร์ไพรส์ ถือว่าเป็นแหล่งที่ใครหลายๆคนมีความทรงจำดีๆ อีกเยอะแยะมากมาย และอาจจะเป็นยุคที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแทนที่แผ่นเพลง แผ่นหนัง แต่ไม่สามารถเทียบความคลาสสิคของแผ่นเพลงในสมัยก่อนได้ ร้านตั้งอยู่ : บริเวณตลาดทิพย์เนตร เปิดให้บริการตั้งแต่ : 9:30 - 21:00 ของทุกวัน
  9. บริษัท สหพานิช เชียงใหม่ จำกัด รับสมัครงานหลายอัตรา
  10. บริษัท เอ็ม.บี.ดี. เซอร์จิคอล ซัพพลาย จำกัด รับสมัครงาน
  11. ตำแหน่งงานว่าง ประจำวันที่ 17 - 23 กันยายน 2561 จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน
  12. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปล่อยสติกเกอร์ ENGY ชุดใหม่ ในชื่อชุด “Together we build the happiness” ในรูปแบบเคลื่อนไหว (Animated) สุดน่ารักสดใส พร้อมเพิ่มสีสันให้กับแชทไลน์ของทุกคน สามารถดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 24 ตุลาคม 2561 เพียงสแกน QR Code หรือคลิก https://line.me/S/sticker/12420 และสามารถใช้งานได้ 90 วันตั้งแต่วันที่ดาวน์โหลด สติกเกอร์ ENGY มาสคอตหุ่นยนต์กึ่งมนุษย์สุดล้ำของ กฟผ. กลับมาอีกครั้ง โดยออกแบบให้สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของ ENGY และ กฟผ. ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสานต่อความนิยมของสติกเกอร์ ENGY ของ กฟผ. ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของหน่วยงานภาครัฐ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดสติกเกอร์ไม่เพียงแต่จะได้สติกเกอร์เอาไว้ส่งแสดงความรู้สึกและแทนความในใจกันเท่านั้น ท่านยังสามารถติดตามข่าวสาร เรื่องราวดีๆ และเกร็ดความรู้จาก กฟผ. รวมทั้งเล่นเกมส์ชิงรางวัลสุดน่ารักผ่าน ช่องทาง LINE Official Account ได้อีกด้วย โดยพิมพ์ @EGAT ในช่องค้นหาเพื่อน และกดเพิ่มเพื่อน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเป็นเพื่อนและสนุกแบบมีสาระไปกับ กฟผ. Cr. https://www.108news.net/news/23652
  13. ช่วงเช้าของวันนี้ (25 กันยายน 2561) รายงานสภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ มีประชาชนขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นเป็นจำนวนมาก โดยอุณหภูมิยอดดอยเช้าวันนี้ ต่ำสุด 9 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปานอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 16 องศาเซลเซียส โดยสภาพอากาศมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันด้วย
  14. เมื่อ 24 ก.ย.61, 1600 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.ที่ 2 (ร.7 พัน.2) จัดกำลังพล ร่วมกับ สภ.ลี้ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ฯ ว่านางบัวจันทร์ คำสิงห์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 316 ม.13 ต.แม่ตืน อ.ลี้ จว.ล.พ. มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยว และจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่น ขับรถเข้า - ออก ส่งเสียงดังรบกวน จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุมฯ ผลการปฏิบัติฯ ตรวจพบนางบัวจันทร์ฯ นั่งอยู่ในบ้านหลังกล่าว และตรวจค้นพบของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 336 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) แห้งอัดแท่ง จำนวน ๑ แท่ง ซุกซ่อนไว้กล่องพัสดุอยู่ในห้องนอน น้ำหนัก 28.869 กรัม พร้อมเงินสด จำนวน 3500.- บาท โดยนางบัวจันทร์ ฯ ได้ยอมรับว่าของกลางที่ตรวจพบนั้น (ยาบ้า, กัญชาแห้งอัดแท่ง และเงินสด) เป็นของตนเอง และได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จริง และได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายฯ ปรากฎให้ผลเป็นบวก พบสารเสพติด จึงตั้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อหาดังกล่าวให้ทราบ และนำตัวพร้อมของกลาง ส่งให้กับ พงส.สภ.ลี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  15. “Mister & Miss Healthy Thailand 2018” ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานประกวดรอบคัดเลือก “Mister & Miss Healthy Thailand 2018” การประกวด ที่เฟ้นหา ชายและสาวประเภทสองยุคใหม่ ที่มีสุขภาพที่ดีจากภายนอกและภายในและมีความมั่นใจในบุคลิกภาพกล้าแสดงออก เพื่อชิงมงกุฎเพชรจาก Got diamond และโอกาสในการเป็น Brand Ambassador กับทางมูลนิธิเอ็มพลัส ที่จัดขึ้นบริเวณ ลานกิจกรรม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา โดยผู้เข้าประกวดทั้งชายและสาวประเภทสอง ต่างพกความมั่นใจมาประชันกันเกินร้อย และได้มีการคัดเลือกดาวเด่นในด้านต่างๆ ของการประกวดในแต่ละประเภทและประกาศผู้เข้ารอบเพื่อไปประกวดรอบชิงชนะเลิศ รอบตัดสิน วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561 ณ มิราเคิล คาบาเร่ต์ เชียงใหม่ เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป โดยบรรยากาศภายในงานประกวด “Mister & Miss Healthy Thailand 2018” เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์ที่ต่างมาให้กำลังใจผู้เข้าประกวดเป็นพิเศษโดยผลตัดสินการประกวดมี ดังนี้ Miss Healthy Thailand 2018 ได้แก่ หมายเลข 7 คุณศศิณัฎฐ์ สอนสุรัตน์ Miss Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 6 คุณอิสรีย์ มุ่งมั่น Miss Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 21 คุณนิลลดา ประเสริฐสังข์ Miss Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 3 คุณญานิษา พลอยงาม Miss Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 5 คุณณัชนารา คงพัฒนานนท Mister Healthy Thailand 2018 ได้แก่ หมายเลข หมายเลข 21 นายขนิษ เชี่ยวชาญณรงค์ Mister Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 5 นายวิทวัส ศรีเกษ Mister Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 11 นายเกียรติภูมิ เอี่ยมเพชร์ Mister Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 7 นายคุณภัทร วงศ์มูล Mister Healthy Thailand 2018 รองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 16 นายศิรัส ศิริเสถียร ก่อนที่ผู้เข้าประกวดจะเดินสายขอบคุณสปอสเซอร์ใจดีที่มีส่วนสนับสนุนให้กิจกรรมลุล่วงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดย MISTER&MISS HEALTHY THAILAND 2018 ได้นำทีมผู้ประกวดเดินทางมามอบดอกไม้และแสดงความขอบคุณกับทางศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ที่ได้ให้การสนับสนุนกับสถานที่ในการจัดงานและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมี คุณภัทร ขันธะชวนะ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ได้มีการเก็บภาพความประทับใจร่วมกัน ณ สำนักงานชั้น 6 ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561
  16. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 24 กันยายน 2561 - 30 กันยายน 2561 การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านบริเวณเกาะไต้หวัน และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนตกน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 27-30 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 24-27 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24-25 และ 28-30 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  17. ประจำวันที่ 25 กันยายน 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีปริมาณฝนน้อยลง ส่วนภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 29-30 กันยายน 2561 นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอาวไทยมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก กำแพงเพชร และสุโขทัย อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และยะลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  18. Last week
  19. สถาบันวิจัย มช.จัดงานปั่นจักรยานตามเส้นทางท่องเที่ยว "ปั่นม่วน จวนแอ่วเวียง" เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ลานหน้าสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.เอกชัย มหาเอก ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานงานปั่นจักรยานตามเส้นทางท่องเที่ยว “ปั่นม่วน จวนแอ่วเวียง” และ เผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการงบบูรณาการด้านการท่องเที่ยวของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2561 โดยโครงการ “การถ่ายทอดความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนผ่านเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบ” โครงการ “หน้าต่างการท่องเที่ยวสู่ล้านนา” และโครงการ “ล้านนาเล่าว่า...” โครงการตามยุทธศาสตร์เชิงรุกด้าน ล้านนาสร้างสรรค์ ของแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) พร้อมด้วย รศ.ดร.นริศรา เอี่ยมคณิตชาติ หัวหน้าโครงการ การถ่ายทอดความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนฯ และหัวหน้าศูนย์วิจัยด้านล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักปั่น ร่วมงาน โดยรศ.ดร.นริศรา เผยว่ากิจกรรม “ปั่นม่วน จวนแอ่วเวียง” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยประยุกต์องค์ความรู้ด้านสารเทศในการพัฒนาแอปพลิเคชันเส้นทางท่องเที่ยวในชื่อ CMStory เป็นการใช้เทคโนโลยีด้าน Computer vision ความรู้เชิงพัฒนาสังคม และการท่องเที่ยว ประยุกต์เข้าด้วยกัน เพื่อบริการความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวดำเนินงานภายใต้งานโครงการ การถ่ายทอดความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนผ่านเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นริศรา เอี่ยมคณิตชาติ รองผู้อำนวยการสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านล้านนา สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการ เส้นทางปั่นที่จำลองขึ้น ในกิจกรรม “ปั่นม่วน จวนแอ่วเวียง” เป็นเพียงระยะสั้นๆ โดยเริ่มต้นจาก อนุสารีย์สามกษัตริย์-วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร-วัดสวนดอก พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นการเปิดตัวแอปพลิเคชัน สื่อวีดิทัศน์ และเว็ปไซต์ http://innotrans.sri.ac.th นอกจากเส้นทางจำลองที่ได้เปิดตัวในวันนี้ ยังมีอีก 3 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 แอ่วม่วน จวนผ่อความฮ่วมใจ๋ ท่องเที่ยวนย่านฝั่งปิง และย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของเชียงใหม่ รวมถึงเรื่องราวของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีกับการย้ายกู่พระอิฐ เส้นทางที่ 2 คือ แอ่วม่วน จวนผ่อมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา เส้นทางนี้จะเห็นร่องรอยมรดกทางวัฒนธรรมล้านนาความผูกพันทางศาสนากับวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมด้านการสร้างที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งของเจ้าผู้ครองนครในเมืองเชียงใหม่ และการเปลี่ยนแปลงของสถานที่สำคัญในอดีตสู่พิพิธภัณฑ์ คลังความรู้แก่คนรุ่นใหม่ เส้นทางที่ 3 แอ่วม่วนผ่อพลังศรัทธา นักพัฒนาเมืองเจียงใหม่ ทางโครงการ ฯ ขอร่วมรำลึกถึงครูบาศรีวิชัยและพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ที่เป็นนักพัฒนาเมืองเชียงใหม่ในอดีต งานเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการงบูรณาการด้านการท่องเที่ยวของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2561 ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นงานเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการ การถ่ายทอดความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนผ่านเส้นทางท่องเที่ยวต้นแบบ ศูนย์วิจัยด้านล้านนา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นริศรา เอี่ยมคณิตชาติ หัวหน้าโครงการ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านต่างๆที่สำคัญในแต่ละแหล่งท่องเที่ยว ประยุกต์องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยต่อยอดภูมิปัญญาด้านล้านนา มุ่งเน้นการดำเนินงาน เพื่อศึกษา วิจัย พัฒนาและบริการความรู้สู่ชุมชน ด้วย รศ.ดร.นริศรา เอี่ยมคณิตชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า งานเผยแพร่ผลการดำเนินงาน ฯ นี้เป็นการนำเสนอความสำเร็จของโครงการ และผลกระทบต่อสังคมเชิงสร้างสรรค์ โดยผลสำเร็จของกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงานและนำองค์ความรู้หลายด้านมาประยุกต์เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านล้านนาสร้างสรรค์ของแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 12 ( 2561-2564 ) เพื่อตอบวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ รับผิดชอบต่อสังคมและการสร้างการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
  20. กรมสุขภาพจิตเผย คนไทยป่วยเป็นโรควิตกกังวลกว่า 1.4 แสนคน สาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปเกิดมาจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เมื่อวันที่ 23 กันยายน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า การเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช ยังมีในกลุ่มของโรควิตกกังวล (anxiety disorders)ซึ่งผู้ป่วยจะมีจิตใจแปรปรวนอ่อนไหวง่าย ที่พบได้บ่อย คือ โรควิตกกังวลทั่วไป (general anxiety disorder) ซึ่งในคนปกติทั่วไปอาจเกิดความวิตกกังวลได้ เช่น กังวลเรื่องลูกไปโรงเรียน เรื่องการเข้าทำงานใหม่ แต่ว่าจะเป็นไม่นาน อาการจะหายไปเอง แต่ในผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปจะมีอาการติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน อาการเด่นที่สำคัญคือ คิดฟุ้งซ่าน กลัวและกังวลเกินกว่าเหตุในหลายๆเรื่องในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น มีอาการใจลอย ตกใจง่าย ไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้คิดได้ และจะมีอาการทางกายปรากกฎร่วมด้วยอย่างน้อย 3 อย่าง เช่น กระสับกระส่าย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ปวดตึงกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่ต้นคอ ไหล่ หลัง ใจเต้นเร็วและแรง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย มือเท้าเย็น นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ เป็นต้น น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตล่าสุดในปี 2556 พบประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นโรคนี้ร้อยละ 0.3 คาดว่าทั่วประเทศมีประมาณ 140,000 คน สาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปเกิดมาจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เป็นโรคที่ประชาชนไทยมักเข้าใจผิดกันบ่อย คิดว่าผู้ป่วยแกล้งทำ หรือคิดว่าเกิดมาจากตัวเองคิดมากไปเอง ไม่ได้เจ็บป่วย จึงไม่ไปพบแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อรักษาแก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งโรคนี้มียารักษา และต้องใช้วิธีการบำบัดทางจิตสังคมร่วมด้วยเพื่อปรับความคิดและพฤติกรรมควบคู่กัน ที่น่าเป็นห่วงก็คือการซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากินเองเพื่อแก้ไขอาการที่ตัวเองเป็น เช่นนอนไม่หลับ ความกังวล ปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งจะมีผลเสียมากกว่า นอกจากจะไม่ได้ผลหรือได้ผลเพียงชั่วขณะ ยังอาจทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นไปอีกเพราะไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ จึงขอให้ผู้ที่มีปัญหาและอาการที่กล่าวมา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรืออาจโทรขอรับคำปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนม กล่าวว่า โรควิตกกังวลทั่วไป หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคทางใจและทางกายตามมาอีกหลายโรคได้แก่ โรคซึมเศร้า นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ มีแนวโน้มใช้สารเสพติด เช่นดื่มเหล้า สูบบุหรี่ได้สูง รวมทั้งยังเสี่ยงเกิดโรคทางกายเช่นปวดหัวเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน มีรายงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าโรควิตกกังวล เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำ สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการวิตกกังวลในขณะนี้ มีวิธีช่วยควบคุมหรือบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ดังนี้ 1. พักผ่อนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงหรืองดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากคาเฟอีนอาจกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้ 2.รับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วนต่อเนื่องหากมีความจำเป็นต้องซื้อยารักษาโรคหรือสมุนไพรต่างๆตามร้านขายยาทั่วไปควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน 3. ฝึกทำสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และรู้จักการปล่อยวาง ซึ่งจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น “ประการสำคัญญาติหรือคนรอบข้าง ควรทำความเข้าใจว่าอาการของผู้ป่วยไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำหรือคิดมากไปเอง ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในร่างกาย และเกี่ยวกับพื้นฐานสุขภาพจิตของแต่ละบุคลด้วย จึงควรเข้าอกเข้าใจและให้กำลังใจผู้ที่เป็นโรคดังกล่าว ซึ่งสามารถรักษาได้และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิมได้” นพ.กิตต์กวีกล่าว
  21. ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ วันที่ 24 ก.ย.(ครั้งที่ 1) เวลา 09.33 น. ราคาทองคำปรับลดลง 50 บาท -ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,350 บาท ขายออกบาทละ 18,450 บาท -ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,025.24 บาท และขายออกบาทละ 18,950 ซึ่งนับเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในรอบปีนี้
  22. เมื่อวานทำกระเป๋าสีดำขนาดประมาณเครื่องโปรเจคเตอร์หายขณะนั่งรถเมล์RTCออกมาจากสนามบินสายท่าแพเวลา16.00 ลงที่วัดหม้อคำตวง 16.30ครับ ถามคนขับแล้วก็ไม่เจอครับ ข้างในกระเป๋ามียาโรคประจำตัวผมอยู่ด้วยครับ เป็นยาสำคัญสำหรับผม ใครเจอช่วยติดต่อ 0891072817 ด้วยนะครับ TwT
  23. โครงการก่อสร้างขยายเพิ่มช่องจราจรตั้งแต่แยกสนามบินถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 กันยายน 61 การประปาจะเริ่มทำการขุดวางแนวท่อประปาใหม่ จะทำในช่วงเวลาหลังชั่วโมงเร่งด่วน จะใช้เวลาประมาณ 20 วัน แล้วเสร็จ ฝากวางแผนการการเดินทางหรือเผื่อระยะเวลาในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว สำหรับเส้นทางดังกล่าวจะมีปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะมีช่องทางเดินรถแค่ 2 ช่องทางเท่านั้น และยังติดกับแยกไฟแดง จึงได้มีการขยายช่องทางเพิ่มในครั้งนี้ เพื่อให้การจราจรนั้นสะดวกขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน
  24. ล่าโจรใจบาปในคราบพระสงฆ์นุ่งห่มจีวรโกนคิ้วโกนหัวแฝงตัวร่วมงานบุญลักเงินบริจาคสร้างโลหะปราสาทศรีเมืองปงแห่งที่ 4 ของโลก ที่วัดบ้านปง(อรัญญาวาส) ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ภาพวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจนตำรวจเร่งล่าตัวด่วน เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ก.ย.61 พ.ต.อ.พงศธร เตมีศักดิ์ ผกก.สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากพระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดบ้านปงและเจ้าคณะตำบลบ้านปง เหตุคนร้ายโจรกรรมเงินบริจาคของวัดบ้านปง(อรัญญาวาส) ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดไปตรวจสอบ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นายประเสริฐ อินต๋า กำนันตำบลบ้านปง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณกุฏิเจ้าอาวาส และบริเวณในห้องนอน พร้อมกัยตรวจสอบภาพวงจรปิด พบคนร้ายแต่งกายนุ่งจีวรห่มผ้าเหลืองเหมือนพระสงฆ์ และยังโกนผมโกนคิ้ว โดยหากุญแจเปิดแต่ละห้องเพื่อค้นหาทรัพย์สิน ก่อนใส่ถุงสะพายสีส้มออกมา ก่อนหลบหนีไป โดยคนร้ายยังเห็นกล้องวงจรปิดจึงนำหน้ากากอนามัยมาปิดทับเพื่อปิดบังใบหน้าระหว่างก่อเหตุด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และใบหน้า รูปพรรณสัญฐานคนร้ายเพื่อติดตามตัวต่อไป พระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดบ้านปงและเจ้าคณะตำบลบ้านปง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเช้าเวลา 10 โมงวานนี้ที่ทางวัดจัดงานสะเดาะเคราะห์ลอยเรือสำเภอเงินสำเภอทอง เพื่อรวบรวมเงินบริจาคใช้ในการก่อสร้างพระธาตุศรีเมืองปงซึ่งเป็นพระธาตุโลหะปราสาทแห่งที่ 4 ของโลก โดยคนร้ายอาศัยช่วงจัดงานทำพิธีช่วงเช้ามาก่อเหตุ โดยนำกุญแจของกุฏิตนเองที่ห้อยไว้ไปไขแต่ละห้อง จนพบเงินที่มีคณะศรัทธามาร่วมบาริจาคก่อสร้างพระธาตุดังกล่าว
  25. ‘เชียงใหม่’ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสตลาดชุมชน ชมวัดเก่าแก่กว่า 150 ปี เมื่อวันที่ 24 ก.ย.61 เวลา 10.30 น. นางสุภาพรรณ บุญถนอม นายอำเภอสารภี กล่าวถึงโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่เกิดจากการที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อยกระดับสวัสดิการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสร้างโอกาสในอาชีพและการจ้างงานสร้างรายได้ในชุมชนโดยการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนโดยมีการบูรณาการประสานเชื่อมโยงการทำงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชนและกลุ่มองค์กรชุมชน ทั้งนี้มีการเปลี่ยนผ่านยุคการผลักการขายสินค้าโอทอปออกจากชุมชนสู่การสร้างรายได้ตามความต้องการโดยการขายสินค้าอยู่ในชุมชนที่มาจากการท่องเที่ยวโดยใช้เสน่ห์ภูมิปัญญาวิถีชีวิตวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์แบ่งเป็นรายได้โดยที่ครอบครัวและลูกหลานยังอยู่ร่วมกันไม่ต้องแข่งขันนำผลิตภัณฑ์ออกไปขายนอกชุมชนเป็นหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ชวนกันคิดช่วยกันทำผลิตสินค้าและบริการรวมถึงมีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระดับชุมชนที่มีเสน่ห์ดึงดูดและมีคุณค่าเพียงพอ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนและใช้จ่ายเงินในทุกกิจกรรมของชุมชนซึ่งรายได้จะกระจายอยู่กับคนในชุมชนทุกคนมีความสุขเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง การจัดกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หมู่บ้านชุมชนจะเป็นการสร้างช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มอาชีพในชุมชนให้มากขึ้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนตลอดจนสนับสนุนและพัฒนาให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการได้เรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการและการตลาดตลอดจนเป็นการส่งเสริมการตลาดรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสะดวกและทั่วถึงโดยความร่วมมือภาครัฐเอกชนและประชาชน นายณัฐวัฒน์ สมหนุน ผู้ใหญ่บ้านบ้านไชยสถาน กล่าวว่า บ้านไชยสถานหมู่ที่ 1 เป็นชุมชนเล็กๆของต. ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีวัดไชยสถานเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญและเป็นแหล่งศรัทธาของชุมชนซึ่งในอดีตมีชื่อเรียกว่าวัดน้อยมีอายุเก่าแก่กว่า 150 ปี วัดไชยสถานยังประกอบไปด้วยศาสนาสำคัญทางศาสนาเช่นกุฏิที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาประยุกต์ไม้สักทองทั้งหลัง และพระพุทธเจดีย์เก้ายอด มีความโดดเด่นสวยงามพร้อมทั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมโดยมีท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริเป็นพระเถระใหญ่มีอายุ 91 ปี 70 พรรษาเป็นเจ้าอาวาสที่มีอายุมากที่สุดของ อ.สารภี ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงปู่” ซึ่งเป็นที่เคารพและศรัทธาของคนในชุมชนและคนทั่วไปสมัยก่อนคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำขนมเป็นหลักวัตถุดิบและส่วนผสม ก็ได้มาจากภายในท้องถิ่นตามธรรมชาติเช่นไม้ไผ่และกล้วยที่นำมาใช้ ซึ่งผูกโยงกัน วิถีชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านไชยสถาน ตำบลป่าบง อำเภอสารภีจังหวัดเชียงใหม่ มีสิ่งที่ได้นำมาจัดแสดงและสะท้อนถึงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์อันโดดเด่น อาทิ การต๋องจ่า ใบตองแห้งที่ผ่านกรรมวิธีใช้ความร้อนเพื่อรักษาสภาพการใช้งานให้อยู่ได้นานขึ้น, เฮือนซอมพอ หัตถกรรมไม้ไผ่เชิงประยุกต์กลุ่มต้นแบบของการจักสานสมัยใหม่โดยใช้เทคนิคการประยุกต์และดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย, ข้าวหลามบ้านยายก๋องคำ เป็นเอกลักษณ์ของวิถีชุมชนบ้านไชยสถานแต่โบราณด้วยไม้ไผ่ที่ขึ้นชกจึงกลายมาเป็นวัตถุดิบที่ชาวบ้านนำมาทำข้าวหลามที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และงานปั้นดินเหนียวโดยคุณชำนาญแดงน้อยศิลปินจากสวนจิตรลดาที่สร้างสรรค์งานศิลป์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่ละเอียดอ่อน เป็นต้น
  26. เอไอเอส ขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือ มอบทุนการศึกษารวม 1.7 ล้านบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 วันที่ 24 กันยายน 2561 เอไอเอส เดินหน้าจัดกิจกรรมขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” โดยปีนี้มอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน ครูและโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 220 ทุน เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 1.7 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีโอกาสพัฒนาทางด้านการศึกษา เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนให้ครูและโรงเรียนนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมของโรงเรียนด้วย นางวิไล เคียงประดู่ หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริหารงานด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลและช่วยเหลือสังคมด้วยความจริงใจมาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2558 จากความร่วมมือของกลุ่มอินทัช ประกอบด้วย บมจ.อินทัช โฮลดิ้ง , บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และบมจ.ไทยคม เพื่อส่งมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลน นั่นเพราะเราเชื่อว่า การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเยาวชน ผู้ซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้าในอนาคต การให้ทุนการศึกษาจึงเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงแหล่งเสริมสร้างทุนทางปัญญา ที่จะนำพาพวกเขาไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จในชีวิต ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย และทุนสนับสนุนให้แก่ครูและโรงเรียนแล้ว 660 ทุน รวมเป็นเงิน 5,100,000 บาท สำหรับโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” ปีที่ 4 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 200 ทุน ทุนละ 5,000 บาท ทุนสนับสนุนครูจำนวน 10 ทุน ทุนละ 20,000 บาท และทุนสนับสนุนโรงเรียนจำนวน 10 ทุน ทุนละ 50,000 บาท รวมทั้งสิ้น 220 ทุน เป็นจำนวนเงินรวม 1,700,000 บาท เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนได้เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพและความสามารถ เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติ และเป็นการช่วยลดภาระให้แก่ครอบครัวด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นทุนสนับสนุนให้ครูและโรงเรียนนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ของโรงเรียนต่อไป ทุกก้าวย่างแห่งการเติบโต เอไอเอสและกลุ่มอินทัช ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคมที่เริ่มต้นด้วยใจ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมไทยได้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” นางวิไล กล่าวสรุป
  27. สุดฟิน!!!ร้านไอศครีมเทพนิยายบ้านขนมหวาน เด็กๆชื่นชอบแห่ถ่ายรูปเซลฟี่กินไอศครีมเครื่องดื่มฟินกันเป็นแถวๆ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีร้านไอศครีมและเครื่องดื่มแห่งหนึ่งตกแต่งเป็นรูปขนมหวานสีสดใสนานาชนิด ชื่อร้านคอนเน็ตโต้รีสอร์ท ตั้งอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 74 - 75 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ในพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เป็นที่ฮือฮาในกลุ่มเด็กวัยรุ่นและเด็กๆมาใช้บริการกันมาก หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดไปตรวจสอบ พบว่าร้านดังกล่าว เป็นร้านที่ตั้งริมถนนสายขาเข้าเมืองเชียงใหม่ โดยร้านดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียวตกแต่งด้วยรูปทรงขนมหวานต่างๆสีสดใสทั้งลูกกวาด คุ๊กกี้ ไอศครีม และอีกหลายชนิด โดยหลังคาเป็นกรวยขนมโคนของไอศครีมด้วย นอกจากนี้ยังมีเก้าอี้โต๊ะสีสดใสที่ตกแต่งเป็นผลไม้ ไอศครีมสีสวยงาม และด้านในยังมีอาคารที่ทำรูปทรงบ้านขนมขิงในนิยายฮันเซลและเกรเทลกับบ้านขนมหวาน นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นของสโนว์ไวท์และคนแคระทั้ง 7 ในนิยายชื่อดังไว้ให้ถ่ายรูปเซลฟี่กันด้วย โดยมีบ้านต้นไม้สวยงามจำนวน 4 หลังไว้ให้เช่าพักอีกด้วย นายวิทยา วุฒิวิทยางกูล หนึ่งในเจ้าของคอนเน็ตโต้รีสอร์ท เปิดเผยว่า เราเริ่มเปิดดำเนินการในส่วนร้านไอศครีมและที่พักก่อน โดยตกแต่งในรูปของเทพนิยายของเด็กที่น่ารัก นอกจากนี้ยังมีสระน้ำไว้บริการ และหอคอยสูงไว้ให้ชมวิวความสวยงามของธรรมชาติในช่วงหน้าหนาวนี้ที่จะมีคนมาท่องเที่ยวกันมาก โดยจะมีการก่อสร้างของตุ๊กตาตัวละครที่เด็กๆชื่นชอบเพิ่มเติมอีกหลายเรื่อง และมีไฟประดับตกแต่งในสวนสวยงามให้ชมวิวจากบนพื้นที่สูง และทำจุดภาพสามมิติให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้อีกด้วย ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  1. Load more activity
×