Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. คณะออกเดินทางตรวจติดตามความก้าวหน้า ณ สะพานถนนอัษฎาธร กิจกรรมพัฒนาคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขา ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" วันที่ 26 เมษายน 2561 เวลา 09.00 -15.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
  3. กิจกรรมพัฒนาคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขา ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" วันที่ 26 เมษายน 2561 เวลา 09.00 -15.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
  4. ท่อก๊าซ ปตท. สำคัญไฉน โดย ฉกาจนิตย์ จุณณะภาต นักกฎหมายพลังงาน จากการเดินสายชี้แจงเรื่อง hot issue ที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องการให้ ปตท. แบ่งแยกท่อก๊าซของ ปตท. ไปให้รัฐ ในช่วงที่ผ่านมา นั้น ผมเริ่มมองเห็นภาพว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ ปตท. กับ รัฐ อย่างที่เคยเข้าใจเสียแล้ว แต่การหาทางออกที่ไม่ถูกต้องของเรื่องนี้ จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนทุกคนมากทีเดียว ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คือ ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยจะเกิดความปั่นป่วนอย่างมาก เพราะขนาดของกลุ่ม ปตท. ในตลาดมีขนาดถึง 1 ใน 4 ของภาพรวม เอกชนและนักลงทุน จะสูญเสียความเชื่อมั่นและไม่กล้าลงทุนในโครงการใหญ่อีก เพราะไม่รู้ว่าจะโดนรัฐยึดไปเมื่อไหร่ นอกจากนั้น ระบบคุ้มครองสิทธิ์ของเอกชนโดยศาลจะสั่นคลอน เพราะคำพิพากษาของศาลไม่ถูกเชื่อถือโดยหน่วยงานของรัฐ เรื่องย่อๆ เกี่ยวกับท่อก๊าซ ปตท. นี้ เพจ ‘สรุป’ ได้จัดทำไว้แล้วค่อนข้างดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามมาก่อน #สรุป #สรุปเดียว ลองอ่านกันได้ครับ สำหรับในโพสต์นี้ ผมจะขอสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อจะเสริมให้พอเห็นภาพว่า เรื่องท่อก๊าซ ปตท. เริ่มต้นจากตรงไหน และหน่วยงานรัฐออกมาขอให้ ปตท. แบ่งแยกท่อก๊าซ โดยใช้หลักการอะไร 1. เมื่อปี 2544 ปตท. ได้แปลงสภาพตัวเองจากองค์การของรัฐให้เป็นบริษัทมหาชน เพื่อระดมทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ถามว่าทำให้ประสิทธิภาพต่างกันตรงไหนกับของเดิม เพื่อนๆ ลองเทียบการรถไฟ องค์การโทรศัพท์ กับ ปตท. การท่าอากาศยาน ทุกวันนี้ดูครับ 2. ในการแปลงสภาพ ปตท. ต้องใช้กฎหมายฉบับหนึ่ง เรียกย่อๆว่า ‘กฎหมายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ’ ซึ่งกำหนดว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่เดิม ให้โอนมาเป็นของ ปตท. ที่แปลงสภาพแล้วทั้งหมด กฎหมายกำหนดไว้แบบนี้ เพื่อให้บริษัทที่แปลงสภาพมีทุนในการดำเนินการต่อ มิเช่นนั้น ก็ต้องมาแบบตัวเปล่าๆ ซึ่งถ้าต้องหมดตัวเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่า ปตท. จะแปลงสภาพมาเพื่ออะไร 3. หลังจากนั้นอีก 5 ปี มีกลุ่ม NGO ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด บอกว่า ปตท. แปรรูปไม่ได้ ผิดกฎหมาย ศาลท่านก็ตัดสินว่า การแปรรูป ปตท. เดินมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องให้เดินถอยหลังกลับไปอีก 4. แต่ครั้งนี้ ศาลได้วางหลักกฎหมายขึ้นมาบอกว่า แม้ ปตท. จะแปรรูปแล้ว แต่ก็ต้องแบ่งแยกทรัพย์สินที่ใช้ ‘อำนาจมหาชน’ ที่ได้มาก่อนแปรรูป ปี 2544 ให้กับรัฐนะจ๊ะ ซึ่งตอนนั้น ปตท. ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะไม่แฟร์กับนักลงทุน ก็ตอนที่ ปตท. เปิดขายหุ้นให้นักลงทุนทั่วไป ได้รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดไปแล้ว ไม่เห็นมีใครออกมาทักท้วงอะไร แต่พอผ่านมา 5 ปี จะมาแบ่งทรัพย์สิน ปตท. ไปเฉยเลย ก็เท่ากับว่านักลงทุนถูกหลอกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ศาลก็คือศาล ทุกคนต้องเคารพ มันคือกติกา ปตท. ก็ไม่มีปัญหาอะไร แบ่งแยกทรัพย์สินคืนไป 5. หลักการแบ่งทรัพย์สิน หน่วยงานต่างๆ ก็มาตกลงกันตามที่ศาลบอก คือ อันไหนที่ใช้ ‘อำนาจมหาชน’ ได้มาก่อน ปตท. แปรรูป ก็ให้กับรัฐไป ได้แก่ การเวนคืนที่ดิน การรอนสิทธิที่ดินเอกชน และทรัพย์สินที่อยู่บนที่ดินเหล่านั้น (ซึ่งก็คือ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. นั่นเอง) 6. พอ ปตท. แบ่งแยกเสร็จ ก็ส่งคืนให้กับรัฐไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดก็เห็นด้วยว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซให้รัฐตามคำพิพากษาครบแล้ว 7. แต่ปรากฏว่าวันที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งว่า ปตท. ส่งครบแล้ว สตง. กลับส่งหนังสือไปถึงศาลบอกว่า ปตท. ยังส่งคืนไม่ครบนะ โดยเฉพาะท่อก๊าซในทะเล แต่ สตง. ก็ดันไปสัญญากับศาลว่า เรื่องที่ว่าจะคืนครบหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาละกันขอรับ สตง. เพียงแต่ให้ข้อมูลเพิ่มว่าศาลอาจจะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ตอนที่รับรองว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบแล้ว 8. ศาลปกครองสูงสุดก็ดูข้อมูลที่ สตง. ส่งมาให้ แล้วพิจารณาว่า ท่อก๊าซในทะเลไม่เข้าหลัก ‘อำนาจมหาชน’ ที่ศาลตัดสินเอาไว้ ดังนั้น ที่ศาลรับรองว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบ จึงถูกต้องแล้ว ศาลก็เลยส่งหนังสือไปแจ้ง สตง. ว่า ศาลพิจารณาความเห็น สตง. แล้ว ก็ยังยืนยันแบบเดิมว่า ปตท. ส่งท่อก๊าซครบแล้ว ‘ตามหลักกฎหมาย’ 9. เรื่องท่อส่งก๊าซ ปตท. ก็เงียบไปอยู่หลายปี และ สตง. ก็รับรองงบการเงิน ปตท. ต่อตลาดหลักทรัพย์มาตลอดไม่มีประเด็นเรื่องท่อส่งก๊าซอีก ทุกอย่างดูเหมือนจะจบตามที่ศาลปกครองสูงสุดบอก 10. ปรากฏว่าหลัง คสช. ยึดอำนาจปี 2557 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่อง ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. อีกครั้ง คราวนี้ไปไกลกว่าเดิม ยิ่งกว่า สตง. คือ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง (อีกครั้ง) ขอให้ ปตท. แบ่งแยกท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าก่อนหรือหลังแปรรูป มูลค่า 68,000 ล้านบาท พูดง่ายๆ ว่าขอให้ ปตท. มอบท่อก๊าซทั้งหมดให้รัฐนั่นเอง เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่าท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ประชาชนใช้ร่วมกันก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน! 11. พอกระแสถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง สตง. ที่เคยเงียบไป ก็ลืมสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับศาล ออกมาร่วมวงกับเขาด้วย โดยขอให้ ปตท. มอบท่อก๊าซในทะเลที่ สตง. เคยบอกไว้นานมาแล้วให้กับรัฐ แต่เนื่องจาก สตง. ไม่มีอำนาจไปฟ้องเรียกท่อก๊าซเอง จึงบังคับเชิงข่มขู่ว่า ให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ไปเอามาแทน สตง. มิเช่นนั้น สตง. จะฟ้องศาลให้เอาผิด! เมื่อตอนนี้อำนาจศาลถูกท้าทาย ก็ต้องดูกันต่อไปครับว่า เรื่องนี้จะหาทางออกกันอย่างไร สรุปคือ เรื่องท่อก๊าซธรรมชาติ ปตท. ก็กลับมาเป็นมหากาพย์ด้วยประการฉะนี้ครับ สาเหตุหลักเกิดจากมีบุคคลและหน่วยงานบางกลุ่มไม่เชื่อตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง สำหรับในความเห็นส่วนตัวของผม การเอาท่อส่งก๊าซของ ปตท. ไปได้สำเร็จ นั้น อาจจะได้แค่เพียงความสะใจในช่วงสั้นๆ แต่ถ้ามองระยะยาวแล้ว มันไม่คุ้มกันเลยกับมูลค่าท่อเพียงไม่กี่หมื่นล้าน กับ ความพังพินาศของระบบความเชื่อมั่นของประเทศไทย ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ทุกวันนี้จึงได้แต่ภาวนาขอให้ผู้นำประเทศไทย ยึดมั่นในหลักกฎหมายและนิติรัฐอย่างมั่นคงครับ ที่มา: Facebook: Pum Chakartnit สามารถติดตามอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/สตง-ให้-ปตท-ชี้แจงเรื่อง/
  5. เชียงใหม่-ฮือฮาในโลกโซเชียลสักรูปแบบใหม่สักรายชื่อแพ้ยากันตาย หญิงสาวสักรายชื่อยาที่แพ้พร้อมอาการและโลโก้เภสัชหลังเกิดแพ้ยารุนแรง เผยคนอื่นสักยันต์สักน้ำมันตามความเชื่อ แต่ตนเองสักแพ้ยากันตาย เพราะหากเกิดเหตุแพทย์สามารถดูรายชื่อยาที่แพ้ได้ทันทีก่อนรักษา คนแห่แชร์เรื่องราวอย่างต่อเนื่องจนฮือฮา เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 24 เ.ม.ย.61 เป็นที่ฮือฮาและส่งต่อแชร์กันในโลกโซเชียลอย่างมากกับรูปรอยสักกันตาย ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกล้าที่จะออกมาสักรายชื่อยาที่แพ้และอาการ ตลอดจนโลโก้เภสัชกรโลกโดยสักติดแขนขวา มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆนานาอย่างมาก หลังรับแจ้งจึงเร่งรุดไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 232/1 ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบนางสาวศิริอร กาสุยะ อายุ 32 ปี หรือน้องแอน เจ้าของรอยสักคนดังกล่าวอยู่บ้าน โดยโชว์รอยสักพร้อมเปิดเผยว่า เริ่มแรกมีเพื่อนไปสัก แล้วมีงานมินิมอลที่เป็นตัวเล็ก ตนเองก็ชอบรอยสักอยู่แล้ว ก็หาลายที่เป็นตัวเองไม่ได้ซักที จนมาช่วงตุลาคมปีที่แล้ว ตนเองเป็นที่ชอบแพ้อาหารและยาบ่อยๆ จนตกเลือดหลังคลอด แล้วแจ้งทางโรงพยาบาลไปแล้ว แล้วก็ฉีดยาฆ่าเชื้อเข้าไปเป็นยาแก้แพ้ แต่เป็นคนละกลุ่มที่ตนเองแพ้ แต่ปรากฏว่าแพ้หนัก ถึงขั้นต้องเข้าห้องไอซียู 2 คืน เป็นการแพ้ขั้นรุนแรง จากนั้นก็เกิดความกลัว เพราะหากเราได้รับสารเดิมๆเข้าไป การแพ้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นที่มาของรอยสักนี้ เอาไว้เผื่อบอกให้เค้ารู้ว่ารายชื่อยาที่เราแพ้และอาการที่แพ้ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นไม่สติบอกว่าเราแพ้อะไรบ้าง ทางแพทย์ผู้รักษาจะได้อ่านตรงนี้ได้ และระวังกับการใช้ยาของเรามากขึ้น คิดว่าหากได้รับยาซ้ำอาจไม่รอด แม้ตัวหนังสือจะเล็กอาจจะไม่เห็น จึงติดสัญลักษณ์ งูพันถ้วยยาของเทพีไฮเยีย ซึ่งอยู่ในวงการแพทย์วงการยาจะเข้าใจทันที นางสาวศิริอร เปิดเผยต่อไปว่า การเริ่มต้นของรอยสักนี้ก็เพราะความกลัวตายจริงๆ หลายๆคนอาจให้ความปลอดภัยกับชีวิตโดยการสักยันต์สักน้ำมันเพื่อให้ตัวเองมีความปลอดภัยมากขึ้น ตนเองถือว่ารอยสักนี้คือยันต์สำหรับตนเองที่คอยป้องกัน เพราะนอกจากอุบัติเหตุใดๆที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายก็คือการแพ้ทั้งปวงที่อันตรายต่อชีวิตตน ก็มีคนแชร์เรื่องราวก็มาทักสอบถามกันเยอะมาก ก็สนใจอยากสักบ้าง ที่ผ่าสนมาหากแพ้อาหารก็หลีกเลี่ยงไม่ทาน แต่ยาเราหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราเองไม่ใช่คนนำเข้า เพราะบางทีถ้าเราสลบเป็นลมไป แม้จะมีบัตรแพ้ยา แต่ผู้หญิงทั่วไป ไม่ได้พกกระเป๋าตังใส่ไว้ในกระเป๋า ส่วนมากใส่ในกระเป๋าหิ้วกระเป๋าถือ ถ้ามันผละออกจากตัวไป ก็ไม่มีสิ่งที่จะแสดงว่าเราแพ้ยาพวกนี้ ถ้ายิ่งแพ้รุนแรงก็มีความน่าเป็นห่วง ภาพและข่าวโดยทีมข่าว www.CM108.com
  6. Last week
  7. การประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 2/2561 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เวลา 13.00-15.30 น. โดยนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน
  8. การประชุมเตรียมความพร้อมการตรวจติดตามความก้าวหน้าและพิจารณาแผนดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขา ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" วันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน
  9. การแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ 24 เม.ย.2561 ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
  10. การประชุม"ระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบปริมาณและคุณภาพน้ำ" 24 เม.ย.2561 ณ ห้องประชุมแกรนด์วิว 1 โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว โดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
  11. C-Internet BY CAT โทรเลย 083-576-2498 - 053-106-510 เฟิร์ส Line : Chanapong98 *** Package All Day - All Night ฟรีค่าติด *** Home Work All Day 100 M 590 บาท เช้า 07:00-19:00 _ 100 Mbps./100 Mbps. เย็น 19:00-07:00 _ 30 Mbps./30 Mbps. Home Play All Night 100 M 590 บาท เช้า 07:00-19:00 _ 30 Mbps./30 Mbps. เย็น 19:00-07:00 _ 100Mbps./100 Mbps. Home Work All Day 200 M 890 บาท เช้า 07:00-19:00 _ 200 Mbps./200 Mbps. เย็น 19:00-07:00 _ 50 Mbps./50 Mbps. Home Play All Night 200 M 890 บาท เช้า 07:00-19:00 _ 50 Mbps./50 Mbps. เย็น 19:00-07:00 _ 200Mbps./200 Mbps. *** สิทธิพิเศษ *** -ยกเว้นค่าติดตั้ง (2,000 บาท) -ยกเว้นค่าเช่า CPE (อุปกรณ์ปลายทาง 300 บาท/เดือน/เครื่อง) *ให้บริการเฉพาะบนเครือข่ายคู่สายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)และพื้นที่พร้อมบริการเท่านั้น *** Package เน็ตเต็ม MAX *** ฟรีค่าติด Home - 30 Mbps./15 Mbps. 490 บาท - 50 Mbps./25 Mbps. 590 บาท - 100 Mbps./50 Mbps. 790 บาท Business - 30 Mbps./15 Mbps. 1,190 บาท - 50 Mbps./25 Mbps. 2,490 บาท - 100 Mbps./50 Mbps. 3,490 บาท - 100 Mbps./50 Mbps. 5,490 บาท *** สิทธิพิเศษ *** รับสิทธิ์ยกเว้น 3 รายการ 1.ค่าติดตั้ง 2,000 บาท 2.ค่าลงทะเบียน 1,500 บาท 3.ค่าเช่า CPE 300 บาท/เดือน C-Internet BY CAT โทรเลย 083-576-2498 เฟิร์ส Line : Chanapong98
  12. นางสาวสมปรารถนา พรหมลังกา (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการศูนย์การค้าพรอมเมนาดา เชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารศูนย์การค้าฯ มอบกระเช้าแสดงความยินดีแก่ นายสุรเกียรติ งามวิถี (ที่ 3 จากซ้าย) และนายชาตรี งามวิถี (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้บริหาร บริษัท ฟันมิวซิค เซ็นเตอร์ จำกัด ในการเปิดให้บริการสวนสนุก “Kiddy World” บนชั้น 2 อาคารบี ศูนย์การค้าพรอมเมนาดา เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ
  13. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) รับมอบ อุปกรณ์ดับไฟป่า จากเอไอเอส เพิ่มเติม สนับสนุนภารกิจทหารป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พลโท สมพงษ์ แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ 3 มอบหมายให้ พ.อ.อนุสรณ์ สิงห์โต รองเสนาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ผู้แทน รับมอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า เพิ่มเติม จำนวน 100 ชุด มูลค่ารวม 1 แสนบาท จาก นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจทหารในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ณ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ป.พัน.7 ค่ายพระปิ่นเกล้า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รองเสนาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ขอขอบคุณ ผู้บริหารของเอไอเอส อีกครั้งที่เห็นความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดย ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) จะได้มอบชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า ให้กับชุดรณรงค์และแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่ดูแลพื้นที่จังหวัดตาก ประกอบด้วยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ( ฉก.ร.14 ), ร้อย ร1413 , ร้อย ร.432 และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 (ฉก.ทพ35) เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) ส่วนแยกที่จังหวัดตาก และแม่ฮ่องสอน เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยได้สั่งการให้ทหาร ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง จัดทำแนวกันไฟ สร้างฝายพื้นที่ต้นน้ำ ตลอดจนการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟป่า และร่วมดับไฟในพื้นที่เกิดเหตุ จำนวนกว่า 2,800 ครั้ง นายพรรัตน์ เจนจรัสสกุล หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคเหนือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำโครงการเพื่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “สังคมไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” โดยเฉพาะการมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือ รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สังคมไทยจึงได้สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค ส่วนหน้า ( ศอ.ปกป.ภาค (สน. ) เพิ่มเติม จำนวน 100 ชุด ประกอบด้วย ถังน้ำพลาสติกขนาด 20ลิตร พร้อมสูบมือ , ที่ตบไฟแบบสายพาน และครอบดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจของทหารและเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน โดยหวังว่าชุดอุปกรณ์ดับไฟป่า จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพในอนาคต #ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า #AIS
  14. "มหัศจรรย์หม่อนไหม และผลิตภัณฑ์ ๒๐๑๘ :Wonderful Of Mulberry, Silk and Products 2018" 20-22 เม.ย.2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่
  15. สยามทีวีGRAND OPENING HUAWEI BRAND SHOP และเปิดตัว Huawei P20 Series สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ดีที่สุดโดย DxOMark พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ สยามทีวี สยามทีวีร่วมกับทางหัวเว่ย ได้เปิดตัวHUAWEI P20 และ HUAWEI P20 Pro อย่างเป็นทางการ โดยหัวเว่ย P20ซีรีย์เป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ดีทีสุดโดยมาตรฐาน DxOMark เว็บไซต์องค์กรที่จัดอันดับคุณภาพของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน โดย HUAWEI P20 ราคา 19,990 บาท และ HUAWEI P20 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนานวัตกรรมร่วมกับ Leica ราคา 27,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ ณ หัวเว่ยแบรนด์ช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ HUAWEI P20 Series สมาร์ทโฟนอัจฉริยะแห่งยุค ปฏิวัติด้านนวัตกรรมและดีไซน์ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ให้การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน โดยหัวเว่ยนำเอาแรงบันดาลใจจากศิลปินทั่วโลกมาใช้ เพื่อพัฒนาดีไซน์และนวัตกรรมของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Series เกิดจากความร่วมมือกับ Leica เพื่อพัฒนานวัตกรรมกล้องหลัง 3 ตัวอันล้ำสมัยให้กับ HUAWEI P20 Pro และยกระดับกล้องคู่อันทรงประสิทธิภาพให้กับ HUAWEI P20 สมาร์ทโฟนสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคยุคใหม่บันทึกและแบ่งปันความประทับใจที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม โดย DxOMark เว็บไซต์องค์กรที่จัดอันดับคุณภาพของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน ให้คะแนนประสิทธิภาพภาพรวมของกล้อง HUAWEI P20 Pro และ Huawei P20 ที่ 109 และ 102 คะแนนตามลำดับ ซึ่งถือว่าสูงสุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนในเวลานี้ HUAWEI P20 Series โดดเด่นเกินใครด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต นวัตกรรมกล้องอันล้ำหน้า ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแสง เก็บรายละเอียดภาพได้มากขึ้น ให้ภาพสวยยิ่งกว่าเคย โดย HUAWEI P20 Pro ปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนด้วยกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนานวัตกรรมร่วมกับ Leica อีกทั้งให้ภาพที่มีจำนวนพิกเซลสูงที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยเซนเซอร์รับแสงแบบอาร์จีบี (RGB Sensor) ขนาด 40 ล้านพิกเซล เซนเซอร์รับแสงสีขาวดำ (Monochrome Sensor) ขนาด 20 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์รับแสงสำหรับการถ่ายภาพจากระยะไกลขนาด 8 ล้านพิกเซล (Telephoto Lens) ทั้งยังมีระบบการประมวลผลภาพและการสร้างโทนสีและอุณหภูมิของภาพถ่ายในเฉดสีเอกลักษณ์ของ Leica ช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยงามถึงขีดสุด กล้องของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Pro มีความกว้างรูรับแสงที่ f/1.8 1.6 และ 2.4 ช่วยให้บันทึกภาพได้สว่าง คมชัด เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ทั้งยังใช้เลนส์ Leica รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมระบบซูมแบบออพติคัลจาก Leica ที่มาก 3 เท่า (VARIO-SUMMILUX-H 1:1.6-2.4/27-80ASPH) และระบบซูมแบบไฮบริดถึง 5 เท่า สำหรับการถ่ายภาพระยะไกล นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว (ประมาณ 7.76 x 5.82 มม.) ช่วยให้สามารถบันทึกภาพในสภาพแสงน้อยได้ถึงระดับ ISO 102400 ส่วน HUAWEI P20 กับกล้องคู่ที่พัฒนานวัตกรรมร่วมกับ Leica ที่พัฒนาใหม่หมดจด ซึ่งประกอบไปด้วยเซนเซอร์รับแสงขนาด 12 ล้านพิกเซล ที่สามารถสร้างพิกเซลขนาดใหญ่ถึง 1.55 ไมครอน เซนเซอร์รับแสงนี้ทำงานร่วมกับเซนเซอร์รับแสงสีขาวดำขนาด 20 ล้านพิกเซล ช่วยให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งกว่าที่เคย HUAWEI P20 Series รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 6 แกน (Six Axis) และการถ่ายวิดีโอในโหมด Slow Motion ที่ 960 เฟรมต่อวินาที ช่วยบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดและคมชัด ซึ่งมากกว่าระดับมาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 240 เฟรมต่อวินาทีถึง 4 เท่า ช่วยจับภาพที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และด้วยโหมด Ultra Snapshot ทำให้เข้าสู่โหมดกล้องถ่ายภาพได้ด้วยการดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่มลดเสียง ระบบจะเปิดโหมดกล้องถ่ายภาพอย่างรวดเร็วภายใน 0.3 วินาที แม้ในขณะที่หน้าจอจะปิดอยู่ก็ตาม ตัวจริงด้านการถ่ายภาพด้วย AI สำหรับทุกคน ในทุกเวลา Master AI เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการถ่ายภาพแบบมืออาชีพได้อย่างไม่ต้องพยายาม ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ฉากหลังกว่า 500 แบบ และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 19 ประเภท พร้อมปรับการตั้งค่าต่างๆ อัตโนมัติให้เหมาะสมกับวัตถุที่ถ่ายมากที่สุด และด้วยระบบ HUAWEI AIS จะช่วยรองรับการถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืน ด้วยการถ่ายภาพแบบเปิดรับแสงนานโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง คุณสมบัติใหม่ของกล้องจากหัวเว่ย คือระบบการจับโฟกัสตามวัตถุแบบ 4 มิติ (4D Predictive Focus) สามารถจับและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของวัตถุและจับโฟกัสได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ HUAWEI P20 Series ยังมีระบบ AI-Assisted Composition ช่วยจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้ AI แนะนำเทคนิคการถ่ายภาพกลุ่มและภาพทิวทัศน์อย่างชาญฉลาด HUAWEI P20 และ HUAWEI P20 Pro มีกล้องหน้าขนาด 24 ล้านพิกเซลพร้อมเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยแต่งภาพให้สวย และเทคโนโลยี 3D Portrait Lighting ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยเป็นธรรมชาติ เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน และถูกต้องตามองค์ประกอบแบบ 3 มิติ ดีไซน์เหนือกาลเวลา ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง และสีสันสวยสะดุดตาที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในรูปแบบของการไล่เฉดสีอย่างมีมิติ ครั้งแรกกับสมาร์ทโฟนในสี Twilight และ Pink Gold ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากการเคลือบ NVMC* ซ้อนทับกันหลายชั้นใต้ฝาหลังที่ผลิตจากแก้ว ซึ่งจะหักเหแสงที่มาตกกระทบ ทำให้ได้เฉดสีที่เปลี่ยนไปมายามต้องแสง อีกทั้งสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นยังวางจำหน่ายในสี Black และ Midnight Blue อีกด้วย ที่สุดแห่งประสิทธิภาพการทำงาน จากหน่วยประมวลผล Kirin 970 และหน่วยประมวลผลพิเศษ (NPU) ที่มาพร้อมกับ EMUI 8.1 และระบบปฏิบัติการ Android 8.1 เพื่อประสบการณ์การใช้งานเหนือระดับ HUAWEI P20 มีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว และ HUAWEI P20 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว มาพร้อมกับขอบหน้าจอที่บางและมีอัตราส่วนหน้าจอต่อขนาดตัวเครื่องที่กว้างขึ้นเพื่อประสบการณ์การรับชม เล่นเกม และอ่านข้อมูลบนหน้าจอที่ดียิ่งกว่าที่เคย หน้าจอแบบ FullView สร้างความลงตัวให้แก่หน้าจอกับขอบตัวเครื่องที่โค้งมนได้อย่างไร้ที่ติ และช่วยให้จับได้ง่ายขึ้น และ HUAWEI P20 วางจำหน่ายในราคา 19,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Midnight Blue และ Pink Gold ส่วน HUAWEI P20 Pro วางจำหน่ายในราคา 27,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black Midnight Blue และ Twilight เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่หัวเว่ย แบรนด์ช้อป ซึ่งในวันนี้ทางสยามทีวและหัวเว่ยได้ทำการเปิดตัว “ สยามทีวี Grand Opening Huawei Brand Shop” ช้อปอย่างเป็นทางการ ที่สยามทีวี เชียงใหม่ โดยในช้อปหัวเว่ยสยามทีวีมีสมาร์ทโฟนครบครันทุกรุ่น โดยลูกค้าสามารถทดลองและสัมผัสเครื่องจริงได้ทุกรุ่น ซึ่งสยามทีวีมีเจ้าหน้าที่แนะนำข้อมูลสินค้า พร้อมแนะนำการใช้งานสินค้าอย่างมืออาชีพ และนอกจากการเปิดตัว หัวเว่ย P20 Series ในครั้งนี้แล้ว สยามทีวียังมีโปรโมชั่นพิเศษในงานสยามทีวี Summer Sale ภายในงานมีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ามือถือ-สมาร์ทโฟน สินค้าไอที สินค้ากล้อง และสินค้าในครัวเรือน มากมายที่นำมาลดราคาจากแบรนด์ชั้น ลดสูงสุด 50% ผ่อนสบาย 0% ชิวๆนาน10 เดือน และพิเศษ ลดเพิ่ม 10% เมื่อแลกคะแนนสะสมบัตรเครดิต Redeem Reward ของบัตรเครดิตธนาคาร BBL KTC KBANK และพระเอกในหน้าร้อนนี้ ต้องยกให้เครื่องปรับอากาศและสินค้าเครื่องเย็นที่นำมาลดราคาโดยสุดพิเศษ เมื่อซื้อเครื่องปรับอากาศ รับฟรี! การบริการติดตั้ง มูลค่า 2,500 บ.รับฟรี!ชุดรางครอบท่อ มูลค่า 1,250 บ. รับฟรี!บริการตรวจ-เช็ค-ล้าง แอร์ ฟรี นาน 2 ปี แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 2,000 บ. และรับฟรี นาฬิกาสยามทีวี มูลค่า 590 บ. และ กล่องทิชชู มูลค่า 390 บ.และนอกจากนั้นเรายังมีสินค้าตู้เย็น ตู้แช่ พัดลมไอน้ำ ทีวี สินค้าไอที เครื่องซักผ้า และสินค้าเบ็ดเตล็ดมากมายในราคาพิเศษพร้อมของแถม และเมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บ. รับฟรี! มือถือ พร้อมค่าโทร และ อินเตอร์เน็ต มูลค่า 4,690 บ. และที่ขาดไม่ได้ในทุกๆงาน คือ สมาร์ทโฟน สยามทีวีเราจำหน่ายครบทุกแบรนด์ชั้นนำ APPLE HUAWEI SAMSUNG OPPO VIVO โดยในงานนี้เราก็มีราคาพิเศษพร้อมของแถมมากมาย และเมื่อซื้อมือถือที่สยามทีวี เรามีเจ้าหน้าที่ไอทีคลีนิคไว้บริการให้ลูกค้าโดยสามารถสอบถามและหากมีปัญหาการใช้งานสามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ไอทีคลีนิคได้แบบตัวต่อตัว มีศูนย์บริการสายฟ้าแลบ ที่มีไว้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว ช็อปสถาบันสินเชื่อ เฟริสช้อยส์ อิออน อีซี่บาย และธนาคารกรุงเทพ ไว้รองรับลูกค้าที่มาใช้บริการหรือสมัครบัตรใหม่ มีช็อป TRUE PARTNER – AIS BUDDY ที่ให้บริการรับชำระค่าบริการและทำธุระกรรมต่างๆ และซื้อสินค้าที่สยามทีวีเราบริการผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิต และ สินเชื่อ จากสถาบันชั้นนำมากมาย อาท เช่น BBL KBANK KTC UOB Citibank SCB กรุงศรีฯ First Choice Aeon Easy Buy สามารถติดตามความเคลื่อนไหวสยามทีวีได้ที่ www.facebook.com/siamtv และแอดเป็นเพื่อนกับสยามทีวีทางไลน์เพื่อสอบถามข้อมูล Line@siamtv
  16. “งานมหัศจรรย์หม่อนไหม และผลิตภัณฑ์ 2018: Wonderful Of Mulberry, Silk and Products 2018” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมกับ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต ๑ จังหวัดแพร่ และศูนย์เครือข่าย จัดงาน “มหัศจรรย์หม่อนไหม และผลิตภัณฑ์ 2018 : Wonderful Of Mulberry, Silk and Products 2018” เพื่อสานต่อพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการสืบสานอาชีพด้านหม่อนไหมให้คงอยู่ในสังคมไทย และเผยแพร่สัญลักษณ์ตรานกยูง พระราชทานในโครงการประชาสัมพันธ์ผ้าไหมคุณภาพ ภายในงานพบกับ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อวงการหม่อนไหม นิทรรศการผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน 4 ประเภท ได้แก่ นกยูงสีทอง นกยูงสีเงิน นกยูงสีน้ำเงิน และนกยูงสีเขียว ชมการแสดงชุดทิพยนารี วิถีผ้าไหมไทย แฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหม จากรองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และทีมนางสาวเชียงใหม่ปี 2561 ผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ชุบชีวิตผู้ก้าวผิดในสังคม การสาธิตการทำผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม, การทำของที่ระลึกจากผ้าไหม รังไหม, การแปรรูปน้ำหม่อน การสาธิตแปรรูปการทำไอศกรีมหม่อน, การนุ่งผ้าไหม การสาธิตการสอบผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน การออกร้านจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน 2561 บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต สอบถามรายละเอียดและติดตามกิจกรรมได้ที่ FB, IG : CentralPlaza Chiangmai Airport หรือเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือ โทร.053-999-199 ต่อ 0
  17. Nike Factory จัดโปรโมชั่นลดแรง 30%!!!ลดร้อนแรง 🔥 "Nike Factory Store" จัดโปรแรงลด 30%!! ทุกไอเท็ม !! จากราคาที่ลดแล้วลดเพิ่มอีก!!! วันที่ 20-23 เมษายน 2561 เท่านั้น ที่ร้าน Nike Factory Store ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต#NikeFactoryStore #SALE #CentralPlazaChiangmaiAirport #FamilyDestination #ShoppingDestination
  18. หมวกแฟชั่น ราคาถูกสุดๆ 100 บาท สไตล์ที่เป็นคุณ Street Fashion - Hat Indy ฝนตกแดดออก นอกจากทาครีม SPF สูงๆ คงยังไม่พอ เพิ่มความมั่นใจด้วยหมวกมีสไตล์อีกสักใบ หมวกแฟชั่น สไตล์ เกาหลี สตรีท เทรนด์มินิมอล ดีไซน์เท่ ใส่สบาย ไอเทมคู่ใจ Mix and Match สำหรับคนรักการแต่งตัว http://www.hatindy.com/
  19. มาร่วมกันค้นพบความมหัศจรรย์ของ “แซนโทน” สารต้านอนุมูลอิสระจากมังคุด 📍 รับฟังการเสวนาเรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อความอ่อนเยาว์และสุขภาพดีอย่างยั่งยืน จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู นพ. ธีรวีร์ วีรวรรณ 📍 แชร์ประสปการณ์ที่ได้รับจากการดื่ม Nanoxan โดยเซเลบริตี้ ดีเจ นักปั่น 📍 เล่นเกมและลุ้นรับของรางวัลมากมายในงาน 📍 ชิมและช้อป #NANOXAN ในราคาพิเศษสุดๆ . พบกันในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2561 ณ ลานน้ำพุ ห้าง MAYA ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป
  20. "มหัศจรรย์หม่อนไหม และผลิตภัณฑ์ ๒๐๑๘ :Wonderful Of Mulberry, Silk and Products 2018" 20-22 เม.ย.2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่
  21. เปิดหลักฐานปตท. เป็นของใคร กระแส ทวงคืน ปตท. เป็นกระแสที่มาบูมในระยะ 2-3 ปีที่ผ่าน แถมตอนนี้โดนโจมตีอย่างหนักโดยการโหนกระแสของ กปปส. เพื่อเรียกแขกมากขึ้น โดยข้อกล่าวหาร้ายแรงว่า กลุ่ม ปตท. คือน้ำเลี้ยงสำคัญของระบอบทักษิณ บ้างก็ว่า หุ้น ปตท ทักษิณเป็นเจ้าของ และไม่น่าเชื่อว่า ข้อมูลเบสิคๆแบบนี้ ที่ฟังพวกแกนนำที่พูดบนขึ้นเวทีม๊อบ หรือพวกแกนนำนักทวงคืนอย่างผู้สูงวัยท่านหนึ่ง นั้นกลับไม่คิดจะค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองและก็เชื่อในทันทีด้วยในอคติว่า ทักษิณ หรือ ตระกูลชินวัตร เป็นเจ้าของ ปตท. และ ปตท.คือต้นเหตุทำให้น้ำมันแพง และที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่ง ถ้าพรรคที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพรรคที่ทักษิณสนับสนุนได้เป็นรัฐบาล กระแสทวงคืน ปตท.นั้นเงียบเป็นเป่าสากไม่มีใครพูดถึง ดังนั้นทีมงานก็เลยไปค้นข้อมูลข้อเท็จจริงว่า ปตท. เป็นของใคร ใครกันแน่คือเจ้าของ ปตท. ที่แท้จริง แล้วเราจะทวงคืนทำไม ทวงคืนให้ใคร? เปิดหลักฐานหลังจากการแปรรูปจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจุดเริ่มมาจากการออกพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจปี พ.ศ.2542 ในยุครัฐบาลชวน 2แต่ดันมาเข้าตลาดตอนยุครัฐบาลทักษิณ เลยกลายเป็นว่าทักษิณต้องเป็นแพะรับบาปว่าเป็นผู้ที่ฮุบหุ้น ปตท.ทั้งหมดให้ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของ ทีนี้เราต้องมาเจาะดูว่า (ปตท. เป็นของใคร) ใครถือหุ้นใหญ่ ปตท. ผู้ถือหุ้นใหญ๋ ปตท. นั้นหาง่ายมากๆได้จากเว๊บไซด์ settrade.com ได้ผู้ถือหุ้นใหญ่ดังภาพนี้ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ปตท. จะเห็นได้ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงเป็นกระทรวงการคลัง ประมาณ 51% ซึ่งคนไทยเป็นเจ้าของร่วมกัน และกองทุนวายุภักษ์ทั้ง 2 กอง ก็เป็นกองทุนของภาครัฐที่ทั้งหน่วยงานรัฐและประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถลงทุน ในกองทุนนี้ได้ รวมกันอีก 15% นอกจากนี้ยังมีกองทุนประกันสังคมที่เป็นของคนไทยทุกคนอีก 1% สรุปรวมๆแล้วก็เป็นของรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 67% จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็คือภาครัฐซึ่งส่วนนี้เป็นของคนไทยทุกๆคนอยู่แล้ว แล้วที่เหลือล่ะ เป็นนักลงทุนคนไทยรายย่อย 16% จากการตรวจสอบสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นของ ปตท. ก็พบว่า คนในตระกูลชินวัตรจริงๆได้แก่ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร และนายพอพงษ์ ชินวัตร ถือหุ้นเพียง 7,700 หุ้น จาก 2.85 พันล้านหุ้น หรือ 0.0002% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากจนไม่มีนัยยะสำคัญที่จะไปครอบงำเพื่อกำหนดนโยบายหรือทิศทาง อะไรได้เลยใน ปตท. เป็นการลงทุนตามปกติที่ใครๆก็เข้าไปซื้อได้ในตลาดหลักทรัพย์ [ธนาคาร JPMorgan Chase & Co.] ธนาคาร JPMorgan Chase & Co. แล้วส่วนที่เป็นของนักลงทุนต่างชาติ 18% ล่ะ จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินและกองทุนนอมินี บ้างก็บอกว่ากองทุนนอมินีเหล่านี้เป็นของทักษิณทั้งหมด ยกตัวอย่าง CHASE NOMINEE LIMITED ผู้ถือหุ้นลำดับที่ 5 จำนวน 2.53% นั้น เจ้าของกองทุนนี้คือ JP Morgan Chase & Co. (iv) หรือ JPM ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือหุ้นใหญ๋โดยสถาบันการเงินของต่างประเทศหลายต่อหลายแห่ง JPM มูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้น 2.4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 72 ล้านล้านบาท !!!! นี่มันเป็นตัวเลขงบประมาณของประเทศไทยได้ถีงเกือบ 30 ปีเลยทีเดียว แค่ตัวอย่างนี้ตัวอย่างเดียวเท่านั้น ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าทักษิณเป็นเจ้าของนอมินีทุกๆแห่ง ก็แสดงว่า ทักษิณแทบจะซื้อทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า เรื่องดังกล่าวนี้ไม่มีมูลความจริงใดๆทั้งสิ้นa กล่าว โดยสรุป เจ้าของ ปตท.ทีแท้จริงก็คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่เป็นของคนไทยทุกคนอยู่แล้ว และนักลงทุนรายย่อยทั้งไทยและเทศ ที่คนไทยทุกๆคนสามารถจะมีหุ้นได้โดยสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยได้ทุกวันทำการ ก็ไม่รู้จะทวงคืนไปทำไม ทวงไปก็ไม่ได้น้ำมันถูกลง เพราะที่มันแพงก็แค่น้ำมันกลุ่มเบนซินที่เก็บภาษีและกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น มามากทำให้ราคาแพง และเงินกองทุนน้ำมันก็เอาไปจ่ายชดเชยให้ก๊าซหุงต้มที่นำเข้ามาจากตลาดโลกมา ขายในประเทศถูกๆและพวกแก๊สโซฮอล E20, E85 รวมถึงชดเชยภาษีในส่วนของน้ำมันดีเซลที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้มากกว่า 50% เพื่อควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ที่จะส่งผลต่อค่าขนส่งสินค้าจนกระทบกับค่าครองชีพของคนไทยทุกคน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ไม่เกี่ยวกับ ปตท. ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล E10 มากไม่ได้เพราะจะทำให้กองทุนน้ำมันติดลบ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อรายได้ ปี 2555 ทั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ ปตท. ค้ากำไรเกินควรอะไรเลย เพราะกำไร ปตท. ประมาณแสนล้านบาทนั้น มาจากยอดขายประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 3% กว่าๆเท่านั้นเอง (ฝากสหกรณ์ยังได้ดอกเบี้ยมากกว่าด้วยซ้ำ) ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทน้ำมันแห่งอื่นๆ และกำไรที่มาจากการลงทุนไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนไปต่างประเทศมากมาย เป็นผลมาจากการแปรรูป ปตท. ทำให้มีความสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ทำให้คนไทยไม่ต้องต่อคิวซื้อน้ำมัน ไม่มีปัญหาไฟฟ้าติดๆดับๆ ดังนั้นข้อกล่าวหาว่า ปตท.ขูดรีดคนไทยก็ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด Cr. http://www.รู้จริงพลังงานไทย.com/เปิดหลักฐานปตทเป็นของใ/
  1. Load more activity
×