Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. เยอะเลยคับ ยุคสมัยนี้ คอนโด บ้าน ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด แต่ที่ดีๆ ก็เห็นจะมีแต่โครงการหลัก10ล้าน ศึกษาหารีวิวขายบ้าน เชียงใหม่ดูก่อนให้เยอะๆครับ
  3. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2561 พร้อมมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี 2561 นางสาวปิยวัสน์ มุนินทร นักเรียนชั้น ม.6/4 ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาศิลปวัฒนธรรม ประจำปี 2561 พร้อมรับทุนการศึกษาจำนวน 3000 บาท เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2561 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี สำหรับปีนี้มีผลงานที่เสนอการพิจารณา 11 สาขา รวม 796 ราย มีผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 148 ราย โดยสาขาศิลปวัฒนธรรมมีผลงานที่เสนอ 132 ราย และผ่านการคัดเลือก 29 ราย นางสาวปิยวัสน์ มุนินทร ศึกษาที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 ปัจจุบันศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนการเรียนวิทย์-คณิต โดยเลือกภาษาจีนเป็นภาษาที่สาม และได้เรียนนาฏศิลป์สากล บัลเล่ต์ โมเดิร์นแจส และคอนเทมโพรารี่ ที่โรงเรียนเชียงใหม่นาฏศิลป์สากล โดยหม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช เป็นผู้อำนวยการ ปัจจุบันเรียนบัลเล่ต์ชั้น Advance2 หลักสูตร RAD ประเทศอังกฤษ และจบหลักสูตร โมเดิร์นแจส จาก CSTD ประเทศออสเตรเลีย ได้ไปแข่งเต้นที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ กรุงเทพ ในรายการแข่งขันระดับนานาชาติ และได้รับรางวัลที่ 1 จากฮ่องกงและฟิลิปปินส์ ในการแข่งขัน CSTD Asia Pacific Dance Competition และได้รับรางวัลที่ 1 ประเภท Demi Character ทั้ง 2 รุ่นคือ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และบุคคลทั่วไป ในรายการ ATOD International Dance Competition 2017 และได้รับรางวัลที่ 1 ประเภท Repertoire รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ATOD International Dance Competition2018 ณ กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาว่างในการเป็นครูสอนเต้นให้กับนักเรียนโรงเรียนเชียงใหม่นาฏศิลป์สากล รวมถึงออกแบบท่าเต้นให้นักเรียนเข้าแข่งขันและได้รับรางวัลจาก ATOD International Dance Competition 2017 และ 2018 และยังได้รำไทยร่วมสมัยในงานต่างๆ ทำให้มีรายได้จากการสอนและการแสดง เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น และเพื่อเป็นทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในปี 2561 นางสาวปิยวัสน์ได้รับรางวัล 1. เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ณ ทำเนียบรัฐบาล 2. เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3. เด็กและเยาวชนดีเด่น ประเภท เยาวชนผู้มีใจอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและศาสนา จากมูลนิธิด.ร.สุข พุคยาภรณ์ พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท นางสาวปิยวัสน์ ได้รับคัดเลือกให้รับบทนางเอก “มโนราห์” ในละครเต้นการกุศลเรื่อง มโนราห์แฟนตาซี 2018 ณ โรงละครกาดเธียเตอร์ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย มอบให้โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 ชันษา จังหวัดลำพูน 2560 ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดเรียงความหัวข้อ Holistic Doctor โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. 7 คณะและ 1 สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กิจกรรม “เดิน-วิ่งมหากุศลมหิดล’61” เนื่องในวันมหิดล โดยรายได้จะนำไปสมทบทุนราชสมาทร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561 เวลา 06.00 น. นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เดิน-วิ่งมหากุศลมหิดล’61” โดย 7 คณะและ 1 สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย คณะทันตแพทย์ศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ร่วมกันจัดขึ้น เนื่องในวันมหิดล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่อเป็นการน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ผู้ทรงวางรากฐานการแพทย์และสาธารณสุขไทยให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน โดยจัดต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 44 แล้ว ซึ่งกิจกรรมปีนี้จัดในรูปแบบมินิมาราธอน และแฟมมิลี่รัน ปล่อยตัวที่อุทธยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมวิ่งกว่า 4,000 คน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันกลับมาให้ความสนใจในสุขภาพของตนเอง นอกจากนี้ รายได้จากผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วม จะนำไปสมทบทุนราชสมาทร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่อีกด้วย ////////////////////////////// อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่ 23 กันยายน 2561
  5. วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และครอบครัวบุญศรี รัตนัง ร่วมจัดงานมุทิตาจิตแสดงความยินดีแก่พ่อครูบุญศรี รัตนัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านล้านนา) ประจำปี พ.ศ. 2560 / ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสันทราย กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการร่วมแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ศิลปินแห่งชาติฯ ในการนี้ได้รับเกียรติจากนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แทนผู้ว่าราชการจังหวัด นำคณะผู้ร่วมงานฯ กล่าวแสดงความยินดียกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติฯ โดยมี ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ / นายธานินทร์ สุภาแสน รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนนายติรวัฒน์ สุจริตกุล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวแสดงความยินดี ตลอดจนคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ ตำบล เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายต่างๆ สมาคม เครือข่ายวัฒนธรรม ร่วมกันแสดงความยินดีในงานดังกล่าวอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
  6. เมื่อ 22 ก.ย.61, 1430 บก.ควบคุม กกล.รส.จว.ล.พ. โดย มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.ที่ 2 (ร.7 พัน.2) จัดกำลังพล ร่วมกับ ทต.ป่าไผ่, กฟภ.อ.ลี้ และราษฎรในพื้นที่ฯ หลังเกิดเหตุวาตภัย ในเขตพื้นที่ บ.ดงสักงาม ม.6 และ บ.ผาหนาม ม.12 ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ลงพื้นที่ฯ เพื่อทำการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 18 หลังคาเรือน, ต้นไม้ล้มทับเส้นทาง ปัจจุบันประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ ได้รับความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว รายระเอียดดังนี้.- 1. นายอิ่นหลัน บุตรมา บ้านเลขที่ 57 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น 2. นายภิรมย์ ตามา บ้านเลขที่ 111/2 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 6 แผ่น 3. นายดุษฎี ไชยลังกา บ้านเลขที่ 20/2 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และ ครอบหลังคา จำนวน 5 แผ่น 4. นายใจยา ยอดคำ บ้านเลขที่ 170 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 3 แผ่น และหลังคา จำนวน 2 แผ่น 5. นายนิตยา มูลกันทา บ้านเลขที่ 9 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 20 แผ่น 6. นายพิภพ กันทะจี้ บ้านเลขที่ 5 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น และหลังคา จำนวน 3 แผ่น 7. นายเพชร มาเรียน บ้านเลขที่ 72 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น 8. นายอินตา มาเรียน บ้านเลขที่ 85 ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 12 แผ่น และหลังคา จำนวน 6 แผ่น 9. นางสมศรี ทิมสวัสดิกุล บ้านเลขที่ 122 ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และหลังคา จำนวน 11 แผ่น 10. นายบรรจง ตันยศ บ้านเลขที่ 90 ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และหลังคา จำนวน 1 แผ่น 11. นายเฉลิม ศรีแป้น ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น 12. นางดุลณัฐ เรียนอิมทร์ ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 4 แผ่น และหลังคา จำนวน 2 แผ่น 13. นายมณเทียร คำศิริ ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 10 แผ่น และหลังคา จำนวน 4 แผ่น 14. นายสุพจน์ มานะเพียร ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 5 แผ่น และหลังคา จำนวน 5 แผ่น 15. นางเพ็ญศรี ใหม่พรม ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 5 แผ่น 16. นายยอด มานะเพียร ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 80 แผ่น และหลังคา จำนวน 20 แผ่น 17. นายกิติชัย มานะเพียร ม.6 บ.ดงสักงาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. ความเสียหายหลังคาลอนคู่ จำนวน 3 แผ่น และหลังคา 3 แผ่น 18. วัดผาหนาม ม.12 บ.ผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จว.ล.พ. กระเบื้องแผ่นเล็กศาลาวัด จำนวน 260 แผ่น ซึ่งทางหน่วยได้ประสานงาน ทต.ป่าไผ่ และ กฟภ.อ.ลี้ เข้ามาทำการแก้ไขขั้นต้นเรียบร้อย และจะได้ติดตามรายงานให้ทราบต่อไป
  7. ช่วงเช้าของวันนี้ (23 กันยายน 2561) รายงานสภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นวันหยุดมีประชาชนขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นเป็นจำนวนมาก โดยอุณหภูมิยอดดอยเช้าวันนี้ ต่ำสุด 6 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปานอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส โดยสภาพอากาศมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันด้วย ภาพ - ข้อมูล : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
  8. เนื่องด้วยในปัจจุบัน คู่แต่งงานส่วนใหญ่มักจะเจอกับปัญหามีบุตรยาก สุขภาพไม่แข็งแรงจึงไม่สามารถมีบุตรได้ ทำให้เกิดเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้วขึ้นมา นั่นก็เพื่อช่วยให้คู่รักที่มีบุตรยากสามารถมีบุตรได้อย่างง่ายดายมากขึ้น โดยอาศัยการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ก่อนจะนำตัวอ่อนที่ปฏิสนธิเรียบร้อยแล้วใส่กลับเข้าไปภายในร่างกายของผู้หญิง เพื่อการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง และเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้มากขึ้น เราจะมาทำความรู้จักกับนวัตกรรมการทำเด็กหลอดแก้วกันดังนี้ เด็กหลอดแก้ว คืออะไร? เด็กหลอดแก้ว ก็คือเด็กที่เกิดจากการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งไม่ใช่วิธีทางธรรมชาติ โดยที่มาของคำว่าเด็กหลอดแก้วนั้น เกิดจากการที่ขั้นตอนในการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มและเซลล์ไข่ จะต้องทำในหลอดทดลองที่มีลักษณะเป็นหลอดแก้ว จึงถูกเรียกว่าเด็กหลอดแก้วนั่นเอง และเนื่องจากเป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงทำให้ผู้คนที่มีบุตรยาก นิยมหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีด้วยการทำเด็กหลอดแก้วมากขึ้น ปัจจัยพิจารณาในการทำเด็กหลอดแก้ว อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้ว จะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ด้วย ซึ่งผู้ที่จะทำเด็กหลอดแก้วจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะมีบุตรยากจริงๆ และมีสุขภาพที่แข็งแรงมากพอที่จะตั้งครรภ์ได้ โดยมีปัจจัยที่ทางแพทย์จะทำการพิจารณา ดังนี้ พิจารณาฝ่ายชาย 1.ฝ่ายชายมีความผิดปกติของเชื้ออสุจิหรือคุณภาพของตัวอสุจิต่ำมาก จึงไม่สามารถมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติได้ แต่อย่างไรก็ตามหากเชื้ออสุจิของฝ่ายชายไม่แข็งแรง การทำเด็กหลอดแก้วก็อาจไม่ได้ผลเช่นกัน 2.มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงไม่สามารถมีบุตรได้หรือมีโอกาสที่จะมีบุตรน้อยมาก พิจารณาฝ่ายหญิง 1.ระบบท่อนำไข่มีความผิดปกติ เช่น ท่อนำไข่อุดตัน เคยผ่าตัดมาก่อนและเคยเกิดการกระทบกระเทือนที่ทำให้ท่อนำไข่เกิดความเสียหาย เป็นต้น จึงทำให้มีบุตรยากและบางรายก็อาจมีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติอีกด้วย 2.ฮอร์โมนเพศผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง ส่วนใหญ่จะมีอาการประจำเดือนขาดร่วมด้วย (แต่ไม่ตั้งครรภ์) 3.พยายามจะมีบุตรมาแล้วมากกว่า 3 ปี โดยไม่ได้ป้องกันด้วยวิธีใดเลย แต่ก็ไม่ตั้งครรภ์ 4.มีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือไม่ เพื่อจะได้หาหนทางแก้ปัญหาไม่ให้ลูกที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้วมีความผิดปกติทางพันธุกรรมไปด้วย 5.ช่วงอายุของผู้ทำเด็กหลอดแก้ว โดยส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ทำเด็กหลอดแก้วได้สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป นอกจากว่ามีปัจจัยร้ายแรงที่ทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้จริงๆ เช่น รังไข่เสื่อมก่อนวัย เคยทำหมันด้วยการผูกท่อนำไข่หรือกำลังอยู่ในระหว่างเจ็บป่วยที่ส่งผลให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เป็นต้น ควรเตรียมตัวก่อนทำเด็กหลอดแก้วอย่างไรบ้าง? ก่อนทำเด็กหลอดแก้ว จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยปัจจัยต่างๆ ว่าสามารถทำเด็กหลอดแก้วได้หรือไม่ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจทดสอบการทำงานของรังไข่ ตรวจคัดกรองภาวะติดเชื้อ ทดสอบโพรงมดลูก วิเคราะห์คุณภาพและความผิดปกติของน้ำอสุจิ รวมถึงการทดสอบถ่ายฝากตัวอ่อน โดยหากผ่านการทดสอบเหล่านี้ก็จะสามารถทำเด็กหลอดแก้วได้ ขั้นตอนต่อไปก็คือ เตรียมตัวตามที่แพทย์แนะนำและเตรียมเงินค่ารักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 100,000-300,000 บาทต่อครั้งเลยทีเดียว ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว สำหรับขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว อาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกหรือสถานพยาบาลนั้นๆ แต่ก็สามารถสรุปเป็นขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ ควบคุมรอบเดือนให้ประจำเดือนมาปกติ จากนั้นแพทย์จะฉีดยากระตุ้นการตกไข่ ซึ่งต้องฉีดต่อเนื่องเป็นประจำประมาณ 10-12 วัน ตรวจสอบความคืบหน้าของการกระตุ้นการตกไข่ และฉีดฮอร์โมนเข็มสุดท้ายก่อนเก็บไข่ประมาณ 34-38 ชั่วโมง เก็บไข่ โดยแพทย์จะดูดไข่ออกจากช่องคลอด ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ซึ่งระหว่างนั้นแพทย์ก็จะให้ยาสลบหรือยาชาแก่ผู้ป่วย แพทย์นำไข่และสเปิร์มที่ได้ไปทำการปฏิสนธิกันในห้องปฏิบัติการ พร้อมกับฉีดยาฮอร์โมนให้กับฝ่ายหญิงเพื่อเตรียมมดลูกให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ เมื่อตัวอ่อนมีความแข็งแรงพอแล้ว แพทย์จะนัดเพื่อฉีดตัวอ่อนกลับเข้าไปในมดลูก เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ระยะเวลาและโอกาสในการทำสำเร็จ ระยะเวลาในการทำเด็กหลอดแก้วจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งมีโอกาสสำเร็จอยู่ที่ 15-35 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสุขภาพของว่าที่คุณแม่และปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง นอกจากนี้การทำเด็กหลอดแก้วก็มีโอกาสที่เด็กจะไม่แข็งแรงและอาจเกิดความพิการได้ไม่ต่างจากการตั้งครรภ์ธรรมดาเช่นกัน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การทำเด็กหลอดแก้วอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับว่าที่คุณแม่หลังจากถ่ายฝากตัวอ่อนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีความเสี่ยงที่มักจะเกิดขึ้นมากที่สุดดังนี้ 1.รังไข่บวม เนื่องจากได้รับฮอร์โมนกระตุ้นมากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หายใจลำบากและอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วงได้ 2.ตั้งครรภ์นอกมดลูก เพราะไข่เข้าไปฝังตัวอยู่ในท่อนำไข่แทนที่จะเป็นมดลูก ซึ่งภาวะนี้เด็กจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ และต้องผ่าเอาเด็กออก 3.เกิดความเครียด เนื่องจากการทำเด็กหลอดแก้วส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและจิตใจหลายอย่าง ต้องอาศัยกำลังใจจากคนรอบข้างและการบำบัดเป็นหลัก 4.ได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ทำอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาในขณะถ่ายฝากตัวอ่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว กระสับกระส่าย ร้อนวูบวาบและอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย 5.เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยมาก และอาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ เพราะปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ 6.เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน อาจมีภาวะแทรกซ้อนในขั้นตอนการเก็บไข่ เช่น การติดเชื้อ เกิดแผลในมดลูกและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ได้ 7.มีโอกาสตั้งครรภ์แฝด ซึ่งหากสุขภาพของคุณแม่ไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้คลอดก่อนกำหนดหรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อยได้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีการถ่ายฝากตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัว การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นนวัตกรรมที่มีความทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่มีบุตรยากสามารถมีบุตรได้อย่างที่ต้องการ เพียงนำสเปิร์มของฝ่ายชายและเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิงมาปฏิสนธิกันภายนอกร่างกาย ก่อนจะนำกลับเข้าไปในมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติต่อไป แต่อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้วก็อาจเกิดความผิดพลาดและมีความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนทำ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเสมอ เว็บที่เกี่ยวข้อง : https://www.108news.net/news/23104
  9. พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 22 กันยายน 2561 - 28 กันยายน 2561 การคาดหมาย การคาดหมายลักษณะ ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ข้อควรระวัง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมีลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปริมาณฝนลดลง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 22-24 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 25-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  10. ประจำวันที่ 23 กันยายน 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนไปปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันแล้ว ในขณะที่มีลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
  11. Yesterday
  12. ลองเข้าไปดูรายละเอียดคร่าวๆ เผื่อจะช่วยตัดสินใจได้นะคับ https://www.fazwaz.com/th/ประเทศไทย/เชียงใหม่-บ้าน-ขาย ผมก็จะเลือกTHE PROMINENCE ที่เชียงใหม่เหมือนกันครับ เลยเข้าดูในเว็บก่อนคับ
  13. วันที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 14.00 น. นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ นำคณะสื่อมวลชน ชมกิจกรรม “วันแรดโลก” โดยการมอบอาหารด้วยผักผลไม้ต่างๆ และใบขนุนให้แก่ แรดอินเดียหนึ่งเดียวในประเทศไทย เพศเมียชื่อ”กาลิ” ที่ ส่วนจัดแสดงแรดอินเดีย ในสวนสัตว์เชียงใหม่
  14. สดร. ชวนชมดาวศุกร์สว่างที่สุด 2 ครั้ง ในรอบปี 25 กันยายน และ 30 พฤศจิกายน ภาพถ่ายดาวศุกร์ บันทึกในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2561 โดยกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย “ดาวศุกร์สว่างที่สุดในรอบปี” ช่วงค่ำ 25 กันยายน ทางทิศตะวันตก และเช้ามืด 30 พฤศจิกายน ทางทิศตะวันออก ปรากฏสว่างสุกใส สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ สวยงามมาก เชิญชวนผู้สนใจและโรงเรียนเครือข่ายโครงการกระจายโอกาสเรียนรู้ดาราศาสตร์ 77 จังหวัด ตั้งกล้องส่องดาว เสริมกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนแก่นักเรียนและชุมชน สร้างแรงบันดาลใจเรียนรู้ดาราศาสตร์ ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า วันที่ 25 กันยายน 2561 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุดในรอบปี (Greatest Brilliancy) สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 - 20.00 น. และอีกครั้งวันที่ 30 พฤศจิกายน ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 - 06.00 น. คาดว่าจะมีความสว่างปรากฏมากถึง -4.6 (ดวงจันทร์เต็มดวงมีความสว่างปรากฏ แมกนิจูด -12.6) หากสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ จะมองเห็นดาวศุกร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ดาวศุกร์อยู่ใน ตำแหน่งห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด (Greatest Eastern Elongation) เราจึงมองเห็นดาวศุกร์สว่างบริเวณขอบฟ้าทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ หากใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏครึ่งดวง จนกระทั่งวันที่ 25 กันยายน 2561 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุด ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ จากนั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ดาวศุกร์จะโคจรมาอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก เรียกว่า ตำแหน่งร่วมทิศแนววงใน (Inferior Conjunction) ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวบางมาก ๆ และหลังจากวันดังกล่าวดาวศุกร์จะปรากฏในเวลารุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น บริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก หากใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุดอีกครั้งหนึ่ง และในวันที่ 6 มกราคม 2562 ดาวศุกร์จะโคจรอยู่ในตำแหน่งห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด (Greatest Western Elongation) หากใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏครึ่งดวงอีกครั้งเช่นกัน ดร.ศรัณย์ กล่าว ดร. ศรัณย์ อธิบายเพิ่มว่า การที่ดาวศุกร์สว่างมากที่สุดในรอบปี 2561 ในวันที่ 25 กันยายน และ 30 พฤศจิกายน เนื่องจากโคจรห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอดีและมีขนาดเสี้ยวค่อนข้างใหญ่ จึงสว่างมากหากเทียบกับช่วงที่ดาวศุกร์อยู่ในตำแหน่งห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกและตะวันตกมากที่สุด ช่วงดังกล่าวแม้ว่าจะปรากฏครึ่งดวง แต่มีขนาดปรากฏลดลง เพราะอยู่ห่างจากโลกมากที่สุด ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์วงในลำดับที่ 2 ถัดจากดาวพุธ อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก จึงไม่สามารถเห็นดาวศุกร์สว่างเต็มดวงได้ แต่จะปรากฏเป็นเสี้ยวให้เห็น ความหนาบางของเสี้ยวแตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง และปรากฏอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ได้มากที่สุด 47.8 องศา เราจึงสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือหลังดวงอาทิตย์ตกเท่านั้น ไม่เคยปรากฏอยู่กลางฟ้าหรือในเวลาดึก ๆ ทั้งนี้ หากเห็นดาวศุกร์ทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ คนไทยมักเรียกว่า “ดาวประจำเมือง” หากเห็นดาวศุกร์ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้ามืด คนไทยมักเรียกว่า “ดาวประกายพรึก” ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ยาวไปจนถึงต้นปีหน้า จึงเป็นช่วงที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์ดาวศุกร์เป็นอย่างมาก ดาวศุกร์จะปรากฏบนท้องฟ้าสว่างมาก ในช่วงหัวค่ำและรุ่งเช้า และหากใช้กล้องโทรทรรศน์ช่วยสังเกตการณ์ จะมองเห็นดาวศุกร์ปรากฏในลักษณะต่าง ๆ จึงอยากเชิญชวนโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ให้กับนักเรียนและประชาชนในชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริงได้เป็นอย่างดี ดร.ศรัณย์ กล่าวปิดท้าย
  15. จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “คลองแม่ข่าสวย น้ำใส ไหลดี ชุมชนมีสุข” โดยนำทุกภาคส่วนร่วมกันกำจัดขยะ วัชพืช เพื่อพัฒนาคลองแม่ข่าให้กลับมาเป็นหนึ่งในไชยมงคลของเมืองเชียงใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น. ที่ บริเวณพื้นที่ริมคลองแม่ข่า สะพานแม่ข่าถนนรัตนโกสินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “คลองแม่ข่าสวย น้ำใส ไหลดี ชุมชนมีสุข” โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เยาวชน นักศึกษา พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ ร่วมกันกำจัดขยะ วัชพืช ปรับภูมิทัศน์บริเวณริมคลองแม่ข่า ตั้งแต่สะพานแม่ข่าถนนรัตนโกสินทร์ไปจนถึงสะพานแม่ข่า ถนนหมื่นด้ามพร้าคต อำเภอเมืองเชียงใหม่ รวมระยะทาง 500 เมตร เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในครัวเรือนและชุมชน รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเนื่องในสัปดาห์วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ประจำปี 2561 อีกด้วย ทั้งนี้ การพัฒนาและการแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า เป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางการพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิบัติการดูแลคลองแม่ข่าในระดับชุมชน หมู่บ้าน เพื่อขยายผลการดำเนินการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคนในชุมชน สถานประกอบการที่อยู่ตลอดแนวสองฝั่งคลองแม่ข่า ที่ต้องให้ความร่วมมือในการบำบัดคุณภาพน้ำทิ้งให้ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง และคอยเฝ้าระวังดูแลรักษาคลองแม่ข่าให้มีสภาพที่สวยงาม มีระบบนิเวศธรรมชาติที่สมบูรณ์สามารถที่จะพัฒนาให้เป็นสายน้ำแห่งวัฒนธรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศธรรมชาติทางน้ำ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชน ตลอดจน ทำให้คลองแม่ข่ากลับมาเป็นไชยมงคลของเมืองเชียงใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่
  16. ชาวแม่โจ้ ร่วมแสดงความคิดเห็นในการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2561 ชาวแม่โจ้ร่วมแสดงความคิดเห็นในการ "สรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้" พร้อมกันทั้ง 3 พื้นที่ (เชียงใหม่/แพร่ – เฉลิมพระเกียรติ/ชุมพร) โดยเป็นการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือการบริหารมหาวิทยาลัย โดยจะนำไปใช้ร่วมประกอบในการพิจารณาตามกระบวนการสรรหาอธิการบดี โดยมี คณะกรรมการสรรหาบุคคล เข้ารับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นักศึกษา และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ถึงผู้สมควรได้รับการการพิจารณาเพื่อแต่งตั้งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี 2561 ซึ่งมีผู้ที่ให้ความสนใจทั้ง 3 กลุ่ม เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ร่วมไปถึงแนวทางในการพัฒนา กันอย่างพร้อมเพรียง
  17. ผู้ที่มีเครื่องประดับจากหัวกระเบนท้องน้ำหรือหนามบนหัวปลาโรนิน จะต้องแจ้งการครอบครองที่สำนักงานประมงจังหวัด ตั้งแต่วันนี้ - 29 พ.ย. 61 เนื่องจากปัจจุบันปลาโรนิน หรือกระเบนท้องน้ำ ถูกประกาศให้เป็นสัตว์คุ้มครองแล้ว โดยหลังวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ใครที่ไม่มีหนังสือการครอบครอง จะถูกจับปรับ 40,000 บาท โดยต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานดังนี้ 1.บัตรประจำตัวประชาขนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ 2.ทะเบียนบ้านหรือสำเนาทะเบียนบ้าน 3.ซาก/ผลิตภัณฑ์หรือภาพถ่ายซากหรือผลิตภัณฑ์สัตว์สงวนที่ประสงค์จดแจ้ง -แบบฟอร์ม https://www4.fisheries.go.th -ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่ กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง เกษตรกลาง เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร -สำหรับในท้องที่จังหวัดอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดในท้องที่นั้นๆ ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Chalit Sa Nga Ngam
  18. รัฐเร่งเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่ม 5,268 คน เพื่อพัฒนาสุขภาวะของประชาชนและตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 1/2561 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นและมีมติใน 2 เรื่อง ดังนี้ 1. โครงการขยายระยะเวลาการเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (ปีการศึกษา 2561 – 2565) เพื่อพัฒนาสุขภาวะของประชาชนและตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ ระยะที่ 1 (ปีการศึกษา 2561–2562) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อผลิตพยาบาลวิชาชีพในระดับปริญญาตรีรองรับการขยายศักยภาพการให้บริการด้านสาธารณสุข โดยเห็นชอบให้ดำเนินการในปีการศึกษา 2561-2562 เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่มจำนวน 5,268 คน ทั้งนี้ เห็นควรพิจารณากำหนดเงื่อนไข/มาตรการให้ผู้สำเร็จการศึกษาอยู่กับภาครัฐได้ยาวนานขึ้น และหาแนวทางในการร่วมผลิตกับภาคเอกชน 2. โครงการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งชาติเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวง/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้นำโครงการดังกล่าวไปหารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อจัดทำโครงการในลักษณะภาพรวมของประเทศ ให้มีความครอบคลุมทั้งเรื่องทักษะความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) นโยบาย (Policy) วิธีการสอน (Pedagogy) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมทั้งคำนึงถึงการออกแบบและการบริหารจัดการข้อมูลโดยควรมีนักการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้าน Big data ร่วมด้วย ภาพ : สภากาชาดไทย ข้อมูล : สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7
  19. จับกุม ผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นนายพลตำรวจตรี อดีตผู้การเชียงใหม่ และจบ นรต.รุ่น 28 หลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือวิ่งเต้นคดี ตามนโยบายของรัฐบาลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามอาชญากรรมที่มีการนำเทคโนโลยีและสารสนเทศ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง“ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยมอบหมายให้พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.เป็น ผอ.ศูนย์ฯ และให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เป็น รอง ผอ.ศูนย์ฯ อำนวยการจับกุมโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ท.กฤชมงกุฎ บูรณภักดี รอง ผกก.กก.สส.บก.น.1 ,พ.ต.ท.พงศ์ดนัย วิมุกติบุตร รอง ผกก.ป.สน.จักรวรรดิ , พ.ต.ท.สิทธิกร วัชระทิพากร รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน , ร.ต.อ.วศิน เอกเมธา รอง สว. , ส.ต.ท.อิทธิพล กลางสุพรรณ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ชุดจับกุม สน.บางซื่อ ประกอบด้วย พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บางซื่อ , พ.ต.ท.พิชิต กอปรกิจงาม รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.ปริญญา กลิ่นเกสร รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.คณิศร พันบุดดา สวป.สน.บางซื่อ,พ.ต.ต.สุคนธ์ แสงโสดา , พ.ต.ต.สุระ ตั้งวัฒนกิตติกุล สว.สส.สน.บางซื่อ , ร.ต.อ.วัฒนา อ่อนเลิศฯ 1. ผู้ต้องหา 1 ราย นายจิรกิตติ์ พลอยประยูร หรือนายภูมิภัทร ภัทรธำรง หรือจิรกิตติ์ จีบภิญโญ อายุ 66 ปี ที่อยู่ 590/223 ซ.สุเหร่าคลองหนึ่ง 13 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. โดยผู้ต้องหารายนี้ หลอกลวงผู้เสียหายว่าตัวเองเป็นพลตำรวจตรีจิรกิตติ์ จีบภิญโญ อดีตผู้การเชียงใหม่ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 28 พฤติการณ์คือจะเดินทางไปสถานีตำรวจโรงพักที่ต่าง ๆ และอ้างตัวกับตำรวจที่ไปพบว่าตนเป็นอดีตผู้การ จบ นรต.รุ่นที่ 28 ขอความช่วยเหลือให้ตำรวจอำนวยความสะดวกกับคดี โดยฝากให้กับเพื่อนร่วมรุ่น นรต.รุ่นที่ 28 ที่เป็นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนมีนายตำรวจหลายคนหลงเชื่อพฤติกรรมของผู้ต้องหา และยังหลอกลวงผู้อื่นโดยการทำนามบัตรยศพลตำรวจตรี มีภาพถ่ายผู้ต้องหาใส่เครื่องแบบตำรวจชุดขาวติดยศพลตำรวจตรี ใส่สายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นที่ 3 ลงภาพในเฟสบุ๊ค จนมีผู้หลงเชื่อว่าเป็นอดีตผู้การตำรวจจริงและถูกหลอกลวงเสียหายจำนวนหลายราย ก่อนหน้าการจับกุมครั้งนี้ผู้ต้องหาได้โทรมาที่ห้องวิทยุสน.บางซื่อ เพื่อถามหาสารวัตรป้องกันปราบปรามสน.บางซื่อ ว่าคนใดเข้าเวร และขอหมายเลขโทรศัพท์เพื่อประสานจากนั้นจึงโทรไปหาแล้วอ้างว่าตัวเองเป็นอดีตผู้การฯ นรต.รุ่นที่ 28 จะเดินทางมาติดต่อที่กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร กทม. และขอให้ช่วยในการอำนวยความสะดวก จึงได้ทำการวางแผนตรวจค้นจับกุม สอบถามพบว่าไม่ได้เป็นพลตำรวจตรีตามนามบัตรที่กล่าวอ้างจริง และไม่ได้เป็นตำรวจจริง และไม่ได้เรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 28 จริง จึงได้ทำการเชิญตัวมาที่ สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหา 1.แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย (ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 2.แต่งกายเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)โดยไม่มีสิทธิใช้ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ (ประมวลกฎหมายอาญา ม.146 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 3.นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ ประชาชน (พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
  20. ตำแหน่งงานว่างประจำสัปดาห์ที่ 38/2561 จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
  21. สดร. ชวนชมดาวศุกร์สว่างที่สุด 2 ครั้ง ในรอบปี 25 กันยายน และ 30 พฤศจิกายน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย “ดาวศุกร์สว่างที่สุดในรอบปี” ช่วงค่ำ 25 กันยายน ทางทิศตะวันตก และเช้ามืด 30 พฤศจิกายน ทางทิศตะวันออก ปรากฏสว่างสุกใส สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ สวยงามมาก เชิญชวนผู้สนใจและโรงเรียนเครือข่ายโครงการกระจายโอกาสเรียนรู้ดาราศาสตร์ 77 จังหวัด ตั้งกล้องส่องดาว เสริมกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนแก่นักเรียนและชุมชน สร้างแรงบันดาลใจเรียนรู้ดาราศาสตร์ ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า วันที่ 25 กันยายน 2561 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุดในรอบปี (Greatest Brilliancy) สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 - 20.00 น. และอีกครั้งวันที่ 30 พฤศจิกายน ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 - 06.00 น. คาดว่าจะมีความสว่างปรากฏมากถึง -4.6 (ดวงจันทร์เต็มดวงมีความสว่างปรากฏ แมกนิจูด -12.6) หากสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ จะมองเห็นดาวศุกร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ดาวศุกร์อยู่ใน ตำแหน่งห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด (Greatest Eastern Elongation) เราจึงมองเห็นดาวศุกร์สว่างบริเวณขอบฟ้าทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ หากใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏครึ่งดวง จนกระทั่งวันที่ 25 กันยายน 2561 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุด ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ จากนั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ดาวศุกร์จะโคจรมาอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก เรียกว่า ตำแหน่งร่วมทิศแนววงใน (Inferior Conjunction) ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวบางมาก ๆ และหลังจากวันดังกล่าวดาวศุกร์จะปรากฏในเวลารุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น บริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก หากใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุดอีกครั้งหนึ่ง และในวันที่ 6 มกราคม 2562 ดาวศุกร์จะโคจรอยู่ในตำแหน่งห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด (Greatest Western Elongation) หากใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตการณ์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏครึ่งดวงอีกครั้งเช่นกัน ดร.ศรัณย์ กล่าว ดร. ศรัณย์ อธิบายเพิ่มว่า การที่ดาวศุกร์สว่างมากที่สุดในรอบปี 2561 ในวันที่ 25 กันยายน และ 30 พฤศจิกายน เนื่องจากโคจรห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะที่พอดีและมีขนาดเสี้ยวค่อนข้างใหญ่ จึงสว่างมากหากเทียบกับช่วงที่ดาวศุกร์อยู่ในตำแหน่งห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกและตะวันตกมากที่สุด ช่วงดังกล่าวแม้ว่าจะปรากฏครึ่งดวง แต่มีขนาดปรากฏลดลง เพราะอยู่ห่างจากโลกมากที่สุด ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์วงในลำดับที่ 2 ถัดจากดาวพุธ อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก จึงไม่สามารถเห็นดาวศุกร์สว่างเต็มดวงได้ แต่จะปรากฏเป็นเสี้ยวให้เห็น ความหนาบางของเสี้ยวแตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง และปรากฏอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ได้มากที่สุด 47.8 องศา เราจึงสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือหลังดวงอาทิตย์ตกเท่านั้น ไม่เคยปรากฏอยู่กลางฟ้าหรือในเวลาดึก ๆ ทั้งนี้ หากเห็นดาวศุกร์ทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ คนไทยมักเรียกว่า “ดาวประจำเมือง” หากเห็นดาวศุกร์ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้ามืด คนไทยมักเรียกว่า “ดาวประกายพรึก” ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ยาวไปจนถึงต้นปีหน้า จึงเป็นช่วงที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์ดาวศุกร์เป็นอย่างมาก ดาวศุกร์จะปรากฏบนท้องฟ้าสว่างมาก ในช่วงหัวค่ำและรุ่งเช้า และหากใช้กล้องโทรทรรศน์ช่วยสังเกตการณ์ จะมองเห็นดาวศุกร์ปรากฏในลักษณะต่าง ๆ จึงอยากเชิญชวนโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ให้กับนักเรียนและประชาชนในชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผ่านประสบการณ์จริงได้เป็นอย่างดี ดร.ศรัณย์ กล่าวปิดท้าย กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร. 053-121268-9 ต่อ 210 , 081-8854353 โทรสาร 053-121250 E-mail: pr@narit.or.th Website : www.narit.or.th Facebook : www.facebook.com/NARITpage Twitter : @N_Earth Instagram : @NongEarthNARIT Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313
  22. “มิสทีนมาแล้วค่ะ...พร้อมเสิร์ฟความสวยเต็มรูปแบบ วันนี้ที่เมญ่าฯ” เปิดตัวแล้ววันนี้กับ “MISTINE SHOP สาขา MAYA CHIANGMAI” ที่รวบรวมสินค้าชั้นนำกว่า 200 รายการเพื่อตอบโจทย์สาวๆให้ครบจบในร้านเดียว โดยมีคุณ ศรายุทธ ทองร่มโพธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ พร้อมด้วยคุณพิชญพัชญ์ พศิษฐพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย และทีมงาน ให้เกียรติร่วมมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีกับ คุณ ณัชชารีย์ วาสนยรรยง หัวหน้าเขตช่องทางพิเศษ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เนื่องในโอกาสเปิดร้าน MISTINE SHOP ณ บริเวณ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศในวันเปิดร้านใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ MISTINE SHOP สาขา MAYA CHIANGMAI ถือเป็นไอคอนแห่งใหม่ที่รวบรวมสินค้าเครื่องสำอางชั้นนำภายใต้แบรนด์มิสทีน โดยรวบรวมสินค้าขายดีมากมายมาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น ลิปสติก AMOUR รุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 9 เฉดสี ที่จะมาเติมสีสันของสาวๆให้โดดเด่ด หรือ Mistine 24 CoverAll LongWearing Foundationd รองพื้นอันดับ 1 ที่จัดโปรแรงให้ช็อปกันเต็มอิ่มแบบ 1 แถม 1 ในช่วงเปิดร้านใหม่ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมเสิร์ฟความสวยแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ MISTINE SHOP สาขาเมญ่าฯ เชียงใหม่ โปรโมชัน • Mistine 24 CoverAll LongWearing Foundationd ซื้อ 1 แถม 1 • เมื่อซื้อสินค้าในร้านครบ 600 บาทขึ้นไปรับอายไลเนอร์รุ่น Mistine 9 to 5 matte auto pen liner มูลค่า 259 บาทฟรี • เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทรับ Mistine 9 to 5 matte auto pen liner และ Mistine Bag รุ่น Limited Edition by mistine รวมมูลค่า 1,000 บาท
  1. Load more activity
×