tanew01

สมาชิกทั่วไป
  • Content count

    1
  • Joined

  • Last visited

  1. ฮาชิโมโต๊ะในเด็กทารก เด็กทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี ปฏิกิริยาต่างๆ ของร่างกายจะดำเนินไปอย่างเหมาะสมกับจังหวะของการเจริญเติบโต เมื่อร่างกายต้องการสารอาหาร เด็กก็จะหิว เมื่อมีความไม่สบายตัว เด็กก็จะร้องไห้งอแง เป็นต้น แต่ถ้าเด็กคนนั้นเป็นโรคขาดไทรอยด์ การแสดงออกก็จะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โรคขาดไทรอยด์ หรือ ฮาชิโมโต๊ะ (Hashimoto) เป็นสภาวะที่ต่อมไทรอยด์ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเนื่องจากมีอาการอักเสบเรื้อรัง จึงผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาในปริมาณน้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ เมื่อฮอร์โมนไทรอยด์ตัวนี้เป็นสารสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญพ ลังงานและเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การขาดหรือพร่องฮอร์โมนไทรอยด์จึงส่งผลให้ทุกกระบวนการในร่างกายช้าลง สำหรับในเด็กทารกแรกเกิด เด็กจะมีอาการซึม ไม่ร้องโยเย หลายคนก็ชะล่าใจคิดว่าลูกเป็นเด็กดีเลี้ยงง่าย แต่หากสังเกตให้ดีก็จะพบความผิดปกติ เพราะเด็กจะนอนหลับเป็นเวลายาวนาน ไม่ร้องหิวนม จนบางทีต้องปลุกขึ้นมาเพื่อให้ดื่มนม มักจะมีอาการเสียงแหบและท้องผูกได้บ่อย ในบางรายจะมีอาการดีซ่านแสดงให้เห็นด้วยหากโตขึ้นมาหน่อยและยังไม่ได้รับการรักษา การเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการต่างๆ ก็จะช้ากว่าปกติ ผิวหนังแห้งหยาบทั้งๆ ที่ในวัยเด็กผิวควรจะมีสุขภาพดีที่สุด ในช่วงนี้พ่อแม่หลายคนก็จะเริ่มสังเกตเห็นชัดขึ้นและเริ่มเป็นกังวลในพัฒนาการของลูกที่ไม่ทันกันกับเด็กคนอื่นๆ จึงเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาซึ่งอาจจะตรวจพบว่ามีอาการของโรคฮาชิโมโต๊ะ ก็จะทำการรักษาได้ทันท่วงที แต่ก็ยังมีกรณีที่ไม่เห็นความผิดปกติได้เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงลูกเอง แบบนี้ก็จะไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นานเข้าเด็กก็จะมีรูปร่างเตี้ย พุงป่อง คิดช้าไปจนถึงปัญญาอ่อน หูหนวกและเป็นใบ้ได้ จะเห็นได้ว่ายิ่งรักษาได้เร็วอาการเจ็บป่วยก็จะยังไม่มีความรุนแรงมากนัก และไม่ได้กระทบต่อสภาพร่างกายมากเท่าไรความจริงโรคขาดไทรอยด์ในเด็กทารกนั้นเกิดได้จากสาเหตุหลัก 2 สาเหตุ อย่างแรกคือเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ เด็กบางคนในกลุ่มนี้พบว่าต่อมไทรอยด์เจริญเติบโตไม่เต็มที่ เลยไม่สามารถสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ได้ อย่างที่สองคือการดูแลตัวเองของผู้เป็นแม่ แม่ที่ขาดสารอาหารโดยเฉพาะไอโอดีนจะมีผลกระทบต่อลูกในครรภ์ ทำให้เด็กมีความเสี่ยงกับภาวะไทรอยด์ทำงานได้น้อยเช่นกัน ดังนั้นคุณแม่จึงต้องรักษาสุขภาพตัวเองระหว่างตั้งครรภ์ให้ดีที่สุด และหลังจากที่ลูกคลอดแล้วก็หมั่นสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อที่จะรักษาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีเมื่อลูกน้อยมีอาการเจ็บป่วยใดๆ เกิดขึ้น โดย นพ วิทวัส แนววงศ์ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ แพทย์ที่ปรึกษา รัตตินันท์คลินิก