เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ส.ค. 2551 ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวุฒิพงศ์ อารยะธรรมโสภณ ชาวไทย พร้อมด้วยนายเดิร์ก วีเบอร์-อารยะธรรมโสภณ ชาวเยอรมัน คู่แต่งงานที่เป็นเพศชายเหมือนกันได้จัดแถลงข่าวงานแต่งงาน พร้อมกันนี้ยังได้มีการลงนามรายชื่อผู้สนับสนุนกฎหมายชีวิตคู่คนเพศเดียวกัน ที่เคลื่อนไหวโดยกลุ่มเกย์การเมืองนำโดยนายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย ให้ได้ 20,000 ชื่อ เพื่อยื่นเสนอให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณากฎหมายดังกล่าวต่อไป

นายวุฒิพงศ์ อารยะธรรมโสภณ อายุ 30 ปี ผู้จัดการทั่วไปหจก.เดอะ โพโดโลจี เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลสุขภาพเท้าโดยผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจจัดงานมงคลสมรสในวันนี้ ก็เพื่อประกาศความเท่าเทียมของคนรักเพศเดียวกันในสังคมไทย และเพื่อเป็นการลงชื่อสนับสนุนกฎหมายชีวิตคู่คนเพศเดียวกันในประเทศไทย "การแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสเท่านั้น แต่จะเป็นการจุดประกายให้คนรักเพศเดียวกันได้ตระหนักถึงสิทธิความเท่าเทียมกันในสังคมไทยและทำให้เกิดการยอมรับมากขึ้น ดังนั้นจึงขอเป็นคู่แต่งงานประวัติศาสตร์และเป็นคู่แรกที่ได้ลงนามรายชื่อดังกล่าว เพื่อผลักดันให้เป็นกฎหมายต่อไป"นายวุฒิพงศ์ กล่าว
ด้านนายเดิร์ก วีเบอร์-อารยะธรรมโสภณ อายุ 24 ปี ชาวเยอรมัน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้จัดพิธีมงคลสมรสในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะรู้สึกชื่นชอบวัฒนธรรมประเพณีแบบล้านนา เนื่องจากตนเองได้ทำธุรกิจศูนย์ดูแลสุขภาพเท้าที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลาหลายปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรื่องสินสอดทองหมั้น ไม่ขอเปิดเผย เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวคู่รักทั้งสองได้มีการสวมแหวนแต่งงานให้กันและกันเป็นมงกฎราชาและราชินี เป็นแหวนเพชร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงให้ทราบว่าเป็นเกย์คิงและเกย์ควีน ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้มีการจดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศเยอรมันเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว แต่ไม่ได้มีการจัดงานฉลอง
ที่มา :

ภาพประกอบ : จาก

*******************************************************
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ฮือฮาพิธี จัดวิวาห์ ชาย-ชาย
เชียงใหม่ฮือฮาชายแต่งชายระหว่างหนุ่มไทยกับหนุ่มเยอรมัน ไม่มีใครเป็นเจ้าสาว ขนสินสอดทั้งแหวนเพชร รถยนต์ เงินสดบ้าน เผยรู้จักกันที่เยอรมันประมาณ 9 ปีแล้ว ทำพิธีแต่งพร้อมจดทะเบียนที่เยอรมันมาแล้ว เพราะเปิดกว้างกว่า แต่เพิ่งกลับมาทำพิธีที่เมืองไทยตามแบบพิธีชาวเหนือ
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 15 ส.ค. ที่โรงแรมฮอลิเดย์อินท์ ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีเรื่องฮือฮาเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานระหว่างชายกับชาย ซึ่งมีพิธีมงคลสมรสขึ้นในเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่โรงแรมบริเวณชั้น 3 ของโรงแรม มีพิธีผูกข้อไม้ข้อมือแบบประเพณีชาวเหนือ โดยมีคู่รักทั้ง 2 คน เป็นชายทั้ง 2 คน ที่ตกลงปลงใจเข้าพิธีแต่งงานกัน สอบถามทราบชื่อ ฝ่ายชายไทยคือนายวุฒิพงศ์ อารยะธรรมโสภณ อายุ 30 ปี เป็นชาวจ.กำแพงเพชร ผู้จัดการทั่วไป หจก.เดอะ โพโดโลจี เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลสุขภาพเท้าตั้งอยู่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ส่วนฝ่ายชายอีกคนคือนายเดิร์ก วีเบอร์ อายุ 24 ปี เป็นชาวเยอรมันซึ่งมาร่วมทำธุรกิจด้วยกัน หลังจากไปรู้จักกันที่เยอรมัน ทั้งคู่ได้เข้าพิธีมงคลสมรสกันนับว่าเป็นครั้งแรกแบบชายรักชาย โดยสินสอดทองหมั้นที่ทั้งคู่มอบให้แก่กันคือ แหวนเพชร รถยนต์ เงินสด และบ้าน ส่วนราคาแหวนเพชร เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผย
นายวุฒิพงศ์ อารยะธรรมโสภณ และนายเดิร์ก ให้สัมภาษณ์ว่า รู้จักกันที่ประเทศเยอรมันเมื่อประ มาณ 9 ปีที่ผ่านมา โดยนายเดิร์ก ทำงานเป็นผู้ดูแลบริษัท จากนั้นก็รู้สึกรักกันมาก จึงไม่สามารถที่จะบรรยายยังไงเพราะเป็นผู้ชายทั้งคู่ ไม่มีเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการแต่งงานกันแบบนี้ และทำพิธีแต่ง งานและจดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศเยอรมันมาแล้ว ส่วนที่ประเทศไทยยังไม่สามารถเปิดกว้างได้ อย่างไรก็ตามตนจะได้ทำเรื่องและร่วมลงนามในนามของกลุ่ม เกย์เมืองไทย เพื่อจะได้นำเสนอไปยังส.ส. และส.ว.ให้พิจารณาเรื่องสิทธิเสรีภาพให้เกิดความเท่าเทียมกันทุกประเภท เพราะถือว่าเราไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย
ทางด้านนายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย กล่าวว่า การแต่งงานกันแบบชายรักชายก็ไม่ได้ถือว่ามีความผิดกฎหมาย เพราะทั้งคู่มีความภาคภูมิใจในความเป็นคนรักในเพศเดียวกัน และมีความกล้าหาญในการเปิดเผย คู่สมรสได้สร้างความเข้าใจให้กับสังคมในเรื่องของความรักเพศเดียวกัน และจะก่อให้เกิดการยอมรับต่อไป และทั้งคู่นั้นมีกรอบแนวความคิดที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และจะทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์และเป็นเรื่องที่จะต้องสนับสนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกันได้มีแขกเหรื่อเข้ามาร่วมงานกันจำนวนมาก เป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายสบายๆ สไตล์เมืองเหนือ ทั้งคู่เดินทักทาย ผู้มาร่วมงาน และพูดคุยเปิดเผยถึงความรักทั้ง 2 ถึงวันนี้ และกล้าที่จะเปิดเผยทุกเรื่องเกี่ยวกับความรักของทั้ง 2 คน
