หลังจากออกเดินทางจากเชียงใหม่มายังอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ลินเลือกเดินทางโดยรถยนต์โดยสารสาธาระณะ มาถึงอำเภอภูเรือ เมื่อเวลา 04.15 น.กว่า หลังจากแบกเป้หลังและสัมภาระลงมากองหน้าตลาดที่เป็นที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็หันหน้าไปหาอาหารใส่ปาก อาหารเช้าที่ทานกันนั้นพวกเราต้องไปช่วยร้านค้าจัดร้านแล้วนั่งรออาหาร ลินนั้นตุนกำลังเข้ากระเพาะอาหารเป็น โจ๊ก1 ถ้วย โอวัลติน 2 แก้ว กาแฟ 1 ถ้วย ไข่ลวก 2 ฟอง และนั่งเล็มๆ ไก่ย่างไป ชิ้น (ครึ่งตัว ) กับข้าวเหนียว สัก 1 ปั้น หลังจากนั้นนั่งๆเอนๆรอเวลา เพื่อนอีกชุดมาสมทบ แล้วจึงย้ายชีวิตไปวิ่งเล่นหน้าสวนของรุ่นพี่ เพื่อรอแสงอรุณรุ่ง แห่งภูเรือ....
เหตุที่ต้องทานอาหารมากมายนั้น เพราะรู้ตัวดีว่า อีกไม่ช้าทีมของเราต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลสำหรับการเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ....บนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงภาพนี้เป็นเส้นทางที่เรากำลังมุ่งหน้าสู่ภูหลวงค่ะ
จากภาพที่ผ่านมานั้นลินนั่งมองจากท้ายรถกระบะ ได้สังเกตุเห็นภูมิทัศน์โดยรอบของภูเรือ มองเห็นว่าผืนป่าได้ถูกบุกรุกเพื่อทำไร่ขิง จริงอยู่สภาพดินที่ดีเหมาะสมสำหรับปลูกขิงอยู่ที่ อำเภอภูเรือ และลามไปยัง ด่านซ้าย และ นาแห้ว ก็ตามที แต่ที่ให้ผลดีจริงนั้นอยู่ที่ อำเภอภูเรือ แต่เพียงไม่กี่เขตเท่านั้น เหตุผลของค่าตอบแทนที่สูงทำให้คนเมินเฉยและตั้งหน้าตั้งตาถางป่าต่อไป....
ระหว่างทางที่ผ่านขึ้นมาบนภูหลวง ได้เห็นดินโป่งที่ฝูงช้างป่า ต้องลงมากิน ได้เห็นต้นไม้สวยๆหลายชนิด แต่เพราะสุดความสามารถเก็บภาพที่ดีๆมาฝาก (เพราะกินเข้าไปมาก หนังตาชักจะปิด อิอิ) นั่งมาสักเกือบ 40 นาทีเราก็มาถึงยังจุดหมาย ถ้าจำไม่ผิด...บนภูหลวงนั้น เราจะยืนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1500 ฟุตกว่าๆ มองป้ายที่เขียนต้อนรับไว้หน้าทางเข้า อ่านแล้วซึ้งใจจนกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
(ล้อเล่นนะคะ) อยากจะบอกตามความจริงว่า เมื่อเราเดินตามเส้นทางธรรมชาตินั้นจะพบกล้วยไม้ จำนวนมหาศาล....จนยากที่จะสะกดกลั้นความอยากลงได้ แต่สำนึกรักแผ่นดินที่ท่องจนฝังใจและฝึกจนเป็นนิสัย ไม่หยิบ ไม่ฉกลงมา แต่ต้องรักษาไว้ในคนข้างหลังได้ชื่นชมด้วย ต่อไปด้วย ภาพดอกไม้กล้วยไม้ที่เก็บลงมา ประมาณ 1000 กว่ารูปค่ะ....
ในภาพชุดนี้ จะนำภาพความงามแห่งขุนเขามาฝากก่อนค่ะ... สภาพภูมิประเทศบนภูหลวงนั้นมีความหลากหลาย มีพื้นทรายเม็ดละเอียดๆ สีขาวที่คล้ายชายหาดริมทะเล มีแสงแดดแผดกล้า มีลมพัดกระโชกโชยเกือบตลอดเวลา แต่พืชพันธุ์บนภูหลวงนั้นกลับเจริญงอกงามมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้หลายร้อยชนิด เฟิน ชนิดต่างๆ สวยงามเกินกว่าจะบรรยายได้ถูก...เริ่มจากเดินไปยังผาช้างผ่าน มองจากยอดหน้าผาจะมองเห็นตัวอำเภอ แต่ว่าลืมชื่อ เดี๋ยวไปหาข้อมูลแล้วจะกลับมาบอก..ค่ะ
จากผาช้างผ่าน เราจะต้องเดินอย่างระมัดระวัง การปรากฎกายของโชลงช้างป่าบนภูหลวง เพื่อไปยังผาสมเด็จ ค่ะ เมื่อไหร่ที่เราเดินถึงผาสมเด็จ... เรายืนอยู่ตรงหน้าผาสมเด็จก็จะมองเห็นผาเตลิ่น ซึ่งเป็นยอดเขาลูกต่อไปที่เราจะต้องเดินไปให้ถึง..... นี่ค่ะ ภาพ ผาเตลิ่น...
ผาเตลิ่น.....อยู่นะคะ ความชุ่มชื้นที่ปรากฎเบื้องหน้า น่าจะมาจากอิทธิพลจาก แม่น้ำโขงที่ลมพัดพาความชุ่มชื้นมาให้...
เราจะอำลาผาสมเด็จที่เรายื่นอยู่ขณะนี้ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ผาเตลิ่น...เสียที...กำหนดการเดินตามเส้นทางธรรมชาตินั้น ค่อนข้างตรงต่อเวลา แต่ละจุดไม่สามารถปรับ และแต่งกล้องได้เลย ทุกอย่างอยู่ในโหมด ออโต้อย่างเดียวค่ะ
ระหว่างทางที่เดินไปยัง ผาเตลิ่นนั้น ต้องระวังช้างมากเป็นพิเศษ...ถึงกระนั้นก็ยังได้เห็นรอยเท้าของเค้าอยู่บ้าง รอยเท้าคู่นี้ แต่ละข้างมีเส้นผ่าศูยน์กลาง เกิน 1 ฟูต ลองหลับตานึกๆแล้ว...เจ้าของรอยเท้าขนาดนี้ตัวจะใหญ่ขนาดไหนกันละเนี้ย...รอยเท้าไม่สดเท่าไหร่คะ เค้าล่วงหน้าเราไป สักสองวันมาแล้วคงได้ (มีกองอุจจาระทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าด้วยนะค่ะ)
เอาละค่ะ เราตะเกียกตะกาย ข้ามเขามาถึงผาเตลิ่นแล้ว...บนผาเตลิ่น เป็นจุดที่เราสามารถชูโทรศัพท์เพื่อเล็งหาคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ แล้วก็โทรกลับบ้านใครบ้านมัน กันจ๊าละหวั่น..(รวมตัวลินก็โทรกลับบ้านเหมือนกันค่ะฉ
ยืนบนผาเตลิ่นแล้วมองย้อนกลับไป ภาพข้างหน้านั้น คือผาสมเด็จ ที่เราเพิ่งจากมา...ลมพัดเย็น ชื่นใจ แต่ทุกคน นั่งหอบ เพราะเหนื่อยมาก
ด้วยสัมภาระทุกอย่างที่แบกอยู่บนหลังนั้น หนัก 8 กิโลกรัมโดยประมาณ ..ลินจึงไม่อยากไปยืนอยู่ริมชะง้อนผา บวกกับลมแรงมาก กลัวโงนเงนแล้วร่วงพลุ้งลงไป งานจะกร่อยซะเปล่าๆ....เขยิบมายืนแค่นี้ก็แล้วกัน...เห็นยอดผาสมเด็จชัดขึ้นมาหน่อยนึง เอาละค่ะ เราจะเดินทางต่อกันเสียที่ เพื่อไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์ แต่ขอเลือกนั่งรอกลางทางไม่เดินตามไปถึงที่รอยเท้าฯ ระหว่างรอ มือก็ทำงาน ได้ธรรมชาติภาพนี้มา (ที่จริงมาหลายภาพ แต่นำมาฝากภาพเดียว ไม่ว่ากันนะค่ะ )
เรื่องราวบนภูหลวงยังมีอีกมากมาย แต่ว่า ชื่อภาพชุดนี้เกี่ยวกับความงามแห่งขุนเขา...จึงนำแต่ภาพขุนเขามาให้ชม ภาพนี้เป็น ภูผาสาด อันเป็นภูที่ไม่สูงมากนัก เหตุที่เราต้องปีนมาบนยอดภูผาสาด ก็เพราะอยากจะมาชม ดงเอื้องตาลหินที่ขึ้นเกาะเต็มแผ่น ภูเขา...จำไม่ได้ว่า เคยนำภาพเอื้องตาลหินมาให้ชมหรือยัง แต่ตอนนี้ ลินยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ ภูผาสาด แล้วมองไปยังตัวอำเภอภูเรือ....และหมู่บ้านรอบๆ เขตที่เกี่ยวข้องค่ะ...หมอกและควันมีมากจนความสดใส หายไป...
...บนยอดภูผาสาด เช่นเดิมค่ะ
ภาพท้ายสุด จากยอดภูผาสาด ก่อนที่จะลงมาสู่พื้นราบ ด้านล่าง
หาดทรายละเอียดสีขาว...บนภูหลวง ที่แต่งเติ่มให้มีชีวิต ด้วยเฟิน...ดาษดื่น ประทับใจมากค่ะ แล้วพบกันใหม่ เมื่อความขยันเต็มร้อย อิอิ
โค๊ะโร๊ะซัง
Aug 15 2008, 07:40
น่าไปแอ่วขนาดครับ ท่าจะอิด อิอิ แต่ได้เห็นทัศนียภาพงามๆ ก่หื้อหายอิดดีแต๊ๆ ครับ ขอบคุณฮูปงามๆ ครับ
Jakrapan
Aug 15 2008, 12:32
สวยงามมากครับ..โอกาสที่จะได้ไปลุยและได้ถ่ายภาพแบบนี้คงยากมาก..ได้ชมภาพแล้วคุ้มครับ
TGcomputer
Aug 16 2008, 23:39
โอ้ธรรมชาติแต้ๆครับ
เหมือนที่ตรงนี้จะเคยเป็นใต้ท้องทะเลมาก่อนเลยเนอะเจ้า
ทั้งทรายขาว ทั้งหน้าผาที่เป็นชั้นๆ ทั้งยอดดอยที่เอียงไปในทิศทางเดียวกัน
จินตนาการไปไกลเลย...
Barkoge
Aug 17 2008, 07:23
น่าไปแอ่วจัง...ภูหลวง
นู๋ตู่
Aug 17 2008, 21:57
พี่เล็กจ๋า...อยากไปจังเลย ไปคราวหน้าหนีบตู่ไปด้วยคนนะๆๆ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิกที่นี่.