ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ศาลฎีกาสั่งประหารชีวิต วิศิษฐ์ คดีฆ่าพ่อค้ากาดหลวง
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > News Zone > ข่าวประจำวัน
ผู้สื่อข่าวออนไลน์
ศาลฎีกาสั่งประหารชีวิต วิศิษฐ์ พึ่งรัศมี คดีฆ่าพ่อค้าตลาดวโรรส



ฎีกายืน 'ประหาร' อดีตป่าไม้ทมิฬ

พิพากษายืนประหาร “ป่าไม้วิศิษฐ์” โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวิศิษฐ์ พึ่งรัศมี อดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จ.ตาก เป็นจำเลย ในความผิดฐานใช้ให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรอง ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษประหารชีวิต

โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 43 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 5-8 ม.ค. 39 จำเลยร่วมกันใช้ จ้าง วาน ให้นายอุดร หรือดอน หรือดร ปั้นรูป อายุ 24 ปี นายบุญอยู่ หรือไมเคิล หรือไมค์ คิดถึง อายุ 17 ปี ฆ่านายเกษม คำวงศ์ษา พ่อค้าน้ำดื่ม บนทางเท้าในตลาดวโรรส อ.เมืองเชียงใหม่ เนื่องจากนายเกษมไม่จ่ายค่าทำความสะอาดและค่าขยะให้กับนายอนันต์ กันธิวงศ์ ผู้เรียกเก็บค่าทำความสะอาดและค่าขยะจากพ่อค้าแม่ค้าตลาดวโรรส เมื่อจำเลยทราบเรื่องจากนายอนันต์ ได้ใช้ให้นายอุดรและนายบุญอยู่ไปยิงนายเกษม แต่กลับไปยิงนายชัยกร ไม้หอม อายุ 19 ปี บุตรบุญธรรมนายเกษมเสียชีวิตแทน เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนายเกษม เหตุเกิดที่ ต.วัดเกตุ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 39

ศาลฎีกาประชุมหารือแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ หลังก่อเหตุแล้ว นายอุดร ปั้นรูป และนายบุญอยู่ คิดถึง ได้โทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทราบ ก่อนไปพบที่นโปเลียนคาราโอเกะ จึงเชื่อว่าคำเบิกความของนายอุดร นายบุญอยู่ และนายอนันต์ กันธิวงศ์ พยานโจทก์ ที่มีลักษณะเบี่ยงเบนไม่อ้างถึงจำเลยร่วมกระทำผิดนั้น เป็นไปเพื่อช่วยเหลือจำเลย คำให้การในชั้นสอบสวนที่พยานโจทก์ทั้ง 3 คน เคยให้ไว้แม้เป็นคำซัดทอด แต่น่าเชื่อถือมากกว่าคำเบิกความชั้นศาล เพราะเป็นคำให้การหลังเกิดเหตุไม่นาน ดังนั้น คำให้การในชั้นสอบสวนมีน้ำหนักรับฟังได้ นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน นายเกษม คำวงศ์ษา บิดาบุญธรรมนายชัยกร ได้ทะเลาะกับนายอนันต์จนมีการขู่อาฆาตไว้ เมื่อนายชัยกรถูกยิงเสียชีวิต เชื่อว่านายอนันต์ร่วมกระทำผิดด้วย ฎีกาของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษประหารชีวิตนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายวิศิษฐ์อยู่ในอาการนิ่งเฉย มีเพียงสายตาที่มองไปยังกลุ่มญาติที่มาให้กำลังใจราว 10 คน แต่ไม่มีการพูดคุยกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ควบคุมกลับไปขังไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง เพื่อรอรับโทษตามที่ศาลมีคำพิพากษาต่อไป

สำหรับนายวิศิษฐ์ พึ่งรัศมี อดีตป่าไม้ทมิฬ พัวพันคดีลอบสังหารหลายคดี อาทิ ร่วมกันฆ่านายแสงชัย สุนทรวัฒน์ อดีต ผอ.อสมท ร่วมสังหารนายชัยกร ไม้หอม ท้องที่ สภ.ต.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ร่วมกับพวกฆ่านายอำนาจ สนินัด อายุ 28 ปี และ น.ส.เกศวรินทร์ หรือจอย วิชัยศิริ อายุ 19 ปี นศ.มหาวิทยาลัยพายัพ ก่อนเผาคารถ บีเอ็มดับบลิว ในท้องที่ สภ.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และคดีฆ่านายศรีวรรณ บุญเรือนสูง นักข่าวท้องถิ่น จ.ตาก เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 38 ชนวนเหตุมาจากเรื่องการขัดผลประโยชน์ยาเสพติด ต่อมาวันที่ 2 ก.ย. 43 ถูก พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง ผบก.ป. และ พ.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ สว.ผ.3 กก.2 ป. (ยศในสมัยนั้น) จับกุมได้หลังนายวิศิษฐ์อ้างตัวเป็นทหารชื่อ “เสธ.สมชาย” เรียกร้องเงิน 5 ล้านบาท จากเสี่ยเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านฝั�งธนฯ และถูกกองปราบปรามจับได้ พบว่าเป็นป่าไม้มาเฟียที่หลบหนีคดีมาได้เกือบ 5 ปี

ที่มา :
ข้องใจ
นายคนนี้เค้าเป็นใคร มาจากไหนถึงได้ฆ่าคนได้เพียงนี้ ดีละที่ศาลตัดสินประหาร
คำต๊กโต
ถ้าบุคคลผู้นี่ไม่ถูกจับได้ก็คงจะมีคนตายอีกหลายสิบศพ บางศพก็เป็นคนดีที่กำลังจะสร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ อยากให้สื่อเอาข่าวเบื้องหลังของบุคคลผู้นี้มาลงให้คนรุ่นหลังได้รับรู้บ้าง เพราะ " คนไทยมันลืมง่าย "
ผู้มาเยือน...
ฆ่าคนตายมาหลายศพแล้วถ้าไม่จับไปลงโทษ..คงต้องมีศพต่อไปแน่ๆเลย
ดีใจที่ตำรวจจับมันได้และดำเนินคดีตามกฏหมาย
.....เป็นการพิสูจน์ว่าประเทศไทยยังมีความยุติธรรม.....
kalum
เลื่อยประหารหัวค๊างคาก....จบข่าว
ผู้มาเยือน...
ถ้าประหารก็ดี กลัวจะไม่ประหาร อยู่ในคุกไปได้รับพระราชทานโทษจำคุกตลอดชีวิต แล้วนานไปจะลดลงเหลือ70 ปี 50 ปี ซึ่งวันข้างหน้าสัก 20 เขาอาจจะมาเดินออกนอกคุกก็เป็นได้ กลัวจริงๆๆๆๆๆๆๆก็ตรงนี้เหละ
Khampan Chiangmai
"ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษประหารชีวิตนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน " อันนี้คดีถึงที่สุดหรือเปล่า ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยนั้นจำเลยจะยื่นฎีกาต่อได้อีกหรือเปล่านะ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......