ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ฝนดาวตก คืนวันแม่ คืนนี้ 12 ส.ค.
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > News Zone > ข่าวประจำวัน
ผู้สื่อข่าวออนไลน์
นักดาราศาสตร์ชวนชาวไทยชม "ฝนดาวตก" วันแม่ 12 ส.ค.



คนไทยทั่วประเทศรอชม "ฝนดาวตกวันแม่" หรือฝนดาวตกเปอร์เซอิด ที่เกิดขึ้นช่วง 12 สิงหาของทุกปี หลังชวดมาตลอดเพราะฟ้าปิด นักดาราศาสตร์ชี้สวยงามรองจากราชาแห่งฝนดาวตก "ลีโอนิดส์" แนะให้มองทางขอบฟ้าสูงประมาณ 45 องศา ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หากฟ้าเปิดสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นลูกไฟขนาดใหญ่สีขาว-เหลือง

นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต นักดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 สิงหาคม 2551 จะมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์บนท้องฟ้า คือ ฝนดาวตกเปอร์ซิอิดส์ ( Perseids) ตกมาจากกลุ่มดาวเปอร์ซิอุส ( Perseus ) โลกโคจรปะทะดาวตกสูงสุด ตั้งแต่เวลา 18. 30 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2551 ตามเวลาในประเทศไทย โดยเวลาสังเกตดีที่สุดคือหลัง 24.00 - 04.00 น. วันที่ 13 สิงหาคมสามารถชมได้ทั่วทุกภาค คาดว่ามีจำนวนสูงสุด 20 ดวงต่อชั่วโมง สำหรับวิธีการชมให้หันหน้าไปทางมองด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทางขอบฟ้าสูงประมาณ 45 องศา จะเห็นฝนดาวตกพุ่งมาจากทุกทิศทาง วิธีสะดวกที่สุดคือ นอนราบกับพื้น แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดตลอดระยะ 11 ปีที่เฝ้าติดตามคือเป็นช่วงฤดูฝน ท้องฟ้าส่วนใหญ่จะปิดจากฝนหรือเมฆฝนไม่สามารถชมได้ และนอกจากนี้ในวันดังกล่าวยังเป็นข้างขึ้น 11 ค่ำแสงสว่างจากแสงจันทร์ยังเป็นอุปสรรคในวันดังกล่าวในปีนี้ด้วย

นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับปีนี้ตำแหน่งจุดปะทะ ฝนดาวตกเปอร์ซิอิดสูงสุดอยู่แถบมหาสมุทรแปซิฟิก ( peak Perseid maximum ) เกิดจากโลกโคจรปะทะเศษฝุ่นดาวหางสวิต-ทัตเติล คาดว่ามีจำนวนประมาณ 80 ดวงต่อชั่วโมง เป็นชุดฝนดาวตกสวยงามเป็นรองมาจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ ที่เป็นราชาแห่งฝนดาวตก สำหรับประเทศไทยอยู่หลังช่วงเกิดปะทะฝนดาวตก ( peak Perseid maximum ) จะได้ชมน้อยมากประกอบกับใน เดือนสิงหาคมของทุกๆ ปีเป็นช่วงเวลาฤดูกาลของเมฆฝน ซ้ำโอกาสน้อยเข้าไปอีกเมื่อมีความสว่างของจันทร์เพ็ญมาบดบังแสงอันน้อยนิดของดาวตก

ฝนดาวตกเปอร์เซอิด (Perseid) เกิดจากการที่โลกของเราเคลื่อนที่ผ่านวงโคจรของดาวหางสวิฟต์ ทัตเทิล (109 PSwift-Tuttle) ซึ่งมีคาบโคจรรอบดวงอาทิตย์ 135 ปี และทิ้งเศษชิ้นส่วนไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรผ่านบริเวณดังกล่าวจะทำให้เศษดาวหางเสียดสีในชั้นบรรยากาศ แล้วลุกไหม้เป็นดวงไฟสว่างไสวชั่วครู่ก่อนจะมอดดับไป ฝนดาวตกเพอร์ซิอิดค้นพบโดย Lewis Swift ( Marathon Newyork USA ) วันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1862 และ Horace Parnell Tuttle ( Cambridge Massachusetts USA ) 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1862



สำหรับฝนดาวตกซึ่งมีช่วงเวลานัดหมายทุกเดือนสิงหาคม เป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกในอีกชื่อว่า น้ำตาของนักบุญลอเรนซ์ (The Tears of St. Lawrence) เนื่องจาก ลอเรนติอุส (Laurentius) นักบวชชาวคริสเตียนซึ่งถูกทรมานด้วยการย่างสดโดยชาวโรมันเมื่อ 258 หลังคริสตกาล และได้มีพิธีรำลึกถึงการเสียชีวิตของเขาในวันที่ 8 ส.ค.ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณฝนดาวตกเปอร์เซอิดค่อนข้างหนาแน่น ส่วนฝนดาวตกเปอร์เซอิดที่จะสังเกตได้เหนือท้องฟ้าเมืองไทยจะตรงกับวันสำคัญคือ วันแม่แห่งชาติ



ฝนดาวตกเปอร์เซอิค ปี 2551

สำหรับปี 2551 นี้ ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ ดวงจันทร์ครึ่งดวงกว่าๆ ซึ่งหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ดวงจันทร์อยู่ทางขอบฟ้าตะวันตก ทำให้ไม่มีอุปสรรคจากแสงจันทร์มารบกวนมากนัก แต่ตรงกับฤดูฝนของประเทศไทยพอดี ทำให้วันนั้นเราต้องมาเสี่ยงลุ้นกับสภาพอากาศว่าจะเป็นใจหรือไม่มากกว่า
ฝนดาวตกเปอร์เซอิคนี้ปกติจะเริ่มมีตั้งแต่วันที่ 17 กรกฏาคม บ้างเล็กน้อย จนถึง วันที่ 24 สิงหาคม แต่วันที่เกิดขึ้นมากที่สุดจะตรงกับช่วงต่อของวันที่ 12 สิงหาคม ถึง รุ่งเช้าวันที่ 13 สิงหาคม

อ่านข้อมูลฝนดาวตกเพิ่มเติม
http://www.darasart.com/solarsystem/meteor/perseid.htm
jakkae
เจอแต่เมฆง่ะ
BEN_BIO
ฝนตก ไม่เห็นไรเลย
CMU
คืนวันแม่ ผมเจอสมการว่า มีทั้งฝนตก+มีดาวด้วย =ฝนตกดาว=ฝนดาวตก(สมบัติการสลับที่)
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......