นัดประชาพิจารณ์ “ประตูระบายน้ำ” แม่น้ำปิงวันศุกร์นี้
หลังจากที่ฝายท่าวังตาล ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่เชื่อมกับ ต.ท่าวังตาล อ.สารภี ฟังลงเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ต่อมา นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รอง ผวจ. รุดไปตรวจสอบ พบว่าน้ำที่ส่งเข้าลำเหมืองท่าวังตาลแห้งขอด เพราะฝายขาดประมาณ 6-7 เมตร ทำให้น้ำไหลเชี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำในแม่น้ำปิงช่วงนั้นก็ลดลง จังหวัดจะเร่งซ่อมแซมโดยเร็ว นอกจากนั้นจะส่งช่างคำนวณอัตราการไหลของน้ำ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการสร้างประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิงไปพร้อม ๆ กัน หากประกมาณการแม่น้ำปิงสูงระดับวิกฤติคือ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และหากเปิดประตูระบายในระยะ 6 เมตรหรือประตู 1 บานเท่ากับที่ฝายพังปัจจุบันจะระบายน้ำได้เท่าไร และหากเปิด 3-4 บานจะเร่งระบายน้ำไม่ให้เอ่อท่วมเมืองได้หรือไม่นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า เมื่อเช้าวันที่ 7 ส.ค.นี้ นางธารทิพย์ ทองงามขำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้ประสานนายมนัสพงศ์ พรหมพิสิฐพงศ์ ปลัดเทศบาลตำบลป่าแดด เพื่อขอใช้อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ของเทศบาล ที่บ้านหมู่ที่ 11 บ้านน้ำบ่อเย็น (วังสิงห์คำ ซอย 1) เป็นสถานที่จัดเวทีประชาคม เพื่อทำประชาพิจารณ์โครงการสร้างประตูระบายน้ำกลางแม่น้ำปิง พร้อมกับพูดถึงปัญหาภาพรวมน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ทั้งระบบ ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 8 ส.ค. 51 เวลา 13.00-16.30 น. โดยนายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รอง ผวจ.เชียงใหม่เป็นประธาน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม
ด้านนายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนหนองหอย ซึ่งเป็นจุดที่รับผลกระทบจากน้ำแม่ปิงเอ่อล้นฝั่งเข้าท่วมมากที่สุด กล่าวว่า ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำขณะนี้เมื่อฝายท่าวังตาลพังลง น้ำไหลเร็วมาก และระดับน้ำลดลงมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเฉพาะเหนือสะพานป่าแดด และสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ขึ้นไปถึงฝายหนองผึ้งหรือฝายนางนวล ดังนั้นจึงเชื่อว่าหากมีการสร้างประตูระบายน้ำ เมื่อน้ำหลากมาก็เปิดบาประตู จะทำให้ระบายน้ำได้เร็วและไม่ท่วมเมือง ส่วนเวลาปกติก็กักน้ำส่งให้ลำเหมืองต่างๆ ได้ปกติ
สำหรับโครงการสร้างประตูระบายน้ำ งบประมาณ 464 ล้านบาทเศษนั้น กรมชลประทานมีแผนจะสร้างใต้ฝายท่าวังตาลที่เพิ่งพังลง โดยสามารถปิด-เปิดบานประตูน้ำได้ จะป้องกันอุทกภัยท่วมเมืองเชียงใหม่ในฤดูน้ำหลาก แต่เกษตรกรที่ใช้น้ำจากฝายต่างๆ ยังวิตกว่าจะไม่สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรได้และเสียดายฝายทั้ง 3 ลูกที่สร้างมานานจะถูกทุบทิ้ง โดยการทำประชาพิจารณ์ลักษณะดังกล่าวนี้ทำมาแล้ว 2 ครั้ง เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย.
ข่าวจาก บุณย์ มหาฤทธิ์ / ไทยนิวส์