ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ทันตแพทย์ มช.ค้นพบยารักษาโรคอัลไซเมอร์
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > News Zone > ข่าวประจำวัน
ผู้สื่อข่าวออนไลน์
ทันตแพทย์ มช.ค้นพบยารักษาโรคอัลไซเมอร์



"ทันตแพทย์"มช.สุดเจ๋ง ค้นพบยารักษาโรคอัลไซเมอร์สำเร็จเป็นรายแรกของไทยสกัดจาก“ต้นพุดจีบ” เตรียมพัฒนาไปเป็นยาราคาถูก ทีมวิจัยเผยใช้หนูขาวเป็นสัตว์ทดลอง นำสารที่ได้จากต้นพุดจีบ ฉีดใส่ตัวหนูน้อยมากต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม พบว่าสาร “พุดจีบ” ไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ตัวทำลายสารเคมีในสมอง ที่ส่งผลโดยตรงต่อความจำ เตรียมพัฒนาเป็นยารักษาโรคหลง ๆ ลืม ๆ สู้กับยาฝรั่งราคาแพง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.เชียงใหม่ ทราบว่าที่ภาควิชา ทันตวิทยา-พยาธิช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) วิจัยนำสมุนไพร “ต้นพุดจีบ” มาสกัดเป็นยาแก้โรคอัลไซเมอร์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย จึงไปสอบถามข้อเท็จจริง พบ รศ.ดร.ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร อาจารย์ประจำภาควิชาทันตวิทยา-พยาธิช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยที่มาที่ไปเบื้องต้นว่า โรคอัลไซเมอร์ คือ โรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง พบได้บ่อยในคนสูงอายุ โรคนี้เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองในทุกส่วน อาการของโรคคือ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แยกแยะถูกผิดไม่ได้ มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษา การประสานงานของกล้ามเนื้อเสียไป ความจำเสื่อม และในระยะสุดท้ายของโรค ผู้ป่วยจะสูญเสียความจำทั้งหมด

รศ.ดร.ทพญ.สิริพร กล่าวต่อว่า สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีนักวิจัยจำนวนมาก พยายามศึกษาหาสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ปัจจุบันเชื่อว่าอาจมีส่วนมาจากกรรมพันธุ์ และปัจจัยอื่น ๆ เช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม การติดเชื้อบางชนิด ปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เพื่อให้อาการผู้ป่วยดีขึ้น หรือชะลอการทรุดลงของร่างกาย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ความจำเสื่อม เพราะสมองมีระดับของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า “อะเซติลโคลีน” ลดน้อยลง จึงมีการพัฒนายาที่ไปยับยั้ง “เอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเทอเรส” ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่ทำลายสารอะเซติลโคลีน เพื่อให้สารอะเซติลโคลีน ในระบบประสาทส่วนกลางคงเหลืออยู่มากขึ้น ปัจจุบันมียาที่เรียกว่า “สารยับยั้งอะเซติลโคลีนเอสเทอเรส” นำมาใช้กับผู้ป่วย ยานี้จะช่วยลดการย่อยสลายสารอะเซติลโคลีน และเป็นการรักษาระดับของอะเซติลโคลีนในสมอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น และระยะปานกลาง

หัวหน้าคณะวิจัยฯ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน ยาที่ใช้รักษาอัลไซเมอร์มีอยู่หลายตัว แต่มักจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงในผู้ป่วยบางราย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ประกอบกับยาในท้องตลาดยังมีราคาแพงมาก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยหาสาร หรือยาตัวใหม่ เพื่อพัฒนาไปเป็นยารักษาอาการโรคอัลไซเมอร์ ที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยและราคาไม่แพง และเนื่องจากยาแผนปัจจุบันส่วนหนึ่งพัฒนามาจากพืชสมุนไพร เราพบว่ามีสมุนไพรตัวหนึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในยาอายุวัฒนะแผนไทย คือ ต้นพุดพิทยาหรือ “พุดจีบ” ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานการศึกษาจากทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทดลองในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดจากต้นพุดจีบมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซติลโคลีน เอสเทอเรส ได้สูง อย่างไรก็ตามในขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาถึงฤทธิ์ของสารสกัดจากต้นพุดจีบในสัตว์ทดลอง และในเซลล์ประสาทของสัตว์ทดลอง ด้วยเหตุนี้จึงได้ร่วมกับคณะผู้ร่วมวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศึกษาถึงฤทธิ์ของสารสกัดจาก ต้นพุดจีบในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเทอเรสในสมองของหนู

“ทีมวิจัยใช้หนูขาวเป็นสัตว์ทดลอง โดยแบ่งหนูขาวออกเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มจะได้รับสารสกัดจากต้นพุดจีบในขนาดต่าง ๆ กัน โดยการฉีดเข้าทางช่องท้อง หลังจากฉีดสารเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองจะถูกเก็บ แล้วนำไปศึกษาถึงการทำงานของเอนไซม์อะเซติล โคลีนเอสเทอเรส รวมถึงการศึกษาถึงผลของ สารสกัดจากต้นพุดจีบต่อการทำงานของระบบประสาท ในสมองของหนูขาว นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้ศึกษาถึงบทบาทของสารสกัดจากต้นพุดจีบ เพื่อเปรียบเทียบกับบทบาทของยากาเลนทามินที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ ต่อการทำงานทางสรีรวิทยา ของเซลล์ประสาทในสมองส่วนฮิปโปแคมบัส ซึ่งเป็นสมองอีกส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับความจำและการเรียนรู้”

รศ.ดร.ทพญ.สิริพร กล่าวด้วยว่าเราใช้วิธีการศึกษาการทำงานทางไฟฟ้าของสมอง ที่บันทึกจากเซลล์ประสาทในสมองฮิปโปแคมบัสโดยตรง วิธีนี้จัดเป็นการตรวจวัดถึงการทำงานของการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทโดยตรงอย่างชัดเจน ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดจากต้นพุดจีบสามารถยับยั้งการทำงานเอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเทอเรสในสมองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองส่วนนอก (เซเรเบรล คอร์เท็กซ์-cerebral cortex) ซึ่งเป็นสมองที่มีบทบาทสำคัญในการจำ และการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิ ภาพ คือประมาณร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้สารสกัดจากต้นพุดจีบยังมี ผลทำให้มีการทำงานของระบบประสาทเพิ่มขึ้นและมีบทบาทในการควบคุมการทำงานของการสื่อประสาทระหว่างเซลล์ประสาท เช่นเดียวกับยากาเลนทามินด้วย ดังนั้นผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากต้นพุดจีบ จะพัฒนาให้เป็นยารักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ต่อไปในอนาคต.

ที่มา : เดลินิวส์
โค๊ะโร๊ะซัง
เยี่ยมเลยครับ....ผมขอลองยาคนแรกเลยครับ...ถ้าจะเฒ่าละ หมอไทยหรือคนไทยนี่เก่งแต๊ๆ แต่ติดอย่างเดียว ก๋านสนับสนุนและงบประมาณ บ่าฮู้ว่าคนมีอำนาจเอางบไปสนับสนุนอะหยั๋งบ่าฮู้ตี้ดีๆ บ่ามีงบ ตี้หื้อเซี้ยงโดยบ่าได้หยั๋งเพื่อส่วนรวม จกจ่ายๆ กั๊บแต๊ๆ อิอิ
jakkae
เมื่อใดจะใจ๊กับคนได้น๊อหวังว่าพอถึงเวลานั้นเฮาคงยังบ่อเป๋นอัลไซเมอร์เตื้อน่อ ขะไจ๋เร่งพัฒนาเน่อเจ้า


ผู้มาเยือน
ตรบมือดังๆ ให้กับหมอคนเก่ง ครับ ^ ^ พยายามต่อไปครับ เอาใจช่วย
ผู้มาเยือน
ถ้าจาต้องหามากิ๋นผ่องละ...... ดึกมาจั้งจำทางกลับบ้านบ่ได้......เอิ๊กๆๆ
kook
เก่งแต้ ๆ เจ้า ว่าแต่มีหื้อลองสักหน่อยก่อนก่อหา

จะเอาไปหื้อคนข้าง ๆ ลองผ่อจะได้จำตางปิ๊กบ้านได้แม่น ๆ อิอิ.
ผู้มาเยือน
ทันตแพทย์ สวนมากทำเกี่ยวกับฟัน แต่สามารถผลิตยาได้ เจ๋ง มากๆๆๆ
แล้วคณะเภสัชศาสตร์ละครับ ไม่ลองผลิตร่วมหรือครับ ไหนๆ ก็ มช. เดียวกัน
Nobody
QUOTE(ผู้สื่อข่าวออนไลน์ @ Aug 4 2008, 15:45) *
ทันตแพทย์ มช.ค้นพบยารักษาโรคอัลไซเมอร์



"ทันตแพทย์"มช.สุดเจ๋ง ค้นพบยารักษาโรคอัลไซเมอร์สำเร็จเป็นรายแรกของไทยสกัดจาก“ต้นพุดจีบ” เตรียมพัฒนาไปเป็นยาราคาถูก ทีมวิจัยเผยใช้หนูขาวเป็นสัตว์ทดลอง นำสารที่ได้จากต้นพุดจีบ ฉีดใส่ตัวหนูน้อยมากต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม พบว่าสาร “พุดจีบ” ไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ตัวทำลายสารเคมีในสมอง ที่ส่งผลโดยตรงต่อความจำ เตรียมพัฒนาเป็นยารักษาโรคหลง ๆ ลืม ๆ สู้กับยาฝรั่งราคาแพง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.เชียงใหม่ ทราบว่าที่ภาควิชา ทันตวิทยา-พยาธิช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) วิจัยนำสมุนไพร “ต้นพุดจีบ” มาสกัดเป็นยาแก้โรคอัลไซเมอร์ได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย จึงไปสอบถามข้อเท็จจริง พบ รศ.ดร.ทพญ.สิริพร ฉัตรทิพากร อาจารย์ประจำภาควิชาทันตวิทยา-พยาธิช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยที่มาที่ไปเบื้องต้นว่า โรคอัลไซเมอร์ คือ โรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง พบได้บ่อยในคนสูงอายุ โรคนี้เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองในทุกส่วน อาการของโรคคือ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แยกแยะถูกผิดไม่ได้ มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษา การประสานงานของกล้ามเนื้อเสียไป ความจำเสื่อม และในระยะสุดท้ายของโรค ผู้ป่วยจะสูญเสียความจำทั้งหมด

รศ.ดร.ทพญ.สิริพร กล่าวต่อว่า สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีนักวิจัยจำนวนมาก พยายามศึกษาหาสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ปัจจุบันเชื่อว่าอาจมีส่วนมาจากกรรมพันธุ์ และปัจจัยอื่น ๆ เช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม การติดเชื้อบางชนิด ปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เพื่อให้อาการผู้ป่วยดีขึ้น หรือชะลอการทรุดลงของร่างกาย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ความจำเสื่อม เพราะสมองมีระดับของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า “อะเซติลโคลีน” ลดน้อยลง จึงมีการพัฒนายาที่ไปยับยั้ง “เอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเทอเรส” ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีหน้าที่ทำลายสารอะเซติลโคลีน เพื่อให้สารอะเซติลโคลีน ในระบบประสาทส่วนกลางคงเหลืออยู่มากขึ้น ปัจจุบันมียาที่เรียกว่า “สารยับยั้งอะเซติลโคลีนเอสเทอเรส” นำมาใช้กับผู้ป่วย ยานี้จะช่วยลดการย่อยสลายสารอะเซติลโคลีน และเป็นการรักษาระดับของอะเซติลโคลีนในสมอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น และระยะปานกลาง

หัวหน้าคณะวิจัยฯ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน ยาที่ใช้รักษาอัลไซเมอร์มีอยู่หลายตัว แต่มักจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงในผู้ป่วยบางราย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ประกอบกับยาในท้องตลาดยังมีราคาแพงมาก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยหาสาร หรือยาตัวใหม่ เพื่อพัฒนาไปเป็นยารักษาอาการโรคอัลไซเมอร์ ที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยและราคาไม่แพง และเนื่องจากยาแผนปัจจุบันส่วนหนึ่งพัฒนามาจากพืชสมุนไพร เราพบว่ามีสมุนไพรตัวหนึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในยาอายุวัฒนะแผนไทย คือ ต้นพุดพิทยาหรือ “พุดจีบ” ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานการศึกษาจากทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทดลองในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดจากต้นพุดจีบมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซติลโคลีน เอสเทอเรส ได้สูง อย่างไรก็ตามในขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดศึกษาถึงฤทธิ์ของสารสกัดจากต้นพุดจีบในสัตว์ทดลอง และในเซลล์ประสาทของสัตว์ทดลอง ด้วยเหตุนี้จึงได้ร่วมกับคณะผู้ร่วมวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศึกษาถึงฤทธิ์ของสารสกัดจาก ต้นพุดจีบในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเทอเรสในสมองของหนู

“ทีมวิจัยใช้หนูขาวเป็นสัตว์ทดลอง โดยแบ่งหนูขาวออกเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มจะได้รับสารสกัดจากต้นพุดจีบในขนาดต่าง ๆ กัน โดยการฉีดเข้าทางช่องท้อง หลังจากฉีดสารเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองจะถูกเก็บ แล้วนำไปศึกษาถึงการทำงานของเอนไซม์อะเซติล โคลีนเอสเทอเรส รวมถึงการศึกษาถึงผลของ สารสกัดจากต้นพุดจีบต่อการทำงานของระบบประสาท ในสมองของหนูขาว นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้ศึกษาถึงบทบาทของสารสกัดจากต้นพุดจีบ เพื่อเปรียบเทียบกับบทบาทของยากาเลนทามินที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ ต่อการทำงานทางสรีรวิทยา ของเซลล์ประสาทในสมองส่วนฮิปโปแคมบัส ซึ่งเป็นสมองอีกส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับความจำและการเรียนรู้”

รศ.ดร.ทพญ.สิริพร กล่าวด้วยว่าเราใช้วิธีการศึกษาการทำงานทางไฟฟ้าของสมอง ที่บันทึกจากเซลล์ประสาทในสมองฮิปโปแคมบัสโดยตรง วิธีนี้จัดเป็นการตรวจวัดถึงการทำงานของการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทโดยตรงอย่างชัดเจน ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดจากต้นพุดจีบสามารถยับยั้งการทำงานเอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเทอเรสในสมองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองส่วนนอก (เซเรเบรล คอร์เท็กซ์-cerebral cortex) ซึ่งเป็นสมองที่มีบทบาทสำคัญในการจำ และการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิ ภาพ คือประมาณร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้สารสกัดจากต้นพุดจีบยังมี ผลทำให้มีการทำงานของระบบประสาทเพิ่มขึ้นและมีบทบาทในการควบคุมการทำงานของการสื่อประสาทระหว่างเซลล์ประสาท เช่นเดียวกับยากาเลนทามินด้วย ดังนั้นผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากต้นพุดจีบ จะพัฒนาให้เป็นยารักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ต่อไปในอนาคต.

ที่มา : เดลินิวส์


เยี่ยมไปเลยครับ 080402cool_prv.gif
คุณพ่อผมความจำไม่ดีเป็นอย่างมาก
เป็นโรค Alzheimer's ครับ
จะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกครับ smile.gif
ผู้มาเยือน...วิรัตน์
แม่ผมเป็นอัลไซเมอร์ระยะสุดท้ายครับ ไม่รู้จะรักษาได้ไหม ถ้าได้จะอีกนานไหมครับกว่าจะมียาออกมา
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......