ท่านผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไร หากมีใครสักคนมาว่าจ้างให้ท่านไปนั่งบริหารเงิน 450,000 กว่าล้านบาท
หรือในทางกลับกันหากท่านเป็นเจ้าของเงิน ท่านจะพิจารณาคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเช่นใดมาบริหารเงิน ก้อนนี้
ที่ผมตั้งคำถามนี้กับท่านผู้อ่านเพราะรู้สึกไม่สบายใจ เมื่ออ่านข่าวพบว่าเกือบ10 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) สำนักงานประกันสังคม ใช้งบฯบริหาร 10% หรือเฉลี่ยปีละ 30 ล้านบาท ไปกับการดูงานต่างประเทศ
ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางไปยุโรปและอเมริกาปีละหลายๆครั้ง โดยใช้งบฯ เฉลี่ยครั้งละ 3 ล้านบาท สำหรับคณะ 20-30 คน
โดยที่ไม่เคยชี้แจงต่อผู้เอาประกันตนหรือสาธารณชนว่า ได้รับประสบการณ์ความรู้อะไรบ้าง จากการเดินทางไปดูงา
หรือได้สารประโยชน์ใดมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น
มิหนำซ้ำข่าวที่ออกมากลับกลายเป็นตรงกันข้าม เช่น เมื่อวันที่ 20-29 ก.ย. ที่ผ่านมา บอร์ดประกัน
สังคมเดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา แต่ในกำหนดการกลับเป็นการท่องเที่ยว เสียส่วนใหญ่
ทั้งหาความสำราญในเมืองกาสิโนอย่างลาสเวกัส เยี่ยมชมโรงถ่ายภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซล
ล่องเรือชมภูมิทัศน์ อ่าวซานฟรานซิสโก สะพานโกลเดนเกทและคุกอัลคาทราส ช็อปปิ้งและรับประทานอาหารในภัตตาคารหรูหรา
จนรู้สึกเหมือนว่า ผมให้เขาหักเงินเดือนละ 5% เพื่อให้บางคนไปเสพสุข ในต่างประเทศ แทนที่จะเอาไปผ่อนเบาภาระความทุกข์ยาก
ของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
ผมไม่ได้นึกเสียดายเงินก้อนนี้ แต่รู้สึกเสียใจบ้างก็คือเงินที่เสียไป ไม่ได้ทำให้บอร์ด ประกันสังคมรู้สึก
ตระหนักว่า ควรจะตอบแทนบุญคุณคนที่ให้ส่งเงินสมทบกองทุนฯ หรืออย่างน้อยก็ควรที่จะดูแลผลประโยชน์
ของผู้ประกันตนให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการรุมทึ้งเหมือนในอดีต
เพราะในหลายๆปีที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ออกมาจากสำนักงานประกันสังคม ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องทุจริตคอรัปชัน
ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดหาและ ดำเนินการระบบงานสารสนเทศแรงงานหรือโครงการอี-เลเบอร์ มูลค่า 2,800 ล้านบาท
โครงการจัดซื้อที่ดินและอาคารวัฏจักรมูลค่า 500 ล้านบาท
หรือความไม่ชอบมาพากลในการลงทุนในหุ้นไทยธนาคาร 63 ล้านหุ้น มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท
ที่ทำให้กองทุนฯต้องขาดทุนไปกว่า 200 ล้านบาท
ซึ่งล้วนเกี่ยวพันไปถึงนักการเมือง นายทุนพรรค หรือไม่ก็ลูกหลาน อดีตผู้บริหารกระทรวง
ในขณะที่นักการเมืองและผู้บริหารกำลังเสวยสุข ใช้จ่ายเงินกองทุนฯกันอย่างสนุกมือ
แต่ผลประโยชน์ ตอบแทนที่ผู้ประกันตนควรจะได้รับกลับลดลง
ต้องไม่ลืมว่าเงิน 450,000 กว่าล้านบาท แม้จะดูเยอะ แต่เมื่อเทียบกับภาระที่
กองทุนฯ ต้องจ่ายคืนผู้ประกันตนในอนาคต โดยเฉพาะในปี 2557 ที่ผู้ประกันรุ่นแรกเกษียณอายุและ
จะได้รับเงินบำนาญ เงินกองทุนฯก็จะเริ่มไหลออกและไหลออกเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้กองทุนฯที่ดูเหมือน
จะมากในวันนี้หดเล็กลง จนต้องเพิ่มเปอร์เซ็นต์การหักเงินสมทบ เพื่อที่กองทุนฯจะได้ไม่ต้องติดลบ
ดังนั้น หน้าที่สำคัญของบอร์ดประกันสังคม จึงจำเป็นที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตน
และพยายามสร้างผลกำไรให้กับกองทุนฯให้มากที่สุด ไม่ใช่การถลุงเงินกองทุนฯ เพื่อบำรุงบำเรอความสุขตัวเอง
น่าเสียดายที่บอร์ดประกันสังคม แม้จะมาจากภาครัฐ นายจ้างและลูกจ้าง
แต่อำนาจการบริหารมักตกอยู่ในมือนักการเมืองและข้าราชการประจำ
ทำให้กองทุนฯกลายเป็นขุมทรัพย์ให้คนเลวได้กอบโกยอย่างไม่สิ้นสุด
หากเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้อีกต่อไป กองทุนประกันสังคมก็ไม่ ต่างอะไรกับต้นไม้ใหญ่ ที่ถูกปลวกมอดกัด
กินแกนในจนเป็นรูพรุน รอวันโค่นล้มลงมาทับผู้ใช้แรงงาน ที่เหมือนหญ้าแพรกให้แหลกลาญ.
“ลมสลาตัน”
“เราจะทำเช่นไร หากเงินที่เราจ่ายไป ไม่ได้กลับคืนมา โปรดช่วยส่งต่อ เพื่อ**************ก”
-----------------------
จากทีมงานเว็บ cm108 ได้เซ็นเซอร์
ตัดคำว่าประจานออก เว็บนี้ควรใช้เหตุและผล มากกว่ามาประจาน หากยังไม่พึงพอใจหน่วยงานของรัฐยังมีศาลปกครองไว้คอยประชาชนอยู่
