นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ตามที่ประธานคณะกรรมการ ส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่วนจังหวัด ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง การกำหนดช่วงระยะเวลากำกับดูแลและติดตามความเคลื่อนไหวราคาสินค้าและบริการเป็นกรณีพิเศษ ( ฉบับที่ 16 ) ลงวันที่ 12 มีนาคม 2551 เพื่อเพิ่มอัตราค่าปรับในการเปรียบเทียบปรับ การกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการไปแล้ว ซึ่งประกาศดังกล่าวได้สิ้นสุดผลใช้บังคับเมื่อในวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ทั้งนี้จังหวัดเห็นควรคงมาตรการป้องปรามการฉกฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคต่อไป จึงได้ออกประกาศกำหนดช่วงระยะเวลากำกับดูแลและติดตามความเคลื่อนไหวราคาสินค้า และบริการเป็นกรณีพิเศษ โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในเขตท้องที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2551
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า หากมีบุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ในช่วงระยะเวลาที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนี้ เป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือเป็นความผิดที่มีโทษปรับหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีและปรับ ซึ่งเป็นความผิดที่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ การเปรียบเทียบปรับให้ใช้อัตราการเปรียบเทียบตามที่กำหนดไว้ในข้อ 7 วรรคสอง แห่งระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดเชียงใหม่ ว่าด้วยขั้นตอนวิธีการและอัตราเปรียบเทียบ พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546
อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคที่อาจจะเสียเปรียบผู้ประกอบการในยุคของน้ำมันแพง และสินค้าหลายอย่างแพง ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น มีการร้องเรียนปัญหาเรื่องราคาสินค้า การเอาเปรียบเชิงปริมาณ การกักตุนสินค้า การปฏิเสธการจำหน่าย หลากหลายวีที่มีการนำมาเลี่ยงกฎหมายในช่วงนี้ จึงเป็นการคุ้มครองไม่ให้ฉวยโอกาสในการทำในสิ่งที่เพิ่มความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะมีการจัดชุดออกตรวจในพื้นที่สุ่มไปตามที่มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง บางแห่งปรับแก้ บางแห่งก็ยังเป็นตามร้องทั้งขายของที่แพงหรือลดปริมาณที่ไม่เหมาะสม ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย.
ที่มา :
