ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: กีฬาสีของโรงเรียน...เก็บตังส์นักเรียน
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > Community Zone > ร้องเรียน ร้องทุกข์ พบภัยสังคม
ผู้ปกครอง
โรงเรียนมัธยมใจกลางเขตคูเมืองเชียงใหม่ จัดงานกีฬาสี ประธานสีไล่เก็บตังส์ลูกสีคนละ 500 บาท(ห้ามบอกครู ผู้ปกครอง)ให้ผ่อนเดือนละร้อยบาท นร.ห้องหนึ่งประมาณ 50 คน ชั้นหนึ่งมี 14 -15 ห้อง (ค่าเสื้อจ่ายไปแล้ว ที่เก็บใหม่จะเอาไว้ใช้ในกิจกรรมการเชียร์เช่นจ้างคนมาสอนเชียร์ลีดเดอร์ 10000 บาทอะไรทำนองนี้แหละ)


โทรไปปรึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียน บอกว่า ไม่มี๊ ไม่มี ไม่ยอมให้ทำแน่ เดี๋ยวจะจัดการให้


อาทิตย์ก่อนเด็กต้องเตรียมเงินไปผ่อน ตอนนี้ลดเหลือคนละ 300 บาท และบอกว่าไม่เห็นมีครูคนไหนมาบอกให้ยกเลิกซักคน



จะร้องไปตรงไหนดี ร้องไปที่โรงเรียนแล้วก็ยังเก็บกันอีก หรือว่าต้องทำใจว่า งานกีฬาสีเป็นกิจกรรมจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกกิจกรรมหนึ่ง


ถ้าน้ำมันไม่แพง ข้าวสารไม่ขึ้นราคา กระเพราไข่ดาวขายจานละ 20-25 เหมือนเดิมคงจะจ่ายได้สะดวกใจกว่านี้


ขอคำแนะนำและปลอบประโลมหน่อยครับ

เจ้าพี
QUOTE(ผู้ปกครอง @ Jun 30 2008, 21:49) *
โรงเรียนมัธยมใจกลางเขตคูเมืองเชียงใหม่ จัดงานกีฬาสี ประธานสีไล่เก็บตังส์ลูกสีคนละ 500 บาท(ห้ามบอกครู ผู้ปกครอง)ให้ผ่อนเดือนละร้อยบาท นร.ห้องหนึ่งประมาณ 50 คน ชั้นหนึ่งมี 14 -15 ห้อง (ค่าเสื้อจ่ายไปแล้ว ที่เก็บใหม่จะเอาไว้ใช้ในกิจกรรมการเชียร์เช่นจ้างคนมาสอนเชียร์ลีดเดอร์ 10000 บาทอะไรทำนองนี้แหละ)


โทรไปปรึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียน บอกว่า ไม่มี๊ ไม่มี ไม่ยอมให้ทำแน่ เดี๋ยวจะจัดการให้


อาทิตย์ก่อนเด็กต้องเตรียมเงินไปผ่อน ตอนนี้ลดเหลือคนละ 300 บาท และบอกว่าไม่เห็นมีครูคนไหนมาบอกให้ยกเลิกซักคน



จะร้องไปตรงไหนดี ร้องไปที่โรงเรียนแล้วก็ยังเก็บกันอีก หรือว่าต้องทำใจว่า งานกีฬาสีเป็นกิจกรรมจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกกิจกรรมหนึ่ง


ถ้าน้ำมันไม่แพง ข้าวสารไม่ขึ้นราคา กระเพราไข่ดาวขายจานละ 20-25 เหมือนเดิมคงจะจ่ายได้สะดวกใจกว่านี้


ขอคำแนะนำและปลอบประโลมหน่อยครับ



เคยเรียนที่นั่นมาก่อนนะครับ (คิดว่าใช่โรงเรียนเดียวกัน)
ไอ่ค่าสอนหลีดมันแน่อยู่แล้วครับ
แต่มันต้องแจกแจงน่ะครับให้ละเอียดว่าเป็นค่าอะไรบ้าง
เก็บได้ประมาณกี่คน ได้ประมาณเท่าไหร่
(แต่สุดท้ายก็โยกกันอยู่ดี ถ้าเด็กมันโยกเป็น......บ่งนิสัยแต่เล็ก)

สมัยผม (ประมาณ 7 ปีที่แล้ว)
เก็บเหมือนกันแต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่อีกทั้ง มูลค่าเงินเปลี่ยนแล้วครับกับเวลาที่ผ่านมา7ปี
พวกหลีดต้องออกค่าชุดกันเองนะครับ
เสื้อใส่แข่งที่มีเบอร์ ก็ของใครของมันจ่ายเอง
แต่ในวันงาน ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น อาหาร ขนม เครื่องดื่มโดยเฉพาะนักกีฬา อุปกรณ์เชียร์ ตกแต่งสถานที่ ค่าเช่าเครื่องเสียง ค่าจ้างขบวนแห่พาเหรด เข้าโรงเรียน จะเป็นของกลาง
พวกที่ขับรถไปติดต่อต่างๆ(เตรียมงาน ติดต่อประสานงานข้างนอก) รับ-ส่ง น้ำมันตัวเองครับ
(ผมหนึ่งในนั้นที่ขับรถยนต์ของตัวเอง ไปๆมาๆ ขอบอกว่าไม่ได้ค่าน้ำมันแม้แต่บาทเดียวเพราะทำด้วยใจ)
ที่สำคัญ แต่ละคณะสี จะมีงบจากทางโรงเรียนมาให้ส่วนหนึ่ง
(ส่วนใหญ่ไม่พอ เพราะนักเรียนกะพวกสอนหลีดเป็นคนคิด มันคิดหรู คิดไกล คิดง่ายจ่ายง่าย เพราะเคยอยู่ในคณะกรรมการสีมาก่อน) ตอนนั้นมีสิ่งหนึ่งที่ผมเสนอให้ใช้เป็นการแก้ปัญหาคือ การนำขยะที่เราไม่ใช้มาปรับแต่ง ตกแต่ง แก้ไขให้เป็นอุปกรณ์เชียร์ได้ครับ เช่นกระป๋องน้ำอัดลม ฟรอยด์ด้านในถุงขนม ไม้เสียบลูกชิ้น ปล้องไม้ไผ่จากบ้านเพื่อนๆ ข้างบ้าน ระหว่างทาง(ขโมย อิอิ)


กิจกรรมต่างๆเป็นประโยชน์ที่เราได้แบบทางอ้อมมากๆครับ เมื่อวันนึงเราโตขึ้นเรามองกลับไป เห็นอะไรต่างๆที่เราเรียนรู้จากมันมีมากมาย

ตอนนี้ถ้า 300 บาทมันไม่มากเกินไปถ้าเทียบกับประสบการณ์ที่ลูกของพี่จะได้รับ ก็ถือว่าซื้อประสบการณ์นะครับ
แต่ ถ้ามากกว่า 300 ผมว่ามันอาจจะแพงเกินไป (300 ตอนผมเรียนโรงเรียนที่นั่น ใช้ได้สัปดาห์นึง เหลือนิดๆหน่อยๆ)

หากจะร้องเรียน แนะนำให้ลูกของพี่เก็บหลักฐานการทวงเก็บเงิน ให้พร้อม
พร้อม ใบลงนามรายชื่อผู้ที่ไม่พอใจ แล้วเอาให้พี่ แล้วพี่เองก็แอบเอามายื่นไปห้องของ ผู้อำนวยการเลย ไม่ต้องโทรหรอก มันไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ บอกไปเลยครับ เดือดร้อนจากเรื่องอะไรร้องเรียนเลย เพราะมันคือความเดือดร้อนที่เห็นปัญหา
แต่แนะนำนิดนะครับ ระบบเส้นสายยังไม่จางหายไปจากโรงเรียน

อ่อ หรือจะเก็บก็ได้แต่ให้ผ่านการอนุมัติจากผู้อำนวยการครับ ให้ออก จม. เป็นหัวจม.รร. เลย ว่าต้องการเท่าไหร่ (แบบบริจาค) แต่ถ้า จม. แบบบังคับกำหนดราคามา นี้ไม่ถูกต้องแน่ๆ



(จากเด็กที่เรียนได้ลำดับ last 5 ในห้องควีนแต่รักกิจกรรม และรักโรงเรียนที่สอนอะไรนอกจากการเรียนหนังสือธรรมดาทั่วไป)

ใครผู้ไหนเสริม หรือ แย้งมาก็ดีนะครับ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว
ความคิดผมคนเดียวอาจถูกทุกเรื่องหรือไม่ถูกซักกะเรื่องก็เป็นไปได้
อ๋อง เด็กเก่าถาปัตย์
ถ้าไม่ติดตรงที่เด็กมีความต้องการเป็นผู้ชนะ กิจกรรมกีฬาสีก็น่าจะเป็นกิจกรรมที่มีความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่ง
"เออเพื่อน เออพี่ เออน้อง ไม่เป็นไร ประกวดหลีด ประกวดกองเชียร์ ก็ไม่ต้องตั้งเป้าว่าชนะ ครั้งนึงที่เรา
ทำกิจกรรมร่วมกันถ้าเราคิดท่าเอง ออกแบบเองจะดีกว่ามั้ย ชุดก็ออกแบบเอง ตัดเอง ขำๆ ฮาๆ
เราต้องเชื่อในความครีเอทีฟของสมองเรา อย่างน้อยถ้าเราชนะใจกองเชียร์ สร้างสีสันให้กับงาน
ก็ถือว่าประสพผลสำเร็จแล้ว เพราะเอาจริงๆงานกีฬาสีหัวใจหลักมันอยู่ที่กีฬาไม่ใช่เหรอ เราเป็นแค่ตัวสร้างสีสัน"
คำพูดของเพื่อนคนนึงของผมตอนเรียนอยู่สถาปัตย์ครับ ในปีนั้น ถาปัตย์ไม่ได้รางวัลกองเชียร์ใดๆเลยแต่ถูกพูดถึงกันไปตลอดทั้งปีด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ เรียกเสียงหัวเราะและความประทับได้ตลอด เพื่อนที่คณะช่วยกันเกือบทุกคน เงินที่เรียกเก็บกันคนละร้อย ก็ได้รับการชี้แจงว่ายังเหลืออีกเพียบและโอนไปใช้ในกิจกรรมต่อไป
ผู้มาเยือน_ละอ่อนหลังคอก
นี่แค่ระดับมัธยม นะเนี่ย..
งานโรงเรียน ก็น่าจะแค่ทำให้เด็กมีกิจกรรมร่วมกัน รึว่าต้องแข่งให้ชนะ
แล้วจะได้ใบประกาศนียบัตรประดับกาย เอาไว้เป็นแต้มต่อตอนไปเรียนต่อสถาบันการศึกษาอื่นๆ

มองภาพในแบบไหนกันนะ ..ระหว่างคนจะเอาชนะ กับคนจะเอามิตรภาพ

แต่จริงๆ ไม่ใช่แค่โรงเรียนเดียวนี่ หลายๆ ที่ก็เป็นคล้ายๆ กัน ...รึปล่าวนะ
ผู้มาเยือน
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ

1.การเก็บเงิน ประธานสี เรียกเก็บจากลูกสี ห้ามเอาการเก็บเงินนี้ไปบอก อาจารย์ ผู้ปกครอง เด็ดขาด เข้าใจว่าทางโรงเรียนคงทราบดี แต่ที่น่าสนใจก็คือเป็นการ"เพาะบ่ม"นิสัยที่อาจจะพัฒนาต่อไปในเรื่องอื่น ๆ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาหรือไม่

2.จำนวนเงินทั้งหมด สมมุติห้องละ 50 คนคนละ 300 เป็นเงิน 15000 บาท สิบห้องเป็นเงินเท่าไร สิบห้าห้องเป็นเงินเท่าไร และทั้งโรงเรียนเป็นเงินเท่าไร

เงินจำนวนดังกล่าวนั้นถูกบริหารจัดการโดยเด็ก หลายเรื่องคงใช้อย่างไม่เหมาะสม เป็นต้นว่า จ้างคนมาสอนเชียร์ลีดเดอร์หนึ่งหมื่นบาท (อย่างต่ำ)

หากมีการปลูกฝัง เน้นหนัก เรื่องความประหยัดและพอเพียงหรือเหมาะสมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น เด็กนักเรียนจะได้รับ"การปลูกเพาะ"สิ่งที่ดีงาม และจะจดจำเมื่อเติบใหญ่


การเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ คิดว่าเขาทำกันมาอย่างนี้ตั้งนานแล้ว สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องในองค์กรนี้ ว่าไม่ได้ใส่ใจทุกรายละเอียดที่ดำเนินไปในรั้วของตัวเอง ดังนั้นหากจะมีมาเฟียเด็กเรียกเก็บเงินเด็กด้วยกัน หรือมีเรื่องอื่น ๆ ก็ไม่น่าเปลกใจ เพราะเขากำลังรู้เห็นเป็นใจไม่แก้ไขสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น



เงินสามร้อยบาท ไม่เยอะ แต่หากนำมารวม ๆ กันและมองภาพรวมของการดำเนินกิจกรรมแล้ว ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมนั้น อาจจะเป็นรายได้อีกทางหนึ่งของคนหลายคนที่อยู่ที่นี่
เจ้าพี
QUOTE(อ๋อง เด็กเก่าถาปัตย์ @ Jul 1 2008, 02:42) *
ถ้าไม่ติดตรงที่เด็กมีความต้องการเป็นผู้ชนะ กิจกรรมกีฬาสีก็น่าจะเป็นกิจกรรมที่มีความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่ง
"เออเพื่อน เออพี่ เออน้อง ไม่เป็นไร ประกวดหลีด ประกวดกองเชียร์ ก็ไม่ต้องตั้งเป้าว่าชนะ ครั้งนึงที่เรา
ทำกิจกรรมร่วมกันถ้าเราคิดท่าเอง ออกแบบเองจะดีกว่ามั้ย ชุดก็ออกแบบเอง ตัดเอง ขำๆ ฮาๆ
เราต้องเชื่อในความครีเอทีฟของสมองเรา อย่างน้อยถ้าเราชนะใจกองเชียร์ สร้างสีสันให้กับงาน
ก็ถือว่าประสพผลสำเร็จแล้ว เพราะเอาจริงๆงานกีฬาสีหัวใจหลักมันอยู่ที่กีฬาไม่ใช่เหรอ เราเป็นแค่ตัวสร้างสีสัน"
คำพูดของเพื่อนคนนึงของผมตอนเรียนอยู่สถาปัตย์ครับ ในปีนั้น ถาปัตย์ไม่ได้รางวัลกองเชียร์ใดๆเลยแต่ถูกพูดถึงกันไปตลอดทั้งปีด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ เรียกเสียงหัวเราะและความประทับได้ตลอด เพื่อนที่คณะช่วยกันเกือบทุกคน เงินที่เรียกเก็บกันคนละร้อย ก็ได้รับการชี้แจงว่ายังเหลืออีกเพียบและโอนไปใช้ในกิจกรรมต่อไป



มันก็จริงอยู่ส่วนหนึ่งครับ แต่ถ้าเรา คิดนอกกรอบแบบคนเคยอยู่ข้างใน แล้วออกมามองจากภายนอกจะเห็นได้ชัดว่า จะมีประสบการณ์แฝงอยู่ภายใน คือเรื่องของ แนวทางการดำเนินงาน ซึ่งจะมีประชุม การวางแผน การวิเคราะห์ การออกแบบ ประชามติ คล้ายๆกับการทำงานในโลกภายนอกครับ

อ่อ ลืมบอกไปอีกอย่างครับ สมัยผมน่ะ บางสี เงินที่ใช้ในคณะสี บางส่วนได้มาจากการวิ่งหาผู้สนับสนุน(ภายนอกโรงเรียน)ด้วยครับ
แล้วก็จะมีติดป้ายผู้สนับสนุน ในวันงานกีฬาสีครับ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะบริหารของโรงเรียนด้วยนะครับว่า ยังอนุญาตให้มีขึ้นป้ายผู้สนันสนุนอยู่รึเปล่า??
ครูในเมือง
ครูควรดูแลตรงนี้ด้วยนะคะ ชื่อเสียงของโรงเรียน ของบางอย่างมากไปก็ไม่ดี....ชื่อเสียงโรงเรียนเรียกกัลบคืนมาไม่ได้ ถ้านักเรียนเก็บเงินกันจริง คนแรกที่จะต้องโดนรับผิด ก็คือครู....มิใช่เหอรคะ จาก ครูในเมือง
NINE NEW
500 เยอะนะครัำบสำหรับเด็กๆ คุณครูช่วยกันดูหน่อยครับ
kumpuju
กลัวว่าจะใช้เหลี่ยมเป็นตั้งแต่เด็กน่ะครับ มองด้านหนึ่งก็เป็นการสร้างประสพการณ์ให้กับเยาวชน แต่อีกด้านหนึ่งเด็กมีวุฒิภาวะพอหรือไม่กับการจัดการเกี่ยวกับเงินจำนวนมาก น่าจะจัดให้มีครูที่ปรึกษาเฉพาะสำหรับวานกีฬานี้นะครับ
ลุงอ้วนตัวกลม
กีฬาสีเด็กมัธยมเดี๊ยวนี้ หาสาระได้น้อยเต็มที เด็กรู้จักแต่ ต้องชนะ ใครมีเงินเยอะก็จะมีโอกาสชนะมากกว่า จริงๆนะ ไม่ได้สนใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของกิจกรรม
ผู้มาเยือน
ร.ร.ผมอยู่แถวรอบนอกโรงเรียนดังแบบนี้แหละ เค้าไม่ได้มีงานกีฬาสีเพื่อประกวดหลีด เลยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก
ผู้มาเยือน
ิตอนนี้ดิฉันทำงานที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเชียงใหม่(รอบนอก) ที่โรงเรียนก็มีกีฬาสีค่ะ เด็กๆที่นี่เค้าก็มีเก็บเหมือนกันค่ะ เงินที่โรงเรียนสนับสนุนอาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เงินที่เก็บจากสมาชิกในสีไม่ได้เก็บมากมายขนาดนั้น เค้าจะไว้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารและน้ำของกองเชียร์ที่ขึ้นสแตนเท่านั้น (ประมาณไม่เกิน 20 บาท) ทางโรงเรียนเคยออกมาตรการห้ามประกวดลีดค่ะ แต่ไม่ได้ผล เด็กๆเค้าจะคิดว่าการประกวดลีดสำคัญมากกว่าการแข่งกีฬาเสียอีก (ดูเหมือนจะเป็นประเพณีของเด็กๆไปด้วยซ้ำ) ในส่วนของเชียร์ลีดเดอร์ รุ่นพี่ในระดับชั้น ม.5 เค้าจะตกลงเก็บกันเอง เท่าไหร่ไม่ทราบได้แต่เด็กๆเค้าก็เต็มใจที่จะเก็บกัน ค่าจ้างผู้สอนลีดส่วนใหญ่จะไม่ได้เสียค่ะเพราะรุ่นพี่ศิษย์เก่าเค้าจะมาช่วยสอน ไม่ทราบว่าที่โรงเรียนอื่นเป็นไงบ้างคะ แชร์ความเห็นหน่อยนะคะ
ศิษย์เก่า
อดีตศิษย์เก่า
น่าจะเป็นเฉพาะชั้นม.6 รึเปล่า จำเป็นต้องเก็บจริงๆนะคะ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายของน้องๆปีล่างๆทั้งหมดตั้งแต่ ม.1-ม.5 เป็นค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าขนมและก็ทำแสตนเชียร์คะ ซึ่งกีฬาสีมีหลายวันอยู่ จริงๆแล้วแทบจะไม่พอต้องขอสปอนเซอร์อีก ถ้าขอได้มากก็จะจ่ายน้อยลงค่ะ

ส่วนเสื้อนักกีฬาต่างๆ นักกีฬาออกเอง ชุดหลีด หลีดก็ออกเองนะคะ ออกมากกว่าเด็กที่เชียร์กีฬาอีก เก็บทุกชั้นไม่น่าจะใช่ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นน่าจะแจ้งให้คุณครูเข้าไปดูแลค่ะ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......