QUOTE(ผู้ปกครอง @ Jun 30 2008, 21:49)

โรงเรียนมัธยมใจกลางเขตคูเมืองเชียงใหม่ จัดงานกีฬาสี ประธานสีไล่เก็บตังส์ลูกสีคนละ 500 บาท(ห้ามบอกครู ผู้ปกครอง)ให้ผ่อนเดือนละร้อยบาท นร.ห้องหนึ่งประมาณ 50 คน ชั้นหนึ่งมี 14 -15 ห้อง (ค่าเสื้อจ่ายไปแล้ว ที่เก็บใหม่จะเอาไว้ใช้ในกิจกรรมการเชียร์เช่นจ้างคนมาสอนเชียร์ลีดเดอร์ 10000 บาทอะไรทำนองนี้แหละ)
โทรไปปรึกษาอาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียน บอกว่า ไม่มี๊ ไม่มี ไม่ยอมให้ทำแน่ เดี๋ยวจะจัดการให้
อาทิตย์ก่อนเด็กต้องเตรียมเงินไปผ่อน ตอนนี้ลดเหลือคนละ 300 บาท และบอกว่าไม่เห็นมีครูคนไหนมาบอกให้ยกเลิกซักคน
จะร้องไปตรงไหนดี ร้องไปที่โรงเรียนแล้วก็ยังเก็บกันอีก หรือว่าต้องทำใจว่า งานกีฬาสีเป็นกิจกรรมจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกกิจกรรมหนึ่ง
ถ้าน้ำมันไม่แพง ข้าวสารไม่ขึ้นราคา กระเพราไข่ดาวขายจานละ 20-25 เหมือนเดิมคงจะจ่ายได้สะดวกใจกว่านี้
ขอคำแนะนำและปลอบประโลมหน่อยครับ
เคยเรียนที่นั่นมาก่อนนะครับ (คิดว่าใช่โรงเรียนเดียวกัน)
ไอ่ค่าสอนหลีดมันแน่อยู่แล้วครับ
แต่มันต้องแจกแจงน่ะครับให้ละเอียดว่าเป็นค่าอะไรบ้าง
เก็บได้ประมาณกี่คน ได้ประมาณเท่าไหร่
(แต่สุดท้ายก็โยกกันอยู่ดี ถ้าเด็กมันโยกเป็น......บ่งนิสัยแต่เล็ก)
สมัยผม (ประมาณ 7 ปีที่แล้ว)
เก็บเหมือนกันแต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่อีกทั้ง มูลค่าเงินเปลี่ยนแล้วครับกับเวลาที่ผ่านมา7ปี
พวกหลีดต้องออกค่าชุดกันเองนะครับ
เสื้อใส่แข่งที่มีเบอร์ ก็ของใครของมันจ่ายเอง
แต่ในวันงาน ก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น อาหาร ขนม เครื่องดื่มโดยเฉพาะนักกีฬา อุปกรณ์เชียร์ ตกแต่งสถานที่ ค่าเช่าเครื่องเสียง ค่าจ้างขบวนแห่พาเหรด เข้าโรงเรียน จะเป็นของกลาง
พวกที่ขับรถไปติดต่อต่างๆ(เตรียมงาน ติดต่อประสานงานข้างนอก) รับ-ส่ง น้ำมันตัวเองครับ
(ผมหนึ่งในนั้นที่ขับรถยนต์ของตัวเอง ไปๆมาๆ ขอบอกว่าไม่ได้ค่าน้ำมันแม้แต่บาทเดียวเพราะทำด้วยใจ)
ที่สำคัญ แต่ละคณะสี จะมีงบจากทางโรงเรียนมาให้ส่วนหนึ่ง
(ส่วนใหญ่ไม่พอ เพราะนักเรียนกะพวกสอนหลีดเป็นคนคิด มันคิดหรู คิดไกล คิดง่ายจ่ายง่าย เพราะเคยอยู่ในคณะกรรมการสีมาก่อน) ตอนนั้นมีสิ่งหนึ่งที่ผมเสนอให้ใช้เป็นการแก้ปัญหาคือ การนำขยะที่เราไม่ใช้มาปรับแต่ง ตกแต่ง แก้ไขให้เป็นอุปกรณ์เชียร์ได้ครับ เช่นกระป๋องน้ำอัดลม ฟรอยด์ด้านในถุงขนม ไม้เสียบลูกชิ้น ปล้องไม้ไผ่จากบ้านเพื่อนๆ ข้างบ้าน ระหว่างทาง(ขโมย อิอิ)กิจกรรมต่างๆเป็นประโยชน์ที่เราได้แบบทางอ้อมมากๆครับ เมื่อวันนึงเราโตขึ้นเรามองกลับไป เห็นอะไรต่างๆที่เราเรียนรู้จากมันมีมากมาย
ตอนนี้ถ้า 300 บาทมันไม่มากเกินไปถ้าเทียบกับประสบการณ์ที่ลูกของพี่จะได้รับ ก็ถือว่าซื้อประสบการณ์นะครับ
แต่ ถ้ามากกว่า 300 ผมว่ามันอาจจะแพงเกินไป (300 ตอนผมเรียนโรงเรียนที่นั่น ใช้ได้สัปดาห์นึง เหลือนิดๆหน่อยๆ)
หากจะร้องเรียน แนะนำให้ลูกของพี่เก็บหลักฐานการทวงเก็บเงิน ให้พร้อม
พร้อม ใบลงนามรายชื่อผู้ที่ไม่พอใจ แล้วเอาให้พี่ แล้วพี่เองก็แอบเอามายื่นไปห้องของ ผู้อำนวยการเลย ไม่ต้องโทรหรอก มันไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ บอกไปเลยครับ เดือดร้อนจากเรื่องอะไรร้องเรียนเลย เพราะมันคือความเดือดร้อนที่เห็นปัญหา
แต่แนะนำนิดนะครับ ระบบเส้นสายยังไม่จางหายไปจากโรงเรียน
อ่อ หรือจะเก็บก็ได้แต่ให้ผ่านการอนุมัติจากผู้อำนวยการครับ ให้ออก จม. เป็นหัวจม.รร. เลย ว่าต้องการเท่าไหร่ (แบบบริจาค) แต่ถ้า จม. แบบบังคับกำหนดราคามา นี้ไม่ถูกต้องแน่ๆ
(จากเด็กที่เรียนได้ลำดับ last 5 ในห้องควีนแต่รักกิจกรรม และรักโรงเรียนที่สอนอะไรนอกจากการเรียนหนังสือธรรมดาทั่วไป)
ใครผู้ไหนเสริม หรือ แย้งมาก็ดีนะครับ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว
ความคิดผมคนเดียวอาจถูกทุกเรื่องหรือไม่ถูกซักกะเรื่องก็เป็นไปได้