พิพาทชุมชนหนองหอย-วายเอ็มซี.
กรณีที่ชาวชุมชนหนองหอยร้องเรียนนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เพื่อขอให้ตรวจสอบรังวัดที่สาธารณประโยชน์ (ป่าช้าเสาหิน) เนื่องจากมีการนำไปใช้ประโยชน์ให้เอกชนเช่า และเมื่อชุมชนจะขอเข้าใช้ประโยชน์ก็ถูกกีดกันต่าง ๆ ต่อมาเทศบาลนครเชียงใหม่ได้แจ้งให้นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ และสำนักงานที่ดินจังหวัดเข้าไปรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ และสอบปากคำผู้สูงอายุที่ทราบความเป็นมาของที่ดินบริเวณนั้น ต่างก็ยืนยันเป็นที่ดินป่าช้ามานาน โดยมีหนังสือที่ดินหลวงยืนยันด้วย ทางอำเภอเมืองจึงแจ้งให้สำนักงานธนารักษศ์จังหวัดซึ่งอ้างที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ และให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.เสาหินเช่า แต่ไม่มีคำตอบใดๆ รวมทั้งสัญญาให้เช่าที่ราชพัสดุดังกล่าวก็ครบกำหนดไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ชาวชุมชนหนองหอยเข้าพบนายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนฯ ทวงถามว่าทางราชการได้ดำเนินการอย่างใดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากชุมชนได้สร้างอาคารที่ทำการขึ้นบนที่สาธารณประโยชน์ติดกับที่ธนารักษ์จังหวัดอ้างว่า เป็นที่ราชพัสดุให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.เช่า และเมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วจะให้อยู่ต่อหรืออย่างไรก็ไม่แจ้ง ที่น่ากังขาคือที่สาธารณประโยชน์ของชุมชน สามารถนำไปให้เอกชนเช่าได้หรือไม่ ซึ่งนายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนหนองหอย แจ้งต่อชาวชุมชนว่า เพิ่งมีหนังสือร้องเรียนไปอีกครั้งถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผวจ.เชียงใหม่ สำเนาถึงนายศักดิ์ชัย จ.ผลิต นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ต่อมาได้รับหนังสือแจ้งจากจังหวัดเชียงใหม่ว่ารับทราบ และให้ประสานกับอำเภอเมืองเพื่อติดตามผลดำเนินการ
นายสุกิจ ภู่ทาสิน ประธานชุมชนหนองหอย กล่าวว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์สุสานเสาหินนั้น ทิศเหนือถนนมหิดล เป็นที่ดินแปลงใหญ่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงรับรอง เลขที่ 182/2482 ระบุเนื้อที่ 5 ไร่ 16 ตารางวา ส่วนอีกแปลงใหญ่เป็นที่สาธารณประโยชน์ป่าช้าเช่นกันรวมกับที่ลำเหมืองเก่าที่ถูกถมแล้ว ประมาณ 4 ไร่ ยังไม่ได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเป็นหลักฐานไว้ ซึ่งสำนักงานธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ได้ให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.เสาหินเช่า ต่อมาการเช่าที่ดินดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงเป็นการเช่าอาคารแทน เพราะไม่ปรากฏว่ากรมธนารักษ์มีที่ดินราชพัสดุในบริเวณนี้ แต่เมื่อเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ตามสัญญาเช่าอาคารบนที่ดินสาธารณประโยชน์นี้ ธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ได้เก็บค่าเช่าเป็นรายปี และหลังสุดเมื่อปลายปี 2549 ได้สิ้นสุดสัญญาเช่าแล้ว ถึงปัจจุบัน สมาคมวายเอ็มซีเอ. เสาหิน ก็ยังครอบครองเหมือนเช่าที่ดินอยู่ต่อไป
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2550 นายอำเภอเมืองเชียงใหม่มีหนังสือแจ้งธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการรังวัดตรวจสอบที่สาธารณประโยชน์(ป่าช้าเสาหินหรือหนองหอย) ขอให้ธนารักษ์จังหวัดตรวจสอบพื้นที่ตามสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้สมาคมวายเอ็มซีเอ.ฯ นั้นเป็นพื้นที่ตรงตามหลักฐานหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าวหรือไม่ และได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุตั้งแต่เมื่อใด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีข้อขัดแย้งระหว่างชุมชนและเทศบาล กับสมาคมวายเอ็มซีเอ. ฯลฯ แต่ปรากฏการรังวัดตรวจสอบดังกล่าวไม่มีผลคืบหน้า และยังไม่มีการระบุว่าที่ดินสาธารณประโยชน์ป่าช้าดังกล่าว ซึ่งมี 2 แปลงใหญ่(แปลงตะวันออกมีหนังสือสำคัญที่หลวง) โดยแปลงทิศตะวันตกอันเป็นที่ตั้งอาคารสำนักงานสมาคมวายเอ็มซีเอ.ฯ เป็นที่ราชพัสดุหรือที่สาธารณประโยชน์กันแน่ แต่ชาวชุมชน และคนเก่าคนแก่ในชุมชนได้ยืนยันเป็นหลักฐานไว้แล้วว่าที่ดินทั้งหมดเป็นที่ป่าช้า
ดังนั้น คณะกรรมการชุมชน และชาวชุมชนหนองหอยได้ประชุมหารือกัน มีความเห็นว่าควรร้องเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบรังวัด และขึ้นทะเบียนเป็นโฉนดหลวงหรือที่สำคัญสำหรับที่หลวงให้ถูกต้อง ก่อนจะมีผู้การอ้างสิทธิหรือถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์ป่าช้าไปโดยมิชอบ เพราะที่ดินสาธารณประโยชน์แห่งนี้ควรจะรักษาไว้เพื่อประโยชน์ประชาชนส่วนรวมต่อไป.