รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ระบุกรมประชาสัมพันธ์หมดหน้าที่ดูแลวิทยุชุมชน เป็นหน้าที่ของ กสช. และขณะนี้เป็นช่วงสุญญากาศที่วิทยุชุมชนต้องดูแลกันเอง
นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เปิดเผยภายหลังบรรยายพิเศษให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ว่า พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนี้ที่ผ่านมา มีข้อสังเกตว่า ถ้าส่งคณะกรรมการกฤษฎีกา และนำเสนอสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะทันสมัยนี้หรือไม่ ขณะนี้ความคืบหน้าของพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กร เน้นที่การจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติหรือ กสช. ซึ่งตามกฎหมายขณะนี้ประชาสัมพันธ์จังหวัดไม่มีอำนาจหน้าที่ออกใบอนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่ และต้องรอให้ กสช.มากำกับดูแล และในช่วงสุญญากาศนี้ วิทยุชุมชนต้องกำกับดูแลกันเองเพื่อเตรียมพร้อมในการกำหนดระเบียบดูแลกันเองในอนาคต โดยการกำหนดระเบียบเพื่อป้องกันข้อพิพาทในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งจะโยงถึงเรื่องการแย่งคลื่นความถี่ เนื้อหาสาระของรายการ เพื่อจะผลักดันเป็นระเบียบสู่การปฏิบัติร่วมกัน และหากการส่งกระจายเสียงของวิทยุชุมชนรบกวนการทำงานของคลื่นวิทยุหลักหรือวิทยุการบิน ผู้บริหารวิทยุชุมชนต้องรับผิดชอบ ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายจะฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยจะต้องถูกกำกับด้วยกฎหมายอื่นโดยตรง
รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ยังกล่าวด้วยว่าในปัจจุบันหน่วยงานที่มีบทบาทโดยตรงในพื้นที่คือศูนย์เฝ้าฟังฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจะมีหน้าที่เฝ้าระวังการดำเนินการวิทยุชุมชน ที่ส่งสัญญาณรบกวนคลื่นอื่นหรือวิทยุหลัก ขณะเดียวกันกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งคลุกคลีอยู่กับปัญหาโดยตรงตั้งแต่ต้นจะยุติบทบาท แต่จากการที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เป็นหน่วยงานพี่เลี้ยงนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการ ของผู้ประกอบการวิทยุชุมชน
-----------------------------------
ข่าวโดย : ธนวันต์ – ศุภมาส สวท . เชียงใหม่