ณ ที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2551 นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ นายอำเภอดอยสะเก็ด เป็นประธานเปิดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสรุปโครงการเสนอขออนุมัติงบประมาณดำเนินการตามโครงการก่อสร้างทางหลวง ขนาด 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 118 ตอนเชียงใหม่ - เชียงราย โดยโครงการดังกล่าว ทางผู้แทนกรมทางหลวงได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ได้ทำการว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท ไทย เอ็ทเอ็ม จำกัด และบริษัท เซเว่น แอสโซซิเอต คอนซัลท์แตนท์ จำกัด ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่กรมทางหลวงได้กำหนดในแผนพัฒนาทางหลวงเพื่อรองรับการพัฒนาและเส้นทางการคมนาคมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นของภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตามเส้นทางที่มีโครงการจะดำเนินการก่อสร้างดังกล่าวนี้ สืบเนื่องจากเส้นทางสายนี้เป็นช่วงทางหลวงที่มีแนวเส้นทางพาดผ่านสภาพภูมิประเทศที่เป็นแนวเขาสลับกัน ทำให้มีเส้นทางคดเคี้ยวไม่สะดวกในการเดินทาง การคมนาคมขนส่ง และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากสถิติที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเป็นประจำ ดังนั้นการพัฒนาเส้นทางดังกล่าว จะช่วยทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งจะรองรับการคมนาคมขนส่งในอนาคตที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคความร่วมมือลุ่มน้ำโขงด้วย
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้สรุปผลการสำรวจ และออกแบบโครงการดังกล่าวว่า โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นที่กิโลเมตรที่ 20 ทางหลวงหมายเลข 118 บริเวณบ้านแม่ดอกแดง ผ่านบ้านแม่หวาน บ้านปางแฟน บ้านห้วยหม้อ และบ้านปางอั้น ไปสิ้นสุดโครงการที่กิโลเมตรที่ 64+000 บริเวณบ้านสบโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย รวมระยะทางทั้งสิ้น 44 กิโลเมตร โดยสภาพปัจจุบันของทางหลวงโครงการนั้น ผิวทางเป็นแอสฟัลท์ติกคอนกรีต มีขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร มีไหล่ทางกว้างข้างละ 2.00 เมตร ความกว้างของผิวทางรวม 11.00 เมตร
ซึ่งหากมีการปรับปรุงก่อสร้างโครง การตามที่ได้มีการสำรวจและออกแบบแล้ว จะมีการขยายช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร ทิศทางละ 2 ช่องจราจร รวม 4 ช่องจราจร และมีไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ทั้ง 2 ทิศทาง โดยปรับแนวทางเดิมให้ได้มาตรฐานชั้นทางพิเศษ หรือมาตรฐานชั้นทางที่ดีกว่าเดิม ทำการปรับแก้รัศมีโค้ง ทางราบและทางดิ่งให้มีรัศมีมากขึ้น รวมถึงปรับลดความลาดชันในช่วงทางเขา เพื่อการขับขี่บนทางหลวงโครงการหลังจากปรับปรุงแล้วมีความสะดวกปลอดภัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตามในที่ประชุมมีประชาชนและผู้ที่อยู่แนวเส้นทางได้เข้าร่วมรับฟังพร้อมซักถามข้อสงสัยต่างๆ กับทีมที่ปรึกษาและคณะที่ศึกษาโครงการเพื่อความชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งระหว่างการดำเนินการหรือก่อนดำเนินการจะมีการเวนคืนหรือการรองรับสภาพการเจรจาอย่างไรบ้าง ซึ่งคณะศึกษาฯ ก็ได้มีการอธิบายและชี้แจงทุกกรณี ทั้งนี้การดำเนินการประชุมดังกล่าวส่วนมากกรมทางหลวงมีการเชิญประชาชนและผู้เกี่ยวข้องที่จะได้รับผลกระทบกับโครงการมาร่วม โดยชี้แจงว่าเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการที่จะทำ ซึ่งทำมา 2 ครั้งแล้วและครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 สุดท้ายก่อนสรุปผลทั้งหมดเสนอต่อกรมทางหลวงเพื่อดำเนินการขออนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป
สำหรับในขั้นตอนต่อไปจากนี้ ทาง กรมทางหลวงจะนำข้อสรุปที่ได้จากการจัดประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้ง 3 ครั้ง ไปจัดทำแผนเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขออนุมัติงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 1,540 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ได้ภายในปี พ.ศ.2554.
ที่มา :
