ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ลองฟังหมอบ่นถึงคนไข้ประกันสังคมบ้างไหมครับ
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > Community Zone > ร้องเรียน ร้องทุกข์ พบภัยสังคม
หมอ
เริ่มจากที่มีคนโพสต์ประโยคนี้่ข้างล่าง

แล้วไม่ทราบว่าคุณและญาติพี่น้องได้ใช้สิทธิที่รัฐปรนเปรอให้หรือไม่ครับ

อย่าเอาประำกันสังคมมาอ้า้งว่าหักให้ รพ. เท่าไร ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้
แล้วคุณไปเดือดร้อนอะไรด้วย มีหุ้นใน รพ.สวนดอกเหรอครับ
คุณตัวอย่างว่า จ่ายร้อยกว่าบาทแล้วจะกินหูฉลาม แล้วที่ผมจ่ายค่าประกันสังคมเดือนละ 750 บาท
เปรียบได้กับเข้าร้านสเต็กจ่ายเงินเต็มที่ แต่ได้กินแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งงั้นเหรอ

จนท.รพ.สวนดอก ต้องยอมรับสิว่า มีส่วนที่ไำม่ดีจริง ทั้งหมอ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล
ไม่ใช่หน้ามืดตามัวปกป้องไปหมด เขาว่าก็รับฟังไป ไม่ใช่ไม่ยอมรับอย่างเดียว คิดว่าดีเลิศแล้วเหรอที่ได้ทำงานที่นั่น

รพ.ของรัฐ ของประขาขน เงินเดือนมาจากภาษีของประชาชน กรุณารับใช้ประชาชนด้วย
คนไข้เขาเข้าไป เขานอบน้อมยกมือไหว้ ก็ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย

อ้อ แล้วมีกฏข้อไหนที่ว่าห้ามคนเมาใช้สิทธิ์ประกันสังและสามสิบบาทครับ?



ก็ไม่มีอะไร ผมก็เลยโพสต์ตอบกลับไปบ้าง แต่กลัวว่าจะมีบางคนไม่ได้กลับมาอ่านกระทู้เหล่าที่ตอบไปนั้นอีกก็เลยเอามาโพสต์ให้ใหม่เสียเลย
เพื่อจะรุ้ได้บ้างว่าอะไรเป็นอะไร

เท่าที่ทราบนะครับ ตอนนี้โรงพยาบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาท ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามผุ้บริหารเอาเอง แล้วถ้ามีวันใดที่เค้าจะยกเลิกให้ความช่วยเหลือประกันสังคม พวก...คุณก็จะรู้สึก

ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้

คำพูดนี้เป็นคำพูดของพวกคนเห็นแก่ตัวเท่านั้นนะครับ ถ้าคุณเป็นไข้หวัดสองสามครั้งต่อปี ค่ารักษาก็คงน่าจะถึงพันกว่าบาทตามที่เค้าได้จากคุณแล้ว แล้วคุณจะหยุดใช้บริการจากเค้าหรือเปล่าครับ เพราะว่าใช้เต็มวงเงินที่ให้เค้าไปแล้ว ครั้งที่สี่ครั้งที่ห้าคุณจะจ่ายตังค์ให้เค้าหรือเปล่าครับ
ระบบประกันสังคมคือรวบรวมเงินจากคนทุกคนเพื่อมาช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยเพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบการบริการทางสุขภาพได้ แต่ก็จะไม่ได้เต็มที่เหมือนการจ่ายเงินเองหรอกนะครับ ดังนั้นต้องเข้าใจข้อจำกัดตรงนี้ด้วยนะครับ
ผมก็มีประกันชีวิต อะไรต่อมิอะไรอยู่ แต่ก็ไม่เคยใช้บริการสักที ถึงเวลาเจ็บป่วยเล็กน้อยก็จ่ายเงินเองอยู่ดี ถ้าถึงขั้นต้องนอนโรงบาลก็จะไม่ใช้ประกันสังคมอยู่ดี จะไปใช้ประกันชีวิตเอาดีกว่า
แล้วที่คุณบอกว่าจ่าย 750 บาทต่อปี ปีนึงก็เก้าพันบาท แต่อย่างที่บอกเค้าหักเป็นส่วนของสุขภาพ แค่พันกว่าบาทต่อปี ถ้าจะใช้บริการเฉพาะส่วนของโรงพยาบาลก็ควรจะใช้แค่ พันกว่าบาทต่อปีตามนั้น(ถ้าอยากจะให้ให้เต็มนะ แต่อย่าลืมนะ ถ้าเกินเมื่อไหร่ อย่าลืมช่วยจ่ายส่วนเกินด้วย) ส่วนที่เหลือเค้ายังแบ่งไปเป็นเรื่องอื่นๆ ซึ่งคุณบอกว่าจะให้สิทธิ์ให้เต็มที่ คุณก็ได้เต็มที่ในส่วนนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือหลังจากคุณปลดเกษียณไป ฯลฯ เงินเก้าพันบาทต่อปีทั้งหมดนั้นไม่ได้เอามาใช้เฉพาะส่วนของโรงพยาบาลอย่างเดียวนะครับ ถ้าโรงพยาบาลได้เต็มหมดทั้งเก้าพันบาท ปัญหาอาจจะน้อยกว่าที่พวกคุณได้รับในตอนนี้ก็ได้ แต่อย่างที่บอก ตอนนี้โรงบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาทครับ ถ้าไม่เชื่อถามอาจารย์หมอชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ก็ได้
ข้อดีของประกันสังคมอย่างอื่นคือ มีคนที่เป็นโรคเอดส์ คนที่เป็นเบาหวาน ความดัน ,อุบัติเหตุร้ายแรง ฯลฯ ที่ปีนึงจะต้องใช้ยาที่มากๆเป็นหมื่น หรือถ้าถึงขั้นนอนโรงพยาบาล ก็เป็นหลักแสนได้ แต่คนเหล่านี้ก็ยังคงจ่ายเงินประกันสังคมในจำนวนเงินเท่าเดิม เงินที่คุณจ่ายมาแล้วโรงพยาบาลได้แค่พันกว่าบาทต่อคนต่อปี เค้าก็เอาจากคนที่ไม่ค่อยป่วยมาดูแลคนเหล่านี้ได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่มีระบบแบบนี้แล้ว หรือถ้ามีแต่ต่างคนต่างก็คิดเอาแบบคุณว่า ให้บริการให้เต็มวงเงินตามที่จ่ายให้ โรงพยาบาลก็จะให้บริการแต่ละคนได้แค่คนละพันกว่าบาทต่อปี แล้วคนไข้เอดส์ เบาหวาน ความดัน อัมพาตเหล่านี้เค้าจะได้รับการรักษาต่อไปได้อย่างไร ระบบประกันสังคมจึงเป็นระบบเชิงบังคับ คล้ายๆกับระบบคอมมูนิสต์ ที่ทุกคนต่างต้องช่วยเหลือกันต่างหากครับ เงินที่จ่ายมาจากแต่ละคนจึงเป็นเงินที่ช่วยพยุงระบบให้ยังคงอยู่ไปได้แค่นั้นนะครับ
ระบบประกันสังคม ยังมีคนมาคอยเอาเปรียบอีกมากมาย อย่างเช่น พวกเจ้าของกิจการ ชอบเอาญาติพี่น้องของตัวเองมาลงชื่อเป็นพนักงานบริษัท บางคนอายุ 65,70 ปี ก็ยังมาใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ ในฐานะพนักงานของบริษัทอีก แถมโรคที่เป็นก็เรื้อรังเหลือเกิน อย่างความดัน เบาหวานอย่างนี้ หรือบางคนก็ถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาต แต่ก็เอามาให้โรงพยาบาลดูแลเสียเลย แต่ตัวเองไม่เคยดูแลพ่อแม่หรือญาติผู้สูงอายุของตัวเองให้ดีๆ ผมไม่ได้ต่อว่าคนไข้โรคเรื้อรังท่านอื่นๆนะครับ แต่ต่อว่าคนที่เป็นญาติของเจ้าของกิจการต่างหากนะครับ ที่แอบมาอาศัยสิทธิ์ตรงนี้ ซึ่งถ้าว่าไปแล้วถ้าประกันสังคมตรวจสอบพบ ท่านเหล่านี้จะถือว่ามีความผิดนะครับ
พนักงานบริษัทบางคน ก็อ้างว่าป่วย ปวดหัว ท้องเสีย แล้วมาขอใบรับรองเอาไว้ลาก็บ่อย เคยโดนบริษัทแห่งหนึ่งโทรมาต่อว่า เพราะญาติมาหาแล้วไม่เจอแต่เจ้าตัวหนีไปเที่ยวกรุงเทพ แบบนี้ก็มี
หรือผู้หญิงบางคน ตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ ไปซื้อยามาเหน็บ พอมีเลือดออกก็บอกว่าแท้งเกิดขึ้นเอง ไม่ได้เหน็บยา ทั้งๆที่บางทีตรวจไปก็ยังเจอเศษเม็ดยาติดอยู่เลย ต้องคาดคั้นเอาจนยอมรับให้จ่ายเงินเองได้
คนไข้บางคน น้องพยาบาลเรียกผู้ป่วยคนอื่นเข้าตรวจก่อน ทั้งๆที่ตัวเองมานั่งรอก่อน แล้วก็เอะอะโวยวายขึ้นมา เจอแบบนี้ผมก็ไม่ตรวจครับ ผมก็เดินออกจากห้องแล้วกระแทกประตูปิดใส่แรงๆให้ไปเลย ที่มากไปกว่านั้นคือเค้าดันเข้าใจผิดว่าเราเรียกคิวผิด แต่จริงๆแล้วน้องพยาบาลเค้าเรียกตามหมายเลขที่หัวกระดาษโอพีดีการ์ดต่างหาก ซึ่งก็ถือว่าน้องเค้าไม่ผิด
ผมเคยเบื่อๆอาชีพสายสุขภาพนี้ ได้ลองไปเปิดบริษัทดู ตอนที่บริษัทบัญชีเค้าแนะนำผมมา มีประโยคนึงที่ทำเอาผมอึ้งเลย เค้าบอกว่า "คุณก็เอาพวกญาติพี่น้องมาลงชื่อเป็นพนักงานก็ได้ จะได้เอาไว้ใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ด้วย"
ตกลงว่ามาถึงตรงนี้คุณคิดว่าประกันสังคมเป็นไงบ้างหละครับ
ส่วนในเรื่องเมาเหล้าแล้วมาใช้สิทธิ์ประกันสังคม
จริงๆแล้วประกันสังคมเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า โรคภัยจากสารเสพติดต่างๆไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ แต่เวลามาตรวจพวกเราก็ยังคงให้ใช้สิทธิ์ได้ไม่เคยว่าอะไร
ยกเว้นผม ถ้าเจอผม ผมจะให้เซ็นชื่อรับทราบไว้ว่า ผมให้คุณได้ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่คราวหน้าเมามาอีก ผมจะอนุญาตให้คุณใช้สิทธิ์ไม่ได้ต้องจ่ายเองครับ

อยากจะสรุปให้ฟังตรงนี้นิดนึง โรคของประกันสังคม จะมีปัญหาตรงส่วนที่เป็น สีเทาเสมอ คือไม่ได้เบามากพอที่จะให้ยาสองสามวันแล้วหายได้ แล้วก็ไม่หนักมากจนเห็นได้ชัดเจนว่าต้องนอนโรงพยาบาลหรือต้องผ่าตัด พอเป็นแบบนี้แพทย์จะได้แค่ให้ยาอย่างเดียว แต่อาจจะมีการให้นอนสังเกตอาการ หรือ ใช้การเจาะแล็บเล็กๆน้อยๆให้ หรือใช้การนัดมาดูอาการอีกครั้ง ถ้าคุณไม่อยากให้มีปัญหา คุณบอกแพทย์ไปเลยว่าสงสัยหรือกลัวว่าจะเป็นอะไรจะขอจ่ายเงินค่าเจาะเลือดตรวจแล็บหรือเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์เอง มีหลายรายที่ปวดหัวมาสี่ห้าวันขอเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ เราก็ใช้นโยบายดังกล่าวนี้ไป เค้าก็ยอมจ่าย พอไม่เจออะไรคุณก็จะได้สบายใจ (แต่โรงพยาบาลก็จะมีนโยบายคืนเงินค่าตรวจให้ทันทีถ้าพบว่าตัวแล็บหรือเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ขอตรวจไปนั้นมันผิดปรกติอย่างที่คุณสงสัยจริง หรือแม้แต่ว่าเจอเป็นความผิดปรกติเรื่องอื่นที่ไม่ได้สงสัย ก็จะได้เงินคืน แล้วได้สิทธิ์ในการรักษาต่อไปเลย โดยใช้สิทธิ์ประกันสังคมต่อไปได้อีกด้วย) ถ้าเป็นแบบนี้คุณก็จะไม่เจอปัญหาอะไรต่อมิอะไรอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้หรอกนะครับ
ผมว่าที่เราขัดแย้ง ทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้นั้นบางทีมันก็เหมือนอย่างที่ผมเคยเจอ คือขับรถไปที่ถนนแห่งหนึ่งที่มันเป็นคอขวดที่ต่างก็บีบให้รถแต่ละคันเข้ามาเบียดกัน ซึ่งสรุปแล้วไม่มีใครผิดใครถูกหรอก แต่เป็นถนนที่มันบีบให้เรามาทะเลาะกันเองแบบนี้มากกว่า ระบบของประกันสังคมมันก็แย่ๆแบบนี้แหละ มันถึงบีบให้แพทย์ไม่สามารถจะทำอะไรได้ตามที่คนไข้ร้องขอได้
ผู้มาเยือน
ประกันสังคมมันเป็นระบบช่วยเหลือกันหนะคะ ก็ดีนะคะ เป็นการช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าเรา ไม่แน่วันนึงหลายๆ คนอาจจะต้องขอบใจประกันสังคมก็ได้ ใครจะรู้ว่าคุณจะเป็นโรคอะไรในอนาคต มีไว้หนะดีแล้วคะ เราก็จ่าย 750 เหมือนกัน ปีๆๆ ไม่ค่อยได้เข้าไปใช้บริการหรอกคะ ยังไม่เคยคิดอะไรเลย...อย่างน้อยเราก็เผื่อไว้ว่าสักวัน ถ้าเราเป็นโรคอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่แค่กินยาก็หาย อาจจะต้องเป็นไปตลอดชีวิต ต้องไปหาหม%C
ผู้มาเยือน
ประสบการณ์ โรงพยาบาลสวนดอก กับการใช้ประกันสังคม
ของญาติสนิทคะ เค้าเข้าโรงพยาบาล และ ต้องนอนรักษามากกว่า 1 สัปดาห์
สองคืนแรกต้องนอนตามทางเดิน อันนี้เป็นธรรมดาคะ เพราะคนไข้เยอะเหลือเกิน เราก็ขอย้ายไปตึกประกันสังคม ได้นอนห้องพิเศษ มีหมอมาคอยดูแล กลางวัน กลางคืนไม่ขาด หมอก็คุยดี พูดดี พยาบาลก็มาพูดดี นี่คะ ..เวลาออกมา ไม่เสียเงินสักบาท ถ้าต้องจ่ายเอง คิดดูนะคะ คุณได้เตรียมเงินส่วนนี้ไว้หรือเปล่า คงมากโข การจ่ายเงินประกันสังคม ก็เหมือนเราออมเงินไว้ให้กับส่วนนี้ นั่นแหละคะ ใครจะรู้เราจะได้ใช้เมื่อไหร่ สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ อย่าเสียดายไปเลยคะ คุณโชคดีที่สุดแล้ว นะ ..หรือว่าอยากใช้บ่อยๆๆ จะได้คุ้มคะ เลือกเอาเองนะคะ 5555
phakerew
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงแท้เชียวครับ

ขอแสดงความเห็นใจคุณหมอท่านนี้ด้วยครับ และกรุณาอดทนต่อไปครับ
ผู้มาเยือน
ผมว่าถ้าคุณ จขกท เบื่อมาก ก็เลิกเป็นหมอเถอะครับ
เปิดบริษัท ทำธุรกิจดีกว่า
จะได้ไม่ต้องมาคอยกระแทกประตูปิดดัง ๆ เดี๋ยวประตูจะเสียหมด ทั้งโรงพยาบาล

อาชีพ หมอ ครู เป็นอาชีพที่คนคาดหวังในตัว บุคลากรในอาชีพสูงมาก ๆ
แม้นว่ารายได้จะไม่พอ เวลาหยุดแทบจะไม่มี เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละมาก จริง ๆ
ถ้าจิตใจที่เสียสละมีไม่เพียงพอ
การเข้ามาทำอาชีพนี้ ก็ถือว่าตกนรกทั้งเป็น
pyaipyu2004
อาชีพที่ต้องอดทน อาชีพไหนก็ต้องอดทนทั้งนั้นแหละครับคุณๆ ท่านๆ ทั้งหลาย

ยิ่งต้องเป็นผู้ให้บริการ ก็ต้องทำหน้าที่ยิ่งกว่าแหล่งรองรับอารมณ์
คนเหมือนกัน แต่การควบคุมอารมณ์ไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากันแน่นอน

ยิ่งกดดัน ยิ่งต้องทำตัวยืดหยุ่น
ยิ่งโดนต่อว่า ยิ่งต้องทำหน้าที่ให้ครบถ้วน ไม่ขาดไม่เกิน

..ตอนเจ็บป่วยจนถึงเข้าโรงพยาบาล เคยถามตัวเองบ้างหรือปล่าว
ว่าไปทำอะไรไว้ ให้เจ็บป่วยจนต้องรักษาพยาบาล
ลองนึกดูก็แล้วกันครับ ..แล้วจะเข้าใจว่า หมอ-พยาบาล ถึงต้องมานั่งรับอารมณ์ที่ขาดการควบคุม
พวกเขาต้องใช้วิชาการแพทย์ที่รำเรียนมารักษาคนที่ป่วยทั้งกาย แถมด้วยป่วยจิตใจ
ผู้มาเยือน
แนะนำเลยนะครับจ่าย เดือนละ 750 คูณ 12 เดือน ตกปีละ 9000 หาทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันดีๆ ตัวแทนดีๆ จะดีกว่านะครับ ได้การบริการและยังมีประกันชีวิตให้อีก ลองปรึกษาตัวแทนใกล้บ้านท่านนะครับ
มหาพุตล้านนา
ชอบที่คุณหมอตอบครับผม(บนสุด)...ได้ใจจริงๆ ผมก็คนหนึ่งล่ะที่ใช้ประกันสังคมอยู่ ถึงจะจ่ายไม่คุ้มกับที่เราได้รักษาไป แต่ก็ยังดีใจ ที่ส่วนเกินยังพอที่จะแบ่งสรรปันส่วนไปช่วยอีกหลายๆ คนที่ร่วมประกันสังคมได้รักษาตัว...นึกถึงหัวอกมนุษย์เงินเดือน(น้อยๆ) ที่ต้องป่วยหนัก(อย่างที่หมอบอก)...คิดในแง่เผื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็คือกองทุนรวม ไว้ร่วมกันจ่ายค่ารักษาเพื่อเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมสังคม...
L~STyLE
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 16 2008, 15:05) *
ผมว่าถ้าคุณ จขกท เบื่อมาก ก็เลิกเป็นหมอเถอะครับ
เปิดบริษัท ทำธุรกิจดีกว่า
จะได้ไม่ต้องมาคอยกระแทกประตูปิดดัง ๆ เดี๋ยวประตูจะเสียหมด ทั้งโรงพยาบาล

อาชีพ หมอ ครู เป็นอาชีพที่คนคาดหวังในตัว บุคลากรในอาชีพสูงมาก ๆ
แม้นว่ารายได้จะไม่พอ เวลาหยุดแทบจะไม่มี เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละมาก จริง ๆ
ถ้าจิตใจที่เสียสละมีไม่เพียงพอ
การเข้ามาทำอาชีพนี้ ก็ถือว่าตกนรกทั้งเป็น



โค๊ะ..... หมอ ครู ก็เป็นคนนะครับ หวังจะให้เขาเสียสละอย่างเดียวโดยคนอื่นไม่ต้องเสียสละอะไรเลย หรือทำยังไงกับเขาก็ได้ มันก็ไม่ดีนะครับ เขาก็เสียสละอยู่เเล้ว ผมว่าให้ความเคารพซึ่งกันเเละกันมันจะดีที่สุดนะ
ผู้มาเยือน
เห็นด้วยกับคุณหมอ ดิฉันก็ทำงานโรงพยาบาลเหมือนกัน ผู้ป่วยสมัยนี้เรียกร้องสิทธิมากเกินไป ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่สาบานได้ว่าให้บริการอย่างสุภาพ และตั้งใจบริการมากคนหนึ่ง แต่เคยได้รับคำถาม และคำด่าจากผู้มารับบริการ เช่น ทำไมได้ยาแค่นี้ ทำไมบัตรทองได้ยาแค่นี้เหรอ แต่ยาที่ได้คือครบถ้วนตามที่อาการผู้ป่วยเป็น แต่ผู้ป่วยไม่ค่อยพอใจที่ได้ยาน้อย ก็ได้อธิบายแล้วถึงความจำเป็นของการใช้ยา แต่ละตัวที่ได้ แล้วแต่ก็ยังไม่พอใจ บางคนก็เอาบัตรโรงพยาบาลมาวางซัดใส่หน้าเคาร์เตอร์ เหมือนเราเป็นคนรับใช้ ตัวเองไม่เคยดูถูกคน ถึงแม้จะเป็นคนให้บริการแต่ก็ไม่ควรแสดงกิริยาเช่นทาสเช่นนี้ พ่อแม่ของตัวเองยังไม่เคยด่าว่า หรือทำกิริยาเช่นนี้ใส่ตัวเอง ตัวเองก็ไม่เคยทำเช่นนี้ใส่ใคร (ขอระบายด้วยความน้อยใจกับผู้รับบริการบางคนหน่อยเถอะ) ขอให้ผู้รับบริการบางคนควรจะเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง สังคมคงจะดีกว่านี้
pu2060
ผมล่ะคนหนึ่งใช้ประกันสังคมแบบส่งเองเพราะออกมาจากบริษัทมานานแล้ว ใช้สิทธิไปผ่าไส้ติ่งที่ รพ.ลานานอน3คืน4วันห้องพิเศษเสียไป 4หมื่นกว่าๆไม่ได้ออกเงินซักบาท คิดว่าคุ้มล่ะครับ นานาจิตตัง พอเพียงก็เพียงพอครับ
ฮอบบิท
มีประกันสังคม ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยนะ ถึงเเม้ว่าเขาจะลือกันว่ารักษาไม่ค่อยดี ใช้ยาคนละเกรด ฯลฯ เเต่รวม ๆ เเล้ว มันก็ดีกว่าเราไม่มีอะไรเลย
ส่วนเรื่องการบริการ เรื่องประกันสังคมของที่ รพ.สวนดอก ไม่รู้ว่าเป็นไง เพราะไม่ได้ใช้ที่สวนดอก ใช้ที่ราชเวช ซึ่งก็ดี
ส่วนเรื่องการบริการของ รพ.สวนดอก ก็มีทั้งเจ้าหน้าที่ + หมอ ที่ดี น่ารัก เเละที่น่าโมโห ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา (ดีขึ้นเยอะกว่าเเต่ก่อนมาก ๆ เเล้ว) เเต่รู้สึกว่าที่ห้องยา ห้องการเงิน คลีนิคบริการนอกเวลานั้น ไปที่ไรค่อนข้างหน้าหงิกตลอดเวลา จนน่าตกใจ
ส่วนหมอนั้น ส่วนมากก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงต้องพูดห้วน ๆ เเบบขอไปทีกับคนไข้ เเต่ที่ดี ๆ ก็มี (เเต่เจอน้อยกว่าเเบบเเรก) เขาคงสอนกันมาเเบบนี้มั้ง ไม่รู้อ่ะ คงประมาณไม่ควรให้ความเป็นกันเองกะคนไข้มั้ง เเต่บางทีมันก็รู้สึกว่ามันฟังเเล้วไม่ค่อยสบายหู สบายใจน่ะ
ผู้มาเยือน_tor_*
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 16 2008, 15:34) *
แนะนำเลยนะครับจ่าย เดือนละ 750 คูณ 12 เดือน ตกปีละ 9000 หาทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันดีๆ ตัวแทนดีๆ จะดีกว่านะครับ ได้การบริการและยังมีประกันชีวิตให้อีก ลองปรึกษาตัวแทนใกล้บ้านท่านนะครับ



9000 กับอีก 9000 ที่นายจ้างจ่ายสมทบรวมเป็น หมื่นแปด เชียวนะครับ
ตัวแทนประกัน
30 บาท การรักษา เกรดd

ประกันสังคม การรักษา เกรด C

ประกันชีวิต การรักษา เกรด A - B

อย่าคิดมากครับ โลกใบนี้ เงินถึง ก็ได้สิ่งที่ต้องการครับ

จ่ายน้อยแล้วหวังจะได้บริการที่ดีมีคุณภาพ มันหายากครับ(แต่ไม่ใช่ไม่มี)

ประกันสังคมก็เป็นสิ่งที่ดีครับ เป็นทางเลือกสำหรับคนกินเงินเดือน ที่รัฐจัดหาสวัสดิการให้

อยากได้การบริการที่ดีกว่า ต้อง ไปโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำครับ รับรอง เค้าบริการคุณถึงใจเลย

ผู้มาเยือน
อ่านมาหลายความเห็นทุกท่านมีความเข้าใจว่าประกันสังคมใช้สิทธิได้เฉพาะเจ็บป่วย อ้าง จ่ายเงินเดือนละ 750 บาท และต้องการใช้สิทธิให้คุ้มค่าเงิน 750 บาท จริงๆแล้ว ประกันสังคมที่จ่ายเงินสมทบ 5% ของเงินเดือน นายจ้างจ่ายเท่ากัน และรัฐจ่ายให้ 1% นั้น คุ้มครอง 7 กรณี คือ ประสบอันตรายเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย (ไม่เนื่องจากการทำงาน) คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน โดยแบ่งเงินสมทบที่เราจ่าย ดังนี้
1.5% สำหรับ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และ ตาย ไม่เนื่องจากการทำงาน
3% สำหรับกรณี ชราภาพ (เงินออมบำเหน็จบำนาญ) และสงเคราะห์บุตร
0.5% สำหรับกรณี ว่างงาน
ดังนั้นเงินที่ถูกหัก 750 บาท/เดือน(เพดานสูงสุดที่หัก) ถูกใช้ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และ ตาย ไม่เนื่องจากการทำงาน แค่ 225 บาท/เดือน
โดยหลักการของประกันสังคมเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข สิทธิด้านการรักษาพยาบาลของประกันสังคม ไม่มีการจำกัดวงเงิน ไม่ว่าคุณจะต้องผ่าตัดหัวใจ รักษามะเร็ง หรือแม้แต่การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก การที่ถูกหักเงินสมทบแล้วยังไม่ป่วยถือว่าเป็นความโชคดี เงินในส่วนของคุณก็ได้ไปช่วยเหลือคนที่ป่วยจำนวนมาก และเมื่อถึงคราวที่ตนเองต้องป่วยหนักบ้างก็สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ และเมื่ออายุ 55 ปีและคุณออกจากงานแล้วก็สามารถใช้สิทธิกรณีชราภาพได้ จะเห็นได้ว่าประกันสังคม ให้การดูแลตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ และตาย จากเงินสมทบที่หักจากลูกจ้างตั้งแต่ 82.5-750 บาท/เดือน คุ้มหรือไม่ คิดเอาเอง



ผู้มาเยือน
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 18 2008, 11:13) *
อ่านมาหลายความเห็นทุกท่านมีความเข้าใจว่าประกันสังคมใช้สิทธิได้เฉพาะเจ็บป่วย อ้าง จ่ายเงินเดือนละ 750 บาท และต้องการใช้สิทธิให้คุ้มค่าเงิน 750 บาท จริงๆแล้ว ประกันสังคมที่จ่ายเงินสมทบ 5% ของเงินเดือน นายจ้างจ่ายเท่ากัน และรัฐจ่ายให้ 1% นั้น คุ้มครอง 7 กรณี คือ ประสบอันตรายเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย (ไม่เนื่องจากการทำงาน) คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน โดยแบ่งเงินสมทบที่เราจ่าย ดังนี้
1.5% สำหรับ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และ ตาย ไม่เนื่องจากการทำงาน
3% สำหรับกรณี ชราภาพ (เงินออมบำเหน็จบำนาญ) และสงเคราะห์บุตร
0.5% สำหรับกรณี ว่างงาน
ดังนั้นเงินที่ถูกหัก 750 บาท/เดือน(เพดานสูงสุดที่หัก) ถูกใช้ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และ ตาย ไม่เนื่องจากการทำงาน แค่ 225 บาท/เดือน
โดยหลักการของประกันสังคมเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข สิทธิด้านการรักษาพยาบาลของประกันสังคม ไม่มีการจำกัดวงเงิน ไม่ว่าคุณจะต้องผ่าตัดหัวใจ รักษามะเร็ง หรือแม้แต่การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก การที่ถูกหักเงินสมทบแล้วยังไม่ป่วยถือว่าเป็นความโชคดี เงินในส่วนของคุณก็ได้ไปช่วยเหลือคนที่ป่วยจำนวนมาก และเมื่อถึงคราวที่ตนเองต้องป่วยหนักบ้างก็สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ และเมื่ออายุ 55 ปีและคุณออกจากงานแล้วก็สามารถใช้สิทธิกรณีชราภาพได้ จะเห็นได้ว่าประกันสังคม ให้การดูแลตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ และตาย จากเงินสมทบที่หักจากลูกจ้างตั้งแต่ 82.5-750 บาท/เดือน คุ้มหรือไม่ คิดเอาเอง

thankyou.gif
man
เมื่อก่อนผมทำงานมีเงินเดือนผมก็เห็นว่ามันจ่ายไม่คุ้มกันครับผมก็ด่าในกระทู้เหมือนกันครับ
แต่ๆๆๆๆตอนนี้ผมทำงานอยู่บ้านเดือนแรกเพราะผมไม่มีประกันสังคมผมก็กลัวเหมือนกันครับ
ตอนนี้ผมก็เลยทำเรื่องจ่ายประกันสังคมเองเลยครับ : อิอิอิ
ปล.กลัวเงินเก็บต้องหมดกับค่ารักษาถ้าเกิดเป็นอะไรไปก็มีประกันสังคมมาช่วยครับ
อยากให้ลองคิดอีกด้านหนึ่งครับ cm39.gif
ผู้มาเยือน
ผมว่า ปัญหา ของคนไทยเราคือ " ไม่ค่อยอ่านฉลากยา ก่อนทาน อ่ะครับ "
เลยไม่รู้ข้อบ่งชี้ หรือ คุณสมบัติ รวมทั้งหลักปฏิบัติ ที่แท้จริงๆ

เลยไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริงๆว่า ประกันสังคมนั้น มีข้อดี ข้อด้วยอย่างไรบ้าง

อาจเหมาเอาไปอย่างเดียวว่า ป่วยแล้ว รักษาฟรี ซึ่งมันก็ใช่ แต่จริงๆแล้ว ยังมี
อะไรอีกเยอะที่เราไม่ค่อยสนใจ และ ไม่ค่อยใส่ใจ จะใส่ใจก็เฉพาะ สิ่งที่ตนเอง
สนใจเท่านั้น

ประกันสังคม จริงๆแล้ว มีสาระประโยชน์หลายอย่างเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับ
ว่า บางอย่าง เป็นประโยชน์กับบางคน แต่ไม่เป็นประโยชน์กับบางคน

ถูกต้องที่สุดแล้วที่บอกว่า เป็นระบบ คล้ายๆคอมมิวนิส หรือ ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน
แชร์กัน คนจ่ายประกันสังคมทุกเดือน ปีๆ หนึ่ง อาจไม่เคยได้ใช้สิทธิ แต่มีหลายๆ
คนที่ใช้สิทธิ์ จนคุ้มเกินคุ้ม

เมืองนอก เมืองนา เขาเสียภาษี เกือบครึ่งของเงินเดือน เพราะอะไร เพราะรัฐจะได้
เอาเงินส่วนนั้น ไปเป็นสวัสดิการ ดูแลประชาชนได้เต็มที่

ถ้าเราไม่ยอมจ่ายสักบาท แล้วจะเรียกร้องเอาอะไรได้ละครับ

ประกันสังคม ก็เหมือนภาษีส่วนหนึ่งที่เราต้องจ่าย เพื่อเอาไปประก้นไว้ เวลาเราเจ็บป่วย
จะได้ใช้สิทธิรักษา แต่ก็ ตามสภาพ อย่างคุณหมอว่าครับ รัฐไม่ได้เอาเงินประกันสังคม
ของเราทั้ง 100% ไปจ่ายโรงพยาบาล

เอาไปจ่ายค่าคลอดบุตร บ้าง เงินสมทบให้บุตรบ้าง ผมโดนหักประกันสังคม เดือนละ สองร้อยกว่าบาท
ได้เงินสมทบ เลี้ยงดูบุตร เดือนละ สามร้อยกว่ามั้ง ไม่แน่ใจ เท่ากับว่าได้กำไรอีก

นโยบายรัฐ มีทั้งข้อดี และ ข้อด้อย ครับ ต้องยอมรับ

บางอย่างเป็นประโยชน์กับคนหนึ่ง แต่ไม่กับคนหนึ่ง แต่ก็ไม่มาสารถทำให้ทุกคน happy ได้เท่ากันหรอกครับ
noom
-*-
ผู้มาเยือน
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 18 2008, 11:13) *
อ่านมาหลายความเห็นทุกท่านมีความเข้าใจว่าประกันสังคมใช้สิทธิได้เฉพาะเจ็บป่วย อ้าง จ่ายเงินเดือนละ 750 บาท และต้องการใช้สิทธิให้คุ้มค่าเงิน 750 บาท จริงๆแล้ว ประกันสังคมที่จ่ายเงินสมทบ 5% ของเงินเดือน นายจ้างจ่ายเท่ากัน และรัฐจ่ายให้ 1% นั้น คุ้มครอง 7 กรณี คือ ประสบอันตรายเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย (ไม่เนื่องจากการทำงาน) คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน โดยแบ่งเงินสมทบที่เราจ่าย ดังนี้
1.5% สำหรับ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และ ตาย ไม่เนื่องจากการทำงาน
3% สำหรับกรณี ชราภาพ (เงินออมบำเหน็จบำนาญ) และสงเคราะห์บุตร
0.5% สำหรับกรณี ว่างงาน
ดังนั้นเงินที่ถูกหัก 750 บาท/เดือน(เพดานสูงสุดที่หัก) ถูกใช้ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และ ตาย ไม่เนื่องจากการทำงาน แค่ 225 บาท/เดือน
โดยหลักการของประกันสังคมเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข สิทธิด้านการรักษาพยาบาลของประกันสังคม ไม่มีการจำกัดวงเงิน ไม่ว่าคุณจะต้องผ่าตัดหัวใจ รักษามะเร็ง หรือแม้แต่การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก การที่ถูกหักเงินสมทบแล้วยังไม่ป่วยถือว่าเป็นความโชคดี เงินในส่วนของคุณก็ได้ไปช่วยเหลือคนที่ป่วยจำนวนมาก และเมื่อถึงคราวที่ตนเองต้องป่วยหนักบ้างก็สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ และเมื่ออายุ 55 ปีและคุณออกจากงานแล้วก็สามารถใช้สิทธิกรณีชราภาพได้ จะเห็นได้ว่าประกันสังคม ให้การดูแลตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ และตาย จากเงินสมทบที่หักจากลูกจ้างตั้งแต่ 82.5-750 บาท/เดือน คุ้มหรือไม่ คิดเอาเอง

ที่บอกว่ามีเงินสมทบ เงินเลี้ยงชีพ เคยอ่านเงื่อนไขไหมว่ามันระบุอะไรต่าง ๆ นา ๆ ไว้อีกยังไง?
เหรียญมันก็มีสองด้านทั้งนั้นล่ะ มีดีก็ต้องมีไม่ดี ที่ไม่ชอบประกันสังคมก็เพราะโดนบังคับให้จ่ายเงิน
ในขณะที่ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตย แต่ทำไมต้องเป็นคอมมูนิสต์กับเรื่องแบบนี้

จะว่างกก็งกเถอะ อย่างที่บอกไปเดือนละ 750*12เดือน 9000 เข้าไปล่ะ กินข้าวได้กี่มื้อ
รัฐบาลทำอะไรดีกว่านี้แล้วไม่ได้หรอ ต้องให้ประชาชนดูแลประชาชนกันเองน่ะ
เมื่อคืนดูรายการจับกระแสโลก(ของคุณสุทธิชัย หยุ่น ถ้าชื่อรายการผิดขออภัย)
คิวบา ยากแค้นขนาดนั้น แต่เรียนฟรี การแพทย์เป็นเลิศ แล้วบ้านเราอ่ะ มีอะไรกะเค้าบ้าง??

ภาษีปีนึงจ่ายไปเท่าไหร่ ได้ไรกลับมาบ้าง พัฒนาไรบ้าง
อาชีพบางอาชีพ รัฐบาลให้ทุนเรียน มีกี่คนหรอเรียนจบแล้วใช้ทุนคืน?
ทุกวันนี้มีประกันสังคมเหมือนกัน แต่เจอบริการแบ่งชนชั้นเหมือนไม่ใช่คน ตัดสินใจเข้าคลินิกดีกว่า
ที่บ่นนี่ไม่ใช่อะไร ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังแบบจ่ายไปฟรี ๆ ปีละ 9000 ไม่รู้สึกอะไร ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน
มีครอบครัวที่ต้องดูแล และรับผิดชอบ ถ้าในบ้านตัวเองยังดูแลไม่ได้แล้วจะให้ไปแชร์รับผิดชอบชีวิตใครต่อใคร คุณว่ามันถูกไหม
ไม่ต้องอ้างมนุษย์ธรรมหรืออะไรให้มากเรื่องมากราว เอาแค่ความเป็นจริงว่าทุกวันนี้

คุณถือเงิน 100 บ. คุณกินข้าวได้กี่มื้อ??
นโยบายดี ๆ ดีกว่านี้อีกนิดอ่ะมีไหม?
มาเบือน
ผมว่าหมออยู่ส่วนหมอดีกว่านะครับ
เรียนหมอก็ใช้ภาษีของผมไปเยอะมากละ
ไปหาหมอที บางทีหน้ายังกับตูด

คนไข้ดี ๆ ก็ีมีเยอะ หมอลองนึกถึงที่ดี ๆ บ้างครับ ที่ไม่ดีก็มีประชาชนยอมรับ
กับกระทู้อื่นที่มาบ่นว่า จนท.รพ.สวนดอก ทำงานไม่ดี มีคนออกมาเรียกร้องให้ขอโทษซะงั้น
ไม่ยอมรับเลยว่า องค์กรของตนก็มีบ้างที่ไม่ดี

หมอทำอย่างไรให้คนไข้หรือประชาชนเข้าใจเรื่องประกันสังคมได้ดีบ้างครับ

ทุกวันนี้ส่วนใหญ่แล้ว บ่นกันทั้งนั้น ประกันสังคมไปทำไม
จ่ายไปก็ไม่ได้ใช้ ตอนไปใช้จนท.ก็หน้ายังกับปวดอึแล้วไม่ได้ไปอึ เป็นคนไข้ชั้นสอง-สาม-สี่

เข้าใจนะว่า เฉลี่ยให้คนที่จ่ายน้อยและเอาไปทบส่วนอื่น
แต่ทำอย่างไรละให้คนไข้และประชาชนเข้าใจ

เทียบเรื่องจ่ายร้อยจะกินหูฉลามไรนั่น
ผมก็แค่อยากบอกว่า ตอนที่จะไปใช้ประกันสังคมบ้าง ขอให้พูดดี ๆ กันบ้าง จนท.หลายคน พยาบาลหลายคน เอาอารมณ์มาลงกับคนไข้

ลองลูกหลานพ่อแม่หรือญาติหมอป่วย แล้วมาเจอบ้างนะครับ
มาเยือน
อีกอย่างที่หมอบอกว่า

"ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้

คำพูดนี้เป็นคำพูดของพวกคนเห็นแก่ตัวเท่านั้นนะครับ ถ้าคุณเป็นไข้หวัดสองสามครั้งต่อปี ค่ารักษาก็คงน่าจะถึงพันกว่าบาทตามที่เค้าได้จากคุณแล้ว"

คิดยังไงเหรอครับ พันกว่าบาท ผมจ่าย 750*12 ก็ 9000 นะครับ
หรือว่าหักนู่นนี่แล้วเหลือพันกว่า ตลกจังครับ จ่าย 9000 ได้ใช้ พันกว่าบาท
เข้าใจนะครับ ว่าเฉลี่ยนู่นนี่นั่นถึงมือหมอแค่พันกว่าบาท แต่ถ้าผมจำเป็นที่รักษามากกว่าพันกว่าบาท
ก็สมควรเอาอีก 8000 มาให้ก่อนผมสิครับ

หักจาก 8000 ไปแล้วเหลือเท่าไหร่ก็ค่อยเอาไปสมทบกองทุน ผมไม่ว่าหรอกครับ
เห็นใจเจ้าของเงินหน่อยสิครับ ที่ผ่านหักไปแล้วไม่รู้กี่ปี ไม่เคยไปใช้ประกันสังคมเลย

เต็มใจให้หักไปเฉลี่ยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนกว่า แต่ถ้าผมอยากจะใช้สิทธิของผมบ้างก็ขอเถอะครับ

อีกอย่างที่หมอบอกว่า
"ตอนนี้โรงบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาทครับ"

รพ.ของรัฐ ขาดทุนยังไง รัฐก็อุดหนุนส่วนที่ขาดอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้เจ๊งไปหรอก
แล้วหมอจะมาเดือดร้อนทำไม ขนาดทุนแล้วหมอได้เงินเดือนขึ้นน้อยเหรอ...

ตอนที่ญาติพี่น้องของหมอไม่สบายได้เข้า รพ.รัฐ ใช้ประกันสังคมไหม หรือว่าหมอตรวจให้
หรือว่าหมอเอาไปฝากฝังเพื่อนหมอที่ชำนาญด้านนั้น เลยไม่เคยการปฏิบัติที่ไม่ดีจาก จนท. ของ รพ.

หมอลองไม่แสดงตัวเป็นหมอ ไปเข้า รพ.รัฐดุนะครับ ว่าเขาปฏิบัติกับคนไข้ พูดกับญาติคนไข้ ต่างจากหมอยังไง

ย้ำนะครับว่า จนท.ของรพ. ดี ๆ ก็มี แต่กรุณายอมรับด้วยว่า ที่ไม่ดีก็

ที่หมอบรรยายมาว่า มีสารพัดที่เอาญาติพี่น้องมาเป็นพนักงาน จะได้ใช้ประกันสังคม ก็ว่ากันไป
แต่อย่าเหมารวมว่า คนไข้ทุกคนเป็นอย่างนั้น

กรุณาเข้าใจไว้ด้วย

ประเทศนี้ก็แปลก พอขอใช้สิทธิที่ตนเองพึงมี กลับโดนคนที่เรียกตัวเองว่า "หมอ" ออกมาบ่นซะงั้น
มาเยือน
"ถ้าคุณเป็นไข้หวัดสองสามครั้งต่อปี ค่ารักษาก็คงน่าจะถึงพันกว่าบาทตามที่เค้าได้จากคุณแล้ว"

คิดยังไงครับเนี่ย
เป็นหวัด ไปหาหมอได้นา
- แก้ไข้ แผงละ 20 บาท ยาเกรดห่วย ๆ ที่ได้ยังไม่ถึง 10 บาทเลย
- แก้หวัด แผงละ 20 บาท ยาเกรดห่วย ๆ ที่ได้ ยังไม่ถึง 10 บาทเลย

เบ็ดเสร็จให้ 40 บาท อีก 260 กว่าบาทหายไปไหนว่า
- ค่าหมอ 150
- ค่าบริการทางของ จนท. 110 บาท

เข้าใจแล้วละ กระ่จ่างมาก...

หมอลองออกจากกะลา แล้วลองฟังดูว่า ประชาชนพูดถึง รพ.ของหมอยังบ้าง

ย้ำนะครับ ที่ดีก็มีดีใจด้วย ที่ไม่ดีกรุณายอมรับด้วยว่ามีไม่ดีเหมือนกัน
มาเยือน
หมออย่าพูดแต่เอาดีเข้าตัวนะครับ

อาชีพหมอเป็นอาชีพที่มีเกียรติที่สุดแล้ว พูดอะไรไปใครก็เชื่อ ก็คล้อย แต่ขอให้คิดก่อนพูดด้วยนะครับ

ขอให้หมออกมาใช้ชีวิตแบบคนธรมดาบ้าง หมอจะได้มุมมองที่ต่างออกไป

ถามแค่ว่า ถ้าหมอไม่สบาย หมอรักษาตัวเองแบบไหนครับ
1. หาหมอ รพ. ที่หมออยู่
2. ใช้สิทธิข้าราช สำหรับหมอที่เป็นข้าราชการ
3. ใช้สิทธิประกันสังคม สำหรับหมอที่เป็นพนักงานของ รพ.
4. รักษาตัวเอง

ลองหมอได้ไปเป็นคนไข้แบบธรรมดาบ้างนะครับ

ที่ตอนนั้นผมตอบไปว่า "ปรนเปรอ" เพราะ ความคิดคิดเห็นก่อนหน้าใช้คำว่า "ปรนเปรอ" ก่อนครับ
ถามกลับกัน ตอนนี้รัฐมีอะไร "ปรนเปรอ" บ้างครับ

ข้าวยากหมากแพง น้ำมันแพง คุณภาพชีวติต่ำลงทุกวัน เจ็บไข้ได้ป่วยก็หวังพึ่งหมอ ก็ใช้ที่สิทธิตัวเองพึงมีได้ไม่เต็มที่
แถมยังโดนหมอดุอีกว่า อย่ามาเรียกร้องอะไรมา

ประเทศนี้เป็นอะไรไปแล้วครับ...
มาเยือน
ผมบอกไว้ก่อนะเลยนะ
ตอนนี้หมอกำลังหลงระเริงกับคำว่า นพ.ที่นำหน้าชื่อหมออยู่
หมอกำลังใช้สิ่งที่ได้จากสังคมปรนเปรออยู่

ไปไหนก็มีแต่คนให้เกียรติ ให้ความเคารพนับถือ ยกมือไหว้

ลองกลับไปคิดถึงความรู้สึกที่หมออยากเป็นหมอตอนสมัย เรียน ม.ปลายนะ
แล้วกลับมาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา...อย่าหลงไปยศฐาบรรดาศักดิ์และสถานะภาพทางสังคมต่าง ๆ เลยนะ
ผู้มาเยือน
"ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้" คำพูดของคนแบบนี้ ก็ให้เขาได้ใช้สิทธินั้นไปตลอดชีวิตเลยสิครับ แบบเดินเข้า-ออกโรงบาลทุก 3 วัน 7 วัน คราวนี้แหละคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริง ๆ จ่ายเท่าไร ได้เท่านั้น

c....
QUOTE(หมอ @ Jun 16 2008, 12:39) *
เริ่มจากที่มีคนโพสต์ประโยคนี้่ข้างล่าง

แล้วไม่ทราบว่าคุณและญาติพี่น้องได้ใช้สิทธิที่รัฐปรนเปรอให้หรือไม่ครับ

อย่าเอาประำกันสังคมมาอ้า้งว่าหักให้ รพ. เท่าไร ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้
แล้วคุณไปเดือดร้อนอะไรด้วย มีหุ้นใน รพ.สวนดอกเหรอครับ
คุณตัวอย่างว่า จ่ายร้อยกว่าบาทแล้วจะกินหูฉลาม แล้วที่ผมจ่ายค่าประกันสังคมเดือนละ 750 บาท
เปรียบได้กับเข้าร้านสเต็กจ่ายเงินเต็มที่ แต่ได้กินแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งงั้นเหรอ

จนท.รพ.สวนดอก ต้องยอมรับสิว่า มีส่วนที่ไำม่ดีจริง ทั้งหมอ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล
ไม่ใช่หน้ามืดตามัวปกป้องไปหมด เขาว่าก็รับฟังไป ไม่ใช่ไม่ยอมรับอย่างเดียว คิดว่าดีเลิศแล้วเหรอที่ได้ทำงานที่นั่น

รพ.ของรัฐ ของประขาขน เงินเดือนมาจากภาษีของประชาชน กรุณารับใช้ประชาชนด้วย
คนไข้เขาเข้าไป เขานอบน้อมยกมือไหว้ ก็ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย

อ้อ แล้วมีกฏข้อไหนที่ว่าห้ามคนเมาใช้สิทธิ์ประกันสังและสามสิบบาทครับ?



ก็ไม่มีอะไร ผมก็เลยโพสต์ตอบกลับไปบ้าง แต่กลัวว่าจะมีบางคนไม่ได้กลับมาอ่านกระทู้เหล่าที่ตอบไปนั้นอีกก็เลยเอามาโพสต์ให้ใหม่เสียเลย
เพื่อจะรุ้ได้บ้างว่าอะไรเป็นอะไร

เท่าที่ทราบนะครับ ตอนนี้โรงพยาบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาท ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามผุ้บริหารเอาเอง แล้วถ้ามีวันใดที่เค้าจะยกเลิกให้ความช่วยเหลือประกันสังคม พวก...คุณก็จะรู้สึก

ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้

คำพูดนี้เป็นคำพูดของพวกคนเห็นแก่ตัวเท่านั้นนะครับ ถ้าคุณเป็นไข้หวัดสองสามครั้งต่อปี ค่ารักษาก็คงน่าจะถึงพันกว่าบาทตามที่เค้าได้จากคุณแล้ว แล้วคุณจะหยุดใช้บริการจากเค้าหรือเปล่าครับ เพราะว่าใช้เต็มวงเงินที่ให้เค้าไปแล้ว ครั้งที่สี่ครั้งที่ห้าคุณจะจ่ายตังค์ให้เค้าหรือเปล่าครับ
ระบบประกันสังคมคือรวบรวมเงินจากคนทุกคนเพื่อมาช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยเพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบการบริการทางสุขภาพได้ แต่ก็จะไม่ได้เต็มที่เหมือนการจ่ายเงินเองหรอกนะครับ ดังนั้นต้องเข้าใจข้อจำกัดตรงนี้ด้วยนะครับ
ผมก็มีประกันชีวิต อะไรต่อมิอะไรอยู่ แต่ก็ไม่เคยใช้บริการสักที ถึงเวลาเจ็บป่วยเล็กน้อยก็จ่ายเงินเองอยู่ดี ถ้าถึงขั้นต้องนอนโรงบาลก็จะไม่ใช้ประกันสังคมอยู่ดี จะไปใช้ประกันชีวิตเอาดีกว่า
แล้วที่คุณบอกว่าจ่าย 750 บาทต่อปี ปีนึงก็เก้าพันบาท แต่อย่างที่บอกเค้าหักเป็นส่วนของสุขภาพ แค่พันกว่าบาทต่อปี ถ้าจะใช้บริการเฉพาะส่วนของโรงพยาบาลก็ควรจะใช้แค่ พันกว่าบาทต่อปีตามนั้น(ถ้าอยากจะให้ให้เต็มนะ แต่อย่าลืมนะ ถ้าเกินเมื่อไหร่ อย่าลืมช่วยจ่ายส่วนเกินด้วย) ส่วนที่เหลือเค้ายังแบ่งไปเป็นเรื่องอื่นๆ ซึ่งคุณบอกว่าจะให้สิทธิ์ให้เต็มที่ คุณก็ได้เต็มที่ในส่วนนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือหลังจากคุณปลดเกษียณไป ฯลฯ เงินเก้าพันบาทต่อปีทั้งหมดนั้นไม่ได้เอามาใช้เฉพาะส่วนของโรงพยาบาลอย่างเดียวนะครับ ถ้าโรงพยาบาลได้เต็มหมดทั้งเก้าพันบาท ปัญหาอาจจะน้อยกว่าที่พวกคุณได้รับในตอนนี้ก็ได้ แต่อย่างที่บอก ตอนนี้โรงบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาทครับ ถ้าไม่เชื่อถามอาจารย์หมอชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ก็ได้
ข้อดีของประกันสังคมอย่างอื่นคือ มีคนที่เป็นโรคเอดส์ คนที่เป็นเบาหวาน ความดัน ,อุบัติเหตุร้ายแรง ฯลฯ ที่ปีนึงจะต้องใช้ยาที่มากๆเป็นหมื่น หรือถ้าถึงขั้นนอนโรงพยาบาล ก็เป็นหลักแสนได้ แต่คนเหล่านี้ก็ยังคงจ่ายเงินประกันสังคมในจำนวนเงินเท่าเดิม เงินที่คุณจ่ายมาแล้วโรงพยาบาลได้แค่พันกว่าบาทต่อคนต่อปี เค้าก็เอาจากคนที่ไม่ค่อยป่วยมาดูแลคนเหล่านี้ได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่มีระบบแบบนี้แล้ว หรือถ้ามีแต่ต่างคนต่างก็คิดเอาแบบคุณว่า ให้บริการให้เต็มวงเงินตามที่จ่ายให้ โรงพยาบาลก็จะให้บริการแต่ละคนได้แค่คนละพันกว่าบาทต่อปี แล้วคนไข้เอดส์ เบาหวาน ความดัน อัมพาตเหล่านี้เค้าจะได้รับการรักษาต่อไปได้อย่างไร ระบบประกันสังคมจึงเป็นระบบเชิงบังคับ คล้ายๆกับระบบคอมมูนิสต์ ที่ทุกคนต่างต้องช่วยเหลือกันต่างหากครับ เงินที่จ่ายมาจากแต่ละคนจึงเป็นเงินที่ช่วยพยุงระบบให้ยังคงอยู่ไปได้แค่นั้นนะครับ
ระบบประกันสังคม ยังมีคนมาคอยเอาเปรียบอีกมากมาย อย่างเช่น พวกเจ้าของกิจการ ชอบเอาญาติพี่น้องของตัวเองมาลงชื่อเป็นพนักงานบริษัท บางคนอายุ 65,70 ปี ก็ยังมาใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ ในฐานะพนักงานของบริษัทอีก แถมโรคที่เป็นก็เรื้อรังเหลือเกิน อย่างความดัน เบาหวานอย่างนี้ หรือบางคนก็ถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาต แต่ก็เอามาให้โรงพยาบาลดูแลเสียเลย แต่ตัวเองไม่เคยดูแลพ่อแม่หรือญาติผู้สูงอายุของตัวเองให้ดีๆ ผมไม่ได้ต่อว่าคนไข้โรคเรื้อรังท่านอื่นๆนะครับ แต่ต่อว่าคนที่เป็นญาติของเจ้าของกิจการต่างหากนะครับ ที่แอบมาอาศัยสิทธิ์ตรงนี้ ซึ่งถ้าว่าไปแล้วถ้าประกันสังคมตรวจสอบพบ ท่านเหล่านี้จะถือว่ามีความผิดนะครับ
พนักงานบริษัทบางคน ก็อ้างว่าป่วย ปวดหัว ท้องเสีย แล้วมาขอใบรับรองเอาไว้ลาก็บ่อย เคยโดนบริษัทแห่งหนึ่งโทรมาต่อว่า เพราะญาติมาหาแล้วไม่เจอแต่เจ้าตัวหนีไปเที่ยวกรุงเทพ แบบนี้ก็มี
หรือผู้หญิงบางคน ตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ ไปซื้อยามาเหน็บ พอมีเลือดออกก็บอกว่าแท้งเกิดขึ้นเอง ไม่ได้เหน็บยา ทั้งๆที่บางทีตรวจไปก็ยังเจอเศษเม็ดยาติดอยู่เลย ต้องคาดคั้นเอาจนยอมรับให้จ่ายเงินเองได้
คนไข้บางคน น้องพยาบาลเรียกผู้ป่วยคนอื่นเข้าตรวจก่อน ทั้งๆที่ตัวเองมานั่งรอก่อน แล้วก็เอะอะโวยวายขึ้นมา เจอแบบนี้ผมก็ไม่ตรวจครับ ผมก็เดินออกจากห้องแล้วกระแทกประตูปิดใส่แรงๆให้ไปเลย ที่มากไปกว่านั้นคือเค้าดันเข้าใจผิดว่าเราเรียกคิวผิด แต่จริงๆแล้วน้องพยาบาลเค้าเรียกตามหมายเลขที่หัวกระดาษโอพีดีการ์ดต่างหาก ซึ่งก็ถือว่าน้องเค้าไม่ผิด
ผมเคยเบื่อๆอาชีพสายสุขภาพนี้ ได้ลองไปเปิดบริษัทดู ตอนที่บริษัทบัญชีเค้าแนะนำผมมา มีประโยคนึงที่ทำเอาผมอึ้งเลย เค้าบอกว่า "คุณก็เอาพวกญาติพี่น้องมาลงชื่อเป็นพนักงานก็ได้ จะได้เอาไว้ใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ด้วย"
ตกลงว่ามาถึงตรงนี้คุณคิดว่าประกันสังคมเป็นไงบ้างหละครับ
ส่วนในเรื่องเมาเหล้าแล้วมาใช้สิทธิ์ประกันสังคม
จริงๆแล้วประกันสังคมเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า โรคภัยจากสารเสพติดต่างๆไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ แต่เวลามาตรวจพวกเราก็ยังคงให้ใช้สิทธิ์ได้ไม่เคยว่าอะไร
ยกเว้นผม ถ้าเจอผม ผมจะให้เซ็นชื่อรับทราบไว้ว่า ผมให้คุณได้ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่คราวหน้าเมามาอีก ผมจะอนุญาตให้คุณใช้สิทธิ์ไม่ได้ต้องจ่ายเองครับ

อยากจะสรุปให้ฟังตรงนี้นิดนึง โรคของประกันสังคม จะมีปัญหาตรงส่วนที่เป็น สีเทาเสมอ คือไม่ได้เบามากพอที่จะให้ยาสองสามวันแล้วหายได้ แล้วก็ไม่หนักมากจนเห็นได้ชัดเจนว่าต้องนอนโรงพยาบาลหรือต้องผ่าตัด พอเป็นแบบนี้แพทย์จะได้แค่ให้ยาอย่างเดียว แต่อาจจะมีการให้นอนสังเกตอาการ หรือ ใช้การเจาะแล็บเล็กๆน้อยๆให้ หรือใช้การนัดมาดูอาการอีกครั้ง ถ้าคุณไม่อยากให้มีปัญหา คุณบอกแพทย์ไปเลยว่าสงสัยหรือกลัวว่าจะเป็นอะไรจะขอจ่ายเงินค่าเจาะเลือดตรวจแล็บหรือเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์เอง มีหลายรายที่ปวดหัวมาสี่ห้าวันขอเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ เราก็ใช้นโยบายดังกล่าวนี้ไป เค้าก็ยอมจ่าย พอไม่เจออะไรคุณก็จะได้สบายใจ (แต่โรงพยาบาลก็จะมีนโยบายคืนเงินค่าตรวจให้ทันทีถ้าพบว่าตัวแล็บหรือเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ขอตรวจไปนั้นมันผิดปรกติอย่างที่คุณสงสัยจริง หรือแม้แต่ว่าเจอเป็นความผิดปรกติเรื่องอื่นที่ไม่ได้สงสัย ก็จะได้เงินคืน แล้วได้สิทธิ์ในการรักษาต่อไปเลย โดยใช้สิทธิ์ประกันสังคมต่อไปได้อีกด้วย) ถ้าเป็นแบบนี้คุณก็จะไม่เจอปัญหาอะไรต่อมิอะไรอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้หรอกนะครับ
ผมว่าที่เราขัดแย้ง ทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้นั้นบางทีมันก็เหมือนอย่างที่ผมเคยเจอ คือขับรถไปที่ถนนแห่งหนึ่งที่มันเป็นคอขวดที่ต่างก็บีบให้รถแต่ละคันเข้ามาเบียดกัน ซึ่งสรุปแล้วไม่มีใครผิดใครถูกหรอก แต่เป็นถนนที่มันบีบให้เรามาทะเลาะกันเองแบบนี้มากกว่า ระบบของประกันสังคมมันก็แย่ๆแบบนี้แหละ มันถึงบีบให้แพทย์ไม่สามารถจะทำอะไรได้ตามที่คนไข้ร้องขอได้

ผู้มาเยือน
ถ้าอย่างนี้....ก็ไม่ต้องบังคับให้ทำประกันสังคมซิค่ะ ให้เลือกเอาว่าจะทำประกันสังคมหรือทำประกันชีวิตเอง จะบังคับให้ทำ ทำไม แล้วก็มาบ่นกันอย่างนี้ มาหักเงินไปแล้วก็บ่น ถ้าไม่อยากรักษาคนก็น่าจะเรียนช่างนะค่ะ แล้วเวลาไม่สบายก็ไม่ได้เป็นพร้อมๆกันทุกคนนะ.........น่าเบื่อ นา นา จิตตัง............
คนที่จำต้องใช้สิทธิ์
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
ถ้ามีใครมาบอกคุณว่าจ่ายเงินเท่านี้แล้วจะไม่เป็นโรค ร้อยทั้งร้อยจะต้องยอมจ่ายถ้าเป็นจำนวนทีเราสามารถหาจ่ายได้ เห็นบางกระทู้บอกว่าจ่ายตั้งเยอะไม่มีโอกาสได้ใช้เลย...คิดได้ไงนี่ ผมว่าไม่มีโอกาสใช้นั่นแหละโชคดีมากกว่าคนที่เป็นโรคเรื้อรัง ทุกวันนี้ผมเป็นความดัน ต้องรับการตรวจและรับยาทานทุกเดือน เห็นค่ายาในเอกสารที่ส่งให้เซ็นแล้ว มากกว่าที่ผมจ่ายสมทบอีก แต่ผมไม่เคยดีใจในกำไรส่วนนี้หรอก แต่กลับเครียดและปลงในเวรกรรมของตัวเองด้วยซ้ำ ...อยากให้ทุกสุขภาพดีทั้งกายและใจครับ
ผู้มาเยือน...
หมอตรวจประกันสังคม เหนื่อยมาก

คนไข้ประกันสังคม เรื่องมาก และ ต้องการประโยชน์สูงสุดแต่จ่ายเงินน้อยๆ

การบริหารระบบประกันสังคมของไทย ห่วยแตกมาก
ผู้มาเยือน...
สันติจงเกิดแด่มวลมนุษย์

ก็ทำงานอยู่ที่นี่แหล่ะ
ถ้าไม่พอใจย้ายไปที่ รพ อื่นก็ได้ครับ ชอบอยู่แล้ว คนไข้น้อยๆตรวจสบายๆ วันๆนี้เจอแต่พวกเรื่องมาก เป็นนิดหน่อยก็ขอลางาน หวัดมาไม่ถึงวันก็หยุดแล้ว พวกผมป่วยกันเนี่ยยังต้องมานั่งตรวจเลย เพื่อนบางคนปอดบวมกินมันยังมาทำงานเลย จนเพื่อนต้องไล่ให้ลางาน บางคนเป็นไข้เลือดออกยังมาทำงานเลยครับ เอาอะไรมาก ถ้าไม่เคยมานั่งในที่นั่งตรงข้ามพวกคุณก็คงไม่รู้หรอกครับ
ผู้มาเยือน...
เห็นใจหมอนะเพราะหมอคนเดียวตรวจคนไข้เยอะคนไข้แต่ละคนก็เรื่องมากทั้งนั้น
แต่พวกพยาบาลหรือพนักงานผู้ช่วยพยาบาลที่นั่งหน้าห้องนี่สิ
ไปทีหน้าไม่รับแขก อย่างกับเราไปขอเขากินอย่างนั้นแหละ
(คนที่ดีๆก็มีแต่น้อยมาก)
ผู้มาเยือน...
QUOTE(ก็ทำงานอยู่ที่นี่แหล่ะ @ Oct 30 2008, 15:35) *
ถ้าไม่พอใจย้ายไปที่ รพ อื่นก็ได้ครับ ชอบอยู่แล้ว คนไข้น้อยๆตรวจสบายๆ วันๆนี้เจอแต่พวกเรื่องมาก เป็นนิดหน่อยก็ขอลางาน หวัดมาไม่ถึงวันก็หยุดแล้ว พวกผมป่วยกันเนี่ยยังต้องมานั่งตรวจเลย เพื่อนบางคนปอดบวมกินมันยังมาทำงานเลย จนเพื่อนต้องไล่ให้ลางาน บางคนเป็นไข้เลือดออกยังมาทำงานเลยครับ เอาอะไรมาก ถ้าไม่เคยมานั่งในที่นั่งตรงข้ามพวกคุณก็คงไม่รู้หรอกครับ


การพูดบางที สามารถอ้างได้ว่าไม่ทันคิด ลุแก่โทสะ ไม่ได้ตั้งใจ
แต่การพิมพ์กว่าจะออกมาเป็นประโยคเพื่อโพสลงกระดาน เป็นการจงใจและสื่อให้เห็นถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริง ว่าคิดอย่างไร
น่าเสียดาย การศึกษาและการสอน ปลูกฝั่งจริยธรรมของความเป็นหมอ
ใช้กับทุกคนไม่สำเร็จ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคนแบบคุณมาทำอาชีพนี้
ผมทราบว่า หลาย ๆ คน ตั้งใจทำงานเพราะเห็นแก่ผู้ป่วย
แต่ความทราบซึ้งใจ มักจะหมดไปได้ง่าย ๆ กับ กริยา วาจา ที่ไม่เหมาะสม

เคยได้ยินไหมครับ "บุญคุณ ที่ชดใช้กันไม่หมด จะหมดบุญคุณต่อกันทันทีเมื่อมีการทวงถาม"
ผู้มาเยือน...
อ่านละก่อกั๊บโจ๊โละ ต๋ามตี้ได้งินมา โฮงยาได้จจากประกันสังคมไปหน้อยเดียวแต๊เจ้า เฮาเสี้ยงไป+นายจ้างจ่ายสมทบแต่ละปี๋ อยู่ตี้รัฐเหียนัก แถมอย่างเวลาเฮาเป๋นหยังไปนัก ไปฮํกษา เฮาก่อบ่าต้องได้จ่ายเลย คนนึ่งเจ้า ตี้จ่ายประกันสังคม ปี๋นึ่งหลายปันบาท แต่ก่อยังกึ๊ดว่า ถ้าออกจากงาน ก่อจะจ่ายสมทบไปเรื่อยๆ มันมีประโยชน์ตังหน้านักกว่า ลองคิดในแง่นี้ดีกว่าบ๋อ เฮาจ่าย ถึงบ่าได้ใจ๊นัก แต่เหมือนเป๋นก๋านสมทบทุนไปจ่ายค่าฮักษา หื้อคนตี้เจ็บเป๋นเย็นฮ้อนนักกว่าเฮา มันก่อได้บุญตางอ้อมเจ้า ข้าเจ้ากึ๊ดจะอี้ สบายใจ๋เหลือเจ้า แถมอย่าง คนไข้ วันนึ่งมีนักกว่าหมอและพยาบาลหลายสิบเท่า ยะก๋านตั้งแต่ แปดโมงจ๋นปอแลง ซ้ำเตื้อ ขึ้นเวรดึก ออกมายังบ่าได้ปิีกบ้าน ยะก๋านต่อก่อยังมี บ่าได้เข้าข้างหมอเจ้า แต่ความรมบ่าดี มีเกิดขึ้นได้กู้คนเจ้า ต้องใจ๋เย็นเจ้า
ผู้มาเยือน... J
ผมเห็นใจคุณหมอครับ แต่หมอไม่ควรปิดประตูใส่เพื่อประชดใคร มันหมายถึง EQ ด้วยนะครับ จะทำให้เสียภาพลักษณืดีๆ เสียเปล่าๆ
ส่วนใครที่อยากจ่ายเดือน ละ 750 บาท ให้บริการรักษาอย่างดี เลือกได้หลายโรงพยาบาลเช่น เชียงใหม่ราม , ลานนา ก็โทรมาที่ 086-1950804 Email : artnearth@yahoo.com, sprombuddha@hotmail.com นะครับ แต่ขอทำความเข้าใจก่อนนะครับ ไม่ใช่จ่ายเงินแล้วจะรักษาได้เลย คุณจะต้องสุขภาพเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป เอาเป็นว่ายังไม่ต้องรีบทำหรอก ขอเวลาผมอธิบายสัก 10 นาทีก่อน แล้วทำ ไม่ทำ คุณเป็นคนเลือกเองเถอะครับ
ผู้มาเยือน...
ไม่อยากคุยกะหมอ พูดยากส์ เรื่องมาก พวกเก็บกด แอบจิต
ธนิสร
ผมใช้ประกันสังคมที่โรงพยาบาลสันทราย เป็นโรคธรรมดาคือหวัดเจ็บคอ ได้รับการบริการจากแพทย์ พยาบาล และห้องยาดี ไม่มีข้ออะไรให้บ่นครับ เมื่อรับประทานยาไปสักสองวันก็หายดี คุณหมอพูดจาดีครับ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......