ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: รู้จักและเตรียมตัวในการถ่ายภาพ
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > Community Zone > 108 โพสต์รูป (มีภาพสวยๆ นำมาโชว์กันเลย ) > เทคนิค การถ่ายรูป การแต่งรูป ปัญหากล้อง
mita
การทำความรู้จักและเตรียมตัวในการถ่ายภาพ

ถึงแม้วิธีการถ่ายภาพ ลักษณะของกล้อง และสมรรถภาพของกล้องในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากอดีตมาก กล้องถ่ายภาพได้รับการผลิตมาเพื่อให้มีขนาดเล็กลง ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น และถูกลง ผู้ใช้ก็สามารถที่จะถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องอาศัยความรู้เบื้องต้นมากมาย แต่จุดประสงค์หลักเดิมๆไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่จะได้ภาพให้เร็วที่สุด และให้ได้ออกมาใกล้เคียงกับสิ่งที่เห็นในความเป็นจริงมากที่สุด ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากมายสักเพียงใด และการถ่ายภาพก็มิได้อยู่เพียงแค่ในเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีสตางค์ หรือมืออาชีพอีกต่อไปแล้ว

ขนาดของกล้องแม้ว่าเล็กลงแต่สมรรถภาพกลับสูงขึ้น มีสิ่งต่างๆที่ประกอบมาในกล้องมากมาย ช่วยทำให้โฟกัสได้ง่ายขึ้น วัดแสงได้ง่ายและแม่นยำขึ้น กล้องในปัจจุบันมีให้เลือกใช้ทั้งกล้องฟิล์ม กล้องดิจิตัลที่ไม่ต้องใช้ฟิล์ม กล้องบางประเภทสามารถที่จะใช้้เป็นอุปกรณ์อำนวยความสดวกอื่นๆ เช่นฟังเพลงและเป็นอุปกรณ์สื่อสารได้อีกด้วย

ส่วนในเรื่องของการผลิตภาพนั้น ในปัจจุก็แสนจะง่ายเมื่อเทียบกับในอดีต หากใช้กล้องดิจิตัลและต้องการเพียงแค่จะดูภาพ ก็เพียงแค่นำไปเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะสามารถดูภาพได้แล้ว หากต้องการที่จะผลิตออกมาให้เป็นภาพที่สามารถหยิบถือได้ ก็ไม่ยุ่งยาก หรือวุ่นวาย ดังที่ผ่านมาอีกต่อไป เพียงแค่โอนไฟล์เข้าเครื่องพิมพ์ ก็สามารถที่จะได้รูปภายในเวลาไม่ถึงนาที นอกจากนั้นแล้วกล้องถ่ายภาพประเภทที่ใช้ฟิล์มก็สามารถที่จะใช้เทคโนโลยี่ของดิจิตัลเข้ามาช่วยในการอัด-ขยายภาพได้อีกด้วย โดยการนำเอาเนกาตีฟหรือสไลด์ไปเข้าเครื่องสแกนภาพ และนำไฟล์ที่ได้มาไปสั่งอัด-ขยายกับเครื่องพิมพ์ โดยที่ไม่ต้องใช้ห้องมืดอีกต่อไปหลังจากที่ได้ล้างฟิล์มแล้ว แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังมีความสุขกับการล้างฟิล์มและอัด-ขยายภาพด้วยวิธีเดิมๆในห้องมืด ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่มีอะไรจะสามารถมาทดแทนได้

เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจในเรื่องของการถ่ายภาพโดยทั่วไปได้เร็วขึ้น ผมจึงขอแบ่งประเภทหรือกลุ่มคนผู้ที่ถ่ายภาพออกมาเป็นสามประเภทใหญ่ๆคือ 1) การถ่ายภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์ทั่วไป 2) การถ่ายภาพในเชิงศิลป์ และ 3) การถ่ายภาพเพื่อธุรกิจ และจากสามประเภทใหญ่นี้ก็จะมีแขนงย่อยๆของการถ่ายภาพจากกลุ่มดังกล่าวออกไปอีกมากมาย แต่ขอละเอาไว้ ...ใครที่สนใจก็สามารถไปหาอ่านเพิ่มเติมได้ภายหลัง

1. การถ่ายภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์ทั่วไป กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มเป็นกลุ่มที่ใหญ่ เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายของผู้คนในหลากหลายอาชีพ ซึ่งรวมไปถึงผู้ที่ยังอยู่ในวัยที่ยังไม่ได้ทำงาน การถ่ายภาพหลักของกลุ่มนี้ จะเป็นการบันทึกของครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง หรือบุคคลอื่นๆ ในเหตุการณ์ต่างๆเช่น ชีวิตประจำวัน การไปท่องเที่ยว-ตากอากาศ หรือสิ่งถ่ายสิ่งที่เห็น ที่ชอบและที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ผู้ถ่ายส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการที่จะรู้อะไรไปมากกว่าการมีกล้องเพื่อใช้ถ่ายบันทึก และกล้องส่วนใหญ่ก็จะเป็นกล้องดิจิตัลแบบ compact หรือกล้องที่มีในโทรศัพท์ กล้อง compact ที่ใช้ฟิล์มก็คงจะพอมีเหลืออยู่บ้าง ความประสงค์หลักคือต้องการถ่ายภาพเพื่อบันทึกสิ่งที่เห็น เก็บเอาไว้ดูยามต้องการเตือนความทรงจำ ไว้ใช้เพื่อดูกันในครอบครัว ในกลุ่มเพื่อนฝูง หรือจะส่งขึ้นไปบน web เพื่อแบ่งกันดู การถ่ายภาพในลักษณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีกล้องราคาแพงๆใช้ และก็ไม่จำเป็นที่จะต้องศึกษาอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับการถ่ายภาพ...ถ้าไม่ต้องการ

2. การถ่ายภาพเชิงศิลป์และถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายของผู้คนในหลากหลายอาชีพรองลงมาจากกลุ่มแรก แม้จะถ่ายในลักษณะเดียวกันกับกลุ่มแรก แต่จะเป็นผู้ที่รักและสนใจในการถ่ายภาพมากกว่า และมักจะถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ส่วนใหญ่จะมีความรู้ในเรื่องของการถ่ายภาพ จะรู้เรื่องเกี่ยวกับการใช้กล้องมากกว่ากลุ่มแรก ประเภทของกล้องที่ใช้ก็จะหลากหลายกว่า และมักจะใช้กล้องที่ผู้ถ่ายสามารถควบคุมด้วยตนเองได้มากกว่า หากประเภทโอโตแมติคก็จะเป็นรุ่นที่สามารถควบคุมได้ บางคนก็จะใช้อุปกรณ์ที่ดีและมีราคาสูง หลายคนอาจจะได้ผ่านการเรียนรู้มาอย่างถูกต้องในเรื่องของการใช้อุปกรณ์และศิลปะของการถ่ายภาพ รู้จักเทคนิคในการถ่ายภาพที่ดี รู้เรื่องแสง เรื่องการจัดองค์ประกอบ ฯลฯ บางคนจะรู้จักวิธีการล้างฟิล์ม อัด-ขยายภาพ รู้จักวิธีและขั้นตอนในการทำให้ภาพถาวรได้ การถ่ายภาพในลักษณะนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายสำหรับหลายๆคน แต่ก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้...หลายคนจะถ่ายเพื่อแสดงนิทรรศการบ้าง ถ่ายเพื่อส่งประกวดบ้าง และถ่ายเพื่อขายบ้าง

3. การถ่ายภาพเพื่อธุรกิจ การถ่ายภาพคืองานหลักของคนกลุ่มนี้ ซึ่งจะรวมไปถึงผู้ที่มีอาชีพถ่ายภาพที่ทำงานกับสื่อต่างๆ ผู้ที่มีสตูดิโอเป็นของตนเอง รับถ่ายภาพบุคคล ถ่ายภาพงานแต่งงาน หรือว่าถ่ายภาพโฆษณา ถ่ายภาพแฟชั่น และผู้ที่ทำงานให้กับองค์กรต่างๆในฐานะช่างภาพ รวมทั้งผู้ที่ถ่ายภาพเพื่อทำโป๊สการ์ดขาย คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่จบมาทางด้านการถ่ายภาพโดยตรง แม้จะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มอื่น แต่จะเป็นกลุ่มที่มีความรู้และความชำนาญในการถ่ายภาพมากกว่ากลุ่มอื่น

ดังนั้นเมื่อเราสนใจในการถ่ายภาพ เราคงจะต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า มันมีความต่างกันเช่นที่บอก ไม่ใช่เป็นการแบ่งแยก แต่เป็นการชี้ให้มองเห็นถึงความต่าง และจะได้รู้จักศักยภาพของตนเองว่ามีมากน้อยเพียงไร และไม่จำเป็นที่จะเหนียมอายเมื่อใช้กล้องที่รุ่นต่ำกว่า หรือราคาต่ำกว่าผู้อื่น ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพด้วยจุดประสงค์ใด จะนำภาพไปใช้ทำอะไร และจะจัดตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มใด เลือกใช้กล้องประเภทใด ก็ควรรู้ถึงข้อจำกัดของกล้องแต่ละประเภทที่เราอยากจะได้ไว้บ้างก็จะดี การที่กล้องมี feature มากๆ นั้นก็ย่อมจะต้องมีราคาสูง หากเราซื้อกล้องนั้นมาแล้วใช้ถ่ายแบบธรรมดาทั่วไป ก็ไม่น่าจะเสียสตางค์เพื่อความโก้ นอกเสียจากว่าเราสนใจในการถ่ายภาพจริงๆและอยากที่จะขยับตัวเองให้มีอุปกรณ์ที่ดีกว่าในการถ่ายภาพ

ซึ่งถ้าหากว่าต้องการจะถ่ายภาพให้จริงจังมากขึ้นนั้น ก็ควรที่จะหากล้องที่สามารถควบคุมการถ่ายได้อย่างเต็มที่มาใช้ กล้องบางรุ่นถึงแม้จะเป็นระบบที่ได้รับการควบคุมโดยกล้องก็ตาม ก็ยังมีระบบที่เราสามารถตั้งควบคุมด้วยตัวเราเองได้ กล้องบางรุ่นจะมีระบบควบคุมโดยกล้องส่วนหนึ่งและผู้ใช้ควบคุมอีกส่วนหนึ่ง ด้วยความรู้ที่เรามีและการตัดสินใจเลือกใช้ระบบการทำงานกล้องจะสามารถช่วยถ่ายทอดสิ่งที่เราถ่ายในขณะนั้นออกมาได้ดีขึ้น แต่ความรู้เบื้องต้นในการใช้อุปกรณ์และในการถ่ายภาพจะต้องมี ไม่ว่าจะเป็นการใช้กล้องฟิล์ม หรือกล้องดิจิตัล

นอกเหนือไปจากความรู้ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังหมายถึงความรู้ในเรื่องของการมอง และความเข้าใจในสิ่งที่จะถ่ายว่าสิ่งที่เราจะถ่ายมานั้น ถ่ายมาเพื่ออะไร มันจะตอบโจทย์อะไรให้เราบ้าง... เราต้องเข้าในของเรื่องแสงว่ามันจะทำอะไรให้กับสิ่งที่เราจะถ่ายหรือว่าจะทำลาย เราต้องเข้าใจถึงเรื่องของการวางแผนในการถ่ายภาพว่า เวลาใด แสงอย่างไร ทัศนวิสัย เป็นอย่างไร ต้องรู้ว่า กฏ และกติกา ของการถ่ายภาพเป็นอย่างไร ควรหรือไม่ควรใส่สิ่งใดเข้าไปในเฟรม เข้าใจถึงการจัดองค์ประกอบ ฯลฯ ซึ่งความรู้เช่นนี้เราอาจจะมีอยู่แล้ว หากเข้าใจในเรื่องของศิลปะ ก็จะช่วยได้มาก หรือไม่ก็สามารถที่จะแสวงหามาได้ด้วยการอ่าน การดูภาพแยะๆ และจากการถาม

กล้องถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นกล้องประเภทใด แม้แต่ประเภท point and shoot กล้องโทรศัพท์ กล้องที่แถมมากับสินค้า หรือกล้องโบราณง่ายๆ เช่น กล้อง Box หรือ กล้องรูเข็ม ก็สามารถที่จะใช้ถ่ายภาพให้สวย ให้ดี ให้ได้มาชื่นชมมากันมากต่อมากแล้ว หากอยู่ในมือของผู้ถ่ายที่มีความรู้ ความชำนาญในการถ่ายภาพ ถึงแม้จะควบคุมส่วนหนึ่งส่วนใดของกล้องไม่ได้เลย ดังนั้นความรู้เบื้องต้นของการใช้กล้อง ความเข้าใจเรื่องแสง การรู้จักใช้องค์ประกอบ และความเข้าใจในสิ่งที่จะถ่าย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะรู้ เพื่อให้การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่สนุกสนาน และได้ภาพที่ดีกลับมาทุกครั้งไป



การวางแผนในการถ่ายภาพ

เมื่อพูดถึงการวางแผนในการถ่ายภาพ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะได้ยินแบบไม่ค่อยจะแน่ใจว่าจะต้องทำอะไรอีก เมื่อมีอุปกรณ์พร้อมแลัวจะมีการวางแผนอะไรในการถ่ายภาพอีก เมื่อถึงเวลาก็พร้อมที่จะไปถ่ายภาพ ก็ไปได้เลย กล้อง ฟิล์ม ก็มีอยู่แล้ว ยิ่งใครใช้กล้องดิจิตัล ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ฟิล์มก็ไม่ต้องมี ความจริงแล้วนั่นก็คือการเตรียมตัวในระดับพื้นๆมากกว่าเป็นการวางแผนในการถ่ายภาพ
การวางแผนในการถ่ายภาพค่อนข้างจะสำคัญ... คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญนัก เมื่อถึงจุดหมายก็คือถึง...อะไรที่จะต้องทำก็ว่ากันไป...การวางแผนในการถ่ายภาพที่ดีเริ่มด้วยการเตรียมตัว และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้การออกไปถ่ายรูปในแต่ละครั้งบรรลุเป้าหมายที่ได้หวังไว้ นอกจากนั้นเราควรจะรู้ถึงสภาพอากาศ และสภาพของสถานที่ ที่จะไปด้วย มันจะช่วยให้เรารู้ถึงสิ่งต่างๆที่จะต้องนำไป ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราจะไปถ่ายนั้นคืออะไร ศึกษาถึงเวลาที่จะไปถึง ทิศทางของแสง ตั้งแต่ก่อนที่จะออกเดินทาง ซึ่งจะทำให้เราเผชิญกับสิ่งต่างๆได้ด้วยดี และจะทำให้เราได้ภาพดีๆกลับบ้านอีกด้วย โดยที่ไม่ต้องหอบสิ่งของพะรุงพะรัง เกินความจำเป็น



การเตรียมพร้อม

ความสำเร็จมาจากการเตรียมพร้อมที่ดี คำกล่าวนี้ดูเหมือนว่าจะครอบคลุมไปเสียทุกกรณี ไม่เว้นแม้กระทั่งในเรื่องของการถ่ายภาพ...ผมได้เคยจัดทริปถ่ายภาพนอกสถานที่ และภายในสตูดิโอหลายครั้ง และก็จะมีการแนะนำกันก่อนล่วงหน้าโดยทั้งจดหมาย email และทางโทรศัพท์ ว่าเราจะถ่ายอะไรกันบ้าง ฟิล์มใดที่ควรจะต้องมี จะต้องมีขาตั้ง มีแผ่นกรองแสง มีแผ่นสะท้อนแสง ฯลฯ บางคนไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้เลย คิดว่าไม่มีก็ไม่เห็นเป็นอะไร ยืมของคนอื่นใช้ก็ได้ บางคนอาจจะลืมโน่น ลืมนี่ ได้บ้าง ซึ่งก็เป็นปกติ หากว่าไม่ได้ออกไปถ่ายภาพบ่อยนัก แต่ที่่ลืมกล้อง ลืมซื้อฟิล์มก็ยังมี แม้กระทั่งผู้ที่ใช้กล้องดิจิตัลซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องฟิล์มแล้ว แต่ก็ยังไม่วายที่จะได้ยินคำว่า แบตหมด...บางคนถ่ายจนเต็มพิกัด ไม่มีที่ว่างบน disk เหลืออยู่เลย ทุกอย่างสวยไปหมด ไม่อยากลบอะไรทิ้งเลย แต่ไม่มี spare disk ติดตัวไป...ด้วยเหตุดังกล่าวและจากการที่เคยต้องออกไปถ่ายภาพนอกสถานที่บ่อยๆในอดีต ก็เลยเห้นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าเราจะต้องเตรียมอะไรไว้บ้าง หากจะใช้แค่ความจำล้วนๆ ก็คงจะจำได้ไม่หมด จะต้องจดเอาไว้...ทำเป็น list เอาไว้ เมื่อเวลาจะออกเดินทางไปไหนทีก็ ตรวจเช็คดูกับ check list ว่าจะต้องนำอะไรไปบ้าง

ในเรื่องของฟิล์มก็จะต้องรู้ว่า จะไปถ่ายอะไร จะต้องรู้ว่าจะใช้ฟิล์มอะไรบ้าง สไลด์ฟิล์ม หรือฟิล์มขาวดำ ผมไม่ค่อยได้ถ่ายฟิล์มเนกาตีฟสี แต่จะมีกล้องคอมแพ็คอยู่ตัวหนึ่งสำหรับใช้กับฟิล์มเนกาตีฟสีโดยเฉพาะ...กล้องแต่ละตัวจะใส่ต่างฟิล์มไว้เพื่อสดวกในการหยิบใช้ถ่ายยามต้องการ กล้องของผมแต่ละตัวจะเป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มประจำ เพราะว่าแต่ละตัวจะวัดแสงต่างกันซึ่งจะเหมาะกับแต่ละฟิล์มที่ใช้ประจำอยู่ ปรกติผมจะถ่ายแต่สไลด์ฟิล์มกับฟิล์มเนกาตีฟขาวดำ สำหรับทริปวันเดียวในกระเป๋ากล้องก็จะมีฟิล์มขาวดำตั้งแต่ ISO 100, 200 และ 400 อย่างละ 4 ม้วนเป็นอย่างต่ำ และ 3200 สองม้วน ส่วนสไลด์สีก็จะมี ISO 50 กับ 100 อย่างละ 3 ม้วน ฟิล์มเนกาตีฟสี ISO 100 สองม้วน...หากเป็นทริป 2 หรือ 3 วัน ก็จะทบจำนวนเข้าไป



Check Lists ที่ผมใช้อยู่จะมีอยู่ด้วยกันสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นกระเป๋ากล้อง ต้องคอยดู คอยเติมของที่ได้ใช้ไปแล้ว ดูว่าของครบตามที่ต้องการหรือไม่ ส่วนแรกนี้จะติดตัวและเข้าบ้าน-ออกจากบ้านกับเราตลอดเวลา ของใช้เช่นฟิล์มจะต้องหมั่นเช็คให้มีพอใช้เสมอ...ส่วนที่สองก็จะเป็นสิ่งที่อยู่ในกล่องใหญ่ที่อยู่ประจำในรถ ไม่มีการนำกลับเข้าบ้าน ใช้เสร็จเก็บเข้ากล่อง แต่ก็ต้องคอยตรวจดูเหมือนกัน บางครั้งอาจจะลืมเก็บได้ที่เดิมได้

ส่วนแรก...กระเป๋ากล้อง รายการที่นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้ เป็นรายการคร่าวๆที่เคยใช้ในการทำงานจริงมาแล้ว...ไม่จำเป็นที่จะต้องมีทุกอย่างตามที่แนะนำมา แต่ของพวกนี้ผมมีความจำเป็นที่จะต้องมี เพราะเวลาที่ออกไปทำงานแล้วจะพลาดไม่ได้ จะต้องให้ได้งานกลับ บางอย่างมันอาจจะดูเว่อร์ไป ดูแล้วอาจจะคิดว่ามันอะไรกันเนี่ยะ เยอะแยะไปหมด จะบ้าหรือไง...แต่ทุกอย่างได้มีโอกาศใช้ทั้งนั้น จะบ่อยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับงานที่ต้องทำ...ลองนำไปประยุกต์ใช้ดู...ดูแยะมากครับ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้ว ตั้งแต่ชิ้นที่ 11 ลงไปมันเป็นของชิ้นเล็กนิดเดียวจริงๆ

1) กล้อง (ควรมีกล้องตัวที่สองติดไปด้วย เผื่อตัวที่ใช้ประจำไม่ทำงาน)
2) เลนส์ (นำไปเฉพาะที่จะใช้)
3) เลนส์ฮูด
4) ฟิล์ม (ฟิล์มขาวดำ, สไลด์สี และฟิล์มสี)
6) เครื่องวัดแสง (incident และ spot meter ถ้ามี)
7) ฟิลเตอร์ (สำหรับขาวดำ)
สายลั่นชัตเตอร์
9) ขาตั้งกล้องขนาดเล็ก
10) แฟลช/ring flash
11) กระดาษเทากลางขนาดกลาง (ด้านหลังเป็นสีขาวใช้สะท้อนแสงได้)
12) ถ่านสำรองสำหรับกล้อง-เครื่องวัดแสงทุกต้วและไฟฉาย
13) ผ้าทำความสะอาดเลนส์
14) ลมกระป๋อง (ไว้ฉีดฝุ่นที่เอื้อมไม่ถึง)
15) แปรงขนอ่อน (ไว้ปัดฝุ่นที่เอื้อมถึง)
16) มีดพก Swiss Army และ Cutter
17) กรรไก
18) เอ็นไนล่อนเส้นเล็ก
19) คีมปากแหลม
20) ลวด
21) ไขควงหัวแบน+หัวแฉก
22) เข็มเย็บผ้า+ ด้ายสีขาว และดำ
23) syringe
24) ขวดสเปร์ฉีดน้ำ
25) ไม้บรรทัดเล็ก/เทปวัด
26) เทปสองหน้า
27) duct tape ไว้พันสิ่งของ/ซ่อมชั่วคราว
28) เทปดำแบบใช้พันสายไฟ
29) ไฟฉายขนาดเล็ก
30) กระดาษ foil สีเงินและทอง
31) สมุดโน๊ท
32) ปากกา/ดินสอ
33) ถุงมืด
34) ทีหนีบกระดาษ
35) กล้องส่องทางไกลขนาดเล็ก
36) น้ำดื่ม
37) ยาที่ต้องกิน

ส่วนที่สอง จะอยู่ในกล่องและจะอยู่ประจำในรถ ที่มีคือ
1) ขาตั้งสามขาขนาดกลาง/ใหญ่
2) ร่มสะท้อนแสง
3) ร่มกันแดด/กันฝน
4) เสื้อกันฝน
5) รองเท้าบู๊ทลุยน้ำ
6) หมวกกันแดด
7) แว่นกันแดด
กล้องส่องทางไกล
9) น้ำดื่ม
10) ร่วมยา
11) ผ้าขนหนูผืนใหญ่/ผ้าเช็ดคัว
12) รองเท้าแตะ-ถุงเท้า
13) เต๊นท์และถุงนอน
14) ไฟฉายขนาดใหญ่-ถ่านสำรอง
15) ไฟฉุกเฉิน-ถ่านสำรอง
16) แปรงสีฟัน-ยาสีฟัน-สบู่
17) ยาทากันยุง-จุดกันยุง



ในยามปรกติผมจะเตรียมพร้อมในเรื่องฟิล์มและหาวิธีป้องกันการทำงานผิดพลาดของอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอร์รี่เป็นอย่างดีคือ

1) ซื้อฟิล์มที่ต้องการใช้ทั้ง ISO สูงและต่ำไว้ให้พร้อม และเพียงพอต่อการใช้ไว้แต่เนิ่นๆ ฟิล์มแช่แข็งได้ เมื่อจะใช้ให้นำออกมาใส่ไว้ในตู้เย็นข้ามคืน ให้น้ำแข็งละลายด้วยอุณหภูมิภายในตู้เย็น แล้วนำออกมาทิ้งไว้ข้างนอกซัก4-5 ชั่วโมง ก่อนแกะมาใช้ หากนำฟิล์มออกจากตู้แช่แข็งมาข้างนอกเลยจะมีน้ำเกาะบนฟิล์มได้

2) จะเปลี่ยนแบ็ตเตอร์รี่ให้กับอุปกรณ์ที่ต้องใช้แบ็ตเตอร์รี่ทุกชิ้น ปีละครั้ง ไม่ว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนหรือไม่ เพื่อให้พร้อมที่จะใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวล เลือกวันเปลี่ยนให้พร้อมกัน ผมจะเลือกเอาวันเกิดเป็นวันเปลี่ยนแบ็ตเตอร์รี่ประจำปี จำได้ง่ายและไม่ลืม และจะเตรียมถ่านสำรองเอาไว้สำหรับทุกชิ้น ชิ้นใดที่กินไฟมากก็จะเตรียมแบ็ตเตอร์รี่ไว้สองชุด เพราะอาจจะต้องการยามฉุกเฉิน แบ็ตเตอร์รี่ที่ได้รับการเปลี่ยนแล้วทิ้งไปให้หมด อย่าเก็บเอาไว้เพราะเสียดายว่ามันยังมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ มันจะสร้างปัญหาให้ได้ภายหลัง มันอาจจะไปปนกับแบ็ตเตอร์รี่ใหม่ หรือตัวเราเองไม่แน่ใจว่าเป็นของเก่าหรือใหม่


กระเป๋ากล้องที่ผมใช้ ใหญ่พอที่จะใส่กล้องได้สามตัว กับเลนส์ 6 ชิ้น แต่ส่วนใหญ่จะสะพายกล้องสองตัวที่ต้องใช้ กล้อง compact ใส่ในกระเป๋าเสื้อ ส่วนกระเป๋าเอาไว้ใส่กล้องตัวที่เป็น spare กับสัมภาระต่างๆ...เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า และจะไม่ทิ้งกล่องเปล่าให้เป็นขยะระหว่างทาง ผมจะแกะฟิล์มออกจากกล่องแล้วเสียบกลักพลาสติคของฟิล์มไว้บนฝาปิดด้านในที่มีที่ให้เสียบ

ที่แนะนำมาก็เพราะอยากจะให้เข้าใจถึงขั้นตอนของการเตรียมตัว เตรียมพร้อม และความพอเพียง...ทั้งนี้ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็น หรือจำเป็นที่จะต้องทำตามที่บอกทุกอย่าง...เพียงแค่อยากจะให้ผู้ที่กำลังเริ่มต้นในการถ่ายภาพ หรือผู้ที่ไม่เคยได้วางแผนมาก่อนได้คุ้นเคยและรู้จักถึงการวางเตรียมตัว การมีแผนก่อนที่จะออกไปถ่ายภาพทางไกลกันบ้าง ซักนิดนึงก็จะดีกว่าไม่มีเอาซะเลย...เมื่อไปถึงจุดหมายแล้ว ถึงเลย หรือว่าเราจะต้องเดินทางต่อไปด้วยเท้า หรือต้องไต่เขา ต้องลุยน้ำ ต้องเปียกหรือไม่ ดังนั้นเสื้อผ้าที่จะใช้ก็ต้องเหมาะสม ควรจะเป็นอะไรที่แห้งง่ายไม่อุ้มน้ำ รองเท้าก็ควรจะเป็นรองเท้าที่กันลื่นได้ดี กระเป๋ากล้องก็ควรจะกันน้ำได้ระดับหนึ่งหรือหาถุงกันน้ำเตรียมไปด้วย แต่ถ้าเราไม่รู้หรือไม่ได้ศึกษา ปัญหามันก็ย่อมจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน หากจะต้องมีการค้างแรม ก็ควรคำนึงถึงที่พัก อาจจะเป็นการกางเต๊นนอน หรือพักในสถานที่พัก เรื่องเสบียงก็ต้องจัดเตรียมให้พอเพียงหากจะไปในที่ๆไม่มีร้านค้า และไม่นำสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ไป ซึ่งจะเป็นการลดภาระ สัมภาระ และน้ำหนักไปได้มาก

ท้ายสุด...ในส่วนของการถ่ายภาพ ทีนี้มันก็จะโยงไปถึงตอนต้น ตั้งแต่ที่เราการทำการบ้านมากันละครับ...ยิ้มได้เลย ตรงนี้ไม่ยากครับ หากเราเตรียมตัวมาพร้อม ได้เปรียบอยู่แล้วแน่นอน...ใช้ความรู้ ใช้จิตนาการ และใช้ความกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆเพื่อที่จะได้ภาพที่มีความแตกต่างไปจากภาพธรรมดาๆสามัญทั่วไป

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่กฏ หรือสิ่งที่จะต้องทำตาม...แต่ก็อยากจะให้อ่านกันให้ดี ทำความเข้าใจกับที่เขียนมา แล้วนำบางส่วนที่คิดว่าดีหรือที่เห็นด้วยไปใช้ รับรองว่าจะได้ผลกลับมา คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปในการอ่านบทความนี้แน่นอน

โชคดีครับ

ศรศักดิ์ ศักดิ์บดินทร์

ขอบพระคุณอาจารย์ มาณ. ที่นี้ด้วยค่ะ
Sweet Vampire
ขอบคุณสำหรับบทความแนะนำตี้ดี ๆ เจ้า ปี้มิตา....
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......