จากข้อหนึ่ง กล่าวไว้ว่า
Paul Strand: "สำหรับคนที่สามารถมองเห็นได้อย่างแท้จริงแล้ว ภาพถ่ายของเขาก็เปรียบเหมือนบันทึก
ชีวิตของตัวเขาเองด้วย คุณอาจจะมองเห็นหรือได้รับอิทธิพลจากผู้อื่น หรือแม้กระทั่งอาศัยผู้อื่นในการค้นหา
ตัวเอง แต่ถึงที่ สุดแล้วคุณก็ต้องเป็นอิสระจากคนเหล่านั้น เหมือนกับที่
Nietzscheได้พูดว่า "ผมได้อ่านหนังสือของSchopenhauerจบแล้ว และถึงเวลาแล้วที่ผมต้องกำจัดเขาออกไป"
เขารู้ดีถึงอันตรายที่แฝงอยู่ในความคิดเห็นของผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประสบการณ์ที่ลึกซึ้งถ้าคุณปล่อยให้เขาเหล่านั้นมาคั่นกลางระหว่างตัวคุณ
และมุมมองของคุณ"
.... ประโยคนี้แฝงด้วย จิตใจที่มีเหตุผล และมุ่งมั่น ... สักวันเราอาจทำได้โดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้ ....
เข้าเรื่องเลย ข้อแนะนำ ศิลปะการมองภาพแบบเซน ( credit จากคุณ 9comeback )
1. อย่าพูดคุยขณะถ่ายภาพ ถ้าเป็นไปได้ให้ออกถ่ายภาพคนเดียวตามลำพัง
2. มองฉากหลังของภาพให้เป็นรูปร่างที่อยู่รอบๆซับเจ็ค และให้ความสนใจกับรูปร่างของเงาใน
ภาพเป็นพิเศษ สมองด้านเทคนิคจะเบื่อกับการมองเช่นนี้
3. อย่าคิดในขณะถ่ายภาพ ปล่อยให้จิตใจของคุณว่างเปล่าและซึมซับกับซับเจ็คของคุณให้มากที่สุด
4. และเพราะว่าสมองด้านสร้างสรรค์ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายซีกซ้าย ฉะนั้นพยายามถือ
กล้องหรือสายลั่นชัตเตอร์ด้วยมือซ้าย
5. สมองด้านเทคนิคจะรู้สึกสับสนกับภาพสะท้อน เช่นภาพสะท้อนผิวน้ำหรือสะท้อนกระจก
เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ใช้ภาพสะท้อนเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์
6. ฝึกทำสมาธิเพื่อทำให้จิตใจสงบและทำให้จิตใจแน่วแน่ไม่วอกแวกง่าย
7. พยายามศึกษาและชมภาพวาดหรือภาพถ่ายของศิลปินที่คุณชื่นชอบหรือที่มีชื่อเสียง
8. ต้องมีความอดทน ในขณะที่คุณขับรถหรือนั่งในรถคุณจะพลาดภาพที่ดีไปมาก แต่ถ้าคุณเดินคุณจะมี
โอกาสพบภาพที่ดีมากกว่า
9. พยายามฝึกฝนเรื่องทางด้านเทคนิคต่างๆให้คุณคุ้นเคยกับมันจนกระทั่งสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็ว
ทำทุกอย่างด้วยวิธีการเดียวกันตามลำดับขั้นตอนที่แน่นอน และฝึกจนคุณสามารถทำมันได้โดยไม่ต้องใช้ความคิด
ตัวอย่าง เช่น ผมจะวัดแสง,ขึ้นชัตเตอร์, ตั้งค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์, ใส่โฮลเดอร์ฟิล์ม, ดึงแผ่นสไลด์กั้น
แสงออก, กดชัตเตอร์, ใส่แผ่นสไลด์กลับที่เดิม ทำเช่นนี้ทุกครั้งจนกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้
ความ คิดสร้างสรรค์คุณก็จะจดจ่ออยู่กับมันมากกว่าที่จะมัวคิดเรื่องวิธีการใช้อุปกรณ์
10. ใช้กล้องวิวถ่ายภาพ การมองเห็นภาพหัวกลับนั้นช่วยคุณได้จริงๆ เพราะมันจะทำให้สมองด้านเทคนิค
ทำงานได้ไม่ดี (Ansel Adams เคยกล่าวถึงข้อดีข้อนี้ของกล้องวิวด้วย และHenry Cartier-Bresson ได้ใช้ปริซึม
ติด เพิ่มเข้าไปในกล้อง35mm เพื่อจะได้มองเป็นภาพหัวกลับ)
11. ถ่ายภาพให้ช้าลง ทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้สมองด้านสร้างสรรค์ทำงานได้ดีขึ้น มองภาพที่คุณจะถ่าย
ในรูปของโทนภาพ(Tone) รูปร่าง(Shape) ที่ว่าง(Space)
12. ปล่อยให้สมองด้านสร้างสรรค์ทำงานจนกระทั่งรู้สึกว่าภาพนั้นจัดองค์ประกอบดีแล้ว ตัวคุณจะรู้เองว่า
ภาพนั้นดีพอหรือยัง และความเร้นลับก็จะเกิดขึ้นเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมาบรรจบกันทั้งทางด้านโทนภาพ ที่ว่าง และ
ความสมดุลย์ มันเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณมากกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นภาษาได้
13. หลังจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เปลี่ยนมาใช้สมองด้านเทคนิคชั่วคราว วัดแสง, ขึ้นชัตเตอร์, ตั้งค่ารูรับแสง
และความเร็วชัตเตอร์, ใส่โฮลเดอร์ฟิล์ม, ดึงแผ่นสไลด์กั้นแสงออก, กดชัตเตอร์ สำหรับผู้ใช้กล้อง 35mm น่าจะสังเกตเอาไว้ว่า เดี๋ยวนี้บรรดามืออาชีพหันมาใช้กล้องที่มีระบบบันทึกภาพ
แบบอัตโนมัติมากขึ้น เพราะทำให้เขาไม่จำเป็นต้องคิดมากเรื่องค่าแสง เขาปล่อยให้กล้องจัดการกับเรื่องเทคนิค
ต่างๆเพื่อตัวเองจะได้มีเวลาสนใจกับภาพมากขึ้น
ผมเชื่อเหลือเกินว่า การทำให้สมองซีกขวาใช้งานได้ดีขึ้นจะเป็นการเปิดมิติใหม่ๆในการถ่ายภาพของคุณ และถ้าคุณโชคดีและมีพรสวรรค์เพียงพอ ความคิดสร้างสรรค์จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างจิตใจ ความรู้สึก
ประสบการณ์ และความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณให้ปรากฏออกมาในภาพถ่ายด้วย และผมหวังว่าข้อมูล
เหล่านี้คงจะมีประโยชน์สำหรับคุณ
.... โดนทุกข้อ ... มองดู เรียนรู้วิเคราะห์ ค้นหาตัวเราเอง
นำบทความดีๆมาให้อ่านกันครับ ... ผมเขียนไว้ใน multiply ของผม อยากให้ได้อ่านกัน ผมจะอ่านมันทุกครั้งที่มีปัญหาในการถ่ายรูปครับ