ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ...เกี่ยวกับ ...อาหารการกิน...
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > Service Zone > รู้ไว้ใช่ว่า
mita
อาหารว่าง 10 ชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด

ในร้านสะดวกฃื้อหลายๆ ร้านนั้น ทุกๆ ครั้งที่เราเข้าไปนั้นมีสินค้ามากมายที่เมื่อเข้าไปนั้นจะดึงดูดความสนใจของเราได้อย่างมาก นั่นก็คืออาหารนั่นเอง และบางทีของเหล่านี้อาจจะไม่อยู่ในรายการที่เราไม่ได้คิดที่จะซื้อไว้ก่อน สินค้าเหล่านี้จะมีอิทธิพลอย่างมากกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ซึ่งไม่แตกต่างไปจากในประเทศต่างๆ หลายประเทศเลย หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนด้วย อาหารว่าง หรืออาหารทานเล่นนั่นเอง ในประเทศอเมริกานั้นดูจะสร้างความวิตกกังวลมากขึ้นทุกๆ ปี เพราะว่าส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้นั้นส่วนมากจะเป็นพวกน้ำตาล สารเคมี สี และไขมัน เป็นส่วนใหญ่ และเป้นสาเหตุของโรคอ้วน และไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการเอาซะเลย

French Fries: พูดถึงสิ่งนี้คงต้องพูดถึง Mc Donald's นั่นเอง แต่เราๆ ท่านๆ นั้นอย่าเพิ่งมั่นใจกับสิ่งที่เค้าใช้ในการทอด ที่เค้าบอกว่ามีการเปลี่ยนน้ำมันสำหรับทอดบ่อยๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ มันฝรั่งนั้นส่วนประกอบหลักเต็มไปด้วยแป้ง และเมื่อนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด และปรุงรสชาตินั้น อาจจะเป็นอาหารว่างที่อันตรายที่สุด

Donuts: โดนัทคือ ขนมปังที่นำไปทอด อาหารชนิดนี้ก้เต็มไปดก้วยแป้งที่นำมาใช้ทำตัวโดนัทเองแล้ว เมื่อนำไปทอดก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ามันฝรั่งทอดเลย

Chips (Potato or Corn): สิ่งนี่ก็คือมันฝรั่งทอดในรูปแบบอื่นที่แตกต่างออกไปที่ถูกนำไปใส่ไว้ในบรรจุภัณฑ์นั่นเอง แต่เราสามารถที่จะควบคุมอันตรายจากอาหารประเภทนี้ได้คือการนำไปอบแทนการทอด ซึ่งมันฝรั่งประเภทที่ใช้การอบแทนนั้นสามารถหาซื้อได้จากร้านอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ใช่อาหารที่ดี และควรรับประทานบ่อยๆ อยู่ดี

Soda: บางคนอาจจะสับสนกับการรวมสิ่งนี้เข้าไปเป็นกลุ่มอาหารด้วยนั้น สิ่งนี้ไม่เพียงไม่มีคุณค่าทางอาหารยังรวมไปถึงสารเคมีอีกมากมายที่ถูกบรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์อีกด้วย

Cupcakes and Snack Cakes: whipped cream ที่มีไส้ครีมมันเยิ้ม และส่วนประกอบหลักๆ ก็มีแต่ แป้ง น้ำตาล และสารปรุงแต่งกลื่น รส ซึ่งไม่มีคุณค่าอาหารเลย

Candy Bars:กับเจ้าสิ่งนี้อาจจะยังพอมีคุณค่าทางอาหารให้เราอยู่บ้างกับโปรตีนประมาณ 1-2 กรัม จากถั่วที่เป็นส่วนผสม แต่ว่าปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่นั้นไม่สามารถนำมาทดแทนคุณประโยชน์ได้เลย เพราะความแตกต่างนั้นมีมากกว่ากันเยอะเลย แต่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในประเภทเดียวกันคือ energy bars ซึ่งมีปริมาณแคลลอรี่น้อยกว่าถึง 1 ใน 3 มีโปรตีนมากกว่า และมีไขมันน้อยกว่าอีกด้วย แต่ยังไงก็มีคุณค่าสู้อาหารปกติไม่ได้อยู่ดี

Pork Rinds: เบคอนหรือ แคบหมูทอดในบ้านเรานั่นเอง ซึ่งข้อนี้คงไม่ต้องบอกใครๆ ก็คงทราบดีถึงสิ่งที่ได้รับจากเจ้าสิ่งนี้ว่ามีแต่ไขมันสัตว์

Fat-Free Cookies: สินค้าเหล่านี้เป็นที่น่าสงสัยในแง่ของโภชนาการ เพราะว่าถ้าดูเพียงผิวเผินอาจจะดูเหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น อาหารที่ปราศจากไขมัน ไม่ได้หมายความว่าจะปราศจากแคลลอรี่ไปด้วย ดังนั้นสรุปก็คือ ไม่สมควรรับประทานอีกนั่นแหล่ะ

Crackers: แครกเกอร์เต็มไปด้วยไขมันชนิด Trans ดังนั้นควรอ่านฉลากดูให้ดีก่อนซื้อ (Trans Fat คือ ไขมันแบบ Polyunsaturated ที่วางขายตามท้องตลาด มีการเติมธาตุไฮโดรเจนสังเคราะห์ เพื่อให้มีสถานะแข็งที่อุณหภูมิห้อง ไขมันแบบนี้ มีคุณภาพต่ำ เพราะไปลดปริมาณ HDL และเพิ่มปริมาณ LDL ในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจมากยิ่งขึ้น

Pretzels: อาหารกลุ่มนี้เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะเป็นอาหารที่ไม่มีไขมัน แต่ไม่มีไขมันไม่ได้หมายความว่าเป็นอาหารที่ดี เพราะ Pretzels นั่นเต็มไปด้วยแป้ง และน้ำตาล ซึ่งแอบแฝงให้ดูเหมือนอาหารเพื่อสุขภาพ


วารสารจาร์พาม

mita
เคล็ดลับการต้มเส้นชนิดต่าง ๆ ให้น่าทาน

ใครที่ชอบทานอาหารชนิดเส้น แล้วยังไม่ทราบเคล็ดลับต้มเส้นให้อร่อย วันนี้เกร็ดความรู้มีเคล็ดลับมาฝากกัน...

สปาเก็ตตี้ Spaghetti
เส้นพาสต้ามักต้องใช้น้ำมากกว่าปกติเวลาต้ม สำหรับพาสต้า 100 กรัม ต้องใช้น้ำประมาณ 1 ลิตร ให้ต้มน้ำจนเดือดพล่าน จากนั้นใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงไป เติมเกลือเล็กน้อย คนทันทีและต้มต่อประมาณ 10 นาที เส้นก็จะสุก ๆ ดิบ ๆ กำลังดี


วุ้นเส้น Bee Hoon
มีสองวิธีในการปรุงวุ้นเส้น คือ หากต้องการนำเส้นไปผัด ก็ให้แช่ในน้ำเย็นธรรมดาประมาณ 3 นาที จึงตักขึ้นและนำไปผัดได้ตามปกติ หรือถ้าทำเป็นแกงก็ให้นำน้ำซุปกับเครื่องปรุงทั้งหมดลงต้มจนเดือดแล้วเติมวุ้นเส้นลงไปต้มต่อประมาณ 3 นาที


หมี่สั้ว Mee Sua
เส้นหมี่แบบนี้จะสุกเร็วกว่า ต้มน้ำให้เดือดพล่านใส่เส้นหมี่สั้วลงไปและคนเบา ๆ 2 นาที ตักขึ้นทันที จากนั้นเติมน้ำซุปและเครื่องปรุงลงไปบนจานได้ตามต้องการ


โซบะ Soba
เส้นโซบะมักต้มในน้ำเดือดประมาณ 6 นาที จึงตักขึ้นอีกครั้ง เสิร์ฟเย็น ๆ หรือใส่ซุปร้อนก็ได้


บะหมี่ไข่ Egg Noodle
ต้มในน้ำเดือดประมาณ 2 นาทีครึ่ง หรือสังเกตดูว่าเส้นเริ่มใสและ "กัด" ได้แล้ว จากนั้นจึงตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น เพื่อให้เส้นมีความนุ่มและยืดหยุ่นตัวได้ดี นำไปปรุงอาหารหรือผัดได้ตามชอบ


ถ้าอยากทานเส้นอร่อย ๆ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.

mita
เคล็ดเล็กๆเกี่ยวกับการทำอาหารไข่ๆ

++ต้มไข่ไม่ให้เปลือกแตกร้าว
โดยเฉพาะเมื่อต้องการต้มไข่คราวละมากๆ เช่น ต้มไข่ทำไข่พะโล้ หรือใช้รับประทานกับขนมจีนน้ำยา ไข่อาจกระทบกันจนเปลือกแตกร้าวก่อนสุกได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไข่ที่เปลือกไม่มีรอยร้าว เปลือกสะอาด ใส่น้ำให้ท่วมไข่ทั้งหมดและให้ใช้น้ำเย็นตั้งแต่เริ่มต้น

วิธีง่ายๆเพื่อป้องกันไข่แตกร้าวคือ
1. ใส่น้ำมะนาวลงในน้ำที่ต้มสักเล็กน้อย น้ำมะนาวจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ไหลออกจากเปลือก
2. ใส่เกลือในน้ำที่ต้มประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ไหลออกมาตามรอยแตก

++ต้มไข่ให้ไข่แดงเป็นยางมะตูม
การจะต้มไข่ให้เป็นไข่ต้มสุกแข็งทั้งฟองหรือมีไข่แดงเป็นยางมะตูม ขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ต้ม ถ้าต้องการให้ไข่แดงเป็นยางมะตูม ให้ใส่ไข่ในน้ำเย็น นำไปตั้งไฟจนเดือด จับเวลาตั้งแต่เริ่มประมาณ 10 นาที แล้วตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น

++ทอดไข่ดาวให้น่ารับประทาน
ใส่น้ำมันในกระทะก้นลึกพอประมาณ ตั้งไฟจนน้ำมันร้อนแต่ไม่ร้อนจัด ต่อยไข่ใส่ถ้วยก่อนใส่ในกระทะ แล้วรีบตะแคงกระทะให้ไข่จมในน้ำมัน ใช้ตะหลิวหรือช้อนตักไข่ขาวขึ้นปิดไข่แดง ทอดพอเหลืองแล้วตักขึ้น จะได้ไข่ดาวที่กรอบเหลืองและไข่แดงเป็นยางมะตูม

++ทอดไข่ดาวให้สวย
นอกจากทอดไข่ดาวโดยใช้น้ำมันแล้ว ยังสามารถทอดไข่โดยใช้น้ำได้ด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมไขมันหรือน้ำหนัก เคล็ดลับง่ายๆคือ ให้ใส่น้ำส้มสายชูลงในน้ำที่ทอดสัก 1-2 หยด เพื่อให้ไข่จับตัวกันเร็วขึ้น ไข่ดาวน้ำที่ได้จะนุ่มสวยน่ารับประทาน
mita
เคล็ดลับการทอดอาหาร

1. อุณหภูมิของน้ำมันที่เหมาะสมในการทอดอาหารจะอยู่ที่ประมาณ 325-375 อาศาฟาห์เรนไฮต์ แต่ถ้าไม่มีหม้อทอดไฟฟ้าอาจเช็คว่าน้ำมันร้อนได้ที่หรือยัง โดยใช้ตะเกียบไม้จุ่มลงในน้ำมัน ถ้ามีฟองปุดๆ รอบตะเกียบแสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว หรือถ้าใช้วิธีทดสอบแบบฝรั่ง ให้เอาชิ้นขนมปังขนาด 1 นิ้วลงทอด ถ้าขนมปังเป็นสีน้ำตาลแสดงว่าอุณหภูมิน้ำมันจะอยู่ประมาณ 365 องศาฟาห์เรนไฮต์ อย่างไรก็ตาม เวลาใส่ชิ้นอาหารลงไป อุณหภูมิของน้ำมันจะลดลง ต้องปรับไฟเพิ่มเพื่อให้น้ำมันร้อนขึ้น มิฉะนั้นอาหารจะอมน้ำมัน

2. น้ำมันที่เหมาะสมจะใช้ในการทอดควรเป็นน้ำมันที่มีจุดเกิดควัน (Smoking Point) สูงๆ เช่น น้ำมันถั่วลิสงน้ำมันคาโนลา น้ำมันข้าวโพด ส่วนน้ำมันงา น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันที่จุดเกิดควันต่ำ และมีราคาแพง ไม่ควรนำมาใช้ในการทอดอาหาร

3. อาหารที่จะนำลงทอดต้องวางทิ้งไว้ให้มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้องก่อน เพื่อป้องกันอุณหภูมิของน้ำมันทอลดลงเร็ว และลดการกระเด็นของน้ำมันได้ และถ้าชิ้นอาหารเปียกก็ให้ใช้กระดาษทิชชูซับให้แห้งก่อนลงทอด ถ้าเป็นอาหารที่หมักซอสก็ให้สะเด็ดซอสออกก่อน หรือถ้าชุบแป้งขนมปังควรตบเบาๆ ให้ขนมปังส่วนเศษๆ หลุดออกไปก่อนลงทอด

4. ปริมาณน้ำมันที่เทในช่วงแรกต้องเพียงพอกับการทอด ไม่ใช่ต้องมาเติมระหว่างทอด เพราะจะทำให้ อุณหภูมิลดลง และมีผลให้ชิ้นอาหารอมน้ำมันทันที

5. น้ำมันที่ใช้ทอดสามารถนำกลับมาใช้อีกได้แต่ถ้าถูกความร้อนแล้วเกิดเป็นควันโขมง หรือสีเข้มมากๆ หรือกลิ่นหืนมากแล้ว ควรเททิ้งไป

6. การทอดไม่ให้ชิ้นอาหารอมน้ำมัน คือต้องพยายามทอดไฟแรง และไม่ใส่ชิ้นอาหารปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้อุณหภูมิของน้ำมันลดลง อย่างไรก็ตามต้องควบคุมอุณหภูมิให้ดี เพราะถ้าไฟแรงเกินไปจะทำให้ผิวอาหารด้านนอกสุกเร็ว ในขณะที่ข้างในยังดิบอยู่ อาหารที่นำมาลงทอดต้องมีขนาดชิ้นเท่าๆ กัน

7. อย่าปรุงรสชาติอาหารในขณะที่ทำการทอด ควรจะหมักไว้ก่อน หรือทอดให้เสร็จจึงโรยเครื่องปรุง

8. อย่าใช้ส้อมจิ้มอาหารขณะทอด เพราะความชื้นภายในเนื้ออาหารจะออกมา ทำให้เนื้อข้างในแข็งกระด้าง และน้ำมันจะแทรกเข้าไปในเนื้ออาหาร

9. เมื่อทอดอาหารเสร็จแล้วให้วางไว้บนกระดาษซับน้ำมัน อย่าวางทับกัน พอซับด้านหนึ่งแล้วก็ให้ซับอีกด้านหนึ่ง

mita
เทคนิคการเลือกซื้อของ สดสด


จำพวกเนื้อโค เนื้อกระบือ เราจะนิยมทานเนื้อโคมากกว่าเพราะเนื้อโคนิ่ม ทำอาหารแล้วไม่เหนียวและอร่อยกว่า จึงควรสังเกตว่า เนื้อโคต่างจากเนื้อกระบืออย่างไร เนื้อโค จะมีสีแดงสดกว่าเนื้อกระบือซึ่งมีสีแดงเข้มและสีคล้ำกว่า ถ้าเนื้อโคสดจะไม่เขียวและเนื้อแน่น เอานิ้วกดแล้วไม่บุ๋ม ตัดแล้ววางทิ้งไว้จะมีน้ำสีแดงสดออกมา มันจะเป็นสีขาว แต่ถ้าเป็นวัวแก่จะมีพังผืดเส้นใยเต็มไปหมด ถ้าเราจะนำไปผัดควรซื้อเนื้อสัน ถ้าแกงควรใช้เนื้อสะโพก จะทำเนื้อตุ๋น ควรจะซื้อเนื้อปนมันแข็งนิดๆ หรือมีเอ็นติดบ้างเล็กน้อย เคี่ยวแล้วจะอร่อยกว่าเนื้อล้วนๆ


เนื้อหมู ควรเลือกที่มีสีชมพู หรือเนื้อแดงและมีมันสีขาว ถ้าน้ำมันหมูมีสีค่อนข้างเหลืองจะเป็นหมูแก่ เนื้อสันใน สันนอก นิยมเอาไปผัดไปแกง ถ้าทำหมูบะช่อควรใช้หมูปนมันเล็กน้อย จึงจะนุ่มนวลไม่กระด้าง เนื้อหมูส่วนสะโพกจะเป็นก้อนใหญ่ไม่มีมัน และพังผืดมาก เหมาะที่จะนำไปทำลาย


เป็ดและไก่ เลือกที่เนื้อหน้าอกแข็งไม่นุ่มมือ ซึ่งแสดงว่าไม่สด อกไก่จะมีเนื้อเป็นสีขาว ใต้หนังมีมันสีเหลือง ตายังสดและใส รอยเชือดที่คอ ไม่เป็นสีเขียวและไม่มีกลิ่น เป็ด ไก่ ที่ไม่สด จะเป็นสีเขียว เนื้อนุ่ม ถ้าต้องการไก่อ่อน ดูที่ปลายจมูกจะอ่อนนุ่ม กดกระดูกที่อกจะงดได้ หงอนเกลี้ยง ตีนอ่อนนุ่ม เดือยสั้น หนังบาง ปากไม่แข็งนัก ขางอน และแข้งจะดูลื่นเป็นมัน ห่านหรือนกสีสด ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน


ปูทะเล ควรหาซื้อจากเจ้าที่ขายของทะเลโดยตรง เพราะเขาจะสั่งประจำและส่งมาใหม่ทุกวันเอามือแหย่ที่ตาปู ถ้ายังไม่ตายจะกระดุกกระดิกได้ ถ้าปูตายแล้วเนื้อตะโพรก นำมาประกอบอาหารจะไม่มีรส ควรเลือกตัวที่หนักๆ เนื้อแน่น เช่นเดียวกับปูม้า แต่ปูม้ามักจะเป็นปูตายแล้ว จึงควรเลือกซื้อจากที่มาใหม่ๆ และแช่ในน้ำแข็งหรือเครื่องทำความเย็นไว้


ปลาต่างๆ ถ้าสด ผิวจะเรียบเป็นมัน เกล็ดปลาไม่หลุดลุ่ย เหงือกยังเป็นสีแดงสด ตายังแจ่มใส ไม่จมลึก เนื้อแน่นไม่เหลว สีไม่ซีด


หอย ถ้าสดฝาจะเปิดสนิท ถ้าเผยอ แม้แต่น้อยไม่ควรซื้อ


ไข่ ถ้าใหม่สดดี เปลือกจะบางและขรุขระเล็กน้อย (คือไม่เรียบเป็นมัน และสีคล้ำซึ่งแสดงว่าเป็นไข่เก่า) ถ้าเขย่าเบาๆ จะไม่คลอน ไม่ควรเลือกไข่ที่เปรอะเปื้อนหรือมีขี้เป็ดขี้ไก่ติดอยู่ เพราะเชื้อโรคจากสิ่งสกปรก อาจจะเข้าไปได้


หมูแฮม หมูแฮมที่ดีคือหมูแฮมที่ทำจากตอนต้นขาที่มีเนื้อมาก ถ้าใหม่จะสังเกตจากผิวที่ยังดูสดนุ่ม เนื้อจะเป็นสีชมพูหรือสีแดงอ่อนๆ และยังนิ่มมันจะขาวดี ถ้าเก่าหรือเก็บไว้นานแล้ว ผิวจะแข็ง สีหมอง มันไม่ขาวสะอาด


ส่วนจำพวกผักต่างๆ ทั้งชนิดใบและหัวนั้น ควรซื้อผักที่เก็บมาใหม่รสจะอร่อยและมีประโยชน์มากกว่าผักที่ค้างแล้วจะเหี่ยวซีด ผักอ่อนปรุงอาหารอร่อยกว่าผักแก่ ผักบางอย่าง สด อวบ และ ขาวสะอาด จนไม่มีรอยแหว่งวิ่นเลยอาจจะเป็นเพราะแก่ยาฆ่าแมลง จึงควรดูว่า ผักนั้นไม่งามจะผิดปกติ มีรอยแมลงแทะหนอนบ่อนข้างเล็กน้อย เฉพาะรายนอก ดูเป็นธรรมชาติจึงจะปลอดภัย ไม่มียาฆ่าแมลงที่เป็นพิษต่อร่างกาย ไม่ควรซื้อผักมาไว้ครั้งละมากนัก กะซื้อเฉพาะรับประทานในวันหนึ่งๆ จะได้ของสดๆ ใหม่ๆ


นอกจากพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ซื้อเก็บตู้เย็นไว้หลายๆ วันได้ แล้วหาผักมาประกอบอาหารเป็นรายวัน เท่านี้คุณก็ได้รับประทานอาหารสดสด

mita

เคล็ดลับการรับประทานอาหาร เพิ่มอกอึ๋ม


ใครจะนึกบ้างว่า หน้าอกของเราจะมีรูปทรงสวยได้นั้น เกิดจากพื้นฐานง่ายๆ นั่นคือการรับประทานอาหารค่ะ

เรื่องนี้ได้มาจากการบรรยายของ เภสัชกรหญิงนันทวดี พิทยาพิบูลย์พงษ์ ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจความงามและสุขภาพ บริษัท Venus aesthetic ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาหน้าอก และให้บริการเกี่ยวกับการเพิ่มขนาดหน้าอก ซึ่งทำให้ทราบว่า การที่หน้าอกหย่อนไม่ได้รูปนั้น เกิดจากอิลาสตินคอลลาเจน (เนื้อเยื่อตรงฐานอกซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้หน้าอกมีความยืดหยุ่นและคงตัว) ไม่แข็งแรง และสาเหตุที่ไม่แข็งแรงนั้น ก็เพราะการรับประทานอาหารแบบทุโภชนาการ รวมถึงการอดอาหารลดน้ำหนักที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนประกอบของร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าคือโปรตีนและไขมัน แต่อาหารที่ผู้หญิงนิยมรับประทานกันคือ ผักและผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนของพลังงานทั้งสิ้น แต่ในความจริงแล้วร่างกายของเราต้องมีการสร้างซ่อมตลอดเวลา และวัตถุดิบในการสร้างซ่อมก็มาจากอาหารที่เราบริโภคเข้าไปสู่ร่างกาย ดังนั้น หากเราไม่รับประทานอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปสร้างซ่อมได้ ร่างกายก็จะย่อยเนื้อเยื่อออกมาก่อนแล้วนำกลับไปใหม่ ทำให้ไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่ต้องซ่อมแซมได้ รวมทั้งการย่อยแบบนี้จะทำให้เนื้อเยื่อต่างๆหลวม รวมไปถึงเนื้อเยื่อตรงฐานหน้าอกด้วย และนี่คือคำตอบว่าทำไมหน้าอกของเราจึงหย่อนและไม่กระชับ สาเหตุก็เพราะเรารับประทานอาหารไม่ถูกสัดส่วนนี่เอง
คำแนะนำคือ หากต้องการให้หน้าอกของเรากระชับและตั้งขึ้น จะต้องเปลี่ยนวิธีการบริโภคอาหารเสียใหม่ คือรับประทานให้ครบถ้วน โดยเน้นโปรตีนให้เพียงพอ เพราะการรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอ จะทำให้ร่างกายมีวัตถุดิบในการสร้างซ่อมตัวเอง

สำหรับคนที่กลัวว่ารับประทานอาหารครบถ้วนแล้วจะอ้วน ก็ขออธิบายต่อว่า หมวดที่ทำให้อ้วนนั้นได้แก่ แป้งและน้ำตาล ทั้งสองอย่างนี้ใช้เวลาในการย่อยไม่เกิน 40 นาที เมื่อย่อยเสร็จแล้ว แป้งและน้ำตาล จะอยู่ในรูปกลูโคส ซึ่งเป็นพลังงานหลัก แต่ร่างกายก็ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ ต้องมีตัวพานั่นก็คืออินซูลิน เพราะอินซูลินจะพากลูโคสเข้าสู่เซลล์ของกล้ามเนื้อและเปลี่ยนกลูโคสให้เป็นพลังงาน ถ้าใช้ไม่หมดอินซูลินจะนำกลูโคสที่เหลือไปเปลี่ยนเป็นพลังงานไขมันต่ำ สะสมไว้ในชั้นของไขมัน เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารที่มีแป้ง ของหวาน ขนม จะเป็นการรับประทานที่สะสมไขมันอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยนำส่วนที่สะสมนี้ไปใช้ได้เลย โรคอ้วนจึงเกิดขึ้นกับเรา

วิธีที่จะนำไขมันสะสมออกมาใช้นั้น จะต้องมีโปรตีนเข้าไปช่วย เพราะหากโปรตีนไปปนอยู่กับแป้งและน้ำตาลจะทำให้การย่อยช้าลง เกิดการทยอยเข้าสู่กระแสเลือด อินซูลินจะถูกเรียกมาใช้อย่างช้าๆ ใช้แล้วก็หมดไป โอกาสที่จะนำกลูโคสไปสะสมในชั้นไขมันจะลดลง อีกทั้งโปรตีนจะเรียกฮอร์โมนที่ชื่อกลูคากอนออกมา กลูคากอนจะสามารถนำไขมันเก่ามาใช้เป็นพลังงานได้ด้วย แต่โปรตีนควรรับประทานคู่กับผักด้วย เพราะผักจะช่วยซับเอาไขมันส่วนเกินออกไป อีกทั้งไขมันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการ มากเกินไปด้วย

วิธีรับประทานโปรตีนที่ถูกต้องนั้น ให้ใช้ฝ่ามือของตัวเองชี้วัด กล่าวคือ ในตอนเช้า ควรรับประทานโปรตีน ประมาณ ครึ่งฝ่ามือหรือ ไข่ 1 ลูก ตอนกลางวัน รับประทานโปรตีน 3/4 ของฝ่ามือ และในตอนเย็น รับประทานโปรตีนให้เท่ากับ 1 ฝ่ามือ เหตุที่ต้องรับประทานโปรตีนให้มากในช่วงเย็นนั้น เพราะ 70% ของร่างกายจะถูกซ่อมแซมขณะที่เรานอนหลับ ส่วนคนที่นอนน้อย อย่างเช่น นอนตอนตี 1 แต่รับประทานมื้อเย็นไปเมื่อเวลา 18.00 น. นั้น ปกติร่างกายของเราควรมีการเติมอาหารทุกๆ 4 ชั่วโมง ดังนั้น หากเกิดกรณีนี้ในช่วง สี่ทุ่ม ร่างกายของเราจะย่อยอาหารเรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลานี้จึงควรทานอะไรเพิ่มเติมเข้าไปและขอแนะนำว่าให้เป็นเรื่องของโปรตีนเท่านั้น เช่น นมหรือน้ำเต้าหู้ เพราะจะได้นำไปเก็บเป็นวัตถุดิบในการสร้างซ่อมได้

การรับประทานให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง หน้าอกกระชับได้รูปมากขึ้นแล้ว หากต้องการทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นโดยการใช้ทรีตเม้นต์และนวัตกรรมจากสถาบันที่เชื่อถือได้ คุณก็จะประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ถ้าคิดว่าเพียงแค่ต้องการให้หน้าอกคงความกระชับได้รูป การรับประทานอาหารและออกกำลังกาย บริหารหน้าอก ใส่ชุดชั้นในอย่างถูกต้องก็คงจะเพียงพอแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะพอใจแค่ไหน แต่ถึงอย่างไร หากคุณเลือกในสิ่งที่มีคุณค่าให้กับตัวของคุณได้เองตั้งแต่วันนี้ คุณก็จะสวย สดใส มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ


mita
29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์


คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่ แต่เพราะตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นทำให้
เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้!! อยากให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป แถมมีกระดูกที่แข็งแรง และมี
พลังมากกว่านี้บ้างมั้ยล่ะ ลองเติมสุดยอดอาหารเหล่านี้ลงในเมนูของคุณดูสิ...

สดใสดูอ่อนกว่าวัย Stay looking young

เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อย 1 อย่าง เป็นประจำทุกวัน ก็
จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ เงางาม ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกาย

1. บลูเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น ขอแนะนำให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู

2. พริกหยวก : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่างมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม พริกแดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์
มหาศาลจากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ดจากฝีมือของคุณเองอีก

3. กะหล่ำปลี : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและเบตาแคโร
ทีนที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารมื้อค่ำสำหรับตัวคุณเองแล้ว

4. วอลนัท : ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร ลองโรยวอล
นัทลงบนสลัดหรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ

5. แอปริคอท : สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอทช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา ช่วยในการมอง
เห็นได้ดี ใส่แอปริคอทลงไปในสตูว์ไก่ ผสมกับขิงและอบเชยให้ได้กลิ่นอายแบบโมร็อคโค

6. อะโวคาโด : การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิด
จากแสงแดด เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี บดอะโวคาโดโรยหน้าโอ๊ตเค้กเป็นของทานเล่นดู
ก็ได้

7. สตรอเบอร์รี่ : วิตามินซีและ สารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดผลไม้สีแดงสดทรงเสน่ห์แบบนี้ เพียงแช่เย็นไว้จิ้มกินกับเกลือตอนนั่งดูทีวีก็เพลินดีไม่น้อย

8. เต้าหู้ : หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้ เพราะในเต้าหู้มีสารที่จะ
ช่วยคืนสภาพผิวและป้องกันรอยเหี่ยวย่น ลองผัดรวมกับผักกรอบๆ หรือทำเป็นต้มจืดเอาไว้ทานเป็นมื้อเย็นนอกจากจะช่วยคืนสภาพผิวแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

9. ข้าวโอ๊ต : เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยลดอาการตึงเครียด จึงทำ
ให้รอยเหี่ยวย่นน้อยลง เพียง โรยข้าวโอ๊ตลงบนมูสลี่ หรือนมอุ่นๆ ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยแค่นี้ก็ทานได้
แล้ว กระชุ่มกระชวยเหมือนแรกสาว

Stay feeling young

10. กระเทียม : สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย ล้างพิษ และป้องกันไวรัสจากโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง อาหารไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว

11. แครนเบอร์รี่ : ผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ชะงัดอีกด้วย อาจจะทำเป็นแยมไว้รับประทานกับขนมปังหรือทำเป็นซอสแครนเบอร์รี่ไว้ทาไก่หรือเนื้อย่างก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

12. ลินสีด : ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ร่างกายใช้ในการสร้าง
ฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติป้องกันอาการอักเสบ ลองเติมลงในน้ำปั่นหรือโรยหน้าสลัดดูก็ได้นะ

13. กีวี : วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวีช่วยในการไหลเวียนของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับ
ระบบหายใจ เช่น โรคหืด หอบ หั่นกีวีเป็นลูกเต๋าเสียบไม้กับมะม่วงหรือกล้วย ทาด้วยน้ำผึ้ง แล้วนำไป
ย่าง อาจจะได้รสชาติแปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง

14. ลูกพลัม : อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง นำลูกพลัมไปเคี่ยวกับน้ำส้ม และโรยลงไปบนมูสลี่ หรือจะกินเล่น เป็นขนมขบเคี้ยวก็ไม่มีใครว่า

15. กล้วย : เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร
แล้วยังช่วยลดอาการท้องผูก แค่ผสมเข้ากับนม น้ำผึ้ง และอัลมอนด์ ก็จะได้อาหารเช้าที่แสนอร่อย

16. ส้ม : การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้มจะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำ
วิตามินซีในส้มยังช่วยป้องกันและเยียวยาโรคหวัด นอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่าย
ด้วย

17. ข้าวกล้อง : ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่ เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีสที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกายโดยการให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบสีจัดจ้านของข้าวกล้องก็สามารถหุงข้าวกล้องรวมกับข้าวสวยได้

18. มะเขือม่วง : เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้อง
สมองของคุณจากการถูกทำลาย เพื่อคงความฉลาดหลักแหลมของคุณไว้ ลองนำมะเขือม่วงไปทำแกง หรือรับประทานกับข้าวกล้องก็อร่อยไม่เบา

แข็งแรงได้ใจ Stay healthy!

จากการศึกษาพบว่า อะไรก็ตามที่คุณรับประทานเข้าไป มีโอกาสที่จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดี
ขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ เพื่อให้อัตราการเสี่ยงของคุณลดน้อยลง ลองอาหารพวกนี้ดูสิ

19. ลูกพรุน : โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดและลดระดับความดันเลือด ซึ่งทั้ง
สองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี

20. คะน้า : ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า จากการวิจัยพบว่าสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ ฮืม...ม เลือกผัดคะน้าปลาเค็ม เป็นเมนูมื้อ
กลางวันดีกว่า (อ้อ อย่าลืมทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)

21. ผักโขม : คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับประทานใบอ่อนของผักโขมในสลัด จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม

22. ราสเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อ
ร้ายได้ ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลวแล้วไปแช่เย็นดูสิ

23. ถั่วงอก : สารประกอบ ที่พบในถั่วงอก สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอก
ยังประกอบด้วยสารอาหารในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็กๆ น้อยๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือนถั่วงอกผัดกับเต้าหู้ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่เบา

24. บล็อคโคลี่ : การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง
20% และยังมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัด หรือผัดกับกุ้งสดก็ไม่เลว

25. บีทรูท : เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็ง รับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง

26. องุ่นแดง : จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน และดักจับไขมันในเลือดที่จะเป็น
อันตรายต่อเส้นเลือดแดงของคุณ ใส่องุ่นแดงลงในสลัดหรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ

27. ปลาที่มีไขมัน : แซลมอน หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากมาย อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของสมอง ว่ากันว่าให้เด็กๆ กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง ปลาย่างราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี

28. มะเขือเทศ : สารไลโคพีนี (lycopene) ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูก
หมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วยให้ผิวสวยอย่าบอกใครเลยเชียวล่ะ
เลือกเอาเลยว่าคุณอยากจะใส่มะเขือเทศลงในอาหารอะไรบ้าง

29. หัวหอม : หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ซอยเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว หรือซอยใส่อาหารประเภทยำช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีทีเดียว
mita
6 สุดยอดอาหารยืดชีวิตให้ยืนยาว




อาหารที่ดีต่อสุขภาพมีคุณสมบัติในการต่อต้านความร่วงโรยของวัย มันอาจไม่ทำให้คนตายฟื้นคืนได้ แต่จะทำให้ภูมิคุ้มกันของคุณแข็งแกร่งขึ้น ช่วยคุณต่อสู้โรคร้าย และทำให้คุณอายุยืนยาวขึ้นได้

1. คาโมมายล์
คุณสมบัติ เป็นพืชในตระกูลเดซี่ และดอกของมันมีคุณสมบัติในการรักษาโรค
ประโยชน์ คาโมมายล์ทำหน้าที่คลายกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยลดความเครียดและอาการตึงตัว และเมื่อคุณครียดน้อย คุณก็มีโอกาสน้อยลงที่จะเกิดโรคหัวใจที่เนื่องมาจากความเครียด คาโมมายล์ยังช่วยล้างพิษในร่างกายด้วยการช่วยไตในการขับถ่ายของเสีย
กินอย่างไร การดื่มชาคาโมมายล์เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและได้ผลดี

2. ปลาเนื้อมัน
คุณสมบัติ ปลาเนื้อมันๆอย่างเช่น ปลาแซลมอนหรือแม็กเคอเรล (ปลาซาบะ) มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณสูง
ประโยชน์ ปลาชนิดนี้ช่วยลดระดับไขมันในเลือดและป้องกันเส้นเลือดอุดตัน และลมปัจจุบัน
กินอย่างไร จะกินดิบๆ (ซาซิมิหรือซูชิ) หรือนึ่ง ย่าง ทอด ก็ได้ทั้งนั้น

3. มะนาว
คุณสมบัติ มะนาวอุดมด้วยวิตามินซี
ประโยชน์ มะนาวไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ แต่กรดในน้ำมะนาว ยังมีคุณสมบัติในการต่อสู้กับแบคทีเรียและช่วยป้องกันอาการเจ็บคอและแผลในปากได้อย่างดี
กินอย่างไร การเติมน้ำมะนาวลงในอาหาร ไม่เพียงแต่จะทำให้ได้คุณประโยชน์ แต่ยังชูรสอาหารได้เกือบทุกอย่าง

4. หัวหอม
คุณสมบัติ อุดมด้วยวิตามินซีและแอนตี้ออกซิเดนท์อย่างซัลเฟอร์และเควอซีติน
ประโยชน์ มันอาจทำให้ลมหายใจของคุณมีกลิ่น แต่ก็ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับการหายใจได้หลายอย่าง เนื่องจากหัวหอมช่วยปกป้องร่างกายจากโรคหอบหืด และโรคที่เกิดจากการอักเสบอื่นๆและที่มากไปกว่านั้นก็คือ หัวหอมทำให้ระดับไขมันดีในร่างกายเพิ่มขึ้น และช่วยปกป้องมะเร็งด้วย
กินอย่างไร ถึงแม้มันอาจทำให้ลมหายใจของคุณมีกลิน แต่วิธีที่ดีที่สุดในการได้รับคุณค่าจากหัวหอมก็คือ การกินดิบๆ

5. ข้าวโอ๊ต
คุณสมบัติ ข้าวโอ๊ตอุดมด้วยแคลเซียม และเส้นใยอาหารแบบละลายในน้ำและไม่ละลาย
ประโยชน์ ถ้าคุณต้องการมีฟันสวยแข็งแรงตลอดกาลข้าวโอ๊ตช่วยได้ นอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังช่วยให้กระดูกแข็งแรงและเส้นใยอาหารในข้าวโอ๊ตยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต และต่อสู้มะเร็งลำไส้
กินอย่างไร ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปหรือโจ๊กข้าวโอ๊ต เป็นอาหารแสนอร่อยและได้คุณค่า

6. มะเขือเทศ
คุณสมบัติ มะเขือเทศมีไลโคปีนที่เป็นแอนตี้ออกซิเดนต์อันทรงอำนาจ
ประโยชน์ มะเขือเทศทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแกร่ง ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งต่อมลูกหมาก ปอดและกระเพาะอาหาร
กินอย่างไร มะเขือเทศจะให้คุณค่าสูงสุดเมื่อปรุงให้สุกด้วยความร้อน เพราะจะมีไลโคปินเพิ่มขึ้นมากกว่ามะเขือเทศสดอย่างเช่น มะเขือเทศกระป๋องมีไลโคปินมากกว่ามะเขือเทศสดถึง 3 เท่า และซอสมะเขือเทศก็ให้ไลโคปินมากกว่าถึง 5 เท่าเลยทีเดียว
mita

ผิวสวย หน้าใส ด้วยมะพร้าว




ทราบหรือไม่ว่า มะพร้าวก็สามารถทำให้ผิวสวย หน้าใส ได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...

- อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด

น้ำมะพร้าวถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ (Natural Mineral Drink) เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีอีกด้วย

- ชะลออาการอัลไซเมอร์

การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่ม น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วย

- ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย (คล้ายๆ กับการดีท็อกซ์) จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

- สปอร์ตดริ๊งค์จากธรรมชาติ

เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ (Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีผิวสวย หน้าใส ก็ดื่มน้ำมะพร้าวกันดูได้.

ที่มา เดลินิวส์

ปล. ถ้าเป็นเบาหวาน ให้ พิจารณา ก่อน รับประทาน เพระ ระดับน้ำตาลในเลือด จะ สูงเร็วกกว่าปกติ
ผู้มาเยือน
cm104.gif rolleyes.gif banana.gif วันนี้มาอย่างนักวิชาการเน่อเจ๊า 080402cool_prv.gif 080402cool_prv.gif ขอบคุณเจ๊าสำหรับสิ่งดีๆ 080402cool_prv.gif 080402cool_prv.gif
ละอ่อนหางดง
cm39.gif ขอบคุณเจ้าป้ามิตี่เอาสิ่งดี ๆ มาแบ่งปั๋นกั๋นหื้อฮับฮู้............
pyaipyu2004
นี่คือ "วิชากิน" อิๆ

กินเพื่อสุขภาพแต๊ๆ
ManopR

เข้ามาเก็บเกี่ยว 080402cool_prv.gif

mita
QUOTE(pyaipyu2004 @ Jun 7 2008, 16:45) *
นี่คือ "วิชากิน" อิๆ

กินเพื่อสุขภาพแต๊ๆ


สาระ ผ่อง อ้าย เด๋วเป็นว่า ป้าไร้ สาระ อิอิ
mita
QUOTE(ละอ่อนหางดง @ Jun 7 2008, 15:25) *
cm39.gif ขอบคุณเจ้าป้ามิตี่เอาสิ่งดี ๆ มาแบ่งปั๋นกั๋นหื้อฮับฮู้............



ยินดีเจ้า
mita
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 7 2008, 13:28) *
cm104.gif rolleyes.gif banana.gif วันนี้มาอย่างนักวิชาการเน่อเจ๊า 080402cool_prv.gif 080402cool_prv.gif ขอบคุณเจ๊าสำหรับสิ่งดีๆ 080402cool_prv.gif 080402cool_prv.gif



เอาหน่ะ เมินๆๆ มา แบบนี้ กำ
mita
QUOTE(ManopR @ Jun 7 2008, 18:08) *
เข้ามาเก็บเกี่ยว 080402cool_prv.gif



ยินดีเจ้า อ้ายมานพ
Sweet Vampire
อยู่ดี กินดี ชีวิตมีสุขเนาะเจ้า ปี้มิตา ...
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......