ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: นักศึกษา แอบหนีเรียนช่วงบ่ายให้ นอภ.เมือง จัดการ
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > News Zone > ข่าวประจำวัน
ผู้สื่อข่าวออนไลน์
นักศึกษา แอบหนีเรียนช่วงบ่ายให้ นอภ.เมือง จัดการ

รองผกก.เสนอให้จำกัดร้านเกมส์ในเชียงใหม่ ปัจจุบันมีจำนวนมากเกินความจำเป็น นักเรียนหนีเรียนไปมั่วสุมเล่น เสียอนาคต ผู้ปกครองเดือดร้อน ยากต่อการควบคุม รองผวจ.รับยังหาข้อยุติเรื่องเวลาปิดไม่ได้ มอบเรื่องให้นายอำเภอเมือง สอดส่องกวดขัน


ผู้สื่อข่าวรายงานจากการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย จ.เชียงใหม่ ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการกลาง ศาลากลางจังหวัด เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นายชุมพร แสงมณี ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธาน มีการพิจารณาเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง พ.ต.ท.อรรถจ์ มณีตระกูลทอง รอง ผกก.(ป.)สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เสนอต่อที่ประชุมเห็นควรให้มีการจำกัดร้านเกมส์ที่เปิดให้บริการในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากเกินความจำเป็น ทำให้เด็กและเยาวชนหนีเรียนไปมั่วสุมเล่นเกมส์ในร้าน จนติดงอมแงมเสียการเรียน เด็กบางคนไม่ยอมกลับบ้าน เล่นเกมส์จนดึก ผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อน

นางเรณู ทวิศรี หน.หน่วยสารวัตรนักเรียน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการออกตรวจความประพฤตินักเรียนนักศึกษา ในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า มีนักเรียนนักศึกษาทั้งชายและหญิงชอบหนีการเรียนในช่วงบ่าย ไปเล่นเกมส์ตามร้านต่างๆ ทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียนนักศึกษาได้มีการว่ากล่าวตักเตือน บางครั้งต้องเรียกผู้ปกครองนักเรียนมารับทราบพฤติกรรมของเด็กที่ประพฤติไม่เหมาะสม พร้อมทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อไม่ให้มีการประพฤติผิดหนีเรียนอีก

นายชุมพรยอมรับว่า เรื่องร้านเกมส์ที่เปิดกันจำนวนมากขณะนี้ ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นจริง ได้มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ในเรื่องของเวลาการปิดร้านเกมส์ ซึ่งบางคนเสนอว่าให้ปิดเวลา 24 น. บางคนมีความเห็นแย้งว่าน่าจะเป็นเวลา 23 น. ในความเห็นของตนเห็นว่าปิดในเวลา 23 น.เหมาะสมที่สุด จะได้มีการพิจารณาหาข้อยุติอีกครั้งหนึ่ง สำหรับเรื่องเด็กนักเรียนนักศึกษาหนีเรียนเข้าไปมั่วสุมเล่นเกมส์ ในเบื้องต้นมอบให้ นายศักดิ์ชัย จ.ผลิต นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้สอดส่องดูแลให้เข้มงวดกวดขันมากขึ้น.

ที่มา :
เจ้าของร้านเกมส์
มันก็เรื่องจริงนั่นล่ะครับไม่ขอเถียง นักศึกษาเหล่านี้ปกติ บางกลุ่มไม่เล่นเกมส์ก็ออกมามั่วสุมกันตาม หอพัก หรือร้านค้าต่างๆ อยู่แล้ว แล้วเจ้าของร้านเกมส์จะยุ่งกับลูกค้ามากไป ถามมากไป จะมีลูกค้าที่ไหนชอบล่ะครับ อีกอย่างนักศึกษาที่กล่าวมาผมคิดว่าจะอายุ เกิน 18 ปี แล้วก็เท่ากับว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่หากอายุต่ำกว่า 18 ปีอันนี้ก็ว่ากันไปตามกฎหมายนะครับ

หากอยากแก้ไขเรื่องพวกนี้มีอย่างเดียวกำหนด กฎหมายให้ชัดเจน จัดการเรื่องส่วยให้ได้ ตั้งชุดจัดระเบียบช่วยเหลือร้านเกมส์ให้ปฎิบัติถูกต้องเหมือนกันทุกที่ ทุกอำเภอ จัดการจับกุมดำเนินคดี ร้านที่ทำผิดกฎหมายให้เฉียบขาด รุนแรง ถ้าทำได้แบบนี้ ร้านที่ชอบทำผิดกฎหมาย ร้านที่ชอบลักไก่ก็จะหายไป ก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมา ส่วนเรื่องควบคุมร้านเกมส์ เกี่ยวกับการเปิดสถานบริการ อันนี้ไม่เห็นด้วยครับ เพราะคนเราจะทำมาหากิน ร้านเยอะแต่ธุรกิจดำเนินไปแล้วขาดทุน ใครจะอยู่ได้ล่ะครับ มันก็เจ้งตามระบบของมันอยู่แล้ว ที่ๆ อยู่ได้ตอนนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวด มีการเลือกปฎิบัติ หรือ ปัญหาเจ้าที่ไม่เพียงพอ ทำให้มีปัญหาตามมาไม่หยุดย่อน

.... ว่าแต่จะแก้ได้ หรือทำได้หรือครับ คนไทยชอบแตกแยก ขัดแย้ง เอาเปรียบ กลั่นแกล้ง หน่วยงานของรัฐยังไม่สามัคคีกันเลย แล้วนับประสาอะไรจะมา ช่วยเหลือร้านเกมส์ ยิ่งออกกฎหมายมา ก็ยิ่งเปิดช่องให้ตำรวจ รีดไถมากขึ้น ปัญหาเอาเปรียบในเชิงธุรกิจก็จะมีตามมา ปัญหา ....
ผู้มาเยือน
เด็กหนีเรียน
ถึงไม่มีร้านเกมส์ มันก็ยังหนีเรียนอยู่ดี
สมัยก่อนเมื่อ 20 - 30 ปี ก่อน ไม่มีร้านเกมส์ อย่าบอกนะว่าเด็กไม่หนีเรียน
มันอยู่ที่พฤติกรรมครับ ขนาด พ่อ+แม่ ยังเอาไม่อยู่
นับประสาอะไรกับ เจ้าของร้านเกมส์จะห้ามได้
เขาทำตามกฏหมายทุกอย่างก็ยังโดน
ทำไมไม่บังคับใช้กฏหมายให้รุนแรงไปเลย ร้านไหนผิดก็ปิดร้าน จับปรับเจ้าของร้านไป
แต่ให้เปิด 24 ชม ไปเลย
แล้วเด็กเดี๋ยวนี้ก็ใช่เล่น ทั้งกวน ทั้งนิสัยเสีย ไม่รู้ใครสั่งสอนมา
พอมีปัญหาก็อ้างว่าตัวเป็นเด็ก พ่อ+แม่ก็ให้ท้ายเข้าำไป เด็กมันถึงได้ใจ เสียนิสัย
อย่างกับข่าวที่ออก ทีวี เมื่อไม่นาน ที่เด็กกับแม่เด็กไปแจ้งความ ว่าอาจารย์ถีบ
ถ้าเป็นสมัยก่อนนะเหรอ ไปบอก พ่อ+แม่ ว่าโดนอาจารย์ถีบ จะโดนถีบซ้ำอีกละไม่ว่า
เด็กถึงกลัวครู และได้ดิบได้ดีกัน
เจ้าของร้านคนหนึ่ง
ก่อนอื่นผมขอเกริ่นนำสักนิดหน่อย เดิมผมรับราชการรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฯ แห่งหนึ่ง มา 14 ปี ช่วงทำงานก็ได้มีโอกาสไปทำด้าน IT ในหน่วยงานซึ่งส่วนตัวก็ชอบและถนัด ก็ตัดสินใจเบนเข็มเรียนต่อด้าน วทบ.คอมฯ ก็หวังๆจะได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่ถนัด และเจริญในหน้าที่การงาน ในช่วงเรียนต่อยังไม่จบนั้นพอดีหน่วยงานเปิดสอบตำแหน่งทางคอมฯ ก็ตัดสินใจสอบ ผลก็ได้ตามประสงค์ ก็ได้ปรับตำแหน่งย้ายไปบรรจุการไฟฟ้าจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งตำแหน่งนี้มี 1 คนในแต่ละหน่วยงานเท่านั้น จนมาถึง ปี 2544 ผมต้องนอนพักรักษาตัว รพ. ด้วยโรคช่องไขกระดูกสันหลังตีบและหมอนรองกระดูกแตกกดทับรากประสาท เป็นการรักษาโดยการผ่าตัดครั้งที่ 4 ในรอบ 14 ปี ซึ่งครั้งนี้นอน รพ. นานมาก เกือบๆ ครึ่งปี รวมไปถึงกายภาพบำบัด พักต่อที่บ้าน เดินไม่ได้เลยครับ ใช้เหล็กพยุงตัวเดิน 4 ขา ตลอด รวมๆ ลาป่วยเกือบ 1 ปี ซึ่งตอนนั้นทำใจว่าตนเองต้องทุพพลภาพแน่นอน เลยปรึกษาทางครอบครัวเข้าโครงการเกษียรอายุก่อนราชการ ซึ่งลึกๆคงไม่ประสงค์จะลาออกงานประจำหรอกนะครับ แต่อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงหน่วยงาน ทำงานไม่เต็มที่ ลาออกครับ จบ.

นั่นคือที่มาเริ่มอาชีพใหม่ เจ้าของกิจการร้านเน็ตฯ ซึ่ง 2544 ผมได้หางานประเภทเจ้าของธุรกิจคนเดียวมาเยอะ บังเอิญมาเจอเพื่อน ก็เจ้าของเดิมร้านผมปัจจุบันนี้ละ เซ้งให้ ก็เอาเงินเกษียรนั่นละมาเซ้งครับ เหลือเก็บนิดหน่อย บริการอินเตอร์เน็ต ถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม อย่างเดียวเลยครับไม่มีเกมส์คอม เกมส์ออนไลน์เลย เน็ตก็ต่อ Modem 56 k ตัวเดียว รายได้ก็ ok นะถือว่ารายรับคุ้มค่าเหนื่อย เพียงแต่ไม่มียศตำแหน่งเท่านั้น จากนั้นประมาณ 1-2 ปี ก็ประมาณ 2545 - 2546 ตลาดลูกค้าอินเตอร์เน็ตเริ่มเบาบางลงไป ด้วยเหตผลหลัก คือ Ragnarok เริ่มฮิต จาก Server เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเตอร์. แล้วมาจบที่ Server ไทย ร้านอินเตอร์เน็ตพัฒนาขึ้นมากจากการรองรับเกมส์ออนไลน์นี้ เช่น เครื่องคอมต้องแรง อินเตอร์เน็ตเริ่มเล่น ISDN ลีดไลน์ แล้วมายุค ADSL ซึ่ง กระทรวง ICT ตอนนั้นก็มีแผนพัฒนาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสู่ชุมชน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในราคาถูก จากนั้นเกมส์ออนไลน์ต่างประเทศก็เริ่มทำตลาดในไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสันกว่า 30 ราย จนข่าวก็ออกประจำว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์ทำเงินได้ปีละหลายพันล้านบาท. โดยมีส่วนประกอบหลายส่วน เช่น ผู้นำเข้าเกมส์ ผู้ให้บริการเกมส์ ผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ต&เกมส์ ผู้ใช้บริการ เป็นเบื้องต้น จนเกิดเหตการปัญหาเด็กติดเกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมตามมาผู้ปกครอง ผู้รักษากฏหมาย ผู้ออกกฏหมาย ฯลฯ จึงต้องเร่งออกมาแก้ไข ตามที่หลายฝ่ายกำลังหาทางออกให้กับสังคมไทยในปัจจุบัน.

หากเราย้อนเหตการณ์ไปเปรียบเทียบในอดีตจากการที่มีการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และสังคม เช่น ยุคโทรทัศน์สี ยุควีดีโอ ยุดวีซีดี/ดีวีดี ยุคมือถือ แล้วมายุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ปัจจัยหลายๆด้านที่เกี่ยวข้องก็จะพัฒนาไปในแนวทิศทางเดียวกัน ขับเคลื่อนไปพร้อมกันอย่างมีระบบ ผลกระทบก็ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ยุคโทรทัศน์สี คนจะติดบ้านมากขึ้นเพราะดูแล้วสนุกสวยงามกว่าขาวดำ ชัดเจนขึ้นเป็นหลายเท่า ได้ยินคนติดทีวีมากขึ้น สถานีโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น งานโฆษณา อาชีพแสดง อาชีพพิธีกร เกมส์โชว์ ตลก แม้กระทั่งประเทศพัฒนาแล้ว เช่น USA ก็มีข่าวติดทีวี โรคอ้วน ดูหนังรุนแรง จนไปกระทบสภาพสังคม เหมือนกัน มาถึงยุควีดีโอ-วีซีดี-ดีวีดี ก็เป็นผลต่อเนื่องจากยุคโทรทัศน์ เป็นอุปกรณ์เสริม เพิ่มความบรรเทิงในที่อยู่อาศัย ขยายสู่สถานประกอบการ เช่น หนัง เพลง คาราโอเกะ โฮมเทียเตอร์ ช่วงนี้ยุคทองความบันเทิง บริษัทยักษ์ใหญ่ทำเงินมหาศาล ด้านเพลง หนัง คาราโกะ นักร้อง ห้องอาหาร สถานบันเทิงผุดดอกเห็ด ข่าวร้ายเริ่มเห็น เช่น โรงหนังเดิมๆหายไปจากประเทศไทย ไม่มีหนังกลางแปลง ธุรกิจวีดีโอม้วนเสื่อ ยาเสพติดระบาดสถานบันเทิง เยาวชนติดเหล้า ติดบุหรี่ เสพความบันเทิงกลางคืน ผนวกยุคมือถือเข้ามาอีก การติดต่อสื่อสารสะดวกยิ่งขึ้น ผนวกยุคอินเทรน คือ ยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สารสนเทศทุกๆอย่างที่กล่าวมาล้วนใช้งานบนอินเตอร์เน็ตได้หมด สรุป คือ Edutainment Center เป็นการพัฒนาด้านเครื่องมือสื่อสารไร้พรมแดน เปิดทุกๆอย่าง ทั้งด้านแผนการพัฒนาประเทศ ระบบราชการ เอกชน ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา แม้กระทั่งเด็กเล็ก แทรกซึมเป็นปัจจัยหลักในการดำรงค์ชีวิตในสังคมไปโดยปริยาย

มาถึงปัญหาร้านอินเตอร์เน็ตและเกมส์ปัจจุบัน จริงๆ ปัญหามีมานานละครับ สมัย 2545 - 2546 แล้วละครับ ยุคRagnarok เฟื่องฟู ส่วนเกี่ยวข้องก็ช่วยกันแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์มา หลายรัฐบาล ก็มีหลากหลายสูตร ทั้ง พรบ.เทปฯ กฏกระทรวง กฏหมายเกี่ยวข้องเยาวชน หน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ผมก็เห็นด้วยกับการเอาใจใส่เด็ก ตอนนี้ พรบ. ความผิดคอมฯ มาใหม่อีก พรบ.วีดีทัศน์อีก ถ้าจะพูดกันตรงๆในการแก้ปัญหาระยะยาวเลยนะครับ ต้องปลุกฝังเยาวชนเริ่มแต่บัดนี้ เปรียบเทียบยุคผมเป็นเด็กกลัวคุณครูมากๆ ยุคไม้เรียวนะครับ คุณครู คือ ผู้สร้างเราให้เป็นไปตามกฏศีลธรรมอันดี และฝังคุณธรรมนั้นไปจนตาย ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ กับ คุณงามความดีของคุณครูยุคนั้นที่สั่งสอนผมมา ปัจจุบันยุคพูดด้วยเหตุด้วยผลมันก็ใช้ได้นะครับแต่กะคนที่พร้อมเท่านั้น คนไม่พร้อมยังงัยๆ มันก็ไม่ค่อยจะฟัง ยิ่งไม้เรียวหายไปจากสังคมการศึกษา ยิ่งปลูกฝังศีลธรรมได้ไม่ลึกเท่าที่ควร การแข่งขันสูง เรื่องการสอบแข่งขันเรียนต่อในระดับต่างๆ ธุรกิจการศึกษามีผลเกี่ยวเนื่อง คนจน ยังงัยๆ ก็สู้คนรวยไม่ได้ เพราะโอกาส ถามว่าประเทศไทยมีคนจนเท่าไร่ ??? แล้วลูกหลานเขาละ พูดก็พูดตอนนี้ลูกค้าผม ชั้นประถมมาใช้บริการ ส่วนมากพกมือถืออะ อึ้งเลย ผู้ปกครองทำงานก่อสร้างซื้อให้เพื่อติดต่อกัน เข้าใจว่าจะโทรหาว่ากลับถึงบ้านยัง อยู่ไหน ความเป็นห่วงของพ่อแม่นะ ด้วยอาชีพที่ไม่เอื้อต่อการอยู่ด้วยกัน การเร่งทำงานเกินเวลาแลกเงินค่าแรง มันเป็นปัจจัยเกี่ยวเนื่องกันหมด ถ้าเด็กคนนี้มีจริยธรรม มีศีลธรรมประจำตัว ไปที่ไหนเขาก็รอดละครับ ไม่ตกเป็นเหยื่อโลกาภิวัฒน์ เหยื่อความเจริญทางวัตถุ ถามว่าแล้วความเจริญภาคส่วนนี้จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้น หรือพัฒนาได้ไหม มันก็ไม่ได้ เพราะเป็นผลการพัฒนาประเทศจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ นั่นละครับ การปลูกฝังภาคส่วนเยาวชน ผู้ปกครอง ต้องระดมเร่งให้เป็นผลโดยเร็ว ผู้นำเข้าเกมส์ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบสังคม ผู้ให้บริการเกมส์ต้องเล่นตามกฏกติกามารยาท ผู้รักษากฏหมายต้องยุติธรรม สุดท้ายต้องมีการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเพื่อทำงานร่วมกันไปในแนวทางเดียวกันอย่างมีระบบ ยุติธรรม เท่าเทียมกัน ......



หนาวน้ำค้าง
QUOTE(เจ้าของร้านคนหนึ่ง @ Jun 5 2008, 13:27) *
ก่อนอื่นผมขอเกริ่นนำสักนิดหน่อย เดิมผมรับราชการรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฯ แห่งหนึ่ง มา 14 ปี ช่วงทำงานก็ได้มีโอกาสไปทำด้าน IT ในหน่วยงานซึ่งส่วนตัวก็ชอบและถนัด ก็ตัดสินใจเบนเข็มเรียนต่อด้าน วทบ.คอมฯ ก็หวังๆจะได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่ถนัด และเจริญในหน้าที่การงาน ในช่วงเรียนต่อยังไม่จบนั้นพอดีหน่วยงานเปิดสอบตำแหน่งทางคอมฯ ก็ตัดสินใจสอบ ผลก็ได้ตามประสงค์ ก็ได้ปรับตำแหน่งย้ายไปบรรจุการไฟฟ้าจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งตำแหน่งนี้มี 1 คนในแต่ละหน่วยงานเท่านั้น จนมาถึง ปี 2544 ผมต้องนอนพักรักษาตัว รพ. ด้วยโรคช่องไขกระดูกสันหลังตีบและหมอนรองกระดูกแตกกดทับรากประสาท เป็นการรักษาโดยการผ่าตัดครั้งที่ 4 ในรอบ 14 ปี ซึ่งครั้งนี้นอน รพ. นานมาก เกือบๆ ครึ่งปี รวมไปถึงกายภาพบำบัด พักต่อที่บ้าน เดินไม่ได้เลยครับ ใช้เหล็กพยุงตัวเดิน 4 ขา ตลอด รวมๆ ลาป่วยเกือบ 1 ปี ซึ่งตอนนั้นทำใจว่าตนเองต้องทุพพลภาพแน่นอน เลยปรึกษาทางครอบครัวเข้าโครงการเกษียรอายุก่อนราชการ ซึ่งลึกๆคงไม่ประสงค์จะลาออกงานประจำหรอกนะครับ แต่อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงหน่วยงาน ทำงานไม่เต็มที่ ลาออกครับ จบ.

นั่นคือที่มาเริ่มอาชีพใหม่ เจ้าของกิจการร้านเน็ตฯ ซึ่ง 2544 ผมได้หางานประเภทเจ้าของธุรกิจคนเดียวมาเยอะ บังเอิญมาเจอเพื่อน ก็เจ้าของเดิมร้านผมปัจจุบันนี้ละ เซ้งให้ ก็เอาเงินเกษียรนั่นละมาเซ้งครับ เหลือเก็บนิดหน่อย บริการอินเตอร์เน็ต ถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม อย่างเดียวเลยครับไม่มีเกมส์คอม เกมส์ออนไลน์เลย เน็ตก็ต่อ Modem 56 k ตัวเดียว รายได้ก็ ok นะถือว่ารายรับคุ้มค่าเหนื่อย เพียงแต่ไม่มียศตำแหน่งเท่านั้น จากนั้นประมาณ 1-2 ปี ก็ประมาณ 2545 - 2546 ตลาดลูกค้าอินเตอร์เน็ตเริ่มเบาบางลงไป ด้วยเหตผลหลัก คือ Ragnarok เริ่มฮิต จาก Server เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเตอร์. แล้วมาจบที่ Server ไทย ร้านอินเตอร์เน็ตพัฒนาขึ้นมากจากการรองรับเกมส์ออนไลน์นี้ เช่น เครื่องคอมต้องแรง อินเตอร์เน็ตเริ่มเล่น ISDN ลีดไลน์ แล้วมายุค ADSL ซึ่ง กระทรวง ICT ตอนนั้นก็มีแผนพัฒนาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสู่ชุมชน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในราคาถูก จากนั้นเกมส์ออนไลน์ต่างประเทศก็เริ่มทำตลาดในไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสันกว่า 30 ราย จนข่าวก็ออกประจำว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์ทำเงินได้ปีละหลายพันล้านบาท. โดยมีส่วนประกอบหลายส่วน เช่น ผู้นำเข้าเกมส์ ผู้ให้บริการเกมส์ ผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ต&เกมส์ ผู้ใช้บริการ เป็นเบื้องต้น จนเกิดเหตการปัญหาเด็กติดเกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมตามมาผู้ปกครอง ผู้รักษากฏหมาย ผู้ออกกฏหมาย ฯลฯ จึงต้องเร่งออกมาแก้ไข ตามที่หลายฝ่ายกำลังหาทางออกให้กับสังคมไทยในปัจจุบัน.

หากเราย้อนเหตการณ์ไปเปรียบเทียบในอดีตจากการที่มีการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และสังคม เช่น ยุคโทรทัศน์สี ยุควีดีโอ ยุดวีซีดี/ดีวีดี ยุคมือถือ แล้วมายุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ปัจจัยหลายๆด้านที่เกี่ยวข้องก็จะพัฒนาไปในแนวทิศทางเดียวกัน ขับเคลื่อนไปพร้อมกันอย่างมีระบบ ผลกระทบก็ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ยุคโทรทัศน์สี คนจะติดบ้านมากขึ้นเพราะดูแล้วสนุกสวยงามกว่าขาวดำ ชัดเจนขึ้นเป็นหลายเท่า ได้ยินคนติดทีวีมากขึ้น สถานีโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น งานโฆษณา อาชีพแสดง อาชีพพิธีกร เกมส์โชว์ ตลก แม้กระทั่งประเทศพัฒนาแล้ว เช่น USA ก็มีข่าวติดทีวี โรคอ้วน ดูหนังรุนแรง จนไปกระทบสภาพสังคม เหมือนกัน มาถึงยุควีดีโอ-วีซีดี-ดีวีดี ก็เป็นผลต่อเนื่องจากยุคโทรทัศน์ เป็นอุปกรณ์เสริม เพิ่มความบรรเทิงในที่อยู่อาศัย ขยายสู่สถานประกอบการ เช่น หนัง เพลง คาราโอเกะ โฮมเทียเตอร์ ช่วงนี้ยุคทองความบันเทิง บริษัทยักษ์ใหญ่ทำเงินมหาศาล ด้านเพลง หนัง คาราโกะ นักร้อง ห้องอาหาร สถานบันเทิงผุดดอกเห็ด ข่าวร้ายเริ่มเห็น เช่น โรงหนังเดิมๆหายไปจากประเทศไทย ไม่มีหนังกลางแปลง ธุรกิจวีดีโอม้วนเสื่อ ยาเสพติดระบาดสถานบันเทิง เยาวชนติดเหล้า ติดบุหรี่ เสพความบันเทิงกลางคืน ผนวกยุคมือถือเข้ามาอีก การติดต่อสื่อสารสะดวกยิ่งขึ้น ผนวกยุคอินเทรน คือ ยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สารสนเทศทุกๆอย่างที่กล่าวมาล้วนใช้งานบนอินเตอร์เน็ตได้หมด สรุป คือ Edutainment Center เป็นการพัฒนาด้านเครื่องมือสื่อสารไร้พรมแดน เปิดทุกๆอย่าง ทั้งด้านแผนการพัฒนาประเทศ ระบบราชการ เอกชน ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา แม้กระทั่งเด็กเล็ก แทรกซึมเป็นปัจจัยหลักในการดำรงค์ชีวิตในสังคมไปโดยปริยาย

มาถึงปัญหาร้านอินเตอร์เน็ตและเกมส์ปัจจุบัน จริงๆ ปัญหามีมานานละครับ สมัย 2545 - 2546 แล้วละครับ ยุคRagnarok เฟื่องฟู ส่วนเกี่ยวข้องก็ช่วยกันแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์มา หลายรัฐบาล ก็มีหลากหลายสูตร ทั้ง พรบ.เทปฯ กฏกระทรวง กฏหมายเกี่ยวข้องเยาวชน หน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ผมก็เห็นด้วยกับการเอาใจใส่เด็ก ตอนนี้ พรบ. ความผิดคอมฯ มาใหม่อีก พรบ.วีดีทัศน์อีก ถ้าจะพูดกันตรงๆในการแก้ปัญหาระยะยาวเลยนะครับ ต้องปลุกฝังเยาวชนเริ่มแต่บัดนี้ เปรียบเทียบยุคผมเป็นเด็กกลัวคุณครูมากๆ ยุคไม้เรียวนะครับ คุณครู คือ ผู้สร้างเราให้เป็นไปตามกฏศีลธรรมอันดี และฝังคุณธรรมนั้นไปจนตาย ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ กับ คุณงามความดีของคุณครูยุคนั้นที่สั่งสอนผมมา ปัจจุบันยุคพูดด้วยเหตุด้วยผลมันก็ใช้ได้นะครับแต่กะคนที่พร้อมเท่านั้น คนไม่พร้อมยังงัยๆ มันก็ไม่ค่อยจะฟัง ยิ่งไม้เรียวหายไปจากสังคมการศึกษา ยิ่งปลูกฝังศีลธรรมได้ไม่ลึกเท่าที่ควร การแข่งขันสูง เรื่องการสอบแข่งขันเรียนต่อในระดับต่างๆ ธุรกิจการศึกษามีผลเกี่ยวเนื่อง คนจน ยังงัยๆ ก็สู้คนรวยไม่ได้ เพราะโอกาส ถามว่าประเทศไทยมีคนจนเท่าไร่ ??? แล้วลูกหลานเขาละ พูดก็พูดตอนนี้ลูกค้าผม ชั้นประถมมาใช้บริการ ส่วนมากพกมือถืออะ อึ้งเลย ผู้ปกครองทำงานก่อสร้างซื้อให้เพื่อติดต่อกัน เข้าใจว่าจะโทรหาว่ากลับถึงบ้านยัง อยู่ไหน ความเป็นห่วงของพ่อแม่นะ ด้วยอาชีพที่ไม่เอื้อต่อการอยู่ด้วยกัน การเร่งทำงานเกินเวลาแลกเงินค่าแรง มันเป็นปัจจัยเกี่ยวเนื่องกันหมด ถ้าเด็กคนนี้มีจริยธรรม มีศีลธรรมประจำตัว ไปที่ไหนเขาก็รอดละครับ ไม่ตกเป็นเหยื่อโลกาภิวัฒน์ เหยื่อความเจริญทางวัตถุ ถามว่าแล้วความเจริญภาคส่วนนี้จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้น หรือพัฒนาได้ไหม มันก็ไม่ได้ เพราะเป็นผลการพัฒนาประเทศจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ นั่นละครับ การปลูกฝังภาคส่วนเยาวชน ผู้ปกครอง ต้องระดมเร่งให้เป็นผลโดยเร็ว ผู้นำเข้าเกมส์ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบสังคม ผู้ให้บริการเกมส์ต้องเล่นตามกฏกติกามารยาท ผู้รักษากฏหมายต้องยุติธรรม สุดท้ายต้องมีการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเพื่อทำงานร่วมกันไปในแนวทางเดียวกันอย่างมีระบบ ยุติธรรม เท่าเทียมกัน ......



WOWW...!!!!!

post มายาวขนาดนี้ จะมีคนอ่านไหมนี่ ก็จริงอย่างที่ว่าละนะ แต่ในความเห็นของเราคิดว่า อย่าโทษสังคมเลย

ทุกอย่างมันแก้ได้จากในบ้านจะ หากพ่อแม่ให้เวลากับลูกมากสักหน่อย ใส่ใจสักนิดหนึ่ง ดีกว่ามัวแต่หาเงินหามรุ่งหามค่ำ

ปัญหาเด็กแก้ควรแก้ที่พฤติกรรมของ พ่อแม่ และครู อาจารย์ด้วยจ้ะ ว่าจะโน้มน้าวหรือเลี้ยงดูลูกให้ไปในทิศทางที่ดีอย่างไร

โลก Cyber มีอะไรที่เด็กอยากรู้อยากเห็นมากว่าเกมส์เยอะ

โลก Cyber มีทั้งสองด้านทั้งสว่างและมืด อย่าปิดกั้นเด็ก หรือแก้ปัญหาสังคมเพื่อความสะใจเพียงอย่างเดียว



เห็นด้วยกับอ้ายต้อม
QUOTE(เจ้าของร้านคนหนึ่ง @ Jun 5 2008, 13:27) *
ก่อนอื่นผมขอเกริ่นนำสักนิดหน่อย เดิมผมรับราชการรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฯ แห่งหนึ่ง มา 14 ปี ช่วงทำงานก็ได้มีโอกาสไปทำด้าน IT ในหน่วยงานซึ่งส่วนตัวก็ชอบและถนัด ก็ตัดสินใจเบนเข็มเรียนต่อด้าน วทบ.คอมฯ ก็หวังๆจะได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่ถนัด และเจริญในหน้าที่การงาน ในช่วงเรียนต่อยังไม่จบนั้นพอดีหน่วยงานเปิดสอบตำแหน่งทางคอมฯ ก็ตัดสินใจสอบ ผลก็ได้ตามประสงค์ ก็ได้ปรับตำแหน่งย้ายไปบรรจุการไฟฟ้าจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งตำแหน่งนี้มี 1 คนในแต่ละหน่วยงานเท่านั้น จนมาถึง ปี 2544 ผมต้องนอนพักรักษาตัว รพ. ด้วยโรคช่องไขกระดูกสันหลังตีบและหมอนรองกระดูกแตกกดทับรากประสาท เป็นการรักษาโดยการผ่าตัดครั้งที่ 4 ในรอบ 14 ปี ซึ่งครั้งนี้นอน รพ. นานมาก เกือบๆ ครึ่งปี รวมไปถึงกายภาพบำบัด พักต่อที่บ้าน เดินไม่ได้เลยครับ ใช้เหล็กพยุงตัวเดิน 4 ขา ตลอด รวมๆ ลาป่วยเกือบ 1 ปี ซึ่งตอนนั้นทำใจว่าตนเองต้องทุพพลภาพแน่นอน เลยปรึกษาทางครอบครัวเข้าโครงการเกษียรอายุก่อนราชการ ซึ่งลึกๆคงไม่ประสงค์จะลาออกงานประจำหรอกนะครับ แต่อยู่ไปก็เป็นตัวถ่วงหน่วยงาน ทำงานไม่เต็มที่ ลาออกครับ จบ.

นั่นคือที่มาเริ่มอาชีพใหม่ เจ้าของกิจการร้านเน็ตฯ ซึ่ง 2544 ผมได้หางานประเภทเจ้าของธุรกิจคนเดียวมาเยอะ บังเอิญมาเจอเพื่อน ก็เจ้าของเดิมร้านผมปัจจุบันนี้ละ เซ้งให้ ก็เอาเงินเกษียรนั่นละมาเซ้งครับ เหลือเก็บนิดหน่อย บริการอินเตอร์เน็ต ถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม อย่างเดียวเลยครับไม่มีเกมส์คอม เกมส์ออนไลน์เลย เน็ตก็ต่อ Modem 56 k ตัวเดียว รายได้ก็ ok นะถือว่ารายรับคุ้มค่าเหนื่อย เพียงแต่ไม่มียศตำแหน่งเท่านั้น จากนั้นประมาณ 1-2 ปี ก็ประมาณ 2545 - 2546 ตลาดลูกค้าอินเตอร์เน็ตเริ่มเบาบางลงไป ด้วยเหตผลหลัก คือ Ragnarok เริ่มฮิต จาก Server เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเตอร์. แล้วมาจบที่ Server ไทย ร้านอินเตอร์เน็ตพัฒนาขึ้นมากจากการรองรับเกมส์ออนไลน์นี้ เช่น เครื่องคอมต้องแรง อินเตอร์เน็ตเริ่มเล่น ISDN ลีดไลน์ แล้วมายุค ADSL ซึ่ง กระทรวง ICT ตอนนั้นก็มีแผนพัฒนาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสู่ชุมชน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในราคาถูก จากนั้นเกมส์ออนไลน์ต่างประเทศก็เริ่มทำตลาดในไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสันกว่า 30 ราย จนข่าวก็ออกประจำว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์ทำเงินได้ปีละหลายพันล้านบาท. โดยมีส่วนประกอบหลายส่วน เช่น ผู้นำเข้าเกมส์ ผู้ให้บริการเกมส์ ผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ต&เกมส์ ผู้ใช้บริการ เป็นเบื้องต้น จนเกิดเหตการปัญหาเด็กติดเกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมตามมาผู้ปกครอง ผู้รักษากฏหมาย ผู้ออกกฏหมาย ฯลฯ จึงต้องเร่งออกมาแก้ไข ตามที่หลายฝ่ายกำลังหาทางออกให้กับสังคมไทยในปัจจุบัน.

หากเราย้อนเหตการณ์ไปเปรียบเทียบในอดีตจากการที่มีการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และสังคม เช่น ยุคโทรทัศน์สี ยุควีดีโอ ยุดวีซีดี/ดีวีดี ยุคมือถือ แล้วมายุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ปัจจัยหลายๆด้านที่เกี่ยวข้องก็จะพัฒนาไปในแนวทิศทางเดียวกัน ขับเคลื่อนไปพร้อมกันอย่างมีระบบ ผลกระทบก็ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ยุคโทรทัศน์สี คนจะติดบ้านมากขึ้นเพราะดูแล้วสนุกสวยงามกว่าขาวดำ ชัดเจนขึ้นเป็นหลายเท่า ได้ยินคนติดทีวีมากขึ้น สถานีโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น งานโฆษณา อาชีพแสดง อาชีพพิธีกร เกมส์โชว์ ตลก แม้กระทั่งประเทศพัฒนาแล้ว เช่น USA ก็มีข่าวติดทีวี โรคอ้วน ดูหนังรุนแรง จนไปกระทบสภาพสังคม เหมือนกัน มาถึงยุควีดีโอ-วีซีดี-ดีวีดี ก็เป็นผลต่อเนื่องจากยุคโทรทัศน์ เป็นอุปกรณ์เสริม เพิ่มความบรรเทิงในที่อยู่อาศัย ขยายสู่สถานประกอบการ เช่น หนัง เพลง คาราโอเกะ โฮมเทียเตอร์ ช่วงนี้ยุคทองความบันเทิง บริษัทยักษ์ใหญ่ทำเงินมหาศาล ด้านเพลง หนัง คาราโกะ นักร้อง ห้องอาหาร สถานบันเทิงผุดดอกเห็ด ข่าวร้ายเริ่มเห็น เช่น โรงหนังเดิมๆหายไปจากประเทศไทย ไม่มีหนังกลางแปลง ธุรกิจวีดีโอม้วนเสื่อ ยาเสพติดระบาดสถานบันเทิง เยาวชนติดเหล้า ติดบุหรี่ เสพความบันเทิงกลางคืน ผนวกยุคมือถือเข้ามาอีก การติดต่อสื่อสารสะดวกยิ่งขึ้น ผนวกยุคอินเทรน คือ ยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สารสนเทศทุกๆอย่างที่กล่าวมาล้วนใช้งานบนอินเตอร์เน็ตได้หมด สรุป คือ Edutainment Center เป็นการพัฒนาด้านเครื่องมือสื่อสารไร้พรมแดน เปิดทุกๆอย่าง ทั้งด้านแผนการพัฒนาประเทศ ระบบราชการ เอกชน ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา แม้กระทั่งเด็กเล็ก แทรกซึมเป็นปัจจัยหลักในการดำรงค์ชีวิตในสังคมไปโดยปริยาย

มาถึงปัญหาร้านอินเตอร์เน็ตและเกมส์ปัจจุบัน จริงๆ ปัญหามีมานานละครับ สมัย 2545 - 2546 แล้วละครับ ยุคRagnarok เฟื่องฟู ส่วนเกี่ยวข้องก็ช่วยกันแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์มา หลายรัฐบาล ก็มีหลากหลายสูตร ทั้ง พรบ.เทปฯ กฏกระทรวง กฏหมายเกี่ยวข้องเยาวชน หน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ผมก็เห็นด้วยกับการเอาใจใส่เด็ก ตอนนี้ พรบ. ความผิดคอมฯ มาใหม่อีก พรบ.วีดีทัศน์อีก ถ้าจะพูดกันตรงๆในการแก้ปัญหาระยะยาวเลยนะครับ ต้องปลุกฝังเยาวชนเริ่มแต่บัดนี้ เปรียบเทียบยุคผมเป็นเด็กกลัวคุณครูมากๆ ยุคไม้เรียวนะครับ คุณครู คือ ผู้สร้างเราให้เป็นไปตามกฏศีลธรรมอันดี และฝังคุณธรรมนั้นไปจนตาย ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ กับ คุณงามความดีของคุณครูยุคนั้นที่สั่งสอนผมมา ปัจจุบันยุคพูดด้วยเหตุด้วยผลมันก็ใช้ได้นะครับแต่กะคนที่พร้อมเท่านั้น คนไม่พร้อมยังงัยๆ มันก็ไม่ค่อยจะฟัง ยิ่งไม้เรียวหายไปจากสังคมการศึกษา ยิ่งปลูกฝังศีลธรรมได้ไม่ลึกเท่าที่ควร การแข่งขันสูง เรื่องการสอบแข่งขันเรียนต่อในระดับต่างๆ ธุรกิจการศึกษามีผลเกี่ยวเนื่อง คนจน ยังงัยๆ ก็สู้คนรวยไม่ได้ เพราะโอกาส ถามว่าประเทศไทยมีคนจนเท่าไร่ ??? แล้วลูกหลานเขาละ พูดก็พูดตอนนี้ลูกค้าผม ชั้นประถมมาใช้บริการ ส่วนมากพกมือถืออะ อึ้งเลย ผู้ปกครองทำงานก่อสร้างซื้อให้เพื่อติดต่อกัน เข้าใจว่าจะโทรหาว่ากลับถึงบ้านยัง อยู่ไหน ความเป็นห่วงของพ่อแม่นะ ด้วยอาชีพที่ไม่เอื้อต่อการอยู่ด้วยกัน การเร่งทำงานเกินเวลาแลกเงินค่าแรง มันเป็นปัจจัยเกี่ยวเนื่องกันหมด ถ้าเด็กคนนี้มีจริยธรรม มีศีลธรรมประจำตัว ไปที่ไหนเขาก็รอดละครับ ไม่ตกเป็นเหยื่อโลกาภิวัฒน์ เหยื่อความเจริญทางวัตถุ ถามว่าแล้วความเจริญภาคส่วนนี้จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้น หรือพัฒนาได้ไหม มันก็ไม่ได้ เพราะเป็นผลการพัฒนาประเทศจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ นั่นละครับ การปลูกฝังภาคส่วนเยาวชน ผู้ปกครอง ต้องระดมเร่งให้เป็นผลโดยเร็ว ผู้นำเข้าเกมส์ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบสังคม ผู้ให้บริการเกมส์ต้องเล่นตามกฏกติกามารยาท ผู้รักษากฏหมายต้องยุติธรรม สุดท้ายต้องมีการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเพื่อทำงานร่วมกันไปในแนวทางเดียวกันอย่างมีระบบ ยุติธรรม เท่าเทียมกัน ......


ไม่แน่ใจว่าจะใช่อ้ายต้อมที่ผมเคยรู้จักละเปล่า....

เห็นด้วยกับความเห็นของอ้ายต้อมครับ สมัยนี้คนในสังคมดิ้นรนกันสูงครับ แม้กระทั่งคนที่มียศลาภสรรเสริญทั้งในหน่วยงานราชการและการเมืองทุกระดับ ทุกคนต่างก็ดิ้นรน เพื่อไขว้ขว้าสิ่งที่ตนเองต้องการทั้งนั้นแหละครับ ในจังหวัดผม ผมเองเคยเห็นขนาดเจ้าหน้าที่บางคนออกตรวจจับร้านเกมส์เพื่อเอาหน้าตัวเองก็มี ทั้งที่ตนเองก็กินส่วยอยู่ เฮ้ออนาจใจสังคมไทยเช่นกันครับ
เปิดร้านเน็ตอยู่
ถ้าจะแก้ ไม่ใช่มาแก้ที่ร้านเน็ตร้านเกมส์ แก้ที่ต้นตอ เช่น กำหนดเวลาปิดเปิด sever เกมส์โน่น ไม่ใช่มากำหนดการเปิด ปิดร้านเกมส์ เพราะร้านเน็ตไม่ใช่จะมีลูกค้าแต่คนมาเล่นเกมส์ แต่ทุกร้านส่วนมากมีบริการอื่น ๆ เสริมด้วย เช่น ค้นหาข้อมูลทางเน็ต ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความรู้ ให้เยาวชนของประเทศชาติมีความรู้ ปริ้นงาน
ถ่ายเอกสาร ร้านผม รับซ่อมคอมไปด้วย

รัฐบาลไทย หัวโบราณ ไม่มีความรู้เรื่อง sever ชอบแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แล้วรู้ไหม คนหากินสุจริตอย่างเปิดร้านอินเตอร์เน็ต จะเดือดร้อนกันแค่ไหน หรือชอบให้มีโจรปล้นฆ่ากันหา ขอถามหน่อย

ทำงานสุจริตไม่ชอบหรืออย่างไร

LinJong
มีปัญหาเพราะเด็กหนีเรียนแล้วมาเล่นเกมส์ ทำไมโรงเรียนไม่ดูนักเรียนให้ดีก่อนล่ะครับ

ปล่อยให้นักเรียนหนีออกนอกโรงเรียนง่ายๆซะงั้น

อาจารย์ฝ่ายปกครองก็มี(ไม่ทราบว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองมัวทำแมวน้ำอะไรอยู่หรอ ?)

ยังปล่อยให้นักเรียนหนีออกนอกโรงเรียนมาง่ายๆ

แล้วสารวัตร นร.ค่อยออกมาจับข้างนอก (เด็กนร.มันมีปัญญาหนีออกนอกโรงเรียนได้ ผมก็เชื่อว่าอาจารย์ก็มีปัญญาไม่ให้มันหนีออกนอกโรงเรียนได้เหมือนกัน)

ถ้าอาจารย์ทำได้ ก็คงไม่มีปัญหาเด็กหนีเรียนออกมาเล่นเกมส์ตอนกลางวันหรอกครับ

ไม่เห็นจะไปจี้โรงเรียนมั่งเลยแฮะ มาจี้แต่ร้านเกมส์ มันหนีเรียนมาไม่ได้มาแต่ร้านเกมส์หรอก

โต๊ะสนุ้ก-หอพัก-ห้าง มันไปหมดแหละครับ แต่ดันมาลงที่ๆเดียว เจริญละ เชียงใหม่







ผู้มาเยือน
สส ยังโดดประชุม เอาไรมากกะเด็กนักเรียน
อีกหน่อยคงไม่มีร้านเกมส์
อีกหน่อยร้านเกมส์ ก็ คงไม่มีแล้ว ล่ะครับเพราะว่าทุกๆเดือนที่ผ่าน มานี่แบกรับค่าใช้จ่าย นับไม่ถ้วน
อยากให้เห็น ใจผู้ประกอบธุรกิจ แบบนี้ ด้วยครับไม่ใช่ว่าดู ที่กระแสข่าวอย่างเดียว
โต๊ะสนุกเกอร์ คาราโอเกะตามห้าง มันมีเยอะแยะไป ไม่ใช่ว่าจะมาโทษร้านเกมส์ อย่าง เดียว
ทุกวันนี้กฎหมายอะไร ต่อมิอะไร มาบังคับ ทุก อย่าง ปิดห้าทุ่ม มันไม่ได้ ช่วยอะไร หรอก ครับ มีแต่จะทำให้ ผู้ประกอบธุรกิจแบบนี้เจ๊ง
อีกหน่อยคงไม่ได้เห็นร้านเกมส์ ในเชียงใหม่อีกแล้ว เพราะว่า ตอนนี้ ก็ ประกาศขายกิจการกันหมดละ

อยากจะบอกว่าช่วงเวลา ตั้งแต่ 4 ทุ่มไปนั้น ลูกค้าที่เป็น เด็ก อายุไม่ถึง 18 มันไม่มีอยู่ แล้ว ครับ แล้วก็ ปฏิบัติ กันมาแบบนี้นาน แล้ว
แล้ว พวกที่เล่นต่อกันได้ นี่ก็ คือ อายุเกิน 20 กันไปด้วยซ้ำ
อยากรู้เหมือน กัน ว่าร้านเกมส์ นั้น มันจะมีอันตราย มากว่าโต๊ะสนุกเกอร์ เหรอ มีอันตราย มากกว่า ร้านเหล้า เหรอ
อยากให้ดู ที่ความเป็น จริง มากว่า อะ ครับ เด็ก อายุไม่ถึง 18 อยู่โต๊ะสนุกเป็นกลุ่ม ดูดบุหรี่กินเหล้า กันตรงนั้นเลย
ร้านเหล้า บางร้าน ไม่ตรวจบัตรก็ มี ถึงตรวจมันก็ ซื้อไปกิน ที่หอ ที่บ้าน อย่างนี้ มันก็ทำให้เสียคนมากกว่าที่จะมานั่งเล่นเกมส์ใช่มั้ย
say
ผมว่า โตๆ กันแล้วครับ

ขึ้นชื่อว่าเปนนักศึกษาแล้ว ไม่ใช่นักเรียน

อีกอย่าง คนเปิดร้านเกม ก็ใช่ว่าเค้าจะเลือกได้

ถ้าไม่มีลูกค้า เค้าก็เดือดร้อน ไม่ได้รับเงินเดือนเหมือนพนักงานบริษัท หรือ ราชการ นะครับ

ผู้มาเยือน
งงว่านักศึกษาไม่น่าเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะอยู่มหาลัย โตๆ กันแล้ว อีกอย่างเรียนมหาลัยมันต่างกับโรงเรียน มันไม่ได้เข้าเรียนยาวทั้งวัน บางวันอาจจะไม่มีเรียนเลยก็ได้

ตรงนี้น่าจะเป็นปัญหาของพวกนักเรียนมากกว่า ซึ่งผมก็เห็นไอ้ปัญหานี้ไม่เห็นจะแก้ได้สักที ไหนว่าผู้ใหญ่ฉลาดกันนักหนาไม่ใช่เหรอ กี่ปีๆ ก็ไม่เห็นจะแก้ปัญหานี้ได้สักที

ผมว่าประเด็นนี้คือการออกกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวด พูดง่ายๆ ตำรวจนั่นแหละ แทนที่จะคุมเข้มให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ดันมารับส่วย กฏหมายกลายเป็นช่องทางหาเงินเข้ากระเป๋าไปซะ

และผมเห็นด้วยกับคนข้างบนที่บอกว่าให้ไปปิด server ดีกว่ามากำหนดเวลาปิดร้าน อย่างนั้นถึงจะควบคุมได้จริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าในทางปฎิบัติจะทำได้จริงหรือไม่ เรื่องหลีกเลี่ยงนี่คนไทยถนัดนัก
กบ
rolleyes.gif งานทำที่บ้าน ได้เงินใช้ฟรี 100$ หลังสมัคร

เพียงกรอกชื่อที่อยู่รับเงิน 100 ดอลลาร์จากประเทศบรูไนฟรีค่าสมัครไม่ต้องกรอกบัญชีเกี่ยวกับธนาคารเลย

ดูข้อมูลการเติบโตได้ที่ http://alexa.com หรือ ตามลิงค์นี้ http://alexa.com/data/details/traffic_details/dubaimlm.com

ดูวิธีสมัครที่ http://thaibiz1.blogspot.com

สมัครที่ http://thaiinetbiz.dubaimlm.com

กบ 087-4425122 , e-mail : kasidit_ratch@windowslive.com

ด่วน! หมดเขต 30 กันยายน 2551 นี้หลังจากนี้ได้รับ 50 ดอลลาร์ ไปใช้ฟรีลองดูน่ะครับ ทางบรูไนส่ง ATM ให้กดเงิน(ประมาณ 3-4 อาทิตย์)

Promote-web ต่อได้ชั้น 1- 25$ ,ชั้น 2-2$”ได้ 50 ขั้น หลังหมดเขตสมัครได้ 50$ , ต่อได้ชั้น 1- 10 ,ชั้น 2- 1$ได้ 50 ขั้น
ผู้มาเยือน...
โทษมันเบาเกินไป เพราะคนที่เปิดรับเด็กเค้าอาจจะคิดอย่างนี้ก็เป็นได้
"ก็เสี่ยงเอาโชคดีก็ไม่โดนจับ โชคร้ายก็โดนจับ เสียเวลานิด เสียเงินหน่อย ไงก็คุ้ม"


มาดูกันว่าเป็นอย่างไร

***ยกตัวอย่าง***

ข้อหา:ยุยงส่งเสริม....(ข้อหาสุดฮิต)
ผล:ทำให้เด็กหนีเรียน+ติดเกม>ไร้การศึกษา>ประเทศชาติไม่เจริญ ฯลฯ
โทษ:จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สมมุติ:ยอมรับสารภาพลดครึ่งหนึ่ง ให้คำให้การที่เป็นประโยชน์ลดอีกครึ่งหนึ่ง ลดไปลดมาแล้วเหลือเท่าไหร่???

ข้อหา:เปิดร้านระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาติ
ผล:ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ค่ากิน ค่าเทอม ค่า.....>ยุบกิจการ(เจ๊ง)
โทษ:ปรับ1-5แสนบาท และปรับอีกวันละ1หมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน
สมมุติ:เปิดร้าน(หลังจากถูกเพิกถอนใบอนุญาติ) 1 วัน โดนปรับ 1 แสน ลดไปลดมาเหลือ 25000 (แต่เหมือนว่า พ.ร.บ.ใหม่ไม่มีลดโทษ) แล้วค่าปรับอีกวันละ 1 หมื่น รวมเป็น 35000 บาท (คร่าวๆ)

....อย่างไหน อย่างไร ผู้รู้ ผู้เห็น ผู้เกี่ยวข้อง คิดเอาเองครับ....

ป.ล. จุดประสงค์คือการเปรียบเทียบให้เห็นถึงบทลงโทษของกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้แนะแนวทางการปฏิบัติแต่อย่างใด
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......