ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: รพ.มหาราชนครเชียงใหม่บริการและดูแลคนไข้ได้แย่มาก มากๆ
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > Community Zone > ร้องเรียน ร้องทุกข์ พบภัยสังคม
หน้า: 1, 2
คนเชียงใหม่
เพื่อนดิฉันได้ป่วยเป็นไข้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา และคิดว่าคงเป็นไข้ธรรมดา
เนื่องจากอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ จึงได้หายาลดไข้เพื่อบรรเทาอาการไข้
ซึ่งเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น...

จนเมื่อ วันจันทร์ที่ 26 พค. 51 ที่ผ่านมา รู้สึกว่าสภาพร่างกายเริ่มไม่ไหว อ่อนเพลีย จึงได้เข้ารับการรักษา
ที่รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ในส่วนของประกันสังคม ทางเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับได้ดีมากๆ ขอชมเชย
และด้านแพทย์ก็คือสั่งยาเดิมๆ ที่เราๆ หาซื้อได้ตามท้องตลาด คือ แก้ไข้ แก้ไอ และแก้อักเสบ

จน วันอังคารที่ 27 พค. 51 อาการไม่ดีขึ้น ไข้สุงกว่าเดิม จึงได้กลับเข้าไปรับการรักษาอีกรอบนึง
คราวนี้แพทย์ได้ขอตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ ผลเลือดออกมาคือ ติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด
ส่วนปัสสาวะปกติ แพทย์จึงได้ทำการเปลี่ยนยาฆ่าเชื้อตัวใหม่ให้

และ วันพุธที่ 28 พค. 51 อาการหนักไปกว่าเดิม ไข้ขึ้นสูงถึง 41 องศา ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการเหนื่อย
เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย แพทย์ก็ได้นำเลือดไปตรวจเพื่อหาเชื้อไข้เลือดออก แต่เมื่อผลออกมาปรากฏว่าไม่พบ
และเมื่อเพื่อนดิฉันได้สอบถามไปว่าเมื่อวันที่ 27 ผลเลือดออกมาว่าติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด
สาเหตุมาจากอะไร คำตอบที่ได้คือ ไม่ขนาดนั้นหรอก และให้กลับไปกินยาที่สั่งให้ให้หมดก่อน
หากหมดแล้วไม่หายให้กลับมาใหม่

ดิฉันไม่เข้าใจว่าในเมื่อเพื่อนดิฉันเค้าถามว่าสาเหตุที่เลือดเค้าติดเชื้อมันมาจากอะไร ทำไมแพทย์
เค้าถึงไม่ชี้แจงไป ทั้งที่ก็เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่เค้าควรจะรู้ แถมไม่พอ ไล่ให้กลับไปกินยาที่ให้จนหมด
ถ้าไม่หายแล้วค่อยมาใหม่ ยาแก้ไข้หมดไปวันนึงแผงกว่า ถ้ากินจนหมด ตับเพื่อนดิฉันไม่เสียพอดีเหรอคะ

ขอฝากทางโรงพยาบาลหน่อยนะคะ การที่คุณต้องการมาตราฐาน iso อะไรของคุณน่ะ
และบุคคลากรบางท่านของคุณยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอแบบนี้ และการที่จะรับผู้ป่วยอาการหนักแบบนี้
เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลซัก 2-3 วัน เพื่อดูอาการมันสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของทางโรงพยาบาลมากเหรอคะ
เมื่อเทียบกันชีวิตคนหนึ่งคน หรือว่าเป็นแค่ผู้ป่วยประกันสังคม ไม่ได้จ่ายเงินสด เลยไม่มีสิทธิพิเศษตรงนี้
ครอบครัวของเพื่อนดิฉันเค้าจึงตัดสินใจพาลูกเค้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และก็ได้รับการดูแลรักษา
เป็นอย่างดี จนตอนนี้อาการไข้ได้ทุเลาลง เพราะได้รับยาฉีดเข้าทางเส้นเลือด และได้เติมน้ำเกลือ
จึงหายจากการอ่อนเพลียไปได้มาก ถ้ามัวแต่รอทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ป่านนี้เพื่อนดิฉันคงแย่ไปกว่าเดิมค่ะ
thacha
อย่าว่าแต่ ร.พ. มหาราชเลยค่ะ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็พาป้าไปหาหมอที่ ร.พ. ชผ ด้วยอาการหืดหอบ หมอได้พ่นยาให้และให้ยากลับมาพ่นเองที่บ้าน และให้ยามาขวดพลาสติกเล็กๆ เหมือนกับว่าจะต้องเอามาผสมใส่ที่พ่นแล้วพ่นเอง...

จะขอนอนพักก็ไม่ให้นอน (ใช้โครงการ 30 บาท) จึงต้องกลับมาที่บ้าน

วันจันทร์อาการหอบกำเริบ ครั้งนี้จึงได้พาไปร.พ.แมคคอร์มิค โชคดีที่เจอหมอที่คุ้นเคยกันมาก่อน จึงได้พ่นยาและให้แอดมิดและดูอาการ

ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ ฯลฯ ปรากฏว่า ป้ามีอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนิดหน่อย จึงได้พักอยู่ที่ ร.พ. 2 คืนจนอาการดีขึ้นและได้กลับมาที่บ้านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ได้จ่ายเองประมาณ 8000 บาท นอนห้องพิเศษ หมอและพยาบาลเอาใจใส่ดีมากค่ะ
(เคยใช้โครงการ 30 บาทที่นี่เหมือนกันแต่โรงพยาบาลยกเลิกโครงการนี้ไปแล้ว...ก่อนหน้านี้นอนห้องรวมก็เอาใจใส่คนไข้ดีเช่นกันค่ะ)
จำปา น้องจำปี พี่จำปูน
ก็จำไว้เป็นบทเรียน จ้า วันหลังไม่ต้องไปใช้บริการอีก
ข่าม
ผมก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกัน เรื่องหมอไม่ค่อยใส่ใจในอาการคนไข้ ชนิดที่ ไม่หัวร้างข้างแตก ขาหัก เลือดท่วมตัว มักจะโดนไล่กลับไปกินยาที่บ้าน

เมื่อกลางเดือนแม่ป่วยความดันสูง ตอนแรกก็จะเอาเข้า มหาราช แต่ผมกังวลว่ากลัวเป็นอะไรมาก แล้วหมอไม่ให้นอนรักษา บ้านก็ไกลจากในเมืองมาก ก่อนหน้านั้น ก็เข้า รพ ประจำ อำเภอมาแล้ว ความดันตั้ง สองร้อยกว่า ยังไม่ให้นอน แถมไม่บอกด้วยซ้ำว่า เป็นความดัน ให้แต่ยาแก้ปวดมากิน อีกวันอาการกำเริบอีก จึงตัดใจพาไป เชียงใหม่ราม เข้ารักษาจนอาการดี นอนสาม คืน หมดไป สองหมื่นกว่า แต่ก็สบายใจ

ทั้งๆ ที่ผมเป็นข้าราชการ มีบัตรเบิกตรง ถ้าเข้า มหาราชก็ไม่ต้องจ่าย แม้แต่บาทเดียว ผมถือว่าชีวิตคนไข้มีค่ามากกว่าเงิน

deemak_mam
เฮ่ยๆๆๆ
ว่ากันไป
ผมเห็นด้วยว่าคุณอาจยังไม่เข้าใจมากอยู่
และยังคิดในแง่ลบค่อนข้างมาก

เอาตั้งแต่วันแรก ที่ไปหาหมอเลยนะครับ
ผมว่ามันก็ไม่ผิดหรอกครับที่ยาจะได้แค่นั้น เพราะโรคที่เพิ่งเป็นใหม่ๆ อาการอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน
ไม่มีหมอที่ไหนสั่งยาแรงๆ ให้ตั้งแต่แรกหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็จะให้ยาพื้นๆ ก่อน เพราะส่วนใหญ่ก็จะหายได้เอง
ยาแก้อักเสบที่ชาวบ้านมักเรียกกันส่วนนึงคือยาฆ่าเชื้อนัี่่นแหละครับ ถ้าให้ยาแรงเกินไปไม่สมกับเชื้อ(ซึ่งตอนแรกนี้ยังไม่รู้หรอกว่าเชื้ออะไร แค่พอเดาได้) ปัญหาที่ตามมาคือการดื้อยาของเชื้อแรงๆ

วันที่สอง บอกว่าเจาะเลือดแล้วมีการติดเชื้อในกระแสเลือด คุณอาจไม่ทราบว่าการเจาะเลือดดังกล่าวเป็นแค่การบอกได้คร่าวๆ เท่านั้นว่าอาจจะติดเชื้อในกระแสเลือด
โดยการตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้จำเพาะเจาะจง และบอกไม่ได้ด้วยว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดไหน การที่หมอเปลี่ยนยาให้ตั้งแต่วันนี้ก็ถือว่าค่อนข้างเร็ว เพราะยาตัวเดิมเพิ่งให้เมื่อวาน

วันที่สาม คุณไม่เข้าใจว่าในเมื่อเพื่อนคุณถามว่าสาเหตุที่เลือดเค้าติดเชื้อมันมาจากอะไร ทำไมแพทย์
เค้าถึงไม่ชี้แจงไป ทั้งที่ก็เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่เค้าควรจะรู้ ซึ่งก็ถูกครับที่ผู้ป่วยควรจะต้องรู้ แต่ในเมื่อยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดก็คงบอกสาเหตุไม่ได้หรอกครับ หรือแม้แต่ว่าติดเชื้อในกระแสเลือดจริงหรือเปล่าก็ยังไม่ชัดเจน

ส่วนการกินยาลดไข้นั้น ถ้ามีไข้ก็ควรจะต้องกินตามที่แพทย์สั่ง ยาพาราเซตามอลแผงหนึ่งมี 10 เม็ด กินขนาดที่แพทย์สั่งอย่างมากก็สองเม็ดทุกสี่ชั่วโมง ซึ่งก็ตรงตามที่คุณเขียนว่าหมดไปแผงกว่า ซึ่งขนาดยาเท่านี้ ไม่ทำให้ตับพังหรอกครับ อย่าเข้าใจผิดคิดไปเองครับ

การที่จะรับผู้ป่วยอาการหนักแบบนี้ =คุณรู้ได้ไงว่าอาการเพื่อคุณหนัก คุณใช้อะไรชี้วัด เอาอาการว่าอย่างเดียวหรือเปล่า

เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลซัก 2-3 วัน เพื่อดูอาการมันสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของทางโรงพยาบาลมากเหรอคะ =อาจสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ซึ่งค่ารักษาอาจต่างกันเป็นสิบเท่าระหว่างนอนกับไม่นอน
แต่โอกาสหายพอๆกัน


หรือว่าเป็นแค่ผู้ป่วยประกันสังคม ไม่ได้จ่ายเงินสด เลยไม่มีสิทธิพิเศษตรงนี้ =โรงพยาบาลมหาราชมีห้องพิเศษให้สำหรับผู้ป่วยประกันสังคมทุกท่าน ถ้าแพทย์ทั้งสามคนเห็นว่าควรจะต้องนอนโรงพยาบาล เพื่อนคุณก็ได้นอนแล้วล่ะครับ

ครอบครัวของเพื่อนดิฉันเค้าจึงตัดสินใจพาลูกเค้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และก็ได้รับการดูแลรักษา
เป็นอย่างดี จนตอนนี้อาการไข้ได้ทุเลาลง เพราะได้รับยาฉีดเข้าทางเส้นเลือด และได้เติมน้ำเกลือ
จึงหายจากการอ่อนเพลียไปได้มาก =ก็ดีแล้วครับที่เพื่อนคุณอาการดีขึ้น ทาง รพ.เอกชนคงไม่ปฏิเสธอยู่แล้วหากคุณต้องการนอน รพ. เพื่อนคุณหมดไปเท่าไหร่ล่ะครับหึหึ

ถ้ามัวแต่รอทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ป่านนี้เพื่อนดิฉันคงแย่ไปกว่าเดิมค่ะ =ถ้านอนรพ.เอกชนหลายวันแล้วรักษาไม่หายหรือหาสาเหตุไม่ได้สักที หรืออาการเป็นหนักมากขึ้น คุณทราบมั้ยครับว่าเค้าจะส่งต่อไปโรงพยาบาลไหน หรือโรงพยาบาลไหนในภาคเหนือที่จะรับคุณเข้ารักษากรณีคุณเป็นหนักมากจนโรงพยาบาลอื่นรับไม่ไหว ถ้าไม่ใช่มหาราชนครเชียงใหม่

ก่อนจะกล่าวหาผู้อื่นเรื่องใด ควรทำความเข้าใจในตัวเค้าก่อน และหาความรู้ก่อนให้มากๆ นะครับ
สิ่งดีๆ อาจจำต้องเสียหาย เพราะการป้ายสีโดยตั้งใจหรือไ่ม่ก็ตาม
ชื่นชม รพ.
ผมก็เคยเอาแม่ไปมา (รพ.ประจำอำเภอ รพ.ประจำจังหวัด ป่าแงะ เขารับอาการไม่ได้)และส่งตัวมาที่ รพ.มหาราชเลย รพ.เขาก็รักษาดีนะ เขาวิเคราะห์อาการทั้งคืนเลยแล้ววันรุ่งขึ้นก็ทำการผ่าตัดเลย ผมขอชมเชย รพ.มหาราชครับ ท่าจะสุดยอด รพ.ละในภาคเหนือนี่น่ะ
mita
QUOTE(ว่ากันไป @ May 31 2008, 15:40) *
ผมเห็นด้วยว่าคุณอาจยังไม่เข้าใจมากอยู่
และยังคิดในแง่ลบค่อนข้างมาก

เอาตั้งแต่วันแรก ที่ไปหาหมอเลยนะครับ
ผมว่ามันก็ไม่ผิดหรอกครับที่ยาจะได้แค่นั้น เพราะโรคที่เพิ่งเป็นใหม่ๆ อาการอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน
ไม่มีหมอที่ไหนสั่งยาแรงๆ ให้ตั้งแต่แรกหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็จะให้ยาพื้นๆ ก่อน เพราะส่วนใหญ่ก็จะหายได้เอง
ยาแก้อักเสบที่ชาวบ้านมักเรียกกันส่วนนึงคือยาฆ่าเชื้อนัี่่นแหละครับ ถ้าให้ยาแรงเกินไปไม่สมกับเชื้อ(ซึ่งตอนแรกนี้ยังไม่รู้หรอกว่าเชื้ออะไร แค่พอเดาได้) ปัญหาที่ตามมาคือการดื้อยาของเชื้อแรงๆ

วันที่สอง บอกว่าเจาะเลือดแล้วมีการติดเชื้อในกระแสเลือด คุณอาจไม่ทราบว่าการเจาะเลือดดังกล่าวเป็นแค่การบอกได้คร่าวๆ เท่านั้นว่าอาจจะติดเชื้อในกระแสเลือด
โดยการตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้จำเพาะเจาะจง และบอกไม่ได้ด้วยว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดไหน การที่หมอเปลี่ยนยาให้ตั้งแต่วันนี้ก็ถือว่าค่อนข้างเร็ว เพราะยาตัวเดิมเพิ่งให้เมื่อวาน

วันที่สาม คุณไม่เข้าใจว่าในเมื่อเพื่อนคุณถามว่าสาเหตุที่เลือดเค้าติดเชื้อมันมาจากอะไร ทำไมแพทย์
เค้าถึงไม่ชี้แจงไป ทั้งที่ก็เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่เค้าควรจะรู้ ซึ่งก็ถูกครับที่ผู้ป่วยควรจะต้องรู้ แต่ในเมื่อยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดก็คงบอกสาเหตุไม่ได้หรอกครับ หรือแม้แต่ว่าติดเชื้อในกระแสเลือดจริงหรือเปล่าก็ยังไม่ชัดเจน

ส่วนการกินยาลดไข้นั้น ถ้ามีไข้ก็ควรจะต้องกินตามที่แพทย์สั่ง ยาพาราเซตามอลแผงหนึ่งมี 10 เม็ด กินขนาดที่แพทย์สั่งอย่างมากก็สองเม็ดทุกสี่ชั่วโมง ซึ่งก็ตรงตามที่คุณเขียนว่าหมดไปแผงกว่า ซึ่งขนาดยาเท่านี้ ไม่ทำให้ตับพังหรอกครับ อย่าเข้าใจผิดคิดไปเองครับ

การที่จะรับผู้ป่วยอาการหนักแบบนี้ =คุณรู้ได้ไงว่าอาการเพื่อคุณหนัก คุณใช้อะไรชี้วัด เอาอาการว่าอย่างเดียวหรือเปล่า

เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลซัก 2-3 วัน เพื่อดูอาการมันสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของทางโรงพยาบาลมากเหรอคะ =อาจสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ซึ่งค่ารักษาอาจต่างกันเป็นสิบเท่าระหว่างนอนกับไม่นอน
แต่โอกาสหายพอๆกัน


หรือว่าเป็นแค่ผู้ป่วยประกันสังคม ไม่ได้จ่ายเงินสด เลยไม่มีสิทธิพิเศษตรงนี้ =โรงพยาบาลมหาราชมีห้องพิเศษให้สำหรับผู้ป่วยประกันสังคมทุกท่าน ถ้าแพทย์ทั้งสามคนเห็นว่าควรจะต้องนอนโรงพยาบาล เพื่อนคุณก็ได้นอนแล้วล่ะครับ

ครอบครัวของเพื่อนดิฉันเค้าจึงตัดสินใจพาลูกเค้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และก็ได้รับการดูแลรักษา
เป็นอย่างดี จนตอนนี้อาการไข้ได้ทุเลาลง เพราะได้รับยาฉีดเข้าทางเส้นเลือด และได้เติมน้ำเกลือ
จึงหายจากการอ่อนเพลียไปได้มาก =ก็ดีแล้วครับที่เพื่อนคุณอาการดีขึ้น ทาง รพ.เอกชนคงไม่ปฏิเสธอยู่แล้วหากคุณต้องการนอน รพ. เพื่อนคุณหมดไปเท่าไหร่ล่ะครับหึหึ

ถ้ามัวแต่รอทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ป่านนี้เพื่อนดิฉันคงแย่ไปกว่าเดิมค่ะ =ถ้านอนรพ.เอกชนหลายวันแล้วรักษาไม่หายหรือหาสาเหตุไม่ได้สักที หรืออาการเป็นหนักมากขึ้น คุณทราบมั้ยครับว่าเค้าจะส่งต่อไปโรงพยาบาลไหน หรือโรงพยาบาลไหนในภาคเหนือที่จะรับคุณเข้ารักษากรณีคุณเป็นหนักมากจนโรงพยาบาลอื่นรับไม่ไหว ถ้าไม่ใช่มหาราชนครเชียงใหม่

ก่อนจะกล่าวหาผู้อื่นเรื่องใด ควรทำความเข้าใจในตัวเค้าก่อน และหาความรู้ก่อนให้มากๆ นะครับ
สิ่งดีๆ อาจจำต้องเสียหาย เพราะการป้ายสีโดยตั้งใจหรือไ่ม่ก็ตาม


-ขอบคุณ ความคิดเห็น ที่วิเคราห์ อย่างละเอียด และถี่ถ้วนค่ะ

เห็นด้วยค่ะ
ryan
ผมเห็นด้วยกับ ผู้มาเยือน ที่ชื่อ..ว่ากันไป....เพราะผมคนหนึ่งที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ไม่มีหมอคนไหนหรอกนะครับ ที่จะเห็นคนไข้อาการหนักแล้วจะบอกให้เอายาไปทานที่บ้าน...
คุณหมอท่านมีจรรยาบรรณแพทย์พอ..........และเห็นด้วยอย่างมากที่เค้าพูดว่า...
=ถ้านอนรพ.เอกชนหลายวันแล้วรักษาไม่หายหรือหาสาเหตุไม่ได้สักที หรืออาการเป็นหนักมากขึ้น คุณทราบมั้ยครับว่าเค้าจะส่งต่อไปโรงพยาบาลไหน หรือโรงพยาบาลไหนในภาคเหนือที่จะรับคุณเข้ารักษากรณีคุณเป็นหนักมากจนโรงพยาบาลอื่นรับไม่ไหว ถ้าไม่ใช่มหาราชนครเชียงใหม่.............รู้ไหมครับว่าเพราะอะไร
.............ผมตอบให้ก้อได้ครับ............เพราะว่าอาจารย์แพทย์ที่เก่งๆ...เค้าอยู่ที่นี่ครับ......
ส่วนมากแพทย์ที่เรียนจบไป....ผมกล้าพูดเลยครับว่า อย่างน้อยโรงพยาบาลเอกชนในเชียงใหม่
ต้องมีแพทย์ 1 คนที่จบจากที่นี่ครับ.............
ผู้มาเยือน
เห็นด้วยค่ะคนตั้งกระทู้นะคุณต้องหัดมองสองด้านบ้างสิค่ะดิฉันก็เป็นพยาบาลคนนึงที่ทำงานอยู่ในโรงบาลสวนดอกและเคยทำพาร์ททามโรงบาลเอกชนคนไข้อาการหนักทุกรายก็ส่งมาสวนดอกนี่แหละ
คุณรู้มั้ยพยาบาลสวนดอกน่ะทำงานหนักกว่าที่อื่นเพราะต้องดูแลคนไข้ที่มีอาการซับซ้อนมากกว่าที่อื่นไม่เชื่อคุณดูน่องพยาบาลสวนดอกเปรียบเทียบกับโรงบาลอื่นสิพวกเราเดินดูคนไข้ทุก15นาทีแต่ที่อื่นแทบจะไม่มาดูคนไข้เลยไม่ใช่เหรอ
นี่เหรอสิ่งที่คุณมาว่าว่าว่าให้กับทีมงานพวกเราที่ทุ่มเท
คนไม่รู้จักคิด
ไม่ต้องมารักษาที่นี่แล้วนะค่ะถ้าคุณคิดว่าไม่ดีแล้วไม่ต้องส่งเลยประกันสังคมไปส่งโรงบาลอื่นที่คุณคิดว่าดี
แล้วคุณจะรู้ว่าคุณพูดถูกหรือผิด
nurse
สืบเนื่องจากกระทู้ดังกล่าว
ดิฉันเป็นหนึ่งในบุคลากรทางด้านสุขภาพที่ทำงานในโรงพยาบาลมหาราชได้อ่านกระทู้ดังกล่าวแล้วรู้สึกไม่พอใจและไม่สบายใจเป็นอย่างมากเนื่องจากโรงพยาบาลเราเป็นCenter of exellentรับรักษาและดูแลผู้ป่วยในระดับทุติยภูมิหรือผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนเป็นจำนวนมากซึ่งอาจทำให้ผู้รับบริการบางท่านอาจไม่พอใจในเรื่องต่างๆแต่เราทุกคนในองค์กรทุ่มเทในการทำงานมาก
ดิฉันไม่ทราบว่าคนที่โพสกระทู้ดังกล่าวไปขณะนั้นใช้อารามณ์หรือเหตุผลในการกระทำของคุณ
แต่ดิฉันต้องการให้คุณมีส่วนออกมาแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่คุณทำไปหากคุณเป็นผู้ชายควรจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษแต่หากคุณเป็นผู้หญิงแสดงควรจะความเป็นสุภาพสตรี
คำง่ายๆสั้นๆ>>"ขอโทษ"<<
พูดไปมันไม่เสียหายหรอกค่ะแลกกับสิ่งที่คุณทำลงไป
หวังว่าคงจะได้เห็นคุณตอบกระทู้นะค่ะ...
kumpuju
ปี49 รุ่นน้องถูกหามเข้ารพ.สวนดอกเพราะอาเจียรเป็นเลือด หมอตรวจพบว่าตับพังเกือบหมดเพราะเหล้า ไตก็ผิดปกติต้องฟอกไตทุก3วัน เข้าไอซียู3วันแล้วนอนรักษาตัวเกือบ20วันทุกวันที่ไปเยี่ยมได้เห็นความเอาใจใส่ของหมอโดยเฉพาะพยาบาลทุกคนในห้องผู้ป่วยหนักแล้วผมต้องนับถือในความเป็นพยาบาลของท่านเลยครับ ไม่ว่าจะอาบน้ำ เช็ดตัว เช็ดเลือด เช็ดขี้เยี่ยวของคนไข้ท่านก็ทำโดยไม่รังเกียจ ผมอยากให้จขกท.ลองหาโอกาสเข้าไปแอบดูการทำงานของท่านเหล่านั้นดูแล้วท่านจะมีทัศนคติที่เปลี่ยนไปเลยครับ สุดท้ายรุ่นน้องผมก็ไม่รอดเพราะเครื่องในพังหมด แต่กว่าจะไปได้ก็ทรมานน่าดู ต้องให้ภรรยาเค้าไปกระซิบข้างหูว่าไม่ต้องห่วงคนข้างหลังเค้าถึงไปอย่างสงบ บอกตรงๆว่าสงสารทั้งคนป่วยและพยาบาลที่มาดูแล อยากให้ได้เห็นถึงน้ำใจของท่านเหล่านั้นแล้วคุณจะรักหมอและพยาบาลที่นั่นขึ้นอีกเยอะ อ้อสำหรับค่ารักษาทั้งหมดเกือบ20วันรวมทั้งฟอกไตด้วยเสียไป2000กว่าบาทครับ(ใช้สิทธิ30บาท)
เซ็งเป็ด แค่ผ่านมาอ่าน
QUOTE(nurse @ May 31 2008, 23:17) *
สืบเนื่องจากกระทู้ดังกล่าว
ดิฉันเป็นหนึ่งในบุคลากรทางด้านสุขภาพที่ทำงานในโรงพยาบาลมหาราชได้อ่านกระทู้ดังกล่าวแล้วรู้สึกไม่พอใจและไม่สบายใจเป็นอย่างมากเนื่องจากโรงพยาบาลเราเป็นCenter of exellentรับรักษาและดูแลผู้ป่วยในระดับทุติยภูมิหรือผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนเป็นจำนวนมากซึ่งอาจทำให้ผู้รับบริการบางท่านอาจไม่พอใจในเรื่องต่างๆแต่เราทุกคนในองค์กรทุ่มเทในการทำงานมาก
ดิฉันไม่ทราบว่าคนที่โพสกระทู้ดังกล่าวไปขณะนั้นใช้อารามณ์หรือเหตุผลในการกระทำของคุณ
แต่ดิฉันต้องการให้คุณมีส่วนออกมาแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่คุณทำไปหากคุณเป็นผู้ชายควรจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษแต่หากคุณเป็นผู้หญิงแสดงควรจะความเป็นสุภาพสตรี
คำง่ายๆสั้นๆ>>"ขอโทษ"<<
พูดไปมันไม่เสียหายหรอกค่ะแลกกับสิ่งที่คุณทำลงไป
หวังว่าคงจะได้เห็นคุณตอบกระทู้นะค่ะ...

แล้วคุณหล่ะยอมรับในสิ่งที่เขาติเตียนมาเพื่อปรับปรุงแก้ไขหรือเปล่าหล่ะ หากที่ทำไปอยู่นั่นว่าทำดีสุดความสามารถแล้ว แต่ยังมีข้อเสียที่เป็นเหตุผลก็ต้องยอมรับเพื่อปรับปรุง แน่นอนองค์กรของคุณไม่ใช่เล็กๆ มีหลายหน่วยงาน หลากหลายบุคลากรที่ต้องทำงานประสานกัน มันก็หลีกหนีไม่พ้นกับ การที่ทำดีและไม่ดีในหน่วยงานนั้นๆ เอาเฉพาะตัวคุณก่อนคุณทุ่มเท ตามที่กล่าวอ้าง แต่คุณอยู่ตรงไหนขององค์กรนั้นหล่ะ มีความสำคํญต่อการอยู่รอดขององค์กรขนาดไหน องค์กรขาดคุณเขายังอยู่ได้ แต่ถ้าคุณขาดองค์กรหล่ะ ตกงานอยู่ได้ไหม ลองเอาส่วนที่คนรอบข้างเขาติ มาประกอบ แล้วปรับปรุงเสีย โดยเฉพาะเขาเป็นลูกค้าขององค์กรคุณๆ ควรดูแลเขาให้ได้รับความพอใจ เพื่อความอยู่รอดขององค์กรคุณ แล้วคุณก็ไม่ตกงาน
fu
เท่าที่ใช้บริการ รพ. แห่งนี้มาหลายสิบปี และใช้กันทั้งครอบครัว เป็นโรค ทั้งเบาๆ จนถึงขั้น ฝ่าตัดหนัก ก็ยังไม่เห็นมีปัญหาใดๆเลยครับ
ละอ่อนเจียงใหม่
ไม่โดนกับใครก็ไม่รู้จะพูดยังๆไง
ต่างจิตต่างใจ ใจเขาใจเรา
ร้อยพ่อพันแม่ ไม่มีใครอยากไปนะที่โรงพยาบาล ถ้าไม่ป่วยไม่ไข้
วัน
เห็นด้วยคะเพราะว่าองค์กรที่มีขนาดใหญ่มีบุคคากรตั้ง3,000 ถึง 4,000 คน ก็ต้องมีจุดใดจุดหนึ่งที่บกพร่อง เราจะไปการันตี ให้ทุกคนเป็นไปไม่ได้ จุดใหนที่เค้าติงมาก็รับไปพิจารณาแก้ไข มันก็จะทำให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คนเราทุกคนมีผิดพลาดกันได้ทุกคนนะคะ
นรารักษ์
ก็ว่ากันไปปปปป หาที่จอดรถเขียมหยังกำคำ เซ้ง และเฮงซวย
ผู้มาเยือน
QUOTE(nurse @ May 31 2008, 23:17) *
สืบเนื่องจากกระทู้ดังกล่าว
ดิฉันเป็นหนึ่งในบุคลากรทางด้านสุขภาพที่ทำงานในโรงพยาบาลมหาราชได้อ่านกระทู้ดังกล่าวแล้วรู้สึกไม่พอใจและไม่สบายใจเป็นอย่างมากเนื่องจากโรงพยาบาลเราเป็นCenter of exellentรับรักษาและดูแลผู้ป่วยในระดับทุติยภูมิหรือผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนเป็นจำนวนมากซึ่งอาจทำให้ผู้รับบริการบางท่านอาจไม่พอใจในเรื่องต่างๆแต่เราทุกคนในองค์กรทุ่มเทในการทำงานมาก
ดิฉันไม่ทราบว่าคนที่โพสกระทู้ดังกล่าวไปขณะนั้นใช้อารามณ์หรือเหตุผลในการกระทำของคุณ
แต่ดิฉันต้องการให้คุณมีส่วนออกมาแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่คุณทำไปหากคุณเป็นผู้ชายควรจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษแต่หากคุณเป็นผู้หญิงแสดงควรจะความเป็นสุภาพสตรี
คำง่ายๆสั้นๆ>>"ขอโทษ"<<
พูดไปมันไม่เสียหายหรอกค่ะแลกกับสิ่งที่คุณทำลงไป
หวังว่าคงจะได้เห็นคุณตอบกระทู้นะค่ะ...


แค่อ่านกระทู้ ก็ไม่พอใจแล้ว
อย่างนี้มาทำงานอย่างนี้ได้อย่างไร
คนไม่พอใจในการบริการขององค์กรคุณ แทนที่จะนำสิ่ิ่งที่คุณรับทราบว่าเขาไม่พอใจตรงไหน อย่างไร
แล้วกลับไปดูว่าจริงหรือไม่ และจะปรับปรุงได้อย่างไร
กลับมาโพสในลักษณะท้าทาย...
ทำให้มองได้ว่าการทำงานในภาพรวมของบุคลากรในองค์กรที่คุณสังกัดอยู่เป็นเช่นใด
ท้าทาย และ หยิ่ง แค่ไหน

ลองนึกดูว่า ถ้า คนใกล้ชิดคุณ ไม่สบายนั่นก็ทุกข์พออยู่แล้ว
และยังไปได้รับการบริการจาก บุคลากรที่ มีความคิดอย่าง จขกท ยิ่งไปกันใหญ่
แค่เห็นการรับคนแบบ จขกท มาทำงาน ก็พอจะมองได้แล้วว่ามาตรฐานขององค์กรตกต่ำลงแค่ไหน
ผู้มาเยือน(ด้วย )
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 1 2008, 10:18) *
แค่อ่านกระทู้ ก็ไม่พอใจแล้ว
อย่างนี้มาทำงานอย่างนี้ได้อย่างไร
คนไม่พอใจในการบริการขององค์กรคุณ แทนที่จะนำสิ่ิ่งที่คุณรับทราบว่าเขาไม่พอใจตรงไหน อย่างไร
แล้วกลับไปดูว่าจริงหรือไม่ และจะปรับปรุงได้อย่างไร
กลับมาโพสในลักษณะท้าทาย...
ทำให้มองได้ว่าการทำงานในภาพรวมของบุคลากรในองค์กรที่คุณสังกัดอยู่เป็นเช่นใด
ท้าทาย และ หยิ่ง แค่ไหน

ลองนึกดูว่า ถ้า คนใกล้ชิดคุณ ไม่สบายนั่นก็ทุกข์พออยู่แล้ว
และยังไปได้รับการบริการจาก บุคลากรที่ มีความคิดอย่าง จขกท ยิ่งไปกันใหญ่
แค่เห็นการรับคนแบบ จขกท มาทำงาน ก็พอจะมองได้แล้วว่ามาตรฐานขององค์กรตกต่ำลงแค่ไหน


สะใจเจงๆ จขกท. สำคัญตัวเองผิดไปป่ะคร้าบ
ผู้มาเยือน
ส่วนมากบุคลากรของ รพ.นี้เป็นแบบนี้เกือบทุกคนแหละครับ ท้าทาย คิดว่าแน่ ใคร ๆ ก็ต้องไปง้อ วิงวอน เพราะเป็น รพ.ที่รักษาโรคที่ซับซ้อน เครื่องมือทัยสมัย บุคลากรระดับมันสมอง เลยทำให้มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จขกท.นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยยืนยันว่า คนที่มาโพสต์กระทู้ข้างล่างไม่ได้โกหก

ผมบอกที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าผมเป็นโรคร้ายแรงที่โรงพยาบาลอื่นรักษาไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ ไม่ต้องพาผมมารักษาไอ้โรงพยาบาลเฮงซวยนี่

ผู้มาเยือน
อาจารย์หมอหลายคนที่เคยเจอมาก็ดีนะ แต่ที่จะมีปัญหาส่วนมากก็พยาบาล โดยเฉพาะผู้ช่วยพยาบาลนี่กร่างมาก ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ไป รพ.นี้แล้วไม่ต้องปะทะฝีปากกับคนพวกนี้
ไก่เมือง
[size="5"][/size][color="#8B0000"][/color]

จิตสำนึกของการให้บริการ หรือ หลักการทำงานของผู้ให้บริการ หลักสำคัญ คือต้องยอมรับ ผู้ที่มาใช้บริการทุกรูปแบบ
ไม่สามารถที่จะปฏิเสธ คำขอรับบริการ ใด ๆ เพียงแต่ว่า จะใช้วิธีการ ใด ๆ ที่เป็นทางออก ที่ดี สำหรับ ผู้ที่มาขอรับบริการ
ได้เป็นอย่างดี และ นุ่มนวล โดย เกิดความพอใจ ในทุก ๆ ฝ่าย

อย่าหลวม ครับ ให้ คับ และ ได้ครับ อย่างเดียว
ผู้ชายห่วยๆ
ทีแรกก็เห็นใจบุคลากรสวนดอกอยู่หรอก ตอนที่มีคนตั้งกระทู้ต่อว่า คิดว่าน่าจะเป็นส่วนน้อยมากๆที่ไม่มีจิตบริการ แต่พอมาอ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกว่าบุคลากรของสวนดอกนี่ท่าจะกร่างจริงๆแล้วล่ะ แค่อ่านหัวข้อกระทู้ก็พอจะดูออกแล้วว่าคนตั้งกระทู้มีสันดานอย่างไร
คนเราถ้าจะให้คนอื่นขอโทษก็กรุณาให้เหตุผลที่มันเหมาะสมกว่านี้หน่อย เช่น ให้ขอโทษบุคลากรที่เค้าตั้งใจทำงานซึ่งก็มีเยอะ ถ้าจะตำหนิก็ให้ระบุให้ชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น อยู่ตึกไหน ชั้นไหน ตำแหน่งอะไร หรือมีกี่คนที่บริการไม่ดี คนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน
แต่นี่เจ้าของกระทู้พยายามจะยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าบุคลากรทั้งหมดทำงานเต็มที่ จะมีบริการไม่ดีบ้างก็เพราะคนใช้บริการเยอะ แล้วจะให้คนอื่นขอโทษให้ได้ อย่างงี้ผมว่ามันไม่ค่อยถูกต้อง แทนที่คนอื่นจะเห็นใจ กลับจะยิ่งทำให้ตัวเองมีภาพลบไปอีก
ฝากไว้ด้วยนะครับ แล้วคราวหลังถ้าจะอ้างอิงถึงกระทู้ไหนก็น่าจะไปโพสต์ในกระทู้นั้นๆเลย ไม่น่าจะต้องมาตั้งกระทู้ใหม่ มันจะได้ต่อเนื่องกัน คนอ่านเขาจะได้รู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร
อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ
พวกคุณอาจหลงกล

พวกมือที่ 3 แล้วมั่ง

พวกคุณเชื่อได้อย่างไรว่า คนที่อ้างว่าเป็นบุคคลากร รพ.มหาราช แล้วให้ขอโทษนั้น

เป็นบุคคลากรที่นั่นจริง
ไม่ใช่พวกมือบอนแต่หน้าเว็บ ให้คนมาเถียงกัน

เพราะไม่เห็นมันบอกชื่อจริง หรือเบอร์ที่จริง ที่ติดต่อได้จริง

อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ
50/50
คนมาเยือน2
QUOTE(ผู้มาเยือน @ Jun 1 2008, 11:01) *
ส่วนมากบุคลากรของ รพ.นี้เป็นแบบนี้เกือบทุกคนแหละครับ ท้าทาย คิดว่าแน่ ใคร ๆ ก็ต้องไปง้อ วิงวอน เพราะเป็น รพ.ที่รักษาโรคที่ซับซ้อน เครื่องมือทัยสมัย บุคลากรระดับมันสมอง เลยทำให้มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จขกท.นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยยืนยันว่า คนที่มาโพสต์กระทู้ข้างล่างไม่ได้โกหก

ผมบอกที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าผมเป็นโรคร้ายแรงที่โรงพยาบาลอื่นรักษาไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ ไม่ต้องพาผมมารักษาไอ้โรงพยาบาลเฮงซวยนี่

ท่าทางจะไม่ตายเพราะโรคร้ายแรง แต่อาจจะตายด้วยไปลาภสัตว์สองเท้า แต่มันมาที่ละเท้า 55555
ผมรำคาญคนชอบติ
เรื่องนี้แก้ไขไม่ยากครับ
เป็นหวัด ไปศิริราช
เจ็บคอ ไปศิริราช
ปวดหัว ไปศิริราช

ถ้าศิริราช ยังไม่ดี
ก็ไปอเมริกา

ในเขตภาคเหนือนี่ถ้าสวนดอกยังไม่ได้เรื่องอีก
ถ้าไม่ไปกรุงเทพ ละ ก้อ ผมว่านอนรอความ ... อยู่ที่บ้านดีก่า

ไป รพ ออกมามี 2 อย่าง
คือ หาย กับ ตาย
คนหายก็ว่าดี
คนตายก็ว่าแย่

คนกลางๆๆ ทั้งไม่หาย และ ไม่ตายนี่ล่ะคือปัญหา
เขาทำอะไรก็ว่าไม่ดีไปหมดไปที่อื่นมันดีกว่าเสมอ

สิทธิประกันสังคม สิทธิบัตรทอง มันก็ตัวผู้ใช้เองไม่ใช่เหรอที่คิดว่าตัวเองด้อยสิทธิ
ทั้งที่ตัวเองได้สิทธิเต็มที่แล้ว ไม่ต้องมีเงินก็มีสิทธิรับการรักษา
หลานแฟนผมมีเงินไม่มากนัก ได้ CT Scan และ โดน สแกนสารพัดสแกนที่ รามา (ศูนย์มะเร็งแห่งชาติ)
ตอนนี้ใกล้หายละ ก็ไอ้บัตรทองนี่ล่ะทำให้เสียแค่ค่ารถไป รพ
ถ้าต้องจ่ายทุกบาทละก่อเป็นล้าน เหมือนโฆษณาประกันชีวิตไปแล้ว
ing
รพ.มหาราช สุดยอดของโรงพยาบาลรัฐบาลแล้วค่ะ พ่อดิฉันป่วยเป็นมะเร็ง และค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจตัวเอง
แต่พยาบาลและคุณหมอของที่นี่ ใจดีและใจเย็นมากค่ะ...
ลองเข้า รพ.รัฐ ที่อื่นแล้ว ไม่เห็นเจ้าหน้าที่จะพูดเพราะและบริการดีเหมือนที่นี่เลยค่ะ
หนึ่ง
เข้าเป็นผู้ประกันตนของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มาได้เกือบ 7 ปีละครับ ที่ผ่านมา ผมได้รับการบริการจากหน่วยประกันสังคมเป็นอย่างดียิ่งมาตลอด และแพทย์ พยาบาลของโรงพยาบาล ก็ดูแลดีไม่น้อยไปกว่ากันเลย ประทับใจมาก ๆ ครับ
ว่ากันไป
อ่านแล้วใช้สติและิปัญญาคิดเอาเถิดครับ
คุณคิดว่าอย่างไร มันก็เป็นอย่างนั้น มันก็เป็นเช่นนั้นเอง


"ส่วนมากบุคลากรของ รพ.นี้เป็นแบบนี้เกือบทุกคนแหละครับ ท้าทาย คิดว่าแน่ ใคร ๆ ก็ต้องไปง้อ วิงวอน เพราะเป็น รพ.ที่รักษาโรคที่ซับซ้อน เครื่องมือทัยสมัย บุคลากรระดับมันสมอง เลยทำให้มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จขกท.นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยยืนยันว่า คนที่มาโพสต์กระทู้ข้างล่างไม่ได้โกหก

ผมบอกที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าผมเป็นโรคร้ายแรงที่โรงพยาบาลอื่นรักษาไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ ไม่ต้องพาผมมารักษาไอ้โรงพยาบาลเฮงซวยนี่"


หยุดโต้ตอบข้อความเหล่านี้กันเถอะครับ เปล่าประโยชน์ ช่างเขาเถิด เขามีความคิดแบบนี้ เขาก็จะมีโลกของเขาแบบนั้นเช่นนั้นเอง
เราก็ทำงานบริการกันต่อไปเถอะนะครับ ผมก็จะหยุดแค่นี้แล้ว ไม่โต้ตอบใดๆ แล้วครับ

ปล. แค่คำว่า HA ก็ยังมีคนที่ไม่รู้ไม่่เข้าใจแล้วครับ แล้วเค้าจะรู้ได้ไงว่าเรามีการประเมินและตรวจสอบมากน้อยแค่ไหน

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำในการเป็นผู้ให้บริการนะครับ ผมอาจคิดไปเองมั้งว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเนื้อหาหัวข้อกระทู้เท่าไหร่ แต่ก็คงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่ทราบมาก่อน
ผู้มาเยือน
เข้าใจหัวอกคนทำงานและทุ่มเทให้กับงาน เสียสละเต็มที่ แต่ยังโดนว่าอีก ช่างเถอะครับ และขอให้คนไทยเลิกด่ากันสักที เสียเพียง 1 แต่มักเหมารวมให้เสียทั้ง 100 แล้วคนดีๆ อีก 99 จะทำยังไง คนที่เขาทำดีจะเสียใจแค่ไหน ลองตรึกตรองไว้ก่อน
ผู้มาเยือน
บ้านเมืองยังมีปัญหาอีกเยอะครับ
เอิ๊กๆ
ยาม****เซ็นเซอร์*****..ทำอย่างติดเครื่องแบบยศพันตรี..****เซ็นเซอร์***** ไม่ใช่ว่าดูถูกอะไรนะ แต่เวลาจะพูดจากรุณาใช้ภาษา+ท่าทางที่สุภาพ ยิ้มแย้มหน่อย...ไม่ใช่ทำหน้าเคลียดยืนชี้นิ้ว+น้ำเสียงเกลี้ยกลาด...

ที่จอดรถอีกเรื่อง..ไม่คิดจะทำตึกสักตึกไว้จอดรถบ้างหรือไง ทำสัก 3-4 ชั้นก็ยังดี ชั้น 5-6 เป็นสำนักงานอะไรไปก็ได้... รถแทบไม่มีที่จอด จัดไว้ก็นู่น...เดินขาแทบลาก ไม่สบายแล้วยังจะต้องมาลากขาเดินไปอีก...เห้อ...
xyz
เมื่อมีการร้องเรียนมาก้อควรรับไว้นำไปปรับปรุงแก้ไข จริงอยู่ทำอะไรก้อไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมด แต่ต้องรับไว้ ทำHA เมื่อมีการร้องเรียนต้องทบทวน หาแนวทางแก้ไข อ่านดูแล้วคนไข้ และญาติไม่เข้าใจการรักษา และไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน ไม่อยากโทษใคร พวกคุณทำดี ทำงานมาแทบตาย เห็นใจผู้ให้บริการ สมัยนี้สิทธิผู้ป่วยอยู่เคียงข้างผู้ป่วย ผู้รับบริการคืองานของเรา องค์กรใหญ่ย่อมเจอปัญหามากมายในแต่ละวัน เป็นกำลังใจให้นะ
manow
ส่วนมากบุคลากรของ รพ.นี้เป็นแบบนี้เกือบทุกคนแหละครับ ท้าทาย คิดว่าแน่ ใคร ๆ ก็ต้องไปง้อ วิงวอน เพราะเป็น รพ.ที่รักษาโรคที่ซับซ้อน เครื่องมือทัยสมัย บุคลากรระดับมันสมอง เลยทำให้มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จขกท.นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยยืนยันว่า คนที่มาโพสต์กระทู้ข้างล่างไม่ได้โกหก

ผมบอกที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าผมเป็นโรคร้ายแรงที่โรงพยาบาลอื่นรักษาไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ ไม่ต้องพาผมมารักษาไอ้โรงพยาบาลเฮงซวยนี่
----------------------------------------------------------------------------------------------


ขอบคุณค่ะ
เด็กเคยฝึกงานที่โรงบาล
ผมว่าโรงพยาบาลสวนดอกดีที่สุดล่ะครับ ครั้งนึงน้าผมถูกรถชนที่กรุงเทพและขาหักเดินไม่ได้หลายเดือน หมอที่กรุงเทพก้อไม่รักษาแม่ผมเลยเอามารักษาที่เชียงใหม่โดยป้าผมเป็นหมอที่อีกโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งแนะนำมารักษาที่นี้เพราะว่าป้าผมรู้จักกับอาจารย์หมอที่นี้และหมอที่นี้กับพยาบาลที่นี้ก้อรักษาจนหายและเดินได้ปกติ และผมได้ไปสัมผัสกับโรงพยาบาลที่นี้ก็เห็นว่าทั้งหมอทั้งพยาบาลเขาทุ่มเทที่จะรักษาคนไข้และเต็มใจรักษาคนไข้ ทุกๆวันผมจะเดินผ่านที่จุดรับบัตรคิว คนเยอะทุกๆวันหมอและพยาบาลก็พูดเพราะดีออก แต่ก็อาจเป็นบางท่าน ที่พูดไม่เพราะ มีครั้งหนึ่งผมไปส่งแม่ของลูกที่เป็นชาวเขามาจากเชียงดาวมั๊งถ้าจำไม่ผิด ลูกเขาเกิดก่อนกำหนดและมีอาการหนักโรงพยาบาลเชียงดาวเลยส่งตัวมาที่นี้แต่เขาไม่รู้ว่าลูกเขาอยู่ที่ตึกไหน ห้องไหน ผมเลยไปถามที่ประชาสัมพันธ์ และก็พาไปที่ตึกที่ลูกเขาอยู่ ผมพาไปตามข้อมูลที่ประชาสัมพันธ์บอกแต่ว่าข้อมูลผิดพลาดหรือว่าผมไปผิดก็ไม่รู้ ผมเดินเข้าไปที่หวอดและก็ถามพยาบาลที่อยู่บนหวอดว่ามีลูกของคนๆนี้อยู่ที่นี้มั๊ย เขาก็บอกว่าไม่มีแล้วผมก็เลยเอาข้อมูลให้ดู เขาก็บอกว่าไม่มี ไม่คุ้น ผมก็เถียงอยู่นาน ผลสุดท้ายผมเลยบอกให้เขาหาจากโปรแกรมของโรงบาล จึงได้รู้ว่าอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าผมไม่เค้นถามหรือว่ายืนยันว่ามีจริงเขาคงไม่หาให้ ผมรู้ว่าแม่อยากเจอลูกแค่ไหน แต่มาเจอแบบนี้ผมก็ขอสู้หล่ะ ผมจำได้เลยว่าอยู่หวอดไหน แต่พอผมพาไปส่งหาลูกเขาและบอกให้หัวหน้าพยาบาลที่หวอดนั้นว่ามีแม่ของเด็กมาพบลูกเขา หัวหน้าพยาบาลเขาก็พูดดี และก็ถามว่าผมมาจากหน่วยไหน และหัวหน้าพยาบาลก็พูดขอบคุณผมที่พาแม่ของเด็กคนนี้มาพบ ผมว่าโรงพยาบาลทุกที่ย่อมจะมีทั้งสองด้านแหละครับ
คน
QUOTE(manow @ Jun 3 2008, 20:49) *
ส่วนมากบุคลากรของ รพ.นี้เป็นแบบนี้เกือบทุกคนแหละครับ ท้าทาย คิดว่าแน่ ใคร ๆ ก็ต้องไปง้อ วิงวอน เพราะเป็น รพ.ที่รักษาโรคที่ซับซ้อน เครื่องมือทัยสมัย บุคลากรระดับมันสมอง เลยทำให้มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จขกท.นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยยืนยันว่า คนที่มาโพสต์กระทู้ข้างล่างไม่ได้โกหก

ผมบอกที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าผมเป็นโรคร้ายแรงที่โรงพยาบาลอื่นรักษาไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ ไม่ต้องพาผมมารักษาไอ้โรงพยาบาลเฮงซวยนี่
----------------------------------------------------------------------------------------------


ขอบคุณค่ะ



ตกลงจะครับหรือค่ะ sad.gif

ถ้าคุณทำงานด้านการแพทย์คุณจะรู้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ปรับเปลี่ยนมุมมองและคิดหาเหตุและผลว่าเพราะอะไรและทำไม?
thankyou.gif

มากไปแล้วครับ
พวกสิทธิ์ประกันสังคม หรือ สามสิบบาท ทำไมชอบคิดเอาแต่ได้ เพราะ อย่างประกันสังคม นี่เค้าให้โรงพยาบาลแค่ พันกว่าบาทต่อคนต่อปีเท่านั้นเอง (ถึงแม้บางคนจะบอกว่าจ่ายต่อปีเป็นหมื่นกว่าบาท แต่ก็หักให้โรงพยาบาลแค่นั้นเองจริงๆ) ส่วนสามสิบบาทก็รัฐออกให้ ไปใช้บริการในสิทธิ์แบบนั้นเค้าก็ต้องจำกัดค่าใช้จ่ายลงไปบ้างเพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนของเค้า เห็นที่โพสต์มาก็เจาะเลือดให้ตั้งหลายครั้งยังมาทำบ่นอีก

คุณที่โพสต์นี่เห็นแก่ตัวมากไปหรือเปล่า มันเหมือนพวกที่ไปกินบุฟเฟต์ตามโรงแรมแหละ แบบว่าจ่ายแค่ร้อยกว่าบาท แล้วจะกินหูฉลาม มากๆไปหรือเปล่าเพ่..


ผมว่าประชาชนเริ่มเคยตัวจากสิทธิ์ต่างๆที่รัฐปรนเปรอให้ จนไม่รู้ว่าข้อจำกัดนั้นมีได้แค่ไหน แล้วหน้าที่ที่ตัวเองควรจะต้องทำมีอะไรบ้างนะ แบบว่าบางทีเมามาก็ยัง***** มาใช้สิทธิ์ประกันสังคม หรือสามสิบบาท อีก มากไปเปล่าเพ่
ME
QUOTE(มากไปแล้วครับ @ Jun 14 2008, 14:14) *
พวกสิทธิ์ประกันสังคม หรือ สามสิบบาท ทำไมชอบคิดเอาแต่ได้ เพราะ อย่างประกันสังคม นี่เค้าให้โรงพยาบาลแค่ พันกว่าบาทต่อคนต่อปีเท่านั้นเอง (ถึงแม้บางคนจะบอกว่าจ่ายต่อปีเป็นหมื่นกว่าบาท แต่ก็หักให้โรงพยาบาลแค่นั้นเองจริงๆ) ส่วนสามสิบบาทก็รัฐออกให้ ไปใช้บริการในสิทธิ์แบบนั้นเค้าก็ต้องจำกัดค่าใช้จ่ายลงไปบ้างเพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนของเค้า เห็นที่โพสต์มาก็เจาะเลือดให้ตั้งหลายครั้งยังมาทำบ่นอีก

คุณที่โพสต์นี่เห็นแก่ตัวมากไปหรือเปล่า มันเหมือนพวกที่ไปกินบุฟเฟต์ตามโรงแรมแหละ แบบว่าจ่ายแค่ร้อยกว่าบาท แล้วจะกินหูฉลาม มากๆไปหรือเปล่าเพ่..


ผมว่าประชาชนเริ่มเคยตัวจากสิทธิ์ต่างๆที่รัฐปรนเปรอให้ จนไม่รู้ว่าข้อจำกัดนั้นมีได้แค่ไหน แล้วหน้าที่ที่ตัวเองควรจะต้องทำมีอะไรบ้างนะ แบบว่าบางทีเมามาก็ยัง***** มาใช้สิทธิ์ประกันสังคม หรือสามสิบบาท อีก มากไปเปล่าเพ่

ก้อ อธิบายให้คนไข้เข้าใจซะว่าอะไรได้ไม่ได้ เห็นพูดกันจังว่า บริการคืองานของเราบ้างล่ะ บริการดุจมิตรบ้างล่ะ ดูแลแบบญาติบ้างล่ะ ทำHAบ้างล่ะ เฮ้อออออออ
มาเืยือน
QUOTE(มากไปแล้วครับ @ Jun 14 2008, 14:14) *
พวกสิทธิ์ประกันสังคม หรือ สามสิบบาท ทำไมชอบคิดเอาแต่ได้ เพราะ อย่างประกันสังคม นี่เค้าให้โรงพยาบาลแค่ พันกว่าบาทต่อคนต่อปีเท่านั้นเอง (ถึงแม้บางคนจะบอกว่าจ่ายต่อปีเป็นหมื่นกว่าบาท แต่ก็หักให้โรงพยาบาลแค่นั้นเองจริงๆ) ส่วนสามสิบบาทก็รัฐออกให้ ไปใช้บริการในสิทธิ์แบบนั้นเค้าก็ต้องจำกัดค่าใช้จ่ายลงไปบ้างเพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนของเค้า เห็นที่โพสต์มาก็เจาะเลือดให้ตั้งหลายครั้งยังมาทำบ่นอีก

คุณที่โพสต์นี่เห็นแก่ตัวมากไปหรือเปล่า มันเหมือนพวกที่ไปกินบุฟเฟต์ตามโรงแรมแหละ แบบว่าจ่ายแค่ร้อยกว่าบาท แล้วจะกินหูฉลาม มากๆไปหรือเปล่าเพ่..


ผมว่าประชาชนเริ่มเคยตัวจากสิทธิ์ต่างๆที่รัฐปรนเปรอให้ จนไม่รู้ว่าข้อจำกัดนั้นมีได้แค่ไหน แล้วหน้าที่ที่ตัวเองควรจะต้องทำมีอะไรบ้างนะ แบบว่าบางทีเมามาก็ยัง***** มาใช้สิทธิ์ประกันสังคม หรือสามสิบบาท อีก มากไปเปล่าเพ่


แล้วไม่ทราบว่าคุณและญาติพี่น้องได้ใช้สิทธิที่รัฐปรนเปรอให้หรือไม่ครับ

อย่าเอาประำกันสังคมมาอ้า้งว่าหักให้ รพ. เท่าไร ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้
แล้วคุณไปเดือดร้อนอะไรด้วย มีหุ้นใน รพ.สวนดอกเหรอครับ
คุณตัวอย่างว่า จ่ายร้อยกว่าบาทแล้วจะกินหูฉลาม แล้วที่ผมจ่ายค่าประกันสังคมเดือนละ 750 บาท
เปรียบได้กับเข้าร้านสเต็กจ่ายเงินเต็มที่ แต่ได้กินแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งงั้นเหรอ

จนท.รพ.สวนดอก ต้องยอมรับสิว่า มีส่วนที่ไำม่ดีจริง ทั้งหมอ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล
ไม่ใช่หน้ามืดตามัวปกป้องไปหมด เขาว่าก็รับฟังไป ไม่ใช่ไม่ยอมรับอย่างเดียว คิดว่าดีเลิศแล้วเหรอที่ได้ทำงานที่นั่น

รพ.ของรัฐ ของประขาขน เงินเดือนมาจากภาษีของประชาชน กรุณารับใช้ประชาชนด้วย
คนไข้เขาเข้าไป เขานอบน้อมยกมือไหว้ ก็ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย

อ้อ แล้วมีกฏข้อไหนที่ว่าห้ามคนเมาใช้สิทธิ์ประกันสังและสามสิบบาทครับ?
ผู้มาเยือน
เท่าที่ทราบนะครับ ตอนนี้โรงพยาบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาท ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามผุ้บริหารเอาเอง แล้วถ้ามีวันใดที่เค้าจะยกเลิกให้ความช่วยเหลือประกันสังคม พวก...*** ก็จะรู้สึก
ผู้มาเยือน
ผมจ่ายประกันสังคมเท่าไร ก็ต้องได้เท่านั้นสิ ไม่ใช่มาอ้างว่ารัฐให้ รพ.เท่านี้


คำพูดนี้เป็นคำพูดของพวกคนเห็นแกตัวเท่านั้นนะครับ ถ้าคุณเป็นไข้หวัดสองสามครั้งต่อปี ค่ารักษาก็คงน่าจะถึงพันกว่าบาทตามที่เค้าได้จากคุณแล้ว แล้วคุณจะหยุดใช้บริการจากเค้าหรือเปล่าครับ เพราะว่าใช้เต็มวงเงินที่ให้เค้าไปแล้ว ครั้งที่สี่ครั้งที่ห้าคุณจะจ่ายตังค์ให้เค้าหรือเปล่าครับ
ระบบประกันสังคมคือรวบรวมเงินจากคนทุกคนเพื่อมาช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยเพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบการบริการทางสุขภาพได้ แต่ก็จะไม่ได้เต็มที่เหมือนการจ่ายเงินเองหรอกนะครับ ดังนั้นต้องเข้าใจข้อจำกัดตรงนี้ด้วยนะครับ
ผมก็มีประกันชีวิต อะไรต่อมิอะไรอยู่ แต่ก็ไม่เคยใช้บริการสักที ถึงเวลาเจ็บป่วยก็จ่ายเงินเองอยู่ดี ถ้าถึงขั้นต้องนอนโรงบาลก็จะไม่ใช้ประกันสังคมอยู่ดี จะไปใช้ประกันชีวิตเอาดีกว่า
ผู้มาเยือน
แล้วที่คุณบอกว่าจ่าย 750 บาทต่อปี ปีนึงก็เก้าพันบาท แต่อย่างที่บอกเค้าหักเป็นส่วนของสุขภาพ แค่พันกว่าบาทต่อปี ถ้าจะใช้บริการเฉพาะส่วนของโรงพยาบาลก็ควรจะใช้แค่ พันกว่าบาทต่อปีตามนั้น(ถ้าอยากจะให้ให้เต็มนะ แต่อย่าลืมนะ ถ้าเกินเมื่อไหร่ อย่าลืมช่วยจ่ายส่วนเกินด้วย) ส่วนที่เหลือเค้ายังแบ่งไปเป็นเรื่องอื่นๆ ซึ่งคุณบอกว่าจะให้สิทธิ์ให้เต็มที่ คุณก็ได้เต็มที่ในส่วนนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือหลังจากคุณปลดเกษียณไป ฯลฯ เงินเก้าพันบาทต่อปีทั้งหมดนั้นไม่ได้เอามาใช้เฉพาะส่วนของโรงพยาบาลอย่างเดียวนะครับ ถ้าโรงพยาบาลได้เต็มหมดทั้งเก้าพันบาท ปัญหาอาจจะน้อยกว่าที่พวกคุณได้รับในตอนนี้ก็ได้ แต่อย่างที่บอก ตอนนี้โรงบาลสวนดอกขาดทุนจากประกันสังคมปีละ 30 ล้านบาทครับ ถ้าไม่เชื่อถามหมอ อาจารย์หมอชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ก็ได้
ผู้มาเยือน
ข้อดีของประกันสังคมอย่างอื่นคือ มีคนที่เป็นโรคเอดส์ คนที่เป็นเบาหวาน ความดัน ที่ปีนึงจะต้องใช้ยาที่มากๆเป็นหมื่น หรือถ้าถึงขั้นนอนโรงพยาบาล ก็เป็นหลักแสนได้ แต่คนเหล่านี้ก็ยังคงจ่ายเงินประกันสังคมในจำนวนเงินเท่าเดิม เงินที่คุณจ่ายมาแล้วโรงพยาบาลได้แค่พันกว่าบาทต่อคนต่อปี เค้าก็เอาจากคนที่ไม่ค่อยป่วยมาดูแลคนเหล่านี้ได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่มีระบบแบบนี้แล้ว หรือถ้ามีแต่ต่างคนต่างก็คิดเอาแบบคุณว่า ให้บริการให้เต็มวงเงินตามที่จ่ายให้ โรงพยาบาลก็จะให้บริการแต่ละคนได้แค่คนละพันกว่าบาทต่อปี แล้วคนไข้เอดส์ เบาหวาน ความดัน อัมพาตเหล่านี้เค้าจะได้รับการรักษาต่อไปได้อย่างไร ระบบประกันสังคมจึงเป็นระบบเชิงบังคับ คล้ายๆกับระบบคอมมูนิสต์ ที่ทุกคนต่างต้องช่วยเหลือกันต่างหากครับ เงินที่จ่ายมาจากแต่ละคนจึงเป็นเงินที่ช่วยพยุงระบบให้ยังคงอยู่ไปได้แค่นั้นนะครับ
ผู้มาเยือน
ระบบประกันสังคม ยังมีคนมาคอยเอาเปรียบอีกมากมาย อย่างเช่น พวกเจ้าของกิจการ ชอบเอาญาติพี่น้องของตัวเองมาลงชื่อเป็นพนักงานบริษัท บางคนอายุ 65,70 ก็ยังมาใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ ในฐานะพนักงานของบริษัทอีก
พนักงานบริษัทบางคน ก็อ้างว่าป่วย ปวดหัว ท้องเสีย แล้วมาขอใบรับรองเอาไว้ลาก็บ่อย เคยโดนบริษัทแห่งหนึ่งโทรมาต่อว่า เพราะญาติมาหาแล้วไม่เจอแต่เจ้าตัวหนีไปเที่ยวกรุงเทพ แบบนี้ก็มี
ผมเคยเบื่อๆอาชีพสายสุขภาพนี้ ได้ลองไปเปิดบริษัทดู ตอนที่บริษัทบัญชีเค้าแนะนำผมมา มีประโยคนึงที่ทำเอาผมอึ้งเลย เค้าบอกว่า "คุณก็เอาพวกญาติพี่น้องมาลงชื่อเป็นพนักงานก็ได้ จะได้เอาไว้ใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ด้วย"
ตกลงว่ามาถึงตรงนี้คุณคิดว่าประกันสังคมเป็นไงบ้างหละครับ
ผู้มาเยือน
ส่วนในเรื่องเมาเหล้าแล้วมาใช้สิทธิ์ประกันสังคม
จริงๆแล้วประกันสังคมเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า โรคภัยจากสารเสพติดต่างๆไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ แต่เวลามาตรวจพวกเราก็ยังคงให้ใช้สิทธิ์ได้ไม่เคยว่าอะไร
ยกเว้นผม ถ้าเจอผม ผมจะให้เซ็นชื่อรับทราบไว้ว่า ผมให้คุณได้ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่คราวหน้าเมามาอีก ผมจะอนุญาตให้คุณใช้สิทธิ์ไม่ได้ต้องจ่ายเองครับ
manow
QUOTE(manow @ Jun 3 2008, 20:49) ส่วนมากบุคลากรของ รพ.นี้เป็นแบบนี้เกือบทุกคนแหละครับ ท้าทาย คิดว่าแน่ ใคร ๆ ก็ต้องไปง้อ วิงวอน เพราะเป็น รพ.ที่รักษาโรคที่ซับซ้อน เครื่องมือทัยสมัย บุคลากรระดับมันสมอง เลยทำให้มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จขกท.นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ขอบคุณนะครับ ที่มาช่วยยืนยันว่า คนที่มาโพสต์กระทู้ข้างล่างไม่ได้โกหก

ผมบอกที่บ้านไว้แล้วว่า ถ้าผมเป็นโรคร้ายแรงที่โรงพยาบาลอื่นรักษาไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยให้ผมตายไปเถอะครับ ไม่ต้องพาผมมารักษาไอ้โรงพยาบาลเฮงซวยนี่
----------------------------------------------------------------------------------------------


ขอบคุณค่ะ


ตกลงจะครับหรือค่ะ sad.gif

ถ้าคุณทำงานด้านการแพทย์คุณจะรู้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ปรับเปลี่ยนมุมมองและคิดหาเหตุและผลว่าเพราะอะไรและทำไม?
thankyou.gif
-----------------------------------------------------------------------------------------------
คุณอ่านที่เขาตอบกระทู้ครบหรือเปล่าคะ ลองกลับไปอ่านและลองดูอีกทีก็แล้วกันว่ามีเส้นแบ่งเขตแบ่งอยู่
คุณลองดูๆแล้วคุณจะเข้าใจว่า ครับหรือว่าค่ะ laugh.gif
ผู้มาเยือน
ใครไม่เจอกับตัวเองจะไม่รู้เลยว่ามันทุกทรมานจิตใจแค่ไหนเราเองแม่ก็ป่วยต้องนอนรักษาตัวในรพ.รัฐเหมือนกันโดยใช้สิทธิ์เบิกตรงช่วงแรกๆเราเองก็เคยไม่พอใจกับเจ้าหน้าที่ของรพ.เอามากๆเพราะเราเจอผู้ช่วยเหลือคนไข้ที่ทำตัวกร่างมากบุคลิกของเธอน่าจะอยู่แผนกเก็บศพมากกว่าผู้ช่วยเหลือคนไข้ยังเคยคิดในใจว่าขนาดคุณหมอเจ้าของไข้เขายังพูดจาเพราะมีลักษณะผู้ดีมีเมตตาและอารมณ์เย็นทั้งๆที่น่าจะเครียดมากกว่าแต่พอแม่เราอยู่รพ.นานเดือนกว่าอาการของแม่ดีขึ้นช้าตามอายุไขก็ทำให้เราเห็นนิสัยของบุคลากรในรพ.แห่งนี้หลากหลายประเภทอยู่รวมกันมีทั้งคนต่อหน้าเป็นพระลับหลังเป็นมาร มีทั้งทำดีต่อเมื่อมีผลประโยชน์บางคนเป็นคนที่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นเห็นๆก็มีมีทั้งตรงไปตรงมามีจิตใจเมตตาก็เยอะและจิตใจแคบก็แยะบางคนทำตัวเหมือนไม่ใช่มนุษย์เดินดินบ้างครั้งเวลาขาดสติยังคิดโกรธเลยว่าไม่เจอมั่งก็แล้วไปแต่พอสติกลับมาก็ต้องทำใจว่าไม่มีใครได้ดังใจตัวเองหลอกขนาดตัวของเราเองบ้างครั้งยังทำตัวไม่ได้ดังใจเลยคุณว่ามั้ย ตอนนี้เราต้องทำใจเลยว่าทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกรรมคนทุกคนต่างมีเวรกรรมไม่เท่ากันบางคนก่อนตายต้องได้รับกรรมโดยทุกข์ทรมานแสนสาหัส บางคนที่มีกรรมน้อยก็ตายอย่างสงบโดยไม่มีใครรู้เลยของตัวเองเพราะฉนั้นการที่เราต้องมาเจอปัญหาต่างๆต้องทุกข์กายทุกข์ใจก็เพราะกรรมของเราเองอย่าโทษคนอื่นเลยโดยเฉพาะบุคลากรในรพ.ทุกคนแต่ละคนเขาก็ต้องมีเวรกรรมของเขาเมื่อใดชาตินี้เขาทำดีผลกรรมดีก็จะสนองเขาแต่ถ้าเมื่อใดเขาทำกรรมชั่วกรรมนั้นจะสนองเขาเองตอนนี้เราเองก็ต้องใช้ธรรมะเข้าช่วยให้จิตเราสงบเพื่อละความโกรธไม่จองเวรกับใครที่แม่เราต้องนอนอยู่รพ.นานนั้นก็เพราะกรรมเก่าของแม่ที่เราต้องเจอคนหลากหลายจิตใจทำให้เรามีความโกรธก็เพราะกรรมเก่าของเราเพราะฉนั้นเวลาเรามีสติเราก็พยามทำความดีทำสมาธิเพื่อสร้างบุญใหม่ให้มากกว่ากรรมที่มีอยู่แล้วซึ่งมันไม่สามารถลบล้างได้ดังนั้นขอให้อโหสิกรรมกันเถอะอย่าว่ากันไปว่ากันมาบาปเปล่าๆนะ
ผู้มาเยือน
หมอที่รักษาผู้ป่วยโรคไตวายและหลังการเปลี่ยนถ่ายไตแล้ว ที่ชื่อยุติธรรมปากจัดมากสงสัยตอนคลอดจากท้องแม่อมหมาออกมาด้วยฝากผู้อำการตักเตือนด้วย
ก้อเพราะไม่เข้าใจ
เมื่อวานพาคุณยายที่เพิ่งมาจากชนบท อายุ 84 ไปหาหมอที่สวนดอกช่วงเช้า คุณยายเป็นคนไข้ประจำที่นี่ แต่เพราะไม่ได้ไปนานเนื่ิองจากหมอไม่ได้นัด จึงต้องไปลงทะเบียนใหม่ ซึ่งก้อรู้สึกว่ายุ่งยากพอสมควร คนมาหาหมอเยอะมาก จึงทำให้เข้าใจหัวอกของบุคลากรที่ให้ความสะดวกได้ดี และยังรู้สึกนับถือพวกเขาเหล่านี้ที่ตั้งใจทำงานด้านบริการของตนเป็นอย่างมาก
เมื่อลงทะเบียนรับหมายเลขคัดกรองแล้วก้อรีบไปต่อคิวตรวจยังแผนกนั้นๆ ก้อได้รับบัตรคิวอีกครั้งเพื่อรอการตรวจถึงแม้ว่าคนจะเยอะ แต่ก้อยังประทับใจเจ้าหน้าที่แผนกนั้น เมื่อก่อนอยู่ห้องสองอาคารพระบารมี แล้วย้ายไปอีกห้องที่ใกล้ๆห้อง 37 ยายเคยผ่านิ่วมาก่อน เราเลยเริ่มต้นตรวจ ณ จุดนั้นอีกครั้ง พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลก้อกระตือรือล้นดีมากพูดจาก้อดี การตรวจผ่านไปด้วยดี แต่มีคำถามอยู่ในใจว่า หมอที่ตรวจฟากที่เป็นห้องตรวจกะอีกฟากที่ไม่ใช่แตกต่างกันตรงไหนรึเปล่า สังเกตุได้จากหน้าตาอายุ และการพูดจาสอบถามคนไข้ จากนั้นเมื่อตรวจเสร็จก้อพาคุณยายกลับบ้านใช้เวลาในการหาหมอช่วงเช้าไปครึ่งวัน หลังจากนั้นตกกลางคืน คุณยายอาเจียน
ท่าทางไม่ดีเราจึงต้องพาไปหาหมอสวนดอกอีกครั้ง ครั้งนี้ต้องเข้าห้องฉุกเฉินที่เดียวที่เปิดบริการตลอด24 ชั่วโมง หลังจากที่ให้แม่้เฝ้ายาย
เราก้อรีบไปลงทะเบียนอีกครั้ง ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที กลับมาที่ห้องฉุกเฉิน ปรากฏว่ายังไม่มีหมอมาตรวจ(แล้วเรียกห้องฉุกเฉินทำไมเนี่ย) และแล้วก้อมีบุคคลคนหนึ่งใส่ชุดสีน้ำเงินมาถามนั่นถามนี่ พูดเสียงดังถามยายซึ่งอาเจียนจนหมดแรงก่อนจะไปโรงพยาบาล ว่าเป็นอะไรยังไง (เหมือนสอบถามผู้ต้องหา) แล้วเค้าก้อบอกว่าต้องเจาะเลือดนะ แล้วชีก้อเดินหายไป จากนั้นพยาบาลอีกคนก้อเอาชารท์มา ถามนั่นถามนี่อีกรอบ เราก้อเริ่มงงว่าไอ้ที่ถามนั่นถามนี่ มันถามไปแล้วนี อีกอย่างในตอนนั่น เราถามเค้าไปว่าทางโรงพยาบาล ก้อมีประว้ติของคนไข้นี่ คุณไม่ลองดูเหรอว่ายายเค้าเป็นมายังไง ตรวจครั้งสุดท้ายก้อตอนต้นปีนี่เอง ทั้งเอกซ์เรย์ทั้งเจาะเลือด จากนั้นน้องชายเราก้อเข้ามาถามเราว่ายังไงกัน เราก้อตอบไม่รู้้ืืว่ะ เพราะสังเกตุทั้งหมอทั้งพยาบาลเชื่องช้ากันเหลือเกิน โรงพยาบาลรัฐก้ออย่างงี้ แทบไม่น่าเชื่อว่าคำพูดของเราทำให้เจ้าหน้าที่บางท่านโดยเฉพาะผู้ช่วยพยาบาลที่แต่งหน้าเหมือนหญิง แ่่ต่ดูเหมือนชาย ฮีออกอาการมากเป็นพิเศษ (นั่งนินทาให้เราได้ยินด้วย) จากนั่นพยาบาลที่มาถามนั่นถามนี่มาเจาะเลือดคุณยาย
ซึ่งออกอาการเจ็บปวดมาก เพราะเข็มที่เจาะไม่ใช่เข็มเล็กๆ อีกอย่างคนแก่นี่ อาไรๆมันก้อหย่อนยานอะ แต่ไม่รู้รวมถึงเส้นเลือดด้วยไหม เลยทำให้พยาบาลต้องทิ่มเข็มอีกรอบ รอบแรกนี่ เรา้เห็นรอยช้ำขึ้นมาทันทีเลย สงสารยายมาก อีกอย่างบุคคลที่ใส่ชุดสีน้ำเงินนั่น ชีมาอีกแล้วค่ะ ก้อมาถามคุณยายโดยการเขย่า พูดเสียงดัง ไอ้เรารึก้อทนไม่ได้เลยพูดไปว่าคุณไม่เห็นหรือว่ายายชั้นเจ็บอยู่ นังพยาบาลเค้า
กำลังใช้เข็มทิ่มควานหาเส้นเลือดอยู่นี่ คงเพราะเราเป็นคนพูดเสียงดังมั้ง ชีเลยตอบมาว่าพูดกับหมอดีๆก้อได้ (อ้าว เป็นหมอนี่เอง ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ป้ายชื่อก้อไม่แขวนไว้) เราคิดว่าการที่เราเป็นญาติผู้ป่วย เมื่อหมอถามเราตอบคงเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างเราไม่รู้ว่าคนอื่นไม่สบายนี่ เค้าจะช่างพูดเหมือนตอนสบายดีไหม มีใครเวลาไม่สบายแล้วชั้นต้องพูดๆๆๆๆบ้าง เรารู้ว่า ณ ตอนนั้น
อารมณ์เคืองเรามีเยอะมาก ในด้านการได้รับบริการ นี่ๆๆๆ ไม่ได้เป็นคนไข้อนาถาซักหน่อย แล้วชีก้อบอกว่าเอาเลือดที่เจาำะไปตรวจ ถึงจะรู้ว่าเป็นอะไร จากนั่นก้อมาล้างท้องให้ยายโดยใช้สายยางสอดทางจมูกแล้วฉีดน้ำเกลือ ถามถึงผลตรวจเลือด ฮีคนนั่นก้อมาตอบว่าจะรู้ผลภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมง (อยากรู้จังว่าถ้าผลมันมาช้าคนไข้จะรอดไม๊ ถ้าต้องรอนานหรือมีอาการแทรกซ้อน)
แล้วคนไข้ก้อมีประวัติอยู่แล้วตั้งแต่ปี2517 ที่รู้เพราะนังเอ้ยนางพยาบาลบอก อีกอย่างตอนที่ไปถามเคาท์เตอร์พยาบาลเรื่องการตรวจ และถามถึงชีที่ใส่ชุดน้ำเงินว่าเป็นอินเิทินน์หรือปล่าว นังพยาบาลก้อตอบด้วยน้ำเสียงแบบว่า นั่นก้อหมอนะคนนั้นอะ เค้าเป็นแพทย์หญิง ทำเสียงแบบเชิด เริ่ด หยิ่ง ไอ้เราก้อ อ๋อออออออ หรอ เค้านั่งยันมาขนาดนั้น จากนั้นก้อต้องรอๆๆๆและรอ โดยประมาณชั่วโมงกว่าๆเราก้อไปถามที่เคาท์เตอร์อีกครั้งว่าผลตรวจเลือดมาหรือยัง นังพยาบาลคนเดิมตอบกลับมาว่า แหม เพิ่งมารอแค่
ชั่วโมงกว่าๆเอง รู้อยู่ว่าสวนดอกอะนะ เราเลยถึงบางอ้อว่า ขนาดแผนกฉุกเฉินยังต้องรอ ซึ่งบุคลที่ตอบเราก้อทำงานอยู่ที่นั่น เราก้อถามต่อว่า แล้วจะทำการรักษาอย่างไรต่อ พยาบาลก้อบอกอีกว่ารอผลเลือดแล้วหมอที่ทำการรักษาจะทำการประชุม(กับใครก้อไม่รู้) โดยการโทรถาม ว่าผู้ที่จะทำการตัดสินใจให้นอนรักษาได้คือ หมอประจำวอรด์ โอเค ก้อได้ ไหนๆก้อมาถึงตั้งแต่ตีหนึ่งสิบห้าแล้ว ตอนถามนางพยาบาล ก้อตีสามกว่าๆเอ๊ง รอไปเถอะ ช่วงชั่วโมงกว่าๆที่ยืนเฝ้าคุีณยายโดยไม่มีบุคลากรหน้าไหนโผล่มาเลย ยังคิดอยุ่ในใจว่า ถ้าคุณยายอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีญาติมาดูแล หากอาเจียนหรือขี้เยี่ยว คงไม่มีหน้าไหนรู้ หรือรู้ กว่าจะมา ก้อคงเลอะเทอะ
หมดแล้ว และแ้ล้วก้อมีหมอที่ใส่เสื้อขาวติดป้ายชื่อมาดูยาย แล้วก้อเช็คนั่นเช็คนี่ โดยพูดให้เราฟังด้วยน้ำเสียงที่ดีมากๆ เรารู้สึกถึงการเป็น
คนไข้เป็นผู้ได้รับการบริการ เค้ารู้จักที่จะฟังและบอกว่าอาการที่เป็นอยู่คืออะไร นั่นคือสิ่งที่เราได้เห็นในการกระทำของบุคลากรที่ทำงานเหมือนกัน ทั้งช่วงเช้า และหลังเที่ยงคืนในวันนั้นๆ ขอบคุณบุคลากรหลายๆท่านที่ทำหน้าที่ของท่านได้ดี มีความรับผิดชอบ และขอบคุณอีกหลายๆท่านในคืนนั้นที่ได้ทำหน้าที่อย่างเสียมิได้
ทั้งนั่งอ่านหนังสือดารา ทั้งนินทาด้วยความไม่พอใจให้ได้ยินและการละเลยหน้าที่ๆควรจะทำ อีกอย่างเพิ่งรู้ว่ารถเข็นขายอาหารก้อมีขายในห้องฉุกเฉิน ที่สำคัญ อยากจะให้รู้ว่าควรจะติดป้ายชื่อและตำแหน่งกันไว้ด้วยก้อจะเป็นการดี
เพราะแต่ละท่านหน้าที่รับผิดชอบก้อไม่เหมือนกันอยู่แล้ว คนที่ไม่สบายก้อต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์
การสื่อสารต่อกันก้อเป็นสิ่งสำคัญในอาชีพของท่านโดยเฉพาะ ไม่ว่าหมอ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ก้อสำคัญทั้งนั้น อาชีพของท่าน
ท่านเลือกที่จะำทำเอง โปรดอย่าได้แสดงสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าท่านกำลังดูถูกตัวท่านเองในสิ่งที่ทำอยู่เลย ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจถูกหรือผิด
ก้ออยู่ที่ท่านเป็นคนอย่างไร มองในมุมไหนเท่านั้น
ผู้มาเยือน
คนทำงานโรงพยาบลมีโอกาสติดเชื้อโรคร้ายแรงได้เกิน 70% เวลาพักกลางวันไม่ใช้ว่าเที่ยงแล้วจะได้ลงทันที สี่โมงครึ่งใช่ว่าจะได้กลับบ้านเลย ไม่มีสิทธิปฏิเสธแม้ว่าผู้ป่วยที่เราดูแลอยู่เป็นโรคร้ายแรงเพียงใด เพื่อแลกกับเงินเดือนที่น้อยมาก ๆๆๆๆ แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพเราก็พร้อมที่จะดูแลท่านอย่างดีที่สุด อาจมีบกพร่องบ้างแต่เราก็คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง คงต้องขออภัย
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......