ผู้ประกอบการรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทอง โอดต้นทุนสูงน้ำมันสูงทำให้รายได้หด งดวิ่งให้บริการเพียบ บางรายจัดบริการเสริมเพิ่มรายได้ ทั้งรับฝากของ-หาโฆษณาข้างรถ พร้อมขอผู้โดยสารเห็นใจขอเพิ่มอีกคนละ 2 บาท

นางเหรียญทอง ชัยเมืองชื่น อายุ 44 ปี ผู้ประกอบการเดินรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทอง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาภายหลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางผู้ประกอบการเดินรถสองแถวสาย เชียงใหม่-จอมทอง ได้มีการทำหนังสือเสนอขอขึ้นราคาค่าโดยสารกับขนส่งจังหวัดเนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างต่แเนื่องได้
โดยได้ขอเพิ่มค่าโดยสารอีกคนละ 5 บาทต่อเที่ยวจากค่าโดยสารเดิม แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแต่อย่างใด จนทำให้ผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากต้องหยุดวิ่งรถในช่วงนี้ไปจนกว่าจะมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพราะไม่ต้องการแบกรับ ปัญหาการขาดทุน
ทั้งนี้โดยปกติแล้วในแต่ละวันรถสองแถวสาย เชียงใหม่-จอมทอง จะวิ่งรถไป-กลับวันละ 2 เที่ยวหรือคิดเป็นระยะทางรวมประมาณวันละ 240 กิโลเมตรซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเฉลี่ยประมาณวันละ 900 บาท ในส่วนของรายได้จากการวิ่งรถในแต่ละวันจะมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200-1,500 บาทต่อวันและเมื่อหักค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าน้ำมัน 900 บาทต่อวันกับค่าเช่ารถอีก 250 บาทต่อวันไปแล้ว ผู้ประกอบการจะเหลือรายได้จากการวิ่งรถเพียงวันละ 200-300 บาทเท่านั้น
จากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาวิธีการในการประคับประคองตัวในยุคน้ำมันแพงด้วยการเพิ่มบริการ ที่นอกเหนือจากการขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารแต่เพียงอย่างเดียวด้วยการเพิ่มบริการรับฝากสิ่งของตามเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน และการหาโฆษณาติดข้างรถซึ่งได้จากบริษัท ห้างร้านต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่
นอกจากนี้ยังต้องบอกกับผู้โดยสารว่าขอขึ้นราคาค่าโดยสารเพิ่มอีกคนละ 2 บาทเนื่องจากจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการเดินรถสองแถวไปได้บ้างซึ่งตรงนี้ผู้โดยสารก็เข้าใจ และยอมจ่ายแต่โดยดีเพราะเห็นใจผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวันๆ
อย่างไรก็ตาม ในการปรับขึ้นราคาของผู้ประกอบการเดินรถโดยสารที่ผ่านมาไม้ได้มีการบังคับผู้โดยสารเพื่อให้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นในลักษณะของการพูดเพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความเห็นใจและยินยอมที่จะจ่ายโดยที่ไม่ได้มีการบังคับกันแต่อย่างใด ใครเต็มใจจ่ายเพิ่มก็จ่ายไม่เต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มก็ไม่ว่ากัน
ด้านนางสาววสิตา ทันใจ อายุ 15ปี นักศึกษาสถาบันอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โดยปกติแล้วจะใช้บริการรถโดยสารเพื่อเดินทางจากบ้านในอำเภอหางดง เข้ามาเรียนหนังสือในตัวอำเภอเมืองเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากประหยัดกว่าใช้รถจักรยายนต์ส่วนตัวในยุคที่น้ำมันแพง ทั้งนี้เนื่องจากอัตราค่าบริการรถโดยสารไป-กลับจากอำเภอหางดงเข้ามาในเมืองเพียง 25-30 บาทต่อวันเท่านั้นเมื่อเทียบกับการใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัวที่จะต้องเติมน้ำมันอย่างน้อยวันละ 50-60 บาทต่อวัน
สำหรับเรื่องที่ผู้ประกอบการรถสองแถวขอปรับเพิ่มราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเองอีกคนละ 2 บาททั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาติให้มีการปรับราคาค่าโดยสารนั้น โดยส่วนตัวรู้สึกเห็นใจผู้ประกอบการอยู่เหมือนกันที่จะต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน
ที่มา :