...............ฮึ่มจับร้านเน็ต................

ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ฮึ่มตรวจเข้มร้านเกมร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่เปิดให้บริการกับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าใช้บริการหลังเวลา 22.00 น. เบื้องต้นจับกุมเจ้าของร้านฝ่าฝืนกฎหมายได้ 2 รายพร้อมผู้ใช้บริการที่อายุไม่ถึงอีกหลายรายเมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 2 พ.ค. 51 นายชุมพร แสงมณี ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ อส.จังหวัดเชียงใหม่ นำกำลังจำนวนกว่า 15 นาย ออกตรวจสอบร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต ตามแหล่งต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยจุดแรกได้เข้าตรวจสอบร้าน เอ ที โฮม ตั้งอยู่เลขที่ 3/10 ถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ตรวจสอบภายในร้านพบเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี เข้ามาใช้บริการ จำนวน 4 คน และผู้ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงอีกจำนวน 2 คน จึงได้ให้ทางปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นผู้ออกหนังสือเปรียบเทียบปรับ พร้อมจับกุมผู้ดูแลร้านดังกล่าวไว้ด้วย จากนั้นได้เข้าตรวจสอบร้าน ที ซี อินเทอร์เน็ตและเกมส์ออนไลน์ ซึ่งอยู่ติดกัน ก็พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาเล่นเช่นกัน แต่ไม่พบว่ามีเด็กต่ำกว่า 15 ปี เข้ามาเล่น ซึ่งที่พบมีเพียง 2 คนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง จึงได้เปรียบเทียบปรับไป จากนั้นได้นำตัวผู้ดูแลร้านทั้งสองแห่งดำเนินคดีในข้อหา ชักจูง ยินยอม ให้เด็กประพฤติตัวไม่เหมาะสม
จากนั้นได้เดินทางไปตรวจร้านอินเทอร์เน็ตในย่านตลาดธานินท์ อ.เมืองเชียงใหม่ ก็พบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาเล่นจำนวนมาก และก็ได้ปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งบางร้านนั้นใบอนุญาตหมดอายุก็มี ซึ่งก็ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับและดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายชุมพร แสงมณี ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในการออกมาตรวจสอบร้านเกมส์ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ครั้งนี้ก็เนื่องจากทางรัฐบาลนั้นได้เข้มงวดในเรื่องของการเปิด - ปิด สถานบริการดังกล่าว และทางด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้กำชับให้มีการเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นการมอมเมาเยาวชน จึงกำชับให้หลายอำเภอออกตรวจสอบในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง
โดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่ หากพบว่าร้านไหนทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเกินเวลา 22.00 น.เป็นต้นไป ก็ให้จับกุมดำเนินคดีทันที หรือร้านไหนปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อตรวจสอบในร้านแล้วพบทั้งสองกรณีนี้ก็ดำเนินคดีทันที และอาจจะมีการยึดใบอนุญาตด้วย ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการป้องปรามเท่านั้น แต่หากครั้งหน้าตรวจพบก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดแน่นอน
ที่มา :

------------------------------------------------------
บี้เน็ตคาเฟ่เก็บข้อมูลลูกค้า 90 วัน
ไอซีทีเยี่ยมร้านเน็ตพบร้านผิดกฎหมาย เร่งเตือนปรับปรุงให้ถูกต้อง พร้อมให้จัดเก็บข้อมูลจราจร เดินหน้าจับกุมร้านเน็ตผิดกฎหมายเดือนสิงหาคมนี้
นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยหลังจากได้ตรวจเยี่ยมร้านอินเทอร์เน็ตหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบร้านอินเทอร์เน็ตที่ค่อนข้างปิดมิดชิดลับตาคน และยังมีเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวร้านอินเทอร์เน็ตต้องเฝ้าระวังอย่างมาก ทางกระทรวงไอซีทีได้แจ้งเตือนเจ้าของร้านให้เข้มงวด และดำเนินการปรับปรุงร้านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ก่อนที่กระทรวงไอซีทีจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบจับกุมร้านที่กระทำความผิดอย่างจริงจังในเดือนสิงหาคมนี้
ทั้งนี้ จากมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ได้กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป ร้านอินเทอร์เน็ตทุกร้านจะต้องมีรายชื่อของลูกค้าที่เข้าใช้บริการ ในลักษณะเดียวกับการเข้าพักโรงแรมที่ต้องมีรายชื่อลูกค้า เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบว่ามีใครเข้ามาใช้บริการบ้าง ซึ่งขณะนี้กระทรวงไอซีทีได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงแจ้งเตือนไปยังร้านอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศแล้ว เพราะถ้าหากพบมีข้อมูลที่กระทำความผิด และทางผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตไม่มีข้อมูลมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท จนถึงขั้นต้องปิดร้าน
นอกจากนี้กระทรวงไอซีทียังได้กำชับผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ต โดยการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 14.00-22.00 น. ห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา ภายในร้าน รวมถึงการใช้เป็นแหล่งมั่วสุมในเรื่องลามกอนาจารด้วย
นายศราวุธ เพชรพนมพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงไอซีทีอยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ให้สำรวจร้านอินเตอร์เน็ตทั่วประเทศว่ามีเท่าไหร่ โดยให้แยกออกมาอย่างชัดเจนว่าแต่ละจังหวัดมีร้านที่จดทะเบียนถูกต้องเท่าไหร่ ไม่จดทะเบียนเท่าไหร่ เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาผลักดันให้ร้านอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกัน หากร้านไหนไม่ดำเนินการ ในเบื้องต้นก็จะตักเตือนก่อน แต่พอตรวจสอบครั้งที่ 2 ยังกระทำผิดอยู่ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที.
