เอื้ออาทรต้นตำรับส่งกลิ่น ผู้ซื้อโครงการสันกำแพงเตรียมฟ้องศาลปกครอง เหตุโดนยกเลิกสัญญา-ยึดบ้านไม่รู้ตัว การเคหะฯระบุหนี้เสียเริ่มบาน ยอมรับอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 39 รายที่เชียงใหม่ ขณะที่ "ขรรค์ ประจวบเหมาะ" แจงปัญหาเกิดจากธนาคารนำระบบคำนวณค่างวดแบบใหม่มาใช้ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ของแบงก์ชาติ ธอส. กำลังเร่งตรวจสอบเป็นรายๆ ไป
โครงการบ้านเอื้ออาทรมีปัญหาเรื้อรังหลายอย่าง ทั้งปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง และการส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ ล่าสุดกลุ่มผู้ซื้อบ้านโครงการบ้านเอื้ออาทรสันกำแพง ซึ่งเป็น 1 ใน 9 โครงการนำร่องของ จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันลงชื่อจำนวน 104 ราย ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี และ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ช่วยเหลือกรณีถูกการเคหะแห่งชาติยกเลิกสัญญา เรียกบ้านคืน โดยไม่แจ้งหรือเตือนให้ทราบล่วงหน้า
นายอุทิศ เสือหนู แกนนำผู้ร้องเรียนโครงการบ้านเอื้ออาทรสันกำแพง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผู้ซื้อบ้านทยอยเข้าอยู่อาศัยในโครงการสันกำแพงตั้งแต่ปลายปี 2549 และผ่อนชำระค่าบ้านกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สาขาเชียงใหม่ วงเงินกู้รายละประมาณ 3.9 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ใน 3 ปีแรก ร้อยละ 5.5, 6 และ 6.5 ต่อปีตามลำดับ อัตราผ่อนชำระเดือนละ 1,800-3,700 บาท แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ได้มีหนังสือจากสำนักงานเคหะชุมชนเชียงใหม่ถึงผู้ซื้อบ้านหลายสิบรายบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย ระบุว่ามีการผิดนัดชำระค่างวดบ้าน บางรายมีหนังสือแจ้งให้ส่งคืนบ้านแก่การเคหะแห่งชาติ
กรณีนี้ผู้ซื้อทั้งหมดไม่เคยได้รับการติดต่อ หรือทวงถามจาก ธอส. และภายหลังเมื่อไปขอชำระหนี้ค้างชำระ ธอส.ปฏิเสธรับชำระหนี้ แจ้งว่าได้ยกเลิกสัญญา และการเคหะฯซื้อบ้านคืนไปแล้ว เมื่อกลับมาขอชำระโดยตรงกับการเคหะฯก็ไม่สามารถทำได้ โดยยืนยันว่ายกเลิกสัญญาแล้ว ลูกหนี้หลายรายจึงตัดสินใจนำค่างวดไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาคฯ และเข้าแจ้งตำรวจบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าได้พยายามหาทางชำระหนี้แล้วกว่า 20 ราย
"เจ้าหน้าที่ของ ธอส.ไม่ได้อธิบายรายละเอียดสัญญาให้ผู้กู้ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่งกู้เงินซื้อบ้านเป็นครั้งแรกให้เข้าใจเท่าที่ควร ความไม่เข้าใจถ่องแท้ ทำให้ผู้กู้หลายรายตกเป็นลูกหนี้ผิดนัดโดยไม่รู้ตัว เช่น การนับวันครบรอบชำระค่างวด ซึ่งนับวันครบรอบเดือนจากวันที่ทำสัญญาอีก 30 วัน ขณะที่ผู้กู้ส่วนใหญ่เข้าใจว่าครบในวันสิ้นเดือน ส่วนใหญ่ซึ่งทำสัญญากู้วันที่ 19 ธ.ค.2549 จะต้องครบกำหนดชำระเดือนแรกในวันที่ 19 ม.ค.2550 ลูกค้าไม่เข้าใจจึงนำเงินไปชำระในวันสิ้นเดือน ม.ค. ก็ถูกถือว่าผิดนัดชำระไปแล้ว 1 งวด และเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัด 13.5% ทันที"
นายอุทิศกล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้ร้องเรียนเตรียมยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เนื่องจากการเคหะแห่งชาติเรียกบ้านคืน โดยไม่เปิดช่องให้เจรจา ถือเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ และเป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่พัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงเรื่องที่อยู่อาศัย
แหล่งข่าวในการเคหะเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตอนนี้มีคนขาดส่งค่างวด และการเคหะฯต้องซื้อบ้านคืนมากว่า 70 รายแล้ว ปัญหาการค้างชำระมีจำนวนมาก และกระจายในเกือบทุกโครงการ เพราะผู้ซื้อจำนวนหนึ่งไม่มีกำลังซื้อเพียงพอ ผู้กู้หลายรายมีคุณสมบัติต่ำกว่ามาตรฐาน
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
