เผยพุทธศาสนิกชนตกใจ ทองคำเปลวติดรอบองค์ครูบาศรีวิชัยหลุดหายไร้ร่องรอย ตำรวจตู้ยามห้วยแก้ว หลังอนุสาวรีย์พระครูบาตะลึง เกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนสงกรานต์ยังเห็นเหลืองอร่ามทั้งองค์ ด้านคนเฝ้ายืนยันไม่มีใครมาขูดลอกทองเปลวออกเด็ดขาด ดูแลทั้งกลางวัน-กลางคืน สงสัยเกิดจากการสาดน้ำขมิ้นส้มป่อยขึ้นไปถูกรูปหล่อครูบาตั้งแต่ศีรษะลงมาจนทองเปลวหลุดลอกหมด
หลังจากที่ “ไทยนิวส์” เสนอข่าวไปแล้วว่าที่อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเชิงดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้ศรัทธาประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมากราบสักการะครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทยตามปกติ และมีผู้สังเกตเห็นรูปหล่อครูบาศรีวิชัยมีสภาพเศร้าหมอง ใบหน้าคล้ำ มีรอยด่างดำ โดยไม่มีทองคำเปลวปิดไว้เหมือนทุกครั้ง รอบองค์ทองคำเปลวหลุดหายคล้ายถูกขูดลอกออก เกรงมิจฉาชีพเข้าไปขโมยลอกทองคำเปลว ทำให้อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าขาดสง่างาม ขณะที่นายพยูณ มีทองคำ ประธานมูลนิธิครูบาศรีวิชัยเชียงใหม่ ยอมรับว่าเพิ่งไปสักการะอนุสาวรีย์ครูบาเจ้า แต่ไม่ได้สังเกตทองคำเปลวครูบาถูกขูดลอกออก อย่างไรก็ตามได้จ้างคน ดูแล โดยมูลนิธิออกค่าใช้จ่ายเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนกลุ่มผู้จำหน่ายไม้ดอกดูแล ด้านหลังก็มีตู้ยามตำรวจ น่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคน ลักลอบขูดทองคำเปลว แต่หากมีก็จะแจ้งความดำเนินคดีนั้น
เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวชุมชนห้วยแก้ว และซุ้มขายดอกไม้สักการบูชาอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 เม.ย.2551 ซึ่งต่างก็ยอมรับว่าทองเปลวรอบองค์ครูบาหลุดหายไปจริง แต่ไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าเข้าไปขูดลอก เพราะแม่ค้าขายดอกไม้ตลอด 24 ชม. ไม่เห็นมีสิ่งผิดปกติ นอกจากนั้นกลางคืนยังมี นายโยธิน โกมลธง เป็นคนดูแล ส่วนกลางวันมีลุงสิงห์แก้ว ศรีหาอ่อนตา เป็นผู้ดูแลอยู่ หากมีอะไรก็จะรีบแจ้งคณะกรรมการมูลนิธิ และกรรมการชุมชนที่ควบคุมอยู่ทราบ วันเดียวกันผู้สื่อข่าวพบกับ ด.ต.โสภณ จันทราภรณ์ ตำรวจประจำตู้ยามห้วยแก้ว ตั้งอยู่หลังอนุสาวรีย์ครูบา ได้เข้าไปตรวจสอบองค์ครูบาแล้วพบว่า ทองเปลวที่เคยติดอยู่รอบองค์หลุดหายไปจริง เหลือสภาพองค์ด่างดำ มีรอยปิดทองในอดีตเอาไว้เป็นสีดำรูปสี่เหลี่ยม แต่ไม่มีร่องรอยของการขูดลอก
นายสิงห์แก้ว ศรีหาอ่อนตา อายุ 72 ปี บ้านอยู่หลังวัดศรีโสดา เป็นผู้รับจ้างดูแลอนุสาวรีย์ตอนกลางวัน กล่าวยืนยันกับ ด.ต. โสภณ ต่อหน้าผู้สื่อข่าวว่า รับรองไม่มีใครกล้ามาขูดลอกเอาทองคำเปลวจากองค์ครูบาแน่นอน เท่าที่ตนเฝ้าดูตั้งแต่วันสงกรานต์เป็นต้นมา มีชาวบ้านมารดน้ำครูบากันมาก และเมื่อ 17 เม.ย. ก็มีพิธีรดน้ำของชาวชุมชนห้วยแก้วคนหลายร้อย มีทั้งสาดน้ำขมิ้นส้มป่อยขึ้นไป อาจทำให้ทองเปลวหลุดไป ทางด้านตำรวจประจำตู้ยามห้วยแก้ว กล่าวว่าจะสอบถามนายโยธิ ผู้ดูแลกลางคืนอีกคนว่ามีสิ่งผิดปกติใดหรือใครมาลักลอบขูดลอกทองเปลวหรือไม่ และถือว่าเรื่องนี้สำคัญกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนที่ขึ้นมากราบสักการะครูบาทุกวันๆละหลายพันคน
ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 21 เม.ย. ที่ปะรำพิธีข้างอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย มีการปรึกษาหารือของคณะกรรมการดูแลครูบาศรีวิชัย ซึ่ง ด.ต.โสภณ จันทราภรณ์ กล่าวว่าได้พบกับนายจรัญ คำซอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.สุเทพ และกรรมการอีกหลายคนที่ตรวจสอบสภาพองค์ครูบาแล้ว สรุปความเห็นกันว่าทองเปลวที่หลุดลอกออกนั้น น่าจะมาจากการรดน้ำขมิ้นส้มป่อยของชาวบ้าน ทำให้ทองหลุดออกเผยให้เห็นเนื้อเดิมขององค์ครูบา และบริเวณศีรษะยิ่งหลุดมากทำให้เห็นร่องรอยการปิดทองแท้เอาไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมเมื่อทองหลุดก็เป็นสี่เหลี่ยมดำ ๆเรื่องนี้คณะกรรมการตกลงกันจะทาสีทองใหม่เพื่อให้องค์ครูบามีสง่าราศีโดยเร็ว ส่วนงบประมาณที่จะดำเนินการนั้นมีอยู่แล้ว จากการตั้งตู้รับบริจาคที่แล้วๆมาเมื่อทำเสร็จก็จะรีบทำบุญใหญ่ เพื่อองค์ครูบาเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนอย่างไม่เสื่อมคลายต่อไป.
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
สลด อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อยู่ในสภาพเศร้าหมอง ทองคำเปลวถูกลอกออกมา เห็นรูปหล่อกระดำกระด่างศรัทธาประชาชนเข้าไปกราบสักการะแล้วสงสัย ชาวบ้านปิดทองเอาไว้นานปีจนทั้งองค์เหลือง อร่าม แต่พอหลังสงกรานต์พบว่าทองคำเปลวหลุดหายไปทั้งองค์ ขณะที่ตลาดสังฆภัณฑ์ระบุทองคำเปลวมีราคาแพงถึงแผ่นละ 7 บาท อาจเป็นไปได้ที่มิจฉาชีพจะเข้าไปขุดลอกทองจากครูบาศรีวิชัย
เมื่อบ่ายวันที่ 19 เม.ย.51 ที่ลาน อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ได้มีศรัทธาประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เดินทางมากราบสักการะครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งลานนาไทยตามปกติ ปรากฏว่ามีผู้สังเกตเห็นรูปหล่อครูบาศรีวิชัยมีสภาพเศร้าหมอง ใบหน้าคล้ำและมีรอยด่างดำ โดยไม่มีทองคำเปลวปิดไว้เหมือนทุกครั้ง นอกจากนั้นรอบองค์ก็พบทองคำเปลวหลุดหายคล้ายกับถูกขุดลอกออก ชาวบ้านเกรงว่าอาจมีมิจฉาชีพเข้าไปขโมยลอกทองคำเปลวจากองค์รูปหล่อครูบาเจ้าอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมและผลกรรม และยังทำให้รูปหล่อครูบาเจ้าขาดสง่าราศีและความสวยงามด้วย ผู้พบเห็นจึงเข้าร้องเรียนต่อ "ไทยนิวส์" เพื่อให้พิสูจน์เรื่องนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไป ได้พบกับคณะศรัทธาจากต่างจังหวัด ซึ่งติดตามลูกหลานมางานพระราชทานปริญญาบัตร ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ ไม่ขอเปิดเผยชื่อบอกว่าเคยเห็นในรูป ครูบาศรีวิชัยสง่างามมากปิดหุ้มทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ แต่มาพบวันนี้ผิดคาด สงสัยจะมีคนแอบลอกทองคำเปลวไปขาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพขององค์รูปหล่อครูบาศรีวิชัย ซึ่งมีความสูงเท่าครึ่งของตัวจริงนั้นมีสภาพหมองคล้ำจริง ตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงเท้าทองคำเปลวที่เคยถูกติดไว้จำนวนมาก หลุดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตามองค์รูปหล่อเผยให้เห็นเนื้อรูปหล่อโดยตรงโดยไม่มีทองเปลวหุ้มหรือการทำสีห่อหุ้มให้เกิดสง่าราศี และความสวยงาม จึงทำให้ประชาชนที่เข้าไปปิดทองใกล้ๆ แล้วสังเกตเห็นความผิดปกติดังกล่าว นอกจากนั้นบริเวณเท้าของรูปหล่อที่เคยมีคนปิดทองคำเปลวมากที่สุด เพราะอยู่ระดับต่ำ ง่ายต่อการปิดทองก็ไม่มีทองปิดเหมือนเดิม คงมีร่องรอยของการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมารดตามประเพณีดำหัวของชาวภาคเหนือ อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องนี้ไปยังร้านค้าสังฆภัณฑ์ที่จำหน่ายทองคำเปลว ได้รับการชี้แจงว่าปัจจุบันราคาทองคำเปลวแท้มีราคาแพงมากถึงแผ่นละ 7-8 บาท บางแห่งซื้อไปแล้วแบ่งทองคำเปลวออกเป็นสองส่วนไว้ให้ประชาชนได้ปิดทองโบราณวัตถุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือก็มี
ทางด้านนายพยูณ มีทองคำ ประธานมูลนิธิครูบาศรีวิชัยเชียงใหม่ ชี้แจงเรื่องดังกล่าวกับ "ไทยนิวส์" ว่าเพิ่งไปสักการะอนุสาวรีย์ครูบาเจ้ามาเมื่อก่อนวันสงกรานต์ แต่ไม่ได้สังเกต วันที่ไปจำได้ 10 เม.ย. ทางคณะกรรมการที่ดูแลก็อยู่ด้วยกัน แต่ยอมรับไม่ได้สังเกต ทองคำเปลวของครูบาถูกขูดลอกออก เราจ้างคนดูแล โดยมูลนิธิออกค่าใช้จ่าย 1 คนในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนกลุ่มผู้จำหน่ายไม้ดอกดูแล ด้านหลังก็มีตู้ยามตำรวจ มองอย่างนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครไปลักลอบขูดทองคำเปลว แต่หากมีก็คงเป็นหนอนบ่อนไส้ ผู้ขายดอกไม้ก็จะต้องร่วมกันดูแล เพราะอยู่กันตลอดเวลา" นาย พยูณ มีทองคำ กล่าวอีกว่า หากเป็นการลักลอบขูดทองคำเปลวจากองค์ครูบาไปจริง จะต้องแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งจะพาคณะ กรรมการไปตรวจสอบโดยด่วนก่อน
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณูปการของท่าน ในฐานะที่ ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนประชาชนชาวภาคเหนือ ร่วมแรงร่วมใจกันบุกเบิกทำถนนด้วยจอบเสียบ มีด จากเชิงดอยสุเทพขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยไม่มีเครื่องจักรกลใดๆ เริ่มลงมือเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2477 และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2478 เพียงปีเศษ รวมระยะทางจากเชิงดอยไปถึงวัด พระบรมธาตุดอยสุเทพประมาณ 10 ก.ม. โดย อนุสาวรีย์ดังกล่าวได้กลาย เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนเป็นอันมาก บ้างก็ไปขอโชคลาภ ขอพรให้สำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ดังนั้นชุมชนบ้านห้วยแก้ว และลานครูบาจึงร่วมกับเทศบาลตำบลสุเทพ ตั้งแต่สมัยยังเป็น อบต.ได้เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะตลอด 24 ชม.
ที่มา :
