ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: พาเหยื่อฟ้องเองคดีฆ่าสาวในมช.
CM108 > News Zone > ข่าวประจำวัน
ผู้สื่อข่าวออนไลน์
พาเหยื่อฟ้องเองคดีฆ่าสาวในมช.



เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 มี.ค. 2548 ที่ศาลอาญาจังหวัดเชียงใหม่ นายพรศักดิ์ สังข์สังวาลย์ ประธานสภาทนายความจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้องศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายสุเมธ ผ่องผิว พ่อของน.ส.เบญจภรณ์ หรือ "แอน" ผ่องผิว เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือให้ติดตามคดีกรณีที่บุตรสาวถูกคนร้ายฆ่ารัดคอติดกับต้นกระถินยักษ์ ข้างรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี 2548 โดยทางญาติได้ติดตามคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอดเวลาแต่คดีไม่คืบหน้า ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ จึงขอความช่วยเหลือไปยังสภาทนายความจังหวัดเชียงใหม่ให้ช่วยยื่นฟ้องศาลเอง

นายพรศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ 1443/2551 โดยมีนายสุเมธ ผ่องผิว พ่อผู้ตายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง คดีก็คล้ายกับคดีฆ่าแพทย์หญิงผัสพร ที่พ่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง คดีนี้ทางพ่อของน้องแอนมีความร้อนใจที่คดีไม่คืบหน้า และยังร้องอีกว่าทางตำรวจทำงานล่าช้า เมื่อทำการสอบถามคดีก็อ้างว่าคดีขาดพยานหลักฐานอะไรต่างๆ จนคดีมีทีท่าว่าจะไม่เดินหน้า จึงเดินทางเข้ามายังสภาทนายความเพื่อยื่นเรื่องร้องทุกข์ ในส่วนของสภาทนายความจึงดำเนินการให้ ซึ่งเราไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาที่เรายื่นฟ้องได้ เกรงจะกระทบต่อรูปคดี แต่เรายืนยันและมั่นใจจากหลักฐานพยานที่เรามี และมั่นใจจะเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยได้แน่นอน เบื้องต้นศาลได้พิจารณาแล้วและนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 พ.ค.2551 เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นการนัดไต่สวนครั้งแรก

--------------------------------------------
อ้างถึงข่าวเดิม

ฆ่าโหดสาวในมช. เซฟตี้เบลต์รัดคอ-มัดศพต้นไม้
เจ้าของ"กิ๊ฟต์ช็อป"ตร.เค้นแฟนหนุ่มเจอหลักฐานในรถจับตรวจดีเอ็นเอ!

สยอง- น.ส.เบญจภรณ์ ผ่องผิว อดีตน.ศ.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เจ้าของร้านกิ๊ฟต์ช็อปหน้ามช. ถูกฆ่ารัดคอมัดติดกับต้นไม้ในป่าละเมาะ ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ล่าสุดตร.เรียกสอบเครียดแฟนของผู้ตาย ตามข่าว


ฆ่าโหดสาวเจ้าของร้านกิ๊ฟต์ช็อปหน้ามช. มัดศพกับต้นไม้ด้านหลังปั๊มปตท.ในมหาวิทยาลัย สภาพสุดสยดสยอง ศพถูกมัดด้วยเข็มขัดนิรภัยรถ คอถูกรัดด้วยเข็มขัดนิรภัยอีกเส้น ตาถูกปิดด้วยผ้าพันคอ ผบช.ภาค 5 "ภาณุพงศ์"ระดมจนท.หาพยานหลักฐาน พร้อมกับนำแฟนหนุ่มและคนใกล้ชิดมาสอบสวน ก่อนหิ้วแฟนหนุ่มไปหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลังพบหลักฐานเปื้อนเลือดในรถ ระบุน่าจะฆ่าจากความแค้น โดยคนตายรู้จักกับฆาตกรอย่างดี

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. พ.ต.ต.ฐนวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ต.ภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายที่ถนนด้านหลังปั๊มน้ำมันปตท. ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.จิรุจจ์ พรหโมบล ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ชำนาญ รวดเร็ว รองผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ รอง ผบก.ศสส.ภาค5 แพทย์เวรจากร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยรวมใจ

ที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะกระถินยักษ์ หลังปั๊มน้ำมันปตท. ภายในมหาวิทยาลัย พบศพน.ส.เบญจภรณ์ หรือแอนนี่ ผ่องผิว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/6 ถ.โชตนา ซอย 6 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกมัดติดกับต้นกระถิน มีผ้าพันคอสีดำปิดตา แขนทั้งสองถูกมัดด้วยเข็มขัดนิรภัย คอถูกรัดด้วยเข็มขัดนิรภัยติดกับต้นกระถิน ลิ้นจุกปาก เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ช.ม. ใกล้ๆ ศพยังพบรอยล้อรถยนต์ขนาดเล็ก ต่อมารปภ.ของมหาวิทยาลัยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า พบกุญแจรถยนต์ไม่ทราบว่าเป็นของใครตกอยู่กลางสนามรักบี้ ด้านหน้าตึกอธิการบดี จึงเข้าไปตรวจสอบและพบรถเก๋งไดฮัทสุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ-5739 เชียงใหม่ ของผู้ตายจอดอยู่ที่หน้าตึกอธิการบดี ภายในรถเข็มขัดนิรภัยถูกตัดออกไปทั้ง 2 เส้น และพบร่องรอยการต่อสู้ภายในรถด้วย
รถเหยื่อ- ตำรวจตรวจสอบรถของน.ส.เบญจภรณ์ หลังพบถูกจอดทิ้งอยู่หน้าสำนักงานอธิการบดี มช. ส่วนทางด้านคดีเจ้าหน้าที่เรียกสอบเครียดแฟนหนุ่มของผู้ตาย ตามข่าว


สอบสวนทราบว่าน.ส.เบญจภรณ์ผู้ตาย เป็นเจ้าของร้านขายกิ๊ฟต์ช็อป หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นอดีตนักศึกษาปริญญาตรี คณะธุรกิจเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่เชิญตัวกลุ่มเพื่อนสนิทและบรรดาเจ้าของร้านขายของหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งแม่และแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบปากคำที่โรงพัก

จากการสอบสวนเพื่อนที่มีร้านอยู่ใกล้กับร้านของผู้ตาย ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งเลิกขายสินค้าแล้ว เห็นผู้ตายเก็บร้านบอกว่าจะไปเที่ยวต่อที่ร้านอาหารขันอาสา จากนั้นผู้ตายก็ออกจากร้านไป โดยเห็นเพื่อนผู้ตายป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นประมาณ 2 คน

ส่วนนายวุฒิชัย หรือปุ๊ก ใจสมัคร แฟนหนุ่มของผู้ตาย หุ้นส่วนผับวอร์มอัพ ย่านต.สุเทพ ให้การว่า คบหาเป็นแฟนกับผู้ตายมานานหลายปี ตกลงกันแล้วว่าปีหน้าจะแต่งงานกัน วันที่เกิดเหตุช่วงเย็นจนถึงตี 2 ตนไปร้านอาหารขันอาสา ซึ่งเจ้าของร้านจัดงานปาร์ตี้ เนื่องในโอกาสครบรอบแต่งงานของเจ้าของร้าน ตนไปในฐานะคนรู้จักกัน ส่วนผู้ตายตอนแรกบอกจะไปด้วย แต่เนื่องจากต้องขายของอยู่ที่ร้านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงบอกตนว่าหลังปิดร้านช่วงเวลา 4 ทุ่ม จะตามไปในงานปาร์ตี้ด้วย ตนและเพื่อนๆ ก็รออยู่ที่ร้านดังกล่าว แต่ไม่มีวี่แววของผู้ตายว่าจะตามมา พยายามโทรศัพท์มาหลายครั้ง แต่ไม่รับสาย จนเวลาล่วงเลยถึงตี 2 งานเลี้ยงเลิกแล้ว ตนและเพื่อนๆ พากันกลับบ้านมารู้อีกครั้งเมื่อได้รับแจ้งว่าแฟนสาวถูกฆ่าตายแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบสภาพศพในที่เกิดเหตุและจุดพบรถยนต์ของผู้ตายของเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการและแพทย์ประมวลได้ว่า ผู้ตายเสียชีวิตบริเวณจุดเกิดเหตุ เพราะขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ช.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่วิทยาการยังพบหลักฐานสำคัญหลายรายการ คือ แผ่นรองยางรถยนต์ 2 ชิ้น เสื้อกันหนาวสีดำ มีรอยคล้ายคราบเลือดบริเวณต้นแขน กางเกงขาสั้นสีลายพราง มีคราบเลือด เสื้อยืดคอกลมสีฟ้า 1 ตัว และมีดคัตเตอร์ 1 อันอยู่ในรถโฟล์กสวาเก้น สีดำ ทะเบียน กฟ-4181 เชียงใหม่ ของนายวุฒิชัย หรือปุ๊ก แฟนหนุ่มของผู้ตาย โดยลักษณะของกลางที่พบมีลักษณะเปื้อนดินโคลน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

ต่อมาพล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบช.ภาค5 เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ห้องประชุม สภ.ต.ภูพิงค์ และแบ่งกำลังออกสืบสวนติดตามตัวคนร้าย โดยเขียนชื่อเล่นคนสนิทผู้ตายไว้บนกระดานในห้องประชุม ประกอบด้วย ตั๊ก, เปลี่ยน, ต้น, เก๋, นา, ปุ๊ก, ติ๊ก, บัด

พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้แบ่งมอบหน้าที่กันทำ โดยตำรวจวิทยาการเข้าเก็บร่องรอยหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุและจากศพ จนได้พยานหลักฐานเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานแวดล้อม ตั้งแต่ตอนก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อไปสู่ตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด เชื่อว่าลักษณะการลงมือของคนร้ายเกิดจากความแค้น โดยนำผู้ตายไปมัดกับต้นไม้แล้วรัดคอ กำลังเร่งตรวจสอบว่าผู้ตายประกอบธุรกิจส่วนตัวอะไร มีความสัมพันธ์กับใครบ้าง คดีนี้ไม่สลับซับซ้อนเท่าใดนัก หากพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมก็จะไปถึงตัวคนร้ายได้ไม่ยาก สันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นผู้ชายและรู้จักสนิทสนมกัน ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ไปด้วยกันโดยผู้ตายคาดไม่ถึงว่าจะถึงขั้นต้องถูกฆ่า

ผบช.ภาค5 เผยอีกว่า จากการผ่าพิสูจน์ศพพบว่าเสียชีวิตช่วงเวลาประมาณตีสอง โดยพบเศษอาหารในกระเพาะของผู้ตายที่ยังย่อยไม่หมด เป็นอาหารชนิดกินกับข้าวต้ม เสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจ บริเวณกลางศีรษะมีรอยกระแทกจนบวม ไม่พบร่องรอยถูกข่มขืน เพราะผู้ตายเป็นประจำเดือน วิธีการสังหารคนร้ายน่าจะตัดเข็มขัดนิรภัยจากรถผู้ตายไปฆ่าผู้ตาย คดีนี้หากไม่ใช่คนใกล้ชิดผู้ตายเป็นผู้ลงมือก็เป็นพวกโรคจิตกระทำ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความแค้นส่วนตัว โดยคนร้ายต้องการเค้นอะไรบ้างอย่างจากผู้ตาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายวุฒิชัย หรือปุ๊ก แฟนหนุ่มของผู้ตาย ในฐานะผู้ต้องสงสัย ไปที่แผนกนิติเวช ร.พ.มหาราช เพื่อตรวจหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ดีเอ็นเอ และกรุ๊ปเลือด หลังจากสอบปากคำแล้วพบพิรุธ ประกอบกับพบหลักฐานหลายอย่างในรถของนายวุฒิชัย อย่างไรก็ตามนายวุฒิชัยยังให้การปฏิเสธ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันกับผู้ตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดี
มอชอ
เงินทำได้ทุกอย่าง.........
ผู้มาเยือน
เป็นกำลังใจให้พ่แของผู้ตายนะคะ

กรรมต้องตามทันแน่ๆคะ
เอาหูไปนา เอาตาไปไร่
เวลาขับรถไปเส้นทางนั้น ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึงผู้ตาย
ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม หัวอกคนเป็น พ่อ แม่ ยังคงทุกข์ระทม
คดีสะเทือนขวัญอย่างนี้
แจ้งเรื่องเข้าจังหวัดอื่นเลยครับ ไม่ต้องไปกลัวเรื่องก้าวก่าย
ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน
คดีเด็ด
คดีนี้ รู้ๆกันอยู่ว่า เป็นการ สังหารและนำมาประจาน.. โดยเป็นฝีมือของกลุ่ม.... (ถ้าจะทำลายศพจริงก็คงเอาไป เผาแล้ว)

ไม่แปลกใจหรอกที่คดีจะไม่คืบหน้าหรือหายไป...

คำถามคือว่า งานนี้จะแพะอีกตามเคยหรือเปล่า
หมวด
กลุ่มไหนยังเหรอครับ อธิบายหน่อย อยู่ กรุงเทพหลงเข้ามาครับ สงกรานตไปเชียงใหม่ต้องพกปืนไปด้วยไหมครับ จะได้ปลอดภัย งิงิ ขอบคุณครับ
ลุงแอร์ข่วงสิงห์
[font="Arial Black"][/font][size="7"][/size][color="#FF00FF"][/color]เจ้าหน้าที่วิทยาการพบหลักฐานสำคัญหลายรายการ คือ แผ่นรองยางรถยนต์ 2 ชิ้น เสื้อกันหนาวสีดำ มีรอยคล้ายคราบเลือดบริเวณต้นแขน กางเกงขาสั้นสีลายพราง มีคราบเลือด เสื้อยืดคอกลมสีฟ้า 1 ตัว และมีดคัตเตอร์ 1 อันอยู่ในรถโฟล์กสวาเก้น สีดำ ทะเบียน กฟ-4181 เชียงใหม่ ของนายวุฒิชัย หรือปุ๊ก แฟนหนุ่มของผู้ตาย โดยลักษณะของกลางที่พบมีลักษณะเปื้อนดินโคลน

พอดีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านพ่อผู้ตาย น่าเห็นใจครอบครัวเค้ามากครับ
แต่ตำรวจแถวตีนดอยสุเทพ มัน...วย ไปหน่อย งานเค้าถ้าจะเยอะมากครับ
เห็นว่า
เก็บส่วย เก็บหวย โต๊ะบอล เพียบเลย
ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก
ลองๆ ดูคดี นี้ต่อเถอะครับ
ขนาดคดีสะเทือนขวัญขนาดนี้ยัง ตามงานไม่ได้เลนท่าน
จะไปเอาอะไรกับตำรวจ แถวนี้ ครับเจ้านาย.......
Pussyland
งานนี้สีท่าจะต้องเปิ้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จ้วยดลบันดาลหื้อยับคนร้ายได้กำเต๊อะ สาตุ๊
tt
ตำรวจมัวแต่ไปจับรถมอร์ไชค์อยู่อะคับเลยไม่มีเวลาทำงาน
ลูกแม่โจ้
ในฐานะลูกแม่โจ้และผู้ร่วมสังคมเดียวกัน ขอไว้อาลัยแด่พี่โจ้ ณ ที่นี้ด้วย ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ

คดีในครั้งนี้ได้ช่วยสอนให้ผู้คนได้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

คนที่ทำ ชาตืนี้มันก็ไม่เป็นสุข ไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างแน่นอน กว่าจะรู้ตัว เมื่อเรื่องนี้ก๊จะเกิดกับลูกของมัน พ่อแม่ ญาติของมัน

ขอให้พี่หลับสบายเถิด

และขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อของพี่ด้วย...
บ่าวร้องกวาง
คุกบ่มีไว้ขัง....หมาแม่นก่อ ????
ท่าทางจะเงียบ
ท่าทางจะเงียบไปอีก........
AG02
ถูก ต้อง เลย ครับ ตำรวจมัว แต่ ไป จับ มอเตอร์ไซค์
QUOTE
in_lumpoon
ครั้งแรกที่เคยทราบข่าว นึกว่า นศ.มช. แต่พอมาอ่านข่าววันนี้ จึงได้ทราบว่าเป็นอดีตนศ.แม่โจ้ น่าเห็นใจครอบครัวครับ เสียดายตอนนั้น ครอบครัวไม่เชิญหมอพรทิพย์มาช่วยตรวจสอบพยานหลักฐาน นี่แหละครับ ตำรวจไทย วัน ๆ ได้แต่ตามเจ้านาย คอยประจบสอพลอ คอยแต่จะได้ขั้น เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ไม่เคยนึกถึงหัวอกประชาชนอย่างแท้จริง จิตวิญญาณของตำรวจที่ได้ชื่อว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" นั้น มันหายไปนานแล้ว เหลือแต่จิตวิปลาส คอยสูบเลือดประชาชนตาดำ ๆ หากไม่มีอำนาจ วาสนา ไม่มีเงิน ไม่มีสื่อมวลชนสนใจ ตำรวจก็ไม่ทำงานหรอกครับ.....เบื่อครับกับตำรวจไทย
torcm1234
ป่อกับแม่เปิ้ลยังบ่าลองเอาไปลง เจ้าดู ครวแล้วที่ ปาดค่อพม่าที่สันททรายญาติเปิ้ลเอาไปลงมันบอกชื่อคนฆ่าเลยกำซ้ำ ยับได้เลย บ่าเจอแต่ลบหลู่ของบ่าหันตั๋วเน้อ
แต่ผมเชื่อ เพราะเจอมากับตัวเอง(ไปส่งปิ้ลมา)
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิ๊กที่นี่.
Invision Power Board © 2001-2008 Invision Power Services, Inc.