ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ตำรวจจราจรเชียงใหม่: ผมขอถามพวกคุณจริงๆ เถอะ
CM108 > Community Zone > ร้องเรียน ร้องทุกข์ พบภัยสังคม
หน้า: 1, 2
มือถือกล้อง
ในฐานะที่พวกคุณเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีหน้าที่หลักในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านการจราจรในเขตเมืองเชียงใหม่ มีรายได้จากงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากเงินภาษีของประชาชนทุกคนในประเทศนี้

- พวกคุณมีสิทธิอะไรที่ปล่อยปละละเลยให้รถหยุดรอสัญญาณไฟล้ำเลยเส้นหยุดรถบริเวณทางแยกสัญญาณไฟจราจร ทั้งๆ ที่พวกคุณก็มองเห็นแต่ก็ไม่กระทำการใด
..
- พวกคุณมีสิทธิอะไรที่อนุญาตให้รถมอเตอร์ไซต์ในเมืองเชียงใหม่เกินกว่า 70% ไม่ใส่หมวกนิรภัย ทั้งที่กฎหมายประกาศใช้มาแล้วเกินกว่า 10 ปี
..
- พวกคุณมีสิทธิอะไร จึงปล่อยให้รถยนต์ในเชียงใหม่เกินกว่า 90% ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ในเมื่อมีกฎหมายประกาศใช้มากว่า 10 ปี แล้วเช่นกัน
..
- พวกคุณมีสิทธิอะไร อนุญาตให้รถในเชียงใหม่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซต์จำนวนมาก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (พวกคุณเห็นซึ่งหน้ายังไม่จับกุมเลย)
..
- พวกคุณมีสิทธิอะไรมาอ้างว่า ปัญหาในเชียงใหม่จัดการได้ยาก ทั้งที่ในกรุงเทพฯ เขาเข้มงวดมากกว่านี้หลายเท่า (เราอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันใช่หรือไม่)
..
- พวกคุณมีสิทธิอะไรมาอ้างว่า ที่กรุงเทพฯ เขาเข้มงวดได้เพราะมีจำนวนตำรวจจราจรมากกว่าที่นี่ ทั้งๆ ที่กรุงเทพฯ เขาก็มีจำนวนรถรามากกว่าเชียงใหม่หลายเท่าเช่นกัน
..
- พวกคุณมีสิทธิอะไร ในการยกเอาสถิติบ้าๆ ที่เป็นเพียงตัวเลขเพื่อสร้างผลงาน ในเมื่อผลงานที่แท้จริงปรากฎอยู่บนท้องถนนทุกเมื่อเชื่อวันที่มีสัดส่วนผู้เคารพกฎหมายน้อยมาก
"""
ฯลฯ

หากพวกคุณไม่คิดว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่มากไปกว่านี้อีกแล้ว อาจลองพิจารณาไปประกอบอาชีพอื่น เพื่อให้คนที่มีความตั้งใจและจริงใจมากกว่านี้ได้ทำงานตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ส่วนผมเอง ถามพวกคุณโดยอาศัยสิทธิการเป็นพลเมืองของที่นี่ เติบโตที่นี่ อาศัยอยู่ที่นี่ และต้องการเห็นสิ่งที่ถูกต้องเกิดขึ้นในสังคม

...

ลุงแดง(คนเฒ่าแนว)
- พวกคุณมีสิทธิอะไรที่ปล่อยปละละเลยให้รถหยุดรอสัญญาณไฟล้ำเลยเส้นหยุดรถบริเวณทางแยกสัญญาณไฟจราจร ทั้งๆ ที่พวกคุณก็มองเห็นแต่ก็ไม่กระทำการใด

แล้ว ผู้ใช้รถใช้ถนน มีสิทธิ อะไรที่จะไปทำอย่างนั้น ครับในเมื่อคนขับขี่รถได้ คุณจะต้องรู้เรื่องกฏ จารจรมาบ้างพอสมควร แล้วทำไม จะต้องให้ เจ้าหน้าที่ มาบอก ซ้ายๆๆๆๆ ขวาๆๆๆๆ ล่ะครับ

- พวกคุณมีสิทธิอะไรที่อนุญาตให้รถมอเตอร์ไซต์ในเมืองเชียงใหม่เกินกว่า 70% ไม่ใส่หมวกนิรภัย ทั้งที่กฎหมายประกาศใช้มาแล้วเกินกว่า 10 ปี

แล้วคนขับ มอเตอร์ไซต์ 70 % มีสิทธิ์ อะไรที่ จะละเลย ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย ที่ออกมาเป็น 10 ปี แล้วก็ทราบกันทั่บ้าน ทั่วเมืองว่า การขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ จะต้องสวมหมวกันน๊อค


- พวกคุณมีสิทธิอะไร จึงปล่อยให้รถยนต์ในเชียงใหม่เกินกว่า 90% ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ในเมื่อมีกฎหมายประกาศใช้มากว่า 10 ปี แล้วเช่นกัน


แล้วคนขับ รถยนต์ ต0 % มีสิทธิ์ อะไรที่ จะละเลย ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย ที่ออกมาเป็น 10 ปี แล้วก็ทราบกันทั่บ้าน ทั่วเมืองว่า การขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัย


- พวกคุณมีสิทธิอะไร อนุญาตให้รถในเชียงใหม่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซต์จำนวนมาก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (พวกคุณเห็นซึ่งหน้ายังไม่จับกุมเลย)

แล้วทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซต์ มีสิทธิ อะไรที่จะมาละเลย ไม่ติดแผนป้าย ในเมื่อ เวลาคุณซื้อรถมา แล้วไปจดทะเบียน เขาก็ให้แผ่นมา และก็มีช่องสำหรับแผ่นป้ายอยู่แล้ว และคิดว่า เจ้าหน้าที่ขนส่งก็คงต้องบอกอยู่แล้ว ว่าจะต้องติดตลอดเวลา


- พวกคุณมีสิทธิอะไรมาอ้างว่า ปัญหาในเชียงใหม่จัดการได้ยาก ทั้งที่ในกรุงเทพฯ เขาเข้มงวดมากกว่านี้หลายเท่า (เราอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันใช่หรือไม่)


อ้างได้ ครับเพราะ กรุงเทพ มี "คน" ขับขี่รถมากกว่า เชียงใหม่ครับ
มือถือกล้อง
ลุงแดงครับ คือผมไม่ได้บอกว่าคนที่ฝ่าฝืนกฎนั้นไม่ผิดนะครับ มันเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องแก้คู่กันไปแน่นอน

ผมสงสัยว่า ตำรวจมีสิทธิอะไรที่จะละเลยต่อหน้าที่ของตำรวจ หน้าที่ของตำรวจก็คือจับกุมคนทำผิด (เพราะคนทุกคนในสังคมไม่ได้มีระดับความดีเท่ากันครับ)

ด้วยความเคารพ
^^
ผมว่า ตำรวจเชียงใหม่เหมือนจะไม่เข้มงวดเท่าที่ควรเลยอ่ะ ยังไงก็ไม่รู้นะแปลกๆ บางทีอยากจะตั้งด่านก็ตั้งเลยเท่าที่สังเกต ผมเองทำงานอยู่ กทม. ตำรวจจราจรกทม.แทบจะทุกนาย(เท่าที่สังเกต) จะมีใบสั่งเป็นเล่มเหน็บไว้ที่เอวตลอดเวลาเลยครับ ก็คือว่า "ผิดปุ๊บจับปั๊บ" ได้เลย เขียนใบสั่งกันตรงนั้นแหละ(ผมเองก็เคยโดน) จะด้วยเหตอะไรก็ตามแต่ตัวเราเองก็ต้องเคารพในกฏจราจรนั่นแหละดีที่สุด
ไม่เข้าใจเจ้าของกระทู้
เจ้าของกระทู้ ******** เค้าจับกันเข้มงวดเกินไปก็ด่า ไม่จับก็ด่า คุณต้องเข้าใจว่าเวลาขับรถบนท้องถนนๆ ถ้าไปเจอตำรวจเรียกตรวจโดยที่ตำรวจไม่ตั้งด่าน แค่ขับผ่านหน้าตำรวจเฉยๆแล้วโดนจับในข้อหาไม่ใส่หมวกกันน็อคเงี๊ยะ มันจะได้ผลบวกหรือลบครับแล้วถ้า ตำรวจเกิดเข้มงวด ทำแบบที่ผมว่าขึ้นมาจริงๆ วันๆก็ไม่ต้องทำไรกันแล้วครับ ขึ้นโรงพักเสียค่าปรับวันละ 3 ครั้งหลังอาหารเลย ก่อนตั้งกระทู้ คิดหน่อยสิครับ เรื่องแบบนี้ใช้เซ๊นส์พื้นฐานคิดก็น่าจะเข้าใจด้วยตนเองนะ
assign
สามัญสำนึกครับ เขาไม่ใส่หมวก ไม่คาดเข็มขัดก็เรื่องของเขาครับถ้าประสบอุบัติเหตุถึงขั้นต้องพิการ เสียอวัยวะไปแล้วมันคงเอาคืนมาไม่ได้ครับ
ผู้มาเยือน
ทีกล่าวมานั้นทุกความเห็น ถูกต้องหมดเลย สามัญสำนึกก็ควรต้องมีเพราะบ้านเมืองนี้เป็นของทุกคน
ถนนเป็นของผู้ใช้ถนนทุกคน
ถ้าเกิดคุณประสบอุบัติเหตุ คุณเจ็บคนเดียว ตายคนเดียว ไม่เป็นไร
ถ้าคนอื่นปฏิบัติตามกฎ แต่ต้องมารับผิดชอบคุณ ถ้าตายเดือดร้อนญาติๆ,คู่กรณี, ตำรวจ,พวกอาสาสมัคร
รถติดสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
เด็กวัยรุ่น (บางคน)ไม่มีเงินซื้อหมวก แต่ซื้อมือถือแพงได้
ใส่หมวกกันน็อค ไม่เท่ห์ มองกลับกันเคยเห็นเด็กแนว เด็กมัธยม ใส่หมวกกันน็อคดูน่ารัก แนวมากๆ
เกือบ 80 %ไม่มีใบขับขี่ ทั้งที่เด็กไทยฉลาด แต่กลัวการสอบใบขับขี่
คนรุ่นใหม่ คิดดี ทำดี
คนลำปางมาอยู่ ชม.
ไม่ควรด่ากันครับ ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นส่วนตัวได้อยู่แล้ว

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทุกคนก็รู้กันอยู่

(แต่ที่ลำปาง เขาเข้มงวดกว่าเชียงใหม่อีกนะ)
ผู้มาเยือน_omelet_*
QUOTE(ไม่เข้าใจเจ้าของกระทู้ @ Mar 14 2008, 12:52) *
เจ้าของกระทู้ ******** เค้าจับกันเข้มงวดเกินไปก็ด่า ไม่จับก็ด่า คุณต้องเข้าใจว่าเวลาขับรถบนท้องถนนๆ ถ้าไปเจอตำรวจเรียกตรวจโดยที่ตำรวจไม่ตั้งด่าน แค่ขับผ่านหน้าตำรวจเฉยๆแล้วโดนจับในข้อหาไม่ใส่หมวกกันน็อคเงี๊ยะ มันจะได้ผลบวกหรือลบครับแล้วถ้า ตำรวจเกิดเข้มงวด ทำแบบที่ผมว่าขึ้นมาจริงๆ วันๆก็ไม่ต้องทำไรกันแล้วครับ ขึ้นโรงพักเสียค่าปรับวันละ 3 ครั้งหลังอาหารเลย ก่อนตั้งกระทู้ คิดหน่อยสิครับ เรื่องแบบนี้ใช้เซ๊นส์พื้นฐานคิดก็น่าจะเข้าใจด้วยตนเองนะ


"คุณคะ..." การเขียนใบสั่งในข้อหาเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะออกให้ได้ไม่เกิน 1 ใบนะคะ
ถ้าเดินขึ้นโรงพักวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ก็คงไม่ธรรมดาแล้วหล่ะค่ะ
สุดท้าย ก่อนทำอะไร ต้องมีสติ ก่อนสตาร์ทนะคะ และก็คงขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของแต่ละบุคคลแล้วค่ะ
เราสุภาพชนอาศัยร่วมกันในสังคมต้องรู้จักสิทธิของตนเองและในขณะเดียวกันควรเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย
ลุงแดง(อีกครั้ง)
เด็กวัยรุ่น (บางคน)ไม่มีเงินซื้อหมวก แต่ซื้อมือถือแพงได้

แต่ผมเห็นว่า สมัยปัจจุบัน บริษัท ขายรถต่างๆ เข้า จะแถมหมวกมาให้ครับ ไม่น่าจะเป็น สาเหตุหลัก และอีกอย่างที่สังเกตได้ คือ มีแต่เอาใส่ตะกร้า หน้ารถ หรือ แขวนไว้ ไม่สวม นี่คงจะอนุมานได้ว่า ไม่ใช่เรื่องของการไม่มีครับ แต่เป็นความจงใจที่จะไม่มีมากกว่า

เกือบ 80 %ไม่มีใบขับขี่ ทั้งที่เด็กไทยฉลาด แต่กลัวการสอบใบขับขี่

ผมเห็นว่าตรงนี้ ต้องเริ่มตนที่ พ่อแม่ครับ ในเมื่อ คุณคิดว่า ไม่มีทางเลี่ยงที่จะไม่ให้ลูกหลานคุณ ต้องใช้มอเตอร์ไซต์ แล้ว คุณก็ต้องเริ่มต้น ในทางที่ถูก ให้เขาครับ เพราะเห็นทุกคนชอบพูดกันว่าลูกคือ อนาคตของครอบครัว คืออะไร ที่พ่อแม่ พร้อมที่จะทำให้ได้เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ถูกต้องให้แก่เขาครับ สิ่งที่ควรจะทำก่อนที่จะซื้อรถให้คือ
1. สอนเขาขับรถ
2. พาไปเรียนรู้ กฏจารจร อย่างถ่องแท้ และเรียนรู้เรื่องมารยาทในการขับขี่รถ และเรียนรู้เรื่องการมีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน
3. พาเขาไป ทำใบอนุญาตขับขี่
4. ต้องมีการตกลงกันก่อน ว่าจะต้องทำตามที่พ่อ แม่สอนทุกอย่างทั้งต่อหน้าและลับ ถ้าทำผิด จะต้องมีการลงโทษ เป็น ขั้นเป็นตอน เริ่มแต่ งดขี่รถ 3 วัน 5 วัน 1 เดือน และสุดท้าย ยึดรถคือไม่ต้องขับขี่ แล้วแจ้งเหตุผลว่า ลูก ยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ ตัวเองได้แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขืนปล่อยไป พ่อแม่จะต้องเดือดร้อน
5. เมื่อ ได้รถมาแล้ว ต้องให้ลูก ศึกษา คู่มือ รถว่า อะไรมันอยู่ตรงไหน เวลา รถขัดข้องการแก้ไขเบื้อง ควรจทำอย่างไร


ผมฝันไปหรือเปล่าครับ[/color]
[color="#FF0000"]
สิ่งที่ ไม่ควรจะทำก่อนซื้อรถให้ลูกคือ
1. ไปหาพรอ หรือหมอดู เพื่อหา ฤกษ์ หายาม หรือหาวันเอารถออก
2. ได้รถมาแล้ว อย่าพาไปรดน้ำมนต์ หรือ ให้พระผูกคอรถ หรือ มือรถ มันช่วยอะไรไม่ ไม่เชื่อลองไปดูแถงโรงพัก ต่างๆ ครับ ที่ชนๆ เละ ๆ เรียงกันนั่น มี เจิม มีด้ายสายสิญย์ เส้น บะเร่อ บะร่าทั้งนั้นครับ


และที่สำคัญครับ ทุกท่านที่เข้ามาแสดงความเห็น ผมคิดว่าก็ด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง และสังคม ด้วยกันทั้งนั้น ฉนั้น อย่าด่ากันเลยครับ แสดงความเห็น ในส่วนของตัว และเกี่ยวข้องกับ กระทู้ ก็พอ ครับสังคมเราวุ่นวายพอแล้ว ครับ
คิดมากไปได้
กฎหมาย ใช้ได้ก็เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม....ถ้าคนเราไม่ได้อยู่เป็นกลุ่มหรือมีสังคม แล้ว กฎหมายก็ไช้ไม่ได้ ....แต่ถ้ากฎหมายบังคับอย่างถูกต้อง และ เป็นธรรมแล้วทุกคนก็ยอมรับ แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิด มันก็แย่...ถ้าจะได้มันได้ผลจริงๆ บุคคลที่ใช้กฎหมายหรือ บุคคลที่รักษากฎหมายต้องปฎิบัตอย่างเคร่งครัดก่อน ก่อนที่ จะไปบังคับบุคคลอื่น ให้ปฎิบัติตาม...ก็ดูตำรวจทุกคน หรือทุก พื้นที่ หรือที่ ภูธรจังหวัด รถของตำรวจแต่ละคนติดป้ายทะเบียนที่ใหน...ไม่ติดนะครับ ติดด้านหน้า ด้านหลังไม่ติด ....(กลัวใครตามเก็บมั้ง) ....ตำรวจบางคน บางกลุ่ม ก็ ถือเตารีด จนชิน เสียนี่....บางคนก็ขับรถเมาเหล้าชนโน่นชนนี่ จนชิน แต่ไม่มีใครกล้าเตือน และ กล้าบอก เพราะ มันมีปืน คนเมามีปืนง่ะ....สรุปต้องบังคับใช้กฎอย่างแข่งขันและ เที่ยงตรงต้อง บังคับ กับคนที่รักษากฎหมายก่อนครับ ก่อนที่จะมาบังคับคนอื่นทำตาม...ก่อนที่จะไปต่อว่าต่อขาน กับคนอื่นก่อน ...ผมว่าถูกต้องหรือเปล่า ถ้าไม่ถูกต้องให้เหตุผลมาต่อจากผมด้วย....ขอต่ออีก หน่อยนะ ผู้บังคับบัญชา ตัวสำคัญ เลยแหละ ตัวที่แหกกฎ ดีดี นี่เอง
mulak
เฮ้อ!!! ตู้แดงเลยค่าหน้าโฮงพัก
doikungz
มันจะไม่ใส่หมวกกันน๊อคก็เรื่องของมัน
มันจะไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็เรื่องของมัน
มันจะจอดเลยเส้นก็เรื่องของมัน

ถ้าวันได้ มันโดนรถชน หัวแตก เอย หน้าฟาดพวงมาลัยเอย โดนรถที่ออกจากไปเขียวมาเฉี่ยวหน้า เอย
ก็เรื่องของ "มัน"เดี๋ยวมันก็หลาบจำเอง

เราทำถูกต้องก็ดีแล้ว มันจะทำอะไรก็ปล่อยมันไปจะเก็บเอามาคิดให้ปวดกะบาลหาป้อทำไม ใช่ไหมครับ
พุธโธ สาธุ
7650DF
QUOTE(doikungz @ Mar 14 2008, 14:54) *
มันจะไม่ใส่หมวกกันน๊อคก็เรื่องของมัน
มันจะไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็เรื่องของมัน
มันจะจอดเลยเส้นก็เรื่องของมัน

ถ้าวันได้ มันโดนรถชน หัวแตก เอย หน้าฟาดพวงมาลัยเอย โดนรถที่ออกจากไปเขียวมาเฉี่ยวหน้า เอย
ก็เรื่องของ "มัน"เดี๋ยวมันก็หลาบจำเอง

เราทำถูกต้องก็ดีแล้ว มันจะทำอะไรก็ปล่อยมันไปจะเก็บเอามาคิดให้ปวดกะบาลหาป้อทำไม ใช่ไหมครับ
พุธโธ สาธุ



แต่ ๆๆๆ ถ้ามีคนทำถูกต้อง แต่ต้องมา เป็นคู่กรณีของพวกเหล่านี้ น่า สงสารเขานะครับ แล้วถ้ายิ่งคู่กรณี เป็น ท่าน แล้วท่านจะไม่คิดแบบนี้น่ะ ผมว่า
ผู้มาเยือน ...gฉยๆๆ ว่ะ
เจ้าของกระทู้... เมายาคูลท์อะป่าว....เเกเก่งกกหมายดีเนาะ น่าจะไปทำอาชีพทนาย
***จะว่าตำรวจฝ่ายเดียวมันก็ไม่ได้ มันอยู่ที่คน (สันดาน) โดยตรง ว่าคุณเคารพกฏหมายหรือไม่
แต่เท่าที่รู้ ตำรวจ จะตั้งด่านหลัง 5 ทุ่ม แถวเเจงวงในต่างๆๆ ระวังๆด้วย
สรุปนะ อยู่เฉยๆ ดีกว่าไหม
OK
Foster (1952) นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกันได้ศึกษาถึงมูลเหตุของการเกิดทัศนคติว่าเกิดจากมูลเหตุสองประการ คือ

1. บุคคลจะไม่มีทัศนคติต่อสิ่งที่เขาไม่เคยมีประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมาก่อน กล่าวคือ บุคคลที่มีประสบการณ์ต่อสภาพการณ์ บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยการพบเห็น คุ้นเคย ได้ทดลอง เป็นต้น เรียกว่าเป็นประสบการณ์โดยตรง (direct experiences) และโดยการได้ยินได้ฟัง ได้เห็นรูปภาพหรือได้อ่านเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ แต่ไม่ได้พบเห็น ไม่ได้ทดลองกับของจริงด้วยตนเอง เรียกว่าเป็นประสบการณ์ทางอ้อม (indirect experiences)

2. กลุ่มชนแต่ละกลุ่มมีค่านิยมและตัดสินค่านิยมไม่เหมือนกัน แต่ละกลุ่มอาจมีทัศนคติต่อสิ่งเดียวกันแตกต่างกันก็ได้ การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีทัศนคติที่ดีหรือไม่ดีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ค่านิยม หรือมาตรฐานของกลุ่มที่บุคคลนั้นดำเนินชีวิตอยู่
..........
กรุงเทพฯเมืองใหญ่ แต่คนเล็ก
เชียงใหม่เมืองเล็ก แต่คนหญ่ายยยยยยย...
โบว์
คนไทยมันไม่มีระเบียบเองต่างหากละ

เมืองนอกอ่ะเขายังปฏิบัติกันได้ ไม่เห็นต้องมีตำรวจมาตั้งด่านจับเลย

ที่นี้รณรงค์ก็แล้ว ออกกฏหมายก็แล้ว ตั้งด่านก็แล้ว มันก็ยังเหมือนๆเดิม

ไม่มีระเบียบวินัยกันไง ไมไ่ด้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่แรกๆอ่ะ มันก็เลยไม่ทำกัน

แก้ยากนะเรื่องอย่างงี้
nid name123
ขึ้นป้ายใหญ่ๆ ตามสี่แยกเลยปะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุพวกเนี้ย มีความผิดไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง cm104.gif [size="7"][/size]
124


Guestsเห็นด้วยเอาป้ายโฆษณาท่านนาย ตร.ทั่งหลายที่ติดโฆษณาตัวเอง(จะลงสมัครเลือกตั่งหรือไง ทำหน้าที่ให้ดีก่อนเถอะชาวบ้านเขาก็จะเลือกเองแหละ รีบจัง)ลงซะ Trilly-19-41.gif Trilly-19-41.gif 080402cool_prv.gif 080402cool_prv.gif [indent][/indent]





ขึ้นป้ายใหญ่ๆ ตามสี่แยกเลยปะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุพวกเนี้ย มีความผิดไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง
ผู้มาเยือน
เรื่องของผม
คนพอใจ
แล้ว จขกท. มีสิทธิ์อะไรมาสั่งตำรวจ กะประชาชน ที่เสียภาษีเหมือนๆ กันจะทำอะไรก็เรื่องของผมซิ ผิดกฏหมายหรือไม่ผิดอยู่ที่ตำรวจจะจับ ไม่จับก็เรื่องของเค้าซิ คุณไม่พอใจคุณก็ไปฟ้องซิ อย่ามาเก่งแค่ในนี้ มันหน้าตัวเมีย หรือว่า จขกท.เป็นพระเจ้า ครับ ก็ดีครับ ผมอยากจะตื๊บพระเจ้าอยู่ตะหงิดเหมือนกัน
mai
คุณเป็นใครครับ...ก็อยากจะรู้เหมือนกันครับ...อยากจะถามหน่อยครับว่าตั้งกระทู้ด้วยเหตุผล...หรือว่าใช้อารมณ์ตั้งกระทู้...? ตำรวจดีก็มี...ตำรวจไม่ดีก็มี...แต่....อย่าเหมาหมดดิว่ะ
mai
.- พวกคุณมีสิทธิอะไรที่ปล่อยปละละเลยให้รถหยุดรอสัญญาณไฟล้ำเลยเส้นหยุดรถบริเวณทางแยกสัญญาณไฟจราจร ทั้งๆ ที่พวกคุณก็มองเห็นแต่ก็ไม่กระทำการใด?
ทำไมหล่ะครับบางครั้งบางคราว ก็ต้องมีความยืดหยุ่นกันบ้าง
หน่อมแน้ม
เห็นใจคุณตำรวจ...ใส่ชุดฟิต....รองเท้าหนังอับชื้น...ใส่หมวกเกือบทั้งวัน..เคยทราบอัตราเงินเดือนตำรวจไหมครับ.....ถ้าให้ท่านทั้งหลายไปอยู่แบบนั้นบ้าง...เอาไหมครับ...
...ไม่ได้เข้าข้างตำรวจนะคะ....คนใช้รถใช้ถนนบ้านเราเองก่อ...นักแก...
[size="6"][/size] 080402cool_prv.gif
KUS
ก็แล้วแต่จะว่ากันไปนะ

เท่าที่อ่านมายังไม่มีใครปฏิเสธว่าตำรวจหย่อนยานในหน้าที่เลย

เสียดายเงินค่าทำป้ายด้านล่างนี้จัง
คำเหวิ้งน้องคำบรึ๋ย
QUOTE(หน่อมแน้ม @ Mar 15 2008, 08:09) *
เห็นใจคุณตำรวจ...ใส่ชุดฟิต....รองเท้าหนังอับชื้น...ใส่หมวกเกือบทั้งวัน..เคยทราบอัตราเงินเดือนตำรวจไหมครับ.....ถ้าให้ท่านทั้งหลายไปอยู่แบบนั้นบ้าง...เอาไหมครับ...
...ไม่ได้เข้าข้างตำรวจนะคะ....คนใช้รถใช้ถนนบ้านเราเองก่อ...นักแก...
[size="6"][/size] 080402cool_prv.gif



ถูกต้องค๊าบบบบบบบบอู้แห๋มก่อถูกแห๋ม ได้ก๊าอู้น่าจะเปลี่ยนกันพ่องนะ ไม่ใช่เข้าข้างตำรวจเหมือนกันแค่พูดตามความจริง คุณเคยสังเกตุมั๊ยว่าอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกันส่วนใหญ่มันเกิดจากความประมาทของคน 1 ไม่ก็อีกคน 1 ไม่เกี่ยวกับตำรวจเลย อย่างจับหมวกกันน๊อค/ใบขับขี่ก็เหมือนกัน บ่นอยู่ได้จับอะไรหนักหนา ก็แค่ทำอะไรให้ถูกต้อง ถูกกฏใครจะไปจับคุณห๊า ให้คุณไปโบกรถอย่างเค้าบ้างดีมั๊ยล่ะ รู้มั๊ยทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย 18 ล้อผ่านวาบ ๆ หวิว ๆ เงินเดือนอย่างที่กล่าวมานั่นแหระคับ น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับพนักงานออฟฟิศติดแอร์ หรือ อาชีพบางอาชีพ ไม่ใช่แนแต่จะไปโทษตำรวจอย่างเดียว แค่กลับมาถามตัวเองว่า วันนี้คุณทำอะไรถูกต้องแล้วหรือยัง ? ถ้าทุกอย่างมันโอเคคุณจะบ่นอะไรอีก คนเรา เฮ้อ!!
เราก็คนที่ใช้รถ
คุณ(จขกท)ค่ะถ้าคุณเป็นจราจรบ้างคุณกล่าวตักเตือนแล้ว ปรับก็แล้วแต่เค้าคงนิสัยอย่างเดิมคือไม่ปฏิบัติตามกฎคุณจะทำอย่างไรกับคนพวกนี้ ถ้าคุณคิดว่าแก้ปัญหาได้ช่วยตอบหน่อยค่ะจะได้ไปบอกพวกจราจรเค้าปฏิบัติตาม ถ้าทุกคนช่วยปฏิบัติตามกฎหมายแล้วจราจรจะมายื่นตากแดดตั้งด่านทำไมค่ะ
ปล.ไม่ได้เค้าข้างใครนะค่ะแต่ความจิงในสังคมเชียงใหม่
ผู้มาเยือน
QUOTE(คำเหวิ้งน้องคำบรึ๋ย @ Mar 15 2008, 10:55) *
แค่กลับมาถามตัวเองว่า วันนี้คุณทำอะไรถูกต้องแล้วหรือยัง ? ถ้าทุกอย่างมันโอเคคุณจะบ่นอะไรอีก คนเรา เฮ้อ!!


นั่นน่ะสิ ที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ มันดีแล้ว โอเคแล้ว จริงจริงเหรอ
KEA.AODDY
ขอแสดงความเห็นจากมุมมองด้านนอกบ้างครับ

ผมเกิดตี้เจียงใหม่แต่ต้องพลัดถิ่นมาทำงานที่สมุทรปราการน่ะครับ

ผมว่าการใช้ถนนของคนกรุงกับเชียงใหม่มันต่างกันโดยสิ้นเชิงนะครับ เวลาผมกลับไปบ้านที่เชียงใหม่ผมมักจะชอบที่คนบ้านเราใจเย็น ความเร็วในการขับขี่ทั้งรถยนต์

และรถเครื่องนั้นน้อย น้อยกว่าที่กรุงเตปมาก มากๆเลยครับ การบีบแตรไล่กันก็ไม่ค่อยมีใหเห็น การทะเลาะกันกลางถนนก็มีไม่บ่อยเท่าในกรุง แม้แต่อุบัติเหตุก็เกิดน้อยกว่า

ในกรุง ถึงแม้จะมีความรุนแรงก็น้อยกว่า(ไม่เชื่อลองขอดูสถิติที่ขสทางบกดู) ยกเว้นเทศกาลซึ่งก็มากขึ้งเพราะมีคนกรุงมาเอ่วมาก นั่นอาจเป็นเพราะ บรรยากาศอันสงบ ร่มเย็น งดงาม

ของเชียงใหม่บ้านเฮา ทำให้โอกาสอันจะเกิดอุบัตติเหตุมีน้อย ความเข้มงวดจึงน้อยตาม ผมว่าถ้าเกิดจราจรเข้มงวดขึ้มาจริงๆละก้อ ชาวเชียงใหม่หลายๆท่านคงจะอึดอัดกันไปตามๆกัน

อย่างว่าละครับไว้ให้เกิดมากๆเข้า แรงๆเข้า บ่อยๆเข้า ท่านสารวัตรจราจรท่านคงจะร้อน...เองแหละครับ ปล่อยให้กลไกของความเป็นจริงมันจัดการเถอะครับ

ที่สมุทรปราการ เวลามีการเกิดอุบัตติเหตุแต่ละครั้งมักจะถึงชีวิตครับ รถพ่วง18ล้อเอย รถบัสรับส่งพนักงานเอย รถส่งของเอยรวมถึงแมสเซนเจอร์ขี่มอร์ไซทุกชนิดต้องระวังตัวเองกันทั้งนั้น

การละเลยของผู้ขับขี่จึงมีน้อยครับ แทบไม่ต้องบังคับกันเลย กลัวกันเอง เพราะที่นี่มันถึงชีวิตครับ 18ล้อขับเร็วยังกะจรวด ไม่มีใครกล้าเสี่ยงหรอกครับ

+++ให้คงความสวยงาม ร่มเย็น สงบสุข ใว้เช่นนั้นดีละครับ แล้วเวลาจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ควรเปลี่ยนเอง+++
ผู้มาเยือน
เพราะเงี่ยแหละ บ้านเมืองถึงได้สงบ แต่ก็ไม่พัฒนาไปข้างหน้าซักที เห้อออออออออ ใครทำได้ก็ทำไปคับ คนตั้งกระทุ้ก็เข้าใจว่าอยากให้บ้านเมืองเราดูดีไม่อายบ้านอายเมืองอื่นเค้า ถูกต้องแระคับ คนที่ไม่เห็นด้วยก็อยู่เฉยๆ ไม่พอใจก็ทำต่อไป ไม่มีใครว่าในนี้เค้าพูดถึงจราจร (ร้องเรียน ร้องทุกข์ พบภัยสังคม) วันนึงถ้าเกิดกับท่านเอง อโหสิก คับ สาธุๆๆๆๆๆๆ
ขอคิดด้วย
หลายคนลืมไป คนๆหนึ่งเกิดมา ต้องลงทุนนะครับ เริ่มตั้งแต่เกิด รัฐต้องจ่ายสวัสดิการ(โรงพยาบาล) เรียนภาคบังคับ ครูก็รัฐจ้างนะครับ เรียนอุดมศึกษารัฐจ่ายแทนส่วนหนึ่ง ถ้าจ่ายเองจะเห็นว่าสถานศึกษาเอกชน ค่าใช้จ่ายสูงมากซึ่งมาจากต้นทุนจริง เรียนสายอาชีพค่าวัสดุ ค่าไฟฟ้า ค่าเครื่องจักร ค่าอาคารสถานที่ ล้วนรัฐลงทุนให้เพื่อหวังว่าจะได้บุคลากร ที่มีคุณภาพมาพัฒนาประเทศต่อจากคนรุ่นก่อน แล้วทุนมาจากไหนก็ของพ่อ แม่พี่คนไทยทุกคน เสียภาษีส่วนหนึ่งก็นำมาใช้ในการลงทุนมนุษย์นั่นเอง

[color="#8B0000"][/color][size="6"][/size]ฉะนั้นเมื่อเสียชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแค่ของตัวเอง ที่บอกว่าเจ็บก็เรื่องของเขา ตายก็เรื่องของเขา นั้นไม่จริง เพราะสุดแล้วยังไงคนอื่นก็เดือดร้อนอยู่ดี จขกท.ผมว่ามีความคับใจที่เจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่ไม่ถูกใจ ( แต่อาจใช้สำนวณดูแข็งไป) ซึ่งผมก็รู้สึกเช่นกัน ยกตัวอย่าง หลัง มช.ระเบียบยานพาหนะไม่มีเลย ฉะน้นอย่าเพิ่งตอบโต้กันเลย ลองมาแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรจะดีกว่า มีตำรวจก็เพื่อจัดการคนไม่มีจิตสำนึก ฉะนั้นก็ต้องทำหน้าที่ให้เข้มแข็ง คนที่มีจิตสำนึกดีไม่ต้องพูดถึง ยังไงเขาก็ไม่สร้างปัญหา
คนเชียงใหม่คนหนึ่ง
เท่าที่ติดตามอ่านมา อยากจะแสดงความคิดเห็นในหลายประเด็น คือ

1. ประเด็นว่า เรื่องการเคารพต่อกฎจราจร (รวมถึงกฎหมายอื่นด้วย) เป็นเรื่องของจิตสำนึกส่วนบุคคลนั้น ถูกต้อง แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในทุกสังคมแม้แต่ต่างประเทศที่เจริญแล้ว ก็ยังคงมีคนที่จิตสำนึกไม่ดี ไม่เคารพกฎหมายอยู่ จึงเห็นได้ว่าในทุกประเทศนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้คอยกวดขันจับกุมผู้ที่ละเมิดกฎหมาย ดังนั้นเรื่องว่าการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นเรื่องสำนึกของแต่ละคน จึงไม่ควรเป็นข้ออ้างให้เจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยหรือหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่ไปได้

2. ประเด็นเรื่องสภาพการณ์ปฏิบัติงานของตำรวจจราจรที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะและอากาศร้อน ตลอดจนเครื่องแบบที่น่าอึดอัดนั้น เป็นความจริงทุกประการ ซึ่งถ้าตำรวจจราจรทำงานอย่างเต็มที่ให้สมกับหน้าที่ของตนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนต้องชื่นชมในความเสียสละของท่าน แต่ก็ไม่ควรเป็นข้ออ้างให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่เต็มที่ได้ ส่วนเรื่องเครื่องแบบนั้นน่าจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งต้องแก้ไข ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าจำไม่ผิด ผบ.ตร.ท่านก่อนเคยมีความคิดที่จะปรับปรุงเครื่องแบบ ตร.ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทยอยู่

3. การจะกล่าวว่า ใส่หมวกหรือไม่ใส่ เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน หรือกล่าวว่าจะเคารพกฎหมายหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของฉัน หรือหากฉันเกิดอุบัติเหตุแล้วเดือดร้อนใคร อยากเรียนว่า ความคิดเห็นด้านบน (คุณขอคิดด้วย) กล่าวไว้อย่างถูกต้องที่สุด กล่าวคือ การที่คุณประสบอุบัติเหตุเป็นเหตุให้รัฐต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งมารักษาพยาบาลคุณ เป็นเหตุให้สังคมโดยรวมสูญเสียบุคคลที่สามารถทำประโยชน์อื่นๆ ได้ เป็นเหตุให้ผู้ร่วมทางคนอื่นที่ปฏิบัติตามกฎหมายต้องเดือดร้อนหากต้องมาเป็นคู่กรณีในอุบัติเหตุของคุณ

4. ประเด็นสุดท้าย คือ เท่าที่อ่านมาทั้งหมด ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในเชียงใหม่ไม่ได้หย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่
คนเจียงใหม่เหมือนกัน
อันที่จริงแล้ว มันก็น่าคิด ตามที่เจ้าของกระทู้ตั้งมา แต่ข้าเจ้ากลับมีความคิดว่า น่าจะมีกฏหมายควบคุม ในการซื้อรถว่าคุณต้องมีเงินสดเท่านั้นถึงจะซื้อได้(อันนี้ไฟแนนท์กะผู้ผลิตรถต้องจังข้าเจ้าแน่นอนเลย) และครอบครัวนึงมีรถได้ไม่เกิน กี่คัน ก็ว่ากันไปและ การออกใบขับขี่รถเครื่อง กะว่ารถยนต์ รถไถ รถอีแต่น หรือว่ารถอะหยังก็จ่างเตอะ ควรจะทำหื้อยากกว่านี้และเอาแบบข้อสอบแบบจิตวิทยาโตยยิ่งดี แบบว่า ถ้าคนบ่มีจิตสำนึกที่ดี หรือว่า คนที่เก่งแต้ ไม่สามารถมีใบขับขี่ได้ ต่อหื้อมีตังค์ซื้อรถ แต่ก็บ่มีปัญญาขี่รถ จะจ่วยลดปัญหา น้ำมันแพง อากาศเป็นพิษ รถนัก รถติด ต้องเอางบประมาณแผ่นดินแปงถนนหนตาง ตึงตางลอด ตางลอยฟ้า เปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยใชข่เหตุ ตำรวจจราจรก็บ่ต้องมาปวดหัว บ่ต้องมีการตรวจจับ แจกใบสั่ง บ่เปลืองกระดาษ จะได้ลดปริมาณการตัดไม้ ที่มาทำใบสั่ง (กึ๊ดเอาคนเดียวว่ามันท่าจะหลายต้นอยู่ 555) ข้าเจ้าก็กึ๊ด ได้จะอี๊แหล่ะ จ้าวววว
Chut
[color="#FF0000"][/color][size="7"][/size] เอาแบบเดิมนี่แหละคุณตำรวจ ไม่ต้องไปฟังใครทั้งนั้น ผมก็มาจากหกรุงเทพฯ เพราะความวุ่นวาย มาอยู่นี่สบายดีครับ ระดับความเร็วของรถก็กำลังเหมาะสมดี อันตรายก็ระมัดระวังได้
nutty
มายืนยันว่าที่ลำปางเข้มงวดกว่าที่นี่เยอะนะ ตอนอยู่ลำปางก่อนออกบ้านไม่เคยลืมใส่หมวกกัน็อคเลย แต่พอย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ลืมใส่หมวกก็สบาย ไม่ค่อยกังวล

แต่เมื่อวาน วันศุกร์ เห็นตำรวจที่นี่เริ่มเข้มแข็งแล้ว ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปก็แล้วกัน เอาใจช่วยให้ตำรวจทำงานเต็มที่นะ
ด้วยจิตคารวะ
^
^
^
หมายถึงเมื่อวานนี้ที่แยกรินคำตอนเย็นใช่มั๊ยครับ ตำรวจทำหน้าที่กวดขันได้ดีมาก ถ้าทำอย่างนี้ตรงนี้ไปทุกวัน เชื่อว่า แยกรินคำ จะเป็นแยกตัวอย่างได้ในเชียงใหม่เลยทีเดียว

ขอชื่นชมตำรวจเชียงใหม่ครับ
คนทำถูกกกฎหมาย
ก็อยากจะดูเหมือนกันว่า จะเอาจริงเอาจังกันได้นานซักแค่ไหน
silly
เฮ้ย !!
อย่าเถียงกันเล๊ยยย
แก๊สโซฮอล์ ผิด
เบนซิน๙๕
ใช่ ใช่ แกสโซฮอล์ ผิดแน่นอน
ฮานิบ่เฮ่ย
ถึงคุณเจ้าของกระทู้ ที่บางทีตำรวจไม่จับ พวกไม่ใส่ป้ายทะเบียนเหตูเพราะรถส่วนตัวมันก็ไม่ใส่
เหตุที่มันไม่จับหมวกกันนีอกเพราะว่า เพื่อนมันที่เป็นตำรวจมากคนก็ไม่ใส่ เคยเห็นกับตามมันตั้งด่านกันอยู่พวกมันมาใส่แต่หมวกแก็บตำรวจ ไอ่สาดพวกมันหลังหลังทำเป็นไม่เห็นกันหมด เหตูที่มันไม่จับพวกไม่คาดเข็มขัดนิระภัยเพราะ เวลามันขับรถขอบตำรวจมันก็ไม่ใส่อันนี้ก็เคยเห็น และมีภาพยืนยันในหลายกรณีด้วยวันหลังจะตั้งกระทู้ให้ดู
จากเกลียดตำรวจฉิหายสาด
kiengkai
ทำไมกระทู้นี้แรงกันจัง

ใจเยนๆสิคับทุกท่าน-----เดินไปเปิดตู้เยนดื่ม VITA แล้วไปนอนสะเรื่องไรชั่งแมร้งมันคับ(ตัวใครตัวมัน)โตๆกันละ

ขอบคุณในความหวังดีคับ
kalum
QUOTE(kiengkai @ Apr 6 2008, 02:01) *
ทำไมกระทู้นี้แรงกันจัง

ใจเยนๆสิคับทุกท่าน-----เดินไปเปิดตู้เยนดื่ม VITA แล้วไปนอนสะเรื่องไรชั่งแมร้งมันคับ(ตัวใครตัวมัน)โตๆกันละ

ขอบคุณในความหวังดีคับ


หื้อมันกินเหล้าเถื่อนแล้วไปนอนซะ ..
เจียงใหม่เจ้า
gun.gif เออออ.....อันนี้มันก่อแล้วแต่นิสัยส่วนลึกของแต่ละคนละครับ ตำรวจเปิ้ลก่อทำหน้าที่ดีแล้ว กฏหมายก่อดีแล้ว ก่อย่างว่าละมันอยู่ที่นิสัยส่วนลึกตี้ติดตั๋วมาเมินของแต่ละคนละครับ emo010.gif อะลุ้มอะหล่วยกั๋นไปเตอะคนเจียงใหม่เปิ้ลอยู่กั๋นแบบปี้แบบน้อง ฮักกันไว้เตอะครับ icon41.gif


เห็นด้วย...จ๊ะ
QUOTE(KEA.AODDY @ Mar 16 2008, 01:33) *
ขอแสดงความเห็นจากมุมมองด้านนอกบ้างครับ

ผมเกิดตี้เจียงใหม่แต่ต้องพลัดถิ่นมาทำงานที่สมุทรปราการน่ะครับ

ผมว่าการใช้ถนนของคนกรุงกับเชียงใหม่มันต่างกันโดยสิ้นเชิงนะครับ เวลาผมกลับไปบ้านที่เชียงใหม่ผมมักจะชอบที่คนบ้านเราใจเย็น ความเร็วในการขับขี่ทั้งรถยนต์

และรถเครื่องนั้นน้อย น้อยกว่าที่กรุงเตปมาก มากๆเลยครับ การบีบแตรไล่กันก็ไม่ค่อยมีใหเห็น การทะเลาะกันกลางถนนก็มีไม่บ่อยเท่าในกรุง แม้แต่อุบัติเหตุก็เกิดน้อยกว่า

ในกรุง ถึงแม้จะมีความรุนแรงก็น้อยกว่า(ไม่เชื่อลองขอดูสถิติที่ขสทางบกดู) ยกเว้นเทศกาลซึ่งก็มากขึ้งเพราะมีคนกรุงมาเอ่วมาก นั่นอาจเป็นเพราะ บรรยากาศอันสงบ ร่มเย็น งดงาม

ของเชียงใหม่บ้านเฮา ทำให้โอกาสอันจะเกิดอุบัตติเหตุมีน้อย ความเข้มงวดจึงน้อยตาม ผมว่าถ้าเกิดจราจรเข้มงวดขึ้มาจริงๆละก้อ ชาวเชียงใหม่หลายๆท่านคงจะอึดอัดกันไปตามๆกัน

อย่างว่าละครับไว้ให้เกิดมากๆเข้า แรงๆเข้า บ่อยๆเข้า ท่านสารวัตรจราจรท่านคงจะร้อน...เองแหละครับ ปล่อยให้กลไกของความเป็นจริงมันจัดการเถอะครับ

ที่สมุทรปราการ เวลามีการเกิดอุบัตติเหตุแต่ละครั้งมักจะถึงชีวิตครับ รถพ่วง18ล้อเอย รถบัสรับส่งพนักงานเอย รถส่งของเอยรวมถึงแมสเซนเจอร์ขี่มอร์ไซทุกชนิดต้องระวังตัวเองกันทั้งนั้น

การละเลยของผู้ขับขี่จึงมีน้อยครับ แทบไม่ต้องบังคับกันเลย กลัวกันเอง เพราะที่นี่มันถึงชีวิตครับ 18ล้อขับเร็วยังกะจรวด ไม่มีใครกล้าเสี่ยงหรอกครับ

+++ให้คงความสวยงาม ร่มเย็น สงบสุข ใว้เช่นนั้นดีละครับ แล้วเวลาจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ควรเปลี่ยนเอง+++


เป็นเด็กชม.ตั้งแต่เกิดแต่มาทำงานอยู่กทม.เห็นด้วยกับพี่ข้างบนทุกประการ...แต่ขอเสริมหน่อยนะ
ว่า
1. คนขับขี่รถเองก็ควรทำตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเพราะกลัวตำรวจจับ แต่เพื่อตัวเราเอง เกิดเหตุอะไรขึ้นมาจะได้ไม่ต้องโทษใคร
2. คุณตำรวจเองเมื่อเห็นว่าเขาไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ควรตักเตือนสักหน่อย จะได้มีใครเค้าว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ ทำเป็นเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ นะจ๊ะ
muay
เรื่องนี้มันอยู่ที่จิตสำนึกอย่างที่หลายคนว่าไว้นั่นแหละ

แต่ก็เป็นเพราะตำรวจเชียงใหม่มันไม่เอาจริงเอาจัง จนทำให้ไอ่พวกที่จิตสำนึกไม่ดีเกิดความเคยชิน คิดไปว่าสามารถทำผิดได้จนเคยตัว

ตำรวจเองก็ควรมีจิตสำนึกในการทำหน้าที่ให้จริงจังและตรงไปตรงมาด้วย

ถึงเวลาถามหาจิตสำนึกของตำรวจบ้างได้แล้ว
ผู้มาเยือน
จิตสำนึก + การปฏิบัติ หน้าที่ ทั้ง คนในเครื่องแบบ หรือนอกเครื่องแบบ หรือคนใช้รถใช้ถนน

ถึงเขาจะเอาใบสั่งเหน็บเอวไว้ แต่คุณ ปฏิบัติ ตามกฏจราจรทุกอย่าง เขามีสิทธิจับไหม
นอกจาก เจอตำรวจ สันดานเลว ยัดข้อหา แต่ถ้ารู้ทัน เราก็ร้องเรียนได้ ถ้ามัน ไม่เล่นพรรคเล่นพวก

ตำรวจ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ละเลย หน้าที่ เรามีสิทธิร้องเรียนถ้าเรื่องไปถึง (ไม่โดนหมกเรื่องแล้วปล่อยมันเน่า)

สุดท้าย ถึงเขาจะตั้งด่า 1กม. ต่อ หนึ่งด่าน 1 แยกต่อ 1 ด่าน หาก เราปฏิบัติดี ตามกฏ + ตำรวจดี ทำตามหน้าที่ = ไม่มีปัญหาตามมา
นักท่องเที่ยวคนต่างถิ่น
(ขอเล่าประสบการณ์ ....การเดินทางบนท้องถนน)

ก้เคยไปพักผ่อนที่เจียงใหม่ ปลายปีก่อน (กับครอบครัวแฟนเจียงใหม่)
ก้ ขับรถปกติ แต่ดันเกิดเหตุบริเวณก่อนถึงรพ.ลานนา
ด้วยเหตุรถข้างนอกต้องงหยุดกระทันหัน ทำให้รถฝ่ายเราหยุด ทำให้น้องรถกระบะท้าย ถัดมาต้องปัดออกฝั่งขวา(ท่าจะหยุดกะทันหันไม่ได้)แล้วข้างๆกันมีรถมอเตอร์ไซค์ขี่มาเร็วจากไหนไม่รู้ อ้ายคงหยุดไม่อยู่แต่สุดท้าย
มาชนท้ายรถซะงั้น ทำให้อ้ายมอไซค์ล้มด้วยความแรงของรถ- -" แต่สุดท้ายลงไม่ดูคนเจ็บ อ้ายมอเตอร์ไซค์บ่ใส่หมวกกันน็อคซะเนี่ย (น่าสงสาร ตัวเองไม่หละ)นี่ถ้ารถกระบะด้านขวาไม่ปัดเบี่ยงขวาแล้วต่อท้ายมาสรุปจะเป็ฯไงเนี่ย
แต่สุดท้าย พอสอบถาม อ้ายมอไซค์ก้ตอบว่าก่อนเดือนนึง ก้ล้มเจ็บมารอบแล้ว-"-แต่มะสวมหมวกกันน็อคตามเคย (เฮ้อ!อ้าย
ไงเป็ฯงี้หละเนี่ย...แต่สุดท้ายพวกหนูกับพี่รถกระบะก้ต้องพาอ้ายมอไซค์ส่งโฮงยา แล้วถามว่าเจ็บแบบนี้มาครั้งนึงแล้ว
มะสำนึกจะป้องกันตัวเองบ้างหรือไง หรือว่าไม่เข็ด


.........
ไปเจียงฮาย 17เมษายน 2551 ก้ ต้องเจอกับตาตัวเอง เมื่อละอ่อนน้อยขี้มอไซค์บ่สวมหมวกอีก ละอ่อนน้อยท่าจะประสานงานกับพี่รถเก๋ง น้องน้อย ก้ต้องมาตายกองกับพื้นคาที่นอนลืิมตากระโหลกเลือดซิบๆ
คาถนน (เพราะสุดท้ายละอ่อนน้อยบ่สวมหมวกตามเคย....คนเป็นพ่อ เป็นแม่ ญาติ ก้ยืนแต่มองร้องไห้ข้างทางทำได้เพียงเท่านี้หรอ)


.....
เพราะความประมาทของตัวเอง ถ้าไม่เกิดกับตัวเอง ก้คงไม่คิดถึงความปลอดภัยของชีวิต(รึป่าว)
kanompung
QUOTE(nid name123 @ Mar 14 2008, 20:28) *
ขึ้นป้ายใหญ่ๆ ตามสี่แยกเลยปะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุพวกเนี้ย มีความผิดไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง cm104.gif [/size]

[font="Arial Black"][/font][size="7"][color="#000000"][/color]ถูกต้องที่ซู้ดดดดดดดดดด
จราจร
วินัยจราจร อย่าผลักภาระให้ตำรวจ อย่างเดียวเลย กวดขันมากแม่งก็ด่า ร้องเรียน พอปล่อยก็ด่า หาว่าขี้เกียจ

ตำรวจเชียงใหม่มีกี่หยิมมือเทียบกับคนใช้รถใช้ถนน งานก็ไม่ใช่มีอย่างเดียว พวกคุณพูดเอาแต่ได้

ทุเรศสิ้นดี
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิ๊กที่นี่.
Invision Power Board © 2001-2008 Invision Power Services, Inc.