ลับสมองให้คมเสมอ ..
1.ออกกำลังกาย
มีคำยืนยันจากศูนย์สุภาพมหาวิทยาลัยยุค ในรับแคโรไลน่าว่าแค่ออกกำลังกาย วันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ก็ช่วยให้สมองปลอกโปร่งทำงานได้ดีขึ้นแล้ว เพราะเวลาออกกำลังกายระบบหมุนเวียนโลหิตจะดีแล้วทำให้สมองส่วนหน้าที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องของการวางแผน การจัดการหรือการคิดอย่างเป็นระบบตื่นตัวขึ้น
2.เคี้ยวหมากฝรั่ง
มีการศึกษาจากญี่ปุ่นมาว่า สมองส่วนความจำที่รียกว่าฮิพโพแคมปัสจะทำงานได้ดีขึ้นเวลาเราเคี้ยว แต่ไม่อยากอ้วน เคี้ยวหมากฝรั่งหลอกสมองไปก่อนก็ได้
3.ฟังเพลงคลาสสิค
ไม่ว่าจะเป็นของบาสค์ บีโธเฟน หรือโมซาร์ท เปิดฟังก่อนนอนจะช่วยปรับคลื่นความคิดของเราให้เป็นปกติ
4. กินอาหารเช้า
ไม่ใช่แค่ร่างกายเราเท่านั้นที่ขาดอาหารมาทั้งคืน สมองเราก็เป็นด้วยเหมือนกัน ไม่อยากให้สมองเฉื่อยชาตลอดเวลา ต้องกินอาหารเช้าเป็นนิสัย รับรองวันนั้นทั้งวัน ปัญหาอะไรก็คิดออก
5.อ่านหนังสือ ดูหนัง
มุมมองของชีวิตที่บางอย่างเราไม่เคยคิด อาจจะมีคนอื่นเห็นมากกว่าเรา ศึกษาโลกให้กว้าง มองทุกอย่างให้ไกลกว่าหนังสือที่เราเขียน หนังที่เขาทำ ความคิดดีๆใหม่ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง
6.วาดรูป
แค่วาดรูปประกอบลงไปเวลาที่จดบันทึกหรืออธิบายต่างๆ เพราะรูปภาพจะทำให้เราจำรายละเอียดได้ง่ายขึ้น และเวลาที่เราวาดเราต้องมอง แล้วแปลทุกอย่างออกมาป็นภาพวาดเป็นการใส่ความจำเข้าไปในสมองครึ่งหนึ่งแล้ว
7.คุยกับคนอื่นๆ
เปิดความคิดให้กว่าง รับฟังความคิดใหม่ๆจากคนอื่นๆสามารถให้แนวคิดที่ดีกับเราได้เสมอขอแต่เพียงว่าต้องเปิดใจ รับฟังเสียงความคิดจากทุกคน...ไม่จำเป็นว่าคนนั้นจะเป็นใคร
อาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง
ก่อนที่จะรับประทาน ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อนนะคะ เพราะบางทีอาหารที่เราทานลงไปทั้งๆ ที่มีประโยชน์แต่ไม่ถูกเวลา ก็อาจส่งผลเสียบางอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ
ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง
นมและนมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่
เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบและเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต
ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลงและเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะมือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ
ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไปเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง
ผัก
การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ
นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วย เช่นกัน
เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย อย่าลืมสิ่งใดที่มีคุณอนันต์ก็อาจมีโทษมหันต์เช่นกัน ถ้าคุณปฏิบัติอย่างผิดวิธี
ชาวพุทธ ต้องหยุด 5 อย่า 4 หยุดและอย่า มีดังนี้
หยุด
1. หยุดทำตนเป็นผู้วิเศษกว่าพระพุทธเจ้า
2. หยุดมัวเมาเรื่องยศและลาภ
3. หยุดสร้างบาปแลกบุญ
4. หยุดเกื้อหนุนคนผิด
5. หยุดวิปริตในพระธรรมวินัย
อย่า 4
1. อย่าหูเบา
2. อย่าถือมงคลตื่นข่าว
3. อย่าเอาตัวบุคคลเป็นศาสนา
4. อย่าวิจารณ์โดยไม่วิเคราะห์
ที่มา:วาทะธรรม
~pasajai~
Mar 11 2008, 18:45
ขอบคุณความฮู้ดีๆเจ้าปี่มิต้า แต่ว่ากิ๋นอาหารเจ้านี่มันยะบ่เกยได้เจ้า แบบว่าตื่นบ่ตัน อิอิ
jakkae
Mar 12 2008, 10:54
QUOTE(mita @ Mar 11 2008, 18:00)

ลับสมองให้คมเสมอ ..
1.ออกกำลังกาย
มีคำยืนยันจากศูนย์สุภาพมหาวิทยาลัยยุค ในรับแคโรไลน่าว่าแค่ออกกำลังกาย วันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ก็ช่วยให้สมองปลอกโปร่งทำงานได้ดีขึ้นแล้ว เพราะเวลาออกกำลังกายระบบหมุนเวียนโลหิตจะดีแล้วทำให้สมองส่วนหน้าที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องของการวางแผน การจัดการหรือการคิดอย่างเป็นระบบตื่นตัวขึ้น
2.เคี้ยวหมากฝรั่ง
มีการศึกษาจากญี่ปุ่นมาว่า สมองส่วนความจำที่รียกว่าฮิพโพแคมปัสจะทำงานได้ดีขึ้นเวลาเราเคี้ยว แต่ไม่อยากอ้วน เคี้ยวหมากฝรั่งหลอกสมองไปก่อนก็ได้
3.ฟังเพลงคลาสสิค
ไม่ว่าจะเป็นของบาสค์ บีโธเฟน หรือโมซาร์ท เปิดฟังก่อนนอนจะช่วยปรับคลื่นความคิดของเราให้เป็นปกติ
4. กินอาหารเช้า
ไม่ใช่แค่ร่างกายเราเท่านั้นที่ขาดอาหารมาทั้งคืน สมองเราก็เป็นด้วยเหมือนกัน ไม่อยากให้สมองเฉื่อยชาตลอดเวลา ต้องกินอาหารเช้าเป็นนิสัย รับรองวันนั้นทั้งวัน ปัญหาอะไรก็คิดออก
5.อ่านหนังสือ ดูหนัง
มุมมองของชีวิตที่บางอย่างเราไม่เคยคิด อาจจะมีคนอื่นเห็นมากกว่าเรา ศึกษาโลกให้กว้าง มองทุกอย่างให้ไกลกว่าหนังสือที่เราเขียน หนังที่เขาทำ ความคิดดีๆใหม่ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง
6.วาดรูป
แค่วาดรูปประกอบลงไปเวลาที่จดบันทึกหรืออธิบายต่างๆ เพราะรูปภาพจะทำให้เราจำรายละเอียดได้ง่ายขึ้น และเวลาที่เราวาดเราต้องมอง แล้วแปลทุกอย่างออกมาป็นภาพวาดเป็นการใส่ความจำเข้าไปในสมองครึ่งหนึ่งแล้ว
7.คุยกับคนอื่นๆ
เปิดความคิดให้กว่าง รับฟังความคิดใหม่ๆจากคนอื่นๆสามารถให้แนวคิดที่ดีกับเราได้เสมอขอแต่เพียงว่าต้องเปิดใจ รับฟังเสียงความคิดจากทุกคน...ไม่จำเป็นว่าคนนั้นจะเป็นใคร
ข้าเจ้าก่อทำแบบนี้ประจ๋ำแต่สมองมันก็ยังทืบอยู่แสดงว่าเป๋นตี้ยีนเฮามันแย่น่อ อิ อิ
ซุนหงอคง
Apr 19 2008, 11:45
เป๋นก๋ารเพิ่มหยักหื้อสมองตี้ดีคับ
ขอบพระคุณอย่างสูงเลยคับ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิกที่นี่.