ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
เวอร์ชั่นเต็ม: ติดตั้งเครื่องวัดมลพิษเสียง สนามบินเชียงใหม่
เชียงใหม่ร้อยแปด CM108 > News Zone > ข่าวประจำวัน
ผู้สื่อข่าวออนไลน์
ติดตั้งเครื่องวัดมลพิษเสียงสนามบินเชียงใหม่




กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องวัดความดังเสียงมาติดตั้งบริเวณชุมชนใกล้ สนามบินเชียงใหม่ หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบทั้งทางเสียงและทำให้หลังคา บ้านพังเสียหายจากการบิน

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ นำเครื่องวัดความดังเสียงติดตั้งในบ้านพัก ของนางสุภาพร กาสเซ่นชมิดท์ เลขที่ 111/243 หมู่บ้านนิมานนรดี ตำบลแม่เหียะ ใน ตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแนวเส้นทางบิน ใกล้กับสนามบินเชียงใหม่ เพื่อวัดมลพิษและ ผลกระทบทางเสียง หลังชาวบ้านในบริเวณนี้ได้รับความเดือดร้อนมลพิษทางเสียง จากการขึ้น - ลงของเครื่องบิน บริเวณสนามบินเชียงใหม่ วันละกว่า 70 เที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินจากต่างประเทศในเวลา 2 นาฬิกา ส่งเสียงดังซึ่งช่วงนั้นเป็นเวลา พักผ่อน นอกจากนั้นที่ผ่านมา ทำให้หลังคาบ้านบางหลังพังเสียหาย จากแรงลมจาก การลงของเครื่องบินขนาดใหญ่ และชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว นายสัญญา ทุมตะขบ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า แต่ละวันจะมีเครื่องบิน ขึ้น - ลง ทางด้านทิศใต้ของสนามบินเชียงใหม่ มากถึงร้อยละ 90 ทำให้ชาวบ้านใน หมู่บ้านนิมมานนรดี ได้รับผลกระทบทางเสียงมากกว่า ทางด้านเหนือของสนามบิน โดย จะรวบรวมข้อมูล การวัดความดังเสียง ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 70 เดซิเบล แต่ หากระดับเสียงที่เกินกำหนด จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการปฏิบัติตาม มาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการสนามบินเชียงใหม่ เพื่อนำผลไป ทำแบบจำลองเรื่องระดับเขตรบกวนทางเสียง เพื่อหาทางแก้ไขไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน หรือการปรับปรุงเที่ยวบิน เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างถาวร

blue vespa
อืม....ตรวจเหียก่ดี.... เขตไหนเสียงดังเกิน....จ้วยเปิ้นย้ายบ้านออกไปเหียก่ะ กาว่าจัดเป็นเขตมลพิษทางเสียงประกาศไปในผังเมืองใผใคร่อยู่อาศัยก่ทนเอาใครมาแป๋งบ้านใหม่ก่จะได้รู้เตรียมใจเตรียมตัวรับไว้ก่ะ (พิสูจน์ตวยเน้อว่าอาศัยอยุ่มาก่อนกาว่าหลังเกิดสนามบินตอนจ่ายค่าขนย้ายเวนคืน)...ที่ดังไม่เกินก็จาได้รุ้ไว้แล้วทนๆซะ....รู้อยู่ว่าเป็นสนามบิน ก่ยังมาสร้างบ้านมาอาศัย แถวๆนั้นเป็นสนามบินมาตั้งแต่แถวนั้นเป็นป่าเป็นพงเป็นทุ่งนา หันความเจริญเปิ้นมาแล้วก่มาอยู่อาศัย...แล้วจะไดอ่ะ จะหื้อย้ายสนามบินกาหา? ผ่อเอาเต้อะคนพื้นเพท้องถิ่นกาว่าย้ายมาตามการพัฒนาที่ดิน เปิ้นจัดสรรแบ่งตี้ขายเปอเลอะหยังมาบ่ไปซื้อที่มันไกลๆแนวร่อนอ่ะ ทุกวันนี้ไผจะเถียงหล่ะว่าบ่ใช่เพราะสนามบินใกล้ๆเมืองเนี๊ยะแหล่ะทำหื้อเศรษกิจเชียงใหม่บ่เป็นที่สองรองใครเรื่องการท้องเที่ยว เฮาหันมานักละ...หลายต่อหลายจังหวัด..ผ่ออย่างเจียงฮายลอ ย้ายสนามบินออกไปละเป๋นจะได วันๆมีกี่เที่ยว ผ่อแม่ฮ่องสอนลอสนามบินในเมืองแล้วการท่องเที่ยวเปิ้นดีก่อ ...เซาะว่าหากิ๋นในเจียงใหม่ดันมาทุบหม้อข้าวตัวเองแหมก่ะ....

ปล.โหมเข้าไปๆกับข่าวต่างๆด้านลบของการท่องเที่ยว อากาศเสียกา มลพิษทางเสียงกา การเสื่อมโทรมในที่ท่องเที่ยวกา ก่เข้าใจนาว่าขายข่าวเป็นอาชีพ แต่อ่ะนะเสนอข่าวแต่ปองามกะเน๊อะ ไว้วันใดที่เปิ่นบ่ยอมมาเที่ยวบ้านเฮาเมืองเฮาแล้วจะหนาว....
xxx
เห็นด้วยอย่างยิ่งคับ เคยจำได้สมัยก่อนบริเวณสนามบินแห่งนี้เป็นป่าเป็นทุ่งนาไม่ใช่หรือ ซึ่งสนามบินเมื่อตอนจะสร้างเขาก็ต้องเลือกสร้างตรงเขตนอกเมือง ซึ่งเมื่อก่อนที่ตรงนั้นมันคือนอกเหมือนไม่ค่อยมีชุมชนมากเหมือนทุกวันนี้ แต่พอสร้างสนามบินมาเสร็จก็มีคนไปสร้างบ้านตาม คิดว่ามีสนามบินแล้วที่ตรงนั้นเจริญก็พากันไปสร้างบ้าน ยิ่งบ้านจัดสรรค์นี่เยอะเลย ละพอเกิดเสียงดังขึ้นก็มาโวยวายกันใหญ่เลย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่ตรงนั้นเป็นสนามบินนี่นา ก็ต้องยอมรับสภาพนะครับ เช่นเดียวกับกรณีที่สุวรรณภูมิเลย เขาก็บอกตั้งกี่ปีละว่าที่ตรงนั้นจะสร้างสนามบิน เคยสังเกตดูโฆษณาหนังสือพิมพ์ไหมคับ ยกเอาว่าโครงการอยู่ใกล้สนามบินเป็นจุดขาย ซึ่งพากันไปจองใหญ่เลย ละเป็นไงหล่ะ เสียงดังก็มาโทษสนามบินอีก ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นสนามบินก็ยังไปอยู่กันเองนี่นา ยังไงฝากไว้คิดด้วยนะครับ
ผู้มาเยือน
ถ้าประชาชนขาดความรู้ก็น่าเห็นใจ แต่ผู้จัดสรรนี่ซิรู้รึเปล่า ทำอย่างไรให้เมืองไทยฉลาดรู้เท่าทันกัน จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ที่รู้มากกว่าแต่จะเอาเปรียบ หมู่บ้านขายแล้วก็สบายตัวไป ทุกข์ก็เป็นของผู้ซื้อที่ไม่มีความรู้ด้านมลพิษ ยังไงความยุติธรรมก็น่าจะเกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ เป็นความสวยงามอีกด้าน นอกจากการท่องเที่ยวเน้อ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรดคลิกที่นี่.
cm108-2008 ......