ผู้สื่อข่าวออนไลน์
Mar 19 2007, 09:47
ชื่อของ "วรวัชร ตันตรานนท์" ค่อนข้างจะเป็นที่คุ้นหูในวงการค้าปลีกเมืองเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกรรมการบริหาร บริษัท ชอยส์มินิสโตร์ จำกัด เจ้าของซับแอเรียไลเซนส์เซเว่นอีเลฟเว่นกว่าร้อยสาขาใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
ความน่าสนใจของวรวัชรไม่ได้อยู่แค่ยอดการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องปีละกว่าสิบร้าน รวมถึงอัตราการเติบโตของธุรกิจที่จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
แต่ในบทบาทที่ต้องร่วมบริหารจัดการซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นอย่าง "ริมปิง" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกิจการของตระกูลตันตรานนท์ ที่ต้องต่อสู้กับยักษ์โมเดิร์นเทรดและดิสเคานต์สโตร์ ไม่ว่าจะเป็น เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ หรือท็อปส์ รวมถึงที่ down size หรือย่อส่วนลงแข่งในสนามค้าปลีกรายย่อยอย่าง "โลตัส เอ็กซ์เพรส"
ชวนให้สงสัยว่า ทำไมทุนท้องถิ่นรายนี้ถึงยังอยู่รอดมาได้ !!!
"วรวัชร" หัวเรือใหญ่ของริมปิงบอกว่า แม้ภาพรวมของตลาดค้าปลีกภาคเหนือจะมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แต่จริงๆ แล้ว กลุ่มลูกค้าจะเหลื่อมกันนิดหน่อย ไม่ได้ชนกันตรงๆ ซะทีเดียว เพียงแต่ต้องหาโพซิชั่นของตัวเองให้ได้
"การเข้ามาของโลตัส เอ็กซ์เพรส จะว่ากระเทือนก็ใช่ จะว่าไม่กระเทือนก็ใช่ คือว่าถ้าเป็นสาขาที่อยู่ใกล้กันมันได้รับผลกระทบอยู่แล้ว เพราะสินค้าส่วนหนึ่งมันคาบเกี่ยวกันอยู่ แต่เราก็หาวิธีปรับตัว หาสินค้าใหม่ๆ เข้ามา ที่โลตัส เอ็กซ์เพรส จะเป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ต มีของสดทั่วๆ ไป แต่เซเว่นอีเลฟเว่นจะเน้นของกินที่ไม่ต้องปรุง รวมถึงของใช้นิดหน่อย ส่วนริมปิงก็จับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง ฟีลลิ่งจึงไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นยอดขายมันจึงไม่หาย"
วรวัชรกล่าวต่อว่า ตอนนี้เซเว่นอีเลฟเว่นของ เขามีอยู่ 105 สาขา และกำลังจะเปิดใหม่ในเดือนนี้อีก 1 สาขา เดือนเมษายนอีก 2 สาขา โดยเจ้าตัวตั้งเป้าไว้ว่า จะเปิดให้ได้ 121 สาขาภายในปีนี้ และ 90% จะเปิดที่เชียงใหม่ ส่วนอีก 10% จะเป็นที่ลำพูนและแม่ฮ่องสอน
เมื่อถามถึงสถานการณ์ร้านค้าปลีกรายย่อยอื่นๆ ของภาคเหนือเป็นอย่างไรบ้าง ?
วรวัชรบอกว่า ยังพออยู่ได้ แต่คงต้องมีการปรับตัวกันต่อไป อย่างไรก็ตามปัญหาที่เจอส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องอยู่ได้หรือไม่ได้ แต่กลับเป็นเรื่องไม่มีคนสานต่อกิจการมากกว่า ทั้งนี้ จะเห็นว่า
มินิมาร์ตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นรายใหม่ไม่ใช่ผู้ประกอบการรายเดิม
"ลูกหลานร้านโชห่วยส่วนใหญ่จะเรียนสูงหมด บางคนไปเรียนต่างประเทศ จะให้กลับมาทำร้านแบบโบราณที่เจ้าของต้องมานั่งคุมเองเขาก็ไม่ทำ บางคนก็หลุดไปทำกิจการอื่น อย่างธุรกิจที่ดินหรือบริษัทคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีบางรายที่กลับมาทำกิจการเดิม โชห่วยเองก็อาจจะต้องปรับเป็น คอนวีเนี่ยนสโตร์ คือที่สุดแล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงจะอยู่แบบเดิมไม่ได้ ถึงจะรายเล็กๆ แต่ถ้าทำดีๆ ก็น่าจะอยู่ได้"
อย่างร้านริมปิง เมื่อก่อนก็เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแบบทั่วๆ ไป แต่พอมีห้างใหญ่อย่างโลตัส คาร์ฟูร์ ฯลฯ เข้ามา ซึ่งเน้นเรื่องราคาที่ถูกกว่า ก็เริ่มอยู่ ไม่ได้ เนื่องจากวอลุ่มในการสั่งของจากซัพพลายเออร์ต่างกันมาก
"ตอนนั้นก็เหนื่อย ผมเลยไปคุยกับผู้ใหญ่ ท่านได้ให้คำแนะนำว่า เอาอย่างนี้สิ เห็นช้างไหม มันมี 4 ขา เพราะฉะนั้น คุณต้องหาให้ได้ว่า ท้องช้างอยู่ตรงไหน แล้วไปยืนตรงนั้น อย่าไปยืนตรงเท้าช้าง เพราะจะโดนเหยียบ" วรวัชรเปรียบเทียบให้เห็นภาพการแข่งขันว่า ถ้าเขาไปต่อสู้กับโมเดิร์นเทรดตรงๆ ก็คงไม่รอด และอาจจะถูกเหยียบเหมือนทุนท้องถิ่นค้าปลีกรายอื่นๆ ที่ต้องทยอยปิดตัวกันจนแทบไม่เหลืออยู่ในปัจจุบัน
เมื่อคิดได้ "ริมปิง" จึงหันไปจับลูกค้าระดับ AB อาทิ ลูกค้าชาวต่างชาติ ลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่ มีกำลังซื้อสูง เป็นวิลล่ามาร์เก็ต ขายสินค้าที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ เน้นคุณภาพ เน้นบริการสำหรับกลุ่มเล็กๆ ที่เป็นนิชมาร์เก็ต
วรวัชรบอกว่า ที่สำคัญต้องไม่ตั้งราคาให้สูงเกินไป เพราะไม่มีใครอยากซื้อของแพง แต่สิ่งที่ริมปิงสามารถคอนเฟิร์มให้กับลูกค้าได้ก็คือคุณภาพที่ดีกว่าเทียบกับราคาที่ต่างกันนิดหน่อย
"ที่สำคัญก็คือ ตัวสินค้าเราต้องลงลึกในรายละเอียดของโปรดักต์แต่ละตัว ต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มลูกค้าเป็นใคร จากนั้นก็พยายามดูแลลูกค้า ให้การเซอร์วิสที่ดี ลูกค้ากลุ่มนี้แม้จะมีกำลังซื้อสูง แต่บอกตรงๆ ว่าดูแลยากมาก ต้องละเอียดอ่อน ฉะนั้นการค้าของเราจึงไม่ได้โตแบบเชนสโตร์ มันเหมือนเป็นร้านเล็กๆ ในชุมชนมากกว่า เป็นกิจการที่ต้องดูแลกันและกัน เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนญาติกันมากกว่า"
วันนี้ ริมปิงมีสาขากระจายอยู่ทั่วเมืองเชียงใหม่ 4 แห่ง ได้แก่ สาขานวรัตน์ สาขามีโชค สาขา กาดฝรั่ง และล่าสุดเพิ่งปิดสาขาโชตนาซึ่งเปิดมากว่า 16 ปี เพราะหมดสัญญาในการเช่าพื้นที่ แต่ก็ไปเปิดสาขาใหม่ที่นิ่มซิตี้เดลี่เมื่อวัน 16 มีนาคมที่ผ่านมา
วรวัชรบอกว่า ริมปิงเป็นร้านเล็กๆ ไม่ได้คิดจะแข่งขันกับใคร และไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเปิดสาขาเยอะแยะ แต่การขยายสาขาก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
ที่สำคัญการขยายสาขาก็ต้องดูดีมานด์ให้ดี เพราะเราจับกลุ่มบน AB ซึ่งมีจำนวนอยู่ไม่มาก แต่ไม่ใช่ว่าเห็นความสำเร็จของริมปิงแล้วจะไปทำตาม เพราะธุรกิจแต่ละที่ แต่ละโลเกชั่น มันไม่เหมือนกัน คุณจะต้องดูว่าในขณะที่ช้างเดินมา ท้องช้างอยู่ตรงไหน ต้องหาให้เจอว่าธุรกิจของคุณยืนอยู่ตรงไหนถึงจะอยู่รอดได้
"ในแต่ละธุรกิจมันมีโอกาสเสมอ ไม่มีใครที่สามารถจะตอบสนองได้ทุกสิ่ง อย่างบางจังหวัดไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีชาวต่างชาติ แต่มันจะมีช่องทางอื่นๆ คุณต้องคิดฉีกแนวออกไป จะเรียกว่าเป็นธุรกิจที่เปรียบเหมือนงานฝีมือก็ย่อมได้"
วรวัชรกล่าวในตอนท้ายว่า วันนี้ริมปิงของเขายังยืนอยู่ได้ ชุมชนหลายแห่งในเชียงใหม่อยากให้เขาไปเปิดสาขาเพิ่ม เพราะมีกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่น ขณะที่เซเว่นอีเลฟเว่นที่เขาดูแลอยู่ร้อยกว่าสาขานั้น ขายได้เฉลี่ยวันละ 5 หมื่นบาทต่อร้าน รวมทั้งหมดก็ประมาณ 5 ล้านบาทต่อวัน หรือโตปีละ 20%
"แม้จะเหนื่อย และยังต้องเหนื่อยต่อ แต่ก็คุ้ม" บทสรุปส่งท้ายจากวรวัชร ตันตรานนท์ หัวเรือใหญ่ริมปิง
ที่มา / ประชาชาติธุรกิจ
ผู้มาเยือน
Mar 20 2007, 10:43
ให้กำลังใจคนเชียงใหม่เหมือนกัน ดีจังเลย มาเปิดใกล้ๆ ที่สนามบิน เพราะใกล้ที่ทำงาน เป็นลูกค้า ริมปิงอยู่แล้วครับ
ThinkEarth
Mar 22 2007, 10:40
ไปซื้อของที่ริมปิงค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน
เพราะชอบที่คนไม่พลุกพล่านดีและสินค้าบางอย่างหาไม่ได้ในห้างใหญ่ๆ
ขอสนับสนุนกิจการของคนท้องถิ่นอีกแรงเล็กๆ ครับ
kashop
Mar 22 2007, 17:16
ริมปิงสาขานิ่มซิตี้เดลี่เปิดแล้ว อยู่ตรงข้าม ม.ฟาร์อีสเทิร์น จอดรถสะดวกดี บรรยากาศดีมากๆ ส่วนนิ่มซิตี้เดลี่ ก็น่าจะเปิดเร็วๆนะ น่านั่งจิบเบียร์ดูสาว ม.ฟาร์
ผู้มาเยือน
Mar 24 2007, 15:35
ขอสนับสนุนชาวเชียงใหม่อีกคนครับ
ตอนผมเป็นเด็กยังจำได้ว่าห้างดังที่สุดของเชียงใหม่คือ ตันตราพันธ์ (ถ้าเขียนผิดขออถัยด้วย)
หล้งจากนั้นก็ใจหายเมื่อ robison มายึดที่ Airport ไปอีก
ดีครับที่ย้ายมาที่นิ่มซิตี้เดลี่ ผมชอบมาก แต่เสียดายนะที่ต้องปิดที่โชตนาไปนะ เพราะเป็นที่ที่ผมไปเดินบ่อยที่สุด
ของให้กิจการก้าวหน้าเป็นหน้าเป็นตาให้ชาวเชียงใหม่อีกคนนะครับ
เพชรสี
Mar 29 2007, 12:39
ขอสนับสนุนด้วยคนครับ แต่ขอให้ช่วยดูแลมารยาทและพฤติกรรมบริการของพนักงาน ให้เข้มข้นหน่อยนะครับ รับรองสู้ต่างชาติได้แน่นอน อย่าให้ตะโกนคุยกันข้ามหัวลูกค้าไป-มา เหมือนกับพนักงานในห้างใหญ่ๆในปัจจุบัน วันก่อนเจอพฤติกรรมบริการแย่ๆของพนักงาน 7-Elevens สาขาหอพัก นศ.พยาบาลใน รพ.สวนดอก เป็นผู้หญิง 2 คน ห้าโมงเย็นกว่าๆ ไม่สนใจลูกค้า คุยกันเสียงดัง วิ่งออกจากร้านแทบจะชนลูกค้า(ดีที่หลบทัน) ทอนเงินก็เอาวางบนเคาน์เตอร์ไม่ส่งให้กับมือลูกค้า ไม่ออกสลิปให้ ไม่มีคำขอบคุณออกจากปาก ก็เลยแปลกใจว่าทำไมมาตรฐานการบริการของ 7-Levens ที่นี่ถึงได้ไม่เหมือนที่อื่น
ผมเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด ตันตราภัณฑ์สำนักงานใหญ่ ถ.ท่าแพ ใครเดินห้างในนั้น( พ.ศ.ประมาณ ๒๕๑๑ )มันเท่ซะไม่มี มาตอนนี้ใจหาย ร้านค้าของคนเชียงใหม่ถึงแม้ว่าไม่ใช่คนเมือง 100 %(คนจีนอู้คำเมืองได้) ก็อดภูมิใจไม่ได้ที่เป็นคนเชียงใหม่เป็นเจ้าของและบริหารกิจการด้วยตนเองจนเติบใหญ่ มีสาขาช้างเผือก ตอนเป็นหนุ่มก็เคยไปนั่งจิบเบียร์สิงห์เย็นๆ หลังเลิกงานที่แทนคาเฟ่ เหล่สาวไปด้วยทั้ง 2 สาขา สนุกสนานเฮฮาประสาคนเมือง มาตอนนี้อะไร ๆ ก็เปลี่ยนหมด เสียดาย 2 ห้างดังของภาคเหนือ ส.การค้า ก็โดนด้วย ถูกฝรั่งยึดหัวหาดไปหมด เงินทองที่หาได้จากพวกเรามันขนกลับไปบ้านมันหมดอย่างนี้มันน่าเจ็บใจแทนคนเชียงใหม่จริงๆ มาตอนนี้เอาใจช่วยห้างริมปิงยังไงก็อดทนไว้ คนไทยขี้เห่อ อีกไม่นานก็หมดยุค อดทนไว้ สู้เขาเฮียเซียม ผมเอาใจช่วยคนเมืองด้วยกัน :080402cool_prv:
กิมฮ้อ
Mar 31 2007, 23:46
ชอบสินค้าที่วางในริมปิง และคิดว่าริมปิงเดินมาถูกทางแล้ว
เตือนไว้อย่างว่าระวังยักษ์จะตื่น แล้วมันจะสะเทือนอีกครั้ง
วิลล่ามาร์เก็ต แบบนี้เชียงใหม่ยังไม่บูม
เดิมทีร้านเกษมสโตร์ ก็ทำอยู่แล้วแต่เป็นร้านค้าเล็กๆ แต่ฝรั่งรู้จักดี
เอาใจช่วยริมปิงเสมอครับ
pickthai
Apr 4 2007, 22:00
เป็นสมาชิกริมปิงครับ ชอบที่มีสินค้าหลากหลายมีคุณภาพ โดยเฉพาะอาหารสด ทำให้นึกถึงฟู้ดแลนด์ที่กรุงเทพเลยครับ
ชอบข่าวนี้แฮะ
เดินที่โชตนาบ่อยมาก เดินพอๆกับท๊อปที่เซนทรัล
ชอบริมปิงตรงที่มันเงียบๆ ไม่มีประกาศเสียงรกหูเหมือนห้างใหญ่ๆ
มาที่นิ่มฯ ก็โอเค แต่ทางแคบไปหน่อย ล้อเข็นชนกัน
แต่ผักสดมากกว่าเดิม ของกินเพิ่ม คนบริการมีเยอะกว่าเดิม พูดดีด้วย ตรงนี้ชนะท๊อปขาดลอยเลย
โดยรวมก็โอเค เป็นลูกค้าเก่า มีบัตรสมาชิก (แต่ยังไม่เคยรู้ว่า เอามาทำอะไรได้บ้าง ไม่เหมือนท๊อป ที่ใช้ลดราคาของได้ด้วย)
ลุงมอง
Apr 10 2007, 17:45
ได้เห็นกันในชาติปัจจุบันเลยว่า
วรกร is the failure!
วรวัชร is the conquer!
เมื่อคนหนึ่งเลือกที่จะเดินตามเส้นกำกับของพ่อ
และอีกคนหนึ่งเลือกที่จะเดินตามรอยเท้าแม่
เป็นคนหนึ่งที่พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าห้างต่างชาติให้น้อยที่สุดค่ะ
เป็นสมาชิกของ "ริมปิงซุปเปอร์สโตร์" ยินดีที่จะจ่ายแพงกว่านิดหน่อย บางอย่างก็ราคาเท่ากัน ......
ไม่นิยมรับประทานแม้กระทั่ง พิซซ่า หรือ KFC หากจะมีก็น้อยครั้งชนิดว่าหลายเดือนกินทีน่ะค่ะ อิอิ
ผู้มาเยือน
Apr 13 2007, 12:13
เยี่ยมมากๆ ไปริมปิงสบายใจดี
มีทุกอย่างที่อยากได้
สู้ๆๆๆ จะช้อปที่ริมปิงต่อไปเรื่อยๆๆ
ผู้มาเยือน
May 9 2007, 03:13
ขอบอกเรื่องราวที่ท่านไม่เคยรู้เกี่ยวกับบริษัทนี้หน่อย
ผู้มาเยือน
May 9 2007, 03:27
ท่านทุกท่านที่ใช้งานบริการบริษัทนี้และเห็นว่าบริษัทชอยส์ นี้ดีโปรดอ่านตรงนี้น่อย เท่าที่กระผมได้รู้มาว่าที่นี่นั้นบริการลูกค้านั้นดีเสมอ แต่ใหรจะรู้บ้างว่าพนักงานในบริษัทนี้ทรมาณแค่ใหน ทำงานวันละเป็นสิบชั่วโมงกว่าๆเพื่อที่จะได้ค่าจ้างแค่159บาท/วัน ค่าล่วงเวลาก็ไม่ได้ และวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ทุคนหยุดงานกันทั่วหน้าแต่ พนักงานไม่ได้หยุด ค่าทำงานในวันหยุดก็ไม่ได้ ค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดก็ไม่ได้ เงินขาดพนักงานได้ซ่อมเงินตรงนั้น ไม่พอเงินเกินพนักงานก็ได้มาซ่อมเงินตรงนั้นอีก เวลาพักทานอาหาร โดยเฉพาะกะบ่าย 15.00-24.00น.และกะดึก 23.00-8.00น.เวลาพักที่กฎหมายให้มีอย่างน้อย1 ชั่วโมงในหว่างที่ทำงาน4ชั่วโมงถึงแม้ทางบริษัทจะจัดให้ แต่ถานพนักงานบริษัทนี้"ด้เลยว่ามีฬครได้พักติดต่อกันสักครึ่งชั่วโมงไหม ไม่มีเลย .................................................นี่เป็นการเอาปรียบพนักงานที่ มีการศึกษาตำโดยอาศัยการไม่มีทางเลือกของเขามาเอาเปรียบ นี่เป็นการดีแล้วหรือในสายตาท่าน ทางราชการก็หูหนวกตาบอดหมด กฎหมายถูกเอาเปรียบโดยคนที่เหนือกว่า ท่านผูใช้บริการอย่างสบายควรคิดถึงคนบริการตรงนี้ด้วย
Intakin
Dec 21 2007, 18:15
ผมไปริมปิงหลายครั้งเหมือน โดยเฉพาะที่ตรงแยกสนามบิน ตกแต่งภายในสวยมากครับ
kanompung
Feb 25 2008, 04:33
ขอบอกกล่าวจากอดีตพนักงานของท่านหากได้อ่านโปรดพิจารณา 7-11 สาขาหน้าโรง,บาลลานนาผู้จัดการทำตัวห่วยมากตั้งแต่ประเมินการทำงานผ่านปกติเคยมาทำงาน 8.30 น.เลิก 17.00 น.ปัจจุบัน
มา 10.00 บางวัน 11.00 น.ทำงานวันนึงไม่ถึง8 ชม.ด้วยซ้ำควรจ่ายค่าจ้างหรือแบบนี้อีกอย่างเป็นงานหนักสำหรับผลัดดึกที่ต้องรอซึ่งมาทำงาน 23.00น.แต่ต้องกลับ 12.00น.บางวัน 13.00-14.00 ยังมี แคชเชียร์ทำเงินหายยังเข้าข่ายทุจริต ผู้จัดการของท่านสรุปเงินเดือนผ่านบัญชีพนักงานพาร์ทไทม์แล้วเอามาเป็นของตน ถือว่าทุจริตหรือไม่ทรัพย์สินทุกอย่างภายในร้านถือเป็นของร้านแล้วผู้จัดการเอาสินค้า Suply Use กลับไปใช้ที่บ้านถือว่าทุจริตหรือไม่ เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาทางคุณอมราได้ให้เป้าสะดุ้งมาโดยสรุปผ่านบัญชีผู้จัดการปรากฎว่าหายครับ ไม่มีถึงพนักงานระดับล่างซักคน ช่วงโปรโมชั่นแสตมป์มีเหลือเยอะมากนึกว่าผู้จัดการจะเอามาซื้อของเข้าร้านช่วย Audit กลับเป็นซื้อของเข้ากระเป๋าซะงั้น เรื่องเช่นนี้ถือว่าทุจริตซึ่งทุกคนทราบและไม่มีใครกล้าทำจึงเป็นคำถามคาใจว่าเพราะอะไรผู้จัดการถึงทำได้เพราะเป็นผู้จัดการหรือ การปล่อยปละละเลยงานหรือหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบไม่ใช่เรื่องดีแล้วผู้จัดการมาร้านเพียงแค่เขียนใบฝากเงินกับตรวจเอกสารแค่นั้นหรือไม่มีอะไรต้องทำหรือครับ พนักงานผลัดดึกโทรตามเวลาผู้จัดการมาสายก็ต่อว่า ใครที่เป็นผู้จัดการอย่ามาสั่งสอนประมาณนั้นตอนนี้ลาออกกันเป็นทิวแถวเพราะสุดทน ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปต่อให้พี่มัท รับพนักงานมาได้ 100 คน ก็ลาออกทั้ง 100 คนแหละครับ FC รู้เรื่องดีแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเค้าดันไปสนิทกับผู้จัดการเขตซะนี่เลยปล่อยเลยตามเลยเรือ่งนี้ควรได้รับการแก้ไขนะครับสงสารพนักงานตาดำๆที่ไม่มีทางเลือกมากนักกับงานทุกวันนี้ผมแวะเวียนไปซื้อของถามไถ่ยังเป็นเหมือนเดิมแต่ไม่ใครทำอะไรได้ครับผมจึงหวังว่าท่านที่เกี่ยวข้องจะพอช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิ๊กที่นี่.