ข้อคิด ของคนที่ประสบความสำเร็จ (ข้อคิดดี อยากให้อ่าน)
หนทางสู่ความสำเร็จ จากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ราย2เดือน ฉบับที่ 153 ปีที่ 27 พค - มิย2550
รู้ไหมคนที่ประสบความสำเร็จคิดอย่างไร หรืออะไรเป็นแรงผลักดันพวกเขา ดังนั้น เพื่อที่จะได้คำตอบเหล่านี้ หนุ่มเจฟฟรีย์ จึงดิ้นรนไปสอบถามความคิดเห็น จากตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จในหลายสาขาอาชีพ แล้วนำมารวมกันกลายเป็นแรงจูงใจ 7 ประการดังนี้
1.บอกกับตัวเองว่า อนาคตขึ้นอยู่กับความคิด และการกระทำของคุณเอง
2.วางเป้าหมายให้ชีวิต เช่น จะทำงานอะไร หรือมีชีวิตอย่างไร ใช้สติกำหนดไว้แต่เนิ่นๆ
3.เมื่อมีเป้าหมายก็ต้องมีการวางแผน ทำอย่างไรถึงจะได้ดังใจ
4.อย่าจับเสือมือเปล่า หมายถึง ต้องยอมลงทุนบ้าง เพื่อให้ได้ความสำเร็จนั้นมา ถ้าไม่พยายามอะไรเลย ไม่ยอมเขียนจดหมายไปสมัครงาน แล้วบริษัทห้างร้านต่างๆ จะรู้ได้อย่างไรว่า มีคุณอยู่ในโลก หรือจะติดต่อคุณอย่างไร
5.ทำสิ่งใดก็ควรรู้จริงในสิ่งนั้น อย่ารู้แบบเป็ด เพราะคนที่คู่ควรกับความสำเร็จ ต้องฝึกฝนจนมีทักษะสุดยอด ในงานที่ทำถึงจะถูก
6.อย่าท้อถอยง่ายๆ แต่ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
7.อย่าชักช้า ลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจตั้งแต่บัดนี้
เพื่อเพิ่มศักยภาพภายใน
- หัดคิดแต่ด้านบวก แล้วเราจะรู้ว่ามีแต่สิ่งที่เป็นไปได้
- หัดฝัน แล้วเราจะรู้ว่าโลกนี้น่าอยู่
- หัดพูดแต่ด้านบวก แล้วเราจะรู้ว่ามีคนอีกมากมายที่รักเรา
- หัดทนดู แล้วเราจะรู้ว่า เรามีความอดทนยิ่งกว่าใครๆ
- หัดฟาดฟันกับอุปสรรค แล้วเราจะรู้ว่าเราคือคนที่เข้มแข็ง
- หัดออกกำลังกายทุกวัน แล้วเราจะรู้ว่าเราคือมนุษย์เจ้าพลังคนหนึ่ง
- หัดยิ้ม แล้วเราจะรู้ว่าเราคือคนที่น่ารัก
อย่าลืมคิดถึงสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้
-เครื่องประดับที่สวยที่สุดบนเรือนร่าง คือ รอยยิ้ม
-งานที่ทำแล้วพอใจที่สุด คือการช่วยเหลือผู้อื่น
-ความสุขที่สุด คือการให้
-อาวุธร้ายแรงที่ต้องระมัดระวัง และเก็บรักษาให้ดีที่สุด คือ คำพูดทำร้ายคนอื่น
-พลังยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ คือความรัก
-ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทำร้ายตนเอง
-ปัญหาใหญ่ที่สุดที่จะต้องเอาชนะให้ได้ คือความกลัว
-ยอนอนหลับที่มีผลดีที่สุด คือ ความสงบภายในใจ
ผลของการยึดมั่นถือมั่น
การยึดมั่นถือมั่น เป็นเหตุให้เกิด การแบ่งแยก
การแบ่งแยก เป็นเหตุให้เกิด การแข่งขัน
การแข่งขัน เป็นเหตุให้เกิด ความไม่ไว้ใจกัน
ความไม่ไว้ใจกัน เป็นเหตุให้เกิด การทำลายกัน
การให้อภัยมิใช่การลืม แท้จริงแล้วการให้อภัยคือการจดจำ...
จดจำว่าไม่มีผู้ใดดีพร้อม
จดจำว่าเราทุกคนต่างเคยผิดพลาดมาทั้งนั้น
จดจำช่วงขณะที่เราเองก็ต้องการที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง
จดจำว่าเราต่างก็เคยกล่าวสิ่งที่เราไม่ควรกล่าว
จดจำว่าเราเองก็เคยลืมไปว่าความรักนั้นสำคัญกว่าความถูกต้อง
การให้อภัยคือการจดจำจริงๆ ...
จดจำว่าตัวเรานั้นมีความสำคัญกว่าความผิดพลาดที่เราทำมากนัก
จดจำว่าบ่อยครั้งเราต้องเป็นผู้เมตตาและห่วงใยมากกว่านี้
จดจำว่าการยอมรับข้อผิดพลาดของผู้อื่น จะช่วยให้เรายอมรับความผิดของเราเองได้
การให้อภัยคือการจดจำ ...
จดจำว่าความผิดพลาดต่างๆ นั้นก็ดีเหมือนกัน
จดจำว่าเราเองต้องการการให้อภัยของผู้อื่นด้วย
จดจำว่าบางครั้งชีวิตก็ให้อะไรหลายอย่างแก่เรา ที่เราควรรับไว้ด้วยความกตัญญู
การให้อภัยคือการจดจำ ...
จดจำว่าหัวใจของเรายังมีที่ว่างพอสำหรับ...
การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง
แล้วก็อีกครั้งหนึ่ง
แล้วก็อีกครั้งหนึ่ง ...
ฝากมาด้วยรัก จากนิตยสารแม่พระยุคใหม่ ราย2เดือน ฉบับที่ 151 ปีที่ 27 มค - กพ 2550
-ความรัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คบหากัน แต่ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่และความเข้าใจที่มีให้กัน
-เมื่อมีความรัก ควรรู้จักผ่อนคลาย รู้ว่าเมื่อใดควรพัก รู้ว่าเมื่อไรควรผ่อน เมื่อมีความรัก...มีความสมดุล เป็นกลาง และเป็นธรรม
-รักจะเฉาตาย ถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไป ถ้าปล่อยไว้หย่อนเกินไป
-เราจะใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า ฉันรักเธอ.....แต่เราใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร
-ความเศร้าที่สำคัญคือการมีชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่คงจะเศร้าพอๆ กัน ที่จะจากโลกนี้ไป โดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า คุณรักเขา
-ชีวิตแต่งงานและครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ อย่ารีบร้อนตัดสินใจ
-การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ เริ่มขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่าได้รับสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ตัวเองสมควรได้รับ
-การได้รักไม่เป็นอะไรเลย การได้รับความรักเป็นบางสิ่งบางอย่าง ส่วนการได้รัก และการได้รับความรักเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย
ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉันเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยิดดีในความชั่ว แต่ร่วม
ยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสิ้นสุด
ถ้าท้อ เป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่าน จึงเป็นเพชร เพชรมีค่ามากกว่าถ่านหลายล้านเท่า
ทั้งๆที่เพชรเป็นธาตุคาร์บอนเหมือนกัน
ไม้ผ่านการอบ การเผา ไม่นานก็กลายเป็นถ่าน แต่เพชรผ่านความร้อนไม่ต่ำกว่า 5000 องศาฟาเรนไฮต์
ได้รับความกดดันมากกว่า 1 ล้านปอนด์ต่าตารางนิ้ว ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน จนกระทั่งกลายเป็นเพชร
เพชรที่เป็นเครื่องประดับอันงดงาม และมีความแข็งมากที่สุดในโลก
ถ้าท่านกำลังได้รับความกดดันอยู่ จนอดทน จนอดทน
ถ้าท่านกำลังถูกเคี่ยงถูกสับอยู่ ให้คิดว่าเพียงแค่นี้ จะทำให้เป้าหมายเราสั่นคลอนได้หรือ
ถ้าสถานการณ์กำลังบีบคั้น แสดงว่า ชัยชนะกำลังรออยู่ข้างหน้า ถ้ายังถูกโหมกระหน่ำอีก ให้รู้ตัวว่า ท่านกำลังใกล้จะเป็นเพชรเต็มที่แล้ว... ในสถานการณ์เช่นนี้ หากหยุดคิดพิจารณาอย่างมีสติ ย่อมจะเกิดปัญญาพบหนทางสว่างได้เสมอ
จงมุ่งมั่นอาจหาญสง่างาม เสมือนดั่งเพชร
แม้เพชรจะตกอยู่ในสภาวะทุกข์ยากลำบาก อ้างว้าง และโดดเดี่ยว แต่เพราะเพชรไม่เคยย่อท้อ ต่อสู้เรื่อยไป
ถือว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนและบทฝึกตัวเองเสมอ จนกาลเวลาผ่านไป เพชรจึงภูมิใจในตัวเอง
และด้วยความอดทนถึงที่สุดนั่นเอง
เพชรจึงเป็นอัญมณีล้ำค่า ควรแก่การประดับมงกุฏของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่
จากอดีต... ปัจจุบัน...ตลอดไปในอนาคต
ฤดูกาลที่แปรเปลี่ยน
คนเราทุกคน มีฤดูกาลที่ตัวเองชอบ
บางคนชอบฤดูร้อน ฟ้าโปร่ง แดดแรง
บางคนชอบฤดูฝน เย็นสดชื่น ต้นไม้ใบหญ้ามีชีวิตชีวา
บางคนชอบฤดูหนาว ดาวสวย และนอนหลับสบายดี แต่ไม่ว่าเราจะชอบฤดูไหน มากเพียงใด
ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกฤดูกาลนั้น เพียงฤดูกาลเดียว
จึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน ที่จะต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ในทุกๆฤดูกาล
เรียนรู้ที่จะเปิดใจและปรับตัว
อดทน...ต่อแดดแรงๆ
อย่าทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต ใครว่าอะไรนิดอะไรหน่อยก็น้ำตาร่วงแล้ว
เรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง ... ฝ่าฟันพายุ...
เราอาจจะอ่อนแอได้ในบางครั้ง หยุดเดินได้ เมื่อเหนื่อยล้าเกินไป
แต่ชีวิตคือการก้าวเดินไปข้างหน้า เมื่อหายเหนื่อยก็ต้องเดินต่อไป
เชื่อมั่นในพระเจ้าว่าพระองค์จะช่วยเราให้ผ่านพายุ และลมหนาวไปได้
สิ่งนี้สำคัญมาก ชีวิตจะดีต้องมีความเชื่อมั่น เชื่อมั่นที่จะทำในสิ่งดีดี แต่อย่าอวดอ้าง
ถ้าเรามีสามอย่างนี้ คือ ...อดทน เข้มแข็ง และเชื่อมั่นในพระเจ้า
ไม่ว่าสองเท้าจะเดินอยู่ท่ามกลางฤดูที่เราชอบหรือไม่นั้น ทุกๆก้าวของเราก็จะมั่นคง ปลอดภัย
ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปอดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้ได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ ...
การให้ที่แท้จริง
การให้สิ่งของไม่เคยมีค่าเทียบเท่าการให้ข้อคิด Emerson กล่าวไว้ว่า
แก้วแหวนเงินทองหาใช่ของขวัญไม่ แต่เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงที่จะให้ของขวัญแท้
ของขวัญแท้คือการให้ส่วนหนึ่งชีวิตของตนแก่ผู้อื่น
เราให้ตัวเรา เมื่อเราให้ของขวัญที่มาจากหัวใจ คือความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ ความเห็นอดเห็นใจ ความอดทน การให้อภัย
เราให้ตัวเรา เมื่อเราให้ของขวัญที่มาจากจิตใจ คือ ความนึกคิด ความใฝ่ฝัน อุดมคติ ความมีวินัย
เราให้ตัวเรา เมื่อเราให้ของขวัญที่มาจากจิตวิญญาณ คือคำอธิษฐาน จินตนาการ ความสวยงาม ความปรารถนา ความสงบ ความศรัทธา
เราให้ตัวเรา เมื่อเราให้ของขวัญที่เป็นเวลา เมื่อเรามีเวลาให้ผู้อื่นมากขึ้น
เราให้ตัวเรา เมื่อเราให้ของขวัญที่เป็นคำพูด คือการให้กำลังใจ จรรโลงใจ คำชี้แนะ
เราควรที่จะให้ตัวเรา ด้วยการเป็นดั่งแสงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นแก่โลก
เราควรให้การเป็นคนดีแก่ชุมชนและสังคม
เราควรให้การเป็นพลเมืองดี แก่ประเทศชาติ
เราควรให้ความเป็นสามี ภรรยา และพ่อแม่ที่ดีแก่ครอบครัว
เราควรทำให้โลกมองเห็นพระผู้ประเสริฐสูงสุด ผู้ทรงบันดาลให้บังเกิดสิ่งมีชีวิต
ของขวัญดีงามที่สุดซึ่งมนุษย์พึ่งให้ คือ การให้ชีวิตที่สร้างสรรค์แต่สิ่งดีงาม
ให้มากเกินไปบางทีก็ไร้ค่า บางทีความคิดนี้ อาจจะไม่ถูกต้อง
ต้องมองด้วยว่าเราให้ใคร ให้เพื่ออะไร และให้ไปทำไม
หากให้แล้วไม่หวังอะไรตอบแทน ให้เท่าไรก็ไม่มีวันไร้ค่า
[color="#FF00FF"][/color] โดนนนใจ๋เลยยย
KHAMPUJO
Jan 2 2008, 18:21
โป๊ดโถ๊ะๆๆๆๆ ปี่มิตาเจ้า!!! ขอบอกว่าโดนนนนนนนนนนน ขนาดเจ้า
pineapplesweet
Jan 2 2008, 22:15
ผู้มาเยือน
Jan 7 2008, 12:35
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดดี อ่านแล้ว บอกได้ว่าโดนเลยครับ
ปล. ขอcopyไปให้เพื่อนอ่านบ้านนะครับ ขอบคุณครับ
นี่คือ "lo-fi" version ของเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วน พร้อมการจัดรูปแบบและภาพ โปรด
คลิกที่นี่.